The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ธนัฐพงษ์ เพาะไธสง, 2023-09-12 23:17:23

สื่อการเรียนการสอนและการใช้สื่อในการจัดการเรียนการสอน

e-book ธนัฐพงษ์

หน้า | 1 นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา สื่อการเรียนการสอนการใช้สื่อในการจัดการ เรียนการสอน


หน้า | 2 สื่อการเรียนการสอนและการใช้สื่อในการจัดการเรียนการสอน จัดทำโดย นายธนัฐพงษ์ เพาะไธสง รหัสนักศึกษา 656550009-1 เลขที่2 สอนโดย ดร.ประสงค์ ต่อโชติ รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชา 810105 นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ภาคเรียนที่ 3 ปีการศึกษา 2565 คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย


หน้า | 3 คำนำ เอกสารประกอบการสอน รายวิชา “นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศการศึกษา” (Educational Innovation and Information Technology) ในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูศึกษาได้ รวบรวมขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ได้ศึกษาประกอบการเรียนการสอนในรายวิชาที่เรียนโดยได้นำแนวสังเขปรายวิชา ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและ เทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเรียน การวิเคราะห์ปัญหา ที่เกิดจากการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ แหล่งการเรียนรู้และเครือข่ายการ เรียนรู้การออกแบบ การสร้าง การนำไปใช้การประเมิน และการปรับปรุง นวัตกรรม ขอขอบพระคุณอาจารย์ดร.ประสงค์ ต่อโชติที่ให้โอกาสในการจัดทำเอกสารประกอบการเรียน รายวิชานี้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ ได้ศึกษา ค้นคว้าใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียน มิได้มุ่งหวังผลกำไร ทางการค้าแต่อย่างใด และขอขอบคุณศึกษาจากเอกสารประกอบการสอน นวัตกรรมเทคโนโลยีและการสื่อสารทาง การศึกษา (Innovation and Education of Information Technology) ของ วรพงษ์มาลัยวงษ์ คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานีที่เขียนเนื้อหาเอกสารประกอบการไว้ เอกสารประกอบการเรียนการสอนเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทาง การศึกษา ผู้จัดทำได้รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้ขออนุญาตจาก เจ้าของบทความ ต้องขออภัยไว้ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารประกอบการเรียนการสอนเล่มนี้ จะอำนวย ประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจศึกษา และคณาจารย์หากท่านผู้อ่านพบ ความบกพร่องหรือมีคำชี้แนะหรือคำผิด เพื่อ การปรับปรุงให้สมบูรณ์มากขึ้น ผู้จัดทำยินดีรับฟังการแสดงความคิดเห็น และจะนำไปปรับปรุงแก้ไขพัฒนาให้ เอกสารที่สมบูรณ์และมีคุณค่า ทางการศึกษาต่อไป นายธนัฐพงษ์ เพาะไธสง 656550009-1 เลขที่2


หน้า | 4 สารบัญ เรื่อง หน้า บทที่ 1 สื่อการเรียนการสอน 1. ความหมายของสื่อการเรียนการสอน 1 2. คุณสมบัติของสื่อการเรียนการสอน 2 3. ประโยชน์ของสื่อการเรียนการสอน 3 4. ประเภทของสื่อการเรียนการสอน 5 5. หลักการใช้สื่อการเรียนการสอน 12 สรุปท้ายบท 15 บทที่ 2 การใช้สื่อในการจัดการเรียนการสอน 1. ความหมายของสื่อการเรียนการสอน 16 2. วัตถุประสงค์ของการใช้สื่อการสอน 16 3. การจำแนกประเภทของสื่อการเรียนการสอน 17 4. การเลือกสื่อการเรียนการสอนให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ 18 5. เทคนิคการใช้สื่อการเรียนการสอน 20 6. ประเภทของสื่อการเรียนการสอน 20 7. สื่อ e-Learning 21 8. ความแตกต่างระหว่างบทเรียน CAI กับบทเรียน WBI 22 9. ประโยชน์ของสื่อการสอนที่มีต่อนักเรียน 23 10. ประโยชน์ของสื่อการสอนที่มีต่อครู 23 11. สื่อในยุคปัจจุบัน 24 12. ประเภทของสื่อการสอนในปัจจุบัน 24 สรุปท้ายบท 25 แบบทดสอบ 26 เฉลยแบบทดสอบ 29 บรรณานุกรม 31


หน้า | 5 บทที่1 สื่อการเรียนการสอน สื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ ที่เป็นบุคคล วัสดุอุปกรณ์ตลอดจนเทคนิควิธีการ ซึ่งเป็นตัวกลางทำให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ของการเรียนการสอนที่กำหนดไว้ได้อย่างง่ายและรวดเร็วเป็นเครื่องมือ และตัวกลางซึ่งมีความสำคัญในกระบวนการเรียนการสอนมีหน้าที่เป็นตัวนำความต้องการของครูไปสู่ตัว นักเรียนอย่างถูกต้องและรวดเร็วเป็นผลให้นักเรียนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปตามจุดมุ่งหมายการเรียนการสอน ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นักการศึกษาเรียกชื่อการสอนด้วยชื่อต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์การสอน โสตทัศนูปกรณ์ เทคโนโลยีการศึกษา สื่อการเรียนการสอนสื่อการศึกษา เป็นต้น 1. ความหมายของสื่อการเรียนการสอน กิดานันท์มลิทอง (2544) กล่าวว่า "สื่อการสอน" หมายถึง ตัวกลางที่ช่วยนำและถ่ายทอดข้อมูล ความรู้จากครูผู้สอน หรือจากแหล่งความรู้ไปยังผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถบรรลุถึง วัตถุประสงค์การเรียน ที่ตั้งไว้ เนื่องจากความหมายของสื่อ ในการเรียนการสอน ใช้กันทั้งในความหมายกว้างและความหมายแคบจึง มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามยุคสมัย เช่น อุปกรณ์การสอน โสตทัศนวัสดุ-อุปกรณ์โสตทัศน กิจกรรม สื่อ การสอน อุปกรณ์การสอน (Teaching Aids) หมายถึง วัสดุ-อุปกรณ์ทุกชนิดที่ครูนำมาช่วยในการสอน นอกเหนือจากการใช้คำพูดหรือภาษาท่าทางของครูอาจอยู่ในรูปของวัสดุสิ้นเปลืองหรืออยู่ในรูปของเครื่องมือ อุปกรณ์ใด ๆ ก็เรียกว่า อุปกรณ์การสอนทั้งสิ้นเป็นคำที่ใช้เรียกสื่อการสอนทุกอย่างของครูในอดีต โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Materials) หมายถึง สิ่งของที่อยู่ในรูปของวัสดุที่ครูนำมาใช้ ประกอบการเรียนการสอนสามารถสัมผัสได้ทางหู(โสต) หรือทางตา (ทัศน) หรือสัมผัสได้ทั้งทางหูและทางตาใน สิ่งเดียวกัน ดังนั้นวัสดุทางการสอนที่เรามองเห็นหรือรับฟังเสียงได้ทุกอย่างเรียกว่าเป็นโสตทัศนวัสดุทั้งสิ้น โสตทัศนอุปกรณ์(Audio-Visual Equipment) หมายถึง สิ่งที่ครูนำมาใช้ในการเรียนการสอน ใน รูปของเครื่องมือหรืออุปกรณ์ซึ่งส่วนใหญ่โสตทัศนอุปกรณ์เป็นแต่เพียงเครื่องช่วยให้ใช้โสตทัศนวัสดุได้สมบูรณ์ ขึ้นเช่น เครื่องบันทึกเสียงเป็นอุปกรณ์ม้วนเทปเป็นวัสดุต้องมีทั้งสองอย่างประกอบกันจึงจะใช้ได้ โสตทัศนศึกษา (Audio-Visual Education) หมายถึง สาขาวิชาหนึ่งที่ว่าด้วยการศึกษาที่กล่าวถึง เทคนิคการสอนโดยใช้โสตทัศนวัสดุอุปกรณ์ประกอบบทเรียนของครูแต่ถ้าจะเน้นในด้านของผู้เรียนแล้ว โสต ทัศนศึกษาหมายถึง การศึกษาที่ผู้เรียนได้รับประสบการณ์โดยผ่านประสาทสัมผัสทางหูและตา โสตทัศนกิจกรรม (Audio Visual Activity) หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อประโยชน์แห่ง การเรียนรู้โดยอาศัยเทคนิควิธีการเป็นสำคัญ เช่น การพานักเรียนไปศึกษานอกสถานที่ การอภิปราย การจัด


หน้า | 6 นิทรรศการ นาฏการการสาธิต ฯลฯ ซึ่งการจัดกิจกรรมเหล่านี้อาจจะใช้โสตทัศนวัสดุอุปกรณ์เข้าช่วยหรือไม่ก็ ได้ สื่อการเรียนการสอน (Instructional Media) หมายถึง ตัวกลางที่ใช้ในการสื่อความหมาย ระหว่าง ครูกับนักเรียน ดังนั้นตามความหมายนี้วัสดุอุปกรณ์วิธีการต่าง ๆ ที่ครูใช้ในการเรียนการสอน ถือว่าเป็น สื่อ (Media) การเรียนการสอน (Instruction) ทั้งสิ้น จากความหมายของชื่อเรียกต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วจะเห็นว่า แม้ชื่อเรียกจะแตกต่างกันออก ไปบ้างแต่ แท้ที่จริงแล้วหมายถึงสิ่งเดียวกันนั้นเอง สรุปได้ว่า สื่อการเรียนการสอน หมายถึง ตัวกลางที่ใช้ถ่ายทอดความรู้ความคิด ตลอดจนทักษะต่าง ๆ ไปยังผู้เรียน ซึ่งถ้าพิจารณาตามรูปคำดังกล่าว สื่อการเรียนการสอนจึงหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่แทรกอยู่ ระหว่าง ความรู้ความคิด ทักษะกับผู้เรียน เช่น บุคคล วัสดุแสง อากาศ เป็นต้น ในความหมายที่ใช้กันโดยทั่วไปหากกล่าวถึงสื่อการเรียนการสอนมักจะเข้าใจว่า หมายถึงเฉพาะวัตถุ สิ่งของต่าง ๆ ที่ครูนำมาใช้การเรียนการสอนเพื่อช่วยการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่รวมไปถึงคำพูด ภาษาท่าทางหรือสิ่งที่ใช้การแสดงความหมายในลักษณะอื่น 2. คุณสมบัติของสื่อการเรียนการสอน 1. สามารถจับยึดประสบการณ์เหตุการณ์กิจกรรม การกระทำต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น สามารถเก็บไว้เพื่อ นำมา ศึกษาได้อย่างกว้างขวาง เช่น การบันทึกเสียง ถ่ายภาพยนตร์การพิมพ์เป็นต้น 2. สามารถดัดแปลงปรุงแต่ง แปลงรูปของเหตุการณ์หรือวัตถุ เพื่อนำมาศึกษาให้เข้าใจง่ายขึ้น เช่น ย่อ ให้มีขนาดเล็ก ขยายให้ใหญ่ช้าทำให้เร็ว เร็วทำให้ช้า ไกลทำให้ใกล้เป็นต้น 3. สามารถจัดแจงจัดการและปรุงแต่งประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ใช้ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการ เรียนการสอนเพราะสื่อการสอนบางชนิด สามารถใช้เทคนิคพิเศษเพื่อเอาชนะข้อจำกัดในด้านขนาด ระยะทาง เวลา และความเป็นนามธรรมของประสบการณ์ตามธรรมชาติได้ 4. สามารถขยายจ่ายแจกหรือทำสำเนาได้เป็นจำนวนมาก เข้าถึงคนได้เป็นจำนวนมากพร้อมกัน และ สามารถใช้ซ้ำ ๆ ได้หลาย ๆ ครั้ง ทำให้สามารถแก้ปัญหาในด้านการเรียนการสอนต่าง ๆ ทั้งการศึกษาในระบบ โรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนได้เป็นอย่างดี


หน้า | 7 3. ประโยชน์ของสื่อการเรียนการสอน สื่อการเรียนการสอนสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งกับผู้เรียนและผู้สอนดังต่อไปนี้(อำนวย เดชชัย ศรี,2542). 3.1 ประโยชน์และคุณค่าต่อครูผู้สอน สื่อการเรียนการสอนสามารถช่วยการเรียนการสอนของครูได้ดีมากซึ่งว่าครูนั้นสามารถจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้มากและยังช่วยให้ครูมีความรู้มากขึ้นในการจัดหาแหล่งวิทยาการที่ เป็นเนื้อหาเหมาะสมแก่การเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมายในการสอนช่วยครูในด้านการคุมพฤติกรรมการเรียนรู้และ สามารถสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนได้มากทีเดียวสื่อการสอนจะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนได้ทำกิจกรรม หลาย ๆ รูปแบบ ช่วยให้ครูผู้สอนได้สอนตรงตามจุดมุ่งหมายการเรียนการสอนและยังช่วยในการขยายเนื้อหา ที่เรียนทำให้การสอนง่ายขึ้นและยังจะช่วยประหยัดเวลาในการสอนนักเรียนจะได้มีเวลาในการทำกิจกรรมการ เรียนมากขึ้น จากประโยชน์ของสื่อการเรียนการสอนซึ่งทำให้มองเห็นถึงความสำคัญของสื่อสารมีประโยชน์ และมีความจำเป็นสามารถช่วยพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีข้อเสนอแนะอีก มากมายอย่างเช่น 1. เป็นการช่วยให้บรรยากาศในการสอนน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้สอนมีความสนุกสนานในการสอน มากกว่าวิธีการที่เคยใช้การบรรยายแต่เพียงอย่างเดียว 2. สื่อจะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้สอนในการเตรียมเนื้อหา เพราะบางครั้งอาจให้ผู้เรียนศึกษาจาก เนื้อหาจากสื่อได้บ้าง 3. เป็นการกระตุ้นให้ผู้สอนตื่นตัวอยู่เสมอในการเตรียมและผลิตวัสดุใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นสื่อการสอน ตลอดจนคิดค้นเทคนิควิธีการต่าง ๆ เพื่อให้การเรียนรู้น่าสนใจยิ่งขึ้น 3.2 ประโยชน์และคุณค่าต่อตัวผู้เรียน 1. เป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเนื้อหา บทเรียนที่ยุ่งยากซับซ้อนได้ง่ายขึ้นในระยะเวลาอันสั้น 2. สื่อจะช่วยกระตุ้นและสร้างความสนใจให้กับผู้เรียน ทำให้เกิดความสนุกและไม่รู้สึกเบื่อ 3. การใช้สื่อจะทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจตรงกันและเกิดประสบการณ์ร่วมกันในวิชาที่เรียน 4. ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดมนุษย์สัมพันธ์ 5. ทำให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงครูผู้สอนที่นำสื่อมาใช้ในการสอนและจากสิ่งแวดล้อมรวมไปถึง ทางสังคมและวัฒนธรรม 6. เทคโนโลยีสารสนเทศของสื่อการเรียนการสอนทำให้เด็กสามารถคิดแยกแยะได้และมีความคิดรวบ ยอดเป็นอย่างเดียวกัน


หน้า | 8 7. สื่อการเรียนการสอนสมัยใหม่สามารถเอาชนะข้อจำกัดเรื่องความแตกต่างกันของประสบการณ์ ดั้งเดิมของผู้เรียนคือเมื่อใช้สื่อการเรียนการสอนแล้วจะช่วยให้เด็กซึ่งมีประสบการณ์เดิมต่างกันเข้าใจได้ ใกล้เคียงกันหรือสามารถเปลี่ยนมุมมองทัศนคติไปจากเดิมได้ 8. ทำให้เด็กมีความสนใจและต้องการเรียนในเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น เช่นการอ่าน ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ทัศนคติการแก้ปัญหา ฯลฯ 9. เป็นการสร้างแรงจูงใจ เร้าความสนใจให้เด็กสนใจในการเรียนอีกครั้ง เป็นการนำสิ่งที่อยู่ไกลมา ศึกษาได้ 10. ช่วยให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์จากรูปธรรมสู่นามธรรม 11. ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่น เรียนรู้ได้ดีขึ้นจากประสบการณ์ที่มี ความหมายในรูปแบบต่าง ๆ เรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง เรียนรู้ได้ง่ายและเข้าใจได้ชัดเจน เรียนรู้ได้มากขึ้นและ เรียนรู้ได้ในเวลาที่จำกัด 12. เป็นการนำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาศึกษาได้และช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนด้วย 13. ช่วยให้จดจำได้นาน เกิดความประทับใจและมั่นใจในการเรียนและการสอนของครูผู้สอน 14. ช่วยให้ผู้เรียนได้คิดและแก้ปัญหาเป็นและตัดสินใจได้ 3.3 คุณค่าของสื่อการสอน 3.3.1 คุณค่าด้านวิชาการ 1. ทำให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงและเรียนรู้ได้มากกว่าที่ไม่ใช้สื่อการสอน 2. ลักษณะที่เป็นรูปธรรมของสื่อการสอน ช่วยทำให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของสิ่ง ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และยังช่วยส่งเสริมด้านความคิดและการแก้ปัญหาอีกด้วย 3. ผลจากการวิจัยสรุปได้ว่า สื่อการสอนให้ประสบการณ์ที่เป็นจริงแก่ผู้เรียน ทำให้ ผู้เรียนเรียนรู้อย่างถูกต้อง ทั้งยังช่วยให้ผู้เรียนจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากและจำได้นาน 4. สื่อการสอนบางชนิด เช่น ภาพยนตร์ภาพนิ่ง จะช่วยเร่งทักษะในการเรียนรู้ 3.3.2 คุณค่าทางด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ 1. สื่อการสอนทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและต้องการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากขึ้น เช่น การอ่านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จินตนาการ เจตคติการแก้ปัญหาและความซาบซึ้งในคุณค่า ทางศิลป์ 2. สื่อการสอนทำให้ผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอดเป็นอย่างเดียวกัน ทั้งมีเจตคติที่ดี ต่อการเรียนด้วย 3. สื่อการสอนเร้าให้ผู้เรียนเกิดความพอใจและยั่วยุให้กระทำกิจกรรมด้วยตนเอง 3.3.3 คุณค่าทางด้านเศรษฐกิจการศึกษา


หน้า | 9 1. สื่อการสอนช่วยให้นักเรียนที่เรียนช้าเรียนได้เร็วและมากขึ้น ส่วนนักเรียนที่ฉลาด จะเรียนรู้ได้มากขึ้นไปอีก 2. การสอนโดยการอธิบายเพียงอย่างเดียว เป็นการสิ้นเปลืองเวลาและเด็กจะลืมได้ ง่าย ถ้าใช้สื่อการสอนจะช่วยขจัดความสิ้นเปลืองนี้และยังช่วยให้ครูที่สอนดีอยู่แล้วสอนได้ดี ยิ่งขึ้น 3. สื่อการสอนช่วยประหยัดคำพูดและเวลาของครูและยังช่วยประหยัดเวลาของ นักเรียนทำให้มีเวลาเหลือสำหรับศึกษาบทเรียนอื่นต่อไป 4. สื่อการสอนช่วยขจัดปัญหาเรื่องสถานที่ เวลาและระยะทาง เช่น สามารถนำสิ่งที่ เกิดขึ้นในอดีต มาศึกษาได้สามารถนำสิ่งที่อยู่ไกลเกินไปมาศึกษาได้สามารถนำสิ่งที่ลี้ลับมา ศึกษาได้สามารถนำสิ่งที่เล็กหรือใหญ่เกินไปมาศึกษาได้ 5. สื่อการสอนช่วยลดการตกซ้ำชั้นของนักเรียนได้จำนวนมาก 4 ประเภทของสื่อการเรียนการสอน 4.1 สื่อการเรียนการสอนจำแนกตามประสบการณ์ เอ็ดการ์เดล (Edgar Dale, 1969) แห่งคณะวิชาการศึกษามหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต ผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านเทคโนโลยีทางการศึกษาที่มีชื่อเสียงได้จำแนกประสบการณ์ทางการศึกษาที่โรงเรียนจัดให้ผู้เรียนไว้10 ประเภท และจัดอันดับประสบการณ์ไว้10 อันดับ จากประสบการณ์ที่จะสามารถช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้มาก ไปยังประสบการณ์ที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้น้อยลงเรื่อย ๆ ตามลำดับดังนี้ 1. ประสบการณ์ตรงและมีความมุ่งหมาย ประสบการณ์ขั้นนี้เป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาทั้งปวง เป็นประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รับมาจากความเป็นจริงและด้วยตัวเองโดยตรง ผู้รับประสบการณ์นี้จะได้เห็นได้ จับได้ทำได้รู้สึก และได้ดมกลิ่นจากของจริง ดังนั้นสื่อการสอนที่ไห้ประสบการณ์การเรียนรู้ในขั้นนี้ก็คือของจริง หรือความเป็นจริงในชีวิตของคนเรานั่นเอง 2. ประสบการณ์จำลอง เป็นที่ยอมรับกันว่าศาสตร์ต่าง ๆ ในโลก มีมากเกินกว่าที่จะเรียนรู้ได้หมด สิ้น จากประสบการณ์ตรงในชีวิต บางกรณีก็อยู่ในอดีต หรือซับซ้อนเร้นลับหรือเป็นอันตราย ไม่สะดวกต่อการ เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จึงได้มีการจำลองสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมาเพื่อการศึกษา ของจำลองบางอย่างอาจจะ เรียนได้ง่ายกว่าและสะดวกกว่า 3. ประสบการณ์นาฎการประสบการณ์ต่าง ๆ ของคนเรานั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่สามารถ ประสบได้ด้วยตนเอง เช่น เหตุการณ์ในอดีต เรื่องราวในวรรณคดีการเรียนในเรื่องที่มีปัญหาเกี่ยวกับสถานที่ หรือเรื่องธรรมชาติที่เป็นนามธรรม การแสดงละครจะช่วยไปให้เราได้เข้าไปใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด เช่น ฉาก เครื่องแต่งตัว เครื่องมือ หุ่นต่าง ๆ เป็นต้น


หน้า | 10 4. การสาธิต คือ การอธิบายถึงข้อเท็จจริงหรือแบ่งความคิด หรือกระบวนการต่าง ๆ ให้ผู้ฟังแลเห็นไป ด้วย เช่น ครูวิทยาศาสตร์เตรียมก๊าซออกซิเจนให้นักเรียนดูก็เป็นการสาธิต การสาธิตก็เหมือนกับนาฎการ หรือ การศึกษานอกสถานที่ เราถือเป็นสื่อการสอนอย่างหนึ่งซึ่งในการสาธิตนี้อาจรวมเอาสิ่งของที่ใช้ประกอบหลาย อย่าง นับตั้งแต่ของจริงไปจนถึงตัวหนังสือหรือคำพูดเข้าไว้ด้วย แต่เราไม่เพ่งเล็งถึงสิ่งเหล่านี้เราจะให้ ความสำคัญกับกระบวนการทั้งหมดที่ผู้เรียนจะต้องเฝ้าสังเกตอยู่โดยตลอด 5. การศึกษานอกสถานที่ การพานักเรียนไปศึกษานอกสถานที่เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เพื่อให้นักเรียนได้เรียนจากแหล่งข้อมูล แหล่งความรู้ที่มีอยู่จริงภายนอกห้องเรียน ดังนั้นการศึกษานอกสถานที่ จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่เป็นสื่อกลางให้นักเรียนได้เรียนจากของจริง 6. นิทรรศการ ความหมายที่กว้างขวาง การจัดแสดงสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชม ดังนั้น นิทรรศการจึงเป็นการรวมสื่อต่าง ๆ มากมายหลายชนิด การจัดนิทรรศการที่ให้ผู้เรียนมามีส่วนร่วมในการจัด จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีโอกาสคิดสร้างสรรค์มีส่วนร่วม และได้รับข้อมูลย้อนกลับด้วยตัวของเขาเอง 7. โทรทัศน์และภาพยนตร์โทรทัศน์เป็นสื่อการสอนที่มีบทบาทมากในปัจจุบัน เพราะได้เห็นทั้งภาพ และได้ยินเสียงในเวลาเดียวกัน และยังสามารถแพร่และถ่ายทอดเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้ด้วยนอกจากนั้น โทรทัศน์ยังมีหลายรูปแบบ เช่น โทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งโรงเรียนสามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอน ได้เป็น อย่างดีนอกจากนี้ยังมีโทรทัศน์วงจรปิด ที่เอื้อประโยชน์ต่อการศึกษาอย่างกว้างขวาง ภาพยนตร์เป็นสื่อที่ จำลองเหตุการณ์มาให้ผู้ชมหรือผู้เรียนได้ดูและได้ฟังอย่างใกล้เคียงกับความจริง แต่ไม่สามารถถ่ายทอด เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้ถึงอย่างไรก็ตามภาพยนตร์ก็ยังนับว่าเป็นสื่อที่มีบทบาทมากในการเรียนการสอน เช่นเดียวกันกับโทรทัศน์ 8. ภาพนิ่ง การบันทึกเสียง และวิทยุ ภาพนิ่ง ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพวาดซึ่งมีทั้งภาพทึบแสงและโปร่ง แสง ภาพทึบแสงคือรูปถ่าย ภาพวาด หรือภาพในสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ส่วนภาพนิ่งโปร่งใสหมายถึงสไลด์ฟิล์ม สตริป ภาพโปร่งใสที่ใช้กับเครื่องฉายวัสดุโปร่งใส เป็นต้น ภาพนิ่งสามารถจำลองความเป็นจริงมาให้เราศึกษาบนจอได้ การบันทึกเสียง ได้แก่ แผ่นเสียงและเครื่องเล่นแผ่นเสียง เทปและเครื่องบันทึกเสียงและเครื่องขยายเสียง ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเสียง ซึ่งนอกจากจะสามารถนำมาใช้อย่างอิสระในการเรียนการสอนด้วย แล้ว ยังใช้กับรายการวิทยุและกิจกรรมการศึกษาอื่น ๆ ได้ด้วย 9. ทัศนสัญลักษณ์สื่อการสอนประเภททัศนสัญลักษณ์นี้มีมากมายหลายชนิด เช่น แผนภูมิแผนภาพ แผนที่ แผนผัง ภาพโฆษณา การ์ตูน เป็นต้น สื่อเหล่านี้เป็นสื่อที่มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์สำหรับถ่ายทอด ความหมายให้เข้าใจได้รวดเร็วขึ้น 10. วจนสัญลักษณ์สื่อขั้นนี้เป็นสื่อที่จัดว่า เป็นขั้นที่เป็นนามธรรมมากที่สุด ซึ่งได้แก่ ตัวหนังสือหรือ อักษร สัญลักษณ์ทางคำพูดที่เป็นเสียงพูด ความเป็นรูปธรรมของสื่อประเภทนี้จะไม่คงเหลืออยู่เลยอย่างไรก็ดี


หน้า | 11 ถึงแม้สื่อประเภทนี้จะมีลักษณะที่เป็นนามธรรมที่สุดก็ตาม เราก็ใช้ประโยชน์จากสื่อประเภทนี้มาก เพราะต้องใช้ในการสื่อความหมายอยู่ตลอดเวลา กรวยประสบการณ์ของเอดการ์เดล ที่มา:ศรุติอัศวเรืองสุข(2559) การพิจารณาในการเลือกใช้ลำดับประสบการณ์ในการเรียนการสอน ไม่ถือว่าประสบการณ์ขั้นแรก มี ความสำคัญและจำเป็นกว่าขั้นหลัง ๆ เราอาจจะใช้ขั้นใดก็ได้ที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีซึ่งบางครั้ง อาจจะต้องใช้หลาย ๆ ประสบการณ์ปะปนกันตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์เนื้อหา และ สถานการณ์ในการสอน ประสบการณ์ตรงบางครั้งก็ไม่เหมาะที่จะจัดให้นักเรียน เช่น อาจเสี่ยงอันตรายหรือผิด ศีลธรรม และต้องไม่ถือว่าประสบการณ์ชั้นต้น ๆ เหมาะสำหรับเด็กโต ประสบการณ์ชั้นบน ๆ เหมาะสำหรับ เด็กเล็ก การแบ่งขั้นตอนของกรวยประสบการณ์มิใช่เป็นการแบ่งตามความยากง่ายแต่เป็นการแบ่งลำดับความ แตกต่างระหว่างประสบการณ์ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกัน ตัวอย่างเช่น รายการโทรทัศน์เพื่อการสอน ซึ่งเป็น ขั้นตอนของการจัดประสบการณ์ภาพและเสียงให้แก่ผู้เรียน รายการโทรทัศน์ที่จัดขึ้นจะประกอบด้วยขั้นตอน


หน้า | 12 ต่าง ๆ มากมาย เช่น วจนลักษณ์ทัศนลักษณ์ประสบการณ์รอง การสาธิตอยู่ในรายการนั้นด้วย จากกรวย ประสบการณ์ของเอดการ์เดล สามารถแยกสื่อการเรียนรู้ออกเป็น 3 ประเภท 1. เครื่องมือหรืออุปกรณ์(Hardware) หมายถึง สื่อที่เป็นตัวผ่านที่ทำให้ข้อมูลหรือความรู้ที่อยู่ภายใน วัสดุสามารถถ่ายทอดออกมาใช้หรือเรียนรู้ได้เช่น คอมพิวเตอร์เครื่องโปรเจคเตอร์เครื่องฉายภาพยนตร์เป็น ต้น 2. วัสดุ (Software) หมายถึง สื่อที่เก็บความรู้อยู่ในตัวเองซึ่งจำแนกย่อยได้เป็น 2 ลักษณะคือ 2.1 วัสดุประเภทที่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์อื่นช่วยเช่น แผนที่ ลูกโลก หุ่นจำลอง 2.2 วัสดุที่ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้ด้วยตนเอง จำเป็นจะต้องอาศัยอุปกรณ์อื่นช่วย เช่นไฟล์เสียง สไลต์Power point 3. เทคนิคหรือวิธีการ (Techniques or methods) หมายถึงสื่อที่มีลักษณะเป็นแนวความคิดหรือ รูปแบบขั้นตอนในการเรียนการสอนซึ่งไม่มีลักษณะเป็นวัสดุหรืออุปกรณ์แต่ก็สามารถใช้สื่อวัสดุและอุปกรณ์ เหล่านั้นมาใช้ช่วยในการดำเนินงานได้เช่น การจัดระบบการสอนแบบจุลภาค การสาธิต เป็นต้น 4.2 วัสดุสามมิติและสื่อราคาเยา วัสดุ3 มิติบางครั้งเรียกกันว่าวัสดุมีทรง หมายถึงวัสดุที่มีลักษณะเป็นสามมิติคือ มีความกว้าง ความ ยาว ความหนา หรือความลึก 4.2.1 ของจริง (Real Things) ของจริงอาจแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือของจริงแท้และของจริงแปรสภาพ 1. ของจริงตามสภาพเดิม (unmodified real) หมายถึงของจริง ที่ยังคงรักษาลักษณะเดิมตามความ เป็นจริงทุกอย่าง ยังไม่ถูกแปรสภาพ นอกจากน าออกมาจากสิ่งแวดล้อมเดิมของจริงเหล่านี้อาจเป็นสิ่ง ธรรมชาติหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาก็ได้อาทิเช่น ต้นไม้สัตว์คน รถยนต์เครื่องบิน ฯลฯ 2. ของจริงแปรสภาพ (Modified real) หมายถึงของจริงที่ถูกเปลี่ยนสภาพจากลักษณะเดิมของมัน ซึ่งอาจตัดหรือเลือกเฉพาะส่วนที่สำคัญมาแล้ว อาจทาสีแสดงส่วนที่แตกต่างกันให้เห็นได้ชัดเช่น หัวกระโหลก ชิ้นส่วนของโครงกระดูก เครื่องยนต์ที่ผ่าให้เห็น ส่วนประกอบภายใน สัตว์อบ และสัตว์สต๊าป เป็นต้น ของจริงมีคุณค่ามากต่อการเรียนการสอน ก็ต่อเมื่อของจริงที่นำมานั้นจะต้องเหมาะสมแก่การสังเกต จับต้อง ตั้งแสดง อภิปราย ฯลฯ แต่ของจริงบางอย่าง อาจไม่ให้ความรู้ตามข้อเท็จจริงได้ทั้งนี้เพราะมีข้อจำกัด บางประการคือ 1. ของจริงที่นำมาอาจถูกแปรสภาพไปจากเดิม ไม่มีความสมบูรณ์ในตัว 2. ของจริงบางอย่างมีส่วนประกอบที่ยุ่งยากซับซ้อนยากแก่การเรียนรู้ 3. ของจริงบางอย่างไม่อาจนำมาศึกษาได้ทั้งหมด


หน้า | 13 4. ของจริงบางอย่างมีขนาดเล็กหรือโตเกินไป หรืออาจเป็นอันตรายไม่สะดวกที่จะนำมาศึกษาได้ 5. ของจริงบางอย่างอาจหาได้ยากหรือราคาแพงเกินไป 4.2.2 ของตัวอย่าง (Specimens) หมายถึงของจริงที่ถูกเปลี่ยนสภาพไปจากลักษณะเดิมของมันเป็น การนำของจริงมาทำให้อยู่ในสภาพที่เหมาะกับการใช้ในการเรียนการสอน อาจจะตัดหรือเลือกส่วนสำคัญมา บางส่วน เช่น ตัวอย่างผ้า สัตว์สต๊าฟ สัตว์ดอง หรือบางส่วนของพืช ผักผลไม้เป็นต้น การพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นของจริงหรือของตัวอย่าง บางครั้งชี้เฉพาะได้ยาก เพราะของบางชนิดอาจจะ เป็นได้ทั้งของจริง และของตัวอย่าง ซึ่งขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายในการนำไปใช้แต่อย่างไรก็ตามให้ยึดหลักกว้าง ๆ ว่า ถ้าของจริงที่นำมาใช้นั้นยังมีสภาพที่สมบูรณ์ตามลักษณะที่แท้จริงของมัน จัดว่าเป็นของจริง แต่ถ้าของจริง นั้นมีการเปลี่ยนสภาพจัดเป็นของตัวอย่าง 4.2.3 หุ่นจำลอง (Models) หมายถึง วัสดุสามมิติที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบของจริง เนื่องจากข้อจำกัด บางประการที่ไม่สามารถจะใช้ของจริงประกอบการเรียนการสอนได้เช่น การอธิบายลักษณะและตำแหน่งของ อวัยวะภายในร่างกายของคนหรือสัตว์ดังนั้นของจำลองจึงมีคุณค่าต่อการเรียนใกล้เคียงกับของจริง 4.2.4 ตู้อันตรทัศน์(Dioramas) เป็นวัสดุสามมิติชนิดหนึ่งที่ใช้จำลองเหตุการณ์สถานที่และสภาพ แวดล้อมเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจได้ใกล้เคียงสถานการณ์จริงมากขึ้น โดยการใช้กล่องหรือตู้มาจัดในลักษณะเวที จำลอง บางครั้งเรียกว่า กล่องภาพ 3 มิติ 4.2.5 สื่อราคาเยา (Low cost Materials) แนวคิดทางการศึกษาปัจจุบัน มุ่งขยายขอบเขตทรัพยากร การเรียนรู้ออกไปทุกรูปแบบเช่น สื่อเกี่ยวกับบุคคล อาคาร สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ตลอดจนวิธีการต่าง ๆ ทาง การศึกษาเกี่ยวกับวัสดุที่จะใช้เป็นการเรียนการสอนนั้น จึงมิได้จำกัดอยู่แต่เพียงสิ่งที่ทำขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อ โดยตรงเท่านั้น แต่วัสดุการสอน หมายถึงวัสดุทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ครูพึงหามาใช้ประกอบการเรียนการสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ซึ่งครูผู้สอนส่วนหนึ่งมักจะมองข้ามไป เมื่อนึกถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ สำหรับการเรียนการสอนสักเรื่องหนึ่ง ก็มักจะนึกถึงเฉพาะสื่อสำเร็จรูป จำพวกรูปภาพ แผนภูมิสไลด์ที่มีผลิต ขายเป็นธุรกิจการค้า ราคาค่อนข้างสูง สิ่งของที่หาได้ง่ายสำหรับการสอนบางเนื้อหา เช่น ใบไม้ก้อนหิน ดิน ทราย บางครั้งมีคุณค่ายิ่งกว่าสื่อ ข้างต้นเสียอีก ถ้ารู้จักนำมาใช้อย่างเหมาะสมเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นของจริง ซึ่งเรายอมรับกันว่ามีคุณค่าสูงสุด สำหรับการเรียนการสอน ตัวอย่างการเลือกสื่อการสอนที่พบเห็นได้เสมอ เช่นครูสอนคณิตศาสตร์เกี่ยวกับการนับจำนวนการ บวก การลบ และต้องการวัสดุเป็นชิ้น ๆ ก้อน ๆ จำนวนหนึ่ง เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือนับจำนวนแทนที่ครูจะนึก ถึงก้อนดิน หิน หรือวัสดุอื่นอีกมาก ที่หาได้ไม่ยากในท้องถิ่น มาให้นักเรียนนับ แต่ครูกลับนึกถึงก้อนแม่เหล็ก เป็นอันดับแรก และพยายามเรียกร้องให้มีการจัดซื้อกระดานแม่เหล็กมาใช้สอนนับจำนวน กรณีเช่นนี้เราได้นับ


หน้า | 14 จำนวนก้อนหินดูจะก่อให้เกิดการเรียนรู้ได้มากกว่าการนับชิ้นส่วนบนกระดานแม่เหล็กเสียอีก ถ้าก้อนหินหาได้ ง่ายนักเรียนทุกคนสามารถหามาได้ง่าย เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ 4.3 วัสดุกราฟิกทางการศึกษา ความหมายของวัสดุกราฟิก โดยทั่วหมายถึงผลงานแทบทุกอย่างที่สร้างขึ้นด้วยการขีดเขียน แต่ในทาง การศึกษาและการเรียนการสอน เมื่อพูดถึงวัสดุกราฟิกทางการศึกษา จะหมายถึงสิ่งขีดเขียนหรือพิมพ์บาง ประเภท ที่ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนบางประเภท ที่สร้างขึ้นด้วยการเขียน การวาดภาพ การพิมพ์เช่น แผนภูมิภาพโฆษณา แผนที่ เป็นต้น 4.3.1 แผนภูมิ(Chart) เป็นสื่อทัศนวัสดุที่ใช้รูปภาพและสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อแสดงความหมายของ เรื่องราวแนวคิดต่าง ๆ ใช้ประกอบคำอธิบายของผู้สอนได้ดีช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจสิ่งที่เรียนและเห็นภาพมากขึ้น แผนภูมิมีหลากหลายรูปแบบออกแบบมาเพื่อให้เลือกใช้อธิบายเนื้อหาแต่ละชนิดให้เข้าใจได้มากที่สุด 4.3.2 รูปภาพ (Picture) เช่น ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ภาพเขียน เหล่านี้คือ สื่อรูปภาพ เป็นทัศนวัสดุที่ เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนช่วยให้เห็นภาพคล้ายหรือเหมือนของจริงทำให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนได้อย่าง ถูกต้องและรวดเร็วสื่อที่คนเราไม่สามารถเดินทางไปได้ง่ายๆ เช่น บนดวงจันทร์ก็สามารถนำภาพมาดูมาศึกษา ได้ 4.3.3 การ์ตูน (Cartoon) คือภาพง่าย ๆ ที่เขียนขึ้นโดยใช้แสดงลักษณะเด่นของสิ่งที่ต้องการทำให้ผู้ดู เกิดความสนใจและชอบในการเรียนการสอน สามารถนำการ์ตูนไปประกอบในหนังสือ แผนภูมิโฆษณาหรือให้ ผู้เรียนหัดวาดด้วยตนเองก็ได้หากมีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ก็สร้างให้มีการเคลื่อนไหว มีการเดินหรือมี เสียงพูดในคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 4.3.4 แผนที่ (Maps) เป็นสื่อลายเส้นที่ใช้แสดงสัญลักษณ์ของพื้นผิวโลกในการนำแผ่ให้เห็นใน แนวราบ ซึ่งในปัจจุบัน ได้มีGoogle earth ที่บริการภาพแผนที่มีทั้งแบบแผนที่นำทางปกติหรือภาพสถานที่ นั้นจริง ๆ ซึ่งสะดวกต่อการศึกษาค้นคว้ารายละเอียดต่าง ๆ 4.4 สื่อประเภทกิจกรรม 4.4.1 นาฎการ (Dramatize) หมายถึง การแสดงต่าง ๆ อาจจะเป็นการแสดงโดยคนคนเดียวแสดง เป็นกลุ่มเล็ก ในห้องเรียน หรือการแสดงเต็มรูปแบบบนเวทีการแสดงกลางแจ้ง การจัดงานแสดงตามประเพณี ก็ถือว่าเป็นนาฎการทั้งสิ้น นาฎการทุกรูปแบบ มีคุณค่าต่อการเรียนการสอนมาก โดยเฉพาะอย่ายิ่งในด้าน ความรู้สึก ก่อให้เกิดแรงจูงใจ 4.4.2 การสาธิต (Demonstrations) หมายถึง การสอนโดยอธิบายประกอบกับการใช้เครื่องมือหรือ วัสดุต่าง ๆ โดยมีกลุ่มนักเรียนคอยสังเกต เป็นกิจกรรมที่ครูนิยมใช้ทั่วไป เนื่องจากการสาธิตใช้วัสดุอุปกรณ์ น้อยกว่าการให้นักเรียนทดลองทำเอง


หน้า | 15 4.4.3 การจัดนิทรรศการ (Exhibition) หมายถึง กิจกรรมที่จัดขึ้นโดยนำวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ มาจัด แสดงเพื่อสื่อความหมาย หรือถ่ายทอดความรู้ความคิด ตามจุดประสงค์ของผู้จัดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และยัง สามารถนำเทคนิควิธีการอื่น ๆ มาประกอบให้การจัดนิทรรศการ น่าสนใจยิ่งขึ้นได้อีกด้วย สิ่งที่นิยมนำมาจัด แสดงได้แก่ รูปภาพ แผนภูมิของจริง ป้ายนิเทศ ส่วนกิจกรรมที่จัดประกอบ เช่น การอภิปราย ตอบปัญหาการ ประกวด สิ่งบันเทิงเพื่อดึงดูดความสนใจ 4.5 เครื่องเสียงและเครื่องฉายภาพ 4.5.1 เครื่องขยายเสียง (Amplifier) เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการผลิตสื่อประเภทเสียง ทำหน้าที่ในการ เพิ่มเสียงของผู้พูดให้ดังยิ่งขึ้น การทำงานต้องประกอบด้วยไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง และลำโพง จะช่วยให้ ผู้สอนที่มีเสียงเบาเพิ่มความดังได้เป็นอย่างดีที่สำคัญผู้ฟังจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้อง 4.5.2 เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ (Overhead projector) เป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ใช้ ประกอบการบรรยายในการสอน ประชุม ผู้ฟังได้เห็นภาพและข้อความที่น่าสนใจปรากฎบนจอภาพ ผู้บรรยาย หันหน้าเข้าหาผู้ฟังตลอด สามารถสังเกตพฤติกรรมของผู้ฟังได้ระหว่างการถ่ายทอด ที่สำคัญคือเตรียมสื่อได้ ล่วงหน้า สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา 4.5.3 วิทยุ (Radio) เป็นสื่อมวลชนที่นิยมทั่วไป เป็นสื่อกลางใช้มรการเผยแพร่ข่าวสารบันเทิงความรู้ ความคิด ไปยังผู้ฟังได้อย่างกว้างขวาง เข้าได้ทุกหนทุกแห่ง ได้รับฟังข่าวสารทันต่อเหตุการณ์ที่สุด 4.5.4 โทรทัศน์(Television) เป็นสื่อที่รวมวิทยุ ภาพ และหนังสือพิมพ์ไว้ที่เดียวกัน ผู้รับสาระได้รับ ทั้งทางหูโดยการฟังเสียง ทางตาโดยการมองเห็นภาพทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว แต่จะนำเสนอ ภาพเคลื่อนไหวเป็นอย่างมาก และข้อความที่ขึ้นบนจอโทรทัศน์เป็นสื่อที่มีบทบาทสำคัญ 4.6 คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์(Computer) คือ อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์อย่างหนึ่ง ที่สามารรถรับโปรแกรมรับข้อมูลใน รูปแบบที่เครื่องสามารถรับได้แล้วนำไปประมวลผล และแสดงผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ 4.6.1 ฮาร์ดแวร์(Hardware) คืออุปกรณ์ภายนอกต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือ 1. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit:CPU) เป็นสมองของคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ใน การคำนวณค่า ประมวลผล และควบคุมการท างานของอุปกรณ์อื่น ๆ 2. แผงวงจรหลัก (Main board) เป็นแผงวงจรไฟฟ้าตัวกลางที่ควบคุมและเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ ทำงานร่วมกัน 3. แรม (Random Access Memory:RAM) หน่วยความจำชั่วคราวที่โปรแกรมใช้ในการทำงาน ขณะที่เครื่องเปิดอยู่ เพื่อเร่งให้มีความเร็วในการส่งข้อมูลไปยัง CPU


หน้า | 16 4. หน่วยความจำสำรอง ในปัจจุบันมีด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ 4.1 HDD (Hard Disk Drive) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่บรรจุข้อมูลแบบไม่ลบเลือน มีลักษณะเป็นจาน โลหะที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็กซึ่งหมุนอย่างรวดเร็วและมีหัวอ่านแผ่นแม่เหล็กนั้น 4.2 SSD (Solid State Drive) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่บรรจุข้อมูลแบบไม่ลบเลือน มีลักษณะเป็น ชิป (Chip) คล้าย flash drive ซึ่งมีความเร็วมากกว่า HDD 4.3 VGA card เป็นอุปกรณ์สำหรับประมวลผลการแสดงผลของคอมพิวเตอร์ 4.6.2 ซอฟต์แวร์(Software) คือโปรแกรมที่ใช้ในคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1. OS (Operating System) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานอุปกรณ์Hardware บริหาร ทรัพยากรต่าง ๆ และทำหน้าที่ติดต่อผู้ใช้กับ Hardware เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตัวอย่าง OS เช่น Microsoft Window, Linux และ Macintosh รวมทั้งยังมีOS ในมือถือ เช่น Android และ IOS อีกด้วย 2. Application เป็นโปรแกรมสำหรับใช้งานที่ถูกเขียนขึ้นให้เหมาะสมกับงานในลักษณะต่าง ๆ เช่น Microsoft word, Google chrome เป็นต้น 4.6.3 People ware คือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์ ในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสื่อช่วยสอน คอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการช่วยบรรยาย เช่น Microsoft Power point และการบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ที่ เกี่ยวกับการสอน นอกจากนี้ยังมีSmart phone และ Tablet ที่ในปัจจุบันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตเลยก็ว่าได้เนื่องจากความสะดวกสบาย ก็เข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้อย่างไม่จำกัด สิ่งเหล่านี้อาจจะ เป็นสื่อการเรียนรู้อย่างหนึ่งที่นิยม และเพิ่มความสะดวกสบายในอนาคตสืบต่อไปก็เป็นได้ 5. หลักการใช้สื่อการเรียนการสอน ในการใช้สื่อการสอนเพื่อประกอบการเรียนการสอนให้ได้ผลดีนั้น ครูผู้สอนจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับ เทคนิคการสอน และเครื่องมือหรือวัสดุอุปกรณ์ดังนั้นเพื่อให้การเรียนการสอนเกิดผลดีครูจึงควรมีหลักเกณฑ์ ในการปฏิบัติเป็นขั้นตอน 4 ขั้นตามลำดับ (กิดานันท์มลิทอง, 2544) คือ ขั้นเลือก ขั้นเตรียมการใช้ขั้นแสดง ขั้นติดตามผลการใช้ 5.1 การเลือกสื่อการเรียนการสอน ปัจจุบันสื่อการเรียนการสอนมีมาก จึงเป็นการยากที่ครูจะตัดสินใจว่าจะใช้สื่ออะไรจึงจะเกิดผลดีที่สุด จึงกำหนดแนวทางการพิจารณาเลือกไว้ดังนี้ 1. ความสัมพันธ์กับหลักสูตรหรือเนื้อหาวิชา


หน้า | 17 1.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์ของการเรียนการสอนที่ตั้งไว้ให้เข้าใจเนื้อหาได้ดี 1.2 เหมาะสมกับระดับชั้น วุฒิภาวะ และความสามารถของผู้เรียน 1.3 ดึงดูดความสนใจ ทำให้เกิดอารมณ์คล้อยตาม สร้างเจตคติที่ดีได้ 1.4 มีเนื้อหาถูกต้องแน่นอนและเป็นจริงให้ประสบการณ์ได้ตามที่ต้องการ 1.5 มีความยาวพอเหมาะไม่เสียเวลาใช้มากเกินไป 1.6 ไม่ซ้ำซาก ควรเปลี่ยนแปลงสื่อบ่อย ๆ 1.7 เหมาะสมกับเวลาและสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ดี 2. ความสัมพันธ์ของสื่อกับคุณภาพทางเทคนิค 2.1 ส่วนประกอบมั่นคงแข็งแรง ออกแบบดีทันสมัย 2.2 สะดวกต่อการใช้คือง่าย น้ำหนักเบา ใช้ง่าย 2.3 ราคาไม่แพงเกินไป 2.4 มีความปลอดภัยในการใช้ 2.5 คุณภาพด้านเสียง ภาพ แสง สีและการเคลื่อนไหวน่าพอใจ 2.6 เหมาะสมกับท้องถิ่น ซ่อมแซมได้ง่าย 3. ความสัมพันธ์กับครูผู้ใช้ 3.1 ครูเข้าใจคุณลักษณะและข้อจำกัดเป็นอย่างดี 3.2 ครูมีทักษะในการใช้เป็นอย่างดี 3.3 ครูต้องรู้จักนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย 3.4 ครูต้องรู้จักสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่มี จะเห็นได้ว่าครูที่จะสามารถเลือกสื่อการสอนได้ดีนั้น จะต้องรู้จักสื่อการสอนต่าง ๆ มากมาย รู้ข้อดี ข้อจำกัดของสื่อแต่ละอย่างด้วย 5.2 การเตรียมการใช้สื่อการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ดีนั้น จำเป็นต้องมีการเตรียมการสอนเป็นอย่างดียิ่ง ในการใช้สื่อ การเรียนการสอนก็เช่นเดียวกัน ครูผู้สอนเมื่อสามารถเลือกใช้สื่อการสอนตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาแล้วก่อนที่ จะมีการใช้สื่อการสอนเหล่านั้น จำเป็นต้องมีการเตรียมการใช้สื่อการสอนเหล่านั้นเสียก่อน 5.2.1 การเตรียมครูผู้สอน ผู้สอนต้องเตรียมแผนการล่วงหน้าไว้ดังนี้ 1. พิจารณาคุณค่าและวัตถุประสงค์ของบทเรียน 2. พิจารณาความต้องการและความสนใจของนักเรียน 3. พิจารณาสิ่งที่เป็นปัญหาในการสอนและการถ่ายทอด 4. พิจารณาเลือกสื่อการสอนแต่ละอย่างที่แก้ปัญหาที่ดีที่สุดไว้


หน้า | 18 5. พิจารณาวิธีใช้สื่อการสอนแต่ละอย่างที่ได้ผลดี 6. พิจารณาตรวจสอบสื่อการสอนนั้นไว้ล่วงหน้า 5.2.2 การเตรียมผู้เรียน ครูต้องเตรียมนักเรียน โดย 1. อธิบายให้ผู้เรียนทราบล่วงหน้าว่าจะใช้สื่อการสอนอะไรเพื่ออะไร ที่ไหน เมื่อไร 2. อธิบายให้ผู้เรียนทราบล่วงหน้าว่าจะต้องมีส่วนร่วมในระหว่างการ ใช้สื่อการสอนอย่างไรบ้าง เช่น การคอยสังเกตหรือฟังตรงที่น่าสนใจ การค้นหาคำตอบสำหรับคำถามและเรื่องใหม่ 3. อธิบายให้ทราบว่ากิจกรรมติดตามผลมีอะไรบ้าง 5.2.3 การเตรียมสถานที่หรือชั้นเรียน ครูผู้สอนควรจะได้เตรียมสถานที่ หรือห้องเรียนเพื่อให้สะดวก แก่การใช้สื่อการสอน โดยควรแยกเตรียมดังนี้ 1. เตรียมเครื่องอำนวยสะดวกที่คู่ไปกับการใช้เช่น ม่าน โต๊ะ ปลั๊กไฟฟ้า ฯลฯ 2. เตรียมการจัดที่นั่ง 3. เตรียมการควบคุมแสง 4. เตรียมการระบายอากาศ 5.4 การติดตามผลการใช้สื่อการสอน ขั้นสุดท้ายของการนำสื่อการสอนเข้ามาใช้ในห้องเรียนก็คือ ขั้นการติดตามผล ซึ่งมีหลายวิธีด้วยกัน แล้วแต่ครูผู้สอนจะเลือกใช้ให้เหมาะสม เช่น การตอบคำถาม การอภิปราย การค้นคว้าและทำรายงาน การศึกษานอกสถานที่ เป็นต้น การติดตามผลมีความมุ่งหมายอยู่ 2 ประการ คือ 1. เพื่อให้ทราบแน่นอนว่า นักเรียนได้รับความรู้ไปมากน้อยเพียงใด 2. เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสขยายความรู้ให้กว้างขวางออกไป โดยใช้ความพยายามค้นหาความรู้อื่น ๆ ที่เกี่ยวพันกับวิชาที่ตนเรียนเพิ่มเติม 6. สรุปท้ายบท สื่อการเรียนการสอน มีประโยชน์เป็นอย่างมากในการช่วยทำให้ผู้สอนสามารถสื่อสารความรู้ ความหมายเพื่อจะให้ผู้เรียนเข้าใจ และเข้าถึงผู้เรียนได้มากกว่าเดิม การนำเอาสื่อการสอนมาใช้ในห้องเรียนนั้น ครูผู้สอนก็จะต้องรู้จักเลือกสื่อการสอนเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์รู้จักเตรียมการใช้สื่อการสอนอย่างถูกต้อง รู้จักและสามารถใช้สื่อการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถวัดผลหรือติดตามผลการใช้สื่อการสอน เพื่อประเมินผลการเรียนการสอนตามจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอนด้วย มีการจัดประเภทของสื่อ หลากหลายแบบดังจากตัวอย่างสื่อแต่ละแบบนั้นแตกต่างกัน ทั้ง รูปแบบ การใช้ประโยชน์ราคา ความยาก ง่ายต่อการใช้และเหมาะสมกับรายวัน


หน้า | 19 บทที่ 2 การใช้สื่อในการจัดการเรียนการสอน 1. ความหมายของสื่อการเรียนการสอน (Instructional Media) สื่อ (Media) หมายถึง ตัวกลางที่ใช้ถ่ายทอดหรือนำความรู้ในลักษณะต่าง ๆ จากผู้ส่งไปยังผู้รับ ให้ เข้าใจ ความหมายได้ตรงกัน ในการเรียนการสอน สื่อที่ใช้เป็นตัวกลางนำความรู้ในกระบวนการสื่อความหมาย ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนเรียกว่าสื่อการเรียนการสอน (Instruction Media) ในทางการศึกษามีคำที่มีความหมายแนวเดียวกันกับสื่อการเรียนการสอน เช่น สื่อการสอน (Instructional Media or Teaclning Media) สื่อการศึกษา (Educational media) อุปกรณ์ ช่วยสอน (Teaching Aids) เป็นต้น ในปัจจุบันนักการศึกษามักจะเรียกการนำสื่อการเรียนการสอนชนิดต่าง ๆ มา รวมกันว่า เทคโนโลยีทางการศึกษา (Educational) ซึ่งหมายถึง การนำเอาวัสดุอุปกรณ์และวิธีการมาใช้ ร่วมกันอย่างมีระบบในการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน 2. วัตถุประสงค์ของการใช้สื่อการสอน 1. เพื่อให้ประสบการณ์ตรง (Direct Experience) และเป็นจริงแก่นักเรียน 2. เพื่อให้นักเรียนเรียนได้โดยง่าย และสะดวกขึ้น 3. เพื่อเร้านักเรียนให้มีความสนใจในบทเรียนอย่างต่อเนื่องตามขั้นตอน และตลอดเวลา 4. เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน 5. เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะความสามารถ เนื่องจากได้เรียนรู้ด้วยการลงมือทดลองและฝึกปฏิบัติ (Learning by doing) 6. เพื่อให้นักเรียนกล้าแสดงออกทางความคิด และการแสดงบทบาทอย่างสมควรและโดย สมเหตุสมผลตามแนวทางที่ดีและเป็นที่พึงประสงค์ของสังคม 7. เพื่อให้นักเรียนเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 8. เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนการสอน 9. เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี(interaction) ระหว่างนักเรียนครู 10.เพื่อให้ประหยัดเวลา วัสดุอุปกรณ์ค่าใช้จ่าย และบุคลากร ในขณะเดียวกันทำให้นักเรียนจำนวน มากเกิดการเรียนรู้อย่างคุ้มค่า ภายใต้สถานการณ์ที่ดีและได้มาตรฐานอย่างเดียวกัน 3. การจำแนกประเภทของสื่อการเรียนการสอน มีการจำแนกประเภทสื่อการเรียนการสอนตามแนวความคิดที่แตกต่างกัน ดังตัวอย่าง


หน้า | 20 1. จำแนกประเภทสื่อการเรียนการสอน โดยพิจารณาจากลักษณะประสาทการรับรู้ของผู้เรียน จากการเห็นและการฟัง ซึ่งสามารถจำแนก ประเภทของสื่อได้ดังต่อไปนี้ 1.1 สื่อที่เป็นภาพ (Visual Media) ก. ภาพที่ไม่ต้องฉาย (Non-Projected) ได้แก่ ภาพบนกระดาษดำ ภาพจากแผ่นภาพ ภาพจาก หนังสือและสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ข. ภาพที่ต้องฉาย (Projected) ได้แก่ ภาพจากเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ เครื่องฉายสไลด์เครื่องฉาย ภาพยนตร์หรือวีดีทัศน์ 1.2 สื่อที่เป็นเสียง (Audio Media) ได้แก่สื่อประเภทเสียงที่ใช้ในกระบวนการเรียนรู้เช่น เทป บันทึกเสียง วิทยุ เป็นต้น 1.3 สื่อที่เป็นทั้งภาพและเสียง (Audio-Visual Media) ได้แก่สื่อที่แสดงภาพและเสียงพร้อม ๆ กัน เช่น สไลด์ประกอบเสียง ภาพยนตร์ที่มีเสียง (Sound-film) เทปโทรทัศน์บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) และมัลติมิเดีย เป็นต้น 2.จำแนกประเภทของสื่อการเรียนการสอน ในทางเทคโนโลยีการศึกษา อาจจำแนกได้เป็น 2.1 เครื่องมืออุปกรณ์(Hardware) สื่อการเรียนการสอนประเภทเครื่องมือหรืออุปกรณ์เรียกกัน โดยทั่วไปว่า ฮาร์ดแวร์(Hardware) หรือสื่อใหญ่ (Big Media) หมายถึง สิ่งที่เป็นอุปกรณ์ทางเทคนิคทั้งหลาย ที่ประกอบด้วยกลไกไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งไม่ใช่สิ่งสิ้นเปลือง ได้แก่ เครื่องฉายทั้งหลาย เช่น เครื่องฉาย ภาพยนตร์เครื่องฉายสไลด์เครื่องฉายภาพทึบแสง เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ เครื่องรับโทรทัศน์รวมทั้ง เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางเทคนิคอื่น ๆ ที่เป็นทางผ่านของความรู้เช่น เครื่องฉายจุลซีวัน เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น 2.2 วัสดุ (Software) สื่อการเรียนการสอนประเภทวัสดุ บางครั้งเรียกว่า ซอฟต์แวร์(Software) หรือ สื่อเล็ก (Small Media) ซึ่งเป็นวัสดุที่เก็บความรู้ในลักษณะของภาพ เสียง และตัวอักษร ในรูปแบบต่าง ๆ จำแนกได้2 ประเภท คือ ก. วัสดุที่ต้องอาศัยเครื่องมือหรืออุปกรณ์(Hardware) เพื่อเสนอเรื่องราว ข้อมูล หรือความรู้ออกมา สื่อความหมายแก่ผู้เรียน ได้แก่ ฟิล์ม แผ่นใส เทปบันทึกเสียง เป็นต้น ข. วัสดุที่เสนอความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ เช่น ตำรา หนังสือ เอกสาร คู่มือ รูปภาพ แผ่นภาพ ของจริง ของตัวอย่าง หุ่นจำลอง เป็นต้น 2.3 เทคนิคและวิธีการ (Technique and Method) การสื่อความหมายในการเรียนการสอน บางครั้ง ไม่อาจทำได้ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์หรือวัสดุแต่จะต้องอาศัยเทคนิคหรือวิธีการ เพื่อการให้เกิดการเรียนรู้หรือ


หน้า | 21 ใช้ทั้งวัสดุอุปกรณ์และวิธีการไปพร้อม ๆ กัน แต่เน้นที่วิธีการเป็นสำคัญ เช่น การสาธิตประกอบการใช้ เครื่องมือเครื่องจักร การทดลอง การแสดงบทบาท การศึกษานอกสถานที่ การจัดนิทรรศการ เป็นต้น ดังนั้น เทคนิคหรือวิธีการต่าง ๆ ดังกล่าว จึงจัดว่าเป็นสื่อการเรียนการสอนอีกประเภทหนึ่ง แต่สื่อประเภทนี้มักจะใช้ ร่วมกับสื่อ 2 ประเภทแรก จึงจะได้ผลดี เมื่อกล่าวถึงสื่อการเรียนการสอนในกระบวนการเรียนการสอนโดยทั่วไป ส่วนใหญ่จะคำนึงถึงวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการเรียนรู้ซึ่งได้แก่ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มากกว่าเทคนิคหรือวิธีการ ดังนั้นจึงนิยม เรียกสื่อการเรียนการสอนว่าอุปกรณ์ช่วยสอนหรืออุปกรณ์การสอน (Teaching Aids) ซึ่งหมายถึง วัสดุและ อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการเรียนรู้หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อความหมาย อันจะส่งผลให้ผู้เรียน เกิดความ เข้าใจในบทเรียนได้ง่ายขึ้น 4. การเลือกสื่อการเรียนการสอนให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ ในการพิจารณาเลือกใช้หรือสร้างสื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในขั้นต้นจะต้อง พิจารณาเป้าหมายของวัตถุประสงค์ของบทเรียนเป็นหลัก โดยการวิเคราะห์เนื้อหาของวัตถุประสงค์นั้นๆ ว่ามี จุดสำคัญอะไรควรสื่อความหมายลักษณะใด จากนั้นจึงเลือกลักษณะของสื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาหลักของ วัตถุประสงค์นั้น โดยพิจารณาเลือกเรียงลำดับจากสิ่งที่เป็นนามธรรม (Abstract) ไปสู่สิ่งที่เป็นรูปธรรม (Concrete) 4.1 หลักการเลือกสื่อการสอน การเลือกสื่อการสอนเพื่อใช้ในการเรียนการสอน ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มากที่สุด จำเป็นจะต้องมี จุดประสงค์ในการเลือกสื่อการสอนที่เหมาะสม ซึ่งหลักการเลือกสื่อการสอนมีดังนี้ 1. สื่อนั้นต้องสัมพันธ์กับเนื้อหาบทเรียนและจุดมุ่งหมายที่จะสอน 2. เลือกสื่อที่มีเนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจ และเป็นสื่อที่จะให้ผลต่อการเรียนการสอนมากที่สุด ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาวิชานั้นได้ดีเป็นลำดับขั้นตอน 3. เป็นสื่อที่เหมาะสมกับวัย ระดับชั้น ความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียน 4. สื่อนั้นควรสะดวกในการใช้มีวิธีใช้ไม่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป 5. ต้องเป็นสื่อที่มีคุณภาพเทคนิคการผลิตที่ดีมีความชัดเจน และเป็นจริง 6. มีราคาไม่แพงจนเกินไป หรือถ้าจะผลิตเองควรคุ้มกับเวลา และการลงทุน 4.2 หลักการใช้สื่อการสอน 1. เตรียมตัวผู้สอน เป็นการเตรียมความพร้อมของตัวผู้สอนในการใช้สื่อการสอน โดยการทำความ เข้าใจในเนื้อหาที่มีในสื่อ ขั้นตอน และวิธีการใช้สื่อ เป็นต้น


หน้า | 22 2. เตรียมจัดสภาพแวดล้อม เช่น สถานที่ ห้องเรียน ห้อง Lab วัสดุอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ และสิ่ง อำนวยความสะดวกต่างๆ 3. เตรียมตัวผู้เรียน เพื่อให้มีความพร้อมที่จะเรียน อาจมีการทดสอบ มีการอธิบายวิธีการใช้สื่อ อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆบอกวัตถุประสงค์แนะนำหรือให้ความคิดรวบยอดของเนื้อหาในสื่อนั้นๆ เป็นต้น 4. การใช้สื่อให้เหมาะกับขั้นตอนและวิธีการ ตามที่ได้เตรียมไว้แล้ว และควบคุมการนำเสนอสื่อ เพื่อให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างราบรื่น 5. การติดตามผล ( Follow Up ) หลังจากการใช้สื่อการสอนแล้ว ควรมีการติดตามผลเพื่อเป็นการ ทดสอบว่า ผู้เรียนเข้าใจบทเรียน และเรียนรู้จากสื่อที่นำเสนอไปนั้นอย่างถูกต้องหรือไม่ เช่น การให้ผู้เรียน ตอบคำถาม อภิปราย ทำรายงาน เป็นต้น เพื่อผู้สอนจะได้ทราบจุดบกพร่อง สามารถ นำมาแก้ไขปรับปรุง สำหรับการสอนในครั้งต่อไป 4.3 ขั้นตอนการใช้สื่อการสอน การใช้สื่อการสอนนั้นอาจจะใช้เฉพาะขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการสอน หรือจะใช้ทุกขั้นตอนก็ได้ ดังนี้ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในเนื้อหาที่กำลังจะเรียนนั้น สื่อที่ใช้ในขั้น นี้จึงเป็นสื่อที่แสดงเนื้อหากว้างๆ หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในครั้งก่อน ยังมิใช่สื่อที่เน้นเนื้อหาเจาะลึก อย่างแท้จริง และควรเป็นสื่อที่ง่ายต่อการนำเสนอในระยะเวลาอันสั้น เช่น ภาพ บัตรคำ เป็นต้น 2. ขั้นดำเนินการสอนหรือประกอบกิจกรรมการเรียน เป็นขั้นที่จะให้ความรู้เนื้อหาอย่างละเอียดเพื่อ สนองวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ผู้สอนควรเลือกสื่อให้ตรงกับเนื้อหา และวิธีการสอน ต้องมีการจัดลำดับขั้นตอนการ ใช้สื่อให้เหมาะและสอดคล้องกับกิจกรรมการเรียน การใช้สื่อในขั้นนี้จะต้องเป็นสื่อที่เสนอความรู้อย่าง ละเอียดถูกต้องและชัดเจนแก่ผู้เรียน เช่น สไลด์แผนภูมิวีดีทัศน์เป็นต้น 3. ขั้นวิเคราะห์และฝึกปฏิบัติเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ตรงแก่ ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองนำ ความรู้ที่เรียนมาแล้วไปใช้แก้ปัญหาในขั้นฝึกหัด โดยการลงมือ ฝึกปฏิบัติเอง สื่อในขั้นนี้จึงเป็นสื่อที่เป็น ประเด็นปัญหาให้ผู้เรียนได้ขบคิด โดยผู้เรียนเป็นผู้ใช้สื่อเองมากที่สุด เช่น ภาพ บัตรปัญหา สมุดแบบฝึกหัด เป็นต้น 4. ขั้นสรุปบทเรียน เป็นการย้ำเนื้อหาบทเรียนให้ผู้เรียนมีความเข้าใจ ที่ถูกต้อง และตรงตาม วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ขั้นสรุปควรใช้เวลาเพียงสั้นๆ สื่อที่สรุปจึงควร ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญทั้งหมด เช่น แผนภูมิแผ่นโปร่งใส เป็นต้น 5. ขั้นประเมินผู้เรียน เป็นการทดสอบว่าผู้เรียนเข้าใจในสิ่งที่เรียนไปถูกต้องมากน้อยเพียงใด และ บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ สื่อในขั้นการประเมินนี้มักจะเป็นคำถามจากเนื้อหาบทเรียนโดยอาจมี ภาพประกอบด้วยก็ได้


หน้า | 23 5. เทคนิคการใช้สื่อการเรียนการสอน การใช้สื่อการเรียนการสอน ย่อมจะมีเทคนิคที่แตกต่างกันไปตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ลักษณะและคุณสมบัติของสื่อแต่ละประเภท กลุ่มผู้เรียน ผู้สอน สถานที่ความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือ ประกอบตลอดจนสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เป็นต้น แต่หลักการสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงอยู่เสมอก็คือ “เงื่อนไขการ เรียนรู้” คินเตอร์ได้ให้ข้อเสนอแนะในการใช้สื่อการเรียนการสอนไว้ดังต่อไปนี้ 1.ไม่มีวิธีการสอนหรือวัสดุประกอบการสอนชนิดใด ที่จะสามารถใช้กับผู้เรียนและบทเรียนทั่วไปได้วิธี สอนและวัสดุประกอบการสอนแต่ละประเภทย่อมมีจุดมุ่งหมายเฉพาะของมันเอง 2.ในบทเรียนหนึ่ง ๆ ไม่ควรใช้สื่อการเรียนการสอนมากเกินไป ควรใช้เพียงแต่เท่าที่จำเป็นเท่านั้นใน บางครั้งก็ไม่ควรใช้สื่ออย่างเดียวตลอด 3.สื่อการเรียนการสอนที่ใช้ควรจะต้องสอดคล้องกับบทเรียนและกระบวนการเรียนการสอน 4.สื่อการเรียนการสอนควรสร้างให้เกิดโอกาสที่ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเตรียมและการใช้อัน ก่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ไม่ลืมง่าย 5.ก่อนใช้สื่อการเรียนการสอน ผู้สอนควรทดลองใช้ก่อนเพื่อความแน่ใจว่าจะใช้ได้ถูกต้อง และมี ประสิทธิภาพนอกจากนั้นยังต้องจัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือประกอบให้พร้อมทุกอย่าง 6. ประเภทของสื่อการเรียนการสอน สื่อการเรียนการสอนที่ใช้ประกอบในการเรียนการสอนเท่าที่พบเห็น พอสรุปเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้คือ 1.กระดานดำ (Chalk Boards) 2.หนังสือ ตำราเรียน/ใบเนื้อหาและใบงาน (Book or text/Information and Worksheets) 3.แผ่นภาพ (Wall Charts) 4.แผ่นใส (Overhead Transparencies)/สไลด์อิเล็กทรอนิกส์(Electronics Slide) 5.โมเดลพลาสติก (Overhead Plastic Models) 6.ภาพสไลด์และแผ่นภาพยนตร์(Slide Series and Filmstrips) 7.แถบบันทึกเสียง (Audiotape Recordings) 8.แถบวิดีทัศน์/แผ่นวิดีทัศน์(Videotape Recordings and Videodiscs) 9.หุ่นจำลอง (Models) 10.อุปกรณ์ทดลอง/สาธิต (Experimental/Demonstration Sets) 11.ของจริง (Real Objects) 12.บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) หรือซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์อื่นๆ เป็นต้น


หน้า | 24 7. สื่อ e-Learning e-Learning เป็นการนำส่งบทเรียนเพื่อการศึกษา และฝึกอบรม โดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เช่น คอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเตอร์เน็ต อินทราเน็ต โดยหลักแล้ว e-Learning เป็นการศึกษาทางไกลวิธีหนึ่ง ที่ผู้เรียนสามารถศึกษาวัสดุการเรียนผ่านคอมพิวเตอร์จากเว็บไซต์หรือซีดีซึ่งผู้สอนเสริมและผู้เรียนสามารถ ติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกันโดยใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือการใช้บอร์ดวิเคราะห์ร่วมกัน e-Learning จึง สามารถใช้เป็นวิธีการหลักในการนำส่งบทเรียนเพื่อการฝึกอบรมหรือใช้ควบคู่กับการฝึกอบรมปกติในชั้นเรียน วัสดุการเรียน (Learning Materials) วัสดุการเรียน (Learning Materials) หมายถึง บทเรียน สื่อการเรียน กิจกรรมการเรียนการสอน แบบทดสอบ การตรวจ ปรับและกระบวนการเรียนรู้อื่น ๆ ที่นำเสนอผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อถ่ายทอด ไปยังผู้เรียนตามวัตถุประสงค์ของบทเรียนที่กำหนดไว้ซึ่งนำเสนอในรูปของสื่ออิเล็กทรอนิกส์(Electronic Media) จำแนกออกเป็น 6 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์บนเว็บ (Web Based lnstruction) หมายถึง บทเรียนสำเร็จรูปที่นำเสนอ ผ่านคอมพิวเตอร์หรือระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและเครือข่าย อินทราเน็ต ได้แก่ WBI (Web Based lnstruction), WBT (Web Based Training),IBI (lnternet Based lnstruction), NBI (Net Based lnstruction) หรือบทเรียนที่มีชื่ออื่นๆ เพื่อใช้ในการศึกษาด้วยตนอง 2. สไลด์อิเล็กทรอนิกส์(Electronic Slide) หมายถึง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้นำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เพื่อ การเรียนการสอน เช่น PowerPoint Slide หรือ Presentation Files 3. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์(e-Books) หมายถึง หนังสือ ที่นำเสนอผ่านจอภาพของเรื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อการศึกษาด้วยตนเอง ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้แนวความคิดของการนำเสนอหนังสือทั่ว ๆ ไป 4. เอกสารประกอบการบรรยายอิเล็กทรอนิกส์(e-Lecture Notes) หมายถึง เอกสารประกอบการ สอน หรือเอกสารประกอบการสอน หรือเอกสารคำสอนที่ผู้สอนใช้เพื่อประกอบการสอนผู้เรียน ซึ่งอยู่ในรูป ของสื่ออิเล็กทรอนิกส์เช่น Document Files, Text Files และ PDF Files 5. ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวและเสียงดิจิตอล (Video File and Digital Sound) หมายถึง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงที่นำเสนอผ่าน คอมพิวเตอร์เพื่อใช้เป็นวัสดุประการศึกษาหรือการฝึกอบรม เพื่อนำเสนอข้อมูลใน ลักษณะของมัลติมีเดีย 6. เอกสารไฮเปอร์เท็กซ์และไฮเปอร์มีเดีย (Hypertext and Hypermedia Document) หมายถึง ไฟล์เอกสารต่าง ๆ ในรูป ของ HTML Files ซึ่งนำเสนอผ่านทางเว็บเบราเซอร์ประกอบด้วย ข้อความ ภาพ และการเชื่อมโยง (Link) ไปยังส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอก


หน้า | 25 วัสดุการเรียนทั้ง 6 ประเภทดังกล่าว บทเรียนคอมพิวเตอร์บนเว็บนับว่ามีความสำคัญที่สุด ต่อการ เรียนรู้ในระบบ e-Learning เนื่องจากเป็นวัสดุที่ใช้นำเสนอเนื้อหาสาระแก่ผู้เรียนโดยตรงบทเรียน คอมพิวเตอร์เว็บจึงมีบทบาทต่อการศึกษาและการฝึกอบรมในการเรียนรู้e-Learning เป็นอย่างมาก จึงทำให้ บางคนคิดว่าการศึกษาด้วยตนเองผ่านบทเรียน WBI หรือ WBT ก็คือ e-Learning ซึ่งไม่น่าจะเป็นคำตอบที่ ถูกต้องนัก เนื่องจากคำตอบที่แท้จริงนั้น e-Learning lnc แห่งเยอรมันนีได้สรุปไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า “eLearning is the solution of the next education” การออกแบบและพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์บนเว็บ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ และมีการตรวจปรับทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้มาซึ่งบทเรียนที่ มีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลให้การศึกษาและการฝึกอบรมระบบ e-Learning มีคุณภาพตามไปด้วย 8. ความแตกต่างระหว่างบทเรียน CAI กับบทเรียน WBI บทเรียน WBI เป็นบทเรียนคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่นำเสนอ โดยใช้เว็บเบราเซอร์ผ่านเครือข่าย คอมพิวเตอร์ทั้งเครือข่ายอินเตอร์เน็ตหรืออินทราเน็ตภายในองค์กร โดยพื้นฐานแล้วจะไม่แตกต่างกับบทเรียน ที่นำเสนอในรูปของ CD-ROM Based System เช่น บทเรียน CAI ที่ยึดหลักการ 4 ls เช่นเดียวกัน ได้แก่ 1) lnformation คือ ความเป็นสารสนเทศ 2) interactive คือ การปฏิสัมพันธ์ 3) lndividualization คือการศึกษาตนเอง 4) immediate Feedback คือ การตอบสนองโดยทันที สำหรับส่วนที่แตกต่างของบทเรียนคอมพิวเตอร์บนเว็บ ก็คือ การใช้คุณสมบัติและเทคโนโลยีของ เว็บเบราเซอร์นำเสนอส่วนต่างๆ ได้แก่ ส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้การสืบท่องข้อมูล และส่วนของการสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้เนื่องจาก บทเรียน WBI ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้ในการศึกษาทางไกลมากกว่าการใช้ในชั้นเรียน จึงมีการใช้ส่วนบริการ ต่างๆ บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์เอื้อ ประโยชน์แก่ผู้เรียนแตกต่างจากบทเรียน CAI ที่อาศัยผู้สอนเป็นผู้ชี้แนะ แนวทางการเรียน อย่างไรก็ตามบทเรียน CAI ก็สามารถพัฒนาให้เป็นบทเรียน WBI ได้เช่นกัน โดยการเพิ่มเติมส่วน สนับสนุน กระบวนการเรียนรู้เข้าไปและนำเสนอผ่านเว็บเบราเซอร์ก็จะกลายเป็นบทเรียน WBI โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในปัจจุบันความสามารถของระบบนิพนธ์บทเรียน (Authonng System) สามารถนำเสนอ บทเรียน ผ่านเบราเซอร์ได้จึงไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในการพัฒนาบทเรียน CAI ให้เป็นบทเรียน WBI


หน้า | 26 9. ประโยชน์ของสื่อการสอนที่มีต่อนักเรียน อาภรณ์ใจเที่ยง (2546: 188) อธิบายถึงประโยชน์ของสื่อการสอนที่มีต่อนักเรียนไว้ดังนี้ 1.เป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะช่วยให้นักเรียนเกิดความเข้าใจ เนื้อหา บทเรียนที่ยุ่งยากซับซ้อนได้ง่ายขึ้นในระยะเวลาสั้น และสามารถช่วยให้เกิดความคิดรวบยอดในเรื่องนั้นได้ อย่างถูกต้องและรวดเร็ว 2.ช่วยกระตุ้นและสร้างความสนใจให้กับนักเรียน ทำให้เกิดความสนุกและไม่เบื่อหน่ายการเรียน 3.ทำให้นักเรียนมีความเข้าใจตรงกัน และเกิดประสบการณ์ร่วมกันในวิชาที่เรียนนั้น 4.ช่วยให้นักเรียนไดมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนมากขึ้น ทำให้เกิดมนุษย์สัมพันธ์อันดีใน ระหว่างนักเรียนด้วยกันเองและกับครู 5.ช่วยสร้างเสริมลักษณะนิสัยที่ดีในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้และช่วยให้นักเรียนเกิดความคิด สร้างสรรค์จากการใช้สื่อเหล่านั้น 6.ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยจัดการให้มีการใช้สื่อในการเรียนการสอน รายบุคคล 10. ประโยชน์ของสื่อการสอนที่มีต่อครู อาภรณ์ใจเที่ยง (2546: 188) กล่าวถึง ประโยชน์ของสื่อการสอนที่มีต่อครูดังนี้ 1.ช่วยให้บรรยากาศในการเรียนน่าสนใจยิ่งขึ้น ทำให้ครูมีความสนุกสนานและมีความเชื่อมั่นในตนเอง เพิ่มมากขึ้น 2.ช่วยแบ่งเบาภาระของครูในด้านการเตรียมเนื้อหา เพราะบางครั้งอาจให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาจาก สื่อได้เอง 3.เป็นการกระตุ้นให้ครูตื่นตัวอยู่เสมอในการเตรียมและผลิตวัสดุใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นสื่อการสอน ตลอดจนคิดค้นเทคนิควิธีการต่างๆ เพื่อให้การเรียนรู้น่าสนใจยิ่งขึ้น 11. สื่อในยุคปัจจุบัน กิดานันท์มลิทอง (2544: 2) กล่าวว่า รูปแบบการศึกษาในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากการเรียนนี้จึงต้องพัฒนาในห้องเรียนไปสู่การเรียนในห้องเรียนขนาดใหญ่และการศึกษาทางไกล ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการพัฒนาสื่อการสอนโดยการนำสื่อเทคโนโลยีระดับสูงมาใช้เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถสื่อสารกัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 1.การใช้กล้องโทรทัศน์ถ่ายทอดการสอนจากครูคนเดียวไปยังนักเรียนจำนวนมากที่อยู่ในห้องเรียน ต่างๆ 2.การใช้เครื่องวิชวลไลเซอร์และเครื่องแอลซีดีถ่ายทอดเนื้อหาและภาพจากวัสดุขนาดเล็กให้ฉาย ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้ชมได้อย่างชัดเจนทั่วถึง


หน้า | 27 3.การใช้เครื่องแอลซีดีถ่ายทอดข้อมูลจากคอมพิวเตอร์บนจอภาพ 4.การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนและฝึกอบรมในรูปแบบเว็บเพื่อการศึกษา 5.การใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตในการเรียนการสอนและฝึกอบรม รวมถึงการสืบค้นข้อมูลจากแหล่ง ต่าง ๆ ทั่วโลก 6.การใช้ดาวเทียมถ่ายทอดการสอนจากสถาบันการศึกษาหนึ่งไปยังสถาบันต่างๆ ที่อยู่ห่างไกล 7.การวางระบบแลน (local area network) เพื่อสร้างเครือข่ายภายในสถาบันการศึกษาในการติดต่อ และใช้ทรัพยากรร่วมกัน 8.การพัฒนาระบบเครือข่ายและซอฟต์แวร์เพื่อการศึกษาทางไกลในรูปแบบการสื่อสาร 2 ทางใน ลักษณะการประชุมทางไกล (teleconference) 12. ประเภทของสื่อการสอนในปัจจุบัน สื่อการสอนมีหลายประเภท และมีการจำแนกประเภทโดยใช้เกณฑ์ที่แตกต่างกัน สิริพัชร์เจษฎา วิโรจน์(2550: 71-72) จำแนกประเภทของสื่อได้เป็น 6 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ 1.สื่อสิ่งพิมพ์มีทั้งพิมพ์ที่จัดทำขึ้นเพื่อสนองการเรียนรู้ตามหลักสูตรโดยตรง เช่น หนังสือเรียน คู่มือ ครูแผนการเรียนรู้หนังสืออ้างอิง หนังสืออ่านเพิ่มเติม แบบฝึกกิจกรรม ใบงาน ใบความรู้ฯลฯ และสิ่งพิมพ์ ทั่วไปที่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการเรียนรู้เช่น วารสาร นิตยสาร จุลสาร หนังสือพิมพ์จดหมายข่าว โปสเตอร์แผ่นพับ แผ่นภาพ เป็นต้น 2.สื่อบุคคล หมายถึง ตัวบุคคลที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดสาระความรู้แนวคิด และวิธีปฏิบัติตนไปสู่บุคคล อื่น นับเป็นสื่อการเรียนรู้ที่มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในด้านการโน้มน้าวจิตใจของนักเรียน สื่อบุคคลอาจเป็น บุคลากรที่อยู่ในสถานศึกษา เช่น ผู้บริหาร ครูบุคลากรทางการศึกษา คนทำอาหาร หรือตัวนักเรียนเอง หรือ อาจเป็นบุคลากรภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ 3.สื่อวัสดุ เป็นสื่อที่เก็บสาระความรู้อยู่ในตัวเอง จำแนกออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 3.1วัสดุประเภทที่สามารถถ่ายทอดความรู้อยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วย เช่น รูปภาพ หุ่นจำลอง เป็นต้น 3.2วัสดุประเภทที่ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้โดยตนเองจำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์อื่นช่วย เช่น ฟิล์ม ภาพยนตร์เทปบันทึกเสียง ซีดีรอม แผ่นดิสก์เป็นต้น 4.สื่ออุปกรณ์หมายถึง สิ่งที่เป็นตัวกลางหรือตัวผ่าน ทำให้ข้อมูลหรือความรู้ที่บันทึกในวัสดุสามารถ ถ่ายทอดอกมาให้เห็นหรือได้ยิน เช่น เครื่องฉายแผ่นโปร่งใส เครื่องฉายสไลด์เครื่องฉายภาพยนตร์เครื่อง คอมพิวเตอร์เครื่องบันทึกเสียง เป็นต้น


หน้า | 28 5.สื่อบริบท เป็นสื่อที่ส่งเสริมหรือสนับสนุนการเรียนการสอน ได้แก่สภาพแวดล้อม และสถานการณ์ ต่าง ๆ เช่น ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ แหล่งวิทยาการหรือแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เช่น ห้องสมุด หรือเป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในรูปของสิ่งมีชีวิต เช่น พืชผัก ผลไม้สัตว์ชนิดต่างๆ หรืออยู่ในรูปของปรากฏการณ์ หรือเหตุการณ์ที่มีอยู่หรือเกิดขึ้นรอบตัว ตลอดจนข่าวสารด้านต่างๆ เป็นต้น 6.สื่อกิจกรรม เป็นกิจกรรมหรือกระบวนการที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับ นักเรียน ได้แก่ การแสดงละคร บทบาทสมมติการสาธิต สถานการณ์จำลอง การจัดนิทรรศการ การไปทัศน ศึกษานอกสถานที่ การทำโครงงาน สรุป สื่อการสอนหรือสื่อเรียนรู้เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ที่ครูผู้สอน จำเป็นต้องมีการสร้างและพัฒนา รู้จักการเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ที่ดีและเหมาะสม มีประสิทธิภาพ เหมาะกับ ความแตกต่างของ ผู้เรียนแต่ละบุคคล สถานศึกษาควรมีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการนำสื่อไปใช้ที่ ส่งผลต่อผู้เรียนอย่าง หลากหลายและเพียงพอ โดยการจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ศูนย์สื่อการเรียนรู้ระบบ สารสนเทศ และเครือข่ายการ เรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและชุมชน รวมทั้งการศึกษา ค้นคว้าวิจัย พัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ตามศักยภาพของผู้เรียน


หน้า | 29 แบบทดสอบ 1. สื่อการสอน หมายถึงข้อใด ก. ตัวกลางที่ช่วยนำและถ่ายทอดข้อมูลความรู้จากครูผู้สอน ข. กลวิธีที่ครูผู้สอนนำเสนอเสนอข้อมูลความรู้โดยอาศัยการบรรณยายเป็นหลัก ค. ทักษะของผู้เรียนที่ได้รับจากประสบการณ์ในชีวิต จนเกิดเป็นองค์ความรู้ด้วยตนเอง ง. ถูกทุกข้อ 2. การสาธิตรำวงมาตรฐานหน้าชั้นเรียน ถือว่าเป็นสื่อการสอนหรือไม่ ก. เป็น เพราะการแสดงรำวงมาตรฐาน ถือเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับการบรรจุไว้ในแบบเรียน ข. ไม่เป็น เพราะการแสดงรำวงมาตรฐาน เป็นเพียงแค่การละเล่นที่ทำให้ผู้เรียนผ่อนคลาย ค. เป็น เพราะการสาธิตรำวงมาตรฐานหน้าชั้นเรียน ถือว่าเป็นสื่อประเภทกิจกรรมที่เรียกว่า นาฎการ ง. ไม่เป็น เพราะการแสดงสาธิตรำวงมาตรฐาน เป็นเพียงการออกท่าทาง ที่ไม่ได้มีการใช้วัสดุอุปกรณ์ 3. ข้อใดไม่ใช่หลักการเลือกสื่อการสอน ก. เป็นสื่อที่เหมาะสมกับวัย ระดับชั้น ความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียน ข. สื่อนั้นควรสะดวกในการใช้มีวิธีใช้ที่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป ค. ต้องเป็นสื่อที่มีคุณภาพเทคนิคการผลิตที่ดีมีความชัดเจน และเป็นจริง ง. มีราคาไม่แพงจนเกินไป หรือถ้าจะผลิตเองควรคุ้มกับเวลา และการลงทุน 4. ข้อใดคือคุณสมบัติของสื่อการสอน ก. สามารถสร้างขึ้นมาได้โดยไม่เกี่ยงว่าจะต้องเป็นครูผู้สอนเท่านั้นเป็นผู้สร้าง ผู้เรียนสามารถทำเอง ได้โดยถือว่านั้นก็คือสื่อการสอนได้เช่นกัน ข. สามารถใช้งานได้ตลอด ไม่ว่าหลักสูตรการสอนจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนปีการศึกษา สื่อ การสอนดังกล่าวก็ยังคงสามารถใช้งานได้อย่างถาวร ค.สามารถทำประโยชน์หรือสร้างมูลค่าให้กับตัวผู้สอนเมื่อไม่ใช้งานหรือมีความล้าหลังกับหลักสูตร ขั้นพื้นฐาน เพื่อนำมาเป็นทุนสำหรับทำสื่อต่อๆ ไป ง.สามารถจัดแจงจัดการและปรุงแต่งประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ใช้ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ การเรียนการสอน


หน้า | 30 5. ในการนำเอาสื่อการสอนมาใช้ในห้องเรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนึงถึงเรื่องใดเป็นสำคัญ ก. การใช้งานที่คงทน ข. ความเหมาะสมกับสถานการณ์ ค. ราคาและคุณภาพ ง. สีสันและความสวยงาม 6. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการใช้สื่อการสอน ก. เตรียมตัวผู้สอน เป็นการเตรียมความพร้อมของตัวผู้สอนในการใช้สื่อการสอน โดยการทำความ เข้าใจในเนื้อหาที่มีในสื่อ ขั้นตอน และวิธีการใช้สื่อ เป็นต้น ข. เตรียมจัดสภาพแวดล้อม เช่น สถานที่ ห้องเรียน ห้อง Lab วัสดุอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ และสิ่ง อำนวยความสะดวกต่างๆ ค. เตรียมตัวผู้เรียน เพื่อให้มีความพร้อมที่จะเรียน อาจมีการทดสอบ มีการอธิบายวิธีการใช้สื่อ อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆบอกวัตถุประสงค์แนะนำหรือให้ความคิดรวบยอดของเนื้อหาในสื่อนั้นๆ เป็นต้น ง. ถูกทุกข้อ 7. สื่อ e-Learning หมายถึงข้อใด ก. เป็นการนำส่งบทเรียนเพื่อการศึกษา และฝึกอบรม โดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เช่น คอมพิวเตอร์ และเครือข่ายอินเตอร์เน็ต อินทราเน็ต ข. เป็นสื่อการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ โดยมีครูผู้สอนคอยอธิบาย ให้คำแนะนำอย่าง ใกล้ชิด ส่วนใหญ่เป็นพวกอุปกรณ์ วัสดุทำมือ ค. เป็นวิธีการเรียนรู้โดยยึดโยงผู้เรียนเป็นหลัก ตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียน โดยมี ครูผู้สอนค่อยให้คำแนะนำเสมือนโค้ด ง. เป็นคู่มือแนะนำครูผู้สอนในการทำสื่อการเรียนรู้ให้ดูมีความน่าสนใจและสอดคล้องกับบทเรียน โดย วัดจากความต้องการของผู้เรียน 8. ประโยชน์ของสื่อการสอนที่มีต่อนักเรียนคือข้อใด ก. ลดการใช้ทรัพยากรที่ใช้ในการประกอบการเรียนรู้ ข. สะดวกต่อการศึกษาค้นคว้า ค. ช่วยให้นักเรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาบทเรียนที่ยุ่งยากซับซ้อนได้ง่ายขึ้นในระยะเวลาสั้น ง.ทำให้ผู้มีเรียนมีเวลาทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่เรียน


หน้า | 31 9. “เป็นการกระตุ้นให้ครูตื่นตัวอยู่เสมอในการเตรียมและผลิตวัสดุใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นสื่อการสอน ตลอดจน คิดค้นเทคนิควิธีการต่างๆ เพื่อให้การเรียนรู้น่าสนใจยิ่งขึ้น” จากข้อความที่ยกมา นั่นคือประโยชน์ของสื่อ การสอนที่มีต่อครูผู้สอนใช่หรือไม่ ก. ไม่ใช่ ข. ใช่ ค. ข้อความไม่ชัดเจน ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ค. 10. ข้อใดไม่ใช่การใช้สื่อการสอนในปัจจุบัน ก.การใช้เครื่องแอลซีดีถ่ายทอดข้อมูลจากคอมพิวเตอร์บนจอภาพ ข.การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนและฝึกอบรมในรูปแบบเว็บเพื่อการศึกษา ค.การใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตในการเรียนการสอนและฝึกอบรม รวมถึงการสืบค้นข้อมูลจากแหล่ง ต่าง ๆ ทั่วโลก ง.การใช้ตำราเรียนที่ได้จากวัดหรือโบราณสถาน มาคัดลอกลงในสมุดเพื่อเป็นการสืบทอดความรู้เดิม


หน้า | 32 เฉลยแบบทดสอบ 1. สื่อการสอน หมายถึงข้อใด ตอบ ก. ตัวกลางที่ช่วยนำและถ่ายทอดข้อมูลความรู้จากครูผู้สอน 2. การสาธิตรำวงมาตรฐานหน้าชั้นเรียน ถือว่าเป็นสื่อการสอนหรือไม่ ตอบ ค. เป็น เพราะการสาธิตรำวงมาตรฐานหน้าชั้นเรียน ถือว่าเป็นสื่อประเภทกิจกรรมที่เรียกว่า นาฎ การ 3. ข้อใดไม่ใช่หลักการเลือกสื่อการสอน ตอบ ข. สื่อนั้นควรสะดวกในการใช้มีวิธีใช้ที่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป 4. ข้อใดคือคุณสมบัติของสื่อการสอน ตอบ ง.สามารถจัดแจงจัดการและปรุงแต่งประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ใช้ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของการเรียนการสอน 5. ในการนำเอาสื่อการสอนมาใช้ในห้องเรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนึงถึงเรื่องใดเป็นสำคัญ ตอบ ข. ความเหมาะสมกับสถานการณ์ 6. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการใช้สื่อการสอน ตอบ ง. ถูกทุกข้อ 7. สื่อ e-Learning หมายถึงข้อใด ตอบ ก. เป็นการนำส่งบทเรียนเพื่อการศึกษา และฝึกอบรม โดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเตอร์เน็ต อินทราเน็ต 8. ประโยชน์ของสื่อการสอนที่มีต่อนักเรียนคือข้อใด ตอบ ค. ช่วยให้นักเรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาบทเรียนที่ยุ่งยากซับซ้อนได้ง่ายขึ้นในระยะเวลา สั้น


หน้า | 33 9. “เป็นการกระตุ้นให้ครูตื่นตัวอยู่เสมอในการเตรียมและผลิตวัสดุใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นสื่อการสอน ตลอดจน คิดค้นเทคนิควิธีการต่างๆ เพื่อให้การเรียนรู้น่าสนใจยิ่งขึ้น” จากข้อความที่ยกมา นั่นคือประโยชน์ของสื่อ การสอนที่มีต่อครูผู้สอนใช่หรือไม่ ตอบ ข. ใช่ 10. ข้อใดไม่ใช่การใช้สื่อการสอนในปัจจุบัน ตอบ ง.การใช้ตำราเรียนที่ได้จากวัดหรือโบราณสถาน มาคัดลอกลงในสมุดเพื่อเป็นการสืบทอด ความรู้เดิม


หน้า | 34 บรรณานุกรม กิดานันท์ มลิทอง. (2544). เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศรุติ อัศวเรืองสุข. (2559). นวัตกรรม เทคโนโลยีและการสื่อสารทางการศึกษา. อุดรธานี : คณะครุ ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. อ านวย เดชชัยศรี. (2542). สื่อการศึกษาพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : ฟิสิกส์เซ็นเตอร์. Dale, Edgar. (1969). Audio-Visual Method in Teaching. New York : Dryden Press. ณรงค์ กาณจนะ. ทักษะและเทคนิคการจัดการเรียนรู้. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://umiakesung.blogspot.com/p/blog-page_6355.html. (สืบค้นเมื่อ : 12 ธันวาคม 2558). ศูนย์พัฒนาทรัพยากรการศึกษา(CARD). หลักการเลือกและใช้สื่อการสอน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.elearning.msu.ac.th/opencourse/0503780/Unit04/unit04_006.htm. (สืบค้นเมื่อ : 12 ธันวาคม 2558). ส านักพัฒนาเทคนิคศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. สื่อการเรียนการ สอน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.stjohn.ac.th/polytechnic/stpoly/rbm/file_ar/54016.pdf. (สืบค้นเมื่อ : 12 ธันวาคม 2558).


หน้า | 35 สื่อการเรียนการสอนต่างๆที่เป็นบุคคล วัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนเทคนิควิธีการ ซึ่งเป็นตัวกลางท าให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ของการเรียนการสอนที่ ก าหนดไว้ได้อย่างง่ายและรวดเร็ว


Click to View FlipBook Version