รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนย์ฝึกอำชีพชมุ ชน หลักสูตรพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 1
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอสวุ รรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชมุ ชน หลกั สตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย ก
คำนำ
การดาเนินงานการจัดกิจกรรมของ กศน.ตาบลนาด่าน ฉบับนี้เป็นการสรุปผลการดาเนินงาน
โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน หลักสูตรพัฒนาอาชีพ วิชาการทาขนมไทย ปีงบประมาณ 2565 โดยยึด
การดาเนินงานตามนโยบาย วิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์ของงานการศึกษานอกระบบ ซ่ึงมีพันธกิจท่ีได้ดาเนินการ
คือการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน การศึกษาตอ่ เน่อื ง (การศึกษาเพ่อื พัฒนาอาชพี การศึกษาเพือ่ พัฒนาทกั ษะชวี ิตการศึกษา
เพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชน โครงการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ) และการ
พฒั นางานการศึกษานอกระบบ พร้อมท้งั การนาเสนอปัญหา อุปสรรค แนวทางการดาเนนิ งานต่อไป
กศน.ตาบลนาด่าน หวังเป็นอย่างย่ิงว่าสรุปผลการดาเนินงานการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะเป็น
ประโยชน์ต่อผู้ต้องการศึกษา และจะเป็นแนวทางในการนาไปพัฒนา และปรับปรุงงานการศึกษานอกระบบใน
ปงี บประมาณต่อไป
.
กศน.ตาบลนาด่าน
ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอสวุ รรณคหู า
กศน.ตำบลนำด่ำน ศูนยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชมุ ชน หลกั สตู รพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย ข
สำรบัญ หนา้
ก
คานา ข
สารบัญ 1
บทที่ 1 บทนา 3
บทท่ี 2 เอกสารที่เกีย่ วข้อง 11
บทท่ี 3 วธิ ดี าเนินงาน 15
บทท่ี 4 ผลการดาเนินโครงการ 20
บทท่ี 5 สรปุ ผลและข้อเสนอแนะ 22
ภาคผนวก
- ภาพกจิ กรรม
- แบบขออนุญาตจัดต้งั กลุ่ม
- หลกั สตู ร
- รายชื่อผูเ้ ข้ารว่ มกจิ กรรมโครงการ
- ตวั อย่างแบบสอบถามความพึงพอใจ
คณะทางาน
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั อำเภอสุวรรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนย์ฝึกอำชีพชุมชน หลกั สตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 1
บทที่ 1
บทนำ
หลักกำรและเหตผุ ล
ตาบลนาด่าน อาเภอสุวรรณคูหา มีพื้นที่ส่วนใหญท่ าการเกษตรเช่นการทานาทาไรแ่ ละปลกู ผัก
หลังจากการเก็บเก่ียวผลผลิตทางการเกษตรมีการประกอบอาชีพเสริม เพ่ิมรายได้ให้กับคนในชุมชน
ตาบลนาด่าน อาเภอสุวรรณคูหา เป็นอีกตาบล ท่ีประชาชนใช้เวลาว่างหลังจากการเก็บเก่ียวผลผลิต
ทางการเกษตร โดยการรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพเสริม ได้แก่การแปรรูปกล้วยท่ีมีการสานอยู่ในชุมชน
ท่ีมีกรรมวิธีการผลิตจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นการสร้างมูลค่าของสินค้าที่มีอยู่ในท้องถ่ิน ให้เกิดมูลค่า
ที่สูงข้ึน โดยใช้เวลาท่ีพักจากการทาการเกษตรมารวมกลุ่มกันเพื่อสร้างรายได้ ในการผลิตต้องใช้เวลา
ความอดทนและความละเอียด มีกรรมวิธีที่ไม่ยุ่งยากมากและผู้ออกแบบต้องมีประสบการณ์และพรสวรรค์
ในการออกแบบตดั เยบ็ นิยมนามาใช้ในบา้ นเรอื นและจาหน่วย ซึ่งสร้างรายได้ใหก้ บั ชมุ ชนเปน็ อย่างดี
ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสรมิ สนบั สนุนและตอบสนองกับความต้องการของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
ในตาบลนาด่าน กศน.ตาบลนาด่าน จึงได้จัดโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน รูปแบบกลุ่มสนใจ หลักสูตรวิชา
การทาขนมไทย จานวน 6 ช่ัวโมง เพ่ือเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดรายจ่า ยและเพ่ิมรายได้
ในชุมชน ตลอดจนให้ความรู้ ความเข้าใจและพัฒนาอาชีพให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายและผู้สนใจในตาบล
ให้สามารถนาไปประกอบเปน็ อาชพี พัฒนาอาชพี เพอื่ ก่อให้เกิดรายไดก้ ับตนเองและครอบครวั เปน็ การสร้างอาชีพ
ใหเ้ กิดความม่ันคงต่อไป
วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ใหป้ ระชาชนทวั่ ไป ไดม้ ีความรู้เกย่ี วกบั การประกอบอาชพี อิสระ
2. เพื่อให้ประชาชนท่วั ไป สามารถนาความรู้ไปประกอบอาชพี สร้างรายได้ใหแ้ ก่ตนเองและครอบครัวได้
3. เพ่อื ใหป้ ระชาชนทั่วไป ใชเ้ วลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์
4. เพ่อื เปน็ การสร้างโอกาสการมีงานทา การประกอบอาชพี อิสระใหก้ ับประชาชนให้มีความรู้และทักษะ
ฝีมือในวชิ าชีพ
5. เพื่อสง่ เสริมทกั ษะชวี ิต
เปำ้ หมำย
ฝกึ อาชพี การแปรรปู กล้วย ประชาชนทวั่ ไปในตาบลนาด่าน จานวน 7 คน
วธิ กี ำรดำเนนิ งำน
1. เขียนโครงการและขออนุมัตโิ ครงการ
2. ประชุมปรกึ ษาหารือกบั ผเู้ กย่ี วขอ้ งในการออกแบบกิจกรรม
3. ประสานงานหน่วยงานเครือข่ายเพื่อจัดทมี วิทยากรในการใหค้ วามรแู้ กผ่ ู้เข้ารับการฝกึ อบรม
4. จดั เตรียมวสั ดุ อปุ กรณ์ในการฝึกอบรม
กศน.ตำบลนำด่ำน ศูนยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอสวุ รรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 2
5. ดาเนินงานตามโครงการฯ
6. สรปุ ผลโครงการโดยรูปภาพประกอบ
ระยะเวลำดำเนนิ กำร
วนั ท่ี 23 - 24 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2564
สถำนทด่ี ำเนนิ กำร
ศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 ตาบลนาด่าน อาเภอสวุ รรณคูหา จงั หวดั หนองบวั ลาภู
โครงกำรท่ีเกีย่ วข้อง
1. โครงการจดั การศกึ ษาเพ่อื พฒั นาทกั ษะชีวติ
2. โครงการจดั การศกึ ษาเพ่ือพฒั นาสงั คมและชมุ ชน
3. โครงการจดั กระบวนการเรียนรตู้ ามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
4. โครงการจัดการศึกษาเพ่อื พัฒนาอาชีพ
เครือข่ำย/หนว่ ยงำนท่ีเกยี่ วขอ้ ง
1. เทศบาลตาบลนาดา่ น
2. ชมุ ชนท้องถิ่น
ผลทีค่ ำดว่ำจะไดร้ บั
ร้อยละ 80 ของประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีอาชีพใหม่มีการพัฒนาต่อยอดอาชีพเดิม เพ่ิมทักษะการเป็น
ผู้ประกอบการ มีรายได้ มีงานทา มีความมั่นคง ย่ังยืน เพ่ือให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนาความรู้ ทักษะ และ
ประสบการณ์การเรียนรตู้ ่างๆ ไปใช้ในกาประกอบอาชีพที่เป็นการเข้าสู่อาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ หรือพัฒนา
อาชพี หรือตอ่ ยอดอาชีพเดิม เพ่อื เพิ่มรายไดร้ ะหวา่ งการอบรมตามหลกั สตู รใหแ้ ก่ประชาชนที่มีอายุ 15 ปขี ึน้ ไปได้
กำรประเมนิ โครงกำร
1. ประเมนิ ดว้ ยแบบสอบถาม/สมั ภาษณ์
2. รายงานสรปุ ผลการดาเนินโครงการ
ตวั ชว้ี ัดผลสำเรจ็ ของโครงกำร
1. รอ้ ยละ 80 ของผ้เู ข้ารว่ มโครงการมีอาชพี มงี านทา มีรายไดท้ ่มี น่ั คง
2. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจตอ่ การจัดการศกึ ษา
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ย์ฝึกอำชีพชมุ ชน หลกั สูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 3
บทท่ี 2
เอกสำรกำรศึกษำและรำยงำนที่เกย่ี วขอ้ ง
ในการจัดทารายงานครัง้ น้ี ได้ทาการศกึ ษาค้นควา้ เน้ือหาจากเอกสารการศกึ ษาและรายงานทเี่ กี่ยวขอ้ ง ดังต่อไปนี้
1. การจดั การศึกษาตอ่ เนื่อง
2. ขนมไทย
กำรจดั กำรศกึ ษำต่อเนอ่ื ง
1. กำรจดั กำรศึกษำตอ่ เนอื่ ง
การจดั การศกึ ษาต่อเนอ่ื งมีการจัดกิจกรรม/โครงการ/หลกั สตู รการศึกษานอกระบบในรูปแบบที่
หลากหลาย ดังน้ี 1) การศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพ 2) การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 3) การศึกษาเพ่ือพัฒนา
สังคมและชุมชน 4) หลักสูตรระยะส้ัน 5) การศึกษาตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 6) โครงการอัน
เนอ่ื งมาจากพระราชดาริ
การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ เป็นการจัดการศึกษาท่ีเน้นความรู้และทักษะอาชีพให้สอดคล้องกบั
สภาพของแต่ละท้องถ่ิน ให้ผู้เรียนมีทักษะความชานาญการเฉพาะเร่อื ง สามารถเพิ่มผลผลิต และหรือลดต้นทุน
การผลิต มีความรแู้ ละทกั ษะในการจัดการระบบบัญชี การตลาด และการบริหารจัดการอย่างครบวงจร สามารถ
ประกอบอาชีพสมัยใหม่ เป็นผู้ประกอบการเอง หรือรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพก็ได้ และรู้จักนาเทคโนโลยีมาใช้
เพ่อื พฒั นาอาชีพได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ เชน่ การทาอาหาร การนวดแผนไทย การจัดดอกไม้สด การเพาะเหด็ ฟาง
การประดิษฐ์ของชาร่วย การตัดเส้ือผ้าสตรี การจัดสวนหย่อม งานช่างไม้ งานช่างไฟฟ้า งานช่างก่อสร้าง
คอมพิวเตอร์เพ่อื การประกอบอาชพี ฯลฯ
หลักสูตรระยะสั้น เน้นการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการแก้ปัญหาความยากจนและกระจาย
รายได้ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นท่ี โดยใช้กระบวนการ กศน. ร่วมกับภาคีเครือข่าย สร้างกระบวนการ
เรียนรู้ให้แก่คนในชุมชน ให้สามารถพัฒนาตนเองสู่ความเขม้ แข็งได้อย่างยง่ั ยืน (กลุ่มแผนงาน สานักงาน กศน. :
2559)
2. แนวคดิ เกี่ยวกับกำรนเิ ทศกำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั กศน.
1) การนเิ ทศจะต้องอยู่บนพืน้ ฐาน ปรัชญา และหลกั การของการศกึ ษานอกระบบและการศึกษา
ตามอธั ยาศัย สอดคล้องกบั นโยบายและจุดเน้นการจัด กศน. ของสานกั งาน กศน. และสถานศึกษา
2) การนิเทศ กศน. ควรเปน็ กระบวนการทางานทีเ่ ปน็ ระบบ เช่น แผนงานโครงการกจิ กรรมและ
เทคนิคต่างๆ ในการนิเทศ ควรตั้งอยู่บนเจตคติและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ผลของการนิเทศจะต้องถูกต้อง
สมบูรณ์เช่ือถือได้ สามารถสะท้อนคณุ ภาพการจัด กศน. ของสถานศกึ ษาได้ตรงตามสภาพจรงิ
3) การนิเทศ กศน. เป็นกระบวนการทางานร่วมกับผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา
ผู้ปฏบิ ัติงานที่เก่ียวข้องและเครือข่าย ที่ม่งุ ส่งเสริมคณุ ภาพชีวิต เพ่ือใหเ้ ขาได้พฒั นาศกั ยภาพของตนได้อย่างเต็มท่ี
เคารพศักด์ิสิทธิ์ของความเป็นมนุษย์ อดทนต่อความแตกตาง คามหลากหลายให้ความเท่าเทียมกันเสมอภาคกัน
ความเป็นอิสระ สรา้ งบรรยากาศทเ่ี ปน็ ประชาธปิ ไตย การมีสว่ นรว่ มและการทางานเป็นทีม
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 4
4) การนเิ ทศ กศน. ควรเป็นวชิ าชีพ การนิเทศจะตอ้ งมีการประเมินผลการนเิ ทศอยา่ งเป็นระบบ
ท้ังด้านปัจจัยการนิเทศ กระบวนการนิเทศ และผลท่ีเกิดจากการนิเทศ และนาผลการประเมินมาใช้ประโยชน์ใน
การปรบั ปรงุ การดาเนนิ งานนเิ ทศ เพ่ือพฒั นาการนเิ ทศการศึกษาใหม้ คี ณุ ภาพ
ควำมสำคัญของกำรนิเทศกำรศึกษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั
การนิเทศเป็นงานสาคัญและจาเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องดาเนินควบคู่ไปกับการบริหารเพราะการ
นิเทศเปน็ สว่ นหน่ึงของการบรหิ าร องคป์ ระกอบของการบริหารย่อมขน้ึ อยู่กับคน เงนิ วัสดุ และการจัดการ การที่
จะบรหิ ารคนให้มีประสิทธิภาพในการทางาน ผบู้ รหิ ารจะต้องมีเทคนิคท่ีเหมาะสม เทคนคิ ในการบริหารอยา่ งหนึ่ง
คือ การนิเทศเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ สามารถใช้เงิน วัสดุได้อย่างคุ้มค่า มีหลักการ
จัดการที่ดี ดังนั้น การที่จะควบคุมการปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานท่ีกาหนดไว้ ผู้บริหารต้องใช้
เทคนิคการบริหารงานและการนิเทศควบคู่กัน การนิเทศการศึกษาเป็นความพยายามในการแนะนา กระตุ้นให้
กาลังใจช่วยเหลือของผู้เช่ียวชาญด้านการศึกษา เพ่ือให้บุคลากรทางการศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอนใหม้ คี ุณภาพ หรือปรบั ปรงุ กระบวนการจดั การศกึ ษาใหม้ ีประสิทธภิ าพสงู สดุ โดยมกี ารสูญเปล่าทางการศึกษา
นอ้ ยทีส่ ุด โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการจัดการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยทมี่ ีการจดั กจิ กรรมการศกึ ษาท่ี
หลากหลายให้บริการแกก่ ลมุ่ เป้าหมายประเภทต่างๆ และไมไ่ ด้สงั กดั สานกั งาน กศน. ทาใหเ้ หน็ ความจาเป็นของ
การนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพ่ือให้บุคลากรทางการศกึ ษา สถานศึกษาทุกประเภท
เขา้ ใจนโยบายปรัชญาการจัด กศน. ทสี่ ามารถสนองความต้องการของกลมุ่ เป้าหมายผู้เรยี นในทิศทางท่ีถูกต้องและ
เหมาะสมกับสภาพพื้นท่ีการจดั กจิ กรรม
จุดมุ่งหมำยของกำรนิเทศกำรศึกษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอัธยำศยั
1) เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษาบริหารหลักสูตรจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการศึกษา
พัฒนาส่อื นวตั กรรมและเทคโนโลยแี ละการนเิ ทศภายในอย่างมคี ณุ ภาพ
2) สง่ เสรมิ ให้สถานศึกษามีระบบประกนั คุณภาพภายในสถานศกึ ษาตามมาตรฐาน กศน.
3) เพ่ือให้คาปรึกษา เสนอแนะและเป็นที่พึ่งในการพัฒนาวิชาการของสถานศึกษาและสานักงาน กศน.
จงั หวัด
4) เพื่อประสาน สนับสนุนและเผยแพร่งานทางด้านวิชาการแก่สถานศึกษาและสานักงาน กศน. จังหวัด
(อญั ชลี ธรรมะวธิ กี ลุ : 2553)
กศน.ตำบลนำด่ำน ศูนยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั อำเภอสวุ รรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสตู รพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 5
ทีม่ ำของคำวำ่ ขนม
ขนมไทย เปน็ ของหวานท่ที าและรบั ประทานกันในอาณาจกั รไทย มเี อกลกั ษณด์ า้ นวฒั นธรรมประจาชาติ
ไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทา ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสัน
สวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีการรับประทานที่ปราณีตบรรจงของขนมแต่ละชนิด ซึ่งยงั
แตกต่างกนั ไปตามลกั ษณะของขนมชนดิ นัน้ ๆ
สาหรับ "เข้าหนม" น้ัน พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจรัสพรปฏิญาณได้ทรงตั้งข้อสันนิษฐานไวว้ ่า "หนม"
เพี้ยนมาจาก "ข้าวหนม" เนื่องจาก "หนม" นั้นแปลว่าหวาน แต่กลับไม่ปรากฏความหมายของ"ขนม" ใน
พจนานุกรมไทย มีเพียงบอกไว้ว่าทางเหนือเรียกขนมว่า "เข้าหนม" แต่ถึงอย่างไรก็ไม่พบความหมายของคาว่า
"หนม" ในฐานะคาท้องถ่ินภาคเหนือเมื่ออยู่โดด ๆ ในพจนานุกรมเช่นกัน เข้าหนม แปลว่า ข้าวหวาน เรียกสั้นๆ
เรว็ ๆ ก็กลายเปน็ ขนม ไป (คาว่า เข้าเขยี นตามแบบโบราณ ในปจั จุบันเขยี นว่า ข้าว)
อีกข้อสันนิษฐานหน่ึงก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย คาว่า "ขนม" อาจมาจากคาในภาษาเขมรว่า "หนม" ท่ี
หมายถงึ อาหารที่ทามาจากแปง้ เมอ่ื ลองพจิ ารณาดูแล้วพบว่าขนมสว่ นใหญ่ล้วนทามาจากแปง้ ทัง้ น้นั โดยมนี ้าตาล
และกะทิเป็นส่วนผสม ดังน้ันจึงอาจกล่าวได้ว่า "ขนม" เพ้ียนมาจาก "ขนม" ในภาษาเขมรก็เป็นได้ ไม่ว่าขนมจะมี
รากศัพท์มาจากคาใดหรือภาษาใด ขนมก็ได้เข้ามามีบทบาทสาคัญในสังคมไทยด้วยฐานะของขนมไทยอย่างเต็ม
ภาคภูมิ และคนไทยเองกไ็ ดช้ ่อื ว่าเปน็ ชนชาตหิ นงึ่ ทีช่ อบกินขนมเปน็ ชีวิตจิตใจ
หลักฐานเก่าแก่ที่สุดท่ีแสดงถงึ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างขนมไทยกบั คนไทยก็คือวรรณคดีมรดกสุโขทัยเร่ือง
ไตรภูมิพระร่วง ซ่ึงกล่าวถึงขนมต้มท่ีเป็นขนมไทยชนิดหน่ึงไว้ คาว่า ขนม มีใช้มาหลายร้อยปียากจะสันนิฐาน
แน่นอนได้ เช่นเดียวกับไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่า "ขนมไทย" เกิดขึ้นมาต้ังแต่สมัยใดเป็นคร้ังแรก แต่ตาม
ประวัติศาสตร์ไทยมีหลักฐานตอนหนึ่งว่า มีการจารึกช่ือขนมในแท่งศิลาจารึก เป็นการจารึกแบบลายแทงสมัย
โบราณ ขนมที่ปรากฏคือ "ไข่กบ นกปล่อย บวั ลอย อ้ายตอ้ื " ถามผใู้ หญ่ดูถึงไดร้ ู้ว่า ไขก่ บ หมายถงึ เม็ดแมงลกั นก
ปล่อย หมายถึง ลอดช่อง บัวลอย หมายถึง ข้าวตอก อ้ายต้ือ หมายถึง ข้าวเหนียว ขนมท้ังสี่ใช้น้ากระสายอย่าง
เดียวกันคือ "น้ากะทิ" โดยใช้ถ้วยใส่ขนม ซ่ึงเราเรียกการเลี้ยงขนม 4 อย่างน้ีว่า "ประเพณี 4 ถ้วย"
ขนมไทยเร่ิมแพร่หลายมากข้ึนในสมัยอยุธยา ดังปรากฏข้อความในจดหมายเหตุหลายฉบับ บางฉบับ
กล่าวถึง "ย่านป่าขนม" หรือตลาดขนม บางฉบับกล่าวถึง "บ้านหม้อ" ท่ีมีการปั้นหม้อ และรวมไปถึงกระทะ ขนม
เบือ้ ง เตาและรงั ขนมครก แสดงให้เหน็ ว่าขนมครกและขนมเบือ้ งนัน้ คงจะแพรห่ ลายมากจนถงึ ขนาดมีการป้ันเตา
และกระทะขาย บางฉบบั กลา่ วถงึ ขนมชะมด ขนมกงเกวยี นหรือขนมกง ขนมครก ขนมเบื้อง ขนมลอดช่อง
ยคุ ทองของขนมไทย
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชถือได้ว่าเป็นยุคทองของการทาขนมไทย เมื่อสตรีชาวโปรตุเกสเชื้อ
สายญ่ีปุ่นนามว่า "มารี กีมาร์" ผู้เป็นภรรยาเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ หรือบรรดาศักดิ์ว่า "ท้าวทองกีบม้า" เข้ารับ
ราชการเป็นตน้ เครอื่ งขนม ของหวานในวัง ท่านไดน้ าไข่ และ นา้ ตาลทราย มาเปน็ ส่วนผสมสาคัญในขนมไทยและ
ท่านได้ดดั แปลงสูตรขนมต่างๆ เช่น ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง ซ่งึ ไดร้ ับความนยิ มมาจนถึง
ปัจจุบนั น้ี
กศน.ตำบลนำด่ำน ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอสวุ รรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ย์ฝึกอำชีพชุมชน หลกั สูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 6
ประวตั ิควำมเป็นมำของขนมไทย
ตามหลกั ฐานทีค่ น้ ควา้ ได้จากหนังสือไตรภมู พิ ระร่วงในสมยั สุโขทยั ได้กล่าวถึงชือ่ "ขนมต้ม" และในหนงั สอื
จดหมายเหตคุ าใหก้ ารขุนหลวงหาวัดในสมัยอยธุ ยา ซ่งึ ได้กล่าวไวต้ อนหน่ึงว่า "บา้ นหมอ้ ปนั้ หม้อขา้ วหมอ้ แกงใหญ่
เล็ก และกระทะ เตาขนมครก ขนมเบื้อ" และอีกฉบับหน่ึงกล่าวว่า "ย่านป่าขนม ขายขนมชะมด กงเกวียน ต้มถ่ัว
สาปันนี" มไี วเ้ พียงเท่านี้ มิไดบ้ อกแนช่ ัดว่าทาขนึ้ ครั้งแรกเมื่อใด และดว้ ยวตั ถุประสงค์ใด เพอื่ การใด
ในหนังสือประชุมพงศาวดารภาคท่ี 40 ฉบับหอสมุดแห่งชาติ "เร่ืองจดหมายเหตุของคณะพ่อค้า
ฝรั่งเศส" ซึ่งเป็นสาเนาจดหมายมองซิเออร์ -เดลานด์มีไปถึงมองซิเออร์บารอง ผู้อานวยการใหญ่ในประเทศสยาม
ลงวนั ท่ี 26 ธนั วาคม ค.ศ. 1682 มคี วามวา่
"ยังมขี ้าราชการอยคู่ นหน่ึง ซึ่งพระเจา้ กรุงสยามไดย้ กยอ่ งตั้งให้เป็นพระ ซง่ึ เปน็ ตาแหนง่ ชนั้ ที่ 2 ของเมอื ง
น้ี ขนุ นางผูน้ ้ีชื่อ คอนสตนั ติน ฟอลคอน เป็นคนเกดิ ทเี่ มอื งโซฟาโลนี และเคยเปน็ นกั เรียนเมืององั กฤษแลว้ และได้
แต่งงาน มีภรรยาในเมืองนีเ้ อง ขุนนางผู้น้ีเป็นคนฉลาด ไหวพริบ ตรึกตรองการลึกซ้ึง จึงได้ทาการงานจนเปน็ คน
โปรดปรานมาได้2ปีแล้ว และคณะทั้งหลายเรียกล้อเล่นว่าเป็นพระยาพระคลังหนที่ 2 ขุนนางผู้นี้ทาการค้าขาย
มากกวา่ พอ่ คา้ ท้งั ปวง"
ภรรยาของคอนสตันตนิ ฟอลคอน รจู้ ักกันในนาม ท้าวทองกีบม้า ซง่ึ รับราชการเปน็ หวั หน้าเครอ่ื งในโรง
ครัวหลวงแผ่นดินสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เม่ือประมาณปี พ.ศ. 2251-2275 ท้าวทองกีบม้ามีช่ือจรงิ ว่า มารี
กีมาร์ (Marie Guimar) เกดิ ในรชั สมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช ราวปี พ.ศ. 2201 หรือ พ.ศ. 2202 บดิ าช่อื ฟา
นิก (Fanik) เปน็ ลูกครึง่ ญป่ี ุ่นผสมแขกเบงกอล แต่บางแหง่ สนั นษิ ฐานว่าบิดาของมารี กีมาร์ มเี ช่อื สายโปรตเุ กสจาก
ย่าของเธอ มารดาของท้าวทองกบี ม้าเป็นชาวญีป่ ่นุ ชอ่ื อุรชูลา ยามาดา (Ursula Yamada)
ท้าวทองกีบมา้ ผนู้ ้ีเปน็ ผ้เู ร่ิมต้นสอนให้ชาวสยามทาขนมหวาน คอื ขนมทองหยิบ ขนมทองหยอด ขนมทอง
โปร่ง ขนมทองพลุ ขนมผงิ ขนมฝร่ัง ขนมขงิ ขนมไข่เตา่ ขนมทองมว้ น ขนมสาปันนี ขนมหมอ้ แกง ในคร้งั นีอ้ าจถือ
เป็นจุดพลิกเปลี่ยนโฉมหน้าของขนมไทยคร้ังสาคัญ โดยมีการนาไข่เข้ามาเป็นส่วนประกอบหลัก และมีการใช้
นา้ ตาลทายหรือน้าตาลทรายละเอียดมาเป็นส่วนประกอบรองอกี ด้วยซง่ึ นอกเหนือไปจากแปง้ และน้าตาลมะพร้าว
ทีม่ ีอยู่แตเ่ ดิม
ท้าวทองกีบม้าเป็นคนซ่ึงสัตย์ ใจบุญ ชอบช่วยเหลือผูอ่ืนโดยมักรับอุปการะเด็กกาพร้า ลูกทาส หรือ
ลกู ครง่ึ ท่มี มี ารดาเป็นชาวพืน้ เมือง บิดาชาวยุโรป ถกู ทอดทงิ้ ไม่เหลยี วแลเป็นจานวนมาก และบรรดาเดก็ สาวที่นาง
อุปการะนี้ ทุกคนจะได้รับการอบรมสั่งสอนการทาขนมและเผยเเพร่ต่อๆไปอีก ทาให้ตารับการทาขนมหวานและ
อาหารคาวทป่ี รุงแตง่ อยา่ งพิเศษ เปน็ ของสูงในพระราชวงั ได้รับการเผยแพรอ่ อกมาสู่ประชาชนทัว่ ไป
จะเห็นได้ว่าขนมไทยมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ซงึ่ มขี อ้ สังเกตวุ า่ เปน็ ของท่ีเกิดจากข้าวทนี ามาตา
หรือบดจนป่นละเอียดเรียกว่า แป้ง แล้วผสมกันน้าตาลเพียงสองอย่างเท่าน้ันก่อน ต่อมามีมะพร้าวเข้าไปผสม
ขนมไทยยุคแรกจึงมีส่วนประกอบหลักคือ แป้ง น้าตาล และมะพร้าว ซ่ึงของสามส่ิงน้ีก็เป็นของพ้ืนบ้าน
พื้นเมืองท่ีมีอยู่โดยท่ัวไป ขนมประเภทที่ใช้ แป้ง น้าตาล และมะพร้าว คงมีมาต้ังแต่สมัยสุโขทัย ส่วนขนมท่ีมี
ส่วนผสมของไข่ปนนน้ั ตามหลกั ฐานพบว่ามีมาแต่สมัยอยุธยาในแผ่นดนิ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และในสมัย
อยุธยานั้นมตี ลาดขายขนมเรยี กวา่ "ป่าขนม"
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลกั สตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 7
ขนมไทยซึ่งเป็นที่นิยมกันโดยทวั่ ไปนนั้ จะต้องมสี ว่ นประกอบที่สาคัญหลายอยา่ ง เช่น มรี สหวาน มีกลน่ิ
หอม มสี สี นั สวยงาม ตามลักษณะชอ่ื ของขนมน้นั ๆ ขนมโบราณส่วนมากมีสีตามธรรมชาติ ทีม่ ีอยูใ่ นท้องถน่ิ หรือที่
หาได้ง่ายๆ ท่ีใช้กัน เช่น สีจากใบไม้ ดอกไม้ ผลไม้ โดยนามาต้ม เผา โขลก หรือคั้นใช้เน้ือน้า เช่น ใบเตยหอม
ดอกอัญชนั ดอกดนิ ลกู ปลงั ลูกตาลสุก ฟกั ทอง มะละกอ เป็นตน้ ถึงแม้ในสมัยน้วี ิวฒั นาการทางเทคโนโลยีเจริญ
มีการพัฒนาของใหม่ๆ เช่น สี กล่ินที่สังเคราะห์ขึ้นมาใช้มากมาย แต่เรายังไมม่ท้ิงของเดิมท่ีได้จากธรรมชาติ เน่ือ
จากยังชอบกลิ่นหอมของดอกมะลิสด กลน่ิ กระดังงาลนไฟ กลิน่ ใบเตย กลน่ิ เทยี นอบ มากกว่ากล่นิ สงั เคราะห์ ขนม
ไทยมีหลายชนิดที่ต้องใช้กลิ่มธรรมชาติ ถ้าขาดไปจะทาให้ขนมนั้นไม่หอม ทาให้ไม่ชวนรับประทาน หรือ
รับประทานเเล้วไม่ติดใจ ในเรื่องนช้ี ่างทาขนมหวานสมัยโบราณพิธีพิถันมาก จนกล่าวได้ว่าขนมไทยจะต้องมีกลิว่
หอมนอกหอมในดว้ ย เช่น ขนมทีท่ ามาจากไข่ตอ้ งทาน้าลอยดอกไมเ้ สียกอ่ น แล้วนามาทานา้ เช่อื ม ครนั้ เมื่อทาเป็น
ขนมเสร็จแล้ว ก่อนจัดเก็บยังตอ้ งอบดอกมะลิอีกคร้ัง จึงจะนาไปรับประทาน ขนมชั้น ขนมซ่าหร่ิม ท่ีต้องใช้แป้ง
เป็นหลกั ทต่ี อ้ งมีการอบให้หอมช้ันหนึ่งเสียก่อนเวลาที่ต้องใชน้ ้าลอยดอกไม้คนั้ กะทิ หรืออบนา้ กะทดิ ้วยควนั เทียน
ถ้าเป็นขนมสอดไส้ต้องอบไส้ด้วยควันเทียน หรืออบดอกมะลิสด ส่วนหน้าขนมต้องใช้น้าลอยดอกไม้ค้ันกะทิ เป็น
ตน้
ประวตั ขิ นมไทยสมยั อยุธยำ
คนไทยสมัยโบราณจะได้กินขนมก็ต่อเม่ือมีงานนักขัตฤกษ์ หรืองานบุญสาคัญเท่านั้น ขนมไทยที่ใช้เลี้ยง
แขกในงานขุดสระน้า เป็นขนมไทยที่กินกับน้ากะทิ คือ "ขนมส่ีถ้วย" หมายถึง ไข่กบ (เม็ดแมงลัก) นกปล่อย
(ลอดช่อง) บัวลอย (ข้าวตอก) และอ้ายตื้อ (ข้าวเหนียว) และได้กลายเป็นประเพณีเล้ียงขนมช่ือว่า "ประเพณี 4
ถ้วย"นับแตบ่ ัดน้ันเปน็ ต้นมา
เร่ิมมีการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับต่างประเทศทั้งชาติตะวันออกและตะวันตก ไทยเรายิ่งรับเอาวัฒนธรรม
ด้านอาหารของชาติต่างๆ มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ เครื่องมือเครื่องใช้ วัตถุดิบท่ีหาได้
ตลอดจนนิสัยการบรโิ ภคของคนไทยเอง จนบางทีคนรนุ่ หลังแทบจะแยกไม่ออกเลยวา่ อะไรคอื ขนมไทยแท้ๆ อะไร
ที่เรายืมเค้ามา เช่น ทองหยิบ ทองหยอดและฝอยทอง หลายท่านอาจคิดว่าเป็นของไทยแท้ๆ
แต่ความจรงิ แลว้ มีตน้ กาเนิดจากประเทศโปรตุเกส โดย "มารี กีมาร์" หรอื "ทา้ วทองกบี ม้า" "ท้าวทองกบี ม้า" หรือ
"มารี กีมาร์" เกิดเมื่อ พ.ศ. 2201 หรือ พ.ศ. 2202 แต่บางแห่งก็ว่า พ.ศ. 2209 โดยยึดหลักจากการแต่งงานของ
เธอทม่ี ขี น้ึ ในปี พ.ศ. 2225 และขณะนนั้ มารี กีมาร์ มอี ายุเพียง 16 ปี บดิ าช่ือ "ฟานกิ (Phanick)" เปน็ ลกู คร่ึงญ่ปี นุ่
ผสมแขกเบงกอล ผู้เคร่งศาสนา ส่วนมารดาช่ือ "อุรสุลา ยามาดา (Ursula Yamada)" ซึ่งมีเชื่อสายญ่ีปุ่นผสม
โปรตุเกส ที่อพยพมาต้ังถิ่นฐานในอยุธยา ภายหลังจากพวกซามูไรชุดแรกจะเดินทางเข้ามาเป็นทหารอาสา ใน
แผ่นดินพระบาทสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชไม่นานนัก ชวี ิตชว่ งหน่ึงของ "ทา้ วทองกีบม้า" ได้
ระหว่างที่รับราชการน่ีเอง มารี กีมาร์ ได้สอนการทาขนมหวานจาพวก ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง
ทองพลุ ทองโปร่ง ขนมผิงและอ่ืนๆ ให้แก่ผู้ทางานอยู่กับเธอและสาวๆ เหล่าน้ัน ได้นามาถ่ายทอดต่อมายังแต่ละ
ครอบครวั กระจายไปในหมู่คนไทยมาจนปัจจบุ ันนี้ ถึงแมว้ ่า "มารี กีมาร์" หรือ "ทา้ วทองกบี ม้า" จะมชี าตกิ าเนิดเปน็
ชาวตา่ งชาติ แต่เธอก็เกดิ เติบโต มีชีวติ อยใู นเมืองไทยจวบจนหมดสิน้ อายุขัย นอกจากนั้น ยงั ไดท้ ิง้ สงิ่ ทเ่ี ธอค้นคิด
ให้เป็นมรดกตกทอดมาสคู่ นรนุ่ หลงั ไดก้ ล่าวขวัญถึงดว้ ยความภาคภมู ิ "ท้าวทองกีบม้า เจ้าตารบั อาหารไทยขนมท่ี
กศน.ตำบลนำด่ำน ศูนยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 8
ทา่ นทา้ วทองกบี ม้าทาขนึ้ และยังเปน็ ที่นิยมจนถึงปัจจุบนั กไ็ ด้แก่ ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหมอ้ แกง
และรวมไปถึง ขนมทองโปรง่ ขนมทองพลุ ขนมสาปันนี ขนมไขเ่ ต่า ฯลฯ แต่เดมิ ขนมเหลา่ น้ี เปน็ ของชาตโิ ปรตุเกตุ
เม่ือผ่านกาลเวลาผสมผสานกับความคิด ช่างประดิดประดอยของหญิงไทย ก็ทาให้ขนมเหล่าน้ี ปรับเปล่ียนเป็น
ขนมไทย ๆ ในเวลาตอ่ มา
ประวตั ิขนมไทยสมยั สโุ ขทัย
"ขนมต้ม" ขนมไทยที่มีความเก่าแก่ พบการกล่าวถึงขนมชนิดน้ีในหนังสือไตรภูมิพระรว่ ง เรียบเรียงเปน็
ภาษาไทยตงั้ แต่ปี พ.ศ.1888 ขนมตม้ ทาไดง้ า่ ยโดยใช้วัตถดุ บิ ในท้องถิ่น ไดแ้ ก่ แป้ง มะพรา้ ว นา้ ตาล
ขนมต้มมี 2 ชนิด คือ ขนมต้มขาวและขนมต้มแดง "ขนมต้มขาว" ลักษณะเป็นแป้งลูกกลมๆ ข้างในไส้ใส่
มะพร้าวเค่ียวน้าตาล ส่วน " ขนมต้มแดง"ไม่มีไส้ ทาเป็นแผ่นกลมขนาดเล็ก ต้มให้สุก คลุกน้าตาล นับเป็นความ
อรอ่ ยอย่างเรียบงา่ ยของคนไทยในยุคอดีตทส่ี ืบทอดมาจนถึงปัจจุบนั
ประวัตขิ นมไทยสมยั รตั นโกสินทร์
สมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั รัชกาลท่ี 2 ได้ทรงนพิ นธ์ "กาพย์เหช่ มเคร่อื งคาวหวาน" เพอ่ื ชมฝีมอื การ
ทาอาหารของสมเด็จพระศรีสรุ เิ ยนทราบรมราชินี ผู้เปน็ มเหสีอันเปน็ ท่ีรกั และมฝี มี ือในการทาอาหารคาวหวานจน
เป็นทโ่ี ปรดปราน และเพ่ือใช้สาหรับเปน็ บทเห่ในระหวา่ งการเดนิ ทางทางชลมารค กาพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคาวหวานได้
บรรยายถงึ อาหารคาวท้งั 15 ชนิด และอาหารหวาน 15 ชนิด
ลว่ งจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ จดหมายเหตุความทรงจาของกรมหลวงนรนิ ทรเทวี ผ้ทู รงเป็นพระเจ้าน้องยา
เธอในสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กล่าวไว้ว่าในงานสมโภชพระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตน
ศาสดาราม ได้มีเคร่ืองตั้งสารับหวานสาหรับพระสงฆ์ ๒,๐๐๐ รูป ประกอบด้วย ขนมไส้ไก่ ขนมฝอย ข้าวเหนียว
แก้ว ขนมผิง กล้วยฉาบ ล่าเตียง หรมุ่ สังขยา ฝอยทอง และขนมตะไล
ในกาพย์ห่อโคลงเห่เรือชมเครอ่ื งคาวหวาน บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ได้กล่าวชมเครอื่ งหวานหรือขนมไทยหลายชนดิ ดว้ ยกัน อาทิ ข้าวเหนียวสังขยา ขนมลาเจียก ขนมทองหยิบ ขนม
ทองหยอด ขนมผิง ขนมรงั ไร ขนมช่อม่วง ขนมบวั ลอย ฯลฯ
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั ได้มีการพมิ พ์ตาราอาหารออกเผยแพร่ การทาขนมไทย
ก็เป็นหน่ึงในตาราอาหารไทยน้ัน จึงนับได้ว่าการทาขนมไทยและวัฒนธรรมขนมไทย เร่ิมมีการบันทึกเป็นลาย
ลักษณ์อักษรอย่างมีระบบระเบียบในสมัยรัชกาลท่ี ๕ น้ีเอง แม่ครัวหัวป่าก์เปน็ ตาราอาหารไทยเล่มแรก ประพันธ์
โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ในตาราอาหารไทยเล่มนี้ปรากฏรายการสารับของหวานเลี้ยงพระอัน
ประกอบด้วย ขนมทองหยิบ ขนมฝอยทอง ขนมหมอ้ แกง ขนมหันตรา ขนมถ้วยฟู ข้าวเหนยี วแกว้ ขนมลืมกลนื วนุ้
ผลมะปราง ฯลฯ แสดงให้เห็นว่าคนไทยนิยมทาขนมใช้ในงานบุญ ซึ่งก็เป็นแบบแผนต่อเน่ืองกันมาต้ังแต่สมัย
อยุธยา
ขนมไทยทใ่ี ชใ้ นงำนเทศกำลตำ่ งๆ
การทาขนมน้ันจะคล้ายคลึงกันทุกภาคของประเทศ เพราะเมื่อสาเร็จเป็นรูปร่างขึ้นมาแล้ว รสชาติและ
ลักษณะจะไม่แตกต่างกันนัก ขนมที่นิยมทากันในแต่ละภาค นอกจากจะทาเพื่อรับประทานประจาวันแล้ว ยังทา
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั อำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลกั สตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 9
เพ่ือใชใ้ นพิธกี ารต่างๆ หรือในเทศกาลต่างๆ ซ่งึ จะไดข้ นมท่แี ปลกไปจากทีม่ รี ับประทานประจาวัน และทสี่ าคัญคือ
คนไทยมกี ารทาบุญเล้ียงพระในโอกาสต่างๆ อย่เู สอม นอกจากนนั้ ยงั ใช้เล้ยี งแขกทมี่ าในงานด้วย และบางทีใช้เป็น
ของฝากกลับบา้ น เหลา่ นี้ถือเป็นธรรมเนียมท่ปี ฏบิ ัตสิ บื ตอ่ กนั มา
เรื่องราวของขนมไทยท่ีจัดในโอกาสต่างๆ ดังท่ีกล่าวแล้วตามความเช่ือถอื ของคนไทยแต่บรรพบุรุษยังจัด
เพ่อื ให้เปน็ สิริมงคล เชน่ งานมงคลสมรส งานข้ึนบ้านใหม่ ทาบญุ อายุ ฯลฯ ขนมท่ีใชเ้ ล้ียงพระเลยี้ งแขกจะต้องมีชอื่
เป็นมงคล เช่น ขนมที่เขียนด้วยคาวา่ "ทอง" หรือลงท้ายด้วย "ทอง" เช่น ทองเอก ทองม้วน ทองหยิบ ทองหยอด
ฝอยทอง ตามความเชือ่ เพือ่ นเป็นเอกในบา้ น และเพือ่ ความรา่ รวย ส่วนขนมช้ัน ใหไ้ ด้เลอ่ื นขน้ั เงินเดอื น ขนมถว้ ย
ฟูเพ่ือให้เฟื่องฟูในชีวติ หรือแม้แต่ข้าวเหนียวแก้วเพ่ือให้เกิดเหนียวแน่น ความเป็นปึกแผ่นในครอบครัว เป็นต้น
ประเพณไี ทยกอ่ นทีจ่ ะถึงงานมงคลสมรส จะตอ้ งมีการจดั สง่ เถ้าแก่ไปสขู่ อหมั้นหมายกันไว้ช้ันหนึ่งกอ่ น ใน
พิธีหม้ันจะมีการยกขันหมาก แก้วแหวน เงินทอง ไปบ้านฝ่ายหญิงซง่ึ ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าสาว อาหารที่จัดมีท้ังคาว
หวานใส่เตยี บตามขันหมากหม้นั อาหารที่ใช้กม็ ี ขนมจีนนา้ ยาพรอ้ มแกงขมห่อหมก และไกย่ ่าง ของหวานก็มีขนม
กง ขนมทองเอก ขนมชะมด ขนมรังนก ขนมละมดุ ส่วนชาวบา้ นท่ีมาช่วยงานก็จะได้กินขนมที่เรียกว่า "กนิ 3 ถ้วย"
มีข้าวเหนียวน้ากะทิ ลอดช่องน้ากะทิ ข้าวตอกน้ากะทิ ส่วนขนมท่ีแจกเด็กๆ และชอบกินมากคือ ขนมนางเล็ด
ขนมฝกั บวั กะละเเม ขา้ วเหนียวแก้ว ขนมชน้ั เปน็ ตน้
ถ้าเป็นงานมงคลสมรสมักจะทาขนมหวานให้ครบ 9 อย่าง เจ้าภาพจะรู้สึกว่ามีหน้ามีตามากเวลายกไป
เรือนเจ้าบ่าวจะต้องจัดใส่โตก ห่อกระโจมด้วยผ้าตาด ผูกริบบิ้นสีแดง ขนมท่ีใช้ในงานมงคลสมรสนี้ทางฝ่าย
เจ้าสาวมักจะต้องเป็น ผู้จัดและขนมท่ีนิยมจัดให้คือ ฝอยทอง หรือทองหยิบ ขนมชั้น ขนมถ้ายฟู ขนมทองเอก
ขนมหม้อแกง พุทราจีนเช่ือม ข้าวเหนียวแก้วหรือวุ้นสีต่างๆ ขนม ดอกลาดวนหรือขนมเกสรลาเจียก
ผลไมต้ า่ งๆลอยแกว้ ตามความเชือ่ ขนมบางอย่างทมี่ ีลักษณะเป็นเสน้ มักจะใช้สาหรับงานทาบุญอายุ เชื่อว่า
จะช่วยให้มีอายุยืนยาว แต่กลับไม่ใช้จัดนงานศพ เพราะเช่ือว่าจะมีการตายต่อเนื่องไม่เป็นมงคล เหล่าน้ีถือเป็น
ความเช่อื ใครปฏิบตั ติ ามไดจ้ ะรู้สึกสบายใจอันเปน็ เหตผุ ลใหญ่
การทาบญุ เดือน 10
งานเทศกาลเดือน 10 ตรงกับวันเเรม 1 ค่า เดือน 10 เป็นเทสกาลของภาคใต้ เป็นการทาบุญเพ่ืออุทิศ
ส่วนบญุ ให้ ผู้ลว่ งลับไปแล้ว
ขนมท่ใี ช้ในการทาบุญเดอื น 10
ขนมลา หมายถึง เส้ือผ้าแพรพรรณ แบ่งได้ 2 ชนิด คือ "ลาลอยมัน" และ "ลาเช็ด" ทั้งสองอย่างมี
เคร่ืองปรุงและวิธที อดต่างกันเล็กน้อย มีความแตกต่างตรงชนิดที่ 1 ใช้โรยเส้นบนกระทะที่ทาด้วยนา้ มัน อีกชนิด
หนึ่งใช้โรยลงไปในน้ามนั สาหรบั ทอด ชนิดน้ีเมือ่ เสร็จแล้วจะกรอบ
ขนมพอง หมายถึง ล่องลอยตามจุดม่งุ หมาย หรือแพล่องขา้ ม ขนมพอง หรือ ข้าวพองทาจากข้าวเหนยี ว
โดยนาขา้ วเหนยี วแชน่ ้าไว้ 1 คนื แลว้ นามาล้างใหส้ ะอาดจนหมดกล่ิน นาไปใสส่ วด (หวด) น่งึ จนสุก แล้วนามาอัด
ลงในแบบพิมพ์ อาจจะเป็นรูปวงกลม รปู พระจันทร์คร่งึ ซีก
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอสวุ รรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนย์ฝึกอำชีพชมุ ชน หลักสตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 10
ขนมตะโก้
ประวตั คิ วำมเป็นมำ
ตะโก้ เป็นขนมท่ีมีสว่ นผสม คอื แปง้ กะทแิ ละนา้ ตาลทรายเปน็ หลัก ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ตัวขนมเป็น
แปง้ และนา้ ตาล และส่วนหน้าขนมเปน็ กะทิ แปง้ และเกลอื สว่ นผสมของตวั ขนมสามารถผสมวัตถุดบิ อนื่ เพ่อื ใหเ้ กดิ
รสชาติทหี่ ลากหลาย เช่น แหว้ ข้าวโพด เผือกหรือจะเพม่ิ สีเขยี วของใบเตย และมชี ่ือเรยี กตาม วัตถุดิบทผ่ี สมลงไป
เช่น ตะโก้แห้ว ตะโกเ้ ผือก เป็นตน้
ส่วนผสมและสัดสว่ น
ตวั ตะโก้
1. แป้งมนั 4 ช้อนโต๊ะ
2. แปง้ ขา้ วเจา้ 2 ถว้ ย
3. แห้ว (แบบกระป๋อง) 1 กระปอ๋ ง
4. น้าใบเตย 2 ถว้ ย
5. น้าตาลทราย 2/3 ถ้วย
6. น้าเปลา่ 2 ถ้วย
หนา้ ตะโก้
1. แป้งข้าวเจา้ 2 ถ้วย
2. กะทิ 2 ถว้ ย
3. นา้ ตาลทราย 1 ชอ้ นโตะ๊
4. เกลือป่น 2 ชอ้ นชา
วิธีทำ
1. แห้วหั่นเป็นสเ่ี หลยี่ มลูกเต๋า
2. ผสมแปง้ ขา้ วเจา้ แป้งมนั และน้าตาลทรายเขา้ ด้วยกัน เติมนา้ เปล่าและน้าใบเตยลงไป คนผสมใหเ้ ขา้
เป็นเนอ้ื เดยี วกนั
3. ยกข้ึนตง้ั ไฟกวนไปเรื่อยๆ จนสว่ นผสมข้นเหนียว ใส่แห้วลงไป รอจนแป้งท่ไี ด้เหนียว
4. ตกั หยอดใส่ถ้วยหรือกระทงทเ่ี ตรยี มไว้
5. ทาหนา้ ตะโก้ โดยผสมแป้ง กะทิ น้าตาลและเกลือเขา้ ดว้ ยกนั ยกข้ึนตัง้ ไฟอ่อนจนส่วนผสมเริ่มขน้
6. ตักส่วนผสมหยอดหน้าตวั ขนมตะโก้ อาจแตง่ หนา้ ขนมด้วยแหว้ ชน้ิ เลก็ ๆ
กศน.ตำบลนำด่ำน ศูนยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 11
บทที่ 3
วธิ ีดำเนินกำรดำเนนิ งำน
การประเมินคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือประเมินประสิทธิผลของโครงการในการดาเนินงาน จัดการ
ดาเนินงานโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนหลักสูตรพัฒนาอาชีพ กลุ่มสนใจ วิชาการทาขนมไทย ดังรายละเอียด
ดังต่อไปน้ี
ข้นั เตรยี มการ ( planning )
ขั้นดาเนนิ การ ( Doing )
ขนั้ การติดตามผลและประเมินผล ( Checking and Acting )
ขั้นเตรียมการ ( planning )
1. แต่งตั้งคณะกรรมการ
2. ประชุมช้แี จงและวางแผนการดาเนนิ งานของคณะกรรมการดาเนินงานที่ได้รับมอบหมาย
3. เตรียมเอกสารให้กบั ผ้เู ขา้ รว่ มโครงการและแบบประเมินผลเพื่อศึกษาความสาเร็จของโครงการ
ข้ันดาเนนิ การ ( Doing )
1. ดาเนนิ การประสานงานผู้ที่เก่ยี วขอ้ ง
- องคก์ ารปกครองส่วนท้องถิ่น/ผู้นาชมุ ชน -วทิ ยากร
2. จัดอบรม
3. ประเมินผลโครงการ โดยให้ผู้เขา้ รว่ มโครงการออกแบบประเมนิ ความพงึ พอใจในการเข้าร่วมโครงการ
4. รวบรวมข้อมลู จากแบบประเมนิ
5. สรปุ ผลความพงึ พอใจของผู้เข้ารว่ มโครงการ
ขน้ั การตดิ ตามผลและประเมนิ ผล ( Checking and Acting )
1. เครอื่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล เปน็ แบบประเมินความพึงพอใจ ซงึ่ แบง่ ออกเป็น 3 ตอน คือ
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ทัว่ ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจของผูเ้ ขา้ รบั การอบรม
ตอนที่ 3 ขอ้ คิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะในการจัดอบรมครงั้ ตอ่ ไป เปน็ ข้อคาถามแบบปลายเปดิ
2. การเก็บรวบรวมข้อมลู
การประเมนิ ผลครง้ั น้ี ทาการศึกษากลุม่ เป้าหมายคือประชาชนทวั่ ไปที่สนใจเข้าร่วม รบั การอบรม
ในครงั้ น้ี จานวนทั้งสน้ิ 7 คน
3. วิเคราะห์ขอ้ มลู
สถติ ทิ ใ่ี ช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ข้อมลู เชงิ ปรมิ าณ ใช้วิธีวิเคราะหค์ า่ ความถี่ คา่ รอ้ ยละ ส่วนขอ้ มูล
เชิง คุณภาพจากขอ้ คาถามปลายเปดิ ใช้วธิ วี เิ คราะหเ์ นื้อหา
กศน.ตำบลนำด่ำน ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอสวุ รรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลกั สตู รพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 12
4. เกณฑก์ ารประเมิน จากความพงึ พอใจทอ่ี ยใู่ นระดับมาก นามาหาค่าเฉลีย่ ดังต่อไปน้ี
1) รอ้ ยละ 80 – 100 อยูใ่ นระดบั ดมี าก
2) รอ้ ยละ 70 – 79 อย่ใู นระดบั ดี
3) ร้อยละ 60 – 69 อย่ใู นระดบั ปานกลาง
4) รอ้ ยละ 50 – 59 อยรู่ ะดบั พอใช้
5) รอ้ ยละ 40 – 49 ควรปรบั ปรุง
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศูนยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั อำเภอสวุ รรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 13
บทท่ี 4
ผลกำรดำเนินโครงกำร
ในการประเมินผลการดาเนินงาน กศน.ตาบลนาด่าน ได้จัดทาเคร่ืองมือเป็นแบบสอบถาม
วัดระดับความคิดเห็นและความพึงพอใจในการดาเนินกิจกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนแรกเป็นคาถาม
เก่ียวกับข้อมูลท่ัวไป ส่วนที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้ารับร่วมกิจกรรม และ ส่วนท่ี 3 เป็นคาถาม
ปลายเปิด ข้อคิดเห็นอ่ืนๆและข้อเสนอแนะ ส่วนท่ีสามเป็นคาถามปลายเปิดเน้ือหาสาระท่ีต้องการพัฒนาในครั้ง
ต่อไป ซึ่งในการเก็บรวบรวมข้อมลู นน้ั ได้แจกแบบสอบถามแก่ผู้เข้ารับบริการ การเข้าร่วมโครงการศูนย์ฝึกอาชพี
ชุมชน โดยมีกล่มุ อาชพี 1 กล่มุ จานวน 7 คน ไดร้ ับแบบสอบถามคืนจานวน 7 ฉบับ จากผู้เขา้ รับการ 7 คน คิด
เปน็ รอ้ ยละ 100 ซ่ึงใช้วัดระดับความคดิ เหน็ และความพงึ พอใจที่มีตอ่ โครงการจะปรากฏดงั นี้
ตอนท่ี 1 ข้อมลู ทว่ั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม จากผเู้ ข้าอบรมจานวน 10 คน
ผเู้ ขา้ อบรม จาแนกตามเพศ
เพศ จำนวน ( คน ) ร้อยละ
ชาย - -
หญงิ 7 100.00
รวม 7 100.00
จากตาราง พบวา่ ผทู้ เี่ ข้าอบรมท้ังหมดเปน็ เพศหญิง จานวน 7 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100.00
ผ้เู ขา้ รบั การอบรม จาแนกตามอายุ จานวน ( คน ) รอ้ ยละ
อายุ - -
2 28.57
ตา่ กว่า 15 ปี 4 57.14
15 – 39 ปี 1 14.29
40 – 59 ปี 7 100.00
60 ปีขน้ึ ไป
รวม
จากตาราง พบว่าผู้ท่ีเข้าอบรม มีอายุระหว่าง 15 – 39 ปี จานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 28.57 มีอายุ
ระหว่าง 40 – 59 ปี จานวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 57.14 และมีอายุ 60 ปขี นึ้ ไป จานวน 1 คน คดิ เป็น
ร้อยละ 14.29
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอสุวรรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชมุ ชน หลักสูตรพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 14
ผเู้ ขา้ อบรม จาแนกตามระดับการศึกษา จำนวน ( คน ) รอ้ ยละ
ระดบั กำรศึกษำ - -
4 57.14
ป.4 2 28.57
ป.6 -
ม.ต้น - -
ม.ปลาย - -
ปวช. 1 -
ปวส. - 14.29
ปริญญาตรี 7 -
อ่ืนๆ โปรดระบุ ................. 100.00
รวม
จากตารางพบวา่ ผูเ้ ขา้ อบรม มรี ะดับการศึกษา ป.6 จานวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 57.14 ระดบั การศกึ ษา
ม.ต้น จานวน 2 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 28.57 และ ระดับการศึกษา ปรญิ ญาตรี จานวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ
14.29
ผู้เขา้ อบรม จาแนกตามอาชพี
อำชีพ จำนวน ( คน ) รอ้ ยละ
ผู้นาทอ้ งถิ่น - -
-
อบต./เทศบาล - -
-
พนกั งานรัฐวิสาหกิจ - 100.00
-
ทหารกองประจาการ - -
-
เกษตร 7 -
-
รับราชการ - -
-
ค้าขาย - 100.00
รับจ้าง -
อสม. -
แรงงานตา่ งด้าว -
ว่างงาน -
อ่ืนๆโปรดระบ.ุ ............................ -
รวม 7
จากตารางผูเ้ ขา้ อบรม มอี าชพี เป็นเกษตรกร จานวน 7 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลกั สูตรพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 15
ตอนที่ 2 ด้านกระบวนการจัดกจิ กรรมและความพงึ พอใจของผูเ้ รยี น/ผ้รู บั บริการ
ผปู้ ระเมนิ ไดแ้ ก่ ผ้เู ขา้ ร่วมโครงการทุกคน
ตอนท่ี 1 ควำมพึงพอใจดำ้ นเนอื้ หำ
ระดับกำรประเมิน
ท่ี รำยกำร มำกท่สี ดุ มำก ปำน น้อย น้อย รวม
กลำง ท่ีสดุ
1 เนื้อหาตรงตามความตอ้ งการ 2 4 1- -7
( 28.57 ) ( 57.14 ) ( 14.29 ) (100.00)
2 เน้อื หาเพยี งพอต่อความตอ้ งการ 43 -- 7
( 57.14 ) ( 42.86 )
(100.00)
3 เนื้อหาปจั จุบันทนั สมัย 34 -- 7
( 42.86 ) ( 57.14 )
(100.00)
4 เน้ือหามีประโยชน์ตอ่ การนาไปใช้ 25 -- 7
ในการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ( 28.57 ) ( 71.43 )
(100.00)
เฉล่ยี รวม 39.29 57.14 3.57 - - 100.00
จากตาราง การวิเคราะห์ข้อมลู ความพงึ พอใจด้านเน้ือหา โดยวัดเปน็ รายดา้ น สรปุ ผลดงั นค้ี ือ
1. เนื้อหาตรงตามความต้องการ จานวนผู้ที่ตอบมีความพอใจมากท่ีสุด จานวน 2 คน คิดเป็น ร้อยละ
28.57 พอใจในระดบั มาก จานวน 4 คน คิดเป็น ร้อยละ 57.14 และพอใจระดบั ปานกลาง จานวน 1 คน คดิ เป็น
ร้อยละ 14.29
2. เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ จานวนผู้ท่ีมีความพึงพอใจมากท่ีสุด จานวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ
57.14 พอใจในระดบั มาก จานวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 42.86
3. เน้ือหาปจั จบุ นั ทันสมัย จานวนผทู้ ี่มีความพึงพอใจมากทสี่ ุด จานวน 3 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 42.86 พอใจ
ในระดบั มาก จานวน 4 คน คดิ เป็นร้อยละ 57.14
4. เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนาไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต จานวนผู้ที่ตอบมีความพอใจมากท่ีสุด
จานวน 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 28.57 พอใจในระดับมาก จานวน 5 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 71.43
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลกั สูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 16
ตอนที่ 2 ควำมพงึ พอใจดำ้ นกระบวนกำรจดั กิจกรรมกำรอบรม
ระดับกำรประเมิน
ท่ี รำยกำร มำกที่สดุ มำก ปำน นอ้ ย นอ้ ย รวม
กลำง ทีส่ ุด
5 การเตรยี มความพร้อมกอ่ นอบรม 151 - -7
( 14.29 ) ( 71.43 ) ( 14.28 ) (100.00)
6 การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกับ - 6 1- -7
วตั ถุประสงค์ ( 85.71 ) ( 14.29 ) (100.00)
7 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับเวลา -7- - -7
(100.00) (100.00)
8 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกบั -7- - -7
กลมุ่ เป้าหมาย (100.00) (100.00)
9 วธิ กี ารวัดผล/ประเมนิ ผลเหมาะสม -7- - -7
กับวัตถปุ ระสงค์ (100.00) (100.00)
เฉลี่ยรวม 2.86 91.43 5.71 - - 100.00
จำกตำรำง การวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจด้านความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม โดยวัด
เปน็ รายด้าน สรุปผลดงั นี้คอื
5. การเตรียมความพรอ้ มกอ่ นอบรม จานวนผ้ทู ต่ี อบมคี วามพอใจมากทส่ี ุด จานวน 1 คน คดิ เป็น ร้อยละ
14.29 พอใจในระดับมาก จานวน 5 คน คิดเป็น ร้อยละ 71.43 และพอใจระดับปานกลาง จานวน 1 คน คิดเป็น
ร้อยละ 14.28
6. การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ จานวนผู้ที่มีความพึงพอใจระดับมาก จานวน 6 คน
คดิ เป็นรอ้ ยละ 85.71 พอใจในระดับปานกลาง จานวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 14.29
7. การจัดกิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา จานวนผู้ท่ีมีความพึงพอใจระดับมาก จานวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ
100.00
8. การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกับกลมุ่ เป้าหมาย จานวนผู้ที่มีความพงึ พอใจระดบั มาก จานวน 7 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 100.00
9. วธิ ีการวดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ จานวนผทู้ ่มี ีความพงึ พอใจระดบั มาก จานวน 7 คน
คิดเปน็ รอ้ ยละ 100.00
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชมุ ชน หลกั สูตรพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 17
ตอนท่ี 3 ควำมพึงพอใจต่อวทิ ยำกร
ระดบั กำรประเมิน
ท่ี รำยกำร มำกท่ีสุด มำก ปำน นอ้ ย นอ้ ย รวม
กลำง ที่สุด
10 วิทยากรมีความรู้ความสามารถใน - 7 --- 7
เรือ่ งทีถ่ า่ ยทอด
(100.00) (100.00)
11 วทิ ยากรมีเทคนิคการถ่ายทอด ใช้สือ่ 34 - - -7
เหมาะสม ( 42.86 ) ( 57.14 ) (100.00)
12 วทิ ยากรเปดิ โอกาสใหม้ สี ว่ นรว่ มและ 43 - - -7
ซกั ถาม ( 57.14 ) ( 42.86 ) (100.00)
เฉลย่ี รวม 33.33 66.67 - - 100.00
จากตาราง การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ความพงึ พอใจตอ่ วทิ ยากรโดยวดั เปน็ รายด้าน สรปุ ผลดังนคี้ อื
10. วิทยากรมีความร้คู วามสามารถในเรอ่ื งท่ีถา่ ยทอด จานวนผทู้ ีม่ ีความพงึ พอใจระดับมาก จานวน 7 คน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00
11. วทิ ยากรมีเทคนคิ การถ่ายทอด ใช้ส่อื เหมาะสม จานวนผ้ทู ่มี ีความพึงพอใจมากทส่ี ุด จานวน 3 คน คิด
เป็นรอ้ ยละ 42.86 พอใจในระดบั มาก จานวน 4 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 57.14
12. วิทยากรเปดิ โอกาสใหม้ ีสว่ นร่วมและซักถาม จานวนผู้ท่ีตอบมีความพอใจมากท่ีสดุ จานวน 4 คน คิด
เป็น ร้อยละ 57.14 พอใจในระดับมาก จานวน 3 คน คดิ เป็น ร้อยละ 42.86
ตอนที่ 4 ควำมพึงพอใจดำ้ นกำรอำนวยควำมสะดวก
ระดบั กำรประเมนิ
ท่ี รำยกำร มำกท่ีสุด มำก ปำน นอ้ ย นอ้ ย รวม
กลำง ที่สดุ
13 สถานที่ วัสดุ อปุ กรณ์และสงิ่ อานวย 43 - - -7
ความสะดวก ( 57.14 ) ( 42.86 ) (100.00)
14 การส่อื สาร การสรา้ งบรรยากาศเพื่อให้ - 7 - - -7
เกิดการเรยี นรู้ (100.00) (100.00)
15 การบรกิ าร การช่วยเหลือและการ 16 - - -7
แกป้ ัญหา ( 14.29 ) ( 85.71 ) (100.00)
เฉลี่ยรวม 23.81 76.19 - - - 100.00
กศน.ตำบลนำด่ำน ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชมุ ชน หลกั สตู รพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 18
จากตาราง การวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจด้านการอานวยความสะดวก โดยวัดเป็นรายด้าน สรุปผล
ดังนคี้ ือ
13. สถานท่ี วสั ดุ อุปกรณ์และสง่ิ อานวยความสะดวก จานวนผทู้ ีต่ อบมีความพอใจมากที่สุด จานวน 4 คน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 57.14 พอใจในระดับมาก จานวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 42.86
14. การสอ่ื สาร การสร้างบรรยากาศเพอ่ื ให้เกิดการเรียนรู้ จานวนผ้ทู ม่ี คี วามพงึ พอใจมากที่สดุ จานวน 7
คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100.00
15. การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา จานวนผู้ท่ีมีความพึงพอใจมากที่สุด จานวน 1 คน
คดิ เปน็ ร้อยละ 14.29 พอใจในระดับมาก จานวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 85.71
สรุป แบบสอบถำมควำมพงึ พอใจรวมทกุ ด้ำน จำนวน ( ร้อยละ )ผู้ตอบ
รำยกำรคำถำม มำกท่ีสุด มำก สรุป
39.29 57.14 96.43
ตอนท่ี 1 ความพงึ พอใจด้านเนอ้ื หา 2.86 91.43 94.29
ตอนที่ 2 ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกจิ กรรมการอบรม 33.33 66.67 100
ตอนท่ี 3 ความพงึ พอใจตอ่ วิทยากร 23.81 76.19 100
ตอนที่ 4 ความพงึ พอใจด้านการอานวยความสะดวก 24.82 72.86 97.68
เฉลย่ี รวม
จากตารางวิเคราะห์ ความพงึ พอใจรวมในทกุ ดา้ น สรุปผลไดด้ งั นี้
ตวั ช้ีวัด เกณฑ์ ผล เปา้ หมายการบรรลุ
บรรลุ ไม่บรรลุ
ตอนท่ี 1 ความพงึ พอใจด้านเน้ือหา รอ้ ยละ 80 –100 มคี วามรู้ ความพงึ 96.43
พอใจ ระดับมากท่ีสุดขึ้นไป
ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจด้าน รอ้ ยละ 80 –100 มคี วามรู้ ความพึง 94.29
กระบวนการจดั กจิ กรรมการอบรม พอใจ ระดับมากท่ีสดุ ขนึ้ ไป
ตอนท่ี 3 ความพึงพอใจต่อ ร้อยละ 80 –100 มีความรู้ ความพงึ 100
วิทยากร พอใจ ระดบั มากที่สุดขึ้นไป
ตอนที่ 4 ความพงึ พอใจด้านการ รอ้ ยละ 80 –100 มคี วามรู้ ความพงึ 100
อานวยความสะดวก พอใจ ระดบั มากท่ีสดุ ขน้ึ ไป
เฉล่ียรวม ร้อยละ 80 –100 มคี วามรู้ ความพึง 97.68
พอใจ ระดบั มากที่สดุ ขึน้ ไปดี
กศน.ตำบลนำด่ำน ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอสุวรรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลกั สูตรพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 19
จากการประเมินผลการดาเนินงานการจัดโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนหลักสูตรพัฒนาอาชีพ กลุ่มสนใน
วิชาการแปรรูปกลว้ ย ของ กศน.ตาบลนาดา่ น มผี ลการดาเนินกิจกรรม บรรลตุ ามวัตถปุ ระสงค์
ตอนที่ 3 ด้ำนกำรนำควำมรู้ท่ีได้รบั ไปใช้ประโยชน์
จากแบบสอบถาม ผเู้ รียนไดน้ าความรู้ท่ไี ด้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง
จานวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 100 โดยจะแบ่งออกได้ดังต่อไปน้ี ใช้ในการต่ออาชีพเดิมให้มีรายได้เพ่ิมข้ึน
จานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 28.57 ต้องการทาเป็นอาชีพ จานวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 14.29 และ ต้องการ
ได้รบั การพัฒนา จานวน 4 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 57.14
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั อำเภอสุวรรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 20
บทท่ี 5
สรปุ ผลและข้อเสนอแนะ
การประเมินโครงการ ศูนยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน ของ กศน.ตาบลนาด่าน โดยมีผูเ้ ข้ารว่ มโครงการ จานวน 7
คน ซง่ึ การประเมินผลสรปุ เมื่อสน้ิ สุดโครงการ สรปุ ผลการประเมนิ ดังน้ี
วัตถปุ ระสงคข์ องกำรประเมนิ
เพ่ือประเมินประสิทธิผลของการดาเนินงาน โครงการ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ของประชาชนท่ัวไปท่ีสนใจ
ในโครงการท่ี กศน.ตาบลนาดา่ น จัดข้นึ
ประชำกรกลุม่ ตัวอยำ่ ง
การประเมินในครั้งนี้ ทาการศึกษาทั้งกลุ่มประชากรผู้เข้าร่วมกิจกรรม โครงการ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน
ของ กศน.ตาบลนาดา่ น กลุม่ เป้าหมายจานวน 6 คน และ มผี ู้ทสี่ นใจเขา้ รว่ มกจิ กรรม จานวน 7 คน คิดเปน็ ร้อย
ละ 116.67
เครื่องมือท่ใี ช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมลู
เคร่อื งมือท่ีใช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล เปน็ แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ ซึง่ แบ่งออกเปน็ 3 ตอน คอื
ตอนท่ี 1 ข้อมลู ท่วั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามความพึงพอใจของผูเ้ ข้ารบั การอบรม
ตอนท่ี 3 ขอ้ คดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะในการจัดอบรมครง้ั ตอ่ ไป เปน็ ข้อคาถามแบบปลายเปิด
2. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
การประเมินผลครั้งนี้ ทาการศึกษากลุ่มเป้าหมายคือ ประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วม กิจกรรมในคร้ังน้ี
จานวนทงั้ สน้ิ 7 คน
3.วเิ คราะหข์ อ้ มลู
สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้วิธีวิเคราะห์ค่าความถ่ี ค่าร้อยละ ส่วนข้อมูลเชิง
คุณภาพจากขอ้ คาถามปลายเปดิ ใชว้ ิธีวเิ คราะห์เนื้อหา
4. เกณฑ์การประเมนิ
จากความพงึ พอใจท่ีอยูใ่ นระดบั มาก นามาหาค่าเฉลย่ี ดังต่อไปนี้
1) ร้อยละ 80 – 100 อย่ใู นระดบั ดีมาก
2) ร้อยละ 70 – 79 อยู่ในระดบั ดี
3) ร้อยละ 60 – 69 อย่ใู นระดับปานกลาง
4) รอ้ ยละ 50 – 59 อย่รู ะดับพอใช้
5) ร้อยละ 40 – 49 ควรปรับปรุง
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศูนยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ย์ฝึกอำชีพชมุ ชน หลกั สูตรพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 21
อภปิ รำยผล
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการตอบแบบประมินของผู้เข้าร่วมโครงการ พบว่า มีความพึงพอใจใน
ภาพรวมของโครงการในระดับระดับดีมาก ร้อยละ 97.68 และผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจและทักษะ
เพิ่มมากข้ึนและสามารถนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าการดาเนินโครงการอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมการจดั
โครงการในครั้งน้ี บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ ผู้เข้าร่วมการอบรม/เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้ความ
เขา้ ใจ สามรถนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้ และ สามารถทจ่ี ะนาความร้ทู ไ่ี ดไ้ ปขยายผลในชุมชนต่อไปได้
แนวทำงกำรดำเนินงำนครงั้ ต่อไป
จากการประเมินผลทาให้ทราบวา่ การจัดกิจกรรมโครงการ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน มีประโยชน์กับผู้เข้ารับ
การฝกึ อบรมเปน็ อย่างมาก สามารถทีจ่ ะนาความร้ทู ่ไี ด้ไปปรับใช้ในชวี ิตประจาวันตอ่ ไป
กศน.ตาบลนาดา่ น จะเรง่ พัฒนาและจดั ทาหลักสตู รการศกึ ษาเพอื่ พฒั นาทักษะชีวิตใหม้ คี วามสอดคล้อง
กับความต้องการและความเหมาะสมกับท้องถ่ิน เพื่อเป็นการส่งเสริมชีวิตที่มีอยู่ในชุมชนให้ได้รับการพัฒนาและ
สง่ เสรมิ ให้มชี วี ติ ทีด่ ีตอ่ ไป
ขอ้ เสนอแนะ
- อยากใหม้ ีการจัดทาโครงการนี้อกี
- อยากให้มดี งู านทีไ่ กลๆ เพือ่ จะไดน้ ามาเปน็ แนวทางในการประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวนั ตอ่ ไป
- อยากใหเ้ พมิ่ เวลาขึน้ อกี สาหรับการทาวิชานี้
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสวุ รรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชมุ ชน หลกั สตู รพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 22
ภำคผนวก
กศน.ตำบลนำด่ำน ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคหู ำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 23
ภำพกิจกรรม
โครงกำรศูนย์ฝกึ อำชพี ชมุ ชน หลักสตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 24
ภำพกิจกรรม
โครงกำรศูนย์ฝกึ อำชพี ชมุ ชน หลักสตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 25
ภำพกิจกรรม
โครงกำรศูนย์ฝกึ อำชพี ชมุ ชน หลักสตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 26
ภำพกิจกรรม
โครงกำรศูนย์ฝกึ อำชพี ชมุ ชน หลักสตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 27
ภำพกิจกรรม
โครงกำรศูนย์ฝกึ อำชพี ชมุ ชน หลักสตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 28
ภำพกิจกรรม
โครงกำรศูนย์ฝกึ อำชพี ชมุ ชน หลักสตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 29
ภำพกิจกรรม
โครงกำรศูนย์ฝกึ อำชพี ชมุ ชน หลักสตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน หลักสูตรพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 30
ภำพกิจกรรม
โครงกำรศูนย์ฝกึ อำชพี ชมุ ชน หลักสตู รพัฒนำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย
กศน.ตำบลนำดำ่ น ศนู ยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอสุวรรณคูหำ
รำยงำนผลกำรดำเนินโครงกำรศนู ยฝ์ ึกอำชีพชมุ ชน หลกั สตู รพฒั นำอำชีพ วิชำกำรทำขนมไทย 0
คณะทำงำน
ทีป่ รึกษำ
1. นายวนิ ัย แสงใส ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอเมอื งหนองบัวลาภู
รักษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอสวุ รรณคูหา
2. นางสาวพิชชาพิมพ์ เพช็ รเวยี ง ครูผชู้ ่วย
3. นางสาวอารยา วชิ าสวัสดิ์ ครผู ้ชู ่วย
4. นายอภชิ าติ สุทธิโสม ครอู าสาสมคั รการศกึ ษานอกโรงเรยี น
5. นางสุวรรณา สุทธิโสม ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
6. นายวชรพล เพยี เทพ ครอู าสาสมคั รการศกึ ษานอกโรงเรยี น
คณะทำงำน ครู กศน.ตาบล
1. นางฐิติพรรณ ใหมว่ งษ์ ครู กศน.ตาบล
2. นางสาววงค์เดอื น พันธล์ ี ครูศนู ยก์ ารเรียนชุมชน
3. นางสาวจฑุ ามาศ ดู่ป้อง
ผู้จดั พมิ พ์/ออกแบบปก ครู กศน.ตาบล
นางฐิติพรรณ ใหมว่ งษ์
กศน.ตำบลนำด่ำน ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั อำเภอสวุ รรณคูหำ