วัฒนธรรมการแต่งกายของ ประเทศจีนในแต่ละยุคสมัย
เนื่องจากภูมิประเทศของจีนเป็นประเทศที่อยู่ในเขต อากาศหนาวจัด จึงมีความจำ เป็นต้อง ปกปิดร่างกาย ด้วยเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น และมิดชิด แขนเสื้อ กว้างใหญ่และยาวเพื่อเก็บมือไว้ได้ สมัยก่อนยังไม่รู้ จักใช้ถุงมือ ตัวเสื้อจะยาวคร่อมเท้า แบบเสื้อจะ เป็นเสื้อป้ายซ้อนกันที่หน้าอก เพื่อให้เกิดความ อบอุ่น และสวมกางเกงขายาวไว้ข้างใน วัฒนธรรมการแต่งกายของจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน ชายจะสวมเสื้อคอปิด แขนยาว สีน้ำ เงินหรือดำ เรียกว่าจงหาน หรือ ชุดเหมา หญิงสวมชุดติดกันเข้ารูป เสื้อคอปิด หรือป้ายอก เรียกว่า ฉ่งชำ
สมัยฉิน (秦221-220 ปีก่อนคริสต์ศักราช) เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสมัยฉินได้รับอิทธิพลจาก แนวคิดอิ๋นหยาง(( 阴阳)ความสมดุลของสรรพสิ่ง กฎแห่งความสมดุลของธรรมชาติ) เนื่องจากยุคสมัย ฉินค่อนข้างจะสั้น ดั่งนั้นสีของเสื้อจะเป็นการผสม ผสานระหว่างสีเสื้อผ้าที่ฉินซีฮ่องเต้เป็นผู้กำ หนดและสี เสื้อผ้าตามประเพณีจารีตของยุคจ้านกั๋ว เสื้อผ้าผู้ชายสมัยฉินเป็นลักษณะเสื้อคลุมยาว ฉิน ซีฮ่องเต้ได้กำ หนดให้ใช้สีดำ เป็นหลักในการตัดเย็บ สำ หรับเสื้อผ้าพิธีการ โดยเชื่อว่าสีดำ เป็นสีที่คู่ควรแก่ การได้รับความเคารพ ข้าราชการยศระดับ 3 ขึ้นไปให้ ใช้สีเขียวประกอบในการตัดเย็บ ประชาชนทั่วไปใช้สี ขาวประกอบในการตัดเย็บ เสื้อผ้าผู้หญิง ฉินซีฮ่องเต้ ไม่ได้มีการกำ หนดสีในการตัดเย็บเนื่องจากท่านชื่น ชอบสีสันความสวยงามของเสื้อผ้าที่นางสนมในวังสวม ใส่ จึงเน้นเสื้อผ้าที่มีสีสันสวยหรู ฉูดฉาด
สมัยฮั่น (汉202 ปีก่อนคริสตศักราช – ค.ศ. 8) เสื้อผ้าสมัยฮั่น จะประกอบด้วย เสื้อคลุมยาว(袍) เสื้อลำ ลองแบบสั้น(襜褕) เสื้อนวมสั้น (襦) กระโปรง (ผู้หญิง) และ กางเกง (ผู้ชาย) ในยุคนี้ผ้าที่ มีลักษณะการถักทอได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดังนั้น คนที่มีเงินในสมัยนั้นจะสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำ จาก ผ้าแพรต่วน ซึ่งมีความสวยงามมาก โดยทั่วไปผู้ชาย จะ สวมเสื้อสั้น กางเกงขายาว และหากฐานะยากจน จะ สวมเสื้อแขนสั้นที่ตัดเย็บด้วยผ้าหยาบ ในส่วนของผู้ หญิงในสมัยฮั่นเสื้อผ้ามีตั้งแต่เป็นลักษณะเสื้อและ กระโปรงต่อกัน (กี่เพ่า) และแยกเสื้อกระโปรงเป็น 2 ชิ้น กระโปรงจะมีลวดลายหลากหลายมาก กระโปรงที่ มีชื่อเสียงมากที่สุดในสมัยนั้น คือ “กระโปรงลายเทพ สถิตย์ (留仙裙)” ระดับชั้นของข้าราชการในสมัยฮั่น จะมีหมวกและ สายประดับยศเป็นสัญลักษณ์ในการแบ่งชั้นของขุนนาง ซึ่งสมัยนั้น ตำ แหน่งอัครเสนาบดีเป็นขุนนางตำ แหน่ง สูงสุด
สมัยเว่ยจิ้น หนานเป่ย ( 魏晋南北 ค.ศ.220- ค.ศ.589) สมัยเว่ยจิ้น หนานเป่ย หรือที่เรารู้จักกัน “สมัย สามก๊ก” ก็อยู่ในยุคนี้ สมัยเว่ยจิ้น หนานเป่ยจัดได้ ว่าเป็นสมัยที่ศาสนาพุทธและลัทธิเต๋าเฟื่องฟู เครื่อง แต่งกายชายหญิง ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ จนถึงประชาชนทั่วไป เสื้อผ้า จะมีลักษณะหลวมยาว และมีเข็มขัดคาด หากเป็นเสื้อผ้าผู้ชายจะมีการเปิด แผงหน้าอกเล็กน้อย ไหล่เสื้อลู่ลง แขนเสื้อกว้าง สวมใส่ดูสบาย (ทั้งนี้แล้วแต่มุมมองของผู้อ่าน เนื่องจากบางท่านก็เห็นว่าแลดูลุ่มล่าม) ในส่วนของ เสื้อผ้าผู้หญิง เสื้อกี่เพ่าแลดูเป็นกระโปรงยาวลาก พื้น แขนเสื้อกว้าง เข็มขัดจะคาดให้ดูเป็นชั้น ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสุภาพ และสง่างาม
สมัยสุ่ย และสมัยถัง (隋唐 ค.ศ. 581-ค.ศ. 907) เสื้อผ้าของสมัยสุ่ยและสมัยถังมีรูป แบบเสื้อผ้าที่มีความใกล้เคียงกันสูง เสื้อผ้าต้นสมัยสุ่ยค่อนข้างจะเรียบง่าย เสื้อผ้ายังคงมีลักษณะกี่เพ่าหรือเสื้อ คลุมยาว เมื่อกษัตริย์สุ่ยหยางขึ้น ครองราชย์ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขึ้นในสังคม ซึ่งส่งผลให้เสื้อผ้าในยุค สมัยดังกล่าวได้มีการปรับเปลี่ยนรูป แบบให้สวยงามขึ้นเช่นกัน เสื้อผ้ากษัตริย์สมัยสุ่ยและถัง เสื้อผ้าผู้หญิงสมัยสุ่ย เสื้อผ้าผ้าผู้ชายสมัยถัง ในสมัยถัง นับได้ว่ามีความเจริญทั้งในด้านวัฒนธรรม และเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ดังนั้นเสื้อผ้าในสมัยนี้จัด ได้ว่ามีความสวยงามยิ่ง เสื้อผ้าพิธีการของสตรีชั้นสูงจะ มีลักษณะเปิดหน้าอก คอเสื้อต่ำ แขนเสื้อยาวและ ใหญ่ สวมเสื้อกระโปรงที่ทำ จากผ้านวม มีผ้าคลุมไหล่ สมัยนั้นเทคนิคสิ่งทอถือว่ามีความล้ำ หน้าเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ได้รับวัฒนธรรมแบบเสื้อผ้าจากต่างชาติ เข้ามาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน (เกาหลี ,ญี่ปุ่น) ดังนั้น สามารถกล่าวได้ว่าสมัยถังเป็นยุคที่เสื้อผ้าเครื่องแต่ง กายเฟื่องฟูเป็นอย่างมาก
แบบเสื้อผ้าสมัยซ่งยังคงได้รับอิทธิพลตกทอดมาจาก สมัยถัง แต่เนื่องจากสมัยนั้นแนวความคิดปรัชญา(ของ สำ นักขงจื้อ) เฟื่องฟู พฤติกรรมของผู้คนส่วนใหญ่ คล้อยตามแนวคำ สอนของท่านขงจื้อ มีรสนิยมชื่นชม ในความเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้แบบเสื้อผ้าของผู้คน ในสมัยซ่งไม่เน้นลวดลายสีฉูดฉาด เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้าของข้าราชการจะเป็นเสื้อคลุมยาว แขนเสื้อ ใหญ่ สวมหมวกประจำ ตำ แหน่ง มีการแบ่งสีเสื้อผ้า เพื่อบ่งบอกยศตำ แหน่ง ในส่วนของเสื้อผ้าสตรี เป็น ลักษณะเสื้อคลุมตัวใหญ่และยาว ช่วงคอตรง ผ้าใน ส่วนรักแร้ทั้งสองข้างตัดแยกออกจากกัน หรือเรียกอีก อย่างหนึ่งว่า “เสื้อกั๊กสมัยซ่ง” แบบเสื้อผ้านี้ได้รับ ความนิยมในหมู่นางสนมในวังและสตรีทั่วไปในสมัย นั้น สมัยซ่ง ( 宋ค.ศ.960 - ค.ศ.1279)
สมัยเหวี่ยน (元ค.ศ.1206 - ค.ศ.1368) สมัยเหวี่ยนเป็นสมัยที่มองโกลได้เค้ามายึดครองเมือง จีน แต่ทว่าวัฒนธรรมการแต่งกายยังคงได้รับอิทธิพล จากชาวฮั่นอยู่ ดังนั้นเครื่องแต่งกายในสมัยนี้จึง เป็นการผสมผสานระหว่างกลิ่นอายมองโกลและฮั่น เสื้อผ้าชายหญิงในสมัยเหวี่ยนไม่ได้มีความแตกต่างกัน เท่าไหร่นัก ยังคงเป็นลักษณะกี่เพ่าหรือชุดคลุมยาว มี เทคนิคการทอโดยการใช้วัตถุดิบผ้าทอง และขนสัตว์ ในการทอเสื้อผ้า เพื่อเป็นการแบ่งระหว่างการตัดเย็บ แบบมองโกล และการตัดเย็บแบบฮั่น ชาวมองโกลจะมี เอกลักษณ์เครื่องแต่งกายที่นอกเหนือจากกี่เพ่ายาวแล้ว ยังนิยมสวมหมวก “กูกู” (姑姑冠) เสื้อตรงหน้าอก เบ้ไปทางซ้าย ยาวและลึก สวมกระโปรงยาวทับ รองเท้า บูธหนังนิ่ม หากเป็นเสื้อผ้าสตรีชาวฮั่นโดยทั่วไป แล้วยังคงสืบทอดการแต่งกายสมัยซ่งอยู่ เสื้อตรงหน้าอก เบ้ไปทางขวา มีผ้าคลุมไหล่ สวมกระโปรงจับจีบ สวม รองเท้าเรียบติดพื้น
สมัยชิง ( 清ค.ศ.1644 - ค.ศ.1911 ) เครื่องแบบสมัยชิงยังคงได้รับการตกทอดมาจากสมัยห มิง ในขณะเดียวกันก็รับเอาจุดเด่นของแบบเสื้อสมัย ฮั่นเข้ามาประยุกต์ด้วย เสื้อผ้าผู้ชายยังคงเน้นเสื้อคลุม ยาว เสื้อแจ๊คเก็ตแบบจีน (⻢褂) เสื้อชั้นในแบบ ยืดลักษณะเป็นเสื้อกล้าม (⻢甲) โกนศรีษะออก ครึ่งนึง อีกครึ่งทักเปียยาว เสื้อแจ๊คเก็ตแบบจีนจะ สวมทับไว้ด้านนอกของชุดเสื้อคลุมที่หลวมยาว ชุด ลักษณะดังกล่าวจัดได้ว่าเป็นชุดพิธีการ ชุดแต่งกายที่ เป็นเสื้อและกระโปรงของผู้หญิงสมัยนั้นเป็นลักษณะ ผสมผสานระหว่างชาวฮั่นกับชาวแมนจู โดยเฉพาะกี่ เพ่าเป็นลักษณะของชาวแมนจูอย่างเห็นได้ชัด นอก เหนือจากนี้ยังมีเสื้อกั๊ก กระโปรง ผ้าคลุมไหล่ สายรัดเอว เครื่องแต่งกายต่าง ๆ เรียกได้ว่าถอดมา จากสมัยหมิงหรือแมนจูเลยก็ว่าได้ ประเพณีการรัด เท้ายังคงสืบทอดมาถึงสมัยชิง
ในสมัยหมิงหรือสมัยแมนจูได้ให้ความสำ คัญกับการ ฟื้นฟูวัฒนธรรมของชาวฮั่น ดังนั้นเครื่องแต่งกายจะมี กลิ่นอายการผสมผสานระหว่างสมัยฮั่น ถังและซ่ง เสื้อผ้าชายจะเน้นเสื้อคลุมยาว เป็นหลัก ข้าราชการจะ เน้นสวมใส่ชุด “ปู่ฝู” (补服)สวมหมวกผ้าแพร บาง(乌纱帽) สวมเสื้อคอกลม ลายผ้าตรงกลางเสื้อ คลุมยาวบ่งบอกถึงยศตำ แหน่งทางราชการ สมัยนั้น ผู้ชายทั่วไปยังนิยมสวมหมวกผ้าแบบสีเหลี่ยมอีกด้วย ในส่วนของชุดแต่งกายสตรี สวมเสื้อกันหนาวที่มี ซับในแบบจีน (袄) พกผ้าคลุมที่มีไว้พาดไหล่สี แดง(霞披) หรือพัด และสวมกระโปรงเป็นต้น สมัยหมิง (明ค.ศ.1368 - ค.ศ.1645) รูปแบบเสื้อผ้าส่วนใหญ่ เช่น เสื้อกั๊กยาว ยังคง ลอกเลียนมาจากสมัยถังและซ่ง นางในสมัยหมิงนิยม สวมใส่เสื้อผ้าที่ดูน่าเลื่อมใส สวมเสื้อก๊กเป็นชุดนอก แขนเสื้อแลดูเข้ารูป กระโปรงจีบข้างในสวมกางเกง ขายาว ในสมัยหมิงหญิงสาวเริ่มนิยมพันเท้าให้เล็ก หรือเรียกกันว่า “เท้ากลีบดอกบัว” เสื้อกั๊ก และเสื้อผ้าสตรี เครื่องแต่งกายชาย สวมหมวกผ้าทรงสี่เหลี่ยม
อ้างอิง https://pantip.com/topic/30339534 จัดทำ โดย นางสาว อัญชสา กสิบุตร รหัสนักศึกษา 650610530 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชา ภาษาจีน