The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by beenattakarn, 2021-08-14 08:49:21

science show

science show

Keywords: Science show,การทดลองง่าย ๆ,วิทยาศาสตร์

การล้าเลยี งน้าของพืช

อปุ กรณ์ 2. สีผสมอาหาร 3. แกว้
1. ผกั กาดขาว

วิธกี ารทดลอง
1. ใสน่ ้าลงไปในแกว้ แล้วหยดสีผสมอาหารลงไปในนา้
2. แช่ผกั กาดขาวลงในแกว้

ผลการทดลอง
จากการทดลองน้าผักกาดขาวใส่ลงในแก้วท่ีมีสีผสมอาหาร

เพ่ือให้สังเกตได้ชัดว่าพืชสามารถดูดซึมน้าได้ถึงแม้จะมีแค่ใบ
เพราะพืชมีท่อล้าเลียงน้าเล็ก ๆ มากมาย จึงสามารถดูดซึมน้าไป
ใชท้ ดแทนส่วนทร่ี ะเหยไป

สารลดแรงตึงผวิ

อุปกรณ์
1. นม 2. จาน 3. สีผสมอาหาร 4. น้ายาลา้ งจาน

วิธีการทดลอง
1. เทนมใสจ่ านแลว้ หยดสีผสมอาหารลงไปหลาย ๆ สี
2. หยดน้ายาลา้ งจานลงไป

ผลการทดลอง
ในน้านมประกอบไปด้วย น้า โปรตีน แร่ธาตุ และไขมัน

น้ายาล้างจานเป็นสารลดแรงตึงผิว ซึ่งเป็นตัวท้าให้โมเลกุลของ
โปรตีนและไขมนั เกิดการเปลย่ี นแปลงและแตกกระจาย โค้ง บิดเบ้ียว
ม้วน ซ่ึงเป็นคุณสมบัติท่ีท้าให้เราสามารถล้างจานมัน ๆ ได้อย่าง
สะอาดหมดจดนั่นเอง และสีผสมอาหารที่หยดลงไปในนมจะช่วยให้
เราสามารถสงั เกตการเปลย่ี นแปลงทมี่ องไม่เห็นน้ันได้อยา่ งงา่ ยดาย

คณุ สมบัตขิ องวัสดแุ ละแรง

อปุ กรณ์
1. แกว้ 2. ลูกโป่ง 3. ถุงพลาสติก 4. ตะเกยี บ 5. กระดาษ

ค้าถาม เราจะใช้อุปกรณ์ชิ้นไหนในการยกแก้วได้ง่ายที่สุดและห้าม
ใช้มอื จบั ?
วธิ ีการทดลอง

เอาลกู โปง่ ใส่ในแก้วแลว้ เป่าให้เตม็ แก้ว แลว้ ลองยก
ผลการทดลอง

ลูกโปง่ ยกแก้วขึ้นมาได้ เพราะผิวสัมผัสลูกโป่งมีความเรียบและ
หนืด เม่อื เราเป่าลมเขา้ ไปเพ่ือให้ลูกโป่งขยายจนแน่นของแก้วที่เรียบ
อากาศไม่สามารถผ่านได้ และที่เราสามารถยกแก้วข้ึนมาได้นั้นเป็น
เพราะวา่ แรงยกทม่ี าจากแขนของเรามีมากกว่าน้าหนกั ของแกว้

ความหนาแนน่

อปุ กรณ์
1. น้าผ้งึ 2. นา้ 3. สผี สมอาหาร 4. น้ามนั พืช 5. นอ็ ต
6. ฝาขวดน้า 7. สีเทียน 8. ฟองน้า 9. เรือกระดาษจิ๋ว 10. ลูกแก้ว

ค้าถาม ? นา้ ผึง้ น้า น้ามันพืช สารชนดิ ใดอยชู่ นั้ ไหน
? น็อต ฝาขวดน้า สีเทียน ฟองนา้ เรือกระดาษจิ๋ว และลูกแก้ว
วัตถไุ หนจะอยใู่ นชน้ั ของสารอะไร

วิธกี ารทดลอง
1. ผสมสีผสมอาหารในน้าแล้วเทลงในขวดแก้ว จากน้ันเทน้าผ้ึง และ

น้ามนั ลงไป สงั เกตการแยกชัน้ ของสาร
2. หย่อนน็อต ฝาขวดน้า สีเทียน ฟองน้า เรือกระดาษจ๋ิว และ

ลูกแก้วลงไปในขวด สังเกตว่าวัตถตุ า่ ง ๆ ที่ใสล่ งไปอยูใ่ นชน้ั ใดของสาร
ผลการทดลอง

จากผลการทดลอง น้าผึ้ง มีความหนาแน่นมากท่ีสุดจึงลงไปอยู่ชั้น
ล่างสดุ น้ามนั มคี วามหนาแน่นน้อยที่สุดจึงลอยอยู่ชั้นบนสุด ส่วนวัตถุอื่น ๆ ท่ี
หยอ่ นลงไป นอ็ ตมีน้าหนักมากจงึ ตกลงไปอยู่ชั้นล่างสุดคือช้ันของน้าผ้ึง วัตถุที่
ลอยบนนา้ ได้ เพราะน้าสามารถรับน้าหนักของสีเทียน ฝาขวดน้า และลูกแก้ว
ได้ ส่วนฟองน้าและเรือกระดาษจ๋ิวอยบู่ นชน้ั นา้ มัน เพราะช้ันน้ามันสามารถรับ
น้าหนกั วัตถเุ หล่านไ้ี ด้

การเปลยี่ นแปลงทางเคมีของสาร

อปุ กรณ์
1. โซดา 2. ลกู โปง่

ค้าถาม โซดาจะทา้ ให้ลกู โป่งพองออกไดห้ รือไม่ ?
วธิ ีการทดลอง

1. เขยา่ ขวดโซดา จากน้ันเปิดฝาขวด
2. เอาลูกโปง่ ครอบปากขวดโซดาแล้วเขยา่ ขวดโซดาอกี คร้งั
ผลการทดลอง
จะเห็นได้ว่า เม่ือเขย่าขวดโซดา ลูกโป่งจะค่อย ๆ ขยายขึ้น
เป็นเพราะโซดามกี รดคาร์บอนกิ อยู่ เม่ือกรดคาร์บอนกิ ถูกเขย่าหรือ
โดนความร้อน จะท้าให้กรดคาร์บอนิกขยายตัวแล้วเกิดเป็น
กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ จากนั้นลูกโป่งกพ็ องข้ึน

การเปลีย่ นแปลงทางเคมขี องสาร

อุปกรณ์
1. ลกู โปง่ 2. ผงฟู 3. น้าสม้ สายชู
4. กรวย 5. ช้อน 6. ขวดพลาสตกิ

วธิ กี ารทดลอง
1. ตกั ผงฟใู ส่ในลกู โป่ง
2. นา้ น้าสม้ สายชูใสใ่ นขวดพลาสตกิ ประมาณ 1 ใน 4 ของขวด
3. น้าลูกโปง่ มาครอบกับปากขวด จากนั้นยกลูกโป่งข้ึน ผงฟูจะ

หลน่ ลงในขวดท่มี ีน้าสม้ สายชู
ผลการทดลอง

เม่ือเราน้าน้าส้มสายชูและผงฟู (เบกก้ิงโซดา) มาเทรวมกัน
ท้ังสองอย่างนี้ก็จะท้าปฏิกิริยาทางเคมีแล้วเกิดเป็นสารใหม่ที่มีชื่อว่า
“กา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์” ซ่ึงท้าใหล้ กู โป่งพองขึ้น

ก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ก็คอื ลมหายใจทเี่ ราหายใจออกมา

การเปล่ยี นแปลงทางเคมขี องสาร

อุปกรณ์
1. แกว้ /ขวด 2. ดนิ น้ามนั 3. ผงฟู 4. น้าสม้ สายชู 5. สีผสมอาหาร
วิธกี ารทดลอง

1. ทา้ ภเู ขาไฟโดยใชด้ นิ นา้ มนั มาห้มุ แกว้ /ขวดเปน็ รปู ภเู ขาไฟ
1. ใส่นา้ สม้ สายชลู งในปากปลอ่ ง จากนน้ั ใส่สีผสมอาหารลงไป
2. ใสผ่ งฟลู งไปในปากปล่อง
ผลการทดลอง
เมื่อใส่น้าส้มสายชูและผงฟู (เบกกิ้งโซดา) ลงไปจะเกิดฟอง
ข้ึนมาทันที เพราะผงฟูท้าปฏิกิริยากับน้าส้มสายชู เกิดการ
เปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร ท้าให้เกิดสารใหม่ คือ ก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์


Click to View FlipBook Version