The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง จ.ราชบุรี ​กรณีศึกษาชุดแบบฝึกการอ่านออกเสียงแบบคู่เทียบเสียงภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thithita Srimung, 2024-04-10 00:47:56

นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง จ.ราชบุรี ​กรณีศึกษาชุดแบบฝึกการอ่านออกเสียงแบบคู่เทียบเสียงภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง

นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง จ.ราชบุรี ​กรณีศึกษาชุดแบบฝึกการอ่านออกเสียงแบบคู่เทียบเสียงภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง

นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง จ.ราชบุรี กรณีศึกษาชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียง ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง โดย นางสาวฑิตฐิตา ศรีเมือง รหัสนักศึกษา : 644101008 นางสาวธัญชนก เซิบรัมย รหัสนักศึกษา : 644101012 นางสาวรินรดา จันเขียว รหัสนักศึกษา : 644101018 นางสาวหทัยรัต ติ้นระนอง รหัสนักศึกษา : 644101028 นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย รายงานวิจัยนี้เปนสวนหนึ่งของวิชา TH62612 การวิจัยทางภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง พ.ศ. 2566


ก นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง จ.ราชบุรี กรณีศึกษาชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย สำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง โดย นางสาวฑิตฐิตา ศรีเมือง รหัสนักศึกษา : 644101008 นางสาวธัญชนก เซิบรัมย รหัสนักศึกษา : 644101012 นางสาวรินรดา จันเขียว รหัสนักศึกษา : 644101018 นางสาวหทัยรัต ติ้นระนอง รหัสนักศึกษา : 644101028 นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย รายงานวิจัยนี้เปนสวนหนึ่งของวิชา TH62612 การวิจัยทางภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง พ.ศ. 2566


ก ชื่อเรื่อง นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง จ.ราชบุรี กรณีศึกษาชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย สำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง ผูวิจัย นางสาวฑิตฐิตา ศรีเมือง นางสาวธัญชนก เซิบรัมย นางสาวรินรดา จันเขียว นางสาวหทัยรัต ติ้นระนอง สาขาวิชา ภาษาไทย พ.ศ. 2566 บทคัดยอ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาการอานออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยง และพัฒนาแนวทางแกไขการอานออกเสียงคำในภาษาไทยภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยง ในพื้นที่ โรงเรียนบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีและพัฒนาชุดแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทย ใหกับ นักเรียนชาวกะเหรี่ยง โรงเรียนบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย ไดแก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีโดยมีปญหาของการวิจัย คือ นักเรียนชาวกะเหรี่ยงมีปญหาในดานการออกเสียงตัวสะกดใน มาตราตัวสะกด โดยเฉพาะพยัญชนะทายแมกม, พยัญชนะทายแมกด, และพยัญชนะทายแมกบ ดังนั้นชุด แบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทยจะชวยทำใหทักษะการอานของนักเรียนชาวกะเหรี่ยงออก เสียงภาษาไทยไดชัดเจนขึ้น ในงานวิจัยนี้ใชเครื่องมือวิจัย 4 เครื่องมือ คือ 1. ชุดแบบฝกคัดกรองการอานออก เสียงคำพยัญชนะทายในรูปแบบคูเทียบเสียง 2. แบบสัมภาษณแบบไมมีโครงสราง 3. แบบสังเกตพฤติกรรม การอานคำพยัญชนะทาย และ 4. ชุดแบบฝกการอานออกเสียงพยัญชนะทายในภาษาไทย ผลการศึกษา พบวา การใชชุดแบบฝกคัดกรองการอานออกเสียงคำพยัญชนะทายในรูปแบบคูเทียบ เสียงของนักเรียนชาวกะเหรี่ยง จ.ราชบุรี ที่ไมชัดเจน คือ พยัญชนะทายแมกม, พยัญชนะทายแมกด, และ พยัญชนะทายแมกบ ผูวิจัยจึงไดนำมาพัฒนาเปนชุดแบบฝกการอานออกเสียงพยัญชนะทายในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง ในรูปแบบโครงสรางพยางค จำนวน 90 คำ ผลจากการใชชุดแบบฝกการอาน ออกเสียงพยัญชนะทายในภาษาไทย ภาษาไทยนักเรียนอานออกเสียงไดชัดเจนมากขึ้นกวาการฝกดวยการอาน แบบทั่วไป


ข กิตติกรรมประกาศ วิจัยเรื่อง “นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง จ.ราชบุรี กรณีศึกษาชุดแบบฝก การอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง” สำเร็จลุลวงไดดวยความอนุเคราะห ของบุคคลหลายทาน ดังนี้ คณะผูวิจัยขอขอบพระคุณ ผศ.ดร.ปุณยจรีย สรสีสม อาจารยผูสอนที่ไดใหคำแนะนำแนวทางในการ สืบคนขอมูล การลงพื้นที่ในการศึกษาขอมูลเพื่อทำวิจัย และไดมอบโอกาสในการทำวิจัยใหวิจัยเลมนี้สำเร็จ ลุลวงไปไดดวยดี คณะผูวิจัยขอขอบพระคุณ ทานผูใหขอมูล คุณลักษณา รอยแกว และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ที่ใหขอมูล ประสานงาน พรอมทั้งใหการตอนรับเปนอยางดี และเอื้อเฟอสถานที่ในการเก็บขอมูลทำใหวิจัยเลม นี้สำเร็จลุลวงไปไดดวยดี คณะผูวิจัยขอขอบพระคุณบิดามารดา ที่ใหความอนุเคราะหงบประมาณในการจัดทำวิจัยและการ เดินทางในการจัดทำวิจัยเลมนี้และคอยเปนกำลังใจในการเรียนเสมอมา ขอขอบคุณคณะผูวิจัยทุกคนที่ตั้งใจ รวมมือและสามัคคีกันจนทำใหวิจัยเลมนี้สำเร็จลุลวงไปไดดวยดี บุคคลที่กลาวมาขางตน เปนสวนสำคัญในความสำเร็จของการจัดทำวิจัยในครั้งนี้ ทำใหวิจัยเลมนี้ สำเร็จสมบูรณทุกประการ คณะผูวิจัยขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ ผูทำวิจัย นางสาวฑิตฐิตา ศรีเมือง นางสาวธัญชนก เซิบรัมย นางสาวรินรดา จันเขียว นางสาวหทัยรัต ติ้นระนอง 26 มีนาคม 2567


ค เรื่อง หนา บทคัดยอ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง ง สารบัญภาพประกอบ ฉ บทที่ 1 บทนำ 1 ความเปนมาและความสำคัญ 1 วัตถุประสงคการวิจัย 4 ขอบเขตการวิจัย 4 กรอบความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธตัวแปร 4 นิยามศัพทเฉพาะ 5 สมมติฐานงานวิจัย 7 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 7 2 ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวของ 8 ประวัติความเปนมาของชาวกะเหรี่ยง 8 ลักษณะทางกายภาพ 9 การศึกษาของชาวกะเหรี่ยง 9 กลุมภาษาของชาวกะเหรี่ยง . 10 การออกเสียงของชาวกะเหรี่ยง 10 กะเหรี่ยงในจังหวัดราชบุรี 10 แบบฝกทักษะ 11 ชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย 11 ความสำคัญของคูเทียบเสียงในการเรียนการสอนภาษาไทย 11 วิธีและขั้นตอนการใชคูเทียบเสียงในการเรียนการสอนภาษาไทย 11 3 วิธีดำเนินการวิจัย 14 รูปแบบในการวิจัย 14 ขอมูลที่ใชในการวิจัย 15 การเก็บรวบรวมขอมูล 16 เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 16 การวิเคราะหขอมูล 17 การตรวจสอบขอมูล 17 การจัดระบบขอมูล 18 สารบัญ


ง การสรางแบบแผนขอมูล 18 การสรางขอสรุป 18 4 ผลการวิเคราะหขอมูล 19 รวบรวมรายการคูเทียบเสียงในภาษาไทย 19 การพัฒนาชุดแบบฝกอานภาษาไทยมาตราตัวสะกดแมกด แมกบ และแมกม 21 ผลการวิเคราะหขอมูล 27 5 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ 28 วัตถุประสงคของการวิจัย 28 วิธีดำเนินการวิจัย 28 สรุปผลการวิจัย 29 อภิปรายผล 29 ขอเสนอแนะ 29 บรรณานุกรม 30 ภาคผนวก 31 ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใชในงานวิจัย 31 ภาคผนวก ข ภาพกิจกรรมลงพื้นวิจัย ประวัติผูวิจัย 45 50


สารบัญรูปภาพ หนา ภาพที่ 2.1 ภาพของชาวกะเหรี่ยง 9 ภาพที่ 2.2 สภาพความเปนอยูชาวกะเหรี่ยง 9 ภาพที่ 2.3 พยัญชนะ 25 ตัวของภาษากะเหรี่ยง 10


สารบัญตาราง หนา ตารางที่ 4.1 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดหมวดอักษรสูง 19 ตารางที่ 4.2 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดหมวดอักษรกลาง 20 ตารางที่ 4.3 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดหมวดอักษรต่ำคู 20 ตารางที่ 4.4 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดหมวดอักษรต่ำเดี่ยว 21 ตารางที่ 4.5 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดคำที่สะกดดวยแมกด 1 พยางค 22 ตารางที่ 4.6 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดคำที่สะกดดวยแมกบ 1 พยางค 22 ตารางที่ 4.7 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดคำที่สะกดดวยแมกม 1 พยางค 23 ตารางที่ 4.8 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดคำที่สะกดดวยแมกด 2 พยางค 23 ตารางที่ 4.9 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดคำที่สะกดดวยแมกบ 2 พยางค 24 ตารางที่ 4.10 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดคำที่สะกดดวยแมกม 2 พยางค 24 ตารางที่ 4.11 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดคำที่สะกดดวยแมกด คำมากพยางค 25 ตารางที่ 4.12 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดคำที่สะกดดวยแมกบ คำมากพยางค 26 ตารางที่ 4.13 รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทยหมวดคำที่สะกดดวยแมกม คำมากพยางค 26 ตารางที่ 4.14 ตารางการเปรียบเทียบความแตกตางระหวางกอนและหลังการใชแบบฝกอาน ภาษาไทย 27


1 บทที่ 1 บทนำ ความเปนมาและความสำคัญของปญหา นวัตกรรมการศึกษา หมายถึง สิ่งใหม ๆ ที่สรางขึ้นมาเพื่อชวยแกปญหาเกี่ยวกับการจัดการ เรียนการสอนหรือพัฒนาใหผูเรียนเกิดการเรียนรูอยางมีประสิทธิภาพ ไดแก แนวคิด รูปแบบ วิธีการ กระบวนการ สื่อตางๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา (สุคนธ สินธพานนท, 2553) นวัตกรรมการศึกษา จึง หมายถึง กระบวนการ แนวคิด หรือวิธีการใหมๆ ทางการศึกษาซึ่งอยูในระหวางการ ทดลองที่จะจัด ขึ้นมาอยางมีระบบและ กวางขวางพอสมควร เพื่อพิสูจนประสิทธิภาพอันจะนำไปสูการยอมรับ นำไปใชในระบบการศึกษาอยางกวางขวางตอไป (ทิศนา แขมมณี, 2547) ชวงเวลาปจจุบันปรากฏการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมสงผลกระทบตอระบบความเชื่อ วิถี ชีวิต จารีตประเพณี โดยการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในแตละพื้นที่ยอมสงผลตอการพัฒนาสังคม และประเทศ (สรรเกียรติ กุลเจริญ, 2558, น. 12) โดยเฉพาะอยางยิ่งระบบความสัมพันธของการอยู รวมกันของคนในสังคม เชน การรับวัฒนธรรมอาหาร การแตงกาย ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหลานี้นับเปนการ เปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่สะทอนใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบสังคมที่แตกตางไปจากเดิม มโน ทัศนทางวัฒนธรรมเปนการมองวัฒนธรรมในแงของวิถีชีวิต ประเพณี และความเชื่อของคนกลุมหนึ่ง ในลักษณะที่มีเอกลักษณเฉพาะตัวและความแตกตางจากกลุมคนอื่น ๆ และถูกกำหนดลักษณะให ตายตัว เชน หมูบาน ชนเผา (ยศ สันตสมบัติ, 2551, น. 30) ซึ่งความหลากหลายทางชาติพันธุใน สังคมไทยนับวามีกลุมชาติพันธุมากกวา 7 กลุมชาติพันธุ โดยชาติพันธุที่มีวัฒนธรรมอันเปนอัตลักษณ และเปนกลุมชาวเขาที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย คือ ชาติพันธุกะเหรี่ยง (ดรัณ ยุทธวงษสุข, 2557, น. 3) โดยกระจายกันอยูในภาคเหนือเรื่อยลงมาตามชายแดนภาคตะวันตกไปทางจังหวัดตาก กาญจนบุรี และราชบุรี ตั้งรกรากถิ่นฐานและทำมาหากินรวมกับคนไทยมายาวนาน ทั้งนี้กลุมชาติ พันธุกะเหรี่ยงจังหวัดราชบุรี เปนชุมชนที่มีวัฒนธรรมที่เปนอัตลักษณเฉพาะที่เปนมรดกภูมิปญญาทาง ศิลปะพื้นบานที่สะทอนใหเห็นถึงวัฒนธรรมและอารยธรรมของกลุมชาติพันธุกะเหรี่ยงในภูมิภาค ตะวันตก โดยแสดงใหเห็นถึงลักษณะของการประพฤติปฏิบัติของคนในสังคมควบคูไปกับความงดงาม ของวัฒนธรรมทองถิ่น เชน การแตงกาย ภาษา ศิลปะการแสดงและขนบธรรมเนียมประเพณี เปนตน แตความกาวหนาของเทคโนโลยีในโลกสมัยใหม เชน การติดตอสื่อสารและการคมนาคมและการ ขนสง ไดมีบทบาทสำคัญตอการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของกลุมชาติพันธุกะเหรี่ยงจังหวัดราชบุรี เปนอยางมาก ทั้งดานวิถีชีวิตความเปนอยู การสืบทอดประเพณีพิธีกรรม ซึ่งไดรับอิทธิพลจากการถูก กระแสสังคมภายนอกชุมชนเขามามีบทบาทและปรับเปลี่ยนคานิยมสมัยใหมมากกวาวัฒนธรรมแบบ ดั้งเดิม ทำใหวัฒนธรรมบางอยางของชุมชนกะเหรี่ยงจังหวัดราชบุรีเริ่มสูญหายไป เนื่องจากการอานเปนทักษะทางภาษาที่มีความสำคัญเปนพื้นฐานของการศึกษาในทุกแขนง สาขาและเปนสิ่งจำเปนอยางมากในการดำเนินชีวิตของคนในยุคปจจุบัน เพราะในขณะนี้วิทยาการ


2 และเทคโนโลยีตาง ๆ ไดเปลี่ยนแปลงและกาวหนามากขึ้น ดังนั้นเราจึงจำเปนที่จะตองมีทักษะการ อาน เพื่อการสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพ กลาวคือ ตองอานไดคลอง ถูกตอง และมีประสิทธิภาพ เพื่อการเสาะแสวงหาความรูอยางหลากหลาย สามารถเขาใจและติดตามการเปลี่ยนแปลงและความ เจริญกาวหนาทางวิทยาการความรู รวมทั้งขอมูลขาวสารไดทันที เนื่องจากการอานเปนพื้นฐานที่ สำคัญตอการเรียนรู เมื่ออานมากก็ยิ่งทำใหไดรับความรูมาก ทักษะการอานเปนกระบวนการที่ตองให ความสำคัญฝกฝนกันอยูเสมอ เริ่มตั้งแตการอานคำศัพทอานกลุมคำ อานประโยค ตลอดจนถึงการ อานขอความ ซึ่งครูผูสอน รวมถึงนักศึกษาฝกสอนของสาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏ หมูบานจอมบึงไดเห็นความสำคัญของการอานออกเสียงคำในภาษาไทย ซึ่งจะเปนพื้นฐานอันสำคัญ จึงไดทำการศึกษาเรื่องการอานออกเสียงคำในภาษาไทยเพื่อที่จะหาสาเหตุของปญหาและอุปสรรคใน การอานออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนและนำไปปรับปรุงแกไขและพัฒนาทักษะการอานออก เสียงคำในภาษาไทยใหดียิ่งขึ้นตอไป ชุดแบบฝก คือ หลักการและแนวทางตาง ๆ ไมวาจะเปนการกำหนดแบบฝกที่ชัดเจนแนนอน และภาษาที่เขาใจเขาใจงายเหมาะสมกับวัยควรมีความยากงายแตกตางกันและตองมีหลายรูปแบบ เพื่อใหนักเรียนมีโอกาสในการใชภาษาอยางมีประสิทธิภาพแบบฝกนั้นมีประโยชนตอการเรียนการ สอนอยางมาก ไมวาจะเปนดานผูเรียนทำใหเด็กเกิดความเขาใจในบทเรียนดียิ่งขึ้น ในดานของ ครูผูสอนเกี่ยวกับเนื้อหาวิธีการสอนและกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะของนักเรียนใหมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น (ไพทูลย มูลดี, 2546) อธิบายวา แบบฝกมีความสำคัญ และจำเปนตอการเรียนทักษะทางภาษา มาก เพราะจะชวยใหผูเรียนเขาใจในบทเรียนไดดีขึ้นสามารถจดจำเนื้อหาในบทเรียนและคำศัพทตางๆ ไดคงทน ทำใหเกิดความสนุกสนานในขณะเรียนทราบความกาวหนาของตนเอง สามารถนำแบบฝกมา ทบทวนเนื้อหาเดิมดวยตนเองได นำมาวัดผลการเรียนหลังจากที่เรียนแลว ตลอดจนสามารถทราบ ขอบกพรองของนักเรียนและนำไปปรับปรุงแกไขไดทันทวงที ซึ่งจะมีผลทำใหครูประหยัดเวลา คาใชจายและลดภาระไดมาก และยังใหนักเรียนนำภาษาไปใชสื่อสารไดถูกตองและมีประสิทธิภาพ ชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง เปน การใชแนวคิดทางภาษาศาสตรโดยเฉพาะเรื่อง “คูเทียบเสียง” (minimal pair) มาใชในการสรางชุด แบบฝกการอานคำในภาษาไทย ซึ่ง ปุณยจรีย สรสีสม (2560, น. 88) กลาววา “คูเทียบเสียง” หมายถึง คำสองคำที่มีความหมายแตกตางกันอยูเพียงสิ่งเดียวในตำแหนงที่ตรงกัน และคำทั้งสองมี ความหมายแตกตางกัน ใชสำหรับหาหนวยเสียงในภาษาตาง ๆ หากคำทั้งสองที่อยูในคูเทียบเสียง ไมไดแยกความหมายของคำ นักภาษาถือวาเปนเสียงแปรของหนวยเสียงเดียวกัน เราเรียกเสียงแปร ตาง ๆ ของหนวยสียงเดียวกัน ไมไดแยกความหมายของคำ หรือไมมีหนาที่สำคัญในระบบเสียงของ ภาษานั้นวา หนวยเสียงยอย (allophone) ความสำคัญ 4 ประการ ของคูเทียบเสียงในการเรียนการ สอนภาษา คือ 1. คูเทียบเสียงชวยใหผูเรียนภาษาสามารถแยกความแตกตางของเสียงทั้ง 2 ที่อยูในคูเทียบ เสียง อันนำไปสูการออกเสียงที่ถูกตองตามกฎเกณฑหรือคลายคลึงกับการออกเสียงของเจาของภาษา ถือวาเปนเปาหมายที่สำคัญในการเรียนภาษาตางประเทศหรือภาษาที่สอง


3 2. คูเทียบเสียงชวยแกปญหาในการเรียนภาษาของผูเรียนภาษาตางประเทศหรือภาษาที่สอง 3. คูเทียบเสียงชวยใหผูเรียนพูดสื่อสาร สื่อความหมาย ภาษาตางประเทศหรือภาษาที่สองได ตรงตามวัตถุประสงคมากยิ่งขึ้น 4. คูเทียบเสียงเปนเครื่องมือหนึ่งที่ผูสอนภาษาสามารถนำไปใชสอนภาษาตางประเทศหรือ ภาษาที่สองไดอยางมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับการฝกดวยการใชคูเทียบเสียงนั้น ศิริมา ปุรินทราภิบาล (2560, หนา 142, 153) ได เสนอแนะขั้นตอน ดังนี้ 1. ออกเสียงคำคู ที่นำมาฝกหลาย ๆ ครั้ง ทุกครั้งใหมีลำดับคำเชนเดิม แลวทิ้งชวง 2-3 นาที หลังจากออกเสียงคำแรก และทิ้งชวงใหเวลานานกวาอีกเล็กนอย เมื่ออกเสียงคำหลังแลว ออกเสียง แตละคำเหมือนเปนคำที่มีอยูเพยงคำเดียว 2. ออกเสียงคำทั้งคูอีกอยางนอย 10 เที่ยว โดยสลับลำดับกัน ใหนักเรียนตอบ same หรือ different 3. ออกเสียงทีละคำแลวใหทั้งหองตอบวาคำอยูในกลุมที่ 1 หรือ 2 4. อธิบายลักษณะที่แตกตางของการออกเสียงสองคำนี้อยางสั้น ๆ 5. เปลี่ยนบทบาทกันระหวางผูสอนและผูเรียน มยุเรศ รัตนานิคม (2542, หนา 178-179) แนะนำการฝกออกเสียง ดังนี้ 1. ใชคูเทียบเสียง คือ การหาคำหรือขอความที่เหมือนกันมากที่สุด มีขอแตกตางเพียงเล็กนอย หรือที่เดียว นำมาเทียบกัน แตตองสื่อความหมายที่ตางกันไดชัดเจน 2. ฝกออกเสียงคำที่เปนปญหาในวลีและประโยคที่มีคำเหลานั้น 3. ฝกพูดประโยคยาว ๆ ใหคลองโดยใชวิธีการเพิ่มคำขึ้นเรื่อย ๆ ทำใหขอความหรือประโยคที่ ฝกมีลักษณะเหมือนสามเหลี่ยมที่เรียกวา pyramid drill 4. ฝกบทสนทนา ควรถามตอบเรื่องธรรมดาที่งาย ๆ กอนแลวคอยฝกที่ยาก 5. ฝกอานขอความ การทำวิจัยในครั้งนี้ผูวิจัยไดจัดทำขึ้นเพื่อเปนประโยชนกับตัวผูเรียนและเพื่อเปนพื้นฐานที่ สำคัญในการเรียนทุก ๆ รายวิชา นอกจากนี้ผูวิจัยไดรับมอบหมายใหจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ในสถานศึกษาพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง ผูวิจัยพบวานักเรียนชาวกะเหรี่ยงบางสวนนั้นประสบปญหาดาน การอานออกเสียงคำในภาษาไทย ผูวิจัยไดทำการทดลอง พัฒนา ปรับปรุง และแกไขเพื่อพัฒนาทักษะ การอานออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยงใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มเติม ทักษะการอานภาษาไทยใหนักเรียนชาวกะเหรี่ยงนอกเวลาเรียน เพื่อสงเสริมการใชเวลาวางของ นักเรียนใหเกิดประโยชนสำหรับนักเรียนบางคนที่อานออกเสียงไมชัดเจนและแบงวรรคตอนไมถูกตอง ใหอานคลองและอานถูกตองยิ่งขึ้น


4 วัตถุประสงคของการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาการอานออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยงไดถูกตอง 2. เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการอานออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยง 3. เพื่อหาแนวทางแกไขการอานออกเสียงคำในภาษาไทยภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยงให ถูกตอง ขอบเขตการวิจัยและกรอบแนวคิดการวิจัย งานวิจัยดังกลาวนี้เปนงานวิจัยที่ใชระเบียบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเนนการวิเคราะหเชิง เนื้อหา ที่ใชกลุมตัวอยาง คือ นักเรียนชาวกะเหรี่ยงโรงเรียนบานตะโกลาง ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ. ราชบุรี 1. ขอบเขตดานเนื้อหา รวบรวมคำและประโยคภาษากะเหรี่ยง จากประชากรหมูบาน ตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จำนวน 6 หมวด ดังนี้ 1.1 หมวดสัตว 1.2 หมวดอวัยวะ 1.3 หมวดกิริยา 1.4 หมวดอาหาร ผัก และผลไม 1.5 หมวดเครือญาติ 1.6 หมวดจำนวนนับ 2. ขอบเขตดานประชากร/ กลุมตัวอยาง กลุมตัวอยางที่ใชในการดำเนินการวิจัยนักเรียนชาวกะเหรี่ยงโรงเรียนตะโกลาง ต.สวนผึ้ง อ. สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่เลือกอยางเจาะจง โดยมีคุณสมบัติ 4 ลักษณะ ดังนี้ 2.1 เกิดและมีภูมิลำเนาในพื้นที่หมูบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 2.2 ใชภาษากะเหรี่ยงสื่อสารในชีวิตประจำวัน 2.3 มีอวัยวะที่ใชในการออกเสียงภาษากะเหรี่ยงที่คอนขางสมบูรณ 2.4 เปนนักเรียนกะเหรี่ยงที่กำลังศึกษาอยูสถานศึกษาไทยในพื้นที่หมูบานตะโกลาง อำเภอ สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 3. ขอบเขตดานพื้นที่ หมูบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 4. ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรตน นักเรียนชาวกะเหรี่ยง ตัวแปรตาม ชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย 5.กรอบแนวคิด ชุดแบบฝกการอานออก เสียงแบบคูเทียบเสียง ภาษาไทย ผลสัมฤทธิ์ทางการอานภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยงดีขึ้น


5 ขอตกลงเบื้องตน 1. นักเรียนทุกคนตอบแบบสอบถามดวยความเขาใจและดวยความจริงใจ 2. การวิจัยในครั้งนี้ถือวา ความแตกตางในเรื่องภาษา อายุ เชื้อชาติ ฐานะทางเศรษฐกิจ ตลอดจนอาชีพของบิดามารดาไมมีผลกระทบตอการเรียน 3. การเก็บรวบรวมขอมูลในวัน เวลาและสถานที่ที่แตกตางกัน ไมมีผลทำใหเปลี่ยนแปลงไป ขอจำกัดในการวิจัย 1. ความซับซอนของเนื้อหาหรือปญหาที่จะศึกษา 2. ความยากในการรวบรวมขอมูล 3. ความยากในการทำซ้ำ 4. ปฏิสัมพันธระหวางนักวิจัยและสมาชิกในกลุมตัวอยาง หรือกลุมประชากรมีผลกระทบตอ ผลการวิจัย 5. ความยากในการควบคุมตัวแปรเกิน 6. เครื่องมือที่ใชในการรวบรวมขอมูลทางการศึกษา มีความแมนยำและเชื่อถือได นอยกวา เครื่องมือที่ใชในการทดลองทางวิทยาศาสตร นิยามศัพทที่ใชในการวิจัย 1) นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทย วันทนา มาศวรรณา (2559) กลาววานวัตกรรม การเรียนการสอนภาษาไทย คือนวัตกรรมที่เกี่ยวกับการแกปญหาการสอนอานภาษาไทย วา หมายถึง กิจกรรม กระบวนการ หรือวิธีการทั้งที่มีรูปแบบใหมๆ หรือของเกาที่ไดรับปรับปรุงแกไขใหมีคุณภาพ ดีขึ้น เพื่อนำมาใชในการแกปญหา ดานการอานของผูเรียน รวมทั้งไดแบงระดับของความเขาใจใน การอานออกเปน 4 ระดับ ไดแก 1. การอานในระดับการรับรูคำและเขาใจความหมายของคำ ประโยค และสำนวน เปนระดับความเขาใจพื้นฐานที่ผูอานสามารถอานไดถูกตองตามอักขริวิธี พรอมทั้งมีความรูความเขาใจ ในสิ่งที่ผูเขียนเขียนไว โดยการแปลผานทางคำ ประโยค และสำนวน เปนการอานในระดับที่ผูอาน สามารถอานเนื้อเรื่องได โดยที่ไมไดแสดงความคิดเห็น หรือวิพากษวิจารณการอานในระดับนี้เปนการ อานเอาเรื่องที่ใชความสามารถ ในการจำเปนสวนใหญ 2. การอานในระดับการจับใจความ เปนระดับความเขาใจในการอานที่ผูอานเขาใจ เนื้อความทั้งหมดของสิ่งที่ อาน เปนระดับความเขาใจในการอานซึ่งเปนผลสืบเนื่องมาจากการอานใน ระดับ 1 คือ ถาเขาใจศัพท สำนวน และประโยคโดยตลอดแลว ผูอานจะสามารถแปลถายทอดออกมา เปนภาษาพูด และสามารถสื่อสารใหผูอื่นเขาใจเนื้อหาของสารที่อานนั้นๆ ไดดวย 3. การอานในระดับการตีความ เปนระดับความเขาใจในการอานที่ ผูอานสามารถ เขาใจความหมายของขอความที่อานไดลึกซึ้งกวาระดับที่ 2 กลาวคือ ผูอานสามารถตีความในสิ่งที่ ผูเขียนไมไดกลาวไวอยางชัดเจน แตเปนความหมายแฝงอยูในเนื้อความ รวมทั้งสามารถสื่อสารใหผูอื่น เขาใจโดยการเรียบเรียงใหม และ 4. การอานในระดับการวิเคราะหวิจารณ เปนระดับความเขาใจในการอานที่ผูอาน ตองอาศัยความเขาใจในสามระดับแรก เนื่องจากการอานในระดับนี้ ตองอาศัยความคิดเพื่อวิเคราะห ตัดสิน และประเมินคาสิ่งที่อาน


6 2) กะเหรี่ยง คือ เปนชนเผาที่จัดไดวามีหลายเผาพันธุ หลายภาษา มีการนับถือศาสนาที่ ตางกัน แตกะเหรี่ยงดั้งเดิมจะนับถือผี เชื่อเรื่องตนไมปาใหญ ภายหลังหันมานับถือพุทธ คริสต เปน ตน กะเหรี่ยง มีถิ่นฐานตั้งอยูที่ประเทศพมา แตหลังจากถูกรุกรานจากสงคราม จึงมีกะเหรี่ยงที่อพยพ เขามาอาศัยอยูประเทศไทย กะเหรี่ยงที่อาศัยอยูในประเทศไทย แบงออกไดเปน 4 ประเภท แบง ออกเปนกลุมยอย กะเหรี่ยงสะกอ หรือที่เรียกนามตัวเองวา ปากะญอ หมายถึงคน หรือมนุษยนั้นเอง กะเหรี่ยงสะกอเปนกลุมที่มีจำนวนมากที่สุด มีภาษาเขียนเปนของตนเอง โดยมีมิชชันนารีเปนผูคิดคน ดัดแปลงมาจากตัวหนังสือพมา ผสมภาษาโรมัน กลุมนี้หันมานับถือศาสนาคริสตเปนสวนใหญ กะเหรี่ยงโปรนั้นเปนกลุมที่คอนขางเครงครัดในประเพณี พบมากที่ อำเภอ แมสะเรียง จังหวัด แมฮองสอน อำเภอ อมกอย จังหวัดเชียงใหม และแถบตะวันตกของประเทศไทย คือ กะเหรี่ยงบเว พบที่ อำเภอ ขุนยวม แมฮองสอน สวนปะโอ หรือตองสูก็มีอยูบาง แตพบนอยมากในประเทศไทย ชน เผา "ปกากะญอ" เปนชนเผาที่บอกกลาวถึงประวัติศาสตรความเปนมานับรอยนับพันเรื่อง เรียงรอย เก็บไวในเเนวของนิทาน อาจจะไมใชหลักฐานที่เเนชัด เเตก็พยายามที่จะเลาสืบทอดใหลูกหลานไดรู ถึงความเปนมาของเผาพันธุ และวัฒนธรรมของตัวเอง เลากันตั้งแตสมัยที่พระเจาสรางโลก พระองค ไดสรางมนุษย คูแรก คือ อดัม กับเอวา ทั้งสองคนไดใชชีวิตอยูรวมกันในสวน (เอเดน) ที่พระองคได สรางไว ทั้งสองไดทำ ผิดกฎ ของสวรรค จถูกเนรเทศลงมาใชกรรมอยูในโลกจนกระทั่งมีลูกหลานสืบ เชื้อสายมาจนถึงทุกวันนี้ สภาพสังคมวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไปของชาวกะเหรี่ยง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีของ โกศล มีคุณ (2536, หนา21) พบวา “กะเหรี่ยงในอำเภอสวนผึ้งไดเขามาอยูบริเวณลุมน้ำภาชี ประมาณ 200 ปมาแลว สันนิษฐานวาเดิมทีกะเหรี่ยงสวนผึ้งอาศัยอยูในสหภาพพมา และคงจะอพยพเขามาในสมัย กรุงรัตนโกสินทรตอนตนเนื่องจากสงครามระหวางไทยและสหภาพพมา การอพยพเขามาครั้งแรกของ กะเหรี่ยงสายนี้เขามาทางหวยซองกะเลีย หรือพุทอง เขตอำเภอ วังกะ ปจจุบันเปนอำเภอสังขะบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตอมากะเหรี่ยงจากแหลงเดียวกัน คือ กะเหรี่ยงบานเมกะวะ เมืองมะละแหมงได ติดตามมาอีก และชาวกะเหรี่ยงสวนใหญอาศัยอยูทั้งพื้นที่ราบเชิงเขาและบนเขาสูง กะเหรี่ยงไมชอบ อยูรวมกันแตจะแยกเปนชุมชนเล็ก ขนาดไมกี่สิบครัวเรือน บานของกะเหรี่ยงบางหลังเปนเรือนใตถุน สูง มีใตถุนใชนั่งเลน ทำกิจกรรม เก็บวางฝนและเปนที่อยูของสัตวเลี้ยงมีชานรมใชเปนที่ทอผาและ ทำงานตลอดจนรับแขกที่พักคางคืน สวนในดานภาษาชาวกะเหรี่ยงในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เปนกะเหรี่ยงโปว ภาษาของชาวกะเหรี่ยงโปวฺ มีพยัญชนะตนเดี่ยว 23 เสียง มีเสียงพยัญชนะควบกล้ำ มากโดยวบกับ ล ร ว และ ย ไมมีความแตกตางระหวางสระเสียงสั้นกับสระเสียงยาว สระเดี่ยวมี 9 เสียง สระประสมมี 5 เสียง เสียงวรรณยุกต 5 เสียง ไมมีเสียงตัวสะกด ( สุจริตลักษณ ดีผดุง และสริน ยา คำเมือง, 2540 ) 3) ชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย คือ สื่อการเรียนที่ชวยฝก ทักษะการอานและการเขียน กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ที่ผูทำวิจัย สรางขึ้น เพื่อใหนักเรียนไดฝกฝน โดยมีสวนประกอบ คือ ชื่อเรื่อง คำชี้แจง จุดประสงค การเรียนรู คำแนะนำการใชชุดฝกทักษะการอานและการเขียน เนื้อหา และแบบทดสอบกอนและหลังเรียนที่ ผูทำวิจัยสรางขึ้นเพื่อใหนักเรียนไดฝกฝน


7 สมมุติฐานในการวิจัย ชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทยจะชวยทำใหทักษะการอานของ นักเรียนชาวกะเหรี่ยงออกเสียงภาษาไทยไดชัดเจนขึ้น ประโยชนที่จะไดรับจากการวิจัย 1. นักเรียนชาวกะเหรี่ยงสามารถอานและเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยได 2. ไดชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย ของนักเรียนชาวกะเหรี่ยง 3. นักเรียนชาวกะเหรี่ยงมีผลสัมฤทธิ์จากการใชชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบ เสียงภาษาไทย ที่สูงขึ้น


8 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ การวิจัยในครั้งนี้ คณะผูวิจัยไดศึกษาแนวความคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวของเพื่อเปนแนวทางในการวิจัย ดังนี้ 1. ประวัติของชาวกะเหรี่ยง 2. ลักษณะทางกายภาพของชาวกะเหรี่ยง 3. การศึกษาของชาวกะเหรี่ยง 4. กลุมภาษาของชาวกะเหรี่ยง 5. การออกเสียงของชาวกะเหรี่ยง 6. กะเหรี่ยงในจังหวัดราชบุรี 7. แบบฝกทักษะ 8. ชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย ประวัติของชาวกะเหรี่ยง กะเหรี่ยงอยูในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตมานาน กะเหรี่ยงอาศัยอยูระหวางพรมแดน ไทย-พมามาประมาณ 600-700 ปมาแลว ระหวางป 2509-12 สถาบันวิจัยชาวเขาพบวากะเหรี่ยง อาศัยอยูในประเทศพมา กอนที่พมาจะครอบครองดินแดนแถบนี้สำหรับประเทศไทย มีหลักฐานวา กะเหรี่ยงอยูในประเทศไทยมาตั้งแตสมัยกรุงศรีอยุธยา หนังสือ “ไทยรบพมา” โดยกลาวถึงแมทัพของ สมเด็จพระนเรศวรที่เปนกะเหรี่ยงชื่อ สิน ภูมิโลกาเพชร หากจะถามหลักฐานที่เปนลายลักษณอักษร หรือในหนังสือ “คำใหการชาวกรุงเกา” ที่เขียนถึงการสงสวยของกระเหรี่ยงเมืองศรีสวัสดิ์ (อำเภอศรี สวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ในปจจุบัน) ที่สงมาเขามายังกรุงศรีอยุธยาเปนประจำ ชวงปลายกรุงศรี อยุธยา พมาเขายึดครองเมืองหงสาวดี กะเหรี่ยงหลายกลุมอพยพตามมอญเขามาสูประเทศไทย นับเปนการอพยพครั้งแรกที่มีหลักฐาน โดยใหกะเหรี่ยงอพยพอยูที่ ลำหวยตะเพินคี่) สุพรรณบุรี, ลำ หวยคอกควาย อุทัยธานี, อำเภอสังขละบุรี และอำเภอศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี, เพชรบุรี, ราชบุรี, ประจวบคีรีขันธ และอยุธยา (สุรพงษ กองจันทึก, 2563)


9 ภาพที่ 2.1 ภาพของชาวกะเหรี่ยง ภาพประกอบ : กลุมสตรีและเด็กชาวกะเหรี่ยง หลบภัยในปาหลังการปะทะระหวางทหารของกองทัพปลดปลอย แหงกะเหรี่ยง (KNLA) กับทหารพมา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ พ.ศ. 2545 ใกลชายแดนพมา-ไทยในรัฐกะเหรี่ยงของ พมา (ภาพจาก AFP) ลักษณะทางกายภาพของชาวกะเหรี่ยง ชาวกะเหรี่ยงใชชีวิตในชนบท มีชุมชนขนาดเล็ก และทำมาหากินในลักษณะเพื่อการยังชีพ อาชีพสวนใหญจึงเปนการเกษตรทั้งปลูกพืช ปลูกขาวไร และเลี้ยงสัตวเดิมชาวกะเหรี่ยงปลูกฝน เชนเดียวกับกลุมชาติพันธุกลุมอื่น ๆ แตปจจุบันไดหันมาปลูกพืชผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ รวมทั้งพืชเมือง กะเหรี่ยงไดชื่อวารูจักการใชพื้นที่ทำกินแบบ "ไรหมุนเวียน" นั่นคือ ทำครั้งหนึ่ง แลว พักไว 3-7 ป จึงกลับไปทำใหม วนเวียนไปโดยตลอด เพื่อปองกันดินเสื่อมคุณภาพ และรักษาสมดุล ของนิเวศปาไม มิไดทำไรเลื่อนลอยอันเปนการตัดไมทำลายปา กะเหรี่ยงยังนิยมเลี้ยงสัตว เชน โค กระบือ สุกร ไก โดยเฉพาะสุกรและไกและสุกร ที่เลี้ยงไวใตถุนบาน หรือใกลบาน เพื่อใชในพิธีกรรม และบางชุมชนยังนิยมเลี้ยงชางืในอดีตเคยมีการใชชางเพื่อทำนา และชักลากไม แตในปจจุบันเหลืออยู นอยมาก และใชเพียงเพื่อบริการนักทองเที่ยว มากกวาการใชงานแบบอื่น ภาพที่ 2.2 สภาพความเปนอยูชาวกะเหรี่ยง ภาพประกอบ : สำนักสงเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม


10 การศึกษาของชาวกะเหรี่ยง ชาวเขาเผากะเหรี่ยงก็เชนเดียวกับชาวเขาเผาอื่นคือ สวนใหญไดรับการศึกษานอยและไม ทั่วถึง ทั้งนี้เนื่องมาจากชาวกะเหรี่ยงสวนใหญจะอาศัยอยูบนภูเขาสูงที่หางไกลและทุระกันดาร ยากที่ รัฐจะเขาไปจัดบริการหรือสงเสริมได การศึกษาแบบเปนทางการสำหรับชาวเขานั้น โรงเรียนชาวเขา แหงแรกตั้งเมื่อป พ.ศ.2480 โดยกรมการศึกษานอกโรงเรียนจัดระบบการศึกษาเบ็ดเสร็จสำหรับผูที่มี อายุครบ 14 ป การศึกษาทั้งสองแบบนี้ไดรับการยอมรับอยางดีพมชุมชนกะเหรี่ยงบนภูเขาและมี ผูเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาแลวเปนจำนวนมากพอสมควร (ขวัญชีวัน บัวแดง, 2549) กลุมภาษาของชาวกะเหรี่ยง เปนภาษามีวรรณยุกตที่พูดโดยชาวกะเหรี่ยงประมาณ 7 ลานคน เปนภาษาที่ไมชัดเจนวาอยู ในตระกูลภาษาจีน-ทิเบตหรือไม กลุมภาษากะเหรี่ยงเขียนดวยอักษรกะเหรี่ยง กลุมภาษานี้แบง ออกเปนสามสาขาหลักคือสะกอ, โป และปะโอ โดยภาษากะเหรี่ยงแดง (มีอีกชื่อวากะยา) และกะยัน (มีอีกชื่อวาปะดอง) เปนสาขาในกลุมภาษากะเหรี่ยง กลุมภาษานี้กับภาษาไปและกลุมภาษาจีน เรียงลำดับคำเปนประธาน–กริยา–กรรม ซึ่งตางจากตระกูลภาษาจีน-ทิเบตที่เรียงลำดับคำเปน ประธาน–กรรม–กริยา การเรียงลำดับคำของกลุมภาษานี้นาจะไดรับอิทธิพลจากภาษามอญและกลุม ภาษาไทย ภาพที่ 2.3 พยัญชนะ 25 ตัวของภาษากะเหรี่ยง ภาพประกอบ : Karen คือ กะเหรี่ยง การออกเสียงของชาวกะเหรี่ยง ภาษากะเหรี่ยงเปนภาษาที่มีโทนเสียงเหมือนกับภาษาไทย รูปแบบการออกเสียงในบางเสียง มีลักษณะคลายกับภาษาไทย แตมีบางเสียงที่เปนเสียงสระมีความคาบเกี่ยวกับภาษาอังกฤษสำเนียง อเมริกัน เชนเดียวกับเสียงพยัญชนะบางเสียงใกลเคียงกับเสียงพยัญชนะของภาษาอังกฤษ ยกเวนกลุม เสียงกัก (plosive) ที่มีทั้งเสียงพนลมและไมพนลม (aspiration) ไดแก /p, t, k, pʰ, tʰ, kʰ/


11 กะเหรี่ยงในจังหวัดราชบุรี ชาวกะเหรี่ยงในเมืองราชบุรีไดตั้งถิ่นฐานอยูบริเวณชายแดนใกลเทือกเขาตะนาวศรี สันนิษฐานวา อพยพโยกยายมาจากเมืองทวายในพมาขามเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งสอดคลองกับที่ชาว กะเหรี่ยงรุนเกาไดเลาตอกันมาวา ราว 200 ปที่ผานมา ชาวกะเหรี่ยงไดถูกพมารุกราน จึงพากัน อพยพขามทิวเขาตะนาวศรีเขาชายแดนไทยทางอําเภอไทยโยค จังหวัดกาญจนบุรี (การทองเที่ยวแหง ประเทศไทย, 2556: 9) และเขามาตั้งบานเรือนอยูที่บานเกากะเหรี่ยงและบานหนองกะเหรี่ยง (หนอง นกกะเรียน) เปนแหงแรก แลวโยกยายมายังลุมน้ำาภาชีบานบอ เขตอําเภอสวนผึ้ง กิ่งอําเภอบานคา ตําบลตะนาวศรี ตําบลบานบึง ตําบลบานคา ตําบลยางหัก อําเภอปากทอ แบบฝกทักษะ ไพทูลย มูลดี (2546, น. 48) ไดสรุปความหมายของแบบฝกทักษะ คือชุดฝกการเรียนรูที่ครู สรางขึ้นใหนักเรียนไดทบทวนเนื้อหาที่เรียนรูมาแลวเพื่อสรางความรูความเขาใจ และชวยเพิ่ม ทักษะ ความชำนาญและฝกกระบวนการคิดใหมากขึ้น ทั้งยังมีประโยชนในการลดภาระการสอนใหกับ ครู อีกทั้งพัฒนาความสามารถของผูเรียน และทำใหผูเรียนสามารถมองเห็นความกาวหนาจากผลการ เรียนรูของตนเองได แบบฝกชวยในการฝกหรือเสริมทักษะทางภาษา การใชภาษาของนักเรียนสามารถนำมาฝก ซ้ำทบทวนบทเรียนและผูเรียนสามารถนำไปทบทวนดวยตนเอง จดจำเนื้อหาไดคงทน มีเจตคติที่ดีตอ การเรียนภาษาไทย แบบฝกถือเปนอุปกรณการสอนอยางหนึ่งซึ่งสามารถทดสอบความรู วัดผลการ เรียนหรือประเมินผล การเรียนกอนและหลังเรียนไดเปนอยางดี ทำใหครูทราบปญหาขอบกพรองของ ผูเรียนเฉพาะจุดไดนักเรียนทราบความกาวหนาของตนเอง ครูประหยัดเวลา คาใชจายและลดภาระ ไดมาก วรรณภา ไชยวรรณ (2549, น. 41) ชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย สื่อการเรียนที่ชวยฝกทักษะการอานและการเขียน กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ระดับชั้น ประถมศึกษาปที่ 5 ที่ผูทำวิจัยสรางขึ้น เพื่อใหนักเรียนไดฝกฝน โดยมีสวนประกอบ คือ ชื่อเรื่อง คำ ชี้แจง จุดประสงค การเรียนรู คำแนะนำการใชชุดฝกทักษะการอานและการเขียน เนื้อหา และ แบบทดสอบกอนและหลังเรียนที่ผูทำวิจัยสรางขึ้นเพื่อใหนักเรียนไดฝกฝน ผูเรียน วรรณาภรณ พระ เมเด (2562) ความสำคัญของคูเทียบเสียง (Minimal Pair) ในการเรียนการสอนภาษา เมื่อพิจารณาองคความรูทางภาษาศาสตรการศึกษาซึ่งเปนการประยุกตองคความรูทางหลัก วิชาภาษาศาสตรเพื่อบูรณาการประโยชนกับการเรียนการสอนภาษา อันเนื่องมาจากการเรียนการ สอนภาษา โดยเฉพาะผูเรียนที่มิใชเจาของภาษา (native speaker) และมีสถานการณแวดลอมของ การใชภาษาอื่น ๆ เชน ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เปนตน ในฐานะภาษาตางประเทศ หรือภาษาที่สอง


12 จะพบอุปสรรคของการสื่อสารภาษานั้นไมชัดเจน ไมถูกตอง และบอยครั้งอาจทำใหเกิดความเขาใจผิด จากการสื่อสารที่เขาใจคลาดเคลื่อนกัน เนื้อหาดังกลาวนี้จะนำเสนอความสำคัญของการนำองค ความรูทางสัทศาสตร โดยเฉพาะอยางยิ่งเรื่องของคูเทียบเสียงมาใชประโยชนในการเรียนการสอน ภาษา รวมถึงนำแนวทาง หลักการ และวิธีการที่ไดเคยมีผูศึกษามากลาวถึงดวย เพื่อทำใหมองเห็น ความเปนไปไดที่จะเกิดความสำเร็จในการเรียนการสอนภาษา วิธีการและขั้นตอนการใชคูเทียบเสียง (Minimal Pair) ในการเรียนการสอน ภาษา การเรียนการสอนภาษา โดยเฉพาะการสอนภาษาตางประเทศและภาษาที่สองนั้น หาก นักศึกษาสายครูสามารถประยุกตความรูในการนำความรูเรื่องคูเทียบเสียงไปใชพัฒนาการเรียนการ สอน หรือสถานการณการเรียนการสอนจริงในวิชาชีพครูจะเปนประโยชนตอผูเรียน ซึ่งผูเขียนจะ กลาวถึงวิธีการและขั้นตอนการใชคูเทียบเสียงในการเรียนการสอนภาษา ที่ไดมาจากรวบรวมและ คนความาจากงานวิจัย รวมถึงงานวิทยานิพนธของนักวิชาการตาง ๆ โดยสังเขป ดังนี้ วิทยานิพนธปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาศาสตรการศึกษา มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ของอรุณรัศมี แกวลอย (2555, หนา บทคัดยอ) ศึกษาการพัฒนาการออกเสียง พยัญชนะเสียงเสียดแทรกภาษาอังกฤษ โดยวิธีสอนภาษาแบบฟง-พูด (audiolingual method) โดย ใชเทคนิคการฝก ซ้ำ ๆ (drills) และหลักการทางสรีรสัทศาสตร เพื่อแกไขปญหาการออกเสียง พยัญชนะภาษาอังกฤษของผูเรียนชาวไทย ซึ่งกิจกรรมหนึ่งที่นำมาใชคือกิจกรรมคูเทียบเสียงตางใน ภาษาเดียวกัน เพื่อใหผูเรียนไดยินถึงความแตกตางของหนวยเสียงที่เปนปญหากับคูที่ใชเทียบเสียงได อยางชัดเจน งานวิจัยของศิริมา ปุรินทราภิบาล (2560, หนา 142, 153) ศึกษาอิทธิพลของภาษาอังกฤษที่ มีตอการออกเสียงในภาษาฝรั่งเศสของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียน 14 จังหวัดภาคใต ซึ่งใชเครื่องมือ คือ แบบทดสอบการออกเสียงคำเดี่ยวและแบบทดสอบการอานคำที่ออกเสียง คลายกัน ซึ่งผูวิจัยไดอภิปรายแนวทางเพื่อชวยแกปญหาการออกเสียงภาษาฝรั่งเศสที่ไดรับอิทธิพลมา จากภาษาอังกฤษ ใหแกนักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียน 14 จังหวัด รวมถึงไดเสนอแนะ วิธีการตาง ๆ ที่นำมาเปนแนวทางในการเรียนการสอนภาษา สรุปไดดังนี้ 1. ควรเริ่มสอนการออกเสียงจากการใหผูเรียนไดฟงเสียงที่ถูกตองกอน โดยเฉพาะอยางยิ่งฟง การออกเสียงใหมากที่สุด หากไมมีเจาของภาษา ปจจุบันผูสอนสามารถคนควาหาสื่อการสอนจาก เว็บไซตที่สอนการออกเสียงภาษาตาง ๆ ได คอนขางหลากหลายมากขึ้น ซึ่งปจจุบันมีจำนวนมากมาย โดยผูสอนคัดเลือกบทเรียนออนไลนที่เหมาะสม และแนะนำใหผูเรียนไดฝกฟงและออกเสียงตามดวย ตนเองนอกเหนือจากในเวลาเรียนใหมากที่สุดเทาที่จะมากได เพื่อสรางความเคยชินดานการออกเสียง ที่ดี และถูกตองในภาษานั้น ๆ ที่จะรับการฝกฝน 2. ผูสอนสามารถเลือกใชวิธีการตาง ๆ ตามความเหมาะสม เชน 2.1 วิธีการเทียบเสียงตาง (contrastive analysis) ทั้งเสียงตางในภาษาเดียวกัน และเสียงตางระหวางภาษา โดยใชในขั้นตอนการฟงและการแยกแยะเสียง ทั้งในระดับคำ กลุมคำ และประโยค 2.2 การใชคูเทียบเสียงจากการเลือกคำที่มีความหมายตางกันแตมีเสียงที่ตางกัน เพียงเสียงเดียว โดยเสียงที่ตางกันนั้นจะอยูในตำแหนงเดียวกัน เชน ตนพยางคหรือทายพยางค เปน


13 ตน การฝกออกเสียงโดยใชคูเทียบเสียงจะทำใหผูเรียนตระหนักถึงความสำคัญในการออกเสียงที่ ถูกตองเพราะการออกเสียงคลาดเคลื่อนจะทำใหความหมายผิดพลาด และเกิดความสับสนได 2.3 ผูสอนควรแกไขการออกเสียงที่ผิดของผูเรียนเปนรายบุคคลใหถูกตอง โดย ผูสอนสามารถจะใชวิธีการอานออกเสียงตอหนาทีละคน หรือใหผูเรียนบันทึกเสียงการอานของตนเอง ดวยโทรศัพทมือถือ (ถามี) เพื่อใหผูสอนไดศึกษาปญหาของแตละคน และไดติดตามความกาวหนาใน การออกเสียงของผูเรียนแตละคน เพื่อจะไดแกไขปญหาของผูเรียนแตละคนไดตรงจุด 2.4 ผูสอนควรสอนรูปเขียนของแตละเสียงใหผูเรียนไดรูจักดวย เพราะหากผูเรียน ไมสามารถจดจำไดวารูปเขียนใดจะสอดคลองกับเสียงใด ผูเรียนก็จะออกเสียงผิด ดังนั้นจึงควรให ผูเรียนไดฝกออกเสียงคำที่มีรูปเขียนตาง ๆ กัน เพื่อใหเกิดความคุนเคยกับรูปที่แตกตางกัน และฝก เขียนตามคำบอกอยางสม่ำเสมอ 2.5 ผูสอนควรใชสื่อสารสนเทศมาใชประกอบการจัดการเรียนการสอนภาษา หรือ สอนการออกเสียงใหมาก เพราะปจจุบันสื่อเหลานี้ถือวาเปนสื่อที่มีประสิทธิภาพและมีประโยชนมาก สามารถชวยใหผูเรียนไดฝกทั้งการฟงที่ถูกตอง และฝกการออกเสียง โดยการบันทึกเสียงของตัวเอง และเอามาฟงใหม เพื่อจะไดตรวจสอบและแกไขขอผิดพลาดตาง ๆ ของตนเองได สำหรับการฝกดวยการใชคูเทียบเสียง (minimal pair) นั้น ศิริมา ปุรินทราภิบาล (2560, หนา 142, 153) ไดเสนอแนะขั้นตอนดังนี้ 1. ออกเสียงคำคู ที่นำมาฝกหลาย ๆ ครั้ง ทุกครั้งใหมีลำดับคำเชนเดิม แลวทิ้งชวง 2-3 นาที หลังจากออกเสียงคำแรก และทิ้งชวงใหเวลานานกวาอีกเล็กนอย เมื่ออกเสียงคำหลังแลว ออกเสียง แตละคำเหมือนเปนคำที่มีอยูเพยงคำเดียว 2. ออกเสียงคำทั้งคูอีกอยางนอย 10 เที่ยว โดยสลับลำดับกัน ใหนักเรียนตอบ same หรือ different 3. ออกเสียงทีละคำแลวใหทั้งหองตอบวาคำอยูในกลุมที่ 1 หรือ 2 4. อธิบายลักษณะที่แตกตางของการออกเสียงสองคำนี้อยางสั้น ๆ 5. เปลี่ยนบทบาทกันระหวางผูสอนและผูเรียน


14 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง จ.ราชบุรี กรณีศึกษา ชุดแบบฝกการออกเสียงภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาการอาน ออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยงใหกับนักเรียนในโรงเรียนบานตะโกลางอำเภอสวน ผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งการเลือกขอมูลในครั้งนี้ผูวิจัยเล็งเห็นวาภาษากะเหรี่ยงเปนภาษาที่นาสนใจ ทวา การศึกษาภาษากะเหรี่ยงในระบการศึกษาไทยยังขาดแคลนงานวิจัยดังกลาว คณะผูวิจัยจึงมีความจึงมี ความสนใจที่จะศึกษาภาษากะเหรี่ยงและพัฒนาการอานออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนชาว กะเหรี่ยง ซึ่งการทำวิจัยจะศึกษาชุดแบบฝกคูเทียบเสียงตัวสะกดภาษาไทยจำนวน 4 หมวด ไดแก หมวดอักษรสูง หมวดอักษรกลาง หมวดอักษรต่ำเดี่ยว และหมวดอักษรต่ำคู รวมถึงชุดแบบฝกอาน ออกเสียงภาษาไทย แบงออกเปน 3 หมวด ไดแก มาตราตัวสะกดแมกด แมกบ และแมกม เพื่อนำไปสู การพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง เพื่อเปนประโยชนกับชุมชนที่มี นักเรียนชาวกะเหรี่ยงในสถานศึกษาไดนำไปใชตอไป การวิจัยครั้งนี้คณะผูวิจัยใชวิธีการเชิงคุณภาพ (Qualitative Method) ใชเทคนิควิธีการ สัมภาษณ แบบเจาะลึกรายบุคคล (In-depth interview) โดยเปดโอกาสใหบุคคลในทองถิ่นเปนหลัก เพื่อใหไดขอมูลที่ถูกตอง ชัดเจน เห็นถึงคุณคาและความภาคภูมิใจในการรวบรวมคำและประโยคของ ชาวกะเหรี่ยง หมูบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีโดยมีวิธีดำเนินการวิจัยดังนี้ 1. รูปแบบในการวิจัย 2. ขอมูลที่ใชในการวิจัย 3. การเก็บรวบรวมขอมูล 4. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 5. การวิเคราะหขอมูล 6. การตรวจสอบขอมูล 7. การจัดระบบขอมูล 8. การสรางแบบแผนของขอมูล 9. การสรางขอสรุป 1. รูปแบบในการวิจัย รูปแบบในการดำเนินการวิจัยเรื่อง “นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในชุมชน กะเหรี่ยง จ.ราชบุรี กรณีศึกษาชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียงภาษาไทยสำหรับ นักเรียนชาวกะเหรี่ยง” คณะผูวิจัยไดใชวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และวิจัยเชิง ปฏิบัติการแบบมีสวนรวมของชุมชน ในพื้นที่ที่มีสวนเกี่ยวของ โดยไดดำเนินการศึกษาตามขั้นตอน การวิจัย ดังนี้ 1.1 กระบวนการวิจัยและการทำงานประกอบดวย - นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทยชั้นปที่ 3 วางแผนเลือกหัวขอในงานวิจัย - สืบคนขอมูลตามหัวของานวิจัยและงานวิจัยที่เกี่ยวของ


15 1.2 ประชุมเพื่อเตรียมความพรอมและแลกเปลี่ยนเรียนรูการเก็บรวบรวมขอมูล 1.3 ประสานงานกับคุณครูโรงเรียนตะโกลาง ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อชี้แจงให กลุมเปาหมาย ไดรับทราบแนวทางและวัตถุประสงค และประโยชนที่คาดวาจะไดรับจากการวิจัย 1.4 การสรางเครื่องมือในการเก็บขอมูล ไดแก แบบสัมภาษณไมเปนทางการ และแบบสังเกต 1.5 ลงพื้นที่และดำเนินการจัดเก็บขอมูลภาคสนาม โดยคณะผูวิจัยพูดคุยแลกเปลี่ยนกับ คุณครูและนักเรียนโรงเรียนตะโกลาง ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ตามประเด็นวิจัยที่ไดกำหนดไว และแตกประเด็นคำถามใหคุณครูและนักเรียนเขาใจและใหสวนรวมในกระบวนการเก็บขอมูลดวยการ บันทึกเสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว 1.6 คณะผูวิจัยประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงาน การเก็บรวบรวมขอมูล การวิเคราะห ขอมูล เรียบเรียงและจัดพิมพเปนเอกสารฉบับราง 1.7 สรุปและรายงานผลการดำเนินการศึกษา โดยคณะผูวิจัยไดจัดทำสรุปรายงานการ รวบรวมและจัดเก็บขอมูลลการสัมภาษณและการสังเกตของคุณครูและนักเรียนโรงเรียนตะโกลาง ต. สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 2. ขอมูลที่ใชในการวิจัย แหลงขอมูล ผูวิจัยเก็บขอมูลจากการสัมภาษณแบบมีโครงสรางและสังเกตนักเรียนชาว กะเหรี่ยง ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนบานตะโกลาง ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรีการเก็บ ขอมูลมีขั้นตอนและรายละเอียด ดังนี้ 1. ศึกษาจากเอกสาร (Documentary Research) ไดศึกษาเก็บรวบรวมขอมูลจาก แหลงขอมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) การศึกษาขอมูลจากเอกสารจะกระทำกอนที่จะเขาไปเก็บ ขอมูลภาคสนาม โดยศึกษาคนควาแนวคิด ทฤษฎี ทั้งจากเอกสารและงานวิจัยตาง ๆ ที่เกี่ยวของและ จากแหลงขอมูลหองสมุด ขอมูลออนไลน รวมถึงเอกสารจากหนวยงานราชการที่เกี่ยวของ ดังประเด็น ตอไปนี้ 1.1 ประวัติของชาวกะเหรี่ยง 1.2 ลักษณะทางกายภาพของชาวกะเหรี่ยง 1.3 การศึกษาของชาวกะเหรี่ยง 1.4 กลุมภาษาของชาวกะเหรี่ยง 1.5 การออกเสียงของชาวกะเหรี่ยง 1.6 กะเหรี่ยงในจังหวัดราชบุรี 1.7 แบบฝกทักษะ 1.8 ชุดแบบฝกการออกเสียงภาษาไทย 2. ขอมูลปฐมภูมิ (Primary Data) เปนขอมูลดังนี้ 2.1 การเก็บขอมูลจากภาคสนาม (Field Research) ทำการเก็บขอมูลจาก แหลงขอมูลดานบุคคล เปนขอมูลที่สำคัญมาก โดยการสัมภาษณเชิงลึกจากกลุมประชากรตัวอยาง และกลุมเปาหมายที่กำหนดไว


16 3. การเก็บรวบรวมขอมูล สามารถเก็บรวบรวมขอมูลโดยสามารถแบงเปน 2 ตอนดังนี้ 3.1 เก็บรวบรวมขอมูลจากการศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวของ โดยเฉพาะเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวกับการออกเสียงภาษาไทย เอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับกลุมชาติพันธุชาวกะเหรี่ยง 3.2 ผูวิจัยเก็บขอมูลจากการสัมภาษณนักเรียนชาวบานกะเหรี่ยงโรงเรียนบานตะโกลาง ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 3.3 ผูวิจัยเก็บขอมูลจากการสังเกตการอานของนักเรียนชาวบานกะเหรี่ยงโรงเรียนบาน ตะโกลาง ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 4. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย คณะผูวิจัยใชวิธีการสัมภาษณและสังเกตเพื่อเก็บรวบรวมขอมูล “นวัตกรรมการเรียนการ สอนภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง จ.ราชบุรี กรณีศึกษาชุดแบบฝกการอานออกเสียงแบบคูเทียบเสียง ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง ” โดยผูวิจัยไดจัดทำเครื่องมือในการวิจัยดังนี้ 1. ชุดแบบฝกคูเทียบเสียงตัวสะกดภาษาไทย โดยใชพยัญชนะตนเปนอักษรสามหมูและใช มาตราตัวสะกดทั้ง 9 มาตรา 2. ชุดแบบฝกออกเสียงภาษาไทย เปนชุดแบบฝกมาตราตัวสะกดแม กด กก กม หมวดสัตว หมวดอวัยวะ หมวดกิริยา หมวดอาหาร ผัก ผลไม หมวดเครือญาติ และหมวดจำนวนนับ การสัมภาษณแบบไมมีโครงสราง คณะผูวิจัยเลือกใชวิธีการสัมภาษณแบบพูดคุยอยางกันเอง โดยกำหนดประเด็นการ สัมภาษณไวกอนหนา (สรางแบบสัมภาษณแบบมีโครงสราง) ในบางกรณีอาจใชการสัมภาษณกลุม (focus group interview) ประมาณ 3-5 คนเพื่อพูดคุยสนทนาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเปนเวลาสั้น ๆ ทั้งนี้เพื่อใหไดขอมูลที่ลุมลึก และเพื่อเรียนรูแงมุมของภาษากะเหรี่ยง เครื่องมือประกอบการสัมภาษณ คณะผูวิจัยไดสรางแบบสัมภาษณแบบมีโครงสราง (Structured Interview) มีลักษณะ เปนขอคำถามปลายเปด เพื่อเปนแนวทางในการสัมภาษณเชิงลึก (In – depth Interview) แบบ ไมเปนทางการกับผูใหขอมูล มีลักษณะเปนขอคำถามแบบปลายเปด (open end) โดยแบงเปน 3 สวนดังนี้ สวนที่ 1 คือ ลักษณะการออกเสียงของชาวกะเหรี่ยง สวนที่ 2 คือ ความแตกตางของภาษากะเหรี่ยงและภาษาไทย สวนที่ 3 คือ คำศัพทตาง ๆ ของชาวกะเหรี่ยงที่คณะผูวิจัยไดกำหนดไว การสังเกต เปนวิธีการสังเกตเหตุการณขณะชวงเวลานั้น และจดบันทึกไวโดยไมมีการสัมภาษณ โดย ไดจัดทำชุดแบบฝกคูเทียบเสียงตัวสะกดภาษาไทยเพื่อใหนักเรียนไดทดสอบอาน และจดบันทึก


17 ปญหา จากนั้นผูวิจัยไดนำปญหาไปเปนแนวทางในการทำชุดแบบฝกออกเสียงภาษาไทยเพื่อเปน สื่อการสอนใหนักเรียนไดฝกอานออกเสียงภาษาไทยใหชัดและถูกตอง เครื่องมือประกอบการสังเกต 1. ชุดแบบฝกคูเทียบเสียงตัวสะกดภาษาไทย 2. ชุดแบบฝกออกเสียงภาษาไทย ชุดแบบฝกคัดกรองการอานออกเสียงคำพยัญชนะทายในรูปแบบคูเทียบเสียง เปนชุดแบบฝกเพื่อใชประเมินคัดนักเรียนที่มีปญหาดานการออกเสียงคำพยัญชนะทาย หากประเมินแลวพบวามีปญหาดานการออกเสียงพยัญชนะทายตัวใด ผูวิจัยจะนำผลที่ไดไปพัฒนา ตอไป เครื่องมือประกอบการใชชุดแบบฝกคัดกรองการอานออกเสียงคำพยัญชนะทายในรูปแบบคู เทียบเสียง 1. ชุดแบบฝกคูเทียบเสียงตัวสะกดภาษาไทย ชุดแบบฝกการอานออกเสียงพยัญชนะทายในภาษาไทย เปนสื่อการสอนชนิดหนึ่งที่มุงใหผูเรียนไดทวบทวนความรู ชวยพัฒนาทักษะดานการออก เสียงพยัญชนะทายตลอดจนทำใหผูเรียนอานออกเสียงไดชัดเจน ถูกตอง แมนยำ และเกิดความ ชำนาญในการปฏิบัติมากขึ้น เครื่องมือประกอบการใชชุดแบบฝกการอานออกเสียงพยัญชนะทายในภาษาไทย 1. ชุดแบบฝกออกเสียงภาษาไทย 5. การวิเคราะหขอมูล คณะผูวิจัยวิเคราะหขอมูลโดยพิจารณาจากวัตถุประสงคการวิจัย 3 ขอ คือ 1. เพื่อพัฒนาการอานออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยงไดถูกตอง 2 .เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการอานออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยง 3. เพื่อหาแนวทางแกไขการอานออกเสียงคำในภาษาไทยภาษาไทยของนักเรียนชาว กะเหรี่ยงใหถูกตอง คณะผูวิจัยวิเคราะหขอมูลโดยใชแนวทางการวิเคราะหแบบอุปนัย (induction) โดยการ วิเคราะหขอมูลควบคูไปกับการเก็บขอมูลภาคสนามโดยใชแบบสัมภาษณการสังเกตที่สรางขึ้นมา วิเคราะหรวมดวยอีกทั้งใชผลการวิเคราะหสำหรับการปรับแนวคิด ปรับกระบวนการวิจัยและ ตรวจสอบความถูกตองของขอมูลตลอดระยะเวลาของการทำวิจัยขั้นตอนการวิเคราะหขอมูล กำหนดไวดังตอไปนี้ 1. การตรวจสอบขอมูล 2. การจัดระบบขอมูล 3. การสรางแบบแผนของขอมูล 4. การสรางขอสรุป


18 6. การตรวจสอบขอมูล ในการวิจัยครั้งนี้ หลังจากไดศึกษาจากเอกสาร (Documentary Research) ซึ่งไดแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวของแลว จึงไดสรางแบบบันทึกการวิเคราะหลักษณะของภาษาซึ่งใชเปน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอมูลโดยนำเสนอแบบบันทึกที่สรางขึ้นใหผูเชี่ยวชาญไดตรวจสอบ เพื่อ ปรับปรุงแกไขขอบกพรองหลังจากนั้นจึงนำแบบบันทึกไปเก็บรวบรวมขอมูลจากกลุมประชากรที่ใชใน การศึกษา หลังจากทำการเก็บรวบรวมขอมูล คณะผูวิจัยจะทำจดบันทึกและตรวจสอบขอมูล เพื่อให ไดขอมูลที่ถูกตองและสมบูรณ 7. การจัดระบบขอมูล การจัดระบบขอมูล ดำเนินการดังตอไปนี้ 1. จำแนกกลุมขอมูลเปนหมวดหมูตามประเด็นที่ศึกษา โดยแบงระบบหมวดหมูตาม วัตถุประสงคของการวิจัย 2. จัดกลุมขอมูล (clustering) จากความคลายคลึงกันของขอมูล 3. การจัดประเภทของขอมูล (categorizing) โดยการรวมประเภทของขอมูล ตาม ความสัมพันธเกี่ยวของกันของแตละสวน 8. การสรางแบบแผนของขอมูล การสรางแบบแผนของขอมูลดำเนินการดังนี้ การสรางแบบแผนของขอมูล (patterning) หมายถึง ขอความที่อธิบายความสัมพันธระหวาง ขอมูลที่จัดประเภท ที่แสดงถึงความเขาใจและการใหความหมายของประเด็นที่เกิดขึ้นตามที่ผูวิจัย สนใจศึกษา 9. การสรางขอสรุป การสรางขอสรุปดำเนินการดังนี้ ในขั้นตอนนี้ผูวิจัยจะนำแบบแผนยอย ๆ ที่ไดสรางไวนำมาเชื่อมโยงกันเพื่อเปนบทสรุปตอบ ปญหาการวิจัย ในลักษณะของชุดคำอธิบายที่เขาใจได เพื่อเปนขอคนพบและขอสรุปตาม วัตถุประสงคและคำถามการวิจัย ซึ่งจะนำไปเขียนในรายงานการวิจัยตอไป


19 บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล จากการลงพื้นที่วิจัยเพื่อเก็บรวบรวมขอมูลงานวิจัยเรื่อง “นวัตกรรมการเรียนการสอน ภาษาไทยในชุมชนกะเหรี่ยง หมูบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี” คณะผูวิจัยไดรวบรวม ขอมูลจากการสัมภาษณโดยนำแบบสัมภาษณไปสอบถามนักเรียนชั้นปะถมศึกษาปที่ 5 ในพื้นที่บาน ตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ขอมูลที่ไดจากการลงพื้นที่ไดนำมาวิเคราะหไวในบทดังกลาวนี้ โดยแบงประเด็นการวิเคราะห ออกเปน 2 ประเด็น ไดแก 1. รวบรวมรายการแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย 2. ชุดแบบฝกอานภาษาไทยมาตราตัวสะกดแมกด แมกบ และแมกม 3. ผลการวิเคราะหขอมูล รวบรวมรายการแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย คณะผูวิจัยไดรวบรวมรายการแบบคูเทียบเสียงภาษาไทย โดยสามารถแบงประเภทของ พยัญชนะตนอักษรสามหมู สะกดดวยมาตราตัวสะกดทั้ง 9 มาตรา รวมทั้งหมด 170 คำ โดยแบงคำใน แตละหมวด ไดดังนี้ 1) หมวดอักษรสูง 42 คำ 2) หมวดอักษรกลาง 43 คำ 3) หมวดอักษรต่ำคู 43 คำ 4) หมวดอักษรต่ำเดี่ยว 42 คำ 1. หมวดอักษรสูง 42 คำ แบบคูเทียบเสียงภาษาไทย แม ก กา ขา ฉิ หู แผ สอ แม กก ขาก ฉิก หูก แผก สอก แม กด ฉิด หูด แผด สอด แม กบ ขาบ ฉิบ หูบ แผบ สอบ แม กน ขาน ฉิน หูน แผน สอน แม กม ขาม ฉิม หูม แผม สอม แม กง ขาง ฉิง หูง แผง สอง แม เกย ขาย หูย สอย แม เกอว ขาว ฉิว หูว แผว ตารางที่ 4.1รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดหมวดอักษรสูง


20 2. หมวดอักษรกลาง 43 คำ แบบคูเทียบเสียงภาษาไทย แม ก กา กา จิ ดู แบ ออ แม กก กาก จิก ดูก แบก ออก แม กด กาด จิด ดูด แบด ออด แม กบ กาบ จิบ ดูบ แบบ ออบ แม กน กาน จิน ดูน แบน ออน แม กม กาม จิม ดูม แบม ออม แม กง กาง จิง ดูง แบง ออง แมเกย กาย ดูย ออย แมเกอว กาว จิว ดูว แบว ออว ตารางที่ 4.2รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดหมวดอักษรกลาง 3. หมวดอักษรต่ำคู42 คำ แบบคูเทียบเสียงภาษาไทย แม ก กา คา ชิ ซู แท พอ แม กก คาก ชิก ซูก แทก พอก แม กด คาด ชิด ซูด แทด พอด แม กบ คาบ ชิบ ซูบ แทบ พอบ แม กน คาน ชิน ซูน ซูม แทม พอม แม กม กาม จิม ดูม แบม ออม แม กง คาง ชิง ซูง แทง พอง แมเกย คาย ซูย พอย แมเกอว คาว ชิว ซูว แทว พอว ตารางที่ 4.3รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดหมวดอักษรต่ำคู


21 3. หมวดอักษรต่ำเดี่ยว 42 คำ แบบคูเทียบเสียงภาษาไทย แม ก กา งา นิ รู แม ลอ แม กก งาก นิก รูก แมก ลอก แม กด งาด นิด รูด แมด ลอด แม กบ งาบ นิบ รูบ แมบ ลอบ แม กน งาน นิน รูน แมน ลอน แม กม งาม นิม รูม แมม ลอม แม กง งาง นิง รูง แมง ลอง แมเกย งาย ลอย แมเกอว งาว นิว รูว แมว ลอว ตารางที่ 4.4รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดหมวดอักษรต่ำเดี่ยว ชุดแบบฝกอานภาษาไทยมาตราตัวสะกด แมกด แมกบ และแมกม คณะผูวิจัยไดรวบรวมรายการคำศัพทโดยสามารถแบงประเภทของคำที่สะกดดวย มาตราตัวสะกด แมกด แมกบ และแมกม รวมทั้งหมด 90 คำ โดยแบงคำในแตละหมวด ไดดังนี้ 1) หมวดคำที่สะกดดวยแมกด 1 พยางค 10 คำ 2) หมวดคำที่สะกดดวยแมกบ 1 พยางค 10 คำ 3) หมวดคำที่สะกมดวยแมกบ 1 พยางค 10 คำ 4) หมวดคำที่สะกดดวยแมกด 2 พยางค 10 คำ 5) หมวดคำที่สะกดดวยแมกบ 2 พยางค 10 คำ 6) หมวดคำที่สะกมดวยแมกบ 2 พยางค 10 คำ 7) หมวดคำที่สะกดดวยแมกด คำมากพยางค 10 คำ 8) หมวดคำที่สะกดดวยแมกบ คำมากพยางค 10 คำ 9) หมวดคำที่สะกมดวยแมกบ คำมากพยางค 10 คำ


22 1. หมวดคำที่สะกดดวยแมกด 1 พยางค แบบฝกอานภาษาไทย 1. เกลียด 2. เปด 3. มืด 4. เจ็ด 5. โสด 6. อูฐ 7. เจียด 8. แปด 9. รถ 10. กอด ตารางที่ 4.5รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดคำที่สะกดดวยแมกด 1 พยางค 2. หมวดคำที่สะกดดวยแมกบ 1 พยางค แบบฝกอานภาษาไทย 1. กบ 2. เสียบ 3. จูบ 4. เรียบ 5. ขอบ 6. เหลือบ 7. สอบ 8. คาบ 9. จิบ 10. รอบ ตารางที่ 4.6รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดคำที่สะกดดวยแมกบ 1 พยางค


23 3. หมวดคำที่สะกดดวยแมกม 1 พยางค แบบฝกอานภาษาไทย 1. คราม 2. หลวม 3. นวม 4. จาม 5. หาม 6. สม 7. สวม 8. มาม 9. โนม 10. ลอม ตารางที่ 4.7รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดคำที่สะกดดวยแมกม 1 พยางค 4. หมวดคำที่สะกดดวยแมกด 2 พยางค แบบฝกอานภาษาไทย 1. กระโดด 2. ตลอด 3. โอกาส 4. เศรษฐี 5. ปรากฎ 6. สวิตซ 7. กระดาษ 8. จรวจ 9. ประโยชน 10. ตำรวจ ตารางที่ 4.8รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดคำที่สะกดดวยแมกด 2 พยางค


24 5. หมวดคำที่สะกดดวยแมกบ 2 พยางค แบบฝกอานภาษาไทย 1. ยีราฟ 2. ลูกกอลฟ 3. ตะเกียบ 4. ทวีป 5. ตะขาบ 6. สรุป 7. โชคลาภ 8. คำสาป 9. เคารพ 10. รอบคอบ ตารางที่ 4.9รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดคำที่สะกดดวยแมกบ 2 พยางค 6. หมวดคำที่สะกดดวยแมกม 2 พยางค แบบฝกอานภาษาไทย 1. กระดุม 2. มะขาม 3. ชมรม 4. อบรม 5. ประชุม 6. ชอนสอม 7. นมจืด 8. วงกลม 9. ลั่นทม 10. สมโอ ตารางที่ 4.10รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดคำที่สะกดดวยแมกม 2 พยางค


25 7. หมวดคำที่สะกดดวยแมกด คำมากพยางค แบบฝกอานภาษาไทย 1. สมุดโนต 2. โทรทัศน 3. ไมบรรทัด 4. ธนบัตร 5.พลาสติก 6. พญาครุฑ 7. ปฏิเสธ 8. มะเขือเทศ 9. ลูกฟุตบอล 10. อนุญาต ตารางที่ 4.11รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดคำที่สะกดดวยแมกด คำมากพยางค 8. หมวดคำที่สะกดดวยแมกบ คำมากพยางค แบบฝกอานภาษาไทย 1. ดอกกุหลาบ 2. แมลงสาป 3. ทะเลสาบ 4. โทรศัพท 5.ไมโครเวฟ 6. อพยพ 7. สัปหงด 8. สารภาพ 9. กะพริบตา 10. สัปดาห ตารางที่ 4.12รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดคำที่สะกดดวยแมกบ คำมากพยางค


26 9. หมวดคำที่สะกดดวยแมกม คำมากพยางค แบบฝกอานภาษาไทย 1. ไอศกรีม 2. มะขามปอม 3. สนามหญา 4. รมกันแดด 5.นมถั่วเหลือง 6. กระเทียมดอง 7. เห็ดเข็มทอง 8. ทับทิมกรอบ 9. ปลดกระดุม 10. ขนมหวาน ตารางที่ 4.13รวบรวมรายการแบบฝกอานภาษาไทย หมวดคำที่สะกดดวยแมกม คำมากพยางค ซึ่งแบบคูเทียบเสียงภาษาไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 170 คำ คำศัพทมีจำนวนทั้งสิ้น 90 คำ แบบ ฝกอานในแตละหมวดจะเปนการทบทวนคำศัพทภาษาไทย เชน สัตว กริยา สิ่งของ เนื่องจากภาษา กะเหรี่ยงปจจุบันเปนชนกลุมนอยกลุมหนึ่งที่อยูกระจัดกระจายในประเทศไทย พบในภาคกลางของ ประเทศไทยปจจุบันแถบจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธซึ่งภาษากะเหรี่ยงในแตละ พื้นที่ความแตกตางกัน ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี จะพบกะเหรี่ยงที่อยูในอำเภอสวนผึ้ง อำเภอบานคา อำเภอปากทอ แตกะเหรี่ยงสวนผึ้ง ต.ตะโกลางจะมีความนาสนใจ เนื่องจาก มีการใชภาษาที่มีความ แตกตางจากพื้นที่อื่น ของกะเหรี่ยในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ชาวกะเหรี่ยกลุมนี้ไดอพยพยายมาจาก อพยพขามเทือกเขาตะนาวศรีอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เปนชาวกะเหรี่ยงกลุมนอยในพื้นที่ อำเภอสวนผึ้ง ผูวิจัยจึงมีความสนใจอยากศึกษาทักษะการออกเสียงตัวสะกดของนักเรียนชาว กะเหรี่ยงในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง เพื่อที่จะพัฒนาชุดแบบฝกการออกเสียงภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาว กะเหรี่ยง เพื่อใหนักเรียนโรงเรียนบานตะโกลางในพื้นที่ไดศึกษาภาษาไทย ดวยรูปแบบพัฒนาชุดแบบ ฝกการออกเสียงภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวกะเหรี่ยง มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาการอานออกเสียง คำในภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยงไดถูกตองและเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการอานออกเสียงคำ ในภาษาไทยใหกับนักเรียนชาวกะเหรี่ยงในโรงเรียนบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี


27 ผลการวิเคราะหขอมูล ตารางการเปรียบเทียบความแตกตางระหวางกอนและหลังการใชแบบฝกอานภาษาไทย ลำดับ ชื่อ กอนเรียน หลังเรียน 1 เด็กชาย วัชรกร พุดดี แมกด แมกม 2 เด็กชาย อานนท คึงละแอ 3 เด็กชาย ทะนงศักดิ์ ทับไกรสกล 4 เด็กชาย ณัฐวุฒิ งิวเซอร แมกม 5 เด็กชาย ยอด รูปหลอ 6 เด็กชาย ธานวันชาย ศรีมานะสกุล แมกด แมกด 7 เด็กชาย ทิติโชค แมกม 8 เด็กหญิง ชนวีร แมกด 9 เด็กหญิง นุชจรี รูปสวน แมกม 10 เด็กหญิง สิริกานต เซาเซอร แมกบ 11 เด็กหญิง ชลธิชา สุลารัก แมกบ แมกด 12 เด็กหญิง นิชาดา จูคงทน 13 เด็กหญิง น้ำเพชร จิบัง แมกด แมกด 14 เด็กหญิง ธันวีร งิวเซอร แมกม 15 เด็กหญิง สายชล เอี่ยมสุวรรณ แมกด แมกม 16 เด็กหญิง ไททิพย ทอมอ 17 เด็กหญิง คียตญา โชติสิตานนท 18 เด็กหญิงนภัสสร สูนิตย แมกม 19 เด็กหญิง วารี ฆองเพอ แมกบ แมกบ 20 เด็กหญิง ธีนิตา บุญทอง แมกบ 21 เด็กหญิง จิรนันท วงศพรม 22 เด็กหญิง พิมพชนก เซาเซอร แมกด ตารางที่ 4.14 ตารางการเปรียบเทียบความแตกตางระหวางกอนและหลังการใชแบบฝกอาน ภาษาไทย จากตารางที่ 4.14 ผลการวิเคราะหพบวากอนการใชชุดแบบฝกอานออกเสียงภาษาไทย เด็ก นักเรียนชาวกะเหรี่ยงชั้นประถมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มี นักเรียนที่อานออกเสียงตามมาตราตัวสะกดไมชัดเจนทั้งหมด 15 คน และหลังจากการใชชุดแบบฝก อานออกเสียงภาษาไทยมีนักเรียนที่อานออกเสียงตามมาตราตัวสดกดไมชัดเจน 3 คน


28 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ ในบทนี้กลาวถึงสาระสำคัญทั้งหมดของการวิจัยเรื่อง“นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทย ในชุมชนกะเหรี่ยง หมูบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี” โดยนำเสนอสรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ ตามลำดับดังนี้ 1. วัตถุประสงคของการวิจัย 2. วิธีการดำเนินการวิจัย 3. สรุปผลการวิจัย 4. อภิปรายผล 5. ขอเสนอแนะ วัตถุประสงคของการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาการอานออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยงไดถูกตอง 2. เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการอานออกเสียงคำในภาษาไทยของนักเรียนชาวกะเหรี่ยง 3. เพื่อหาแนวทางแกไขการอานออกเสียงคำในภาษาไทยภาษาไทยของนักเรียนชาว กะเหรี่ยงใหถูกตอง วิธีดำเนินการวิจัย 1. การทบทวนเอกสาร เอกสารปฐมภูมิ คือ การเก็บขอมูลจากภาคสนามโดยใชแบบคูเทียบเสียง รวมถึงการสราง เครื่องมือแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอานออกเสียงภาษาไทยของ นักเรียนชาวกะเหรี่ยง โรงเรียนบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เอกสารทุติยภูมิ คือ ไดจากเอกสารและงานวิจัยตาง ๆ ทั้งหมด 2 เลม 1. จิราภรณ กาญจนสุพรรณ, วรรณวีร บุญคุม และ คณิต เขียววิชัย. (2563) เรื่อง การวิจัย เชิงปฏิบัติการแบบมีสวนรวมเพื่ออนุรักษวัฒนธรรมกะเหรี่ยง:กรณีศึกษากลุมชาติพันธุกะเหรี่ยง จังหวัดราชบุรี 2. ปุณยจรีย สรสีสม (2560) ไดศึกษาเรื่อง ภาษาศาสตรภาษาไทย (ระบบคำและระบบ ประโยค) สำหรับครูในชุมชนพหุภาษา จังหวัดราชบุรี 3. มยุเรศ รัตนานิคม. (2542). เรื่อง สัทศาสตรกับการฝกออกเสียงภาษาอังกฤษ 2. การคัดเลือกขอมูล การเลือกพื้นที่ที่ทำวิจัยคณะผูวิจัยเจาะจงที่โรงเรียนบานตะโกลาง หมู 8 ตำบลตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 70180 เนื่องจากโรงเรียนบานตะโกลางแหงนี้มีนักเรียนชาวกะเหรี่ยง อาศัยอยูและใชภาษากะเหรี่ยงสื่อสารกันในชีวิตประจำวัน เหมาะสมกับการที่คณะผูวิจัยสามารถเก็บ รวบรวมขอมูล ทั้งการสังเกต รวมถึงการใชชุดแบบฝกอานออกเสียงภาษาไทย


29 3. การวิเคราะหขอมูล จากการเก็บรวบรวมขอมูลที่ไดจากการทดสอบอานแบบชุดคูเทียบเสียงภาษาไทย หลังจากมี การใชเครื่องมือทดสอบอานแบบชุดคูเทียบเสียงภาษาไทย โดยมีการฟงการออกเสียงตัวสะกดแลวจด บันทึกการออกเสียงมาตราตัวสะกด ทั้ง 9 มาตราตัวสะกด แลวนำมาวิเคราะหขอมูล และสรุปผลของ การนำเสนอขอมูลในการพรรณนาวิเคราะห เพื่ออธิบายตามความมุงหมายของการวิจัย สรุปผลการวิจัย 1. แบบคูเทียบเสียงภาษาไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 169 คำ แบงเปนหมวดคำอักษรสูงจำนวน 42 คำอักษรกลางจำนวน 43 คำ อักษรต่ำเดี่ยวจำนวน 42 คำ อักษรต่ำคูจำนวน 42 คำ 2. สรางชุดแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทย ใหกับนักเรียนชาวกะเหรี่ยงชั้นประถมศึกษา ปที่ 5 จำนวน 22 คน ในโรงเรียนบานตะโกลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 3. จากการสำรวจนักเรียนชาวกะเหรี่ยงผานแบบคูเทียบเสียงภาษาไทยพบวานักเรียนชาว กะเหรี่ยงที่ออกเสียงตัวสะกดแมกด แมกบ แมกม ไมชัดคิดเปนรอยละ 68.18 4. จากการใชแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทย พบวานักเรียนชาวกะเหรี่ยงที่อานออก เสียงชัดเจนและถูกตองคิดเปนรอยละ 86.36 สวนรอยละ 13.64 คือนักเรียนชาวกะเหรี่ยงที่ออกเสียง ตัวสะกดภาษาไทยไดไมชัดเจน ซึ่งผลจากการใชแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทยนักเรียนชาว กะเหรี่ยงออกเสียงภาษาไทยไดชัดเจนดีขึ้นทุกคน อภิปรายผล จากการที่ศึกษาการออกเสียงมาตราตัวสะกดของนักเรียนชาวกะเหรี่ยงคณะผูวิจัยจึงไดสราง แบบคูเทียบเสียงภาษาไทยใหกับนักเรียนชาวกะเหรี่ยงชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ในโรงเรียนบานตะโก ลาง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ปรากฏวานักเรียนชาวกะเหรี่ยงออกเสียงตัวสะกดแมกด แมกบ แม กมไมชัด ผูวิจัยจึงนำไปสูการพัฒนาชุดแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทยโดยคำที่มีตัวสะกดแมกด แมกบ แมกม เปนคำ 1 พยางค 2 พยางค และคำมากพยางค โดยใชวิธีการสอนนักเรียนผานเสียง และระบบเสียงภาษาไทย คือใหนักเรียนฝกออกเสียง หากคำไหนที่นักเรียนออกเสียงไมชัด ผูวิจัยจะ อานออกเสียงใหฟงและใหนักเรียนชาวกะเหรี่ยงสังเกตรูปปาก วิธีการเปลงเสียง ลักษณะการออก เสียง และใหนักเรียนชาวกะเหรี่ยงพูดเลียนแบบตามเสียงที่ไดยิน ขอเสนอแนะ 1.ชุดแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทยสามารถเปลี่ยนแปลงคำศัพทไดตามสำเนียงและ ภาษาของแตละทองถิ่น 2. ชุดแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทยสามารถเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของผูที่ กำลังศึกษา


30 บรรณานุกรม กนกอร สวางศร. (2551) ความหลากหลายทางชาติพันธุในเมืองราชบุรี. คนเมื่อ มกราคม 27,2567 จาก https://publication.npru.ac.th/bitstream/123456789/118/1 ขวัญชีวัน บัวแดง. (2549) กรณีศึกษา การอพยพโยกยาย การปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีพและการ สรางองคกร และเครือขายของกลุมชาติพันธุกะเหรี่ยงและลีซอ. คนเมื่อ มกราคม 27,2567 จาก https://archive.lib.cmu.ac.th/full/T/2536/poli1136ps ขวัญสกุล แจมใส. (2562) การพัฒนาทักษะการอานออกเสียงคำในภาษาไทย ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษา ปที่ ๓ โรงเรียนคีรีเวสรัตนเพียร อุปถัมภจังหวัดตราด คนเมื่อ มกราคม 27,2567 จากhttps://web.schoolmaster.in.th/super/modules/adviser/file_upload จิราภรณ กาญจนสุพรรณ,วรรณวีร บุญคุม และ คณิต เขียววิชัย. (2563) การวิจัยเชิงปฏิบัติการ แบบมีสวนรวมเพื่ออนุรักษวัฒนธรรมกะเหรี่ยง : กรณีศึกษากลุมชาติพันธุกะเหรี่ยงจังหวัดราชบุรี คนเมื่อ มกราคม 27,2567 จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journaldru ทิศนา แขมมณี. (2547) นวัตกรรมการศึกษา. คนเมื่อ มกราคม 27,2567 จาก https://gened2.cmru.ac.th/ge_learning/src/gen1302/GEN1302-C5.pdf บุษบา บัวสมบูรณ, สรัญญา จันทรชูสกุล, พินดาว ราสุนันท และ ณัฐกิตติ์ นาทา. (2561) การสํารวจ นวัตกรรมการสอนอานและเขียนภาษาไทยของครูในระดับชั้นประถมศึกษา. คนเมื่อ มกราคม 27,2567 จาก https://so05.tcithaijo.org/index.php/suedureasearchjournal ปุณยจรีย สรสีสม. (2560). เสียงและระบบเสียงภาษาไทย. ใน เอกสารประกอบการสอน รายวิชา ภาษาศาสตรสำหรับครูภาษาไทย บทที่ 2 (หนา 45-94). ราชบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏ หมูบานจอมบึง.______________. (2560). ภาษาศาสตรกับงานชาติพันธุวรรณนา. ใน เอกสารประกอบการสอน รายวิชาภาษาศาสตรสำหรับครูภาษาไทย บทที่ 9 (หนา 285- 361). ราชบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง. มยุเรศ รัตนานิคม. (2542). สัทศาสตรกับการฝกออกเสียงภาษาอังกฤษ. สกลนคร : ภาควิชา ภาษาตางประเทศ คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตรสถาบันราชภัฏสกลนคร. มูลนิธิกระจกเงา โครงการพิพิธภัณฑชาวเขาออนไลน. (2550) ชนเผากะเหรี่ยง-ประวัติ ความเปนมา คนเมื่อ มกราคม 27,2567 จาก http://www.openbase.in.th/node/648 วรรณาภรณ พระเมเด. (2562) การพัฒนาชุดทักษะการอานและการเขียนภาษาไทยเพื่อแกไข ปญหาการอานไมออกเขียนไมไดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่5 คนเมื่อ กุมภาพันธ 7,2567 จาก http://fulltext.rmu.ac.th ศิริมา ปุรินทราภิบาล. (2560). ศึกษาอิทธิพลของภาษาอังกฤษที่มีตอการออกเสียงในภาษาฝรั่งเศส ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียน 14 จังหวัดภาคใต. วารสารวิชาการ มนุษยศาสตรแลธสังคมศาสตร, 25 (48), 143-155. สุรพงษกองจันทึก. (2563) ประวัติของชาวกะเหรี่ยง. คนเมื่อ มกราคม 27,2567 จากhttps://www.silpa-mag.com/history/article_45371


31 ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใชในงานวิจัย


32 ชุดแบบฝกคูเทียบเสียงตัวสะกดภาษาไทย


33


34 ชุดแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทยมาตราตัวสะกดแม กบ กด กน 1 พยางค


35


36


37 ชุดแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทยมาตราตัวสะกดแม กบ กด กน 2 พยางค


38


39


40 ชุดแบบฝกการอานออกเสียงภาษาไทยมาตราตัวสะกดแม กบ กด กน 3 พยางค


41


42


Click to View FlipBook Version