The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อการสอน ความแตกต่างของภาษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 5011103026.wewika, 2022-09-29 00:09:26

สื่อการสอน ความแตกต่างของภาษา

สื่อการสอน ความแตกต่างของภาษา

ภาษาพดู และ ภาษาเขยี น

ครูวภิ าวดี จกั รแก้ว

ภาษาเปน็ เครอ่ื งมือในการสอื่ สาร ถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ จากบุคคลหนง่ึ
ไปยังอีกบุคคลหนึ่งโดยมรี ะเบียบของเสยี งและคาเป็นตัวกาหนด
ภาษาท่ใี ชใ้ นการติดตอ่ สื่อสารมี ๒ ลกั ษณะ คอื

วจั นภาษา และ อวัจนภาษา

ครวู ิภาวดี จักรแกว้

๑. วจั นภาษา คือ ภาษาที่ใช้คาพดู ในการตดิ ตอ่ สือ่ ความเขา้ ใจกนั ใช้ตวั หนังสือหรอื
ตัวอกั ษรแทนคาพดู และมีระเบยี บการใช้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์
ทางภาษา

๒. อวัจนภาษา คือ ภาษาท่ีนอกเหนือจากคาพดู และตัวหนังสอื ได้แก่ ภาษาทา่ ทาง เช่น
การพยกั หน้า การย้ิม การโค้งคานบั การใช้มอื แขน ประกอบท่าทาง
รวมไปถงึ สัญลักษณต์ ่าง ๆ ท่ใี ชส้ อื่ ความเข้าใจ เชน่ ไฟจราจร
สญั ญาณธง ภาษามือ เปน็ ตน้

ครวู ภิ าวดี จกั รแก้ว

การใชภ้ าษาในการส่ือสาร

ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของบุคคลในสังคม นอกจากจะสื่อความรู้ ความคิด
ความรู้สึก และทัศนคติแล้ว ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลด้วย ดังนั้น
ในการสื่อสารจึงจาเป็นต้องเลือกใช้ทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ให้เหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะ
และระดับของบคุ คล เพ่ือจะทาให้การส่อื สารมปี ระสทิ ธิภาพยง่ิ ขนึ้

ครวู ิภาวดี จักรแก้ว

ระดับของภาษา

การใช้ภาษาให้เหมาะสมกบั กาลเทศะและบคุ คลนั้น เก่ยี วกบั ระดบั ของภาษา
ซง่ึ ระดับของภาษาแบง่ ออกได้เป็น ๓ ระดบั คือ

๑. ระดบั ทางการ
๒. ระดบั กึง่ ทางการ
๓. ระดับไมเ่ ป็นทางการ

ครวู ิภาวดี จกั รแก้ว

๑. ระดบั ทางการ

ภาษาระดับทางการ คือ ภาษาที่ใช้ในพิธีการหรืองานที่เป็นทางการ ยอมรับกันว่า
เป็นภาษาที่ถูกต้องดีงาม เช่น การกล่าวถวายพระพร กล่าวรายงาน การบวงสรวงสดุดี
บรรพบุรุษ การกล่าวต้อนรับบุคคลสาคัญ ประกาศแต่งตั้งตาแหน่งหรือยศแก่บุคคล
สาคัญ หรือใช้กล่าวในที่ประชุมที่เป็นทางการ เช่น การอภิปราย บรรยายในที่ประชุม
จดหมายธุรกิจ การกล่าวสุนทรพจน์ การกล่าวอวยพร ประกาศ หนังสือประเภทวิชาการ
หนงั สืออา้ งอิง รายงานทางราชการ หนงั สือราชการ แถลงการณ์ เป็นตน้

ครวู ภิ าวดี จกั รแก้ว

๑. ระดับทางการ

เชน่ เจ้าหน้าทีต่ ารวจประกาศจะใชม้ าตรการเดด็ ขาดในการปราบปรามยาเสพตดิ
การดมื่ สุรามีโทษต่อรา่ งกาย
การเสพของมนึ เมาจะเปน็ อนั ตรายต่อร่างกาย

ครวู ิภาวดี จักรแก้ว

๒. ระดบั ก่ึงทางการ

ภาษาระดับกึ่งทางการ คือ ภาษาที่ใช้สนทนาระหว่างบุคคลทั่วไปที่รู้จักกัน
แต่ไม่คุ้นเคยหรือสนิทสนมกันมากนัก อาจมีฐานะ ตาแหน่ง หรืออายุต่างกัน ที่ต้อง
รักษามารยาทในการสนทนา เช่น การประชุมกลุ่มย่อย การอภิปราย การบรรยาย
ในห้องเรียน การแนะนาบุคคล การปราศรัย ปาฐกถา ประกาศ โฆษณาขององค์กร
บรษิ ัท หา้ งรา้ น สมาคม การเขียนขา่ วหรอื บทความตา่ ง ๆ

ครวู ภิ าวดี จักรแก้ว

๒. ระดบั ก่งึ ทางการ

เชน่ ตารวจจบั ฆาตกรวางระเบิดรถยนตเ์ พือ่ ฆ่าแฟนสาว
หลังเลิกงานคนงานกลมุ่ นจี้ ะนงั่ ดม่ื เหลา้ เป็นประจา

ครวู ภิ าวดี จักรแก้ว

๓. ระดับไมเ่ ป็นทางการ

ภาษาระดับไม่เป็นทางการ หรือภาษาปาก คือ ภาษาพูดที่ใช้พูดกันในชีวิตประจาวัน
ระหวา่ งผูท้ ่คี ้นุ เคยหรอื ใกลช้ ดิ เป็นการสว่ นตัว ไมต่ ้องระมัดระวังความสุภาพหรือความเป็น
แบบแผนมากนัก ภาษาปากจะใช้ในการพูดมากกว่าเขียน นอกจากนี้ยังใช้ในการเขียน
นวนิยาย เรื่องสั้น ละคร นิทาน ภาษาโฆษณา ภาษาหนังสือพิมพ์ บันเทงคดี
จดหมายส่วนตวั บันทึกสว่ นตวั เปน็ ตน้

ครวู ภิ าวดี จกั รแก้ว

๓. ระดบั ไมเ่ ปน็ ทางการ

เช่น ในยคุ ทขี่ า้ วของแพง คนสว่ นใหญ่ชกั หน้าไมถ่ งึ หลัง ต้องปากกดั ตนี ถีบ
หาเงินเลี้ยงครอบครวั จับกงั พวกนจ้ี ะจบั กลุ่มนง่ั กนิ เหลา้ กันทกุ วัน

ครวู ิภาวดี จกั รแกว้

ตวั อย่างการใช้ภาษาระดบั ตา่ ง ๆ

ภาษาทางการ ภาษาก่ึงทางการ ภาษาไม่เปน็ ทางการ

- บดิ า / มารดา - คณุ พอ่ / คุณแม่ - พอ่ / แม่
- ดม่ื สรุ า - ด่ืมเหลา้ - กนิ เหลา้
- ศีรษะ - หัว - หัว / กระบาล
- พูดเทจ็ - พดู ปด - โกหก
- ถงึ แกก่ รรม - ตาย/เสียชวี ติ /สิน้ ใจ - ตาย

ครวู ภิ าวดี จกั รแก้ว

ตวั อย่างการใชภ้ าษาระดบั ต่าง ๆ

ภาษาทางการ ภาษากึ่งทางการ ภาษาไมเ่ ป็นทางการ

- เรือนจา - ตะราง - คุก / ซงั เต
- เชิญ / เรยี นเชญิ - เชิญ - เรยี ก / ชวน
- รบั ประทาน - กนิ / ทาน - กนิ / หม่า
- สถานีตารวจ - โรงพัก - โรงพกั
- อุจจาระ - อจุ จาระ - ข้ี

ครวู ภิ าวดี จกั รแก้ว

ตวั อยา่ งการใชภ้ าษาระดับตา่ ง ๆ

ภาษาทางการ ภาษากึง่ ทางการ ภาษาไมเ่ ป็นทางการ
- เยยี่ ว
- ปัสสาวะ - ปสั สาวะ - หมา
- สุนขั - สนุ ัข - ส.ส.
- สมาชกิ สภา - ผู้แทนราษฎร /
- หมอ
ผ้แู ทนราษฎร สมาชกิ สภาผ้แู ทน
- แพทย/์ นายแพทย์ - คุณหมอ

ครวู ภิ าวดี จักรแก้ว

ความแตกตา่ งของ
ภาษาพดู และ ภาษาเขียน

ครวู ภิ าวดี จกั รแกว้

ภาษาพูด

การพูดเป็นการส่อื สารโดยใช้ถอ้ ยคา นา้ เสียง รวมท้ังกิรยิ าอาการ ถา่ ยทอด
ความรู้ ความคิด ความร้สู กึ จินตนาการ และความตอ้ งการของผ้พู ูดให้ผูฟ้ งั รับรู้และ
ตอบสนอง ดังน้นั การพูดจงึ มคี วามสาคัญมาก เพราะคาพดู เปน็ ส่ือทาให้การสื่อสาร
สมั ฤทธผิ ล

ภาษาพูด หมายถึง ภาษาที่ใช้พดู ในชีวติ ประจาวนั ผูพ้ ูดไมเ่ คร่งครดั ในระเบยี บ
ของภาษา มงุ่ เนน้ ใหส้ ามารถส่ือสารเขา้ ใจไดต้ รงกนั และบรรลุผลตามทต่ี อ้ งการเท่านั้น
โดยมีลักษณะที่ควรสังเกต ดงั นี้

ครวู ภิ าวดี จกั รแกว้

๑. ภาษาพดู

๑.๑ ลักษณะของภาษาพดู

๑. ระดับภาษาทใี่ ช้ส่วนมากเป็นภาษาระดับก่งึ ทางการ ไมเ่ ปน็ ทางการ หรอื ภาษาปาก
มกั ใชภ้ าษาระดับกนั เองสาหรบั คนสนิท คุน้ เคย เช่น ใช้สรรพนามว่า ฉนั เรา เธอ เป็นต้น
และสามารถใช้กบั คนทไ่ี ม่คุ้นเคย แตกตา่ งกันดว้ ย คุณวฒุ ติ ่าง ๆ เพื่อแสดงความสุภาพ
เช่น ใช้สรรพนามว่า ผม กระผม ดิฉัน คณุ ทา่ น

ครวู ภิ าวดี จกั รแกว้

๑. ภาษาพูด

๑.๑ ลักษณะของภาษาพดู

๒. ประโยคท่ีใช้สว่ นมากเปน็ ประโยคความเดยี วและประโยคความรวม ส่วนประโยค
ความซ้อนมไี ม่มากนัก

๓. มักมีการตดั คา ย่อคา รวบคา เพือ่ ความรวดเรว็ เช่น
ใหญเ่ ปอ่ื ยไม่งอกสอง หมายถงึ ก๋วยเต๋ียวเส้นใหญ่ เนอ้ื เปอ่ื ย ไม่ใส่
ถัว่ งอก สองชาม
ผอ. สบายดีหรือ หมายถงึ ท่านผอู้ านวยการสบายดีหรอื

ครวู ภิ าวดี จักรแก้ว

๑. ภาษาพูด ครูวิภาวดี จกั รแกว้

๑.๑ ลักษณะของภาษาพูด

๔. มีคาลงท้ายเรยี กขานหรอื คาขานรับ เพอื่ แสดงความสภุ าพหรอื ยกย่อง เช่น
แมจ่ า คุณหนขู า คณุ คงเข้าใจนะคะ เปน็ ต้น

๕. มีการใช้ภาษาท้องถ่ินปะปน เช่น ปลาแดก บักหุ่ง ตาม่ัว บักหนาน บักเสยี่ ว
เปน็ ตน้

๖. มกี ารพดู โดยใชถ้ อ้ ยคา สานวนโวหาร สภุ าษิต คาพังเพย คาช้า คาซ้อน
คาคลอ้ งจองประกอบการพดู หรือใชค้ าพูดที่มคี วามหมายโดยนัยต้องตคี วาม
เช่น จับปลาสองมอื ยอ้ มแมวขาย ววั หายลอ้ มคอก เป็นต้น

๑. ภาษาพดู ครูวิภาวดี จกั รแกว้

๑.๑ ลักษณะของภาษาพูด

๗. มกี ารใชป้ ระโยคที่ไมส่ มบรู ณ์ เช่น การละประธาน กริยา กรรม หรอื คาบุพบทไว้ใน
ฐานทีเ่ ข้าใจ ซ่งึ สามารถส่ือสารกนั ได้เพราะเป็นการพูดเฉพาะตวั บุคคล ผพู้ ดู อย่ใู นสถานการณ์
นัน้ อยแู่ ลว้ หากถา่ ยทอดเปน็ ภาษาเขยี นตอ้ งดูข้อความทีแ่ วดล้อม (บรบิ ท) จึงจะเขา้ ใจ เช่น

กรกนก : “(พี่) ซื้ออะไรมาบ้างคะ พ่ซี ื้อ (ของ) ไดค้ รบหรือยัง

ละสรรพนามและกรรม

วนดิ า : “(พี่) กไ็ ม่ได้ซื้ออะไรมากหรอก (พี่ซอ้ื ของ) ได้ครบแลว้ ละ่ "

ละสรรพนามและประโยค

๑. ภาษาพดู ครวู ิภาวดี จักรแกว้

๑.๒ ระดับภาษาที่ใช้ในการพดู ส่ือสาร
การพดู ในชีวิตประจาวันมลี กั ษณะการใช้ภาษาแตล่ ะระดับแตกต่างกัน ดังน้ี

๑. ภาษาพิธกี าร มลี กั ษณะเป็นแบบแผน ใชถ้ ้อยคาประณีตบรรจง ม่งุ ให้ผรู้ ับสารฟังด้วย
ความสารวม มกั พบในการพูดสดุดี คากลา่ วบวงสรวง คากลา่ วในพิธตี ่าง ๆ

๒. ภาษาทางการ มลี ักษณะเป็นแบบแผน แต่ใชถ้ ้อยคากะทัดรัดกวา่ ระดบั พิธกี าร ถอ้ ยคา
มีความสละสลวย แตช่ ดั เจน เครง่ ครัดไวยากรณ์ ใชส้ ่อื สารอยา่ งเปน็ ทางการไปสู่
สาธารณชน มักพบในการแสดงปาฐกถา

๑. ภาษาพดู ครวู ภิ าวดี จักรแก้ว

๑.๒ ระดบั ภาษาท่ีใช้ในการพูดส่ือสาร

๓. ภาษากึ่งทางการ มลี กั ษณะการใช้ถอ้ ยคาคลา้ ยคลงึ กบั ภาษาทางการ แตล่ ดระดับความ
เป็นทางการ ลดความเคร่งครัดในไวยากรณ์ ผู้สง่ สารและผูร้ ับสารมปี ฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างกัน
มีส่วนรว่ มในการส่ือสาร มักพบในการอภปิ ราย การประชมุ การบรรยายในช้นั เรยี น

๔. ภาษาสนทนา มกี ารใชถ้ อ้ ยคาท่ีเป็นกนั เองมากขึน้ ระยะหา่ งระหวา่ งผูส้ ่งสารและ
ผูร้ ับสารมีน้อยลง เป็นภาษาทีใ่ ช้เพื่อการสนทนาอยา่ งมีมิตรไมตรที ี่ดีตอ่ กนั ใชใ้ นการ
พูดคยุ สนทนากบั บุคคลทว่ั ไปทีร่ ้จู ักกนั ในวงสนทนา หรือคุ้นเคยกนั ในระดับหน่ึง

๑. ภาษาพูด ครวู ิภาวดี จักรแกว้

๑.๒ ระดบั ภาษาท่ใี ช้ในการพดู ส่อื สาร

๕. ภาษากนั เอง มีการใช้ถอ้ ยคาทเ่ี ปน็ กันเองมากขนึ้ ไม่ใหค้ วามสาคญั กบั ความถูกตอ้ ง
ทางไวยากรณ์ ผสู้ ง่ สารและผู้รับสารมีความสนิทสนมกนั ใช้ถอ้ ยคาทเ่ี ข้าใจกัน
เปน็ การสว่ นตวั เป็นคาเฉพาะกล่มุ

๒. ภาษาเขยี น ครวู ภิ าวดี จักรแก้ว

ภาษาเขยี น หมายถึง การถา่ ยทอดความรู้ ความรูส้ ึกนกึ คิด ความคดิ
ความเข้าใจของมนุษยโ์ ดยใช้อกั ษรหรือใช้สัญลกั ษณอ์ ืน่ ๆ แทนคาพูด เช่น แผนภาพ
แผนภูมิ แผนที่ เพ่ือใหผ้ อู้ ื่นไดร้ บั รูเ้ ข้าใจ และตอบสนองตามท่ีผู้เขยี นตอ้ งการ

การเขยี นเป็นการสือ่ สารท่ีเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร และเป็นหลกั ฐานทใ่ี ชอ้ ้างอิงได้
ผเู้ ขยี นสามารถตรวจทาน ทบทวน แก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสมได้ ซง่ึ แตกตา่ งจากภาษาพูด
เพราะการพูดเป็นการส่ือสารเฉพาะหนา้ ท่มี โี อกาสแก้ไขคาพดู ของตนนอ้ ยมาก ภาษาพูดจงึ
อาจผดิ พลาดไมเ่ หมาะสมไดเ้ ทา่ กบั ภาษาเขียน

๒. ภาษาเขยี น ครูวภิ าวดี จกั รแก้ว

๒.๑ ความสาคัญของภาษาเขยี น

ในสมัยโบราณการเขียนมคี วามสาคัญในฐานะทเ่ี ปน็ หลกั ฐานในการบนั ทกึ ความรู้
ความคิด ความเชื่อ สภาพสงั คมในสมัยนน้ั ถ่ายทอดใหค้ นรนุ่ หลงั ได้เรยี นร้แู ละเข้าใจวิถีชวี ิต
ของบรรพชน เป็นการเขยี นเพ่อื ระบายอารมณ์ ความรู้สกึ หรอื เพือ่ แสดงภมู ิปญั ญาของ
ผเู้ ขยี น แต่ปจั จบุ ันการเขียน มคี วามสาคญั มากขน้ึ นอกจากเปน็ การสอื่ สารความรู้ความ
เข้าใจจากคนหน่งึ ไปยงั อีกคนหนึง่ แลว้ การเขยี นยังทาให้เกดิ อาชพี เชน่ อาชพี นักเขียน
สารคดี นักประพันธ์ นักหนังสอื พมิ พ์ นักโฆษณา เปน็ ต้น

๒. ภาษาเขียน ครวู ิภาวดี จกั รแกว้

๒.๑ ความสาคญั ของภาษาเขียน

การเขียนบนั ทึกเหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ข้ึนทาให้ทราบสภาพวถิ ชี ีวติ ความคิด ความเชอื่
ความต้องการของคนในสงั คม การเขยี นกฎหมาย เป็นกฎระเบียบแนวทางทีผ่ ู้คนจะตอ้ ง
ปฏบิ ัติเพอื่ ใหส้ ังคมสงบสขุ การเขยี นขา่ ว เปน็ การแจ้งข่าวคราว เหตุการณ์บ้านเมืองใหค้ น
ในสังคมทราบ ดังนั้น ภาษาเขียนจึงเปน็ เคร่ืองมอื แสดงความคิด ความรู้ อารมณ์
ความรู้สกึ และแสดงภูมิปญั ญาของมนุษย์

๒. ภาษาเขยี น ครูวิภาวดี จักรแกว้

๒.๒ ลักษณะของภาษาเขียน

การเขยี นเป็นการบนั ทึกความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจตา่ ง ๆ เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร
ซ่งึ แตกต่างจากภาษาพูด ผ้เู ขยี นสามารถขัดเกลาภาษาให้สละสลวย ทาให้ภาษาเขยี น
มลี กั ษณะสภุ าพ ถกู ต้องตามระดับภาษา ตรงความหมาย และสะกดถูกต้อง ภาษาเขียน
โดยทั่วไปมี ๒ ลักษณะ คือ

๒. ภาษาเขยี น ครูวิภาวดี จักรแกว้

๒.๒ ลักษณะของภาษาเขียน

๑. เขยี นตามภาษาพูดท่ีพูดในชวี ติ ประจาวนั เหมาะสมกับลกั ษณะวิถชี วี ติ ความเป็นอยู่
ของบคุ คล เชน่ การเขยี นบันทึกสว่ นตวั บนั ทึกความรจู้ ากการอ่าน การเขียนเรื่องสนั้
นวนิยาย นทิ านอัตชวี ประวตั ิ เป็นตน้

๒. เขยี นโดยใชภ้ าษาที่กลนั่ กรองถ้อยคาอยา่ งละเมยี ดละไม มีความประณีตในการใช้ภาษา
ใชภ้ าษาท่ีถกู ต้องตามพจนานกุ รม ตามรูปแบบ ตามระเบยี บ และตามขนบธรรมเนียมของ
ภาษา เช่น การเขียนเรียงความ ย่อความ บทความ สารคดี รายงาน โครงงาน
และรอ้ ยกรอง เปน็ ตน้

๒. ภาษาเขียน ครวู ิภาวดี จักรแกว้

๒.๓ การใช้ภาษาเขยี น

การสื่อสารด้วยภาษาเขียนนั้น ผู้ส่งสารต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องหลักภาษาและ
สามารถใช้ภาษาเขียนถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้ ความคิด จินตนาการ และประสบการณ์
เป็นตัวอักษรส่ือสารให้ผ้รู บั สารเขา้ ใจได้ อย่างไรกต็ าม การใชภ้ าษาเขียนขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมาย
ของผูส้ ง่ สารและรปู แบบการเขยี น ซงึ่ สามารถแบง่ ได้ ๒ ลกั ษณะ ดงั น้ี

๒. ภาษาเขยี น ครวู ิภาวดี จักรแกว้

๒.๓ การใช้ภาษาเขยี น

๑. การเขียนอย่างไมเ่ ป็นทางการ เป็นการเขียนถ่ายทอดเหตุการณ์ อารมณ์
ความรสู้ ึกของผ้เู ขียน เช่น การเขยี นบนั ทกึ ประจาวนั การเขยี นจดหมาย การเขยี นเล่าเรอื่ ง
การแต่งเพลง การเขยี นเร่ืองส้นั นวนยิ าย เปน็ ตน้ ให้ผู้อืน่ ไดร้ ับรู้ หรือเกบ็ ไว้อา่ นเอง
ภาษาเขยี นอยา่ งไมเ่ ป็นทางการ เป็นการถา่ ยทอดอารมณ์ของผู้สอ่ื สารเหมือนเสยี งพูด
ของมนุษยท์ ใี่ ช้สือ่ สารในชวี ติ ประจาวัน

๒. ภาษาเขียน ครวู ภิ าวดี จกั รแกว้

๒.๓ การใชภ้ าษาเขยี น

๒. การเขยี นอย่างเปน็ ทางการ เปน็ การเขยี นอย่างมีแบบแผน มีหลกั ในการเขยี น เชน่

การเขยี นเรยี งความ ย่อความ การแตง่ คาประพันธ์ การเขียนรายงานการศกึ ษาค้นควา้
การเขยี นรายงาน โครงงาน รายงานการวจิ ัย การเขยี นบนั ทึกขอ้ ความ จดหมายราชการ
เปน็ ตน้

การใชภ้ าษาเขียนต้องมกี ารขัดเกลาภาษาให้ละเมียดละไม ไพเราะสละสลวย เหมาะสม
กบั ระดบั ภาษา สถานภาพบคุ คล โอกาส และสถานการณ์ ถกู ต้องตามข้อบังคบั
องคป์ ระกอบ และรปู แบบทีก่ าหนด

๓. เปรยี บเทียบภาษาพูดและภาษาเขียน ครูวภิ าวดี จกั รแก้ว

ภาษาพูด ภาษาเขียน

๑. มงุ่ ส่อื สารอยา่ งรวดเร็วทาใหใ้ ช้คา ๑. มุ่งสื่อสารใหเ้ ขา้ ใจ รูจ้ กั คดิ และตีความ
ในประโยคไมส่ มบูรณ์ กากวม อาจทาให้ ผู้เขยี นมีเวลาในการกล่นั กรองถ้อยคาและ
ผูร้ บั สารเข้าใจผดิ เชน่ ขอหอมหน่อย ผูอ้ ่านมเี วลาในการพจิ ารณาสาร
อาจหมายถงึ ขอตน้ หอม หรอื ขอหอม
(แกม้ ) กไ็ ด้

๓. เปรียบเทียบภาษาพูดและภาษาเขยี น ครูวิภาวดี จกั รแกว้

ภาษาพดู ภาษาเขียน

๒. ใชภ้ าษาไมป่ ระณตี มกั ใช้ ๒. มีการใชภ้ าษาประณตี กว่าภาษาพดู
ภาษาระดบั กนั เอง และภาษาปากหรือ เพราะผูเ้ ขียนมเี วลาในการขัดเกลาภาษา
ก่งึ ทางการ ให้สละสลวยตรงกบั ระดับภาษา

๓. มกั พูดคาไทยปนกับภาษาต่างประเทศ ๓. มกี ารใช้ภาษาตา่ งประเทศในงานเขียน
และเลียนเสยี งภาษาตา่ งประเทศ ทาให้ ที่เป็นวิชาการ หากเขียนเล่าเร่ืองจะอธิบาย
เสียงในภาษาเปลย่ี นไป ความหมายของคาภาษาตา่ งประเทศด้วย

๓. เปรียบเทียบภาษาพูดและภาษาเขยี น ครูวิภาวดี จักรแก้ว

ภาษาพูด ภาษาเขียน

๔. การพดู ไมส่ ามารถใช้เป็นหลักฐาน ๔. การเขยี นเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร
อ้างอิงนอกจากบนั ทกึ เสยี งหรอื สามารถใชเ้ ปน็ หลักฐานอ้างอิงได้
บันทึกภาพไวเ้ ทา่ นนั้
๕. การเขยี นผ้เู ขยี นมเี วลาคดิ หาคาตอบ
๕. การพูดเปน็ การสื่อสารเฉพาะหนา้ หาขอ้ มูลหลักฐานอา้ งอิงทาให้การเขียน
ผู้พูดมีเวลาคิดตอบคาถามน้อย อาจพดู มคี วามนา่ เช่ือถอื
ผดิ พลาดได้ และไมส่ ามารถเรยี กคาพูด
กลับมาแก้ไขได้

๓. เปรยี บเทียบภาษาพูดและภาษาเขยี น ครวู ภิ าวดี จกั รแกว้

ภาษาพูด ภาษาเขียน

๖. การพูดเปน็ การส่อื สารประจนั หน้า ๖. การเขียนตอบโต้โดยไมไ่ ด้ประจนั หน้า
อาจมีคาพดู ที่มีท้ังถูกใจและไมถ่ ูกใจผฟู้ ัง กนั แม้ความคดิ เห็นจะไม่ตรงกนั แตก่ ็
จนเกิดการตอบโต้กันทั้งทางวาจาและ สามารถลดระดับความขดั แย้งได้
ทางกาย
๗. การใชภ้ าษาในงานเขยี น ผ้เู ขียนมี
๗. การพูดปัจจุบนั มกั ออกเสียงผิดเพย้ี น อิทธพิ ลต่อการใชภ้ าษา มักสร้างคาใหม่
ทาให้ภาษาเปลี่ยนแปลงไดม้ าก หากพูดผดิ สานวนใหม่ มีการต้ังสมญานาม ซึ่งเป็น
ก็ทาให้เขียนผดิ ด้วย แบบอย่างของการใชภ้ าษาทง้ั ดแี ละไม่ดี

๔. ขอ้ สงั เกตในการใช้ภาษาพดู และภาษาเขยี น

๑. ภาษาพดู ไม่ได้ตกแต่งเรยี บเรยี งขนึ้ เป็นพิเศษซึง่ ตา่ งจากภาษาเขยี น เช่น
ภาษาพดู : หล่อนหันขวับมาทางเขาทันทีและส่งเสียงดังใสเ่ ขา
ภาษาเขยี น : หลอ่ นหันมาทางเขาทันทแี ละส่งเสยี งดังใสเ่ ขา

๒. สานวนที่ใช้ในภาษาพดู บางสานวนอาจตัดทง้ิ ได้เมอื่ เรียบเรียงเปน็ ภาษาเขียน เชน่
ภาษาพูด : หา้ มหยบิ อะไรต่อมอิ ะไรออกไปจากห้องนี้
ภาษาเขียน : หา้ มหยบิ อะไรออกไปจากห้องนี้

ครวู ิภาวดี จักรแกว้

๔. ขอ้ สงั เกตในการใช้ภาษาพูดและภาษาเขียน

๓. คาหรือสานวนในภาษาพดู มกั ลงทา้ ยดว้ ยคาวา่ นะ นะ่ สิ ละ ซ่งึ จะไมป่ รากฏในภาษาเขียน เชน่
เดินเข้ามาหนอ่ ยสิ
ไปเป็นเพื่อนหนอ่ ยนะ
พรุ่งนีอ้ ย่าลืมละ่

ครวู ิภาวดี จักรแก้ว

ครวู ภิ าวดี จักรแกว้ ๔. ขอ้ สังเกตในการใชภ้ าษาพูดและภาษาเขียน

๔. คาในภาษาพดู จะออกเสยี งไม่ตรงกับรปู ที่เขยี น เช่น
คาท่มี คี วามหมายเปน็ คาถาม เชน่ อย่างไร ออกเสยี งเป็น ยังไง ไง
เท่าไร ออกเสยี งเป็น เท่าไหร่ ไหม ออกเสยี งเป็น ม้ยั มะ
คาสรรพนามบางคาออกเสยี งไม่ตรงกบั รปู เช่น ผม ออกเสียงเปน็ พ้ม
ฉัน ออกเสียงเปน็ ชน้ั เขา ออกเสยี งเป็น เคา้
คาบางคาที่ออกเสียงไม่ตรงกบั รูป เชน่ อยา่ งน้ัน ออกเสยี งเป็น ยังงน้ั
สกั ออกเสียงเปน็ ซัก หนึง่ ออกเสียงเป็น นึง

คำเหลำ่ นี้ในกำรเขียนต้องเขยี นให้ถกู ต้องตำมหลกั กรเขียนซึ่งกำหนดไว้ในพจนำนุกรมฉบบั รำชบณั ฑติ ยสถำน

๔. ข้อสงั เกตในการใชภ้ าษาพดู และภาษาเขียน

๕. คาในภาษาพูดมกั ใช้สรรพนามตามหลงั คานามและใช้ร่วมกัน และทาหนา้ ทอ่ี ย่างเดียวกัน
ในประโยค เช่น

คุณครเู ขาชอบรบั ประทานขนมไทย
(เขำ คอื คุณครู ใช้ร่วมกบั คุณครทู ำหนำ้ ที่เปน็ ประธำนของประโยค)
นอ้ งกาลงั เดินทางไปรบั คณุ ยายทา่ น
(ท่ำน คอื คณุ ยำย ใช้ร่วมกบั ยำยทำหนำ้ ทเ่ี ปน็ กรรมของประโยค)
ซ้ือปลาทูมาฝากเจา้ เหมียวมัน
(มัน คอื เจ้ำเหมียว ใชร้ ว่ มกบั เจ้ำเหมยี วทำหนำ้ ที่เป็นกรรมของประโยค)

ครวู ภิ าวดี จกั รแก้ว

ตัวอย่างการใชภ้ าษาพดู และภาษาเขยี น

อาจารยค์ ะ หนูรสู้ กึ ไม่สบายและปวดหัวตวั ร้อนเปน็ ไข้

ภาษาพูด สงสยั จะเปน็ ไขห้ วัดใหญห่ นูขออนุญาตหยดุ เรยี น ๒ วัน นะคะ

ภาษาเขียน กราบเรียนอาจารย์ท่เี คารพ ดฉิ นั รสู้ ึกไม่สบาย มอี าการปวดศีรษะ
ตวั ร้อน มไี ข้ แพทย์แจ้งวา่ เปน็ ไข้หวัดใหญ่ จงึ ขออนญุ าตลาปว่ ย
ครวู ภิ าวดี จกั รแกว้ เปน็ เวลา ๒ วัน

ตัวอย่างการใชภ้ าษาพูดและภาษาเขียน

ภาษาพูด เพือ่ นผมหยิบหนังสอื มากองใหด้ ู แลว้ พูดว่า "เอง็ ลองดซู ิ ถ้าเขยี นแบบนี้ได้
เอามาให้กู แลว้ เอาไปเล่มละส่ีพัน" แคด่ ูช่อื ก็รูว้ ่าเน่าสนิททงั้ นน้ั เชน่ รกั สดุ หัวใจ
คณุ นายตัณหา วาสนาคนยาก มนั คาบลูกคาบดอกไปทางโป๊ ท้งั นัน้ ผมทาไมไ่ ด้

ภาษาเขยี น เพอื่ นของผมหยิบหนงั สือมากองให้ดู แลว้ บอกว่า ถ้าผมเขยี นตามแนวทีต่ ลาด
ต้องการ คือเปน็ เรอ่ื งเกี่ยวกบั ตณั หา กามารมณ์ ค่อนไปทางลามก จะใหร้ าคา
เล่มละสี่พัน แต่ผมไม่สามารถทาเชน่ นน้ั ได้

ครวู ภิ าวดี จกั รแกว้

สวสั ดี

ครูวภิ าวดี จกั รแก้ว


Click to View FlipBook Version