ภาคเหนือ
ชอ่ื ผู้จดั ทา
ครูทปี่ รกึ ษา
ครณู ัฏฐณิชา แทบทาม
ท่มี าและความสาคัญ
- เพ่ือศึกษาด้านวัฒนธรรมภาคเหนือ
- เพ่ืออนุรกั ษ์วฒั นธรรมภาคเหนือ
- เพ่ือเรยี นรกู้ ารดาเนินชวี ติ ของภาคเหนือ
สมมติฐาน
1. วัสดอุ ุปกรณ์ท่ใี ช้
1.1 แบบันทึก
1.2 อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์
1.3 กลอ้ งถ่ายรปู
2. แนวทางการค้นควา้
ส า ร ว จ ข้ อ มู ล ท า ง
อินเตอรเ์ น็ต เก่ียวกับวัฒนธรรม
ข อ ง ภ า ค เ ห นื อ ข อ ง ไ ท ย แ ล ะ
รวบรวมข้อมูล โดยจดั อยู่รูปแบบ
โครงงาน
ท่ี กิจกรรม ระยะเวลา สถานที่ วสั ดุอุปกรณ์ ผูร้ บั ผิดชอบ
1 เสนอเค้าโครงานต่อหน้าครแู ละขอ 19ก.ค.64 บ้าน เค้าโครงงาน นางสาวศุภิสรา
คาปรกึ ษา บา้ น รายชอ่ื สมาชกิ ป้ ันจนั ทร์
บ้าน แบบสารวจสัมภาษณ์
2 ประชมุ สมาชกิ ในกลมุ่ แบง่ เขตศึกษา 15ก.ค.64 นางสาวณัฏฐา
ค้นควา้ งามวิลยั
3 สารวจผู้รใู้ นชมุ ชนในครอบครวั และ 20ก.ค.64 นางสาวกนกกาญจน์
เพ่ือน ลอยสน่ัน
4 รวบรวมวฒั นธรรมภาคเหนือ 23ก.ค.64 บา้ น แบบสารวจ นางสาวขวญั ฤทยั
คุ้มชะนุด
5 จดั ทาผลงานเป็นรปู เล่ม 31ส.ค.64 บา้ น รปู ปเลม่ รายงาน สมาชกิ ในกลุ่ม
6 นาเสนอต่ออาจารย์ท่ีปรกึ ษาเพ่ือ 19ก.ค.64 บ้าน โครงงาน และเลม่ สมาชกิ ในกลุ่ม
แก้ไขปรบั ปรงุ ส่วนท่บี กพรอ่ ง รายงาน
1. ไ ด้ เ รีย น รู้เ ก่ี ย ว กั บ วั ฒ น ธ ร ร ม
ภาคเหนือ
2. ได้เรยี นรวู้ ิถีชวี ิตความเป็นอยู่ของ
คนในภาคเหนือ
3. ได้อนุรกั ษ์วัฒฒนธรรมประเพณี
ของภาคเหนือ
Kanlayaploy.(2559).วัฒนธรรมไทย.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก : https://kanlayaploy.wordpress.com.
(วันท่สี ืบค้นขอ้ มลู : 7 กัยายน 2564).
สานักข่าว กรมประชาสัมพันธ.์ อาหาร.[ออนไลน์].เขา้ ถึงได้จาก : https://thainews.prd.go.th/banner/th/culture_th/thaifood.php
(วันท่ีสืบค้นขอ้ มูล : 7 กันยายน 2564).
Kapook.(2562). ประเพณีภาคเหนือ และวัฒนธรรมประเพณีภาคเหนือ.[ออนไลน์].เขา้ ถึงได้จาก : https://travel.kapook.com/view68566.html.
(วันท่สี ืบค้นขอ้ มูล : 7 กันยายน 2564).
วิกิพีเดีย(2564). ภาษาไทยถ่ินเหนือ.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/ภาษาไทยถ่ินเหนือ.
(วันท่ีสืบค้นขอ้ มลู : 7 กันยายน 2564).
จงั หวัดเชยี งใหม่. การแต่งกายและอาหาร.[ออนไลน์].เขา้ ถึงได้จาก : https://sites.google.com/site/top10inchiangmai/kar-taeng-kay.
(วันท่ีสืบค้นข้อมูล : 7 กันยายน 2564).
ลงชอ่ื ณัฏฐา งามวลิ ัย ผู้เสนอโครงงาน
(นางสาวณัฏฐา งามวิลยั )
7 กันยายน 2564
ลงชอ่ื ณัฏฐณิชา แทบทาม อาจารยท์ ี่ปรกึ ษา
(นางสาวณัฏฐณิชา แทบทาม )
7 กันยายน 2564
วฒั นธรรม
ภาคเหนือ
ท่ีมาและความเป็ นมา
วฒั นธรรมที่เกีย่ วกบั ที่อยู่อาศยั
ลั ก ษ ณ ะ เ ด่ น ช ัด ใ น ท า ง สั ง ค ม แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม อ ย่ า ง ห น่ึ ง ข อ ง ชุ ม ช น ใ น
ภาคเหนือ ท่ีไม่เหมือนกับภาคอ่ืนๆ ก็ คือ บรรดาชมุ ชนหมู่บ้านต่างๆ ท่ีอยู่ในหุบเขา
เดียวกันน้ัน จะต้องมี ความสัมพันธก์ ันทางสังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรมอย่าง
ใกล้ชดิ จึง จะอยู่รว่ มกันได้ ส่ิงน้ีแลเห็นได้จากการรว่ มมือกันในการทาให้มีการ
ชลประทาน เหมืองฝายข้ึน น่ันก็คือแต่ละชุมชนจะต้องมารว่ มกันทา ฝายหรอื เข่ือน
กั้นน้า และขุดลอกลาเหมืองเพ่ือระบาย น้าจากฝายท่ี กั้นลาน้าไปเล้ียงท่ีนาของแต่
ละชุมชน ทั้งน้ีเป็นเพราะในแต่ละหุบ เขานั้น ลักษณะภูมิประเทศเป็นท่ีลาดลงสู่
บรเิ วณท่ีเป็นแอ่งตอน กลางท่ีมีลาน้าไหลผ่าน ลาน้าดังกล่าวน้ีเกิดจากลาธาร หรอื
ลาน้า สาขาท่ีไหลลงจากท่ีสูงท้ังสองข้างหุบเขามาสมทบด้วย จานวนลา น้าเหล่าน้ีมี
จากัดไม่เพียงพอแก่การเพาะปลูกของผู้คนทั่วไป จงึ จา เป็นต้องทาฝายทดน้าและ
ขุดเหมืองจากบรเิ วณลาน้าหรอื ธารน้าน้ัน เข้าไปเล้ียงท่ีนาและเพ่ือการใชน้ ้าของ
ชมุ ชน จงึ ต้องมีการออกแรงรว่ มกัน เกิดมีกฎเกณฑ์และแบบแผนในการรว่ มแรงกัน
ทาเหมืองฝายมาแต่ โบราณ จงึ เป็นกิจกรรมท่ีกษัตรยิ ์เจา้ เมืองหรอื นายบ้าน จะต้อง
คอยควบคุมดูแลใหม้ กี ารรว่ มมอื กัน และลง โทษผูท้ ่ไี ม่รว่ มมือแต่ทวา่ ลกั นา้ ขโมยน้า
จากผอู้ ่นื จงึ เกิดมกี ฎหมายโบราณข้ึนท่เี รยี กวา่ “กฎหมายมงั ราย”เชอ่ื ว่าพญามังราย
ผสู้ รา้ งแควน้ ลา้ นนาเป็นผู้บญั ญตั ิข้ึน
ท่ีอยู่อาศัย วัฒนธรรมประเพณี สภาพดินฟ้าอากาศ มีส่วนกาหนด
ลักษณะท่ีอยู่อาศัยของผู้คน บ้านเรอื น ในภาคเหนือ นิยมสรา้ งด้วยวัสดุธรรมชาติท่ี
มีอยู่ในท้องถ่ินสอดคล้องกับวิถีชวี ิต ตัวเรอื นมีขนาดเล็กใต้ถุน สูง หลังคาทรงจว่ั
ประดับยอดหลังคาด้วยไม้แกะสลักไขว้กัน เรยี กว่า “กาแล” ชาวเหนือท่ีมีฐานะดีจะ
อยู่ เรอื นท่คี ่อนข้างมขี นาดใหญ่และประณีตมากข้ึน
ก า แ ล คื อ ไ ม้ ป ร ะ ดั บ ย อ ด จั่ว ห ลั ง ค า ข อ ง บ้ า น ล้ า น น า ภ า ค เ ห นื อ
ของเรา มีประวัติและความเป็นมาหลาก หลายอย่าง แต่หากพิจาร ณาในเชงิ ชา่ ง
แล้ว กาแลน้ีเป็นตัวกันไม่ ให้ “อีกา” หรอื นกทั่วไปมาเกาะท่ีกลางจว่ั หน้าบ้าน
(กลางป้ ันลม) ทาให้นกเหล่าน้ันไม่มา ถ่ายมูลรดหลังคาบ้านให้เป็นคราบน่าเกลียด
จะทาความสะอาดก็ยากเยน็ ซง่ึ ชาวบา้ นถือวา่ เป็นส่ิงอัปมงคล
วฒั นธรรมทีเ่ กย่ี วกบั ศาสนา ความเชอ่ื
ความเชอ่ื เก่ียวกับการนับถือผี ชาวเหนือหรอื ท่ีเรยี กกันวา่ “ชาวล้านนา” มคี วามเชอ่ื
ในเรอ่ ื งการนับถือผตี ้ังแต่เดิม โดย เชอ่ื วา่ สถานท่ีแทบทกุ แหง่ มผี ใี หค้ วามคุ้มครอง
รกั ษาอยู่ ความเชอ่ื น้ีจงึ มอี ิทธพิ ลต่อการดาเนินชวี ติ ประจาวนั เหน็ ได้ จาก
ขนบธรรมเนียม ประเพณี และพิธกี รรมต่างๆ ของชาว เหนือ เชน่ ผ้เู ฒา่ ผู้แก่ชาว
เหนือ (พ่ออ๊ยุ แม่อ๊ยุ ) เม่ือไปวดั ฟัง ธรรมก็จะประกอบพธิ เี ล้ยี งผี คือ จดั หาอาหาร
คาว-หวานเซน่ สังเวยผีปู่ยา่ ด้วย
ผีทม่ี ีความสาคัญต่อวถิ ชี วี ติ ของชาวลา้ นนา เชน่
– ผีบรรพบุรษุ มีหน้าท่คี ุ้มครองเครอื ญาติและครอบครวั
– ผีอารกั ษ์ หรอื ผีเจา้ ท่เี จา้ ทาง มีหน้าท่คี ุ้มครองบ้านเมืองและชมุ ชน
– ผขี ุนนา้ มีหน้าท่ใี หน้ ้าแก่ไรน่ า
– ผฝี าย มีหน้าท่คี ุ้มครองเมอื งฝาย
– ผสี บน้า หรอื ผปี ากน้า มหี น้าท่คี ุ้มครองบรเิ วณท่ีแม่น้าสองสายมาบรรจบกัน
– ผีวญิ ญาณประจาขา้ ว เรยี กวา่ เจา้ แมโ่ พสพ
– ผวี ญิ ญาณประจาแผ่นดิน เรยี กวา่ เจา้ แม่ธรณี
วฒั นธรรมที่เกย่ี วกบั ประเพณี
ประเพณีของภาคเหนือ เกิดจากการผสมผสานการดาเนินชวี ติ และ
ศาสนาพทุ ธความเชอ่ื เรอ่ ื งการนับถือผี ส่งผลทาใหม้ ปี ระเพณีท่เี ป็น
เอกลักษณ์ของประเพณีท่ีจะแตกต่างกันไปตามฤดกู าล ทัง้ น้ี ภาคเหนือจะมี
งานประเพณีในรอบปีแทบทุกเดือน จงึ ขอยกตัวอยา่ งประเพณีภาคเหนือ
บางส่วนมานาเสนอ ดังน้ี สงกรานต์งานประเพณี แหน่ างแมว ประเพณีปอย
น้อย/บวชลกู แก้ว/แหลส่ ่างลองเป็นประเพณีบวช หรอื การบรรพชาของชาว
เหนือ ประเพณีปอยหลวง หรอื งานบุญปอยหลวง ประเพณีย่ีเป็ง (วนั เพญ็
เดือนย่ี) หรอื งานลอยกระทง ประเพณีลอยกระทงสายหรอื ประทีปพันดวง
ประเพณีลอยโคม ประเพณีตานตงุ ประเพณีกรวยสลาก หรอื ตานก๋วยสลาก
ประเพณีข้ึนขันดอกอนิ ทขิล เป็นต้น
วฒั นธรรมทเ่ี กี่ยวกับอาหาร
วฒั นธรรมการกินของเหนือเป็นไปตามบรรพบุรษุ อาหารส่วนใหญไ่ ด้มาจาก
ธรรมชาติ เชน่ ของป่าหรอื ส่ิงท่อี ยู่ภายในบรเิ วณบ้าน เชน่ พชื ผักและสัตวท์ ่ีเล้ยี งไว้
เอง โดยรวมไปถึงอาหารท่เี กิดข้นึ ตามฤดูกาลเชน่ หน่อไม้ป่า เหด็ ป่านานาชนิดเป็น
ต้น ชาวเหนือมวี ฒั นธรรมการผลติ และการบรโิ ภคข้าวเหนียวเป็นหลกั คือ จะป้ ันข้าว
เหนียวแลว้ จม้ิ กินกับนา้ แกงหรอื นา้ พรกิ โดยเฉพาะการกินขา้ วเหนียวกับส้มตา ซง่ึ
จะเป็นท่รี จู้ กั กันดีทางภาคเหนือและภาคอีสาน ชาวเหนือมนี ้าพรกิ รบั ประทานหลาย
ชนิดเชน่ นา้ พรกิ หนุ่ม น้าพรกิ ออ่ ง น้าพรกิ น้าปู น้าพรกิ น้าปู ฯลฯ ซง่ึ ผกั ท่เี ป็นเครอ่ ื ง
จม้ิ และรบั ประทานคู่กันส่วนมากเป็นผักสดและผักน่ึง สาหรบั อาหารประเภท
เครอ่ ื งแกงเชน่ แกงขนุนอ่อน แกงแค แกงฮงั เล แกงโฮะ แกงหน่อไม้ แกงออ่ ม
แกงผกั หวาน แกงผกั ป๋ ัง แกงผกั กาดจอ ขนมจนี น้าเง้ียว ข้าวซอยไก่ ฯลฯ และ
อาหารประเภททอด ยาหรอื น่ึง เชน่ ยาหน่อไม้ ยากบ ตาจน๊ิ แหง้ ตาขนุน ตามะมว่ ง
ผกั กาดส้ม ข้าวกั๊นจน๊ิ หอ่ น่ึงปลา แคบหมู ไส้อ่วั จน๊ิ ส้มหมก ฯลฯ
อาหารของชาวเหนือจะมีการจดั สารบั ท่สี วยงามและวธิ รี บั ประทานทเ่ี ป็น
เอกลกั ษณ์ซง่ึ เรยี กวา่ การกินขันโตก เพราะด้วยนิสัยชาวเหนือจะมีกรยิ าท่แี ชม่ ชอ้ ย
จงึ ส่งผลต่ออาหารและทาใหอ้ าหารรสชาติออกมาอยา่ งดีและลงตัว
วฒั นธรรมที่เกย่ี วกับการแต่งกาย
การแต่งกายของคนภาคเหนือท่เี ป็นชาวบ้านท่วั ไป ชายจะน่งุ กางเกงขา
ยาวลกั ษณะแบบกางเกงขายาวแบบ 3 ส่วน เรยี กติดปากว่ า “เต่ียว” หรอื เต่ียว
สะดอ ทาจากผา้ ฝา้ ย ยอ้ มสีนา้ เงินหรอื สีดา ส่วนเส้ือก็นิยมสวมเส้ือผ้าฝ้ายคอกลม
แขนสั้น แบบผา่ อก กระดุม 5 เมด็ สีน้าเงินหรอื สีดา เชน่ เดียวกัน เรยี กวา่ เส้ือ
มอ่ ฮอ่ ม ชดุ น้ีใส่เวลาทางาน
สาหรบั หญงิ ชาวเหนือจะนุ่งผา้ ซน่ิ (ผ้าถุง)ยาวเกือบถึงตาต่มุ นิยมนุ่งท้ัง
สาวและคนแก่ ผา้ ถุงจะมีความประณีต งดงาม ตีนซน่ิ จะมลี วดลายงดงาม ส่วนเส้ือ
จะเป็นเส้ือคอกลม มสี ีสัน ลวดลายสวยงามเชน่ เดียวกัน เรอ่ ื งการแต่งกายน้ี หญงิ
ชาวเหนือจะแต่งตัวใหส้ วยงามอยู่เสมอ ชาวเหนือถือวา่ เป็นเรอ่ ื งสาคัญ
วฒั นธรรมท่เี กยี่ วกับภาษา
คาเมือง หรอื ชอ่ื อย่างเป็นทางการว่า ภาษาถ่ินภาคพายัพ เป็นภาษาถ่ิน
ของชาวไทยวนทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ซ่งึ เป็นอาณาจกั รล้านนา
เดิม ได้แก่ เชยี งใหม่, เชยี งราย, อุตรดิตถ์, แพร,่ น่าน, แม่ฮ่องสอน, ลาพูน,
ลาปาง, พะเยา และยงั มกี ารพดู และการผสมภาษากันในบางพ้ืนท่ขี องจงั หวดั ตาก,
สุโขทัย และเพชรบูรณ์ ปัจจุบันกลุ่มคนไทยวนได้กระจดั กระจายและมีถ่ินท่ีอยู่ใน
จงั หวัดสระบุร,ี จงั หวัดราชบุรี และอาเภอของจงั หวัดอ่ืนท่ีใกล้เคียงกับราชบุรอี ีก
ด้วย
คาเมืองยังสามารถแบ่งออกเป็นสาเนียงล้านนาตะวันตก (ในจงั หวัด
เชยี งใหม่, ลาพูน และแม่ฮ่องสอน) และสาเนียงล้านนาตะวันออก (ในจงั หวัด
เชยี งราย, พะเยา, ลาปาง, อตุ รดิตถ์, แพร่ และน่าน) ซง่ึ จะมีความแตกต่างกันบ้าง
คือ สาเนียงล้านนาตะวันออกส่วนใหญ่จะไม่พบสระเอือะ เอือ แต่จะใชส้ ระเอียะ
เอียแทน (มีเสียงเอือะและเอือเพียงแต่คนต่างถ่ินฟังไม่ออกเอง เน่ืองจากเสียงท่ี
ออกมาจะเป็นเสียงนาสิกใกล้เคียงกับเอียะ เอีย)ส่วนคนในจงั หวัดลาพูนมักจะพูด
สาเนียงเมืองยอง เพราะชาวลาพนู จานวนมากสืบเชอ้ื สายมาจากชาวยองในรฐั ฉาน
จงึ มสี าเนียงท่เี ป็นเอกลกั ษณ์
คาเมอื งมีไวยากรณ์คล้ายกับภาษาไทยกลางแต่ใชค้ าศัพท์ไม่เหมือนกัน
และไวยากรณ์ท่ีแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่เดิมใชค้ ู่กับ อักษรธรรมล้านนา ซ่ึงเป็น
ตัวอักษรของอาณาจกั รลา้ นนาท่ใี ชอ้ กั ษรมอญเป็นต้นแบบ
ขอบคุณค่ะ