The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สูจิบัตร สวนสุนันทาวัฒนศิลป์^.^

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สูจิบัตร สวนสุนันทาวัฒนศิลป์^.^

สูจิบัตร สวนสุนันทาวัฒนศิลป์^.^

โครงการนทิ รรศการ สวนสุนันทาวัฒนศิลป์ สร้างสรรค์

1. ชื่อโครงการ:สวนสุนนั ทาวฒั นศิลป์ สร้างสรรค์

2. ชื่อผ้รู ับผดิ ชอบโครงการ

- นกั ศึกษาช้นั ปี ที2่ สาขาวชิ าการจดั การทางวฒั นธรรม

3. หลักการและเหตผุ ล

นิทรรศการสวนสุนนั ทาวฒั นศิลป์ สร้างสรรคจ์ ดั ข้นึ เพ่ือเป็นการส่งเสริม เผยแพร่รวมถึงอนุรักษ์
ความเป็นสวนสุนนั ทา และเป็นการนาเสนอผลงานของนกั ศึกษาช้นั ปี ท2่ี สาขาวชิ าการจดั การทางวฒั นธรรม
ในรายวชิ าการจดั นิทรรศการ

โดยนิทรรศการสวนสุนนั ทาวฒั นศลิ ป์ สร้างสรรค์ จดั ข้นึ ภายใตโ้ ครงการสืบสานความเป็นไทย
ในสวนสุนนั ทาในแนวคิด“วฒั นศลิ ป์ สร้างสรรค”์ วฒั น จากคาว่า วฒั นธรรม หมายถึง วิถีการดาเนิน
ชีวิต ศิลป์ มาจากคาวา่ ศลิ ปะ หมายถึง การประดบั , การทาใหว้ จิ ิตรพสิ ดารตา่ งๆ, การชา่ งทวั่ ไป, การ
หัตถกรรม, การฝีมอื

ดงั น้นั นิทรรศการน้ีจงึ สื่อถึง ความเป็นสวนสุนนั ทาในดา้ น ศิลปะ ภูมิปัญญาและการใชช้ ีวติ ใน
สวนสุนนั ทา

4. วตั ถปุ ระสงค์

4.1. เผยแพร่ศลิ ปะ ภมู ิปัญญาและการใชช้ ีวิต ในสวนสุนนั ทา
4.2. เพ่ือส่งเสริมให้นกั ศกึ ษาไดแ้ สดงออกซ่ึงความรู้ และทกั ษะความสามารถใหม่ ๆ ต่อสงั คมและ
รูจ้ กั สามคั คี กลา้ แสดงออก และมคี วามริเร่ิมสรา้ งสรรคใ์ นการปฏิบตั งิ านเป็นหมูค่ ณะ
5. เป้าหมาย

-เพือ่ เป็นการส่งเสริม เผยแพร่และอนุรักษค์ วามเป็นสวนสุนนั ทา

6. วนั เวลา สถานที่ในการจดั ดาเนินงาน

-วนั ที่ 5 พฤศจกิ ายน 2563 เวลา 09:30 – 15:30 น. ณ อาคาร 3 ศลิ ป์ รตั นโกสินทร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั
สวนสุนนั ทา

7. วิธกี ารดาเนินงาน

7.1.แต่งต้งั คณะกรรมการที่ปรึกษาและคณะกรรมการ ดาเนินการ

7.2กาหนดข้นั ตอนการปฏิบตั งิ านโครงการใหค้ ณะกรรมการทราบ

7.3. จดั หางบประมาณสนบั สนุนการจดั นิทรรศการ
7.4. จดั ทาสูจิบตั ร จดั นิทรรศการ

7.5. ประเมนิ ผล
7.6. เกบ็ สถานท่ีให้เรียบรอ้ ย
8. งบประมาณ
รวมเป็นเงินท้งั สินประมาณ 3138 บาท
ตามรายการดงั ต่อไปน้ี
8.1. คา่ อปุ กรณ์แตล่ ะบูธรวม 3100 บาท แบง่ เป็น
-สืบสานคณุ คา่ งานศิลป์ ภาพวาดสีน้าคุณขา้ หลวง 700บาท
-เสน่หด์ อกไมง้ ามสวนสุนนั ทา 1500 บาท
-นวดสมนุ ไพรใตแ้ สงจนั ทร์ 400 บาท
-บหุ งาแกว้ กานตา 500 บาท
8.2. โปสเตอร์ขนาด A4 2 แผน่ รวม 38 บาท
(ทุกรายการถว่ั เฉล่ียเทา่ ที่จา่ ยจริง)

9. ผลทีค่ าดว่าจะได้รับ
9.1.ศลิ ปะ ภมู ปิ ัญญาและการใชช้ ีวติ ในสวนสุนนั ทา
ใหเ้ ป็นทร่ี ู้จกั มากข้ึน
9.2.บคุ คลทวั่ ไปช่ืนชมและเหน็ คณุ ค่าของความรู้
ศิลปะวฒั นธรรมภูมิปัญญาของขา้ หลวงในสวนสุนนั ทา



ผลงานนทิ รรศการกล่มุ

กลมุ่ แรก สบื สานคณุ ค่างานศิลป์ ภาพวาดสนี า้ คณุ ข้าหลวง

จดั แสดงเกย่ี วกบั ประวตั ภิ าพวาดสีนา้ คณุ ข้าหล

โดยสืบเนอ่ื งมาจาก พระวิมาดาเธอ กรมพระสทุ ธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ท่านทรางเป็นนกั
พฤกษศาสตร์ชนั้ เย่ียม ทรงปลกู ต้นไม้ทุกชนดิ ไมว่ ่าจะเป็นดอกไม้ ไม้ใบ หรือไม้ผล ที่ตาหนกั ของท่านมที งั้
ดอกกุกลาบหลายร้อยต้น และกล้วยไม้ขนาดใหญ่ และอกี มากมาย ทาให้สว่ นตาหนกั ของพระวิมาดาเธอ
เปรียบเสมือนอทุ ยานน้อยๆเลยทเี ดียว

โดยภาพวาดสีนา้ คณุ ข้าหลวง ได้ถูกวาดขนึ ้ เม่ือช่วงท่ีพระวิมาดาเธอประทบั อยู่ทีว่ งั สวนสนุ นั ทา โดย
พระองคจ์ ะชอบทรงพระดาเนินไปทอดพระเนตรดอกไม้ตา่ งๆ ด้วยความสนพระทยั ย่งิ เลยทาให้ในทกุ ๆครงั้
ทเี่ สด็จทอดพระเนตร จะทรงโปรดให้คณุ ข้าหลวงในพระองค์วาดรูปดอกไม้ที่ทรงปลกู ไว้ให้เหมอื นจริงมาก
ที่สดุ แล้วจงึ ถวายทอดพระเนตร โดยพระองค์จะชแี ้ นะและวิจารณ์แตล่ ะภาพ โดยภาพวาดเหล่านที ้ งั้ หมด
ปัจจุบนั รวบรวมได้117ภาพ

คณุ คา่ ของภาพวาดสีนา้ คณุ ข้าหลวง

จะเหน็ ได้วา่ ภาพวาดสนี า้ คณุ ข้าหลวงมคี วามสาคญั ทรงคณุ ค่าทางศิลปะ วฒั นธรรมอยา่ งยิง่

กลมุ่ ท่ีสองสเนห่ ด์ อกไม้งามสวนสนุ นั ทา

จดั แสดงประวตั ิความเป็นมาของดอกแก้วเจ้าจอมในสวนสนุ นั ทาง

ดอกไม้สญั ลกั ษณ์ประจามหาวทิ ยาลยั คือ “ดอกแก้วเจ้าจอม” ต้นแก้วเจ้าจอม เป็นไม้ดอกซง่ึ
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั นามาปลกู ในบริเวณสวนสนุ นั ทาได้พนั ธ์มุ าเมอื่ คราวเสด็จฯ
ประพาสประเทศชวา (อินโดนีเซยี ) ลกั ษณะดอกเหมือนดอกแก้ว แตก่ ลบี ดอกเป็นสมี ่วงน้ําเงนิ เกสรสี
เหลอื งใบเหมอื นใบแก้ว แต่ กลมตดิ กนั และปอ้ มกว่า ต้นแรกปลกู ไว้บนเนนิ ดินหน้าอาคาร 11 ปัจจบุ นั
ขนาดต้นสงู ประมาณ 15 เมตร

ประโยชน์ของแก้วเจ้าจอม มอี ะไรบ้าง?

ต้นแก้วเจ้าจอมเป็นไม้ยนื ต้นขนาดเลก็ มีทรงพุม่ กลมสวยงาม เหมาะสาหรับปลกู ให้ร่มเงา ปลกู ในบ้าน ใน
สถานท่ีทางาน สวนสาธารณะ เพราะใช้จดั สวนได้ดี เป็นต้นไม้มงคลทีป่ ลกู แล้วดดู มี ีรสนยิ ม จึงได้รบั ความ
นยิ มปลกู เป็นไม้ประดบั ทวั่ ไป

แก้วเจ้าจอม มีสรรพคณุ อะไรบ้าง?

แก้วเจ้าจอมมีสรรพคณุ ทางด้านสมุนไพรมากมาย ดอกแห้งใช้ชงเป็นนา้ ชาดื่มบารุงกาลงั และใช้ยาง, ใบ,
เปลือก, ดอก เป็นยาสมนุ ไพรรักษาโรคได้หลายโรค เชน่ โรคหอบหดื , โรคเกาต,์ โรคเบาหวาน ฯลฯ

กลมุ่ ทสี่ ามนวดสมนุ ไพรใต้แสงจนั ทร์

จดั แสดงประวตั ิความเป็นมา

เน่อื งด้วยทางกลมุ่ ตระหนกั ถึงภูมิปัญญาไทย ด้านการแพทยแ์ ผนไทย การใช้สมนุ ไพรในการดแู ลรกั ษา
สขุ ภาพ ซึ่งบรรพบรุ ุษชาวไทยได้ใช้สบื ทอดกันมายาวนานนับ ตงั้ แต่สมยั พทุ ธกาลโดยหมอชวี กโกมารภจั น์
และทางองคก์ ารอนามยั โลก ได้สารวจพบว่าเมืองไทยของเราอุดมไปด้วยพืชสมนุ ไพรกวา่ สามหมน่ื ชนิด
และได้นาพืชสมนุ ไพรของเราไปวจิ ยั ทางด้านเภสชั วทิ ยา และนาไปสกดั เป็นยาส่งไปขายทวั่ โลกและขายใน
ราคาท่แี พงมาก พชื สมนุ ไพรหลายชนิดถูกนาไปจดสิทธบิ ตั ร ดงั นนั้ จึงถึงเวลาแล้วท่คี นไทยทกุ คนต้องหวง
แหนทรพั ยากรอนั ทรงคณุ คา่ ของเรารวมกนั สืบสานการแพทยแ์ ผนไทย โดยนาสมนุ ไพรพนื ้ บ้านที่มอี ยู่
ผสมผสานกับภมู ิปัญญาท้องถิ่นด้านสมนุ ไพรซึง่ ได้รับการถา่ ยทอดมาจากบรรพบรุ ุษ ซึ่งมคี วามรู้เร่ืองการ
นวดแผนโบราณ และการร่าเรียนมา ร้านเพญ็ พมิ ลนวดแผนไทยเพ่อื สขุ ภาพ พบว่าชาวบ้านทางานหนกั
แล้วเกิดอาการปวดเม่ือย สืบเน่ืองจากมีความรู้พนื ้ ฐานการนวดและเร่ืองสมนุ ไพร จึงนามาทาลกู ประคบ
เพือ่ บรรเทาอาการปวดเม่ือซงึ่ เป็นการรักษาพยาบาลในเบอื ้ งต้นได้ เป็นการชว่ ยเหลอื เออื ้ เฟือ้ ซึง่ กนั และกนั
สมนุ ไพรพนื ้ บ้าน หาได้ไมย่ ากนกั ในหมบู่ ้าน การนาภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินด้านการรกั ษาโรคมาทาเป็นลกู
ประคบ เพือ่ สะดวกในการใช้ สาหรบั บรรเทาอาการปวดเมือ่ ย คลายความแข็งเกร็งของกล้ามเนอื ้ ชว่ ยให้
เส้นเอ็นท่ีตึงแขง็ ออ่ นตวั ลง ชว่ ยระบบการไหลเวียนของโลหติ

การนวดดว้ ยลูกประคบ

เป็นการนาลูกประคบสมนุ ไพรสดหรือสมุนไพรแห้ง น่ึงให้รอ้ น และนามาประคบตามส่วนต่างๆของ
ร่างกาย ส่วนใหญม่ กั นิยมประคบหลงั จากการนวด การประคบสมนุ ไพรจะชว่ ยส่งเสริมการนวดไทยแบบ
ราชสานกั ใหผ้ ลการรกั ษาดขี ้นึ ท้งั จากตวั ยาสมนุ ไพร และความรอ้ น การประคบสมนุ ไพรมปี ระโยชนช์ ว่ ย
กระตนุ้ การไหลเวยี นของเลือด ชว่ ยลดอาการบวม บรรเทาการอกั เสบของกลา้ มเน้ือ บรรเทาอาการปวดเม่ือย
ตามร่างกาย

กลมุ่ ทสี่ ีบ่ ุหงาแก้วกานดา

ประวตั คิ วามเป็นมา

"บหุ งาราไป"

บหุ งาราไป เป็นเครื่องหอมไทยทท่ี าไดง้ า่ ย ใชเ้ วลารวดเร็ว และนิยมทาในช่วงทมี่ ีดอกไมบ้ านสะพร่ัง โดย
บรรจุในผา้ โปร่งหรือภาชนะจกั สาน เพอ่ื ให้มองเห็นสีสนั ของกลบี ดอกไมช้ นิดต่างๆ ทน่ี ามาปรุงดว้ ยกนั ซ่ึง
มกั จะมสี ีสนั ตดั กนั สวยงาม และมกี ลนิ่ หอมเยน็ ช่ืนใจ มีดว้ ยกนั 3 ชนิดคอื

- บหุ งาสด คือ การนาดอกไมส้ ดหอม ใบไม้ และสมุนไพรหอมชนิดต่างๆ หัวน้ามนั หอม สารตรึงกลิ่น อย่าง
ละเลก็ ละนอ้ ย ผสมคลกุ เคลา้ รวมกนั นาไปใส่ในบรรจุภณั ฑต์ ามความชอบของผปู้ รุง

- บหุ งาแหง้ คือ การนาดอกไมส้ ดหอม ใบไม้ และสมนุ ไพรหอมชนิดตา่ งๆ นาไปผา่ นกรรมวธิ ีทาให้แหง้
สะอาด และนาไปคลุกเคลา้ หัวน้ามนั หอม สารตรึงกลน่ิ ใหไ้ ดก้ ล่ินทชี่ ื่นชอบ และนาไปใส่ในบรรจภุ ณั ฑ์
ตามความชอบของผปู้ รุง

- บุหงาหมกั คอื การนาดอกไมส้ ดหอม และดอกไมแ้ ห้งหอม ผสมแอลกอฮอล์ ผงไมห้ อมและน้ามนั หอม
นาไปหมกั ในภาชนะทบึ แสง เกบ็ ไวป้ ระมาณ 8 สปั ดาห์ จนส่วนผสมต่างๆ เขา้ ดว้ ยกนั จากน้นั จะนาไปใช้
บรรจทุ าเคร่ืองหอมตอ่ ไป

บหุ งาจดั เป็นเครื่องหอมชาววงั แบบโบราณ ทถ่ี กู ประดิษฐ์ข้นึ จากกลีบดอกไมห้ อม ทนี่ ามาทาให้แหง้ ดอกไม้
หอมทีม่ กี ลน่ิ แรงเวลาแห้งแลว้ ยงั คงมกี ลิ่นตดิ อยู่ พวกมะลิ กระดงั งาไทย พิกุล บุหงาราไปมีมายาวนานแต่
คร้ังกรุงศรีอยุธยา ในกาพยเ์ ห่เรือเจา้ ฟ้ากุง้ ไดก้ ลา่ วเก่ียวกบั บหุ งาไวว้ า่ " นึกถวลิ กลิ่นบหุ งา ราไปเจา้ เศรา้ ถึง
นาง" จะเห็นไดว้ ่าการปรุงบหุ งามมี าจากราชสานักของไทยมายาวนานหลายร้อยปี แลว้ เริ่มนิยมทากนั จาก
ราชสานกั ไมเ่ ป็นทีเ่ ผยแพร่แก่สามญั ชน ถอื เป็นวชิ าช้นั สูง ถูกถา่ ยถอดกนั เรื่อยมาจบจนกรุงรัตนโกสินทร์ ก็
ยงั นิยมประดษิ ฐ์กนั มาอยแู่ ตใ่ นเขตพระราชฐานเชน่ เดมิ จวบจนยุครัชกาลท่๕ี ถอื เป็นยุคท่ศี ิลปะประดิษฐ์
และงานเคร่ืองหอมเฟ่ืองฟูถึงจุดสูงสุด เกดิ มีเครื่องหอมชนิดใหมถ่ กู คิดคน้ ดดั แปลงข้ึนมาหลายชนิด
บุหงาราไปก็เช่นกนั ไดร้ ับความนิยมมาก นิยมทาข้ึนเป็นของชาร่วยแจกในงานพธิ ีต่างๆ ส่วนใหญ่จะงาน
ฉลองวนั ครบรอบแซยิดเจา้ นายตามวงั ต่างๆ ระดบั ช้นั เจา้ นายเช้ือพระวงศ์

ขอเล่าถึงบหุ งาในงานฉลองวนั เกดิ เจา้ นายทา่ นหน่ึง วงั สวนสุนนั ทาตาหนกั พระวมิ าดาเธอเป็นทขี่ ้ึนช่ือเร่ือง
งานฝีมือชาววงั โบราณ บหุ งาท่ที าประทานใหเ้ จา้ นายองคน์ ้ีถูกทาเป็นรูปไก่ เนื่องดว้ ยปี เกดิ ของเจา้ ของงาน

คอื ปี ระกา บหุ งาจงึ ถกู ประดษิ ฐ์ข้ึนเป็นตวั ไก่ ข้นึ โครงดว้ ยลวดงานละเอยี ดหยิบ ใชผ้ า้ ตว่ นบุนอก เขียนลาย
อย่างวจิ ติ รพิสดารใตท้ อ้ งไก่ถกู เวน้ ชอ่ งสาหรบั ยดั ตวั บหุ งาลงไปแลว้ ปิ ดดว้ ยผา้ โปร่งอีกที ยงั มบี ุหงารูปหวั
มา้ และ อกี หลายอยา่ งที่ทาประทานไปชนิดวจิ ติ รหาดูท่ไี หนไม่ไดอ้ ีกแลว้ ถา้ บุหงาแบบประทานสามญั ชน
ทวั่ ๆไปช้นั เจา้ พระยา ช้นั คุณหลวง คุณพระ จะเพยี งแตเ่ ยบ็ ผา้ โปร่งระบายลกู ไมเ้ ป็นถุงรูดปากเฉยๆไม่ไดใ้ ช้
ฝีมือมากนกั แตต่ วั บหุ งาขา้ งในก็หอมชนิดติดทนไปเกือบปี ทเี ดียว บหุ งาโบราณน้นั ตา่ งจากสมยั น้ีอย่าง
สิ้นเชิง ของแทๆ้ แบบโบราณจริงๆ จะใชก้ ลีบดอกไม้ มะลิ กหุ ลาบ กระดงั งา พิกลุ บานไม่รูโ้ รย ลาเจยี ก
ใบเตยหอม ท้งั หมดที่กล่าวนามาตากใหแ้ หง้ สนิท ข้นั ตอนการตากก็สาคญั มาก ตากอย่างไรใหด้ อกไมย้ งั คงสี
สดสวยอยไู่ ม่ตายน่ึง เมื่อดอกไมแ้ ห้งดีกถ็ ึงข้นั ตอนการอบร่าดว้ ยเทยี นอบ เทียนอบจุดจนไหมเ้ น้ือเทียนแลว้
ดบั อบอยู่เชน่ น้นั ๓หรือ๔รอบ ดอกไมท้ แี่ ห้งสนิทจะดดู กลนิ่ ควนั เทยี นอบเอาไว้ กลิน่ ท่ไี ดต้ อนน้ีจะกระเดียด
ไปในทางกลน่ิ ควนั เทยี น ข้นั ตอนสุดทา้ ยคอื การปรุงดว้ ยน้าปรุงและพิมเสน น้าปรุงเมอ่ื ถกู พรมลงบนตวั
บหุ งาที่มกี ลิ่นอบร่าจากควนั เทียนไวแ้ ลว้ จะทาการกลืนกลนิ่ กลายเป็นกล่ินหอมช่ืนใจข้นึ มาทนั ที กล่ินที่ได้
ถา้ นึกไม่ออกใหน้ ึกถงึ กล่ินน้าอบไทยเป็นหลกั กลิ่นจะเป็นทานองน้นั จบข้นั ตอนน้ีถึงโรยพมิ เสนใหเ้ กดิ
กล่นิ หอมชื่นใจ ถึงจะบรรจุลงถุงผา้ ลูกไมไ้ ดต้ ามแตจ่ ะประดษิ ฐ์ให้ประณีตเพียงไหน ถา้ ทาตามข้นั ตอนน้ี จะ
ทาให้กลิ่นติดทนทานเมื่ออยใู่ นภาชะปิ ดฝาจะเก็บกล่นิ ไดเ้ กอื บปี แต่สีดอกไมจ้ ะเปลยี่ นไปตามกาลเวลา
คงเหลือแตก่ ล่ินหอมช่ืนใจท่ตี ิดอยู่ บหุ งาสมยั ใหม่ท่ีดดั แปลงทากนั เตม็ ตลาดทเ่ี ห็นใชล้ กู ประดู่เมด็ ตน้ สะแก
นามายอ้ มสีจดั จา้ นใชก้ ลิน่ เอียนๆเวยี นหัวกลน่ิ น้าหอมจากนอกใส่ลงไปจนไม่เหลอื กล่ินแบบเดิมไวเ้ ลย คนก็
เขา้ ใจว่าแบบทีเ่ หน็ คอื ของโบราณ แต่ถา้ แบบโบราณจะอบร่าและพรมน้าปรุงโรยพิมเสนเพยี งเทา่ น้นั ไม่มี
ยอ้ มสีแบบสมยั ใหม่ คงแต่ใชส้ ีเดิมจากดอกไมแ้ บบน้นั บหุ งาแบบตาหรับเดมิ ทาเสร็จแลว้ นาไปใส่ตใู้ ส่หีบ
อบเส้ือผา้ ไดเ้ หมอื นกนั เส้ือผา้ จะมีกล่นิ หอมจางๆจากกลน่ิ บุหงา ทน่ี าเสนอใหเ้ หน็ เป็นข้นั ตอนแบบโบราณ
คอื อบร่าดว้ ยเทยี นอบ เพียงแตใ่ ชก้ ลีบกุหลาบสีสดๆมานาเสนอเพอื่ ให้เหน็ สีสนั ชดั เจนจงึ ตดั ตวั ดอกไมท้ ี่
กลา่ วมาขา้ งตน้ ออกเสีย ไมถ่ อื วา่ ผดิ ตารบั เดมิ แตอ่ ยา่ งใด เพราะหัวใจของบหุ งาคือการอบร่าและกล่ินน้าปรุง
กบั พมิ เสน


Click to View FlipBook Version