The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

(กลุ่มที่ 4) รายงานไคเซ็น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanutchaporn Juhong, 2023-10-29 03:33:53

(กลุ่มที่ 4) รายงานไคเซ็น

(กลุ่มที่ 4) รายงานไคเซ็น

รายงาน บทความทางวิชาการเรื่อง Kaizen (ไคเซน) เสนอ รศ.ดร.จรัส อติวิทยาภรณ์ สมาชิกในกลุ่ม นายประสงค์ คงสุขแก้ว รหัสนักศึกษา 6619050022 นางสาวพิชชานันท์ มูดี รหัสนักศึกษา 6619050043 นางสาวธนัชพร จูห้อง รหัสนักศึกษา 6619050058 นางสาวธีรวรรณ ทองแกมแก้ว รหัสนักศึกษา 6619050060 นางสาวญาดา ไชยสุวรรณ รหัสนักศึกษา 6619050064 บทความทางวิชาการฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา 905-502 หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่


คำนำ บทความทางวิชาการฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา 905-502 หลักการและทฤษฎีการ บริหารการศึกษา สาขาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ จัดทำบทความทาง วิชาการเรื่อง Kaizen (ไคเซน) โดยเนื้อหาภายในบทความประกอบด้วย ที่มาและประวัติของแนวคิด Kaizen (ไคเซน) ความสำคัญเกี่ยวกับการบริหารและพัฒนาองค์กรตามแนวคิด Kaizen (ไคเซน) การ สนับสนุนและการส่งเสริมวัฒนธรรม Kaizen (ไคเซน) ขององค์กร ค่านิยมหรือหลักการทางจริยธรรม ที่เกี่ยวข้องกับ Kaizen (ไคเซน) คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความทางวิชาการฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้า เรื่อง การบริหารและพัฒนาองค์กรตามแนวคิด Kaizen (ไคเซน) หากรายงานฉบับนี้บกพร่อง ผิดพลาดประการใด ขออภัย มา ณ ที่นี้ คณะผู้จัดทำ


ข สารบัญ เรื่อง หน้า ไคเซ็น Kaizen 1 1. คำว่า “Kaizen” หมายถึงอะไร? 2 2. ที่มาและประวัติของแนวคิด Kaizen คืออะไร? 3 3. Kaizen มีความสำคัญอย่างไรในการบริหารและพัฒนาองค์กร? 4 4. กระบวนการหรือขั้นตอนหลักของ Kaizen มีอะไรบ้าง? 5 5. การสนับสนุนและการส่งเสริมวัฒนธรรม Kaizen ในองค์กรมีวิธีอะไรบ้าง? 6 6. วิธีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุโอกาสและปรับปรุงใน Kaizen คืออะไร? 7 7. ตัวอย่าง Kaizen ในสถานศึกษามีอะไรบ้าง? 8 8. ค่านิยมหรือหลักการทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับ Kaizen มีอะไรบ้าง? 9 9. ปัญหาหรือความท้าทายที่องค์กรสามารถเจอในการนำ Kaizen มาใช้คืออะไร? 10 10. ความรับผิดชอบและการพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญใน Kaizen อย่างไร? 11 สรุป 11 อ้างอิง 12


ไคเซ็น Kaizen จุดเริ่มต้นของคำว่า “ไคเซ็น” มาจากคำว่า “การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง” (Continuous Improvement) เป็นปรัชญาด้านการจัดการที่มีพื้นฐานบนข้อเสนอแนะของพนักงาน ซึ่งถูกพัฒนาขึ้น ใน สหรัฐอเมริกา ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยในตอนนั้นญี่ปุ่นได้มีการใช้เครื่องมืออยู่แล้ว คือ วง ล้อคุณภาพ (Quality Circles) ดังนั้นญี่ปุ่นจึงนำเอาแนวคิดทั้ง 2 อย่างรวมเข้าไว้ด้วยกัน จึงถือกำเนิด เป็น ไคเซ็น (Kaizen) มาจนถึงปัจจุบัน สำหรับในประเทศไทยมีการนำวิธีการไคเซ็นมาใช้ใน องค์กร ต่างๆนานพอสมควร แต่ส่วนมากพบว่าไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ต้องการ โดยสาเหตุหลักมาจากไม่ได้ รับความร่วมมือจากคนในองค์กรและถูกต่อต้าน เนื่องจากไม่ชอบความเปลี่ยนแปลงที่มากับไคเซ็น แต่ ในอีกมุมหนึ่ง เเนวคิดนี้เป็นเครื่องมือช่วยในการบริหารให้ประสบผลสำเร็จ สามารถลดความสูญเสียที่ เกิดขึ้นได้ เช่น ลดเวลาการทำงาน ลดต้นทุน และทำให้เกิดแนวคิดสร้างสรรค์ในการปรับปรุงวิธีการ คิด วิธีการทำงาน และในปัจจุบันไคเซ็นเป็นที่รู้จักกันอย่างเเพร่หลายในหลายๆ ประเทศ เนื่องจาก เป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหากระบวนการทำงานและเสริมสร้างพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มี ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น จึงทำให้องค์กรมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งโลกปัจจุบันนี้ การทำงานไม่ว่าอยู่ในหน่วยงานใดหรือองค์กรใด เราก็จำเป็นจะต้องมีการ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พัฒนาตนเองและองค์กรของตนให้ทันต่อเหตุการณ์และเตรียมรับมือกับ สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้องค์กรของตนอยู่รอดและสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ การนำ หลักการของไคเซ็นเข้ามาประยุกต์ใช้ จะเน้นการค้นหาประเด็นปัญหาและหาแนวทางปฏิบัติเพื่อ แก้ปัญหา ในระหว่างการปฏิบัติงานตามแผนนั้นก็มีการปรับปรุงวิธีการปฏิบัติ หากว่าผลการปฏิบัตินั้น ไม่ประสบความสำเร็จ เพื่อที่จะแก้ไขต่อไปและยังสามารถปฏิบัติต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด ขนบธรรมเนียมใหม่จะเกิดขึ้น จะมีวิวัฒนาการที่ดีขึ้น และยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของ คนรอบข้าง ชีวิตของเราก็จะเปลี่ยนไป วิสัยทัศน์ก็เปลี่ยนไป แล้วก็จะเกิดไคเซ็นใหม่ๆขึ้นตามมา ถ้า มนุษย์เราสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆที่จะ เกิดขึ้นได้ทันเวลา โดยส่งผลกระทบให้กับเรา องค์กร และสังคมน้อยที่สุด แต่ถ้าไม่มีการพัฒนาตนเอง ไม่พัฒนาองค์กร ก็จะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในสังคมเพราะไม่มีการพัฒนานำสิ่งใหม่ๆเข้ามาใช้ จะ กลายเป็นคนที่ล้าสมัย ไม่เกิดการพัฒนา ไม่ปรับตัวให้เข้ากับสังคมปัจจุบัน การที่จะนำไคเซ็นเข้ามาใช้ในการแก้ปัญหาได้จะต้องมีเครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วย เช่น 5W 1H, ECRS เป็นต้น เครื่องมือเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกื้อหนุนแนวความคิดไคเซ็นให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ปรับปรุง การทำงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเน้นการมีส่วนร่วมในการทำงานของ


2 พนักงานในองค์กร โดยในบทความนี้จะกล่าวถึง ความหมาย แนวคิด ที่มา ความสำคัญ กระบวนการ การส่งเสริมวัฒนธรรม การปรับปรุง ตัวอย่างKaizen ในสถานศึกษา ค่านิยมหรือหลักการทาง จริยธรรม ปัญหาที่เจอ ความรับผิดชอบและการพัฒนาตัวเอง การใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยร่วมกับ วิธีการไคเซ็นจะทำให้ค้นพบปัญหาที่เกิดขึ้นจากวิธีการทำงาน และทำการปรับปรุงปัญหาเพื่อลด กระบวนการการทำงาน และช่วยให้งานสำเร็จไปได้ด้วยดี อย่างมีคุณภาพ 1. คำว่า “Kaizen” หมายถึงอะไร? Kaizen (ไคเซน) คือคำญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า "การปรับปรุงต่อเนื่อง" หรือ "การพัฒนา ต่อเนื่อง" ในภาษาไทย นี่คือหลักการทางธุรกิจที่มีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น หลักการนี้เน้นการปรับปรุง และพัฒนากระบวนการทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย และเพิ่ม คุณภาพของสินค้าหรือบริการ โดยให้ผู้ทำงานทุกคนร่วมมือกันในการพัฒนา นี้เป็นหลักการที่นิยมใช้ ในอุตสาหกรรมและธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ ยั่งยืน ที่มา: WWW.HRODTHAI.COM


3 2. ที่มาและประวัติของแนวคิด Kaizen คืออะไร? แนวคิด Kaizen เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นในช่วงหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 ในช่วงนั้น ญี่ปุ่นต้องพยายามนำสินค้ามาขายในตลาดโลกหลังจากที่ประเทศอื่น ๆ ได้พัฒนา เศรษฐกิจขึ้นมาใหม่หลังจากสงคราม การแข่งขันในตลาดนั้นมีความเข้มงวดมาก และต้องการผลิต สินค้าที่มีคุณภาพสูง โดยมีราคาที่แข่งขันได้ในตลาดโลก ในบริบทนี้ แนวคิด Kaizen กลับเกิดขึ้น คำว่า "Kaizen" มีต้นกำเนิดมาจากภาษาญี่ปุ่น โดยประกอบด้วย "Kai" (かい) ที่หมายถึง "เปลี่ยน" และ "Zen" (ぜん) ที่หมายถึง "ดีขึ้น" ดังนั้น Kaizen มีความหมายว่า "การเปลี่ยนให้ดี ขึ้น" หรือ "การปรับปรุงให้ดีขึ้น" แนวคิดนี้เน้นการปรับปรุงกระบวนการการทำงานทุกขั้นตอนใน องค์กร โดยการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดสูญเสีย และเพิ่มคุณภาพ โดยให้ผู้ทำงานทุกคนร่วมมือกันในการ พัฒนาและปรับปรุง มีการเน้นในความร่วมมือและการทำงานเป็นทีม เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่าง ต่อเนื่อง แนวคิด Kaizen ได้รับความนิยมและถูกนำไปใช้ในหลายองค์กรทั่วโลก ไม่เฉพาะใน อุตสาหกรรม แต่ยังในธุรกิจและบริการอื่น ๆ ด้วย เป้าหมายหลักของ Kaizen คือการพัฒนาองค์กรให้ มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยทำให้กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถปรับตัวได้ ตลอดเวลา เพื่อที่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดและความต้องการของลูกค้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ที่มา :https://tuxsablog.skilllane.com/level-up/kaizen/


4 3. Kaizen มีความสำคัญอย่างไรในการบริหารและพัฒนาองค์กร? แนวคิด Kaizen มีความสำคัญมากในการบริหารและพัฒนาองค์กรด้วยหลายเหตุผล: 1. เพิ่มประสิทธิภาพ: Kaizen ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานใน องค์กร โดยลดการสูญเสียทั้งทางเวลาและทรัพยากร นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มผลผลิตและลดค่าใช้จ่ายใน กระบวนการต่าง ๆ 2. เพิ่มคุณภาพ: การปรับปรุงต่อเนื่องทำให้มีการตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพ ของสินค้าหรือบริการ นี่เป็นวิธีที่องค์กรสามารถรักษามาตรฐานคุณภาพได้โดยต่อเนื่อง 3. ส่งเสริมนวัตกรรม: Kaizen ส่งเสริมทัศนคติที่เปิดรับนวัตกรรมและไอเดียใหม่ จากพนักงานทุกคน โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกระบวนการปรับปรุง 4. สร้างทีมทำงานที่มีประสิทธิภาพ: แนวคิด Kaizen ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และการร่วมมือ ช่วยสร้างทีมทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง โดยทำให้สมาชิกในทีมรู้สึกมีส่วนร่วมและมี ความสำคัญในกระบวนการ 5. การพัฒนาพนักงาน: Kaizen สอนให้พนักงานเรียนรู้วิธีการปรับปรุงด้วยตนเอง และเป็นการพัฒนาทักษะและความสามารถในการแก้ปัญหา 6. เพิ่มความพร้อมในการปรับตัว: การทำ Kaizen ทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงกระบวนการหรือตอบสนองต่อความต้องการ ของลูกค้า 7. สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดี: การทำ Kaizen เป็นการสร้างวัฒนธรรมที่ให้ ความสำคัญกับการปรับปรุงตลอดเวลา และทำให้มีจรรยาบรรณการทำงานที่ดีในองค์กร สรุป Kaizen มีประโยชน์มากในการพัฒนาองค์กรโดยสร้างพื้นฐานที่เป็นมาตรฐานสูงในการ กระบวนการหรือขั้นตอนหลักของ Kaizen มีอะไรบ้าง?บริหารและการผลิต


5 4. กระบวนการหรือขั้นตอนหลักของ Kaizen มีอะไรบ้าง? ที่มา: https://www.bttraining.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=2147611404&Ntype=1 Kaizen เป็นแนวคิดที่ในการปฏิบัติจะมีกระบวนการหรือขั้นตอนหลักที่ถูกนำมาใช้ในองค์กร ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงและพัฒนากระบวนการทำงาน นี่คือขั้นตอนหลักของ Kaizen: 1. การกำหนดเป้าหมาย (Set Goals): กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้กระบวนการ ปรับปรุง โดยระบุวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ, ลดค่าใช้จ่าย, หรือปรับปรุงคุณภาพ สินค้าหรือบริการ 2. การวิเคราะห์ปัญหา ( Analyse the Current Process): วิเคราะห์ กระบวนการหรือปัญหาที่ต้องการแก้ไข ในขั้นนี้ควรทำการเก็บข้อมูล วัดประสิทธิภาพ และทำการ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาปัญหาหรือข้อผิดพลาด 3. การวางแผน (Plan): วางแผนการปรับปรุงโดยรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อ กำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงกระบวนการ แผนนี้ควรรวมถึงวัตถุประสงค์ วิธีการทำ และ การตรวจสอบผลลัพธ์ที่คาดหวัง 4. การดำเนินการ (Implement): นำแผนที่ได้วางไว้มาปรับใช้ในการทำงานจริง ๆ โดยการให้คำแนะนำและการสนับสนุนจากผู้บริหารและทีมงาน


6 5. การตรวจสอบผลลัพธ์ (Evaluate): ตรวจสอบผลลัพธ์หลังจากการดำเนินการ ในขั้นตอนนี้ควรทำการเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้จากการปรับปรุงกับเป้าหมายที่กำหนด เพื่อให้แน่ใจ ว่ามีการปรับปรุงขึ้นตามที่คาดหวังหรือไม่ 6. กา รป ระเ มิน แ ล ะป รับ ป รุงต่อ ไป (Standardize and Continue Improvement): หลังจากที่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีแล้ว การแนะนำการปรับปรุงที่ได้รับความสำเร็จนั้นควร ถูกทำให้เป็นมาตรฐาน (Standardize) เพื่อให้ทุกคนในองค์กรทราบและปฏิบัติตาม การปรับปรุง ต่อไปนี้ต้องเป็นกระบวนการที่เป็นปกติและต่อเนื่อง ไม่ให้กระบวนการทำงานกลับไปสู่สภาวะเดิมที่ไม่ ดี การปฏิบัติ Kaizen ต้องการความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกคนในองค์กร และต้องเป็น กระบวนการที่ เป็นประจำและต่อเนื่องเพื่อให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและพร้อมที่จะปรับตัวตามสภาพแวดล้อมและ ความต้องการของตลาด 5. การสนับสนุนและการส่งเสริมวัฒนธรรม Kaizen ในองค์กรมีวิธีอะไรบ้าง? การสนับสนุนและการส่งเสริมวัฒนธรรม Kaizen ในองค์กรนั้นเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะมัน จะช่วยสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการพัฒนาและการปรับปรุงต่อเนื่อง นี่คือวิธีที่องค์กรสามารถ สนับสนุนและส่งเสริมวัฒนธรรม Kaizen ในองค์กรได้: 1. การสร้างทีม Kaizen (Kaizen Team): สร้างทีมที่รับผิดชอบในการนำ Kaizen ไปปฏิบัติในองค์กร ทีมนี้ควรประกอบด้วยสมาชิกที่มีความสนใจและความมุ่งมั่นที่จะทำ Kaizen ให้ ประสบความสำเร็จ 2. การให้การสนับสนุนจากผู้บริหาร (Management Support): ผู้บริหารควร ให้การสนับสนุนที่มีน้ำใจและมุ่งมั่นในการสนับสนุน Kaizen และต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้แนวคิด Kaizen ในการบริหารงาน 3. การฝึกอบรม (Training and Development): ให้การอบรมและพัฒนา พนักงานเกี่ยวกับแนวคิดและเทคนิคของ Kaizen เพื่อเตรียมพร้อมในการทำงานและการสนับสนุน กระบวนการ Kaizen 4. การสร้างวัฒนธรรมการทำงาน (Cultivate a Culture): สร้างวัฒนธรรมการ ทำงานที่สนับสนุนการนำ Kaizen มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม สร้างทฤษฎีที่การทำงานต้องการการปรับปรุงเสมอ


7 5. การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ (Promote Creativity): ส่งเสริมและปลุก กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมจากพนักงาน เปิดโอกาสให้พนักงานนำเสนอไอเดียและ แนวคิดใหม่ 6. การให้คำปรึกษาและติดตามผล (Consultation and Follow-up): ให้การ ปรึกษาและติดตามผลในกระบวนการ Kaizen ที่กำลังดำเนินการ และให้คำปรึกษาในกระบวนการ ปรับปรุง 7. การให้รางวัลและการพิจารณาความสำเร็จ (Reward and Recognition): ให้รางวัลและการพิจารณาความสำเร็จต่อผู้ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการ Kaizen นี้ โดยการยกย่องและ พิจารณาความสำเร็จจากการปรับปรุง 8. การรีวิวและปรับปรุงวิธีการ (Review and Improve the Process): ทำการ รีวิวผลการทำ Kaizen เพื่อปรับปรุงวิธีการต่อไป โดยใช้ข้อมูลจากประสิทธิภาพของ Kaizen ที่ผ่านมา การทำ Kaizen ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ วัฒนธรรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในองค์กรและเพื่อให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในการบริหารและพัฒนา 6. วิธีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุโอกาสและปรับปรุงใน Kaizen คืออะไร? การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการ Kaizen เพื่อระบุโอกาส และปรับปรุงกระบวนการทำงานในองค์กร นี่คือขั้นตอนที่สำคัญในการทำงานนี้: 1. การรวบรวมข้อมูล (Data Collection): - รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการหรือปัญหาที่ต้องการแก้ไข ข้อมูลนี้ สามารถมาจากการวัดประสิทธิภาพปัจจุบัน, การสำรวจความคิดเห็นของลูกค้า, หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้อง 2. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis): - ใช้เทคนิคทางสถิติหรือเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Histograms, Pareto Charts, Fishbone Diagrams, หรือ Scatter Diagrams เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลและหา ปัญหาหรือพื้นที่ที่ต้องการปรับปรุง 3. การระบุปัญหาและโอกาส (Identify Problems and Opportunities): - จากการวิเคราะห์ข้อมูล ระบุปัญหาหรือพื้นที่ที่ต้องการปรับปรุง และ กำหนดโอกาสที่สามารถทำ Kaizen เพื่อแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงกระบวนการ


8 4. การใช้เทคนิคการสอบถาม (Questioning Techniques): - ใช้เทคนิคการถามคำถามเพื่อสร้างความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับปัญหาหรือ โอกาส การใช้ "5 Whys" (การถามทำไม 5 ครั้ง) เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ในขั้นตอนนี้ 5. การประเมินผลกระบวนการปัจจุบัน (Evaluate Current Process): - ประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการปัจจุบัน โดยเปรียบเทียบระหว่าง ผลลัพธ์ที่ได้กับเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อให้เห็นภาพรวมของปัญหาและโอกาสที่ต้องการปรับปรุง 6. การสร้างแผน Kaizen (Kaizen Plan): - สร้างแผน Kaizen ที่ระบุวิธีการแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงกระบวนการ รวมถึงเป้าหมายที่ต้องการ, ขั้นตอนที่จะทำ, และเครื่องมือที่ใช้ 7. การทดลอง (Experimentation): - ทดลองนำแผน Kaizen ไปปรับใช้ในรูปแบบของการทดลอง รวบรวม ข้อมูลจากการทดลองนี้ เพื่อประเมินผลลัพธ์และให้ข้อมูลในการปรับปรุงในอนาคต การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครอบคลุม ทำให้ทีม Kaizen สามารถระบุโอกาสและปรับปรุง กระบวนการอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิภาพสูง 7. ตัวอย่าง Kaizen ในสถานศึกษามีอะไรบ้าง? Kaizen สามารถนำมาใช้ในสถานศึกษาเพื่อปรับปรุงและพัฒนากระบวนการการสอนและ การเรียนการสอน นี่คือตัวอย่างของการปรับปรุงและใช้แนวคิด Kaizen ในสถานศึกษา: 1. การจัดการห้องเรียนและการสอน: - การใช้เทคนิคการสอนที่ให้ส่วนร่วมจากนักเรียน และปรับปรุงวิธีการสอน ตามความต้องการและความสามารถของนักเรียน 2. การจัดการเวลาในการเรียนการสอน: - การปรับปรุงตารางเวลาการเรียนการสอนเพื่อให้เหมาะกับกระบวนการ เรียนการสอนและประสิทธิภาพของการเรียน 3. การจัดการกิจกรรมและโครงการพิเศษ: -การปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมหรือโครงการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการ เรียนการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณค่าทางการศึกษา 4. การสร้างวัฒนธรรมการเรียนการสอน: -สร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง โดยให้นักเรียน และครูมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการวางแผนการเรียนการสอน


9 5. การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา: -การให้โค้ชและการอบรมที่ติดตามให้คำแนะนำเพื่อพัฒนาทักษะและ ความรู้ของครู และการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา 6. การปรับปรุงกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา: -การปรับปรุงกระบวนการในการประกันคุณภาพการศึกษา โดยการ วิเคราะห์ข้อมูลการสอนและการเรียน และการปรับปรุงตามความต้องการ 7. การใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอน: -การปรับปรุงการใช้เทคโนโลยีในการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ เรียนการสอนและการสร้างประสบการณ์การเรียนที่ดีให้กับนักเรียน การนำแนวคิด Kaizen มาใช้ในสถานศึกษาช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนการปรับปรุง ต่อเนื่องและการพัฒนาในระดับองค์กรการศึกษา 8. ค่านิยมหรือหลักการทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับ Kaizen มีอะไรบ้าง? แนวคิด Kaizen มีค่านิยมหลักและหลักการทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องที่มีผลต่อวัฒนธรรม และทฤษฎีทางจริยธรรมขององค์กร นี่คือบางค่านิยมและหลักการทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับ Kaizen: 1. การให้ความสำคัญกับความร่วมมือ (Collaboration): Kaizen ส่งเสริมการ ทำงานร่วมมือในทีมและระบบการทำงานที่สนับสนุนความร่วมมือและการแบ่งปันความรู้ 2. ความซื่อสัตย์และความซื่อสัตย์ (Honesty and Integrity): Kaizen ต้องมี ความซื่อสัตย์ในการรายงานปัญหาและความผิดพลาด เพื่อให้สามารถแก้ไขได้อย่างเหมาะสม 3. การให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ (Learning): Kaizen สนับสนุนการเรียนรู้ และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงทักษะและความรู้ 4. ความรับผิดชอบ (Responsibility): คนที่มีความรับผิดชอบและความคาดหวัง ต่อผลลัพธ์ที่ดีจะช่วยสนับสนุน Kaizen ในองค์กร 5. การเชื่อมโยงระหว่างการกระทำและผลลัพธ์ (Action and Result Linkage): Kaizen สอนให้เชื่อมโยงระหว่างการกระทำที่ดีและผลลัพธ์ที่ดี การทำให้สอดคล้องกับเป้าหมายและ ผลลัพธ์ที่ต้องการ 6. การเคารพและการฟัง (Respect and Listening): Kaizen ส่งเสริมการเคารพ ความหลากหลายและการฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เชิงพาณิชย์ 7. ความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง (Self-Improvement): ทั้งบุคคลและองค์กร ต้องมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะและปรับปรุงกระบวนการ


10 8. การสร้างวัฒนธรรมการแสดงออก (Kaizen Culture): การสร้างวัฒนธรรมที่ สนับสนุนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในกระบวนการ Kaizen Kaizen ไม่เพียงแค่เป็นกระบวนการการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เเต่ยังเป็นหลักการทาง จริยธรรมที่สนับสนุนการพัฒนาตนเองและองค์กรอย่างยั่งยืน การยึดถือหลักการและค่านิยมเหล่านี้ สามารถสร้างวัฒนธรรมที่เน้นการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในองค์กร 9. ปัญหาหรือความท้าทายที่องค์กรสามารถเจอในการนำ Kaizen มาใช้คืออะไร? การนำแนวคิด Kaizen มาใช้ในองค์กรไม่ได้มีทางเสมอเป็นเรื่องง่าย องค์กรอาจเจอปัญหา หรือความท้าทายต่าง ๆ เมื่อพยายามนำ Kaizen มาปรับปรุงกระบวนการทำงาน นี่คือบางปัญหาหรือ ความท้าทายที่องค์กรสามารถเจอในการนำ Kaizen มาใช้: 1. ขาดความมุ่งมั่นและความร่วมมือ: การปรับปรุงต่อไปต้องมีการมุ่งมั่นจาก ผู้บริหารและความร่วมมือจากทุกส่วนในองค์กร หากไม่มีความมุ่งมั่นและความร่วมมือ กระบวนการ Kaizen อาจจะไม่ได้ผล 2. ขาดการสนับสนุนจากผู้บริหาร: การสนับสนุนจากผู้บริหารมีความสำคัญมากใน การปรับปรุงกระบวนการ หากผู้บริหารไม่ให้ความสนับสนุนหรือไม่มีการชี้นำในการนำ Kaizen มาใช้ การปรับปรุงอาจจะช้าหรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง 3. ขาดข้อมูลและข้อมูลที่ไม่ครอบคลุม: การวิเคราะห์และปรับปรุงต้องมีข้อมูลที่ เพียงพอและครอบคลุม เพื่อให้ทีม Kaizen สามารถตัดสินใจในการดำเนินการได้อย่างมีความเชื่อถือ. 4. ข้อกำหนดและกระบวนการทำงานที่ซับซ้อน: ในบางกรณี การนำ Kaizen มา ใช้ในกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนหรือมีข้อกำหนดทางกฎหมายหลายอย่างอาจทำให้การปรับปรุงมี ความซับซ้อนและยากลำบาก 5. ขาดทักษะและความรู้: ทีมที่ทำ Kaizen ต้องมีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล การ ใช้เทคนิคการแก้ปัญหา และความเข้าใจในกระบวนการทำงาน หากขาดทั้งทักษะและความรู้ การ ปรับปรุงอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี 6. ความเห็นใจและวัฒนธรรม: การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมและความเห็นใจภายใน องค์กรอาจเป็นที่ยากลำบาก การนำ Kaizen มาใช้อาจต้องเผชิญกับการต้านทานและความไม่เชื่อถือ จากบุคคลภายใน. 7. การบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม: หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีและการวางแผน ที่เหมาะสม กระบวนการ Kaizen อาจไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอ ทำให้การปรับปรุงไม่ได้ผล


11 10. ความรับผิดชอบและการพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญใน Kaizen อย่างไร? ความรับผิดชอบและการพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในกระบวนการ Kaizen โดยมี บทบาทที่สำคัญในการสนับสนุนและปรับปรุงกระบวนการ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ความรับผิดชอบและ การพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญใน Kaizen: 1. เป็นแรงผู้นำในการเปลี่ยนแปลง:ความรับผิดชอบส่งผลให้คุณมีบทบาทเป็นผู้นำ ในกระบวนการ Kaizen และการพัฒนาตัวเองส่งผลให้คุณมีทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการนำ โครงการ Kaizen ไปสู่ความสำเร็จ 2. สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้: การพัฒนาตัวเองเป็นการยอมรับว่ามีทุกๆ คน สามารถเรียนรู้และปรับปรุงตนเองได้ตลอดเวลา นี่ส่งผลให้มีวัฒนธรรมที่สนับสนุนการพัฒนาและการ เรียนรู้ในทีม 3. เพิ่มความสามารถในการแก้ไขปัญหา: การพัฒนาตัวเองทำให้คุณมีทักษะในการ วิเคราะห์และแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในกระบวนการ Kaizen 4. สร้างความเชื่อมั่นและความรับผิดชอบ: การพัฒนาตัวเองช่วยสร้างความเชื่อมั่น ในทักษะและความสามารถของตนเอง และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นในกระบวนการ Kaizen 5. ส่งเสริมสุขภาพองค์กร: การพัฒนาตัวเองช่วยสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นให้ คนทำงานที่อยู่ในองค์กรมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ เพื่อทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข 6. เสริมสร้างวัฒนธรรม Kaizen: การพัฒนาตัวเองเป็นตัวบ่งบอกของการยอมรับ และการปฏิบัติตามหลักการ Kaizen ทำให้วัฒนธรรม Kaizen กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในทีม และองค์กร ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้และการพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการ Kaizen เพื่อให้ มีผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและเชื่อมโยงกับการพัฒนาองค์กรโดยรวม สรุป ไคเซน เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการ โดยมีเป้าหมายที่ความร่วมมือของ พนักงานทุกคน ร่วมกันหาแนวทางใหม่ๆ เอปรับปรุงวิธีการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ หัวใจสำคัญของไคเซนอยู่ที่ต้องมีการปรับปรุงต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด


12 อ้างอิง ทองพันชั่ง พงษ์วารินทร์.KAIZEN 6 ขั้นตอน.เข้าถึงได้ จาก: https://www.bttraining.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=21476114 04&Ntype=1 . 25 ตุลาคม 2566 _________________. KAIZEN : วิถีแห่งการไม่หยุดพัฒนาตัวเองของญี่ปุ่น.เข้าถึงได้จาก : https://tuxsablog.skilllane.com/level-up/kaizen/ . 25 ตุลาคม 2566 สถาบันฝึกอบรมด้านทรัพยากรมนุษย์. การปรับปรุงและเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่องด้วย kaizen. เข้าถึงได้จาก : https://www.hrodthai.com. . 25 ตุลาคม 2566


Click to View FlipBook Version