พระราชกรณียกิจของ
พระมหากษัตริย์ไทย
ก
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา
ประวัติศาสตร์ ส31104 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดราชบุรี มีเนื้อหา
เกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยสมัยก่อนรัตนโกสินทร์
และ พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์
ผู้จัดทำหวังว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เล่มนี้ จะเป็น
ประโยชน์กับผู้อ่าน หากมีข้อแนะนำและข้อผิดพลาดประการใดผู้จัดทำขอ
น้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
สวิชญา สักลอ
25 มกราคม 2565
สารบัญ ข
เรื่อง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
อาณาจักรสุโขทัย 1
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช 2
3
-พระราชประวัติ 4
-พระราชกรณียกิจ 8
อาณาจักรรัตนโกสินทร์ 9
-พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 10
-พระราชกรณียกิจ 16
บรรณานุกรม
1
อาณาจักร
สุโขทัย อาณาจักรสุโขทัย
(ราว พ.ศ.1792-2006 อายุ
ราว215 ปี) เป็นรัฐในอดีตรัฐ
หนึ่งตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำ
ยม สถาปนาขึ้นราวพุทธ
ศตวรรษที่ 18 ในฐานะสถานี
การค้าของรัฐละโว้ หลังจาก
นั้นราวปี 1782 พ่อขุนบาง
กลางหาวและพ่อขุนผาเมือง
ได้ร่วมกันกระทำการยึด
อำนาจจากขอมสบาดโขลญลำ
พงเป็นผลสำเร็จ และได้
สถาปนาเอกราชให้รัฐสุโขทัย
เป็นอาณาจักรสุโขทัยและมี
ความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ
และเพิ่มถึงขีดสุดในสมัย
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ก่อนจะค่อยๆตกต่ำและ
ประสบปั ญหาทั้งจากภายนอก
และภายใน จนต่อมาถูกรวม
เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร
อยุธยาไปในที่สุด
2
กษัตริย์สมัยก่อนรัตนโกสินทร์
พ่อขุนราม
คำแหงมหาราช
3
พระราชประวัติ
พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นพระราชโอรส ของพ่อขุน
ศรีอินทราทิตย์ปฐมกษัตริย์ แห่งกรุงสุโขทัย พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
มีพระมเหสีคือ พระนางเสือง มีพระราชโอรสสามพระองค์ พระราช
ธิดาสองพระองค์ พระราชโอรส องค์ใหญ่สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังเยาว์
องค์กลางมี พระนามว่า บานเมือง และพระราชโอรสองค์ที่สาม คือ
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อพระชันษาได้ ๑๙ ปี ได้ชนช้างชนะขุน
สามชนเจ้าเมืองฉอด พ่อขุนศรี อินทราทิตย์ จึงพระราชทาน
นามว่า " พระรามคำแหง " เมื่อสิ้นรัชสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
และพ่อขุนบานเมืองแล้ว พระองค์ได้ครองกรุงสุโขทัย ต่อมาเป็น
พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๓ แห่งราชวงศ์พระร่วงสันนิษฐานว่า
พระองค์ สิ้นพระชนม์ในราวปี พ . ศ . ๑๘๖๐ รวมเวลาที่ทรงครอง
ราชย์ประมาณ ๔๐ ปี
4
พระราชกรณียกิจ
ด้านการเมือง
การปกครอง
(สงครามขุนสามชน)
ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการรบ เพื่อขยายอาณาเขตของ
อาณาจักร โดย พระองค์ทรงเสด็จไปนำกองทัพของพระราชบิดา
(พ่อขุนศรีอินทราทิตย์) และ ทรงนำช้างเข้าชนขุนสามชน เจ้าเมือง
ฉอด จนกองทัพขุนสามชนพ่ายไป อาณาจักรสุโขทัยได้รับชัยชนะ
ทำให้อาณาจักรสุโขทัยมีอาณาเขตที่กว้างไกล ตลอดจนเมืองต่างๆที่
อยู่ใกล้เคียง มาขอสวามิภักดิ์ต่ออาณาจักรสุโขทัยอีก หลายเมือง
ทรงใช้รูปแบบการปกครอง แบบปิตุราชาหรือแบบ พ่อปกครองลูก
โดยพระองค์ทรงสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างกษัตริย์กับประชาชน
เป็นไปอย่าง ใกล้ชิดดุจดั่งพ่อปกครองลูก ประชาชนคนใดมีทุกข์ร้อน
หรือมีเรื่องเดือดเนื้อ ร้อนใจก็สามารถไปสั่นกระดิ่ง ที่พ่อขุน
รามคำแหงมหาราช โปรดฯให้มีการแขวน ไว้ที่หน้าประตูวังแล้ว
พระองค์ จะเสด็จออกมารับฟังเรื่องราว ตัดสินปัญหา และคดีความ
ด้วยความเป็นธรรม ทรงปกครองดูแลบ้านเมืองบริวารอย่างทั่วถึง
อาณาจักรสุโขทัย มีรูปแบบการปกครอง แบบกระจายอำนาจ โดย
พ่อขุน รามคำแหงมหาราชทรงแต่งตั้งให้ ชนชั้นเจ้านายและขุนนาง
ไปปกครองยัง เมืองลูกหลวง และเมืองพระยามหานคร ทั้งนี้อยู่ภาย
ใต้นโยบายและอำนาจ การตัดสินใจ ของ ส่วนกลางหรือพระมหา
กษัตริย์
5
พระราชกรณียกิจ
(สรีดภงส์)
ด้านเศรษฐกิจ
ส่งเสริมการค้าขายแก่ประชาชน
พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงใช้นโยบายที่เอื้อประโยชน์
ทางด้านเศรษฐกิจ แก่ประชาชน โดยให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ
สามารถทำการค้าขายได้อย่าง อิสระเสรี ไม่มีสินค้า ต้องห้ามและไม่
เก็บภาษีผ่านด่าน(จังกอบ) จากพ่อค้า แม่ค้า ภายในอาณาจักร
สุโขทัย
จัดระบบชลประทาน
อาณาจักรสุโขทัยมีสภาพทางธรรมชาติไม่เอื้ออำนวยต่อ
การเพาะปลูก พ่อขุนรามคำแหงทรงโปรดฯให้สร้างเขื่อนดินขนาด
ใหญ่ สำหรับเก็บ กักน้ำ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองสุโขทัย
ได้แก่ "เขื่อนสรีดภงส์" หรือทำนบพระร่วง และภายในตัวเมือง ได้ขุด
สระน้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง เรียกว่า "ตระพัง" ทำให้อาณาจักร
สุโขทัย มีน้ำใช้สอยได้อย่างเพียงพอ
6
พระราชกรณียกิจ
ด้านความสัมพันธ์
กับต่างประเทศ
อาณาจักรล้านนา
อาณาจักรสุโขทัยกับอาณาจักรล้านนา มีความสัมพันธ์ที่ดี
ต่อกันตลอดมา โดย พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเป็นพระสหายสนิท
กับพญามังรายมหาราช แห่งอาณาจักร ล้านนา ดังจะเห็นได้จาก
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช และ พญางำเมืองแห่งเมืองพะเยา ทรงช่วย
พญามังรายเลือกชัยภูมิที่เหมาะสมใน การสร้างเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็น
ศูนย์กลาง การเมืองการปกครองของอาณาจักร ล้านนา
แคว้นนครศรีธรรมราช
ความสัมพันธ์กับแคว้นนครศรีธรรมราช จะเน้นในเรื่อง
พระพุทธศาสนา โดย พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงนิมนต์พระสงฆ์
จากเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นไป สั่งสอน ลัทธิลังกาวงศ์ ที่อาณาจักรสุ
โขทัยทุกๆวันธรรมสวนะ
7
พระราชกรณียกิจ
(ศิลาจารึกหลักที่1) (ลายสือไทย)
ด้านศิลปะวัฒนธรรม
ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยที่มีชื่อว่า "ลายสือไทย" ขึ้น สันนิษฐาน
ว่าดัดแปลง มาจาก อักษรขอมหวัดและมอญโบราณเมื่อประดิษฐ์ตัว
อักษรไทจย ขึ้นแล้ว ทรงโปรดเกล้าฯให้จารึกตัวอักษรบนหลักศิลาจารึก
หลักที่ ๑ นับเป็นหลักฐาน ที่สำคัญในการศึกษาเรื่องราวทาง
ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย ทรงอาราธนา พระสงฆ์จากเมือง
นครศรีธรรมราช ที่กลับจากการไปศึกษาพระพุทธศาสนาจาก ลังกา มา
สอนพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ที่กรุงสุโขทัย โดย พ่อขุนรามคำแหง
มหาราช ทรงสร้างพระแท่นมนังคศิลาบาตร ไว้กลางดงตาล อยู่ภายใน
กำแพงเมืองสุโขทัย ในวันธรรมสวนะโปรดเกล้าฯให้พระสงฆ์แสดง ธรรม
แก่ประชาชน
8
อาณาจักร อาณาจักรรัตนโกสินทร์
รัตนโกสินทร์ เป็นราชอาณาจักรที่สี่ในยุค
ประวัติศาสตร์ของไทย เริ่มตั้งแต่
การย้ายเมืองหลวงจากฝั่ ง
กรุงธนบุรี มายัง กรุงเทพมหานคร
ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของ แม่น้ำ
เจ้าพระยา พระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ปฐมกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์จักรี
เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อวันที่
21 เมษายน พ.ศ. 2325 สมัยนี้มี
พัฒนาการทางเศรษฐกิจและ
สังคมที่สำคัญ ด้วยการเพิ่มการ
ค้ากับต่างประเทศ การเลิกทาส
และการขยายการศึกษาแก่
ชนชั้นกลาง ที่เกิดขึ้น อย่างไร
ก็ตาม ไม่มีการปฏิรูปทางการเมือง
อย่างแท้จริงกระทั่งระบอบ สม
บูรณาญาสิทธิราช ถูกแทนที่ด้วย
ระบอบ ราชาธิปไตยภายใต้
รัฐธรรมนูญ ใน การปฏิวัติสยาม
พ.ศ. 2475
9
กษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
10
พระราช
ประวัติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า
" เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ " เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า
อยู่หัว รัชกาลที่ 4 กับสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ( สมเด็จพระนางรํา
เพยภมรภิรมย์ ) พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 ตรงกับ
วันอังคาร แรม 3 คํ่า เดือน 10 ได้ทรงรับสถาปนาเป็นกรมหมื่นพิฆเนศวรสุ
รสังกาศ และกรมขุนพอนิจประชานาถ
ด้านการศึกษา พระองค์ทรงได้รับการศึกษาเป็นมาอย่างดี คือ
ทรงศึกษาอักษรศาสตร์ โบราณราชประเพณี ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทยรัฐประศาสนศาสตร์ วิชากระบี่ กระบอง วิชาอัศวกรรม วิชามวย
ปลํ้า การยิงปืนไฟ เมื่อพระชนมายุได้ 16 พรรษา ได้ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ
โดยมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้สําเร็จราชการ พ.ศ. 2410
พระเจ้านโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศส ได้ส่งพระแสงกระบี่มาถวาย ครั้นพระ
ชนมายุครบที่จะว่าราชการได้ พระองค์จึงได้ทรงทําพิธีราชาภิเษกใหม่อีกครั้ง
หนึ่ง เมื่อ พ.ศ. 2416
11
พระราชกรณียกิจ
การเลิกทาส
(1 เมษายน วันเลิกทาส)
พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่ง คือ การเลิกทาส ซึ่งทรงดำเนินการ
ด้วยความสุขุมคัมภีรภาพนับแต่ปี พ.ศ. 2417 จนถึง พ.ศ. 2448 รวม
เวลายาวนานกว่า 30 ปี จึงสำเร็จเสร็จสิ้นโดยไม่มีความขัดแย้งรุนแรงถึง
ลงมือรบพุ่งดังที่เกิดขึ้นในบางประเทศ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศ "พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย" เมื่อวันที่ 21
สิงหาคม พ.ศ. 2417 แก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ ให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ
8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุ 20 ปี ครั้นอายุได้ 21 ปี ทาสผู้นั้นก็
จะเป็นอิสระ พระราชบัญญัตินี้มีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411
เป็นต้นไป ทั้งห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาส
อีก และโปรดเกล้าฯ ให้ออก "พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124" ให้ลูก
ทาสทุกคนเป็นไท เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ส่วนทาสประเภทอื่นที่
มิใช่ทาสในเรือนเบี้ย ทรงให้ลดค่าตัวลงเดือนละ 4 บาท นับตั้งแต่เดือน
เมษายน พ.ศ. 2448 นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติป้องกันมิให้คนที่เป็นไท
แล้วกลับไปเป็นทาสอีก และเมื่อทาสจะเปลี่ยนเจ้าเงินใหม่ ห้ามมิให้ขึ้น
ค่าตัว ทั้งยังเตรียมการให้ผู้ที่พ้นจากความเป็นทาสได้มีความรู้ และมี
เครื่องมือทำมาหากินเลี้ยงตัวเองได้อีกด้วย
พระราช 12
กรณียกิจ
ด้านการศึกษา
ทรงตระหนักดีว่าการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างคนและ
ประเทศ จึงทรงขยายการศึกษาออกไปสู่ราษฎรทุกระดับ ได้พระราชทานพระ
ตำหนักสวนกุหลาบให้เป็นโรงเรียน และมีการตั้งโรงเรียนสำหรับราษฎรแห่ง
แรกที่วัดมหรรณพาราม โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมศึกษาธิการซึ่งต่อมาเข้า
สังกัดกระทรวงธรรมการเพื่อบังคับบัญชาเกี่ยวกับการศึกษาให้เป็นระเบียบ
นอกจากนั้น ยังส่งพระราชโอรสไปทรงศึกษาในยุโรปด้วยทรงมีพระราชดำริ
ว่า ผู้จะปกครองบ้านเมืองต้องรู้จักโลกกว้างขวางจึงจะแก้ไขปัญหาได้ทัน
การณ์ ทั้งยังเป็นสื่อเจริญพระราชไมตรีได้เป็นอย่างดี สำหรับนักเรียนทั่วไป
โปรดเกล้าฯ ให้มีการสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวง “คิงสกอลาชิป” ตั้งแต่ พ.ศ.
2440 เพื่อส่งนักเรียนที่เรียนดีไปศึกษายังต่างประเทศหลายรุ่น
ด้านการสาธารณสุข โปรดเกล้าฯ ให้
จัดตั้งสภาอุณาโลมแดงอันเป็นต้นกำเนิดของ
สภากาชาดไทยในปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ.2436
และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงพยาบาลวังหลัง
ด้านสาธารณสุขซึ่ง ต่อมาได้พระราชทานนามใหม่ว่า “โรง
พยาบาลศิริราช” สำหรับรักษาผู้ป่วยอย่าง
เป็นทางการ นับเป็นโรงพยาบาลหลวงแห่ง
แรกของเมืองไทย
13
พระราชกรณียกิจ
ด้าน
เศรษฐกิจ
(หอรัษฎาพิพัฒน์)
1.โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง หอรัษฎากรพิพัฒน์ ขึ้นใน พ.ศ. 2416
และยกฐานะขึ้นเป็นกระทรวงการคลังเมื่อ พ.ศ. 2435 เพื่อทำหน้าที่
เก็บภาษีอากรของแผ่นดินมารวมไว้แห่งเดียว และเพื่อให้การรับจ่าย
เงินของแผ่นดินเป็นไปอย่างรัดกุม
2.โปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินขึ้นเป็นครั้ง
แรก เมื่อพ.ศ. 2439 เป็นการหนดรายจ่ายมิให้เกินกำลังของเงินราย
ได้ เพื่อรักษาดุลยภาพและความมั่นคงของฐานะการคลัง ในการจัด
ทำงบประมาณครั้งนี้ ยังโปรดเกล้าฯ ให้แยกการเงินส่วนแผ่นดิน
และส่วนพระองค์ออกจากกันอย่างเด็ดขาด นับเป็นพระมหากษัตริย์
ในระบบอบสมบูรณาญาสิทธิราชพระองค์เดียวในโลกที่ออกกฎหมาย
จำกัดอำนาจการใช้เงินของพระองค์เอง และเนื่องจากการค้าขายใน
พระราชอาณาจักรเริ่มเจริญขึ้น จึงได้ทรงจัดระบบเงินตราใหม่ โดย
ยกเลิกระบบเงินพดด้วงและหน่วยเงินแบบเดิมมาใช้หน่วยเงินเป็น
บาท สลึง สตางค์ และโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์ธนบัตรขึ้นใช้แทน
ธนบัตรแบบแรกอย่างเป็นทางการของไทยได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 7
กันยายน พ.ศ. 2445
14
พระราชกรณียกิจ
(พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรป)
ด้านการต่างประเทศ
ด้านการต่างประเทศนั้น ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรก
ที่เสด็จประพาสนอกพระราชอาณาจักร และทรงเป็นพระมหากษัตริย์จาก
บูรพาทิศพระองค์แรกที่เสด็จยุโรป โดยทรงเริ่มจากการเสด็จเยือนประเทศ
ใกล้เคียงก่อน เช่น มลายู ชวา อินเดีย ฯลฯ จนเมื่อ พ.ศ. 2440 จึงเสด็จถึง
ยุโรปเป็นครั้งแรก ครั้งนั้น ได้เสด็จเยือนประเทศต่าง ๆ ในยุโรปรวม 15
ประเทศ ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้ไทยเป็นที่รู้จักในสังคมยุโรป เพื่อ
กระชับไมตรีอันจะยังประโยชน์แก่บ้านเมือง เพื่อทอดพระเนตรการบริหาร
ประเทศในด้านต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมือง
หลังจากนั้นได้เสด็จไปเยือนอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2450 การเสด็จไปยุโรป
ทั้งสองคราวนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเข้ากับราช
สำนักยุโรปได้อย่างสง่างามยิ่ง และก่อให้เกิดผลดีสมพระราชประสงค์ทั้ง
ทางการทูตและการเมือง
15
พระราช
กรณียกิจ
ด้านวรรณกรรม
ทรงเป็นทั้งกวีและนักแต่งหนังสือที่มีความรู้ลึกซึ้ง ทรงสามารถแเต่ง
โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน บทละคร ตลอดจนร้อยแก้วต่าง ๆ ได้อย่างดียิ่ง
ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือไว้มากมายหลายประเภททั้งทางด้านประวัติศาสตร์
ประเพณี วรรณคดีและอื่น ๆ ซึ่งล้วนแต่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับและได้รับการ
ยกย่องในวงวิชาการวรรณกรรมไทยทั้งสิ้น นอกจากนั้น ยังทรงจัดตั้งหอพระ
สมุดสำหรับพระนครขึ้น และให้มีคณะกรรมการออกหนังสือของหอพระสมุด
ติดต่อกันหลายเล่มในชื่อ วชิรญาณ และวชิรญาณวิเศษ ทั้งยังมีการตราพระ
ราชบัญญัติลิขสิทธิ์ขึ้นเป็นครั้งแรกอีกด้วย
ด้านประเพณีและวัฒนธรรม
ทรงปรับปรุงการแต่งกายและทรงผมตั้งแต่ช่วงต้นรัชกาล โดยฝ่าย
ชาย เปลี่ยนจากผมทรงมหาดไทยเป็นตัดแบบฝรั่ง ข้าราชสำนักนุ่งผ้าม่วงโจง
กระเบนแทนผ้าสมปักเก่า สวมเสื้อแพรตามสีกระทรวงแทนเสื้อกระบอกแบบ
เก่า ทรงออกแบบเสื้อราชปะแตน โปรดเกล้าฯ ให้ทหารนุ่งกางเกง พัฒนา
เครื่องแบบให้รัดกุม ส่วนฝ่ายหญิง โปรดเกล้าฯให้เจ้าคุณพระประยูรวงศ์
(แพบุนนาค) พระสนมเอกไว้ผมยาวแทนผมปีกแบบเก่า
16
บรรณานุกรม
บ้านจอมยุทธ. (2565) อาณาจักรสุโขทัย. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม
2565, จาก
https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-
1/the_founder_of_thailand/02.html
ทรูปลูกปัญญา. (2565) ประวัติพ่อขุนรามคำแหง. สืบค้นเมื่อวันที่ 25
มกราคม 2565,จาก
https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/19483
ทรูปลูกปัญญา.(2565) พระราชกรณียกิจพ่อขุนราม. สืบค้นเมื่อวันที่
25 มกราคม 2565,จาก
https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/19483
บ้านจอมยุทธ์.(2565) อาณาจักรรัตนโกสินทร์. สืบค้นเมื่อวันที่ 25
มกราคม 2565,จาก
https://www.baanjomyut.com/76province/rattanakhosin.ht
ml
จุฬาลงกรณ์ราชบรรณาลัย. (2562) ประวัติพระบาทสมเด็จพระ-
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565,จาก
https://kingchulalongkorn.car.chula.ac.th/th/history/rama5_
bi
จุฬาลงกรณ์ราชบรรณาลัย. (2562) พระราชกรณียกิจร.5. สืบค้นเมื่อ
วันที่ 25 มกราคม 2565 ,จาก
https://kingchulalongkorn.car.chula.ac.th/th/history/rama5_
bi