The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเรียนรู้ งานเกลียว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kittisak.prec, 2021-09-20 03:10:16

งานเกลียว

การเรียนรู้ งานเกลียว

เกลียว (Threads) หมายถึง เส้นสันและร่องที่พันเป็นเกลียวไปรอบ ๆ ชิ้นงานทรงกระบอก ทั้งที่เป็น
ทรงกระบอกดา้ นนอก (เกลยี วนอก) และทรงกระบอกด้านในหรอื รู (เกลียวใน)
2. ส่วนประกอบของเกลียว

เกลียวแบ่งตามลักษณะหน้าตัดได้หลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีลักษณะการใช้งาน ทั้งแบบที่เหมือนกัน
และแตกตา่ งกันไป แบ่งออกได้ดงั นี้

ส่วนต่าง ๆท่ีสำคญั ของเกลียว
Major Diameter คอื ความยาวเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางโตนอกของชน้ิ งาน ทงั้ ของเกลียวนอกและเกลียวใน
หรอื คอื ขนาดกำหนดนน่ั เอง
Minor Diameter คอื ความยาวเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางวดั ทโี่ คนเกลียว ท้งั ของเกลียวนแกและเกลยี วใน
Pitch Diameter คอื ความยาวเส้นผ่าศนู ยก์ ลางวัดท่ีวงกลมพิตช์
Pitch คือระยะห่างระหวา่ งตำแหนง่ ใดตำแหน่งหนึ่ง ไปยงั ตำแหน่งเดยี วกนั ของเกลียวถดั ไป เชน่ วัดจาก
ยอดเกลยี วถึงยอดเกลียว
Angle of Thread หรือ Included Angle มมุ รวมยอดเกลียว
Helix Angle มมุ เอียงของฟันเกลียว
Crest คอื ยอดฟันเกลียว
Root คอื โคนเกลียว
Axis of Screw แกนของสลักเกลยี ว
Depth of Thread ความลกึ ของเกลยี ว วดั จากยอดเกลียวถึงโคนเกลยี ว
Number of Thread จำนวนเกลียวตอ่ น้วิ
3. ประเภทของเกลยี ว แบง่ ได้ 2 ประเภท คือ เกลียวนอกและเกลยี วใน
- เกลียวนอก (external thread) หรอื บางคร้งั เรียกว่า เกลยี วตวั ผู้ จะมีลักษณะเป็นเกลียวทอี่ ยบู่ นผิวนอกของ
ทรงกระบอก
- เกลียวใน (internal thread) หรอื บางครั้งเรยี กว่า เกลียวตวั เมยี จะมลี ักษณะเปน็ เกลียวท่ีอยู่บนผวิ ภายในของรู

.

4.ทิศทางการหมุนของเกลียว
- เกลียวขวา (right-hand thread) คือเกลียวที่ถ้าถูกหมุนในทิศทางตามเข็มนาฬิกาแล้วจะเป็นการขันเกลียวให้
แน่น เกลียวชนิดนี้จะพบเห็นได้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน เพราะถ้าผู้เรียนลองทบทวนดูจะพบว่าทุกครั้งที่เรา
ต้องการจะขันสกรใู หแ้ น่น เราก็จะบดิ มันในทศิ ทางตามเข็มนาฬิกาเสมอ ลักษณะของเกลยี วขวา
- เกลยี วซ้าย (left-hand thread) คอื เกลยี วทถ่ี ้าถกู หมุนในทศิ ทางทวนเขม็ นาฬกิ าแล้วจะเป็นการขนั เกลยี วให้
แน่น เกลยี วชนิดนี้จะพบเห็นไดไ้ ม่บ่อยนัก แต่อุปกรณ์ทีส่ ามารถพบว่ามเี กลียวซ้ายอยดู่ ว้ ยก็คอื turnbuckle
อุปกรณช์ นดิ น้ีจะมีทั้งเกลียวซ้ายและเกลียวขวาอยใู่ นตวั เอง ดังนัน้ เม่ือจับส่วนตรงกลางหมุนแลว้ การหมุนนั้นจะ
ทำให้เกิดการหมุนตามเข็มกับเกลยี วดา้ นหน่ึง และหมนุ ทวนเขม็ กบั เกลียวอกี ด้านหน่ึงเสมอ ซงึ่ จำทำให้เกลียวทัง้
สองดา้ นนั้นเคลื่อนท่ีเข้าหากันหรอื ออกจากกันได้
5. ชนิดของเกลียว

1 . เกลียวสามเหลี่ยม คือเกลียวท่มี ีพ้นื ทห่ี นา้ ตัดเปน็ รูปสามเหลย่ี ม มที ัง้ เกลยี วท่เี ป็นระบบเมตริก และ
เกลียวระบบองั กฤษ

สว่ นต่าง ๆท่ีสำคัญของเกลียวสามเหลี่ยม
1. ยาวเส้นผา่ ศนู ยก์ ลางโตนอก (d, D)
2. ของเกลียว (P)
3. ความยาวเส้นผ่าศูนย์กลางโคนเกลยี ว (d , D )

11

4. ความยาวเส้นผ่าศูนยก์ ลางที่วงกลมพิตช์ (d2 , D2)
5. ความลึกเกลียว (t )

1

6. รัศมโี คง้ ท่ที อ้ งเกลียว ( R )

7. ขนาดรเู จาะเพื่อทำเกลียว (TDS)
1.1 เกลียวเมตรกิ ธรรมดา คือเกลียวทีม่ ีมุมรวมยอดเกลยี ว 60 องศา แตกต่างจากเกลียวเมตรกิ ISO ตรงสตู ร
การคำนวณ บางคา่ แตกตา่ งกัน เช่น สูตรหาคา่ ความลกึ

1.2 เกลียวเมตริก ISO คือเกลียวที่มีมุมรวมยอดเกลียว 60 องศา เป็นเกลียวสามเหลี่ยมที่เป็นมาตรฐานสากลของ
ระบบเมตริก สูตรในการคานวณแตกต่างจากเกลียวเมตริกธรรมดา และการบอกสัญลักษณ์ของเกลียวที่มี
ระยะพิตชม์ าตรฐานอาจจะไม่บอกระยะพิตช์มาให้ แต่ถา้ เป็นเกลียวละเอียด หรือเกลียวพิเศษจะบอกระยะพิตช์
มาให้

1.3 เกลียววิตเวอร์ต คือ เกลียวระบบอังกฤษที่คิดค้นขึ้นโดย Mr. Joseph Whitworth เป็นชาวอังกฤษ เป็น
เกลียวทีม่ มี มุ มนโคง้ ท้ังยอดเกลียวและโคนเกลียว มมี ุมรวมยอดเกลียว 55 องศา บอกเกลยี วเป็นจำนวนเกลียวต่อ
นิ้ว การใช้สัญลักษณ์ จะบอกด้วยความยาวเส้นผ่าศูนยก์ ลางโตนอกของเกลียวเป็นนิ้ว และตามด้วยจำนวนเกลียว
ตอ่ นิ้ว และอกั ษรตัวยอ่ ดงั ต่อไปน้ี

• BSW = (British Standard Whitworth) หมายถึงเกลยี ววติ เวอร์ตชนดิ หยาบ
• BSF = ( British Standard Fine ) หมายถึงเกลียววติ เวอรต์ ชนิดละเอียด

1.4 เกลียวอเมริกัน (American National Thread) คือเกลียวสามเหลี่ยมที่ใช้หน่วยเป็นนิ้วเหมือนเกลียว
วิตเวอร์ต แ ต่มีรูปร่างแตกต่างกันตรงมีมุมรวมยอดเกลียว 60 องศา บอกเป็นจำนวนเกลียวต่อนิ้ว สัญลักษณ์ใน
การบอก จะขน้ึ ดว้ ยขนาดเสน้ ผ่าศนู ย์กลางโตนอกมหี น่วยเปน็ นิว้ ตามด้วยจำนวนเกลียวต่อนิ้ว และตามด้วยอักษร
ตัวย่อดังต่อไปนี้

• NC (National Coarse Thread Series) หมายถงึ เกลยี วอเมรกิ นั ชนดิ เกลยี วหยาบ
• NF (National Fine Thread ) หมายถึงเกลยี วอเมรกิ ันชนิดละเอียด
• NEF ( National Extra – Fine Thread Series ) หมายถงึ เกลยี วอเมริกนั ชนดิ พเิ ศษทผ่ี ลติ มาใช้งานเฉพาะอย่าง
มีจำนวนเกลียวตอ่ นิว้ ที่แตกต่างจากสองชนดิ แรกเมื่อเทยี บกับขนาดของเกลยี วท่ีโตเท่ากัน

1.5 เกลียวยูนิไฟด์ (Unified Thread ) คือเกลียวสามเหลี่ยมที่ใช้หน่วยเป็นนิ้ว เป็นเกลียวที่ดัดแปลงมาจาก
เกลียวอเมริกัน แต่มาทำให้เป็นมาตราฐานสากลของระบบเกลียวสามเหลี่ยมระบบอังกฤษ จึงเรียกว่าเกลียว ISO
Inch มีมุมรวมยอดเกลียว 60 องศา บอกเป็นจำนวนเกลียวต่อนิ้ว แต่แตกต่างจากเกลียวอเมริกันตรงสูตรการ
คำนวณ เช่น ความลึกเกลียว สัญญาลักษณ์ในการบอกจะขึ้นต้นด้วยความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางโตนอกมีหน่วย
เปน็ นว้ิ และตามดว้ ยจำนวนเกลียวต่อนว้ิ และตามด้วยอักษรตวั ย่อดังนี้

• UNC ( Unified National Coarse Thread Series ) หมายถึงเกลียวยูนิไฟด์ชนดิ หยาบ
• UNF ( Unified National Fine Thread Series ) หมายถึงเกลยี วยนู ไิ ฟดช์ นิดละเอียด

• UNEF ( Unified National Extra - Fine Thread Series ) หมายถงึ เกลียวยูนิไฟด์ชนิดเกลยี วพิเศษที่
ผลติ มาใช้งานเฉพาะอย่าง มจี ำนวนเกลยี วตอ่ นวิ้ แตกตา่ งจากสองชนดิ แรกเม่ือมีขนาดเกลียวโตนอก
เท่ากนั

1.6 เกลียวสามเหล่ียมยอดแหลม ( Sharp V – Thread ) คือเกลียวสามเหลย่ี มท่นี ำมาใช้ในช่วงเริ่มแรก แต่ใน
ปัจจุบันไม่นิยมใช้ เพราะเป็นเกลียวยอดแหลมไม่มีการตัดยอดตัดโคนเกลียวหรือทำการโค้งมนเกลียวแต่อย่างใด
เมื่อใช้งานไปยอดฟันจะหักแตกง่ายทำให้เศษที่หักไปติดในเกลียวทำให้การขันติดขัดเป็นเกลียวพื้นฐานที่เกลียว
สามเหล่ียมชนดิ ตา่ งๆนำไปดัดแปลงใช้เปน็ เกลียวชนดิ ตา่ งๆ ไมว่ ่าจะเปน็ เกลยี วในระบบเมตริกและระบบองั กฤษ

2. เกลียวส่เี หลยี่ มคางหมู
2.1 เกลยี วส่เี หล่ียมคางหมเู มตรกิ ( Tr ) คือมุมทมี่ ีมมุ รวมยอดเกลียว 30 องศา เปน็ เกลยี วทีเ่ หมาะ
สำหรบั ใช้ในการสง่ กำลงั ขับเคลอ่ื น เพราะมีความแขง็ แรงกว่าเกลยี วสามเหลีย่ ม เช่น เกลียวปากกา
จับงาน และเกลียวเพลานำของเครื่องกลึง

3. เกลียวส่ีเหล่ียมคางหมู

2.2 เกลยี วส่เี หลยี่ มคางหมูเมตรกิ ( Tr ) คือมุมท่ีมีมุมรวมยอดเกลียว 30 องศา เปน็ เกลียวทเ่ี หมาะ
สำหรับใชใ้ นการส่งกำลังขบั เคลือ่ น เพราะมคี วามแข็งแรงกว่าเกลยี วสามเหลีย่ ม เชน่ เกลยี วปากกา
จบั งาน และเกลยี วเพลานำของเคร่ืองกลึง

4. เกลียวสเี่ หลี่ยมคางหมู
2.3 เกลยี วสี่เหลี่ยมคางหมเู มตรกิ ( Tr ) คือมุมทีม่ ีมมุ รวมยอดเกลียว 30 องศา เปน็ เกลียวทเี่ หมาะสำหรบั ใช้ใน
การส่งกำลังขับเคล่ือน เพราะมีความแข็งแรงกวา่ เกลียวสามเหลย่ี ม เช่น เกลยี วปากกาจับงาน และเกลียวเพลานำ
ของเครื่องกลึง

2.4 เกลียวสีเ่ หลี่ยมคางหมูอเมรกิ นั (Acme ) คือเกลยี วสเี่ หลีย่ มคางหมูเหมอื นเกลียวส่เี หลีย่ มคางหมู
เมตริก มีมุมรวมยอดเกลียว 29 องศา ลักษณะการใช้งานเหมอื นกบั เกลยี วสี่เหลยี่ มคางหมูเมตรกิ มี
การกำหนดขนาดเป็นน้วิ และบอกจำนวนเกลียวต่อนวิ้ แทนระยะพิตช์ ดงั นัน้ ในการคำนวณถา้
ต้องการหน่วยเป็นมลิ ลิเมตร จะต้องคณู ดว้ ย 25.4 มม. จึงจะมหี น่วยเป็นมิลลเิ มตร

2.5 เกลยี วหนอน ( Brown and Shape Worm Thread ) คือเกลยี วหนอน ท่ใี ชเ้ ฟอื งหนอนมีมมุ
ยอดเกลียว 29 องศา ต่างจากเกลียว Acme ตรงสูตรในการคำนวณ

5. เกลยี วสเ่ี หลี่ยม ( Square Thread ) คือเกลียวทมี่ ีมุมเปน็ 90 องศา และมคี วามแข็งแรงเหมาะสำหรับงานที่
ตอ้ งการส่งกำลงั มากๆ เช่นเกลียวของปากกาจับงาน

2.6. เกลยี วสเี่ หล่ียม ( Square Thread ) คือเกลียวท่ีมีมมุ เป็น 90 องศา และมีความแขง็ แรงเหมาะ
สำหรับงานทต่ี ้องการส่งกำลังมากๆ เช่นเกลยี วของปากกาจับงาน

2.7 เกลียวหนอน ( Brown and Shape Worm Thread ) คือเกลยี วหนอน ท่ีใช้เฟืองหนอนมมี ุมยอดเกลยี ว

29 องศา ตา่ งจากเกลียว A cme ตรงสูตรในการคำนวณ

7. เกลียวส่ีเหล่ียม ( Square Thread ) คือเกลยี วท่มี มี ุมเป็น 90 องศา และมีความแข็งแรงเหมาะสำหรบั งานท่ี

ตอ้ งการส่งกำลงั มากๆ เช่นเกลียวของปากกาจบั งาน

8. เกลยี วฟันเล่ือย ( Buttress Thread ) เหมาะสำหรับงานสง่ กำลงั ทตี่ ้องการความปลอดภัย เคล่อื นท่ีได้
สะดวกในทิศทางเดยี ว อกี ทางจะเคลื่อนทล่ี งยาก เปน็ การปอ้ งกันการรูดของเกลยี วเหมาะสำหรบั ใชท้ ำอุปกรณแ์ ม่
แรงยกรถหรือของหนัก เพราะปลอดภัยกว่าเกลยี วชนดิ อนื่ ๆ มีมมุ รวมยอดเกลยี ว 30 + 3 องศา รวม 33 องศา

9. เกลียวกลม ( Knuckle Thread ) คือเกลยี วที่มมี ุมรวม 30 องศา ยอดเกลยี วและโคนเกลยี วโคง้ มน เป็น
เกลียวในระบบองั กฤษ มีการบอกเปน็ จำนวนเกลยี วต่อนว้ิ ปัจจุบันไดม้ กี ารกำหนดขนาดเปน็ มิลลเิ มตร แต่
ระยะพติ ช์เป็นน้ิว เหมาะสำหรบั งานทีต่ อ้ งการการเคล่ือนที่ได้สะดวก เช่น เกลยี วท่ขี วดน้ำอัดลม เกลยี วหลอดไฟ
ฟ้า เปน็ ต้น

6. การทำเกลยี วใน
การทำเกลียวในโดยพื้นฐานท่ัวไปแล้วจะนิยมใช้เครื่องมอื สำหรบั การทำเกลยี วใน เรียกว่า ต๊าป (Tap) ซึ่ง

มีรปู ร่างลักษณะคลา้ ยสลกั เกลียวหมุนตดั ลงในรูที่เตรียมไวใ้ นเนอื้ วัสดุออก และเม่อื หมุนต๊าปออกจากเน้ือวสั ดุจะได้
เกลยี วในซงึ่ มีรปู ร่างคลา้ ยนัต
6.1เครื่องมือทำเกลยี วหนึง่ ชดุ มสี ามตวั ประกอบด้วย

1. 1 ตวั เรยี ว ( Taper Tap ) แท๊ปตวั นจ้ี ะทำฟันเกลียวให้เรียวตอนปลายประมาณ 6 – 7 ฟัน แล้วจึง
ถึงฟันเตม็ เพ่อื จะใชก้ ับงานท่ีต้องการทำเกลยี วในระยะเร่ิมแรกทั้งน้ีเพ่ือต้องการทำให้ตวั เกลียวในทำงาน

ตัดเบาๆ เป็นเกลียวนำในระยะเริ่มแรกและทำงานได้เที่ยงตรง ถ้างานที่มีขนาดบาง การทำเกลียวก็จะ
สิ้นสุดที่ตัวท่หี นง่ึ นี้
1.2 ตัวตาม ( plug Tap ) แท๊ปตัวนี้จะทำฟันเรียวที่ตอนปลายประมาณ 3 – 4 ฟัน ใช้ในการทำ
เกลียวงานทีม่ ีขนาดหนาๆ ซึง่ เป็นตวั ท่ใี ชท้ ำเกลยี วในระยะข้ันสองหลงั จากเกลียวทีท่ ำนนั้ ได้ผา่ นการใช้ตัว
เรยี วมาแลว้ ทง้ั น้ีก็เพอื่ ต้องการทำเกลยี วในระยะน้ีให้ดีขนึ้ และเพ่อื ป้องกนั การหักชำรุดของเครื่องมือทำ
เกลียวใน ในบางครงั้ อาจใช้ตัวทสี่ องน้ที ำเกลียวในระยะเรม่ิ แรกได้ แตต่ ้องใช้ความระมัดระวงั ใหม้ าก
1.3 ตวั สุดทา้ ย ( Bottoming Tap ) แท๊ปตัวน้ีท่ปี ลายของฟันเกลียวจะไมม่ ีเรียวเปน็ ตัวท่ใี ช้งานทำเกลยี วในข้นั
สดุ ทา้ ย หลังจากที่ไดท้ ำเกลียวโดยใชต้ ัวสดุ ทา้ ยนไ้ี ปแลว้ จะไดส้ ันเกลียวถูกต้องสมบูรณ์ถึงก้นรู

ด้ามจบั แต๊ป ( Tap Wrench )
เคร่ืองมอื ที่ใชจ้ บั แท๊ป เพ่อื หมุนทำเกลียวในนัน้ เราเรยี กวา่ ด้ามจับแทป๊ มีอยู่ 2 แบบดว้ ยกันคือ
1. ดา้ มจับแบบตัวที ( T – Handle tap wrench ) ดา้ มจับน้ีใช้กบั ตัวทำเกลยี วในท่ีมีขนาดเลก็ ๆ และใช้ทำเกลยี ว
ในท่แี คบจำกดั
2. ด้ามจับแบบปรบั แตง่ ได้ ( Adjustable tap wrench ) ใชส้ ำหรับจับทำเกลียวในท่ีมขี นาดเล็กหรือใหญ่ไดห้ ลาย
ขนาด และใชท้ ำเกลยี วงานท่ัวๆไป ซ่งึ ดา้ มจับแบบน้นี ยิ มใช้กันมากดังรูป (ยกมาเฉพาะ ด้ามจบั แบบปรับแต่งได้)

การหาขนาดของรูท่ีเจาะเพ่อื ทำเกลียวใน สามารถหาไดจ้ ากการคำนวณได้ดงั นี้
เกลียวเมตริก( metric )หาไดจ้ ากสูตร

ขนาดของรูทีเ่ จาะเพอ่ื ทำเกลยี ว =  นอกของเกลียว – P ระยะพติ ช์ มม.
และเมอื่

M = ระบบเมตริก หน่วย มิลลเิ มตร ( มม. )
 = เส้นผ่านศนู ยก์ ลาง
P = ระยะพิตช์ ( pitch )
ตัวอยา่ งที่ 1 ต้องการทำเกลียวขนาด M12 X 1.75 จะตอ้ งใชใ้ ชด้ อกสวา่ นเจาะรขู นาดเทา่ ไร

วิธีทำ ขนาดของรทู เ่ี จาะเพื่อทำเกลยี ว =  นอกของเกลยี ว – ระยะพติ ช์ ( pitch ) ตอบ
= 12 – 1.75
= 10.25 มม.

นนั่ คือตอ้ งให้ดอกสว่านขนาด 10.25 มม. เพื่อทำเกลียวขนาด M12 x 1.75

ลำดับขั้นตอนปฏิบัติการทำเกลียวในโดยการใช้แท๊ป สำหรับวิธีการตัดเกลียวด้วยแท๊ปมีลำดับขั้นการทำงาน
ดังต่อไปน้ี
1. จับชิน้ งานด้วยปากกา ( clamp ) ใหม้ ัน่ คง และพยายามจับชิน้ งานให้อยูใ่ นตำแหน่งท่ที ำงานได้สะดวก
2 .สวมแท๊ปชนดิ ตัวเรียว ( taper tap ) ลงในรใู หไ้ ดแ้ นวดง่ิ ควรใชฉ้ ากขนาดเล็กชว่ ยตรวจสอบ เพื่อใหแ้ ทป๊ ตงั้ ตรง

การต้งั ลาตวั แทป๊ ใหต้ ้งั ฉากกบั ชิ้นงาน
3. ใช้มอื จบั ดา้ มแทป๊ ใหใ้ กลแ้ ทป๊ มากท่สี ุด และเรม่ิ ต้นหมนุ แทป๊ หมุนไปตามเข็มนาฬกิ า ใช้กำลงั กดพอเหมาะอยา่ ให้เอียง

การเร่มิ ตน้ ตดั ชิน้ งานดว้ ย Tap
4. ให้เปลี่ยนตำแหน่งของมือที่ใช้จับด้ามแท๊ปใหม่และให้หมุนไปข้างหน้าประมาณ 1/4 รอบ แล้วหมุนกลับจนเศษโลหะ
หลุดลงไป แลว้ หยอดนำ้ มันระบายความรอ้ น
5. หมุนข้างหน้าประมาณ 1/4 รอบ หมุนกลับ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนสุดระยะของแท๊ปหรือสุดระยะของงานที่ต้องการ
ทำเกลียว

การจบั ดา้ มและจบั Tap หลงั จากที่ได้เริ่มต้น
6. เปล่ยี นตวั ทำเกลียวตัวที่สองและตัวทีส่ าม ตามลำดบั
7. ทำเกลยี วตวั สดุ ท้ายเสร็จ เมือ่ เลิกใช้ต้องเช็ดให้สะอาดและเก็บเข้าทใ่ี ห้เรยี บร้อย

ข้อควรระวงั ในการทำเกลยี วในดว้ ยมอื สามารถพิจารณาไดด้ ังน้ี

• เศษโลหะที่เกิดจากการตัดเกลียวจะมีความคม จะต้องใช้แปรงปัดออก ไม่ควรใช้มือเพราะจะทำให้เกิด
อนั ตรายได้

• ทำความสะอาดมอื ช้ินงาน พรอ้ มทง้ั เครอื่ งมอื เสมอ หลงั จากท่ีทำงานเสร็จทุกครง้ั
• เวลาหมุนดอก TAP ควรหมนุ ¼ รอบแล้วถอยหลัง เพื่อป้องกันดอก TAP หกั

ขนาดรูเกลยี วเมตริก

เกลยี ว M3 M3.5 M4 M5 M6 M8 M10 M12 M14 M16 M18 M20 M22 M24

รูเจาะใน 2.5 2.9 3.3 4.2 5 6.5 8.5 10 12 13.75 15.25 17.25 19.25 20.75
เหลก็ กลา้

เหลก็ หลอ่ 2.4 2.8 3.2 4.1 4.8 6.5 8.2 9.9 11.5 13.5 15 17 19 20.5

การใช้ตารางมาตรฐานทวั่ ไปสำหรบั การเจาะรูเพอื่ ทำเกลียวใน

ความโตเกลียว ระยะพิทช์ ขนาดรูเจาะ

M1 0.25 0.75
M1.1 0.85
M1.2 0.3 0.95
M1.4 0.35 1.1
M1.6 0.35 1.3
M1.8 1.5

M2 0.4 1.6
M2.2 0.45 1.8
M2.5 0.45 2.1
M3 0.5 2.5
M3.5 0.6 2.9
M4 0.7 3.3
M5 0.8 4.2
M6 1 5
M8 1.25 6.8
M10 1.5 8.5
M12 1.75 10.2
M14 2 12
M16 2 14
M18 2.5 15.5
M20 2.5 17.5
M22 2.5 19.5
M24 3 21
M27 3 24
M30 3.5 26.5
M36 4 32

7. การทำเกลยี วนอก
ดายส์เป็นเคร่อื งมอื ที่ใช้ทำเกลียวนอกมลี กั ษณะกลมหรือเป็นรูปแท่งสี่เหลี่ยม ซง่ึ มีรูอยูต่ รงกลางมีเกลยี ว

และมรี ่องเปน็ คมตัดสามารถตัดหรอื ทำเกลียวบนชน้ิ งานกลมได้
ดายสส์ ำหรับตัดเกลียวดว้ ยมือมี 2 ลกั ษณะคือ

1. ลักษณะกลม(Adjustable Round Dies)และมีการปรับขยายรทู ี่จะทำเกลียวให้ใหญ่หรือเลก็ ไดต้ าม
ตอ้ งการ ทงั้ นี้เพื่อความสะดวกในการควบคมุ เสน้ ผ่าศูนย์กลางของช้นิ งาน และความแน่น(fit) ของเกลียว

ลกั ษณะเหลีย่ มแบง่ เป็นชนิดส่ีเหลี่ยม(Solid Square Dies) และหกเหลย่ี ม(Solid hexagon Dies) หรือแบบผ่าซีก
(two piece die) อาจจะเป็นชิ้นเดียวหรือแยกเปน็ 2 ชิ้น เวลาจะนำมาใชง้ านจะต้องนำมาประกอบกนั โดยนำไปใส่
ไวใ้ นด้ามดายส์และยดึ ใหแ้ นน่ ดว้ ยสกรู ดายส์แบบนี้ไม่คอ่ ยมีทน่ี ยิ มใช้

พิจารณาลกั ษณะของดายส์แบบตา่ งๆ

ลกั ษณะของดายสแ์ บบตา่ งๆ
ดายส์ชนิดที่มีเกลียวซ้าย โดยจะมีอักษร LH ตีไว้บนตัวดายส์ดายส์ชนิดที่มีเกลียวขวาจะเอาไว้ตัดเกลียว

ขวา และจะไมม่ ีอกั ษรอะไรแสดงใหเ้ ห็น การบอกขนาดของดายส์ในระบบอเมริกัน จะแสดงให้เหน็ ถงึ จำนวนเกลียว
ต่อนิ้วที่อยู่บนลำตัวของดายส์ เช่น 1\4 – 20 NC หมายถึงดายส์ชนิดนั้นจะมีเกลียวตัด 20 เกลียวต่อนิ้วบน
ชิ้นงานที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง1\4 นิ้ว และตัดเกลียวหยาบในระบบอเมริกันเป็นเกลียวขวา ซึ่งการกำหนด
ขนาดจำนวนเกลยี วต่อนิ้วจะกำหนดตามมาตรฐานของเกลียวชนดิ นั้นๆ สำหรับเกลยี วระบบเมตริกจะบอกโดยการ
ใช้อักษร M ต่อด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดของเกลียว (มิลลิเมตร) คูณด้วยระยะพิต เช่น M 2.5 x 0.45
อักษร M หมายถึงเกลียวในระบบเมตริกมีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุดของเกลียว 2.5 มิลลิเมตร และระยะพิต
เทา่ กับ 0.45 มิลลเิ มตร

รูปร่างของดายส์ เกลยี ว
1. คมตดั
2. ร่องคายเศษโลหะ
3. ร่องแยก

ด้ามจับดายส์(Die Stock) จะมีลักษณะในรูปที่ 3 เอาไว้สำหรับจับดายส์และจับตัวดายส์ เมื่อหมุนด้ามจับดายส์
ดายส์ก็จะตัดชน้ิ งานให้เป็นเกลยี ว บางครั้งเราอาจจะเรยี กส้นั ๆวา่ ด้ามจับ (Stock)

รปู รา่ งของดา้ มจับดายส์ ประกอบด้วย
1. ดา้ มหมุน
2. รูสำหรับสวมดายส์

3. เกลียวยดึ หรือสกรยู ึด

-กอ่ นท่จี ะทำการดายส์เกลยี ว ควรตรวจสอบขนาดของเกลียวและระยะพทิ ซข์ องเกลยี วที่ต้องการทำเกลยี วในเพ่ือ
เลอื กขนาดของดายส์ได้ถูกต้องด้วยหววี ดั เกลียว(Screw Pitch Gauge)
การใช้หวีวดั เกลยี วนอก

ลักษณะการจับโบล์ทและหวีวัดเกลียววัดเกลียวนอก
วิธีการประกอบดายส์กับด้ามจบั

- เลอื กดา้ มจบั ดอกดายสท์ ีส่ วมกับดายส์ได้พอดี ดงั รปู ท่6ี
- ถา้ เลอื กดอกดาย แบบมีร่องผ่า ควรใช้ดา้ มจบั ดายท่มี ีสกรู 3 ตัวโดยขันสกรูตรงกลางให้ตรงร่อง

ผา่ ตวั แรก และขันสกรูตวั ริมท้ังสองข้างภายหลงั
- การใส่ดอกดายสแ์ บบไม่มรี ่องผา่ ควรขันสกรตู ัวกลางเปน็ อันดบั แรกเชน่ เดียวกนั
- ลักษณะด้ามจบั ดายส์ สกรูทใี ชย้ ดึ ดอกดายส์ โดยทวั่ ๆไปเป็นหวั ผา่
- ในการปรบั สหรูใหใ้ ช้ไขควงขันสกรูหวั ผ่า อย่าใชค้ มี หรอื ปากาจับบดซ่งึ จะทำให้หวั สกรูชำรดุ ได้

ดังรปู ที่ 7

ดายส์และด้ามดายส์ การยึดดายส์และด้ามจับดายส์

การปฏบิ ัติการตัดเกลยี วนอก
- ช้ินงานทต่ี ้องการดายส์เกลียวขอบทีเ่ ร่ิมตน้ ดายสเ์ กลยี วควรใช้ตะใบหรอื เครือ่ งกลงึ หลบมุมโดยรอบ

ประมาณ 20 ◦และยาว 2 มลิ ลิเมตร ทัง้ นเ้ี พ่ือใหก้ ารตดั เกลียวฟนั แรกสะดวกและเรียบร้อยย่ิงข้นึ

การตะใบชิ้นงานตอนปลายใหม้ นก่อนจะนำไปตัดเกลียว

- การจบั ดอกดายส์เกลียวในด้ามจับ(Stock) ควรให้ร่องบา่ รับดายส์ อยู่ดา้ นบนขณะดายส์ รูปท่ี 9

- ขณะดายส์เกลียวนอกตอ้ งวางดา้ มจับดายสใ์ หต้ ง้ั ฉากกบั ชน้ิ งาน ละชน้ิ งานจะต้องจับดว้ ยปากกาจับงานให้
แน่น ไมเ่ อียงข้างใดข้างหน่งึ

- การดายสเ์ กลียวนอกช้ินงานควรจับดว้ ยปากกาถา้ ต้องการยึดให้แน่นหนาควรใช้แผน่ รองเป็นแท่ง-วี ดา้ ม
จบั ดายส์ และชนิ้ งานขณะตัดเกลยี วนอกต้องทำมมุ 90 ท้ังสองแนว และปลายของงานต้องลบมุม ดังรูป

- การตัดเกลียวนอกที่มีบ่าด้วยดอกดายส์ ตดั เกลยี วใหบ้ า่ ของด้ามจับอยู่ด้านบน และหมนุ ตดั เกลียว
จนกระทัง่ ผิวด้านหน้าดายส์สมั ผัสกบั บา่ งานเกลียวสุดท้ายท่ถี ูกคมตัดจะไมถ่ งึ บ่าชนิ้ งาน ดงั รปู

- ขณะหมุนดา้ มจับดอกดายส์ จะต้องออกแรงกดที่ด้ามทั้งสองขา้ งเทา่ ๆกัน และให้ตัง้ ฉากด้วย คร้ังแรกใหใ้ ช้
สองมือจับใกลๆ้ กบั ตำแหนงของดายส์ ดังรูป

- หมนุ ดา้ มจับดายส์อยา่ งช้าๆเมื่อไดเ้ ห็นวา่ ตดั เกลยี วไป1/4 รอบให้หมนุ กลับเพื่อคายเศษโลหะออกอย่าทำ
การหมุนติดต่อกันไปจนกระท่ังเสรจ็ การทำเกลยี ว ดังรปู

-

- ใชว้ สั ดุหล่อเย็นช่วยในการหล่อเยน็ โดยหยอดเพียงเลก็ นอ้ ยท่ีตอนปลายสุดของชน้ิ งาน และระหวา่ งท่ียังทำ
การตัดเกลยี วใหห้ ยอดอยเู่ รอื่ ยๆ

- หลังจากตัดเกลียวไปได้ 2 – 3ฟัน ให้หยุดตรวจดูว่าเครื่องมือทำเกลียวตั้งได้ฉากกับชิ้นงานหรือไม่ ถ้า
ไมไ่ ด้ฉากตอ้ งเรียบแก้ไขเสยี ใหม่

- ในการตัดเกลียวนอกในระยะเริ่มแรกจะต้องขยายรทู ่ีฟันดายส์ให้มีขนาดโตที่สุดก่อน เมอ่ื ได้ทำเกลียวผ่าน
ไปครงั้ หน่งึ แลว้ จงึ คอ่ ยๆลดขนาดของรูท่ฟี ันดายสล์ ง โดยลดใหม้ ีขนาดเล็กตามท่ีตอ้ งการ

ข้อควรระวังในการทำเกลียวนอกดว้ ยมือ สามารถพิจารณาไดด้ ังน้ี
• เศษผงที่เกิดจากการตัดเกลียวจะมีความคม จะต้องใช้แปรงปัดออก ไม่ควรใช้มือเพราะจะทำให้เกิด
อนั ตรายได้
• ควรใช้ดอกตดั เกลียวทใี่ หมแ่ ละมคี วามคมอยเู่ สมอ
• ทำความสะอาดมือ ชิ้นงาน พรอ้ มทงั้ เครอื่ งมือเสมอ หลงั จากท่ีทำงานเสรจ็ ทกุ ครงั้

กอ่ นทำการตัดเกลยี วจะต้องตรวจสอบว่าตวั ตัดเกลียว(Dies) และตัวจับยดึ (Dies Stock) ยึดแน่นตดิ กนั เพราะถ้า
หลดุ ออกจากกันขณะทำการตัดเกลียวอาจจะทำให้เกดิ อันตรายได้


Click to View FlipBook Version