๔๗
ระเบยี บวาระที่ ๓ เรื่อง เสนอทป่ี ระชมุ ทราบ
๓.๑ ........................................................................................
๓.๒ ........................................................................................
ฯลฯ
ระเบยี บวาระท่ี ๔ เรื่อง เสนอที่ประชมุ พจิ ารณา
๔.๑ ........................................................................................
๔.๒ ........................................................................................
ฯลฯ
ระเบยี บวาระที่ ๕ เร่ืองอื่นๆ (ถ้าม)ี
๕.๑ ........................................................................................
๕.๒ ........................................................................................
ฯลฯ
๒.๒ รปู แบบการประชมุ ท่ีไมเ่ ป็นทางการ ที่ประชุมอาจกาหนดรปู แบบง่ายๆ โดยไมต่ ้องมีระเบียบ
วาระครบถว้ นในการประชมุ ที่ไมเ่ ปน็ ทางการ หรือการประชุมกล่มุ ย่อย (หัวขอ้ การประชุมเพยี งแต่เรยี ง
ตามลาดบั ๑ – ๒ – ๓ – ๔ – ๕ )
๒.๓ รูปแบบท่หี นว่ ยงานกาหนด บางหนว่ ยงานอาจกาหนดรูปแบบเฉพาะ เช่น เพ่มิ ระเบียบวาระ
“เรอ่ื งทักทว้ ง” ในกรณีทเี่ ปน็ เรื่องพิจารณาตามปกตปิ ระจาทุกคร้งั ไม่ต้องมีการอภิปราย หากไม่มีการ
ทักท้วงก็ถือวา่ เห็นชอบ ทงั้ นีเ้ พอื่ ประหยดั เวลาในการประชุม
๓. ข้ันตอนการดาเนนิ การประชมุ
๓.๑ ระเบยี บวาระท่ี ๑ เรือ่ งท่ีประธานแจง้ ทป่ี ระชุมทราบ
เม่อื ประธานกลา่ วเปิดประชมุ แลว้ หากไมม่ เี รื่องแจ้งเพื่อทราบก็เขยี นวา่ “ไม่มี” ระเบียบ
วาระท่ี ๑ น้ีไมต่ ้องมีการ”ลงมติ” เพราะไม่ใช่เร่อื งพิจารณา แต่อาจมีขอ้ ”สงั เกต” ได้ ระเบียบวาระนี้ จะลง
ท้ายว่า “ท่ีประชุมรับทราบ” ทีป่ ระชุมบางแหง่ ใช้คาวา่ “เรอื่ งแจ้งเพือ่ ทราบ” ซึง่ ไมช่ ัดเจนว่าผูใ้ ดแจง้ บาง
แห่งนาระเบียบวาระที่ ๓ มารวมดว้ ย คือกรรมการต่างๆ แจ้งหรอื รายงานท่ีประชมุ ดว้ ย ซ่ึงอาจทาใหส้ บั สน
ฉะนนั้ หากเปน็ การประชมุ ท่ีสาคัญควรแยกระเบยี บวาระที่ ๑ ใหป้ ระธานเป็นผ้แู จง้
๓.๒ ระเบียบวาระท่ี ๒ เรือ่ งการรบั รองรายงานการประชมุ
ประธานจะเป็นผู้เสนอใหท้ ี่ประชุมพิจารณารายงานการประชุมคร้ังทีผ่ า่ นมา หรือ
ประธานมอบหมายให้เลขานุการแจ้งให้ทป่ี ระชุมทราบ โดยอาจใหพ้ ิจารณาทีละหน้า ในกรณที ี่มิไดแ้ จก
ล่วงหน้า หรอื รวบยอดท้งั ฉบับในกรณที ี่แจกลว่ งหนา้ แล้ว หากมีผู้ใดเสนอแก้ไข เลขานุการจะต้องบนั ทึก
คู่มือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๔๘
ข้อความที่แก้ไขใหม่อยา่ งละเอียด และข้อความใหมจ่ ะต้องปรากฏในรายงานการประชุมครั้งใหมด่ ้วย
ระเบียบวาระน้ีจะลงทา้ ยวา่ “ท่ปี ระชุมพิจารณาแลว้ รบั รองรายงานการประชมุ ครง้ั ท.ี่ .....โดยไม่มีการแก้ไข
(หรอื มีการแก้ไข)” การรับรองรายงานการประชมุ อาจทาได้ ๓ วิธี
๑) รบั รองในการประชมุ ครั้งน้นั ใชส้ าหรับกรณเี รง่ ดว่ น ใหป้ ระธานหรอื เลขานกุ ารของท่ี
ประชุม อ่านสรุปมติใหท้ ่ีประชุมพิจารณารบั รอง
๒) รับรองในการประชมุ คร้งั ตอ่ ไป ประธานหรือเลขานุการเสนอรายงาน การประชุมครั้งท่ีแลว้
มาใหท้ ่ีประชุมพจิ ารณารับรอง
๓) รับรองโดยการแจ้งเวยี น ใช้ในกรณที ่ีไมม่ ีการประชุมครั้งต่อไป หรือมแี ตย่ ังกาหนดเวลา
ประชุมครั้งต่อไปไม่ได้ หรอื มมีระยะเวลาหา่ งจากการประชุมครงั้ น้ันมาก ใหเ้ ลขานุการสง่ รายงานการ
ประชุมไปให้บุคคลในคณะกรรมการพจิ ารณารบั รอง ภายในระยะเวลาท่ีกาหนด
๓.๓ ระเบยี บวาระที่ ๓ เรอื่ งเสนอท่ปี ระชมุ ทราบ
บางแห่งใช้คาวา่ “เร่ืองสืบเน่ือง” คอื สืบเนอ่ื งจากการประชมุ ครงั้ ท่แี ลว้ เป็นการรายงานผล
การปฏบิ ตั ิงานที่ได้รับมอบหมายในการประชมุ คร้ังกอ่ นๆ แตก่ ารใชค้ าวา่ “เรอ่ื งสืบเน่ือง” อาจทาให้เกดิ
ความผิดพลาด โดยมีการนาเร่ืองทีเ่ ล่ือนจากการพิจารณาคร้ังก่อนมาพิจารณาและลงมตใิ นระเบียบวาระน้ี
ทาใหส้ บั สนกับวาระที่ ๔ ซ่ึงเป็นเรื่องพิจารณาโดยเฉพาะในการประชมุ สว่ นใหญ่ ระเบียบวาระท่ี ๓ เป็น
เร่ืองที่ผ้เู ข้าร่วมประชมุ จะรายงานผลงานหรอื เร่อื งราวสาคัญในหน่วยงานของตน ท่ปี ระชุมเพยี งแต่
“รบั ทราบ” หรือ “มขี ้อสังเกต” เชน่ เดียวกบั วาระที่ ๑
๓.๔ ระเบียบวาระท่ี ๔ เรือ่ งเสนอทปี่ ระชมุ พิจารณา
ระเบียบวาระนีเ้ ป็นหัวใจของการประชุม เลขานุการจะต้องส่งขอ้ มลู ประกอบการพจิ ารณา
ใหค้ ณะกรรมการไดศ้ กึ ษาล่วงหนา้ หากข้อมลู มากจะต้องสรุปสาระสาคญั ให้คณะกรรมการอ่านด้วย
หัวข้อตา่ งๆ ท่ีจะนามาพจิ ารณาจะต้องตั้งชื่อเรอื่ งให้กระชับ ชัดเจนทุกเรอ่ื ง เมื่อผู้เกยี่ วขอ้ งอ่านกจ็ ะทราบ
ทนั ทีว่าเปน็ เรอ่ื งใด ทาให้ประหยดั เวลาอา่ น และในท่ปี ระชุมก็อภิปรายได้ตรงประเดน็ ตัวอยา่ งการตัง้ ชื่อ
เรื่อง เช่น
๑) การจดั สรรทนุ การศกึ ษาแกบ่ ุตรขา้ ราชการ
๒) การจัดงานในวนั คล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ
ระเบยี บวาระที่ ๔ เป็นเร่ืองเสนอทปี่ ระชุมพจิ ารณา และจะลงท้ายด้วยมตทิ ป่ี ระชมุ เชน่
“ท่ีประชุมมมี ติอนุมัติ ตามเสนอ” หรอื “ทปี่ ระชมุ พจิ ารณาแลว้ มมี ติดงั น้ี ๑.....๒......๓.....” หรือท่ปี ระชมุ มี
มติเห็นชอบ มตทิ ี่ประชมุ จะต้องกระชับหรอื ชัดเจนว่า อนุมัติหรอื ไม่ มอบหมายใหใ้ ครทาอะไร ให้แลว้ เสร็จ
เม่อื ไร อยา่ งไร เป็นตน้
คู่มือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๔๙
๓.๕ ระเบยี บวาระท่ี ๕ เรอื่ งอื่นๆ (ถ้ามี)
ระเบียบวาระน้ีอาจจะเป็นเร่ืองเรง่ ด่วนท่ีมไิ ด้แจง้ ล่วงหน้า มิได้บรรจุไว้ในระเบยี บวาระท่ี ๔
ประธานอาจนามาพิจารณาในระเบียบวาระท่ี ๕ หรอื อาจเป็นเร่ืองเสนอเพิ่มเติมที่ไม่มีการลงมติก็ได้ ภาษา
พดู เรียกวา่ “วาระจร”
๔. การรายงานผลการประชมุ
๔.๑ ความหมายของรายงานการประชุม
คาวา่ “รายงานการประชมุ ” เป็นคานาม หมายความว่า รายละเอยี ดหรือสาระของการ
ประชมุ ที่จดไว้เปน็ ทางการ (พจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑิตสถาน ๒๕๔๒ : ๙๕๓)
๔.๒ ความสาคญั ของรายงานการประชุม
รายงานการประชุม เปน็ รายงานประเภทหนึ่งที่มีความสาคัญอยา่ งยิ่ง สรุปได้ดังน้ี
๑) เป็นองค์ประกอบของการประชุม การประชุมอย่างเปน็ ทางการจะมีองคป์ ระกอบ ๘
ประการ ได้แก่ ๑) ประธาน ๒) องค์ประชมุ ๓) เลขานุการ ๔) ญตั ติ ๕) ระเบียบวาระการประชุม ๖)
มติ ๗) รายงานการประชมุ และ ๘) หนังสอื เชิญประชมุ
๒) เปน็ หลักฐานการปฏิบัตงิ าน การปฏบิ ัตงิ านในองค์กรใดๆ ก็ตาม ยอ่ มมกี ารประชุม
เพื่อรายงานผลการปฏิบัติงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กาหนดนโยบาย พิจารณาข้อเสนอ ฯลฯ รายงาน
การประชมุ จะเป็นหลักฐานสาคัญท่ีแสดงผลการปฏิบัตงิ าน หรือกิจการของหน่วยงานท่ผี ่านมา เพ่ือเปน็
หลักฐานขององค์กรต่อไป
๓) เปน็ เครอ่ื งมอื ติดตามงาน รายงานการประชุมท่ีมีการบนั ทึกมติไว้อย่างชดั เจน จะเป็น
หลกั ฐานสาคัญ ใหเ้ ลขานุการหรอื ผไู้ ดร้ ับมอบหมายได้ตดิ ตามงานตามมตทิ ป่ี ระชุม การประชุมส่วนใหญ่จะ
มีระเบียบวาระ “เร่อื งท่ีเสนอที่ประชมุ ทราบ” ซ่ึงผู้ปฏบิ ัติ จะรายงานผลหรอื ความก้าวหน้าในการ
ปฏบิ ัติงานตามมติท่ปี ระชุมคร้ังกอ่ น ทั้งน้ี จะเป็นประโยชน์แก่องคก์ ร ใหส้ ามารถเรง่ รดั พัฒนางานอย่าง
เต็มท่ี
๔) เป็นหลกั ฐานอา้ งอิง รายงานการประชมุ ท่ีมีการับรองจากที่ประชมุ แลว้ ถือเป็น
เอกสารท่ีใช้อ้างองิ ได้ตามกฎหมาย หากมมปี ัญหาหรือความขัดแยง้ ในทางปฏบิ ัติ สามารถใช้มตกิ ารประชมุ
เพือ่ ยุติข้อขดั แยง้ ได้ หรอื หากมปี ัญหาทางกฎหมาย เชน่ บุคคลหรือหนว่ ยงานปฏบิ ตั งิ านไม่เป็นไปตามมติ
กส็ ามารถใช้รายงานการประชุม เปน็ หลกั ฐานสว่ นหนงึ่ ในการดาเนินการตามกฎหมายได้
คูม่ อื และแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๕๐
๕) เป็นข้อมูลข่าวสาร เลขานกุ ารจะส่งรายงานการประชมุ ใหผ้ ้เู ข้าประชุมได้รับทราบ
ขอ้ มลู หรือทบทวนเรือ่ งราวท่ีผ่านมาในการประชมุ ครงั้ กอ่ น เพ่อื ให้ต่อเนื่องกบั การประชมุ คร้งั ต่อไป
นอกจากน้ันยงั เปน็ ประโยชน์สาหรับผ้ไู มม่ าประชมุ ได้ศกึ ษาขอ้ มูล และรบั ทราบมติท่ปี ระชุมด้วย
การเขียนรายงานการประชมุ มีรายละเอียด ดังน้ี
๑. รายงานการประชุม ใหล้ งชื่อคณะทปี่ ระชมุ หรอื ชื่อการประชุมนั้น เช่น รายงานการ
ประชุมคณะกรรมกร..............................
๒. คร้ังที.่ ............ใหล้ งครั้งท่ปี ระชุมเป็นราบปี โดยเร่มิ ครง้ั แรกจากเลข ๑ เรยี งลาดบั ไป
จนส้นิ ปีปฏิทนิ ทบั เลขทพ่ี ุทธศกั ราชทปี่ ระชมุ เมื่อขึ้นปีปฏิทินใหม่ให้เริ่มครั้งที่ ๑ ใหม่ เรียงไปตามลาดับ
เช่น ครั้งท่ี ๑/๒๕๕๘
๓. เมอ่ื ..... ให้ลงวนั เดือน ปี และเวลาทป่ี ระชมุ โดยลงวนั ท่พี รอ้ มตวั เลขของวันที่ ชอื่ เต็ม
ของเดือน ตัวเลขของปีพทุ ธศักราช และเวลาทีป่ ระชมุ เช่น เมอื่ วนั ที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๘ เวลา
๑๐.๐๐ น. เปน็ ต้น
๔. ณ...........ให้ลงชือ่ สถานท่ที ีป่ ระชมุ
๕. ผูม้ าประชมุ ให้ลงช่ือ และหรือตาแหน่งของผู้ไดร้ ับแต่งต้ังเป็นคณะทป่ี ระชุมซ่ึงเข้า
ประชมุ ในกรณีทม่ี ีผู้เข้าประชุมแทนใหล้ งช่ือ ผเู้ ขา้ ร่วมประชมุ แทน และลงว่าเข้าประชมุ แทนผใู้ ดหรือ
ตาแหน่งใด
๖. ผูไ้ มม่ าประชุม ให้ลงชื่อและหรือตาแหน่งของผู้ทไี่ ดร้ ับการแตง่ ต้ังเป็นคณะทปี่ ระชุมซึ่ง
มิได้เข้าประชมุ พรอ้ มทง้ั เหตผุ ล (ถา้ ม)ี
๗. ผูเ้ ขา้ ร่วมประชุม ให้ลงชอ่ื และหรือตาแหนง่ ของผู้ที่ได้รับการแต่งตง้ั เป็นคณะที่ประชุม
ซง่ึ ไดเ้ ข้ารว่ มประชมุ (ถ้ามี)
๘. เร่มิ ประชุมเวลา ให้ลงเวลาทเ่ี รม่ิ ประชมุ
๙. ข้อความ ใหบ้ ันทกึ ขอ้ ความที่ประชุม โดยปกติใหเ้ รมิ่ ดว้ ย ประธานกล่าวเปิดประชมุ
และเรือ่ งทป่ี ระชุม กับมตหิ รือขอ้ สรุปของที่ประชุมในแตล่ ะเร่อื งตามลาดับ ประกอบด้วยหัวขอ้ ดังน้ี
๙.๑ เรอ่ื งท่ีประธานแจง้ ที่ประชุมทราบ
๙.๒ เรื่องรับรองรายงานการประชุมคร้ังทผี่ ่านมา
๙.๓ เรื่องท่เี สนอใหท้ ่ีประชุมทราบ
๙.๔ เรื่องท่ีเสนอให้ทปี่ ระชุมพจิ ารณา
๙.๕ เรื่องอืน่ ๆ
๑๐. เลิกประชมุ เวลา ใหล้ งเวลาทีเ่ ลกิ ประชมุ
คมู่ ือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๕๑
๑๑. ผู้บนั ทกึ การประชุม ให้ลงช่ือผู้บันทึกการประชุมคร้ังน้นั (ควรพมิ พช์ ่ือเตม็ และ
นามสกลุ ไวใ้ ต้ลายมือชื่อในรายงานการประชุมครง้ั นั้น)
๑๒. ผู้ตรวจรายงานการประชุม ให้ลงชื่อผู้ตรวจรายงานการประชุม (ควรพิมพช์ ื่อเต็มและ
นามสกุลไวใ้ ตล้ ายมือช่อื ในรายงานการประชุมครง้ั นน้ั ด้วย)
๕. แนวทางการประเมินรูปแบบคณะกรรมการสภานกั เรียน
การประเมนิ รูปแบบประชุมสภานกั เรียน คณะกรรมการสภานักเรยี นจะต้องดาเนินการตาม
ข้นั ตอนและกระบวนการ ดังน้ี
๕.๑. ก่อนดาเนินการประชมุ
๑) การจดั เตรยี มสถานทปี่ ระชุม
๒) การจดั เตรียมระเบยี บวาระการประชมุ /เอกสารทีเ่ กยี่ วขอ้ ง
๓) การเชิญผู้เก่ียวขอ้ งเข้ารว่ มประชุม
๕.๒. ระหว่างดาเนนิ การประชุม
๑) ถา้ มโี ตะ๊ หมู่บูชา สภานักเรยี นควรปฏิบัติอย่างไร
๒) ถา้ ไม่มีโตะ๊ หม่บู ูชา สภานักเรยี นควรปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร
๓) การทาหน้าท่ีของประธานสภานกั เรียน
๔) การทาหน้าที่ของเลขานุการ
๕) การทาหน้าที่ของสมาชิก
๖) การเรม่ิ ต้นการประชมุ ประธานตรวจสอบความพร้อมและองค์ประชุม เปดิ การประชุม
โดยเรม่ิ ต้นในระเบียบวาระท่ี ๑ หรอื เกร่นิ นาแล้วมอบให้รองประธาน หรือกรณปี ระธานไม่อยใู่ นท่ีประชมุ
ให้เลอื กผ้ทู ี่ทาหน้าที่เปน็ ประธาน ในครั้งนี้ เพ่ือดาเนินการประชมุ ตามวาระการประชมุ
๗) ระเบยี บวาระท่ี ๒ ประธานจะดาเนินการเอง หรอื มอบหมายให้เปน็ หน้าท่ีของเลขานุการ
เป็นคนดาเนินการกไ็ ด้ แตใ่ นขัน้ ตอนท่ีใหท้ ่ีประชมุ พจิ ารณาแลว้ รบั รองรายงานการประชุม ต้องเป็นหน้าท่ี
ของประธาน
๘) ประธานหรือผ้ทู ่ีทาหนา้ ที่ประธาน ดาเนนิ การประชุมตามระเบียบวาระการประชมุ ท่ี
กาหนด
๙) การจดบนั ทึกการประชมุ เป็นหนา้ ท่ีของเลขานุการ/ผูช้ ว่ ยเลขานกุ ารโดยตรง ใหส้ งั เกตว่า
สมาชกิ มีการจดบนั ทึกการประชมุ หรือไม่หากไม่จด ควรเสนอแนะให้สมาชิกจดบันทึก เพื่อเป็นการทบทวน
บทบาทหนา้ ท่ีของตนเองหรืองานที่ได้รบั มอบหมาย
๑๐) ประธานควบคุมการประชมุ ให้ดาเนนิ ไปตามวาระการประชมุ ต้องสามารถสรุปประเด็น
จากการประชมุ และหยุดขอ้ โตแ้ ยง้ ในทป่ี ระชุม และทส่ี าคัญทุกคร้ังท่มี ีการลงมติในท่ีประชมุ ตอ้ งเปน็
คมู่ ือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานักเรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๕๒
บทบาทของประธานเทา่ น้ัน เร่อื งบางเรื่องไมจ่ าเป็นต้องลงมติก็ได้ หากสมาชิกในทปี่ ระชมุ ทกุ คนเหน็ ชอบ
เมือ่ มีข้อขัดแยง้ จึงขอมตใิ นที่ประชุม
๑๑) สมาชิกแสดงความคิดเห็น ต้องเคารพสิทธแิ์ ละให้เกยี รตใิ นที่ประชุมโดยการยกมือ
ประธาน อนญุ าตให้พูดจึงพูดได้ แนะนาตวั ตาแหน่งแลว้ จึงพดู
๕.๓. การลงมตใิ นท่ปี ระชุม เปน็ บทบาทหนา้ ที่ของประธานตอ้ งดาเนินการ ดงั นี้
๑) ประธานเปดิ โอกาสใหส้ มาชกิ ทกุ คนได้อภปิ รายเสนอความคิดเหน็ โดยเสมอภาคตาม
ประเด็นทเ่ี สนอในท่ปี ระชุม
๒) ประธานสรุปประเดน็ ว่าใครเสนออะไรในท่ปี ระชมุ แล้วจึงถามความเหน็ ในทป่ี ระชมุ และ
สรปุ ผลเป็นเรอ่ื งๆ ไปในคราวเดยี วกัน
๕.๔. เม่ือจบการประชุม
๑) เมื่อประธานสอบถามความคิดเหน็ ประเดน็ อืน่ ๆในที่ประชุมเพิ่มเตมิ ก่อนมอบหมาย
เลขานุการ สรปุ รายงานการประชมุ ปิดการประชุม
๒) เม่อื จบการประชุมแลว้ ต้องปฏิบตั ติ ามขั้นตอนลกั ษณะเดยี วกบั การเร่ิมต้นการประชมุ
๓) นารายงานการประชุมเสนอผู้บรหิ ารสถานศึกษาเพ่ือโปรดทราบและพิจารณาโดยผา่ นครู
ที่ปรกึ ษา
๔) จดั เอกสารรายงานการประชุมเพื่อนา เสนอใหท้ ี่ประชมุ รับรองรายงานการประชมุ ในการ
ประชุมคณะกรรมการสภานกั เรียนคร้ังตอ่ ไป
คู่มือและแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๕๓
กจิ กรรมท่ี ๔
เครือขา่ ยสภานักเรียน
และการมสี ่วนรว่ ม
คูม่ ือและแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๕๔
กิจกรรมที่ ๔ เครอื ข่ายสภานักเรยี นและการมสี ว่ นรว่ ม
การมีส่วนรว่ มกจิ กรรมต่างๆ โดยสภานกั เรียน หมายถงึ การทสี่ ภานกั เรยี นเขา้ ไปมีสว่ นรว่ มในการ
ประชมุ การวางแผน การเสนอแนะ การจดั ทาโครงการ การบริหาร การจัดการ การจดั หางบประมาณ
ตลอดจนการร่วมมือปฏบิ ัติงานหรือดาเนนิ งาน รว่ มกบั หน่วยงานหรือองค์กรตา่ งๆ
คมู่ อื และแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๕๕
แผนภมู ิ การดาเนนิ งานเครอื ขา่ ยและการมสี ว่ นร่วม
สภานกั เรยี นเขา้ ประชุมรว่ มกบั บคุ ลากร/องคก์ ร/หน่วยงานที่เก่ยี วข้อง
สภานักเรียนนาเร่ืองทไี่ ด้รับจากการประชมุ เข้าที่ประชุมสภานกั เรยี น
สภานักเรยี นกาหนดแผนปฏิบัตงิ าน/ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
สภานกั เรียนเสนอแผนการปฏิบตั ิงานผา่ นความเห็นชอบจากครทู ่ีปรกึ ษา
เสนอผบู้ รหิ ารสถานศึกษาเพ่อื พิจารณา
สภานักเรยี นมอบหมาย/แบ่งหน้าทีค่ วามรับผิดชอบการดาเนนิ งาน
สภานักเรยี นเข้าประชมุ ร่วมกับบคุ ลากร/องคก์ ร/หน่วยงานทเี่ กี่ยวข้อง
สภานักเรียนปฏบิ ัติงานตามแผนการปฏบิ ัตงิ านรว่ มกับบุคลากร/
หนว่ ยงาน/องคก์ รต่างๆ
ประเมนิ ผล/สรปุ รายงานผลการดาเนินงาน
คู่มือและแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานกั เรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๕๖
วิธีการและข้ันตอนการดาเนนิ งาน
๑. สภานักเรยี นโดยประธานหรอื ผูท้ ีไ่ ดร้ ับมอบหมายเป็นตัวแทนสภานกั เรยี น เข้าประชุมร่วมกบั
ผบู้ ริหารสถานศึกษา/ครู – อาจารย/์ หนว่ ยงาน/องค์กรทเ่ี กี่ยวข้องกบั โครงการ/กจิ กรรม
๒. สภานักเรียนจดั ประชุมคณะกรรมการเพ่ือเสนอกิจกรรม/โครงการเขา้ ทปี่ ระชมุ คณะกรรมการ
สภานกั เรยี น (เป็นโครงการ/กิจกรรมทเ่ี สนอโดยคณะกรรมการสภานกั เรียนเองหรอื ผา่ นมาทางผบู้ ริหาร/
ครู/หน่วยงานและองค์กรต่างๆ)
๓. สภานักเรยี นกาหนดแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม/ปฏิทนิ และขัน้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน
๔. สภานักเรียนเสนอโครงการ/กิจกรรม/ปฏิทินและข้นั ตอนวธิ ีการดาเนินงานต่อผ้บู รหิ าร
สถานศกึ ษาเพ่ือพจิ ารณา
๕. สภานักเรียนมอบหมายงาน แบ่งหน้าท่ีในการดาเนนิ งาน ประสานงาน
๖. สภานกั เรียนปฏิบตั งิ านตามแผนงาน/ปฏิทินร่วมกบั บคุ ลากร องค์กร หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
๗. ประเมนิ สรุปรายงานผลการดาเนินงาน
ตัวอยา่ งเอกสารการสรา้ งเครอื ขา่ ย
๑. หนังสือจากผบู้ ริหารสถานศึกษา/ครู – อาจารย์/หนว่ ยงานทอ้ งถิ่น/หนว่ ยงานภาครัฐและ
เอกชน (ขอความร่วมมือจัดทาโครงการ “ฟ้ืนฟสู ายใยรักเพ่ือสร้างโลก”)
๒. ระเบียบวาระการประชมุ
๓. แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม/ปฏิทิน/ขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ าน
๔. คาสง่ั แตง่ ต้งั คณะทางาน
๕. การดาเนินงานตามแผน
คู่มือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๕๗
ตัวอย่าง
กจิ กรรมการดาเนินงาน
ท่ี รายการ การดาเนนิ งาน
ปฏิบัติ ไม่ปฏิบตั ิ
๑ นัดหมายการประชมุ
วนั ท.ี่ ......เดือน...............................พ.ศ.................เวลา................น.
๒ คาสั่งมอบหมายงาน
๓ ปฏทิ นิ ปฏิบตั งิ าน
๔ เคร่ืองมือ งบประมาณ
ฯลฯ
๖. บนั ทึกข้อตกลงความรว่ มมือ (MOU)
๗. ประเมนิ สรุปผลการดาเนินงาน
ตัวอยา่ งกิจกรรมสภานกั เรียน รู้คิด มจี ิตอาสา
๑. สภานักเรียนเขา้ รว่ มประชมุ กับบุคลากร/หนว่ ยงาน/องค์กรทีเ่ กีย่ วข้องกับกิจกรรม
๒. สภานักเยนจดั ประชมุ สมาชิก เสนอเร่ืองของการพัฒนานักเรยี นในโรงเรียนใหร้ ู้จกั คดิ มีจิต
อาสา เช่น การมมี ารยาท การรักษาวัฒนธรรมไทย/ทอ้ งถิ่น การมีสตใิ นการใชเ้ ครื่องมือสื่อสารตา่ งๆ
รวมทั้งการปลกู ฝังให้นักเรยี นมีจิตอาสา (ทีป่ ระชมุ เห็นชอบ และขอรบั คาแนะนาจากครทู ่ีปรกึ ษาสภา
นกั เรยี น)
๓. คณะกรรมการสภานกั เรียนจัดทาโครงการ ขอความเห็นชอบจากครูท่ีปรึกษา เพื่อนาเสนอ
ต่อผูบ้ ริหารสถานศึกษาพจิ ารณา
๔. ผู้บริหารสถานศึกษาเหน็ ชอบโครงการ และแตง่ ตง้ั ครทู ่ปี รกึ ษาร่วมดาเนินการกบั สภา
นกั เรียน (งบประมาณมี ๓ ส่วน คือ ๑. โรงเรียนสนบั สนนุ ๒. สภานกั เรยี นขอความรว่ มมอื กับผปู้ กครอง
๓.ขอรบั การสนับสนุนจากองค์กร หน่วยงานตา่ งๆ )
๕. สภานักเรียนนาเสนอโครงการ/ประสานความรว่ มมือ/ขอรบั การสนบั สนุนจากเพ่ือนๆ ใน
โรงเรียน/ผ้ปู กครอง/ครู/องค์กร หนว่ ยงานตา่ งๆ
๖. ดาเนนิ งานตามแผน
๗. ประเมนิ /สรุปรายงานผลการดาเนนิ งาน
คูม่ ือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๕๘
แนวทางการประเมินเครือข่ายสภานกั เรียนและการมีสว่ นรว่ ม
๑. ตรวจสอบความครอบคลุม เพียงพอ ในการนาเสนอเอกสารทเี่ กย่ี วข้อง
๒. ตรวจสอบเอกสสารโครงการ/กิจกรรม บนั ทึกการประชมุ คาสง่ั แตง่ ตัง้ คณะกรรมการ
และเอกสสารมอบหมายงานหรือเอกสารอนื่ ๆ ท่ีบ่งบอกถงึ รายละเอยี ดทเ่ี กี่ยวข้อง ดังเช่น
ภาพถ่าย บนั ทึกความเขา้ ใจ บันทกึ ความร่วมมอื หนังสือติดต่อประสานงาน
หนังสอื ขอความร่วมมือ หนังสอื แจ้งอน่ื ๆ
การแลกเปลีย่ นข้อมลู และความคดิ เห็นในการพัฒนาเครือข่าย แนวทางการ
ดาเนินความรว่ มมือระหว่างเครอื ข่ายอย่างเป็นระบบ
การสรปุ และรายงาน
๑. ตรวจสอบความถูกต้อง/เหมาะสมในการนาเสนอขอ้ มูล
๒. ตรวจสอบความครบถว้ นของข้อมลู
คมู่ อื และแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๕๙
กิจกรรมที่ ๕
การบูรณาการกิจกรรม
สภานักเรยี นเข้ากับกลุ่ม
สาระการเรียนรู้
คูม่ ือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๖๐
กจิ กรรมที่ ๕ การบรู ณาการกิจกรรมสภานักเรียน เขา้ กบั กลุม่ สาระการเรียนรู้
วิเคราะห์สาระการเรียนรู้
ในหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
จดั ทาหนว่ ยการเรยี นรู้แตล่ ะกลุม่ สาระการเรียนรู้
บูรณาการวิถีประชาธิปไตย กิจกรรมสภานกั เรียน
ออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียนรู้
นาเสนอฝ่ายวชิ าการ และผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาอนุมัติ
อนุมัตแิ ผน
จัดกิจกรรมการเรยี นร้บู ูรณาการกจิ กรรม
สภานกั เรียน/นเิ ทศติดตาม/วดั ผลประเมนิ ผล
สรุปรายงานผล
คมู่ อื และแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๖๑
การบรหิ ารจัดการกรจดั การเรียนร้บู ูรณาการสาระการเรียนรขู้ องสภานกั เรียน
การบริหารจัดการกรจัดการเรียนรูบ้ ูรณาการสาระการเรยี นรู้ของสภานกั เรยี นใหป้ ระสบผลสาเรจ็
ระดับโรงเรียน ควรดาเนินการ ดงั น้ี
แนวปฏบิ ัติระดับสถานศกึ ษา
๑) กาหนดเปน็ นโยบายและจัดทาแผนปฏบิ ตั กิ ารของสถานศกึ ษาในการดาเนนิ งาน การจัดการ
เรียนรบู้ ูรณาการสาระการเรียนรขู้ องสภานักเรยี น
๒) สรา้ งความเขา้ ใจรว่ มกันท้งั โรงเรียน รวมถึงผูม้ ีส่วนเกย่ี วข้อง โดยการประชุม อบรม จัดค่าย
และประชาสมั พันธด์ ้านตา่ งๆ
๓) ศกึ ษาบรบิ ทของสถานศึกษาทุกดา้ น เช่น วิสัยทัศน์ พนั ธกจิ และเปา้ หมายของสถานศึกษา
จานวนครู จานวนนกั เรียน หองเรยี น ห้องปฏิบตั ิการ หอ้ งสมุด หอ้ ง ICT ระบบอินเตอร์เน็ต เคร่อื งมอื
อปุ กรณ์ ส่ิงอานวยความสะดวก สอ่ื แหลง่ เรียนรู้ ฯลฯ ท่จี าเปน็ ต้องใชใ้ นการสนบั สนุนการจัดการเรียนรู้
บูรณาการสาระการเรยี นรู้ของสภานกั เรยี น
๔) จดั ทาสาสนเทศเกี่ยวกับสภาพและบริบทของสถานศกึ ษาให้สมบูรณ์ในปัจจบุ ัน และเปน็
ข้อมูลพร้อมที่จะนาไปใช้ในการพัฒนาผู้เรยี น
๕) สนบั สนุนงบประมาณ เครอื่ งมอื อุปกรณ์ ส่ือ และสง่ิ อานวยความสะดวกต่างๆ
๖) สรา้ งความรว่ มมือ และใชป้ ระโยชนจ์ ากแหล่งเรยี นรู้ภายนอกโรงเรียน ตามบริบทและสภาพ
ของโงเรียน
๗) จดั ซ้ือ จัดหา และซอ่ มแซมสิง่ ตา่ งๆ ทจี่ ะใชใ้ นการสนบั สนนุ การจดั การเรียนรบู้ ูรณาการสาระ
การเรียนร้ขู องสภานักเรยี นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้อยเู่ สมอ
๘) สง่ เสริม สนับสนนุ ใหค้ รแู ตล่ ะระดับช้นั จัดการเรยี นรบู้ รู ณาการสาระการเรียนรู้ของสภา
นักเรยี น
๙) จัดตารางเรยี นท่เี ออ้ื ต่อการจัดการเรียนรบู้ รู ณาการสาระการเรยี นรู้ของสภานักเรียน
๑๐) จดั บรรยากาศ และแหล่งเรียนรูใ้ หเ้ ออ้ื ต่อการจัดการเรยี นรู้บรู ณาการสาระการเรียนรขู้ อง
สภานักเรียน
๑๑) สง่ เสริมให้ครใู ชว้ ิธกี ารวดั และประเมนิ ผลตามสภาพจริง และใช้วธิ ที ห่ี ลากหลาย
๑๒) นเิ ทศ กากบั ตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การเรยี นร้บู ูรณาการสาระการเรยี นรขู้ องสภา
นกั เรียน สะท้อนผลการจัดกจิ กรรมรว่ มกัน และปรบั ปรงุ พัฒนาให้มปี ระสทิ ธภิ าพอยู่เสมอ
ค่มู อื และแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๖๒
แนวปฏบิ ัตริ ะดับช้นั เรยี น
๑) ครูแต่ละระดับช้นั ศกึ ษาและทาความเข้าใจหลักสตู ร และการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้น
ผูเ้ รียนเป็นสาคัญ
๒) ศึกษาและทาความเข้าใจการจดั การเรยี นรบู้ ูรณาการสาระการเรียนร้ขู องสภานกั เรยี น และ
วิธีการจัดการเรยี นรู้บูรณาการสาระการเรียนรู้
๓) ครผู ้สู อนกลุม่ สาระการเรยี นรู้ตา่ งๆ ในระดับชั้นเดยี วกันร่วมกันประชมุ วเิ คราะห์มาตรฐานการ
เรยี นรู้และตัวชว้ี ดั ร่วมกันจัดทาหน่วยการเรยี นรบู้ ูรณาการสาระการเรียนรูข้ องสภานักเรียน และวางแผน
จัดการเรยี นรูต้ ลอดภาคเรียน/ปกี ารศกึ ษา
๔) วางแผนและออกแบบการวัด และประเมนิ ผลการจัดการเรียนรู้
๕) นาแผนการจัดการเรยี นร้บู ูรณาการสาระการเรยี นรู้ของสภานกั เรยี นลงส่กู ารปฏิบัติ
๖) ใช้การนิเทศภายในเปน็ เครื่องมือในการปรบั ปรงุ จัดให้มีการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ผลการปฏบิ ตั ิ
เพอื่ พัฒนาการจัดการเรยี นรู้บูรณาการสาระการเรียนรู้ของสภานกั เรยี นให้เกดิ ประสิทธภิ าพ
๗) รายงานผลการจัดการเรียนรู้บูรณาการสาระการเรียนรู้ของสภานักเรียนเพื่อการพฒั นาอยา่ ง
ตอ่ เน่ืองเปน็ รายภาค/รายปี
ประโยชนแ์ ละความสาคัญของการจดั การเรยี นร้บู ูรณาการสาระการเรียนรู้ของสภานักเรียน
๑) เป็นการจดั การเรียนรู้ทสี่ อดคลอ้ งกับการดาเนินชวี ิตจริง เพราะในชวี ติ ประจาวนั การทา
กิจกรรมต่างๆ ไม่ได้แยกสว่ นในการใชอ้ งคค์ วามรู้ แต่ใช้ความรทู้ ี่หลากหลายสาขาท่ีมคี วามสัมพนั ธ์กนั ต่อ
การทาเร่ืองใดเรื่องหนงึ่ และมีการบูรณาการองค์ความร้ทู ี่สอดรบั กันจนงานหรือกิจกรรมทีท่ าสาเร็จ
๒) ทาให้ครผู ้สู อนตามกลุ่มสาระการเรียนรูต้ ่างๆ มีกระบวนการทางานร่วมกนั มีแนวทางการ
จัดการเรยี นรบู้ ูรณาการสาระการเรยี นรู้ของสภานกั เรียนที่เกิดจากการวางแผนการจัดการเรยี นการสอน
รว่ มกันอย่างมรี ะบบ ครบวงจรตง้ั แต่หลกั สตู ร การจดั การเรียนรู้ การวัดผลและประเมนิ ผล
๓) เปน็ กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ท่มี ุง่ เสริมสรา้ งสมรรถนะที่สาคัญของผเู้ รียน การใฝ่หาความรู้
รูจ้ กั คิดวเิ คราะห์ และมีคุณธรรมจริยธรรม
๔) ทาให้ผ้เู รยี นไดเ้ รียนรู้แบบบรู ณาการเป็นองค์รวม ลดการใชเ้ วลาเรยี นท่ีมีความซ้าซ้อนของ
เน้ือหาและภาระงาน และมโี อกาสทากจิ กรรมนอกห้องเรยี นมากขึน้
๕) ช่วยให้ผเู้ รียนเชื่อมโยงความรใู้ นห้องเรียนกับความรนู้ อกห้องเรียนเข้าด้วยกนั อยา่ งกลมกลนื
ไมเ่ รยี นรู้แบบแยกสว่ น ก่อให้เกิดความร้คู วามเขา้ ใจในสิ่งท่ีเรียนมากขึ้น
คมู่ อื และแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๖๓
๖) ทาให้ผเู้ รียนสามารถเชื่อมโยงความรู้เก่ากับความรูใ้ หม่ ด้วยวิธกี ารทห่ี ลากหลาย
๗) ทาให้ลดภาระงานและเวลาในการเรียนร้ใู นห้องเรยี น
๘) ชว่ ยให้ผูเ้ รียนสร้างองคค์ วามรู้ไดด้ ้วยตนเอง
๙) ชว่ ยให้ผู้เรยี นสามารถนาความรู้ และประสบการณ์ทไี่ ดร้ บั ไปใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ ได้
การจดั การเรยี นรู้บูรณาการสาระการเรยี นร้ขู องสภานกั เรยี น
การจดั การเรียนรบู้ รู ณาการ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ับกจิ กรรมสภานกั เรยี น เปน็ การจดั
กระบวนการเรยี นรู้ทเี่ ช่อื มโยงระหว่างหลกั สตู รสถานศึกษา กระบวนการจดั การเรยี นรู้ การวัดและ
ประเมินผลอยา่ งสออดคล้องสัมพนั ธ์กนั เพื่อพัฒนาใหผ้ เู้ รยี นเชอื่ มโยงความรู้ ความคดิ ทักษะ และ
ประสบการณ์อยา่ งหลากหลาย สามารถสร้างองคค์ วามรู้ได้ดว้ ยตนเอง นาองค์ความรไู้ ปประยุกต์ใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างสอดคล้องกบั ความเป็นจรงิ ซ่ึงเปน็ ทักษะทจี่ าเปน็ ของโลกในศตวรรษท่ี ๒๑ เพื่อให้
ผ้เู รยี นเกดิ การเรียนรู้อย่างมีประสทิ ธิผล ดว้ ยการวางแผนและดาเนินการ ดังนี้
๑) วิเคราะหห์ ลกั สตู ร
๒) กาหนดเนื้อหา/สาระการเรียนรู้
๓) กาหนดเวลา/กาหนดการสอน
๔) จดั ทาโครงสร้างหน่วยการเรียนรู้บูรณาการ จัดทาได้ ๒ กรณี ดงั นี้
กรณที ี่ ๑ โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรู้บรู ณาการ ท่บี รู ณาการได้ทุกกล่มุ สาระการรเู้ รียนรู้ และ
ครอบคลุมทุกมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ัด
(ตัวอย่าง)
โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้/กิจกรรมบูรณาการ
ระดบั ชนั้ ..........................................
หนว่ ยที/่ มาตรฐาน กลุ่มสาระ สาระสาคัญ/ ชน้ื งาน/ เวลา
กิจกรรม การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ ความคดิ ภาระงาน ชว่ั โมง
และตัวช้ีวัด รวบยอด
คู่มอื และแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๖๔
กรณีที่ ๒ โครงสร้างหน่วยการเรียนร้บู ูรณาการ ทบ่ี รู ณาการไดบ้ างกลุ่มสาระการเรยี นรู้ บาง
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ดั และหน่วยการเรยี นรู้ตามธรรมชาติของวชิ า
(ตัวอยา่ ง)
โครงสรา้ งหนว่ ยการเรียนร้/ู กิจกรรมบูรณาการ
ระดบั ชน้ั ..........................................
หนว่ ยที/่ มาตรฐาน กลุ่มสาระ สาระสาคัญ/ ช้นื งาน/ เวลา
กิจกรรม การเรยี นรู้ การเรียนรู้ ความคดิ ภาระงาน ช่ัวโมง
และตัวชี้วดั รวบยอด
๕) จดั การเรียนรู้
๖) เตรียมสื่อ/แหลง่ เรยี นรู้/ภมู ิปัญญาท้องถิน่
๗) การวดั และประเมินผล
๘) นิเทศ กากบั และติดตามการดาเนนิ งาน
คู่มอื และแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานกั เรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๖๕
โครงสร้างหน่วยการเรยี นรู้บรู ณาการกลุม่ สาระการเรยี นร้ขู องกจิ กรรมสภานักเรียน สามารถ
นามาจัดทาผงั มโนทัศน์ ซ่ึงจะชว่ ยให้เหน็ ภาพรวมของแต่ละหนว่ ยการเรียนรู้/กิจกรรมได้ชัดเจน ดังน้ี
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้
และตัวช้ีวัด และตัวช้ีวดั และตวั ชี้วดั
สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้
ของสภานกั เรียน
และตวั ชี้วัด สาระสาคญั /ความคดิ และตัวช้ีวัด
สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้
รวบยอด
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
และตวั ช้ีวดั และตวั ชี้วัด
สาระการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้
ชิ้นงาน/ภาระงานของผูเ้ รียน สอดคลอ้ ง
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
คู่มอื และแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
โครงสรา้ งหนว่ ยการเรยี นรู้บรู ณาการกิจกรรมสภานักเรียน ชน้ั ......................
หน่วย/ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐาน กลมุ่ สาระ
การเรียนรู้/ตัวช้ีวดั การเรียนรู้
....................................................
สาระสาคัญ ชน้ื งาน/ภาระงาน เวลา(ชัว่ โมง)
(ในหอ้ งเรียน :
นอกหอ้ งเรยี น)
๖๖
คมู่ ือและแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานกั เรียน สพป.นฐ.เขต ๒
(ตวั อย่า
หนว่ ยการเรยี นรู้บูรณาการช้ัน..
หน่วยการเรยี นรู้........................................................กจิ กรรมท
ภาษาต่างประเทศ : มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ภาษาไทย : มาตรฐ
………………………………………………………. …………………………………
สาระสาคัญ................................................. สาระสาคัญ........................
เวลา......................ชว่ั โมง เวลา......................ชวั่ โมง
ศลิ ปะ : มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด หน่วยการเ
………………………………………………………. กจิ กร
สาระสาคญั .................................................
เวลา......................ชว่ั โมง
การงานอาชีพฯ : มาตรฐาน/ตัวชี้วดั คณิตศาสตร์ : มาต
………………………………………………………. ………………………………
สาระสาคัญ................................................. สาระสาคญั .........................
เวลา......................ชว่ั โมง เวลา......................ชว่ั โมง
าง)
...........................................
ที.่ ...............................เรอ่ื ง................................................
ฐาน/ตวั ช้วี ดั สังคมศึกษาฯ : มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
………………………. ……………………………………………………….
.......................... สาระสาคัญ.................................................
เวลา......................ชว่ั โมง
เรยี นรู้/ สุขศกึ ษา : มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
รรม ……………………………………………………….
สาระสาคัญ.................................................
เวลา......................ชวั่ โมง
ตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด วิทยาศาสตร์ : มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
…………………………. ……………………………………………………….
......................... สาระสาคัญ.................................................
เวลา......................ชวั่ โมง
๖๗
คู่มอื และแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๖๘
หน่วยการเรยี นรู้บูรณาการ
หน่วยท่ี/กิจกรรมท่ี....................................เร่อื ง................................................................
ช้นั ................................................................เวลา............................ชั่วโมง
........................................................................................
๑. ช่ือหน่วยการเรียนรู้
............................................................................................................................. ..........................................
๒. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชวี้ ดั
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
........................................................................................................................................................... ............
กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
............................................................................................................................. ..........................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
.......................................................................................................................................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
....................................................................................................... ................................................................
กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
............................................................................................................................. ..........................................
กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. ..........................................
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
.................................................................................................................................... ...................................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
.......................................................................................................................................................................
๓. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
........................................................................................................................... ............................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
คู่มือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๖๙
๔. สาระการเรียนรู้
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................... ..............................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
๕. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
๗. ชิน้ งาน/ภาระงาน
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
๘. การวดั และการประเมนิ ผล
๘.๑ การวัดและการประเมนิ ผลระหว่างการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
๑) รายการประเมนิ
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
๒) วิธีการ/เครอ่ื งมือ/แหลง่ ข้อมูลในการประเมิน
วธิ ีการ เครอ่ื งมอื แหล่งข้อมลู
คมู่ ือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๗๐
๘.๒ การวัดและการประเมินผลเม่อื ส้นิ สดุ การเรยี นรู้
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
๙. แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (ข้นั นา/ขน้ั สอน/ขั้นสรุป)
ช่วั โมงท่ี การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
๑๐. บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................... ..............................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
ลงช่อื ...................................................................ผู้บนั ทึก
(...........................................................)
ค่มู อื และแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๗๑
การวัดผลประเมนิ ผล
ตวั ชว้ี ัดความสาเรจ็ วธิ วี ัด เครอ่ื งมอื วดั
๑. รอ้ ยละ ๘๐ ของครู บุคลากร ๑. ตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ แบบตรวจสอบ
แผนการจดั การเรยี นรู้
ออกแบบการเรยี นรู้บรู ณา ๒. ตรวจสอบจานวนบุคลากร
การกล่มุ สาระการเรียนรู้กับ ของโรงเรียน กบั แผนการ
กิจกรรมสภานักเรียน จดั การเรยี นร้ทู บ่ี รู ณาการกับ
๒. รอ้ ยละ ๘๐ ของกล่มุ สาระ กจิ กรรมสภานักเรียน
การเรยี นรู้ นาสกู่ ารบูรณา
การวิถีชวี ติ ประชาธปิ ไตย
ค่มู ือและแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๗๒
(ตวั อยา่ ง)
รายงานผลการจดั กิจกรรม และการสรา้ งหน่วยการจัดการเรียนรู้
บรู ณาการกจิ กรรมสภานกั เรยี น
โรงเรยี น................................................................................
ปกี ารศกึ ษา.........................
ที่ ระดบั ช้นั กลุ่มสาระการเรียนรู้ ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ ครูผู้รบั ผดิ ชอบ
จานวนบุคลากรของโรงเรยี นท้ังหมด ..............................คน
จัดทาหนว่ ยการเรียนรู้บรู ณาการกบั กจิ กรรมสภานกั เรียน ..............................คน
คดิ เป็นร้อยละ ........................................
ลงช่ือ.........................................................ผรู้ ายงาน
(.......................................................)
วันท่ี..................เดอื น............................พ.ศ..............
คมู่ ือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๗๓
กิจกรรมที่ ๖
การเสนอโครงการ
ค่มู ือและแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๗๔
กิจกรรมที่ ๖ การเสนอโครงการ
โครงการเปน็ กจิ กรรมการวางแผน เพอื่ พฒั นาและแก้ไขปัญหา การดาเนินกจิ กรรมสภานกั เรยี น
โดยการมีสว่ นรว่ มของสภานักเรยี น ใหเ้ ปน็ ไปตามวัตถุประสงค์ และมเี ปา้ หมาย มีองค์ประกอบ ดังน้ี
๑. ชอ่ื โครงการ
๒. วัตถุประสงค์
เพอ่ื ให้สภานักเรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และวิธีการในการเสนอโครงการ เพื่อขอรับ
งบประมาณจากโรงเรยี น/หน่วยงาน/เครอื ข่ายอน่ื ๆ สนับสนนุ การดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรยี น
๓. ขั้นตอนการปฏิบัติ
๓.๑ สภานักเรยี นระดมปญั หา เพอื่ จัดทาโครงการ
๓.๒ จดั ทารายละเอยี ดโครงการ
๓.๓ เสนอโครงการตอ่ สภานกั เรยี น
๓.๔ สภานกั เรยี นร่วมกันพิจารณาวางแผน ให้ความเหน็ ชอบ
๓.๕ ประธานสภานักเรยี นเสนอโครงการต่อโงเรยี น/หน่วยงาน/เครอื ขา่ ยอน่ื ๆ เพ่ืออนมุ ัติ
โครงการ
๓.๖ โรงเรียน/หน่วยงาน/เครอื ข่ายอนื่ ๆ อนุมัติโครงการ
๓.๗ ดาเนนิ งานตามโครงการ
๓.๘ สรุปผล รายงานผลการดาเนินงาน
๔. ผงั งาน (Flow Chart) การเสนอโครงการ
สภานกั เรียนดาเนนิ การตามลาดบั ดังน้ี
คมู่ ือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๗๕
แผนภูมิการเสนอโครงการ
วิเคราะห์ปญั หา/
ลาดับความสาคญั ของปัญหา
จดั ทารายละเอียดโครงการ
ครทู ี่ปรึกษาโครงการ เสนอโครงการต่อคณะกรรมการ
สภานกั เรียน
ไมเ่ หน็ ชอบ
สภานักเรยี นพิจารณา
ใหค้ วามเห็นชอบ
เห็นชอบ
ประธานสภานกั เรียนเสนอโครงการตอ่
ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา
(โดยผา่ นครทู ป่ี รกึ ษา)
ไมเ่ ห็นชอบ
ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา/หนว่ ยงาน/
เครอื ข่ายอื่นๆ พิจารณาอนมุ ัติ
สภานักเรียนดาเนินโครงการ
สรุปรายงานผล
การดาเนนิ งาน/โครงการ
คมู่ อื และแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๗๖
วธิ กี ารและขน้ั ตอนการดาเนินงาน
๑. การศึกษา/วเิ คราะห์ปัญหา
๒. จัดทารายละเอยี ดโครงการ
๓. เสนอโครงการต่อท่ปี ระชุมคณะกรรมการสภานักเรยี น โดยผา่ นความเหน็ ชอบจากครูท่ีปรกึ ษา
๔. สภานักเรียนให้ความเห็นชอบ
๕. สภานักเรยี น(ประธาน) เสนอโครงการต่อผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
๖. ผบู้ ริหารสถานศึกษา/หนว่ ยงาน/เครอื ข่ายอ่นื ๆ พจิ ารณาอนุมตั ิโครงการ
๗. ดาเนินกิจกรรมตามโครงการ
๘. สรปุ รายงานผลการดาเนินโครงการ
คู่มือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๗๗
(ตัวอย่าง)
แบบฟอร์มการเขยี นโครงการ
๑. ชือ่ โครงการ
๒. ผรู้ บั ผดิ ชอบ......................................................................................(สภานักเรยี น)
๓. ครูทีป่ รึกษา.........................................................................................
๔. หลกั การและเหตผุ ล
............................................................................................................................. .......................
............................................................................................................ ..........................................................
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................................................. .........
๕. วตั ถุประสงค์
๕.๑ ......................................................................................................................................................
๕.๒ ......................................................................................................................... ..............................
๕.๓ ............................................................................................................................. .........................
๖. เป้าหมาย
๖.๑ เชิงคุณภาพ
๑) ............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
๒) ............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
๖.๒ เชิงปรมิ าณ
๑) ............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
๒) ............................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ....
๗. ขัน้ ตอนการดาเนินการ
๗.๑ .......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
คูม่ อื และแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๗๘
๗.๒.....................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
๗.๓ ......................................................................................................................... .............................
............................................................................................................................. .........................................
๘. กิจกรรม
๘.๑ ............................................................................................................................. ..........................
๘.๒ .......................................................................................................................................................
๙. งบประมาณ...................................................บาท
(ใหร้ ะบแุ หล่งท่ีมาของงบประมาณ)
๑๐.ระยะเวลาดาเนินการ
ลาดับ กิจกรรม ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ระยะเวลาดาเนนิ การ ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ผู้รับผิดชอบ
ท่ี
ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค.
๑๑.สถานทดี่ าเนินการ
............................................................................................................................. .......................
๑๒.การประเมนิ ผล
๑๒.๑ การสังเกต ................................................................................................................................
๑๒.๒ การสัมภาษณ.์ .............................................................................................................................
๑๒.๓ แบบเก็บขอ้ มูล ............................................................................................................................
คู่มอื และแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๗๙
๑๓.ผลที่คาดวา่ จะไดร้ ับ
๑๓.๑ ........................................................................................................................ .................
๑๓.๒ ........................................................................................................................ .................
๑๓.๓ .........................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................................................ผู้เสนอโครงการ
(........................................................................)
ประธานสภานกั เรียน
ลงชอื่ ...............................................................................ผเู้ หน็ ชอบโครงการ
(........................................................................)
ครทู ่ีปรกึ ษาสภานกั เรียน
ลงชือ่ ...............................................................................ผอู้ นุมัติโครงการ
(........................................................................)
ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา/หน่วยงาน/เครือข่ายอน่ื ๆ
คมู่ อื และแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๘๐
กจิ กรรมท่ี ๗
การประเมนิ ผล
การจดั กจิ กรรมสภานักเรยี น
คู่มือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๘๑
กิจกรรมที่ ๗ การประเมนิ ผลการจัดกิจกรรมสภานักเรียน
การประเมินผลการจดั กิจกรรมสภานกั เรียน เป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมลู เพ่อื นาผล
มาใชเ้ ป็นแนวทางกาหนดวธิ ีพัฒนางาน ซงึ่ รูปแบบการประเมินจะตองสอดรับกบั การดาเนินกิจกรรม จงึ
จาเปน็ ที่คณะทางานสภานักเรยี น จะตอ้ งเรียนร้แู นวทางการประเมินการดาเนนิ งานกิจกรรมสนภานักเรียน
เพ่ือใชเ้ ปน็ เครือ่ งมือในการขบั เคลอื่ นกิจกรรมสภานักเรียน ใหม้ คี วามสมบรู ณร์ อบด้าน
การประเมินผลการดาเนินกิจกรรมสภานกั เรียน กาหนดขั้นตอนไว้ ดงั นี้
๑. วางแผนการดาเนินงาน
๒. กาหนดรปู แบบการประเมิน
๓. สร้างเครอื่ งมือวดั และประเมนิ
๔. วดั และประเมินผล
๕. สรุปรายงานผล
เพอื่ เป็นการตรวจสอบผลการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรียน ดาเนนิ ไปตามวตั ถุประสงค์ จึง
ไดก้ าหนดขัน้ ตอนการประเมินไวด้ ังนี้
๑. วางแผนการดาเนินงาน
ในการวางแผนการประเมินกิจกรรมสภานกั เรยี น มขี ้ันตอน ดังนี้
๑.๑ แตง่ ต้งั คณะกรรมการประเมนิ กจิ กรรม
๑.๒ ประชมุ คณะกรรมการรับผิดชอบการดาเนินงาน
๑.๓ กาหนดแนวทางการประเมิน/สง่ิ ที่ต้องประเมิน/เครื่องมอื การประเมิน
๑.๔ สรา้ งเครอ่ื งมือการประเมนิ
๑.๕ นาเครอ่ื งมือไปปรับใช้
๑.๖ รวบรวมสรปุ ผลการประเมิน
๑.๗ การรายงานผลกจิ กรรม
คู่มอื และแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานกั เรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๘๒
๒. กาหนดรปู แบบการประเมินผลการดาเนนิ งาน
รปู แบบการประเมินผล เป็นกรอบหรอื แนวคิดสาคญั เก่ียวกับกระบวนการ (Process) และวธิ ีการ
ประเมนิ ผล (Evaluation Method) โดยประกอบด้วยรปู แบบ ดังน้ี
๒.๑ การประเมินบริบทหรือสภาวะแวดล้อม (Content Evaluation)
- เพื่อประเมนิ สภาวะแวดล้อม หรือบริบทของกิจกรรม (ก่อนดาเนินกิจกรรม)
๒.๒ การประเมนิ ปัจจัยนาเขา้ (Input Evaluation)
- เป็นการจัดหาข้อมูลและปัจจัยนาเขา้ เพอื่ ใช้ในการตัดสินใจ พิจารณาความเหมาะสมของ
แผนงาน (ก่อนดาเนินกจิ กรรม)
๒.๓ การประเมนิ กระบวนการ (Process Evaluation)
- เพอื่ ตรวจสอบข้อบกพร่อง ศักยภาพ วสั ดอุ ุปกรณ์ บุคลากร ฯลฯ
- เพ่ือรวบรวมสารนเิ ทศ สาหรบั การตัดสินใจวางแผนงาน (ระหวา่ งดาเนินกิจกรรม)
๒.๔ การประเมินผลผลติ (Product Evaluation)
- เปน็ การประเมนิ เพื่อเปรียบเทียบผลผลิต (Output) ทเ่ี กิดขึ้นจากการดาเนินกิจกรรม กบั
เป้าหมาย หรอื วตั ถปุ ระสงค์ (Goals and Objective) ที่กาหนดไว้เพอ่ื ทราบผลว่า บรรลุเปา้ หมายของ
กิจกรรมหรือไม่ (ประสทิ ธผิ ล) ช่วยใหผ้ ้ดู าเนนิ งาน นาขอ้ มลู การประเมินไปพฒั นาการดาเนินงาน (หลังเสรจ็
ส้ินกจิ กรรม)
๓. เคร่ืองมอื ประเมินผลการดาเนินงาน
เครอื่ งมือประเมนิ ผลการดาเนินงาน เป็นส่งิ ท่ีจะบอกให้เราทราบถึง ความสาเร็จท่เี กดิ ข้ึนมาก
น้อยเพยี งใด ดงั น้นั กิจกรรมตา่ งๆ จาเป็นต้องใชเ้ คร่ืองมือการประเมินผลทสี่ อดรบั กบั การดาเนนิ งาน ทงั้ น้ี
เพราะการประเมินผลเป็นหวั ใจของการรับรองความสาเร็จ หลกั การพื้นฐานในการประเมินผลทว่ั ๆ ไปนน้ั
จะตอ้ งมกี ารวัด (Measurement) ข้อมลู ดาเนนิ การไปด้วยเสมอ การวดั จงึ เป็นส่งิ สาคัญท่จี ะได้มาซ่ึงขอ้ มูล
เพอื่ การประเมนิ ผล
เครอื่ งมอื ทใี่ ช้ในการประเมนิ ผล
ตวั อย่างเครื่องมือท่ีใช้ในการประเมินผลกจิ กรรม ประกอบด้วย แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์
แบบสอบถาม และแบบประเมินผลอ่ืนๆ ซ่งึ โดยปกติ ผดู้ าเนนิ การประเมนิ ผลจาเป็นต้องพัฒนาข้ึนมา เพอ่ื
ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู หรือความคิดเหน็ ของผู้เข้าร่วมกจิ กรรม เชน่
๑. แบบสอบถาม (Questionnaire)
๒. แบบสมั ภาษณ์ (Interview)
คูม่ อื และแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๘๓
๓. แบบสงั เกต (Observation)
๑ แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือทน่ี ิยมใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู เพราะ
ประหยดั งบประมาณ เวลา และเหมาะสมกับการเกบ็ ข้อมูลท่ีอย่ใู นลักษณะกระจาย และ มจี านวนมาก
แบบสอบถามจาแนกได้ ๒ ชนิด คือ
๑.๑ แบบสอบถามปลายปิด (Close Ended Questionnaire) เปน็ แบบสอบถามที่กาหนด
คาถาม และมีคาตอบใหเ้ ลือก
๑.๒ แบบสอบถามปลายเปดิ (Open Ended Questionnaire) เปน็ แบบสอบถามที่กาหนด
คาถาม แล้วไม่มีคาตอบให้เลือก ผูต้ อบสามารถตอบตามความคดิ เห็น เช่น ขอ้ คิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ที่มีต่อ
การดาเนินกิจกรรม
ตวั อยา่ งแบบสอบถามปลายปดิ
ระดบั ความคิดเห็น
ท่ี รายการ มากท่สี ดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย น้อยที่สดุ
๕๔ ๓ ๒๑
๑
๒
๓
ตวั อยา่ งแบบสอบถามปลายเปิด
ขอ้ คิดเห็น/ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................... ..............................................................................
ลักษณะของแบบสอบถามที่ดี
๑) มรี ปู แบบ และตัวอกั ษรเหมาะสมได้ขนาด อ่านง่าย
๒) เรยี งเลขข้อ และหน้าอย่างมีระเบียบ เว้นระยะใหเ้ หมาะสม อ่านง่าย
๓) มคี าแนะนาในการตอบอยา่ งชัดเจน
๔) ขอ้ คาถามแตล่ ะขอ้ ควรมปี ระเด็นหลักประเดน็ เดยี ว
๕) จานวนขอ้ คาถามไม่มากนกั
ค่มู ือและแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๘๔
๒ แบบสัมภาษณ์ (Interview) การสมั ภาษณ์เปน็ เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล ท่ีมจี ุดมงุ่ หมาย
แน่นอน อาจทาแบบเปน็ ทางการ หรือแบบไมเ่ ปน็ ทางการกไ็ ด้ การสมั ภาษณ์แบง่ ออกเป็น ๒ ประเภท ดังน้ี
๒.๑ การสัมภาษณแ์ บบไม่มีโครงสรา้ งแน่นอน (Un-structure Interview) ใช้ในกรณีที่
ต้องการขอ้ มูลแนวลึก รายละเอยี ดมากๆ ในแบบสมั ภาษณ์จะมีแตห่ ัวขอ้ ใหญๆ่ ข้อคาถามจะปรบั ไปตาม
ข้อมลู ที่ได้ โดยผู้สัมภาษณต์ ้องไมท่ ้ิงประเด็นหลัก
๒.๒ การสมั ภาษณแ์ บบมีโครงสรา้ ง (Structure Interview) แบบสมั ภาษณแ์ บบน้ี มีลักษณะ
เปน็ แบบสอบถาม มีรายละเอียดของคาถามตา่ งๆ ที่ผ้สู ัมภาษณ์ต้องการถามผู้ถกู สมั ภาษณ์ ผส็ มั ภาษณ์ทุก
คนจะถามคาถามท่เี หมือนๆกัน
เทคนิคการสัมภาษณท์ ด่ี ี
๑. พยายามสรา้ งสถานการณใ์ ห้อยใู่ นบรรยากาศของการสนทนา
๒. ให้ระลกึ วา่ การสัมภาษณ์ มิใชก่ ารแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น
๓. หลกี เล่ยี งการพูดจาเชิงอบรมกบั ผูใ้ ห้สัมภาษณ์
๔. ตงั้ คาถามให้น่าสนใจ แตห่ ลีกเลีย่ งข้อความทีก่ ระทบกระเทือนผ้ใู หส้ ัมภาษณ์
๕. ตอ้ งมั่นใจวา่ ผใู้ ห้สัมภาษณ์เขา้ ใจคาถาม
๖. ควรมีคาถามทีต่ รวจสอบคาตอบได้ โดยมิให้ผู้ถกู สัมภาษณ์รูต้ วั
๗. กรณที ่ผี ใู้ ห้สัมภาษณ์ตอบไม่ตรงประเด็น ต้องพยายามกลบั เข้าสปู่ ระเดน็
๘. หากตอ้ งใช้เครือ่ งบนั ทึกเสยี ง ตอ้ งขออนุญาตผู้ใหส้ ัมภาษณ์
๓ แบบสังเกต (Observation) การสังเกตเป็นกระบวนการเกบ็ ขอ้ มูล โดยการบันทกึ
พฤติกรรมของกลุ่มตวั อย่าง ในสถานการณเ์ ฉพาะ โดยอาศัยประสบการณ์ของผสู้ งั เกต
ลักษณะของแบบสังเกต
๑. แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) เปน็ เคร่ืองมือท่ีประกอบด้วย ขอ้ ความซ่ึงระบุถงึ
พฤติกรรมต่างๆ ทีเ่ กี่ยวกับสง่ิ ทีต่ อ้ งการประเมิน การบนั ทึกสว่ นใหญ่จะเปน็ การบนั ทึกว่ามหี รือไม่มี
๒. แบบประเมนิ คา่ (Rating Scale) เปน็ แบบสังเกตท่ีใชใ้ นการประเมินส่ิงทส่ี งั เกต โดยการแปลง
ค่าในดา้ นคุณภาพใหอ้ ยู่ในรูปของตัวเลขหรือประมาณ โดยการจัดลาดบั ความมากน้อย เช่น การบนั ทึก
พฤติกรรมการมสี ่วนรว่ มกิจกรรมของนักเรียน
คมู่ ือและแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรียน สพป.นฐ.เขต ๒
๘๕
การวัดและการประเมินการดาเนินงาน
การวดั การประเมิน
๑. วดั อะไร ๑. ประเมนิ อะไร
กระบวนการดาเนินงาน (Process) ขบั เคลื่อน ประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน ตามวัตถุประสงค์
กจิ กรรมสภานักเรยี น ตามขอบเขตการ ของกจิ กรรม
ประเมินและวิธกี ารประเมนิ ในค่มู ือการจัด
กจิ กรรมสภานกั เรียนสานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน
๒. วดั อยา่ งไร ๒. ประเมินอยา่ งไร
ใชก้ ารสังเกต การสัมภาษณ์ แบบสอบถาม ใช้ขอ้ มูลที่เชื่อถอื ไดจ้ ากแบบวัดมาเทยี บกับ
แบบฟอร์มอ่นื ๆ เกณฑ์/พฤตกิ รรมท่เี ปลย่ี นแปลง เพ่ือตดั สินผล/
ตดั สินใจ
๓. ใครวดั ๓. ใครประเมิน
ตวั นักเรยี นเอง คณะกรรมการสภานกั เรยี น ตัวนักเรียนเอง คณะกรรมการสภานกั เรียน
คุณครู ผ้บู ริหาร ผปู้ กครอง คณะกรรมการ คุณครู ผูบ้ รหิ าร ผปู้ กครอง คณะกรรมการ
สถานศกึ ษา ฯลฯ สถานศึกษา ฯลฯ
๔. วัดเมอ่ื ไร ๔. ประเมินเม่ือไร
วัดกอ่ น ระหวา่ ง และหลังการดาเนนิ กจิ กรรม กอ่ น ระหวา่ ง และหลงั การดาเนนิ กจิ กรรม
๕. วัดทาไม ๕. ประเมนิ ไปทาไม
วัดเพอ่ื บอกใหร้ ู้วา่ นักเรียน คณะกรรมการสภา เพือ่ ตดั สินผลการดาเนินโครงการ/กิจกรรม ว่ามี
นกั เรยี นเกิดการเรียนรหู้ รอื ไม่ คณะครู หรอื ผลตอ่ ใคร อย่างไร
ผเู้ กี่ยวขอ้ ง ให้การสนับสนุนไดด้ เี พยี งใด
คู่มอื และแนวทางการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรยี น สพป.นฐ.เขต ๒
๘๖
แนวทางการตรวจสอบการประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมของสภานกั เรียน
๑. ตรวจสอบความครบถ้วนของแบบประเมนิ กิจกรรมของสภานักเรียน
๒. ตรวจสอบความเพียงพอ และสอดคลอ้ งของแบบประเมินผลกับเนอ้ื หากิจกรรม
๓. ตรวจสอบบันทึกการประชุม คาสง่ั แต่งต้งั คณะกรรมการ และเอกสารมอบหมายงานหรือ
เอกสารอนื่ ๆ ท่บี ่งบอกถึงรายละเอียด ขอบข่ายหนา้ ท่ขี องผู้รบั ผดิ ชอบงานประเมนิ ผล
๔. ตรวจสอบความถูกตอ้ ง/เหมาะสม ในการนาเสนอข้อมูล
๕. ตรวจสอบความครบถว้ นในการนาเสนอผลการประเมินกิจกรรม
การสรุปและรายงานผล
คณะกรรมการ/ผู้ประเมนิ ผลการดาเนนิ งานกจิ กรรมสภานักเรยี น กาหนดขน้ั ตอน ดงั นี้
๑. ตรวจสอบและวเิ คราะห์ ขอ้ มูลจากเครือ่ งมือการประเมินท่ีกาหนด
๒. สรปุ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตามเครือ่ งมือการประเมิน
๓. นาเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมูล ตามเครอื่ งมอื การประเมิน
๔. จดั ทาเอกสสารรายงานผลการประเมนิ กิจกรรมสภานกั เรียน
หมายเหตุ รูปแบบการประเมนิ กิจกรรมควรมคี วามหลากหลาย ไม่ควรใช้รปู แบบเดยี วกัน เพื่อประเมินแต่
ละกจิ กรรม
คู่มือและแนวทางการดาเนินงานกจิ กรรมสภานกั เรยี น สพป.นฐ.เขต ๒