ก ชื่อเรื่อง การทะเลาะวิวาทในโรงเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ชื่อผู้จัดทำ 1. นายศุภโชติ นิยะกิจ ชั้น ม.4/1 เลขที่ 11 2. นางสาวอรุณี พัฒนสิงห์ ชั้น ม.4/6 เลขที่ 27 3. นางสาวรุ่งนภา นวลสุทธิ์ ชั้น ม.4/6 เลขที่ 24 ชื่อครูที่ปรึกษา คุณครูวิลาวัลย์ กัณรงค์ อีเมล์ครูที่ปรึกษา [email protected] โรงเรียน สุราษฎร์ธานี๒ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปีการศึกษา 2566 บทคัดย่อ การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทการสำรวจครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1.) เพื่อต้องการที่จะศึกษา การก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในโรงเรียน โดยศึกษาเหตุทะเลาะวิวาทปีการศึกษา2565 ภาคเรียนที่ 1 ถึงปี การศึกษา2566 ภาคเรียนที่ 2 2.) เพื่อศึกษาถึงสาเหตุการทะเลาะวิวาท 3.) เพื่อต้องการที่จะนำมาสรุปผลเป็น รายเดือนและดูว่าเดือนใดมีการก่อเหตุมากและมีสาเหตุที่มาอย่างไรและเพื่อให้ทราบว่าชั้นไหนที่ก่อเหตุ ทะเลาะวิวาทภายในโรงเรียนมาก 4.) แนะนำและอบรมวิธีการลดเหตุทะเลาะวิวาทในภายในโรงเรียน โดยจะ นำข้อมูลที่ได้มาแสดงเป็นแผนภูมิแท่งเพื่อแสดงเหตุการทะเลาะวิวาท ซึ่งสามารถสรุปผลการทดลอง ได้ดังนี้ 1. จากผลการสำรวจพบว่าสาเหตุที่มีการทะเลาะวิวาทคือ ทะเลาะกันในสื่อออนไลน์และนำไปสู่การทะเลาะ วิวาท การมองหน้ากันและมีการด่าทอกันกับพี่เข้าไปร่วมการทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เห็นเพื่อนหยอกล้อเล่นกันจนเกิดการทะเลาะวิวาทและเข้าไปร่วมด้วยรวมไปถึงท้าทายชกต่อย กัน แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาลรังแกผู้อื่นจากสาเหตุที่กล่าวมาพบว่า การแสดงตนเป็นอันพาล พบมากที่สุด 2. ปัจจัยที่ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท คือ การปลูกฝังจากรุ่นพี่ศิษย์เก่า ข่าวและสื่อสังคมออนไลน์ ความคึก คะนองของวัยรุ่นและการยั่วยุ
ข สารบัญ หน้า บทคัดย่อ ก สารบัญ ข กิตติกรรมประกาศ ค บทที่ บทที่ 1 บทนำ 1 ที่มาและความสำคัญ วัตถุประสงค์ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2 ความหมายการทะเลาะวิวาท ลักษณะการก่อเหตุทะเลาะวิวาท สาเหตุการทะเลาะววาท บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ 6 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง แบบแผนการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงานการสำรวจ การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การดำเนินการ บทที่ 4 ผลการดำเนินการ 10 วัตถุประสงค์ ผลการบันทึก
บทที่ 5 สรุปผลการดำเนินการ และอภิปรายผลการดำเนินการ 17 วัตถุประสงค์ สรุปผลการสำรวจ อภิปรายการสำรวจ ข้อเสนอแนะ บรรณานุกรม
ค กิตติกรรมประกาศ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทสำรวจครั้งนี้ โครงงานนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยการให้คำปรึกษา การแนะนำแนวทางในการดำเนินงานจากผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งควรแก่การประกาศเกียรติคุณ ไว้ ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณ คุณครูวิลาวัลย์ กัณรงค์ ที่กรุณาเป็นครูที่ปรึกษา โครงงานในครั้งนี้ ที่ได้ให้คำเสนอแนะ แนวคิด ตลอดจนแก้ไข และตรวจสอบข้อบกพร่องต่างๆ ในการทำโครงงานครั้งนี้จนสมบูรณ์และช่วย ตรวจสอบการเขียนรายงานจนเสร็จสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ประจำห้องกิจการนักเรียน โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ที่ช่วยสละเวลา และนำ ข้อมูลสำหรับการจัดทำโครงงานชิ้นนี้ ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยให้คำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการเลือกคำ และเกี่ยวกับโครงงานชั้นนี้ จนทำให้ โครงงานสำเร็จลุล่วงงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทสำรวจในครั้งนี้ ที่ทำให้รายงานสำเร็จสมบูรณ์ คณะผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลองหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ แก่ผู้ที่สนใจ คุณค่าประการใดที่พึงมีจากโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลองเล่มนี้ ขอมอบเป็นเครื่อง สักการะบูชาต่อพระคุณบิดา มารดา ครู อาจารย์ ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่าน คณะผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทสำรวจ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒
บทที่ 1 บทนำ ที่มาและความสำคัญ โรงเรียนเป็นสถานศึกษาซึ่งในโรงเรียนมัธยมจะมีนักเรียนในช่วงวัยรุ่น จึงมีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท เกิดขึ้นได้ เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยของการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ในช่วงวัยนี้สภาพแวดล้อม รอบๆตัวมีอิทธิพลอย่างมากต่อการซึมซับสิ่งต่างๆในสังคมซึ่งจะสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมและการอยู่ร่วมกัน ในสังคม ดังนั้นปัญหาการทะเลาะวิวาทในโรงเรียนจึงเป็นสิ่งที่เห็นได้บ่อยและอาจจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ในสถานศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยภายในและภายนอกซึ่งอาจจะเป็นตัวกระตุ้นสำหรับพฤติกรรมต่างๆของวัยรุ่น อย่างความต้องการหรือมุมมองของวัยรุ่นที่แตกต่างจากวัยอื่นๆ และรวมไปถึงด้านสังคมและวัฒนธรรมของ วัยรุ่นที่อาจจะมีอิทธิพลอย่างมากหรืออาจจะเป็นการเลียนแบบพฤติกรรมของคนในครอบครัว เพื่อน สังคม รอบตัว ในการกำหนดค่านิยมในการแสดงออกทัศนคติและพฤติกรรมของวัยรุ่นอย่างมาก จึงใช้พื้นที่นี้ในการ แสดงความเป็นตัวเองออกมาหรือแสดงความต้องการที่จะเป็นที่ยอมรับในการเป็นผู้นำหรือการเข้าสังคมในหมู่ เพื่อน ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาจึงต้องการที่จะศึกษาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนในโรงเรียน เพื่อจะได้ทราบ ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะนำความรู้ไปปรับใช้และให้แนวทางในการ แก้ปัญหาและยังสามารถนำแนวทางในการลดปัญหาการทะเลาะวิวาทไปเผยแพร่ต่อได้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อ ผู้อื่น วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษามูลเหตุของการทะเลาะวิวาทในโรงเรียน 2. เพื่อศึกษาการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในแต่ละ 1 เดือนมีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นกี่ครั้งและนำไป ประเมินสรุป 3. แนะนำและอบรมวิธีการลดเหตุทะเลาะวิวาทในภายในโรงเรียน 4. เพื่อศึกษาปัจจัยด้านต่างๆที่เป็นมูลเหตุของการทะเลาะวิวาท ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ในการศึกษาเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทในโรงเรียน เพื่อต้องการทราบเกี่ยวกับมูลเหตุว่าเกิดจากสาเหตุ อะไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาและป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทในโรงเรียนให้น้อยลง รวมถึงมีการ ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎภายในโรงเรียนเมื่อเกิดการทะเลาะวิวาทในโรงเรียนขึ้น และผลกระทบที่ อาจจะตามมาจากการทะเลาะวิวาท
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ความหมายการทะเลาะวิวาท การทะเลาะวิวาท เป็นพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นความคิดการกระทำที่อยู่ภายใต้อารมณ์ที่เกิดจาก แรงจูงใจทั้งภายในและภายนอกของกลุ่มบุคคลทั้งสองฝ่ายเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งระดับที่ใช้ความรุนแรง ต่อกันด้วยคำพูด การใช้กำลัง และถึงขั้นใช้อาวุธทำร้ายกัน อาจเป็นการทะเลาะระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล หรือ ระหว่างองค์กร สถาบัน ทำให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียด เกิดความหวาดระแวง ไม่ไว้ใจกัน ไม่มั่นใจในความ ปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่น เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เป็นพรรคเป็นพวก ขาดความสามัคคีปรองดอง จึง เป็นเหตุของการทะเลาะวิวาท ลักษณะการก่อเหตุทะเลาะวิวาท สำหรับลักษณะการก่อเหตุไม่สงบทั้งในและนอกสถานศึกษาในประเทศไทย มี 2 ลักษณะ ดังนี้ 1. การก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือการยกพวกตีกัน หมายถึง พฤติการณ์ยกพวกตีกันตามสถานที่ต่างๆ หรือตามงานแสดงดนตรีรวมถึงการไปเจอกันโดย บังเอิญและพวกที่มีน้อยกว่า หรือไม่รู้เรื่องโดนรุมทำร้าย สาเหตุในประเด็นนี้อาจเป็นข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ ผสมกันได้ทั้งนั้น โดยมีสาเหตุดังนี้ 1.1 อยู่ในวัยคะนองเพียงแต่มองหน้ากันก็ทำให้เกิดเหตุวิวาทกันขึ้น ซึ่งอาจพบว่าเราเป็นกันได้ทุกคน เจอหน้าบางคนแล้วไม่ชอบไม่ถูกชะตาแบบไม่มีเหตุผล แต่ ด้วยวุฒิภาวะ การอบรม หรือการยั้งคิดอะไรต่างๆก็ตาม ทำให้การแสดงออกถึงความไม่ถูกชะตาของ แต่ละคนต่างกัน 1.2 เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน เมื่อไปพบกันเข้าก็จะยกพวกหรือแอบทำร้ายร่างกายกัน เรื่องที่โกรธเคืองกันอาจมีได้สารพัด อาจเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆซึ่งอาจก่อปัญหาต่างๆตามมา มากมาย ซึ่งอาจจะเกิดตั้งแต่บ้านใกล้กันแต่อยู่กันคนละโรงเรียน มีปัญหากันตั้งแต่ที่บ้านแล้ว เหยียบ เท้ากันบนรถประจำทาง เดินชนกันบนห้างสรรพสินค้า เป็นต้น สาเหตุเรื่องนี้ คงพูดได้ว่า จะก่อปัญหาลูกโซ่ตีกันซ้ำซากตามมา เอาคืนกันตลอด วนกันไปเรื่อยแทนที่ จะเจ็บแค่สถาบันละคนก็ลามใหญ่โต 1.3 การเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของประชากร ทำให้สถานศึกษาต้องรับนักเรียนจำนวนมากขึ้น ปัญหานี้เป็นเรื่องของการจัดการโดยตรง โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา และที่เหนือไปกว่านั้น ภาครัฐ เริ่มตั้งแต่การอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษา การวางแผนบริหารจัดการภายในโรงเรียน ตัว
สถาบันการศึกษาเอง มีการจัดกิจกรรม การสร้างระเบียบวินัยภายในโรงเรียน การจัดสถานที่ ฯลฯ เพื่อรองรับการรับเด็กเข้าเรียนมากน้อยแค่ไหน ปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทกันมีแนวทางให้ศึกษา แก้ไขที่ค่อนข้างชัดเจน เพราะมีพฤติการณ์ให้ประเมินหาวิธีแก้ไขได้ ปัญหาอยู่ที่ว่า มีใครบ้างที่ทำ มี ความตั้งใจที่จะทำหรือไม่ และตั้งใจแล้ว วิธีการที่ทำถูกต้อง ตรงกับสาเหตุของปัญหาที่กำลังจะแก้ไข หรือไม่ สำหรับสาเหตุในประเด็นนี้สถาบันการศึกษา และภาครัฐ คือ ผู้ที่ต้องหาหนทางโดยตรง 1.4 เรื่องชู้สาว มีความต้องการที่จะครอบครองคนนี้ ต้องการที่จะโชว์ว่าใครดี ใครเด่น จึงเกิดการแย่งกัน จน เกิดการทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกันซึ่งอาจจะทำให้เกิดการใช้กำลังของแต่ละฝ่าย 1.5 เนื่องจากยาเสพติด เครื่องดองของเมา สุรา ทำให้ครองสติไม่อยู่ ทราบกันดีว่า ยาบ้านั้นระบาดรื้อรังมานานมากแล้วกว่า ๓๐ ปีเด็กที่เสพยาพวกนี้ อาจอยาก ลองและเพราะเพื่อนชวน และถ้ามีการเสพนานๆมีอาการหนึ่งของคนที่เสพยาบ้ามาระยะหนึ่ง คือ “ สมองติดยา ” สมองบางส่วนถูกทำลายไปแล้วอันมีผลต่อระบบประสาท แม้จะเลิกได้แต่สมองส่วนที่ ถูกทำลายยังไม่ปกติ บางคนจึงมีอาการควบคุมความโกรธไม่อยู่หรือใช้ความรุนแรงได้ง่าย พฤติกรรม ของเด็กบางคนก็มีสาเหตุมาจากเรื่องเหล่านี้ 1.6 การทะเลาะวิวาทหรือถูกทำร้ายร่างกายแล้ว คิดว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือ ครูอาจารย์ไม่ อาจช่วยเหลือได้ จึงทำการแก้แค้นด้วยตนเอง เรื่องนี้เป็นปัญหาทางวุฒิภาวะ และวิธีการใช้เหตุผลของเด็กโดยตรง อาจมีส่วนจากตัวอย่าง ในสังคมหรือสิ่งแวดล้อมบ้างเหมือนกัน ถ้าเด็กโชคดีเจอเพื่อน ครอบครัว หรือที่ปรึกษาที่ดีก็รอดไป แต่ ถ้าไม่มีอาจเกิดเป็นปัญหาดังกล่าว แต่คงจะลดทอนความรุนแรงไปได้ถ้าเด็กได้รับการเลี้ยงดูมาอย่าง เหมาะสม 1.7 อุปกรณ์การเรียนการสอนที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ เช่น คัทเตอร์ ไม้ที ไม้บรรทัดเหล็ก ฯลฯ มักจะนำติดตัวกลับบ้านแล้วนำไปก่อเหตุวิวาทกัน ภายนอกและภายในสถานศึกษา เรื่องนี้ดูเหมือนมีความพยายามแก้ไขกันบ้างแล้วตาม สถาบันการศึกษา
2. ลักษณะการก่อเหตุทะเลาะวิวาทที่มีสาเหตุจากปัญหาส่วนตัว สาเหตุส่วนตัวไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา หรือ กลุ่มบุคคลภายนอกสถานศึกษา ชักจูง ปัญหาอาจก่อเหตุวิวาทลุกลามตามมาจนไม่สามารถแก้ปัญหาต่อไปได้ 2.1 ปัญหาทางด้านครอบครัว และเพื่อนนักเรียน อาจเกิดจากปัญหาทางด้านครอบครัว เช่น ครอบครัวแยกทางกัน หรือ การเลาะกันภายใน ครอบครัว เกิดการแตกแยกภายในครอบครัวจากปัญหาเล็กๆหรือปัญหาใหญ่ๆ ปัญหากับเพื่อน คือ มีการไม่เข้าใจกันหรือเข้าใจผิด ทะเลาะกัน นินทา โดนกลั่นแกล้ง จนเกิดการโกรธ 2.2 การใช้สื่อโซเชียล ในสมัยนี้ที่เปลี่ยนไปมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตประจำวัน ทำให้มีการเล่นสื่อโซเชียล ต่างๆในการใช้สื่อนี้อาจจะใช้ในทางที่ถูกผิดได้เช่นกัน และอาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆ 2.3 ความคิดคะนองของเด็ก อยากเด่นอยากดังในทางที่ไม่ถูกไม่ควร อาจมีการโอ้อวดสิ่งของหรือฐานะของตนเอง เพื่อให้สังคมยอมรับและเป็นที่น่าเชิดชูแก่ เพื่อนๆ 2.4 ความผิดหวังจากพ่อแม่ ที่รักลูกไม่เท่ากัน เกิดการการเลี้ยงดูของพ่อแม่ โดยจะเกิดขึ้นกับนักเรียนที่มีพี่น้อง ซึ่งจะรู้สึกว่าพ่อกับแม่รักพี่ มากกว่าหรือรักน้องมากกว่า โดยการตามใจและเอาใจใส่ดูแล จึงทำให้ลูกเกิดการน้อยใจและผิดหวังได้ 2.5 ความผิดปกติทางด้านร่างกายและจิตใจ บางคนอาจมีเหตุการณ์ที่กระทบกระทั่งจิตใจ หรือมีความผิดปกติทางด้านร่างกาย เช่น เป็นผู้ พิการทางสายตา จึงอาจกลายเป็นข้อบกพร่องในการเข้าสังคมของพวกเขาได้ 2.6 ปัญหาทางด้านขาดสติยับยั้ง อารมณ์ร้อนและวู่วาม, ถูกยั่วเย้าทางอารมณ์จากบุคคลอื่น, ถูก กดขี่ข่มเหงจากบุคคลอื่น หาทางออกไม่ได้จึงรวมกับกลุ่มอันธพาลหาทางแก้แค้นกัน เกิดจากการขาดสติในการระงับยับยั้งอารมณ์ โดยมีการถูกยั่วยุโมโหจากบุคคลอื่นจึงเกิด ความโกรธ หรือการถูกกดขี่ข่มเหงจากผู้อื่นบ่อยๆ จนไม่รู้ว่าจะทำยังไงจึงใช้การทะเลาะกันเป็น ทางออก
2.7 ความเคียดแค้นส่วนตัวของนักเรียน นักศึกษา ที่มีต่อครูอาจารย์ เกี่ยวกับไม่ให้ความเป็นธรรมทางด้านการศึกษาและสวัสดิการ เมื่อนักเรียนที่ถูกให้ผู้ปกครอง มาลาออก หรือไล่ออกจากสถานศึกษาแล้ว กลับมาพาพรรคพวกมาก่อเหตุ วิวาทกันระหว่างนักเรียน (นางสาวสุภาพร อาจเดช. 2555 : https://www.parliament.go.th/ewtcommittee/ewt/education/download/article/article_20130 319181636.pdf) สาเหตุการทะเลาะวิวาท 1. เกิดจากความรู้สึกเสียศักดิ์ศรี ความคึกคะนองตามธรรมชาติของวัยรุ่นและการถูกยั่วยุ ตลอดจนวัยรุ่น มีภูมิต้านทานต่อการยั่วยุต่ำ 2. เกิดจากการเป็นศัตรูคู่อริ 3. เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ใจร้อน และขาดสติ เป็นความแค้นส่วนตัว ไม่ชอบหน้ากันและไม่ถูกกัน เกิด จากการปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง จากเรื่องชู้สาวและมาพัวพันกับเพื่อนผู้หญิงใน สถาบัน 4. สิ่งที่สร้างความเครียดให้วัยรุ่นเป็นอย่างมากคงหนีไม่พ้นเรื่องเพื่อน ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าในวัย ดังกล่าวเพื่อนมีอิทธิพลมากกับชีวิตวัยรุ่นไม่ว่าจะในยุคใด การทุ่มเทให้ความสำคัญกับเพื่อนมาก เกินไปจนบางครั้งตนขาดความเป็นตัวของตัวเองไปจนมีความคิดที่ว่าหากไม่มีเพื่อนตนก็ไม่สามารถทำ อะไรต่างๆด้วยตัวเองได้ 5. การต้องการเป็นที่ยอมรับในหมู่เพื่อนๆ จึงแสดงออกในเรื่องการใช้กำลังเพราะคิดว่าเป็นวิธีที่เพื่อนจะ ยอมรับในตัวเราง่ายที่สุด 6. ปัญหาที่มาจากครอบครัวซึ่งเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นเครียด ซึ่งเป็นปัญหาละเอียดอ่อน แต่การ จะเฝ้าโทษคนในครอบครัวว่าสร้างปัญหามาให้ตนแบกรับแล้วตนก็ทำตัวให้เป็นปัญหาตามไปด้วย ซึ่ง หมายถึงการใช้สารเสพติดหรือการเป็นอันธพาล 7. ความต้องการอวดให้รุ่นน้องเห็น กิจกรรมการรับน้อง ค่านิยม ประเพณี พิธีกรรม ระบบสัญลักษณ์ รวมทั้งกระบวนการสังสรรค์ของบุคคลในสังคม ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดการใช้ความรุนแรง 8. เกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายมาก่อน (ศศิกานต์ ศิริมา. 2557 : https://www.gotoknow.org/posts/564325)
บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ การสำรวจรั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เพื่อศึกษาการทะเลาะวิวาทศึกษาผลและเงื่อนไขปัจจัยที่มีผล ต่อทะเลาะวิวาทโดยการมีแบบบันทึกการทะเลาะวิวาทของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ : กรณีศึกษาตำบล มะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีรายละเอียดวิธีดำเนินวิจัยดังต่อไปนี้ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ อายุ12-18ปี พื้นที่ที่ศึกษา โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี แบบแผนการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพสนับสนุนการ วิจัยให้มีความน่าเชื่อถือ เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงานการสำรวจ แบบบันทึกการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2565 ถึง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดําเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตลอดการดําเนินงานในโรงเรียนในเดือนสิงหาคม 2566 ถึงเดือนมีนาคม 2567 โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลในแต่ละขั้นดังนี้ 1. การเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบบันทึกการทะเลาะวิวาท 2. เก็บข้อมูลภาคสนาม ซึ่งผู้วิจัยได้บันทึกปรากฏการณ์ต่างๆ พัฒนาการเด็กวัยก่อนเรียนของ ครอบครัวและชุมชน 3.เก็บข้อมูลจากนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้จะทําการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ 1. ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การสังเกตแบบ มีส่วนร่วม การประชุมแบบมีส่วนร่วม การจัดเวทีประชาคม และการระดมความคิดเห็นด้วยเทคนิค AIC เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ ผู้วิจัยจะทําการตรวจสอบความถูกต้องโดยการ ตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าด้านวิธีการรวบรวมข้อมูลที่แตกต่างกัน หลังจากนั้นจะนําข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้การวิเคราะห์แบบสร้างข้อสรุป (Analytic Induction) การวิเคราะห์โดยการจําแนกชนิดข้อมูล (Typological Analysis) โดยมีขั้นตอนดังนี้
1) การวิเคราะห์ข้อมูลรายวัน เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น โดยหลังจากการเก็บข้อมูล เสร็จสิ้นในแต่ละวัน ผู้วิจัยได้นําข้อมูลเหล่านั้นมาทําการบันทึกและเขียนขยายความให้ชัดเจน 2) การวิเคราะห์ข้อมูลรวม เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ผ่านการวิเคราะห์เบื้องต้นแล้ว โดย ใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลแบบอุปนัยเพื่อสร้างข้อสรุปเบื้องต้น และใช้วิธีวิเคราะห์โดยการจําแนกชนิด ข้อมูลแบบใช้ทฤษฎีเพื่อให้สามารถสร้างข้อสรุปอธิบายความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์ได้อย่างชัดเจนถูกต้อง ตรวจสอบข้อมูลโดยผ่านการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของกลุ่มด้วย นําเสนอโดยการบรรยายเชิง พรรณนาตามสภาพความเป็นจริงและปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น 2.ข้อมูลเชิงปริมาณ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าทางสถิติ ต่างๆดังนี้ 2.1 ค่าร้อยละ (Percentage) ใช้วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป 2.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้วิเคราะห์ ข้อมูลความรู้ การดำเนินการ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทของนักเรียนในโรงเรียน ศึกษาปัจจัยและต้นเหตุที่มีผลต่อการเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ซึ่งมีรายละเอียดวิธีดำเนินวิจัยดังต่อไปนี้ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนการวางแผน สมาชิกในกลุ่ม ได้มาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเหตุและปัจจัยในการทะเลาะวิวาท และแบ่งหน้าที่ต่างๆ ให้เข้ากับงาน เพื่อไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้ที่ตนเองได้รับเกี่ยวกับการป้องกันปัญหาการทะเลาะวิวาทของ นักเรียนในโรงเรียนเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมและให้เพื่อนๆมาศึกษาเรียนรู้เรื่องการป้องกันปัญหาการทะเลาะ วิวาทในโรงเรียนที่ได้จัดทำขึ้นมาและได้ความรู้และวิธีการป้องกันปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน ขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. กำหนดหัวเรื่องเพื่อหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต 2. กำหนดเว็บไซต์ของข้อมูลที่ต้องการ 3. ค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับเหตุทะเลาะวิวาทในสถานศึกษา 4. ศึกษาเกี่ยวกับกฎของโรงเรียนและปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาท 5. การศึกษาพฤติกรรมของวัยรุ่นโดยการสัมภาษณ์หรือการทำแบบประเมิน ขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนการสรุปผลความรู้และสร้างความรู้ 1. นำข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้ามาสรุปความรู้เพื่อจะได้มาทำเป็นรูปเล่ม 2. ตรวจสอบเพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาด 3. นำข้อมูลความรู้มาสรุปรวมให้เหมาะสมเข้ากัน แล้วเตรียมนำเสนอความรู้
ขั้นตอนที่ 4 ขั้นตอนการนำเสนอความรู้และประเมินความรู้ การนำเสนอข้อมูลความรู้ด้วยวิธีการต่างๆโดยการนำเอกสารที่ได้ศึกษานำไปเผยแพร่ผ่านช่องทาง อินเตอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆให้แก่เพื่อนๆและครูที่ดูแลว่าโครงงานนี้มีเนื้อหาที่เพียงพอมากน้อยเพียงใด ขั้นตอนการวางแผน สมาชิกในกลุ่ม ได้มาศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับเหตุและปัจจัยในการทะเลาะ วิวาท และแบ่งหน้าที่ต่างๆให้เข้ากับงาน เพื่อไปศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ที่ ตนเองได้รับเกี่ยวกับการป้องกันปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนใน โรงเรียนเพื่อหาความรู้ เพิ่มเติมและให้เพื่อนๆมาศึกษาเรียนรู้เรื่องการป้องกัน ปัญหาการทะเลาะวิวาทในโรงเรียนที่ได้จัดท าขึ้นมาและได้ความรู้ และวิธีการ ป้องกันปัญหาความรุนแรงในโรงรียน ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ก าหนดหัวเรื่องเพื่อหาข้อมูลทางอินเตอร์ เน็ต 2. ก าหนดเว็บไซต์ของข้อมูลที่ต้องการ 3. ค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์ เน็ต เกี่ยวกับเหตุทะเลาะวิวาทในสถานศึกษา 4. ศึกษาเกี่ยวกับกฎของโรงเรียนและปัจจัยที่ท าให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาท 5. การศึกษาพฤติกรรมของวัยรุ่ นโดยการสัมภาษณ์หรือการท าแบบประเมิน
ขั้นตอนสรุปผลความรู้ และสร้ างความรู้ 1. น าข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้ามาสรุปความรู้ เพื่อจะได้มาท า เป็ นรูปเล่ม 2. ตรวจสอบเพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาด 3. น าข้อมูลความรู้ มาสรุปรวมให้เหมาะสมเข้ากัน แล้วเตรียม น าเสนอความรู้ ขั้นตอนการน าเสนอเสนอความรู้ และประเมินความรู้ การน าเสนอข้อมูลความรู้ ด้วยวิธีการต่างๆโดยการน าเอกสารที่ ได้ศึกษาน าไปเผยแพร่ ผ่านช่ องทางอินเตอร์ เน็ตในรูปแบบ ต่ างๆให้ แก่ เพื่อนๆและครู ที่ดูแลว่าโครงงานนี้มีเนื้อหาที่ เพียงพอมากน้อยเพียงใดคุณส่ง
บทที่ 4 ผลการดำเนินการ การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทสำรวจครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษามูลเหตุของการทะเลาะวิวาทในโรงเรียน 2. เพื่อศึกษาการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในแต่ละ 1 เดือนมีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นกี่ครั้งและนำไป ประเมินสรุป 3. แนะนำและอบรมวิธีการลดเหตุทะเลาะวิวาทในภายในโรงเรียน 4. เพื่อศึกษาปัจจัยด้านต่างๆที่เป็นมูลเหตุของการทะเลาะวิวาท ผลการบันทึก ตารางที่ 1 สรุปข้อมูลการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน พฤษภาคม ลำดับ ที่ ห้อง สาเหตุ การแก้ปัญหา 1. 1/1 หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 2. 1/1 หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 3. 1/1 เห็นเพื่อนหยอกล้อเล่นกันจน เกิดการทะเลาะวิวาทและเข้า ไปร่วมด้วย เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 4. 1/2 เห็นเพื่อนหยอกล้อเล่นกันจน เกิดการทะเลาะวิวาทและเข้า ไปร่วมด้วยรวมไปถึงท้าทายชก ต่อยกัน เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ จากตารางที่1 แสดงการทะเลาะวิวาทของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 1 มากที่สุดประจำปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน พฤษภาคม
ตารางที่ 2 สรุปข้อมูลการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน มิถุนายน ล ำดับ ที่ ห้อง สาเหตุ การแก้ปัญหา 1. 1/2 เข้าไปร่วมการทะเลาะวิวาทกับ ผู้อื่น ทำทัณฑ์บน,ตัดคะแนน,เชิญ ผู้ปกครอง 2. 3/1 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ 3. 3/1 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ 4. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ 5. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ 6. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ 7. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ จากตารางที่ 2 แสดงการทะเลาะวิวาทของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 3 มากที่สุดประจำปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน มิถุนายน
ตารางที่ 3 สรุปข้อมูลการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน กรกฎาคม ล ำดับ ที่ ห้อง สาเหตุ การแก้ปัญหา 1. 1/6 หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 2. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ จากตารางที่ 3 แสดงการทะเลาะวิวาทของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 1 และมัธยมศึกษาปี่ที่ 3 มากที่สุด ประจำปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน มิถุนายน ตารางที่ 4 สรุปข้อมูลการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน กันยายน ล ำดับ ที่ ห้อง สาเหตุ การแก้ปัญหา 1. 1/1 กระทบกระทั่งกันจนทะเลาะ วิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 2. 1/6 กระทบกระทั่งกันจนทะเลาะ วิวาท ทำทัณฑ์บน,ตัดคะแนน,เชิญ ผู้ปกครอง 3. 1/8 เข้าใจผิดกันจนเกินการทะเลาะ วิวาท เชิญผู้ปกครอง , ทำทัณฑ์บน 4. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ 5. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ จากตารางที่ 4 แสดงการทะเลาะวิวาทของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 1 มากที่สุดประจำปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน กันยายน
ตารางที่ 5 สรุปข้อมูลการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน ตุลาคม ลำดับ ที่ ห้อง สาเหตุ การแก้ปัญหา 1. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ 2. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ จากตารางที่ 5 แสดงการทะเลาะวิวาทของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 3 มากที่สุดประจำปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 2 ประจำเดือน ตุลาคม ตารางที่ 6 สรุปข้อมูลการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 2 ประจำเดือน พฤศจิกายน ลำดับ ที่ ห้อง สาเหตุ การแก้ปัญหา 1. 1/3 เกิดการเข้าใจผิดนำไปสู่ ทะเลาะวิวาท (ถูกกระทำ) 2. 1/6 หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 3. 1/1 หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 4. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ 5. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์ จากตารางที่ 6 แสดงการทะเลาะวิวาทของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 1 มากที่สุดประจำปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 2 ประจำเดือน พฤศจิกายน
ตารางที่ 7 สรุปข้อมูลการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 2 ประจำเดือน ธันวาคม ลำดับ ที่ ห้อง สาเหตุ การแก้ปัญหา 1. 1/2 เข้าใจผิดกับรุ่นพี่ ม.3และทำให้ เกิดการทะเลาะวิวาท (ถูก กระทำ) จากตารางที่ 7 แสดงการทะเลาะวิวาทของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 1 มากที่สุดประจำปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 2 ประจำเดือน ธันวาคม ตารางที่ 8 สรุปข้อมูลการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 2 ประจำเดือน มกราคม ลำดับ ที่ ห้อง สาเหตุ การแก้ปัญหา 1. 1/1 เข้าใจผิดและทำให้เกิดการ ทะเลาะวิวาท (ถูกกระทำ) เชิญผู้ปกครอง, 2. 1/2 เข้าใจผิดและทำให้เกิดการ ทะเลาะวิวาท ทำทัณฑ์บน,ตัดคะแนน,เชิญ ผู้ปกครอง 3. 3/1 เป็นผู้ก่อให้เกิดการทะเลาะ วิวาทในโรงเรียน เชิญผู้ปกครองรับทราบและทำ ทัณฑ์บน จากตารางที่ 8 แสดงการทะเลาะวิวาทของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 1 มากที่สุดประจำปีการศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 2 ประจำเดือน ธันวาคม
ตารางที่ 9 สรุปข้อมูลการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน พฤษภาคม ลำดับ ที่ ห้อง สาเหตุ การแก้ปัญหา 1. 2/7 ทะเลาะกันในสื่ออนไลน์และ นำไปสู่การทะเลาะวิวาท ทำทัณฑ์บน,ตัดคะแนน,เชิญ ผู้ปกครอง 2. 2/8 ทะเลาะกันในสื่ออนไลน์และ นำไปสู่การทะเลาะวิวาท ทำทัณฑ์บน,ตัดคะแนน,เชิญ ผู้ปกครอง 3. 2/8 หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 4. 2/8 หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 5. 4/3 เกิดจากการด่าทอกันจากการ มองหน้ากัน แต่ยังไม่ถึงขั้นทำ ร้ายร่างกาย มีการเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุย กันพร้อมทั้งครูที่ปรึกษา ให้ นักเรียนเขียนบันทึกการ สอบสวนไว้เป็นหลักฐาน และ ทำการตักเตือนนักเรียนไป จากตารางที่ 9 แสดงการทะเลาะวิวาทของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 2 มากที่สุดประจำปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน พฤษภาคม
ตารางที่ 10 สรุปข้อมูลการทะเลาะวิวาท ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน มิถุนายน ลำดับ ที่ ห้อง สาเหตุ การแก้ปัญหา 1. 1/3 ใช้คำหยาบและด่าคู่กรณี สอบสวน/ตักเตือน/ทำทัณฑ์ บน/บำเพ็ญประโยชน์/ตัด คะแนน 2. 1/3 ใช้คำหยาบและด่าคู่กรณี สอบสวน/ตักเตือน/ทำทัณฑ์ บน/บำเพ็ญประโยชน์/ตัด คะแนน 3. 1/3 พูดจาท้าทายกัน สอบสวน/ทำทัณฑ์บน/บำเพ็ญ ประโยชน์ 4. 1/7 พูดจาท้าทายกัน สอบสวน/ทำทัณฑ์บน/บำเพ็ญ ประโยชน์ 5. 2/3 หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 6. 2/3 หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 7. 2/3 หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการ ทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 8 2/3 เข้าใจผิดกับรุ่นพี่ม.3 จนนำไปสู่ การทะเลาะวิวาท เชิญผู้ปกครอง,ตัดคะแนน ,บำเพ็ญประโยชน์ 9. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ เสนอ เปลี่ยนสถานศึกษาต่อ ผู้อำนวยการ 10. 3/2 แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล รังแกผู้อื่น เชิญผู้ปกครองรับทราบ บำเพ็ญ ประโยชน์
11. 4/3 เกิดจากการเข้าใจผิดจากสื่อ และมีการด่าผ่านสื่อจนทำให้มี การนัดตบตีกัน มีการเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุย กัน และแจ้งให้ผู้ปกครอง รับทราบ ผู้ปกครองผู้ถูกกระทำ ไม่ติดใจเอาเรื่อง จึงได้ตักเตือน นักเรียนผู้กระทำผิดและทำ ทัณฑ์บนไว้ 12. 4/3 ถูกพี่ ม.5 เดินมาชน และไม่มี การขอโทษ จึงไปโพสต์ด่าใน สื่อ และพี่เขาก็มาหาเรื่องอีกแต่ ไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน มีการเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุย กันพร้อมทั้งครูที่ปรึกษา ให้ นักเรียนเขียนบันทึกการ สอบสวนไว้เป็นหลักฐาน และ ทำการตักเตือนนักเรียนไป 13. 4/4 การมองหน้ากันและมีการด่า ทอกันกับพี่ ม.5 จนเป็นเหตุ ให้มีการชกต่อยกันหลังเลิกแถว ตอนเช้า ทำการเรียกนักเรียนทั้ง 2 ฝ่าย มาบันทึกสอบสวนและเชิญ ผู้ปกครองพร้อมครูที่ปรึกษา มาร่วมแก้ปัญหาผ่านไปด้วยดี ทำการตัดคะแนนนักเรียนและ ทำทัณฑ์บนไว้ 14. 5/5 เกิดจากการเข้าใจผิดในคำพูด จากเพื่อนที่คุยกันทาง Messenger ว่าอีกฝ่ายหนึ่ง นินทา ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่ พอใจ และมีการลงมือทำร้าย ร่างกายกันทั้ง 2 ฝ่าย อีกฝ่าย ได้ใช้มีดคัดเตอร์แกว่งไปมาจน ทำอีกฝ่ายมีเลือดตกย่างออก จนมีบาดแผลและเกิดเรื่องราว ใหญ่โตดังไปทั่วประเทศ มีการเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุย กัน และแจ้งให้ผู้ปกครอง รับทราบ ผู้ปกครองของ ผู้ถูกกระทำทั้ง 2 ฝ่ายมีการแจ้ง ความเป็นคดีความ ฝ่ายที่มี บาดแผลทางโรงเรียนได้มีการ เยียวยาเป็นเงินบางส่วนให้เป็น กำลังใจ และติดต่อสถานบัน ความงาม IDL เพื่อทำศัลยกรรม ใบหน้า ผู้ปกครองนักเรียนทั้ง2 ฝ่ายได้แจ้งความประสงค์ย้าย
นักเรียนทั้ง 2 เปลี่ยน สถานศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 15. 5/5 เกิดจากการเข้าใจผิดในคำพูด จากเพื่อนที่คุยกันทาง Messenger ว่าอีกฝ่ายหนึ่ง นินทา ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่ พอใจ และมีการลงมือทำร้าย ร่างกายกันทั้ง 2 ฝ่าย อีกฝ่าย ได้ใช้มีดคัดเตอร์แกว่งไปมาจน ทำอีกฝ่ายมีเลือดตกย่างออก จนมีบาดแผลและเกิดเรื่องราว ใหญ่โตดังไปทั่วประเทศ มีการเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุย กัน และแจ้งให้ผู้ปกครอง รับทราบ ผู้ปกครองของ ผู้ถูกกระทำทั้ง 2 ฝ่ายมีการแจ้ง ความเป็นคดีความ ฝ่ายที่มี บาดแผลทางโรงเรียนได้มีการ เยียวยาเป็นเงินบางส่วนให้เป็น กำลังใจ และติดต่อสถานบัน ความงาม IDL เพื่อทำศัลยกรรม ใบหน้า ผู้ปกครองนักเรียนทั้ง 2 ฝ่ายได้แจ้งความประสงค์ย้าย นักเรียนทั้ง 2 เปลี่ยน สถานศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากตารางที่ 10 แสดงการทะเลาะวิวาทของนักเรียนชั้นชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 1 และมัธยมศึกษาปี่ที่ 2 มากที่สุด ประจำปีการศึกษา 2566ภาคเรียนที่ 1 ประจำเดือน มิถุนายน
บทที่ 5 สรุปผลการดำเนินการ และอภิปรายผลการดำเนินการ การทำโครงงานประเภทการสำรวจครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษามูลเหตุของการทะเลาะวิวาทในโรงเรียน 2. เพื่อศึกษาการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในแต่ละ 1 เดือน มีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นกี่ครั้งและนำไป ประเมินสรุป 3. แนะนำและอบรมวิธีการลดเหตุทะเลาะวิวาทในภายในโรงเรียน 4. เพื่อศึกษาปัจจัยด้านต่างๆที่เป็นมูลเหตุของการทะเลาะวิวาทโดยการทำโครงงานศึกษาการทะเลาะ วิวาทภายในโรงเรียนได้นำข้อมูลของแต่ละช่วงชั้น ม.1-ม.6 โดยจะสรุปเหตุการทะเลาะวิวาทเป็นรายเดือนเพื่อ ทำการสรุป และสรุปเหตุการเกิดการทะเลาะวิวาท ซึ่งสามารถสรุปผลการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภท สำรวจ ได้ดังนี้ สรุปผลการสำรวจ จากการสำรวจสามารถสรุปผล ได้ดังนี้ 1. จากการสำรวจพบว่านักเรียนที่มีการทะเลาะวิวาทมากที่สุดคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 1 จำนวน 19 กรณี 2. สาเหตุของการทะเลาะวิวาทคือ ทะเลาะกันในสื่ออนไลน์และนำไปสู่การทะเลาะวิวาท การมองหน้า กันและมีการด่าทอกันกับพี่ เข้าไปร่วมการทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น หยอกล้อเล่นกันจนเกิดการทะเลาะวิวาท เห็น เพื่อนหยอกล้อเล่นกันจนเกิดการทะเลาะวิวาทและเข้าไปร่วมด้วยรวมไปถึงท้าทายชกต่อยกัน แสดงตนเป็น นักเรียนอันธพาลรังแกผู้อื่น อภิปรายผลการสำรวจ จากการทำโครงงานประเภทสำรวจ เรื่อง การทะเลาะวิวาทในโรงเรียน มีประเด็นสำคัญและน่าสนใจ สามารถอภิปรายผลการสำรวจได้ดังนี้ 1. จากการสำรวจพบว่านักเรียนที่มีการทะเลาะวิวาททั้งหมด 49 กรณี ดังนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 19 กรณี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 8 กรณี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 16 กรณี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 4 กรณี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 กรณี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 0 กรณี สามารถสรุปได้เป็นแผนภูมิแท่ง ดังนี้
1. จากผลการสำรวจพบว่าสาเหตุที่มีการทะเลาะวิวาทคือ ทะเลาะกันในสื่ออนไลน์และนำไปสู่การ ทะเลาะวิวาท การมองหน้ากันและมีการด่าทอกันกับพี่ เข้าไปร่วมการทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น หยอกล้อเล่นกัน จนเกิดการทะเลาะวิวาท เห็นเพื่อนหยอกล้อเล่นกันจนเกิดการทะเลาะวิวาทและเข้าไปร่วมด้วยรวมไปถึงท้า ทายชกต่อยกัน แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาลรังแกผู้อื่นจากสาเหตุที่กล่าวมาพบว่า การแสดงตนเป็นอันพาล พบมากที่สุด 2. ปัจจัยที่ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท คือ การปลูกฝังจากรุ่นพี่ศิษย์เก่า ข่าวและสื่อสังคมออนไลน์ ความคึกคะนองของวัยรุ่นและการยั่วยุ ข้อเสนอแนะจากการสำรวจ 1. การสำรวจการทะเลาะวิวาทภายในโรงเรียน โดยการสำรวจเหตุการทะเลาะวิวาทภายในโรงเรียนของ นักเรียนทุกระดับชั้น ของแต่ละเดือน เพื่อนำมาสรุปและวิเคราะห์ผลเป็นแผนภูมิแท่ง ของข้อมูลแต่ละเดือน เพื่อนำมาเปรียบเทียบข้อมูลของแต่ละเดือน 2. การสำรวจการทะเลาะวิวาทภายในโรงเรียน นักเรียนมีสาเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่ต่างกัน จึงมีแนว ทางการแก้ไขที่ต่างกันออกไป อาจจะใช้การอบรม หรือการพูดคุย และให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ว่าส่งผลกระทบอย่างไร และมีแนวทางในการจัดการปัญหาต่างๆ ทำให้เข้าใจและทราบถึงสิ่งที่เด็กกำลังเผชิญ อยู่ เพื่อเป็นตัวช่วยในการลดเหตุทะเลาะวิวาทให้ลดลง 0 5 10 15 20 ม.1 ม.2 ม.3 ม.4 ม.5 ม.6 ผลการบันทึกการทะเลาะวิวาท
บรรณานุกรม นางสาวพิมประภา พินชู. (2566). ข้อมูลการทะเลาะวิวาท ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จนถึง ปีการศึกษา 2566. โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒. นางสาวสุภาพร อาจเดช. (2555). เอกสารประกอบการพิจารณา เรื่อง ปัญหาการทะเลาะวิวาทของ นักเรียน นักศึกษา คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2566. https://www.parliament.go.th/ewtcommittee/ewt/education/download/article/article_20130 319181636.pdf ศศิกานต์ ศิริมา. (2557). ปัญหาการทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่น. สืบค้นเมื่อ 14 มิถุนายน 2566. https://www.gotoknow.org/posts/564325