The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูที่ปรึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by korledt.bpu, 2023-06-15 10:01:57

คู่มือนัก

คู่มือครูที่ปรึกษา

คู่มือนักเรียน โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานราธิวาส


คำนำ คู่มือนักเรียนโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ ปีการศึกษา 2566 เป็นเอกสารที่โรงเรียนจัดทำขึ้นเพื่อสร้าง ความเข้าและแนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน เกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับ ด้านงานปกครองและวิชาการ เพื่อให้โรงเรียนสามารถควบคุมดูแลนักเรียนให้ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ รักษาความปลอดภัย สงบ เรียบร้อยภายในโรงเรียน ดูแลสวัสดิภาพของนักเรียนให้อยู่ร่วมกันอย่างมี ความสุข ตลอดจนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมและพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ นางนินูรไอนี หะยีนิเลาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์


สารบัญ คำนำ สารบัญ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของโรงเรียน - ข้อมูลทั่วไปของโรงเรียน - ประวัติโรงเรียน ส่วนที่ 2 โครงสร้างหลักสูตรและระเบียบการวัดและประเมินผล - โครงสร้างหลักสูตร เวลาเรียน - ระเบียบการวัดผล ประเมินผล ส่วนที่ 3 ระเบียบและข้อปฏิบัติของนักเรียน - ระเบียบโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ว่าด้วยการควบคุมพฤติกรรมนักเรียน - หลักปฏิบัติหน้าที่ที่นักเรียนควรทราบ - ระเบียบว่าด้วยเรื่องเครื่องแต่งกายและการแต่งกายของนักเรียนโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ - ระเบียบว่าด้วยเครื่องแบบชุดพลศึกษา ภาคผนวก


ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของโรงเรียน 1.1 ชื่อสถานศึกษา โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๐ ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส รหัสไปรษณีย์ ๙๖๑๓๐ โทรศัพท์ 06-5340-9229 สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานราธิวาส 1.2 เปิดสอนตั้งแต่ระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ 1.3 มีเขตพื้นที่บริการ ๑๒ หมู่บ้าน ได้แก่ ๑. บ้านกำปงบารู ๗. บ้านเจาะเกาะ ๒. บ้านปีแนมูดอ ๘. บ้านบูเกะตาโมง ๓. บ้านบาตาปาเซ ๙. บ้านมะรือโบออก ๔. บ้านไอสเตียร์ ๕ ๑๐. บ้านจูโว๊ะ ๕. บ้านไอสเตียร์ ๘ ๑๑.บ้านตาโง๊ะ ๖. บ้านบูกิต ๑๒. บ้านกูแบปูยู


แผนที่ที่ตั้งโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ พิกัดทางภูมิศาสตร์ ละติจูด ที่ 6.2062597 ลองจิจูด ที่ 101.8367587 ที่อยู่ หมู่ที่ 10 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส นราธิวาส โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ ที่ว่าการอำเภอเจาะไอร้อง เขตตำบล ทางรถไฟ ทางหลวง ทางสายรอง ต.จวบ ต.มะรือโบออก ต.บูกิต สุไหงปาดี


สัญลักษณ์โรงเรียน คำขวัญโรงเรียน : วิชาการนำ เลิศล้ำปัญญา พัฒนาจริยธรรม ปรัชญาโรงเรียน : การศึกษาเป็นการพัฒนาชีวิตสู่สันติสุข สัญลักษณ์ของโรงเรียน : เทียนไขที่กำลังส่องสว่าง มีตัวอักษรย่อ บ.ป.อ.อยู่ภายใต้ลำแสงของเทียน ฐานของเทียนเป็นดอกพิกุล 5 ดอก และมีชื่อโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ อยู่ในแถบริบบิ้น สีประจำโรงเรียน : เขียว – ขาว อักษรย่อประจำโรงเรียน : บ.ป.อ. คำยึดมั่นของบุคลากร : มุ่งมั่น กระตือรือร้น สามัคคี เสียสละ ดอกไม้ประจำโรงเรียน : ดอกพิกุล อัตลักษณ์ของสถานศึกษา : ความรู้ คู่คุณธรรม อยู่อย่างพอเพียง ตามวิถีอิสลาม เอกลักษณ์ของสถานศึกษา : การจัดการเรียนการสอนอิสลามแบบเข้มเสริมสร้างจิตอาสา


ประวัติโรงเรียนโดยย่อ โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ตั้งขึ้น โดยตัวแทนราษฎร์ ๖ ตำบล คือ ตำบลบูกิต ตำบลจวบ ตำบลมะรือโบออก ตำบลตันหยงลิมอ ตำบลโต๊ะเด็ง ตำบลสุไหงปาดี ได้ยื่นหนังสือถึงนายสัญฐิกร บุญเพิ่ม ครูใหญ่โรงเรียนตันหยงมัส ขอให้เปิดสอนชั้น ม.ศ.๑ เป็นสาขาของโรงเรียนตังหยงมัสแบบสหศึกษา จำนวน ๒ ห้องเรียน ที่ตำบลบูกิต ในปี ๒๕๑๙ โดยอ้างเหตุผลดังนี้ ๑. ประชาชนตำบลบูกิตมอบที่ดินให้โรงเรียน จำนวน ๓๕ ไร่ ๒. สร้างอาคารเรียนชั่วคราวให้ ๔ ห้อง ๓. หาจำนวนนักเรียนเข้าเรียน ๒ ห้องเรียน ๔. ปรับปรุงบริเวณโรงเรียนให้ ๕. กำนันผู้ใหญ่บ้านให้ความปลอดภัยครูนักเรียนและทรัพย์สินของโรงเรียนเป็นอย่างดี ดังนั้นทางกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุมัติประกาศตั้งโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๑๙ โดยใช้อาคารชั่วคราวของโรงเรียนบ้านบูกิตก่อน จนกว่าจะสร้างอาคารเรียน ชั่วคราวเสร็จและทางตันหยงมัส ได้เสนอชื่อ นายเติมศักดิ์ ฉิมเรือง ไปดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียน บูกิตประชาอุปถัมภ์ ปี พ.ศ.๒๕๒๐ โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ได้ย้ายที่ทำการใหม่แยกออกจากโรงเรียนบ้านบูกิต มาตั้งอยู่ที่หมู่ ๑๐ ต.บูกิต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส บนเนื้อที่ ๓๕ ไร่ โดยสร้างเป็นอาคารชั่วคราว และปี พ.ศ. ๒๕๓๖ โรงเรียนได้อยู่ในพื้นที่ กิ่งอำเภอเจาะไอร้อง ซึ่งแยกมาจากอำเภอระแงะ ดังนั้นโรงเรียนบูกิตประชา อุปถัมภ์จึงเปลี่ยนมาเป็นโรงเรียนมัธยมกิ่งอำเภอในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ และเป็นโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ เจาะไอร้อง ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นต้นมา


ส่วนที่ 2 โครงสร้างหลักสูตร และระเบียบการวัดผลประเมินผล โครงสร้างหลักสูตร หลักสูตรโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จัดโครงสร้างหลักสูตรโดยมีองค์ประกอบสำคัญ ๒ ประการ คือ ๑. สาระการเรียนรู้พื้นฐานและสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม ซึ่งได้วิเคราะห์และจัดทำเป็นรายวิชาพื้นฐานและ รายวิชาเพิ่มเติมใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้ ๑.๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑.๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ๑.๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑.๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑.๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ๑.๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ๑.๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ๑.๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ๒. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประกอบด้วยกิจกรรมดังนี้ ๒.๑ กิจกรรมแนะแนว ๒.๒ กิจกรรมนักเรียน ๒.๒.๑ กิจกรรมชุมนุม/นักศึกษาวิชาทหาร ๒.๒.๒ กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี/จริยธรรม/โฮมรูม ๒.๓ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๒.๔ กิจกรรมการป้องกันการทุจริต


หมายเหตุ ๑. * ผู้เรียนเลือกเรียนสาระเพิ่มเติมภาคเรียนละ ๒ รายวิชา จำนวน ๒.๐ หน่วยกิต ๒. ** ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในกิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี หรือกิจกรรมอื่น ๆ ๓. *** ผู้เรียนเช้าร่วมกิจกรรมป้องกันการทุจริต ในกิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมชุมนุม โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (มัธยมศึกษาปีที่ ๑ – ๓) กลุ่มสาระ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๑ ภาค ๒ พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. ๑. ภาษาไทย ๑.๕ ๑.๕ ๑.๕ ๑.๕ ๑.๕ ๑.๕ ๒. คณิตศาสตร์ ๑.๕ ๑.๕ ๑.๕ ๑.๕ ๑.๕ ๑.๕ ๓. วิทยาศาสตร์ ๒.๕ ๒.๐ ๒.๐ ๒.๕ ๒.๕ ๒.๐ ๔. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒.๐ 0.5 ๒.๐ 0.5 ๒.๐ 0.5 ๒.๐ 0.5 ๒.๐ 0.5 ๒.๐ 0.5 ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา ๑.๐ ๒.๐* ๑.๐ ๒.๐* ๑.๐ ๒.๐* ๑.๐ ๒.๐* ๑.๐ ๒.๐* ๑.๐ ๒.๐* ๖. ศิลปะ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๗. การงานอาชีพ - ๐.๕ ๐.๕ - - ๐.๕ - ๘. ภาษาต่างประเทศ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๙. IS - - - - - ๑.๐ - ๑.๐ - - - - รวม ๑๑.๐ ๓.0 ๑๑.๐ ๓.0 ๑๑.๐ ๔.0 ๑๑.๐ ๔.0 ๑๑.๐ ๓.0 ๑๑.๐ ๓.0 รวมทั้งหมด ๑๔.0 ๑๔.0 ๑๕.0 ๑๕.0 ๑๔.0 ๑๔.0 จำนวนชั่วโมง/ภาค ๕6๐ ๕6๐ ๖0๐ ๖0๐ ๕6๐ ๕6๐ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ - กิจกรมแนะแนว ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมชุมนุม ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมเพื่อสังคมและ สารณประโยชน์** (๘) (๗) (๘) (๗) (๘) (๗) - กิจกรรมป้องกันการทุจริต*** (20) (20) (20) (20) (20) (20) รวมทั้งหมด (ชั่วโมง/ภาค) ๖2๐ ๖2๐ ๖6๐ ๖6๐ ๖2๐ ๖2๐ รวมรายปี (ชั่วโมง/ปี) ๑๒4๐ ๑๓2๐ ๑๒4๐ รวมทั้งหมด(ชั่วโมง) ๓800


โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ ๔ – ๖) แผนการเรียนภาษาไทย-สังคมศึกษา กลุ่มสาระ ม.๔ ม.๕ ม.๖ ภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๑ ภาค ๒ พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. ๑. ภาษาไทย ๑.๐ ๒.๐ ๑.๐ ๒.๐ ๑.๐ ๒.๐ ๑.๐ ๒.๐ ๑.๐ ๒.๐ ๑.๐ ๒.๐ ๒. คณิตศาสตร์ ๑.๐ - ๑.๐ - ๑.๐ - ๑.๐ - ๑.๐ - ๑.๐ - ๓. วิทยาศาสตร์ ๑.๐ - ๑.๐ - ๑.๐ - ๑.๐ - ๒.๐ - ๑.๕ - ๔. สังคมศึกษา ศาสนาและ ๑.๕ ๒.๕ ๑.๕ ๒.๕ ๑.๕ ๒.๕ ๑.๕ ๒.๕ ๑.๐ ๒.๐ ๑.๐ ๒.๐ วัฒนธรรม ๑.๐* ๑.๐* ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๖. ศิลปะ ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๗. การงานอาชีพ ๐.๕ ๒.๐ - ๒.๐ - ๑.๐ ๐.๕ ๑.๐ ๐.๕ ๑.๐ - ๑.๐ ๘. ภาษาต่างประเทศ ๑.๐ ๑.๕ ๑.๐ ๑.๕ ๑.๐ ๑.๕ ๑.๐ ๑.๕ ๑.๐ ๑.๕ ๑.๐ ๑.๕ ๙. IS - - - - ๑.๐ - ๑.๐ - - - - รวม ๗.๐ ๘.๐ ๖.๕ ๘.๐ ๖.๕ ๘.๐ ๗.๐ ๘.๐ ๗.๕ ๗.๕ ๖.๕ ๗.๕ รวมทั้งหมด ๑๕.๐ ๑๔.๕ ๑๔.๕ ๑๕.๐ ๑๕.๐ ๑๔.๐ จำนวนชั่วโมง/ภาค ๖๐๐ ๕๘๐ ๕๘๐ ๖๐๐ ๖๐๐ ๕๖๐ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ - กิจกรมแนะแนว ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมชุมนุม ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมเพื่อสังคม* (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) - กิจกรรมป้องกันการทุจริต*** (20) (20) (20) (20) (20) (20) รวมทั้งหมด (ชั่วโมง/ภาค) ๖๖๐ ๖๔๐ ๖๔๐ ๖๖๐ ๖๖๐ ๖๒๐ รวมรายปี(ชั่วโมง/ปี) ๑๓๐๐ ๑๓๐๐ ๑๒๘๐ รวมทั้งหมด ๓๘๘๐ หมายเหตุ ๑. * ผู้เรียนเลือกเรียนสาระเพิ่มเติม จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ๒. ** ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในกิจกรรมอื่นๆได้แต่นับชั่วโมงให้ครบตามกำหนด ๓. *** ผู้เรียนเช้าร่วมกิจกรรมป้องกันการทุจริต ในกิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมชุมนุม


โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ ๔ – ๖) แผนการเรียนทวิศึกษา สาขาเกษตรศาสตร์ กลุ่มสาระ ม.๔ ม.๕ ม.๖ ภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๑ ภาค ๒ พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. ๑. ภาษาไทย ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๒. คณิตศาสตร์ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๓. วิทยาศาสตร์ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๒.๐ ๑.๕ ๔. สังคมศึกษา ศาสนาและ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๐ - ๑.๐ - วัฒนธรรม ๗.๐ ๗.๐ ๖.๐ ๖.๐ ๗.๐ ๗.๐ ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา ๐.๕ ๐.๕ ๐.๕ ๐.๕ ๐.๕ ๐.๕ ๖. ศิลปะ ๐.๕ ๐.๕ ๐.๕ ๐.๕ ๐.๕ ๐.๕ ๗. การงานอาชีพ ๐.๕ - - ๐.๕ ๐.๕ - ๘. ภาษาต่างประเทศ ๑.๐ ๐.๕ ๑.๐ ๐.๕ ๑.๐ ๐.๕ ๑.๐ ๐.๕ ๑.๐ ๐.๕ ๑.๐ ๐.๕ ๙. IS - - ๑.๐ - ๑.๐ - - - - รวม ๗.๐ ๘.๐ ๖.๕ ๘.๐ ๖.๕ ๘.๐ ๗.๐ ๘.๐ ๗.๕ ๗.๕ ๖.๕ ๗.๕ รวมทั้งหมด ๑๕.๐ ๑๔.๕ ๑๔.๕ ๑๕.๐ ๑๕.๐ ๑๔.๐ จำนวนชั่วโมง/ภาค ๖๐๐ ๕๘๐ ๕๘๐ ๖๐๐ ๖๐๐ ๕๖๐ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ - กิจกรมแนะแนว ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมชุมนุม ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมเพื่อสังคม* (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) - กิจกรรมป้องกันการทุจริต*** (20) (20) (20) (20) (20) (20) รวมทั้งหมด (ชั่วโมง/ภาค) ๖๖๐ ๖๔๐ ๖๔๐ ๖๖๐ ๖๖๐ ๖๒๐ รวมรายปี(ชั่วโมง/ปี) ๑๓๐๐ ๑๓๐๐ ๑๒๘๐ รวมทั้งหมด ๓๘๘๐ หมายเหตุ ๑. * ผู้เรียนเลือกเรียนสาระเพิ่มเติม จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ๒. ** ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในกิจกรรมอื่นๆได้แต่นับชั่วโมงให้ครบตามกำหนด ๓. *** ผู้เรียนเช้าร่วมกิจกรรมป้องกันการทุจริต ในกิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมชุมนุม


โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ ๔ – ๖) แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระ ม.๔ ม.๕ ม.๖ ภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๑ ภาค ๒ พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. พฐ. พต. ๑. ภาษาไทย ๑.๐ - ๑.๐ - ๑.๐ - ๑.๐ - ๑.๐ - ๑.๐ - ๒. คณิตศาสตร์ ๑.๐๑.๕ ๑.๐๑.๕ ๑.๐๑.๕ ๑.๐๑.๕ ๑.๐๑.๕ ๑.๐๑.๕ ๓. วิทยาศาสตร์ - ๖.๐ - ๖.๐ - ๕.๐ - ๕.๐ ๑.๐ ๕.๐ ๖.๕ - ๔. สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๕ ๐.๕ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๑.๐ ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๖. ศิลปะ ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๐.๕ - ๗. การงานอาชีพ ๐.๕ - - - - - ๐.๕ - ๐.๕ - - ๘. ภาษาต่างประเทศ ๑.๐ ๑.๕ ๑.๐ ๑.๕ ๑.๐ ๑.๕ ๑.๐ ๑.๕ ๑.๐ ๑.๕ ๑.๐ ๑.๕ ๙. IS - - - - - ๑.๐ - ๑.๐ - - - - รวม ๖.๐ ๙.๕ ๕.๕ ๙.๕ ๕.๕ ๙.๕ ๖.๐ ๙.๕ ๖.๕ ๙.๐ ๑๑.๕ ๔.๐ รวมทั้งหมด ๑๕.๕ ๑๕.๐ ๑๕.๐ ๑๕.๕ ๑๕.๕ ๑๕.๕ จำนวนชั่วโมง/ภาค ๖๒๐ ๖๐๐ ๖๐๐ ๖๒๐ ๖๒๐ ๖๒๐ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ ๖๐ - กิจกรรมแนะแนว ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมชุมนุม ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - จริยธรรม ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๒๐ - กิจกรรมเพื่อสังคม* (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) - กิจกรรมป้องกันการทุจริต*** (20) (20) (20) (20) (20) (20) รวมทั้งหมด (ชั่วโมง/ภาค) ๖๘๐ ๖๖๐ ๖๖๐ ๖๘๐ ๖๘๐ ๖๘๐ รวมรายปี (ชั่วโมง/ปี) ๑๓๔๐ ๑๓๔๐ ๑๓๖๐ รวมทั้งหมด(ชั่วโมง) ๔๐๔๐ หมายเหตุ ๑. * ผู้เรียนเลือกเรียนสาระเพิ่มเติม จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ๒. ** ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในกิจกรรมอื่นๆได้แต่นับชั่วโมงให้ครบตามกำหนด ๓. *** ผู้เรียนเช้าร่วมกิจกรรมป้องกันการทุจริต ในกิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมชุมนุม


การให้ระดับผลการเรียน การตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการ เรียนเป็น ๘ ระดับ การตัดสินผลการเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานใช้ระบบผ่านและไม่ผ่าน โดยกำหนด เกณฑ์การตัดสินผ่านแต่ละรายวิชาที่ร้อยละ ๕0 จากนั้นจึงให้ระดับผลการเรียนที่ผ่าน สำหรับระดับ มัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนเป็น ๘ ระดับ แนวการให้ระดับผลการ เรียน ๘ ระดับ และความหมายของแต่ละระดับ ดังนี้ 4 ดีเยี่ยม 80 – 100 ๓.๕ ดีมาก ๓๕ – ๗๙ 3 ดี 70 – 74 ๒.๕ ค่อนข้างดี ๖๕ – ๖๙ 2 ปานกลาง ๖๐ – ๖๔ 1.5 พอใช้ 55 – 59 1 ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ๕o – ๕๔ 0 ต่ำกว่าเกณฑ์ 0 – ๔๙ ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ ในกรณีที่ไม่สามารถให้ระดับผลการเรียนเป็น ๘ ระตับได้ ให้ใช้ตัวอักษรระบุเงื่อนไขของผลการเรียน ดังนี้ "มส" หมายถึง ผู้เรียนไม่มีสิทธิเข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน เนื่องจากผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อย ละ 80 ของเวลาเรียนในแต่ละรายวิชา และไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน "ร" หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินผลการเรียนไม่ได้ เนื่องจากผู้เรียนไม่มีข้อมูลผลการเรียน รายวิชานั้นครบถ้วน ได้แก่ ไม่ได้วัดผลระหว่างภาคเรียน/ปลายภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานที่มอบหมายให้ทำ ซึ่งงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผลการเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้ การประเมินผลการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน และคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ 1. ในการสรุปผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เพื่อการเลื่อนชั้น และจบการศึกษา กำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็น 4 ระดับ และความหมายของแต่ละระดับ ดังนี้ ดีเยี่ยม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มี คุณภาพดีเลิศ ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มี คุณภาพเป็นที่ยอมรับ ผ่าน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มี คุณภาพเป็นที่ยอมรับ แต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ ไม่ผ่าน หมายถึง ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน หรือ ถ้ามีผลงานผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลาย ประการ


๒. ในการสรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมทุกคุณลักษณะเพื่อการเลื่อนชั้นและจบ การศึกษา กำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็น ๔ ระดับ และความหมายของแต่ละระดับ ดังนี้ ดีเยี่ยม หมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมิน ระดับดีเยี่ยม จำนวน ๕ – ๘ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับดี๒๔ เอกสารประกอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ ดี หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของ สังคม โดยพิจารณาจาก ๑. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๑ – ๔ คุณลักษณะ และไม่มี คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี หรือ ๒. ได้ผลการประเมินระดับดีทั้ง ๘ คุณลักษณะ หรือ ๓. ได้ผลการประเมินตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป จำนวน ๕ – ๗ คุณลักษณะ และมี บางคุณลักษณะได้ผลการ ประเมินระดับผ่าน ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดย พิจารณาจาก ๑. ได้ผลการประเมินระดับผ่านทั้ง ๘ คุณลักษณะหรือ ๒. ได้ผลการประเมินตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป จำนวน ๑ – ๔ คุณลักษณะ และ คุณลักษณะที่เหลือได้ผลการประเมินระดับผ่าน ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษา กำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผ่าน ตั้งแต่ 1 คุณลักษณะ


การเปลี่ยนผลการเรียน ๑. การเปลี่ยนผลการเรียน "0" ดำเนินการดังนี้ ๑.๑ ให้ครูผู้สอนดำเนินการสอนซ่อมเสริมในตัวชี้วัดที่นักเรียนสอบไม่ผ่านก่อน แล้วจึงให้สอบ แก้ตัวได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ถ้านักเรียนไม่ดำเนินการสอบแก้ตัวตามระยะเวลาที่โรงเรียนกำหนด ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของโรงเรียน ที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียน ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปี การศึกษานั้น ๆ ๑.๒ ถ้าสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน "0" อีก ให้โรงเรียนแต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ผลการเรียนของนักเรียนโดยปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐานให้นักเรียนเรียนซ้ำรายวิชานั้นๆ (๒) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้นักเรียนเรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ทั้งนี้ ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียน และในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการ เรียนว่าเรียนแทนรายวิชาใด 2. การเปลี่ยนผลการเรียน "ร" ดำเนินการดังนี้ ๒.๑ ให้นักเรียนดำเนินการแก้ไข "ร" ตามสาเหตุ เมื่อนักเรียนได้แก้ไขปัญหาเสร็จเรียบร้อย แล้ว ให้ครูผู้สอนพิจารณาตัดสินผลการเรียน โดยให้ได้ระดับผลการเรียนตามปกติ ( ตั้งแต่ 0 – ๔) ๒.๒ ถ้านักเรียนไม่ดำเนินการแก้ไข "ร" ตามระยะเวลาที่โรงเรียนกำหนด ให้ครูผู้สอนนำข้อมูล ที่มีอยู่มาตัดสินผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียนที่จะขยายเวลาการแก้ "ร" ออกไปอีก ไม่เกิน ๑ ภาคเรียน ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้นๆ เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว หากผลการเรียนเป็น “0” ให้ดำเนินการแก้ไขตามหลักเกณฑ์ ๓. การเปลี่ยนผลการเรียน "มส" การเปลี่ยนผลการเรียน "มส" มี ๒ กรณี ดังนี้ ๓.๑ กรณีนักเรียนได้ผลการเรียน "มส" เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘0 แต่มีเวลาเรียนไม่ น้อยกว่าร้อยละ ๖0 ของเวลาเรียนทั้งหมด ให้โรงเรียนจัดให้นักเรียนเรียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอนซ่อมเสริม หรือใช้เวลาว่าง หรือใช้วันหยุด หรือมอบหมายงานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไว้สำหรับรายวิชา นั้นๆ แล้วจึงให้สอบวัตลปลายกาคเป็นกรณีพิเศษ ผลการแก้ "มส" ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน "๑" การแก้ "มส" กรณีนี้ให้กระทำให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้นๆ ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการแก้ "มส" ตามระยะเวลาที่ กำหนดไว้นี้ให้เรียนซ้ำรายวิชา ยกเว้น มีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจขอโรงเรียนที่จะขยายเวลาการแก้ "มส" ออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียน แต่เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้ (๑) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐานให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น (๒) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยน รายวิชาเรียนใหม่ ๓.๒ กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน "มส" และมีเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของเวลาเรียน ทั้งหมด ให้สถานศึกษาดำเนินการดังนี้ (๑) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐานให้นักเรียนเรียนซ้ำรายวิชานั้นๆ (๒) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียน ให้นักเรียนเรียนซ้ำหรือ เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิซาเรียนใหม่ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียน แทนรายวิชาใด


การเรียนซ้ำรายวิชา หากนักเรียนได้รับการสอนซ่อมเสริม และสอบแก้ตัว ๒ ครั้งแล้วไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมิน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียนในการจัดให้เรียนช้ำในช่วงใด ช่วงหนึ่งที่โรงเรียนเห็นว่าเหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงว่าง หลังเลิกเรียนหรือภาคฤดูร้อน เป็น ต้น ในกรณีภาคเรียนที่ ๒ หากผู้เรียนยังมีผลการเรียน "0" "ร" "มส" ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้น ก่อนเปิดเรียนปีการศึกษาถัดไป โดยให้เปิดการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อนเพื่อแก้ไขผลการเรียนของนักเรียน หากไม่สามารถดำเนินการเปิดสอนภาคฤดูร้อนได้โรงเรียนควรประสานงานกับหน่วยต้นสังกัดเพื่อหาทางแก้ไข ผลการเรียนของนักเรียนต่อไป ๔ การเปลี่ยนผลการเรียน "มผ" หลักสูตรแกนกลางการศึกษาชั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดให้ผู้เรียนเข้าร่วม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๓ กิจกรรม คือ ๑) กิจกรรมแนะแนว ๒) กิจกรรมนักเรียน ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประ โยซน์ หรือนักศึกษาวิชาทหาร โดยผู้เรียนเลือกเรียนอย่างใดอย่างหนึ่ง ๑ กิจกรรมและเลือกเข้าร่วมกิจกรรม ชุมนุม หรือชมรมอีก ๑ กิจกรรม ๓) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน "มผ" สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่ ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก "มผ" เป็น "ผ"ได้ทั้งนี้ดำเนินการ ให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนนั้นๆ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยาย เวลาออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียน แต่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น การเลื่อนชั้น การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยและสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้เมื่อสิ้นปี การศึกษา ผู้เรียนจะได้รับการเลื่อนชั้น เมื่อมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ ๑. รายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม ได้รับการตัดสินผลการเรียนผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กำหนด ๒. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๓. ระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นควรได้ไม่ต่ำกว่า ๑.00 ทั้งนี้รายวิชาใดที่ไม่ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน สถานศึกษาสามารถซ่อมเสริมผู้เรียนให้ได้รับการแก้ไขในภาคเรียนถัดไป


การสอนซ่อมเสริม การสอนซ่อมเสริมสามารถดำเนินการได้ในกรณีดังต่อไปนี้ ๑. ผู้เรียนมีความรู้/ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอที่จะศึกษาในแต่ละรายวิชานั้น ควร จัดการสอนซ่อมเสริม ปรับความรู้/ทักษะพื้นฐาน 2. ผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ ทักษะกระบวนการ หรือเจตคติ / คุณลักษณะที่ กำหนดไว้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ในการประเมินผลระหว่างเรียน ๓. ผู้เรียนที่ได้ระดับผลการเรียน "0" ให้จัดการสอนซ่อมเสริมก่อนสอบแก้ตัว ๔. กรณีผู้เรียนมีผลการเรียนไม่ผ่าน สามารถจัดสอนซ่อมเสริมในภาคฤดูร้อนเพื่อ แก้ไขผลการเรียน ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา การเรียนซ้ำชั้น ผู้เรียนที่มีผลการประเมินรายวิชาอยู่ในระดับไม่ผ่านจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็น ปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ทั้งนี้ให้ คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ การเรียนซ้ำชั้น มี ๒ ลักษณะ คือ 1. ผู้เรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า ๑.00 และมีแนวโน้มว่า จะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น ๒. ผู้เรียนมีผลการเรียน 0, ร, มส เกินครึ่งหนึ่งของรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในปี การศึกษานั้น ทั้งนี้ หากเกิดลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือทั้ง ๒ ลักษณะ ให้สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการ พิจารณา หากเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ให้ช้ำชั้น โดยยกเลิกผลการเรียนเดิมและให้ใช้ผลการเรียนใหม่ แทน หากพิจารณาแล้วไม่ต้องเรียนซ้ำชั้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการแก้ไขผลการเรียน เกณฑ์การจบหลักสูตร หลักสูตรโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กำหนดการจบหลักสูตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ดังนี้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๖๖ หน่วยกิต และ เป็นรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด (๒) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๖๖ หน่วยกิต และเป็นรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า ๑๑ หน่วยกิต (๓) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน ดี หรือดีเยี่ยม (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่าน ดี หรือดีเยี่ยม (๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินทุก กิจกรรม


ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๔๑ หน่วยกิต และ รายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด (๒) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๔๑ หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต (๓) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน ดี หรือ ดีเยี่ยม (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่าน ดี หรือดีเยี่ยม (๖) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินทุก กิจกรรม


ส่วนที่ 3 ระเบียบโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ ว่าด้วยการควบคุมพฤติกรรมนักเรียน พ.ศ.2566 โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์เห็นสมควรกำหนดระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนที่มีพฤติกรรมผิด ระเบียบของโรงเรียน เพื่อเป็นการให้นักเรียนเป็นผู้มีความประพฤติดี มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีวินัยและ รู้จักแก้ไข ปรับปรุงตัวเอง จึงออกกฎระเบียบการควบคุมความประพฤตินักเรียน ดังนี้ ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ ว่าด้วยการควบคุมความประพฤติ นักเรียน พ.ศ. ๒๕66" ข้อ ๒. ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ ๑6 พฤษภาคม ๒๕66 เป็นต้นไป ข้อ ๓. "นักเรียน" หมายถึง นักเรียนโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ ข้อ ๔. "ครู" หมายถึง ครูผู้สอนที่ทำการสอนในโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมด์ ข้อ ๕. "ครู" มีสิทธิ์กล่าวตักเตือนหรือลงโทษนักเรียนที่กระทำผิดในระดับต่างๆ ข้อ ๖. เกณฑ์ความผิดและการทำโทษ การกำหนดการลงโทษนักเรียนผู้กระทำผิดไว้ ๔ สถาน ดังนี้ ๑ ว่ากล่าวตักเตือน ๒ ทำทัณฑ์บน ๓ ตัดคะแนนความประพฤติและบันทึกข้อมูล ๔ ทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรมนักเรียน การกระทำความผิดของนักเรียนแบ่งออกเป็น ๒ ระดับ ๑. พฤติกรรมที่เป็นความผิดสถานเบาต่อระเบียบของโรงเรียน 1.๑ ความผิดเกี่ยวกับเครื่องแบบและการแต่งกาย 1.๑.๑ ใช้เครื่องแบบผิดระเบียบ 1.๑.๒ แต่งกายผิดระเบียบ 1.๑.๓ ไว้ผมผิดระเบียบ 1.๒ ความผิดเกี่ยวกับการมาเรียน 1.๒.๑ มาสาย 1.๒.๒ ไม่เข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง 1.๓ ความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติตนไม่เหมาะสม 1.๓.๑ ส่งเสียงอึกทึกในห้องเรียน 1.๓.๒ เล่นในที่ที่โรงเรียนห้าม 1.๓.๓ กล่าววาจาหยาบคาย 1.๓.๔ ไม่แสดงความเคารพต่อครู 1.๓.๕ ทำความสกปรกแก่อาคารและบริเวณโรงเรียน 1.๓.๖ ปฏิบัติตนไม่ตรงต่อเวลาในการทำกิจกรรม เช่น การเข้าชั้นเรียน การเข้า ประชุม การใช้โรงอาหาร และการกลับบ้าน


1.๓.๗ ไม่จอดรถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะมาโรงเรียนในบริเวณที่กำหนด 1.3.8 ไม่ละหมาดและปฏิบัติศาสนกิจ 1.๓.9 ความผิดอื่นๆ ที่เข้าข่ายลักษณะความผิดและเทียบได้กับความผิดในข้อ 1.๑ ถึงข้อ 1.๓ 1.๔ การกระทำความผิดสถานเบาต่อระเบียบของโรงเรียน ในข้อ ๒.๑ ถึงข้อ ๒.๓ ให้ พิจารณาลงโทษโดยตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังนี้ ความผิดครั้งที่ เกณฑ์การลงโทษ ๑ ๒ ๓ ๔ ว่ากล่าวตักเตือน ทำกิจกรรม ตัดคะแนน ๕ คะแนน และทำกิจกรรม ตัดคะแนน ๑๐ คะแนน และทำทัณฑ์บน 2. พฤติกรรมที่เป็นความผิดร้ายแรงต่อระเบียบของโรงเรียน 2.๑ ขาดโรงเรียนโดยไม่แจ้งเหตุผลให้โรงเรียนทราบ เกินกว่า ๕ วัน 2.๒ แสดงกิริยาวาจา หรือการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่ไม่สุภาพซึ่งแสดงให้เห็นว่าขาด ความเคารพต่อครู 2.๓ ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.๔ หลบหนีการเรียน หนีโรงเรียน 2.๕ ปลอมลายมือชื่อ 2.๖ ก่อการทะเลาะวิวาทระหว่างเพื่อนในโรงเรียนเดียวกันและต่างโรงเรียน 2.๗ พกพาหรือเสพสารเสพติด สูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น 2.๘ เล่นการพนัน หรือการเล่นที่มีขอบข่ายในลักษณะการพนัน 2.๙ ทำลายทรัพย์สมบัติของโรงเรียน หรือของผู้อื่นเสียหาย 2.๑๐ นำหนังสือ สื่อ รูปภาพ เว็บไซต์ ลามกอนาจาร เข้ามาในโรงเรียน 2.๑๑ ปีนรั้วเข้า - ออกโรงเรียน 2.๑๒ ลักขโมยของทุกชนิด 2.๑๓ ประพฤติตนในทำนองชู้สาว 2.๑๔ พกอาวุธหรือวัตถุอันตรายติดตัวเพื่อประทุษร้ายผู้อื่น 2.๑๕ กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจการบริหารของโรงเรียน ประพฤติตนที่นำความ เสื่อมเสียมาสู่โรงเรียน และยุยงส่งเสริม ปลุกปั่น สนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าว 2.๑๖ ทำความผิดอื่นๆ ที่เทียบได้กับความผิดในข้อ 2.๑ ถึง 2.๑5 2.๑๗ การกระทำความผิดร้ายแรงต่อระเบียบของโรงเรียน ในข้อ 2.๑ ถึงข้อ 2.๑5 ให้ พิจารณาลงโทษโดยตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังนี้ ความผิดครั้งที่ เกณฑ์การลงโทษ ๑ ๒ ๓ ขึ้นไป ว่ากล่าวตักเตือน แจ้งผู้ปกครอง และตัดคะแนน ๑๐ คะแนน เชิญผู้ปกครอง ตัดคะแนน ๒๐ คะแนน และทำกิจกรรม เชิญผู้ปกครอง ตัดคะแนน ๓๐ คะแนน ทำกิจกรรม และทำทัณฑ์บน


ข้อ 7. เกณฑ์การการให้และเพิ่มคะแนนความประพฤติ 7.1 เกณฑ์การให้คะแนนในการทำกิจกรรม การให้ทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มคะแนน ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ 7.1.๑. ทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มคะแนน ๕ คะแนน ได้แก่ เก็บขยะ ทำความสะอาด บริเวณทั่วไป จัดสิ่งของ ในระยะเวลาไม่ต่ำกว่า ๑ ชั่วโมง 7.1.๒ ทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มคะแนน ๑๐ คะแนน ได้แก่ การเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพ ติดและโรคเอดส์ โรคระบาดอื่นๆ หรือกิจกรรมของชุมชน ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง หรือกิจกรรมอื่นที่ใกล้เคียงตาม ความเหมาะสม 7.1.๓ ทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มคะแนน ๑๕ คะแนน ได้แก่ การเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพ ติดและเอดส์ โรคระบาดอื่นๆ หรือกิจกรรมของชุมชน ใช้เวลา ๒ - ๓ ชั่วโมง หรือกิจกรรมอื่นที่ใกล้เคียงตาม ความเหมาะสม 7.1.๔ ทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มคะแนน ๒๐ คะแนน ได้แก่ การเข้าค่ายคุณธรรม จริยธรรมหรือค่ายพัฒนาวินัย หรือค่ายทักษะทางวิชาการอื่นๆ ใช้เวลา ๑ - ๓ วัน หรือกิจกรรมอื่นที่ใกล้เคียง ตามความเหมาะสม 7.2 เกณฑ์กระทำความดีและเพิ่มคะแนน เกณฑ์ความดีต่อไปนี้ ให้พิจารณาเพิ่มคะแนนครั้งละ ๕ คะแนน 7.2.๑ เก็บสิ่งของซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน ๑๐๐ บาทได้ แล้วนำไปให้ฝ่ายกิจการนักเรียน งานปกครองหรือคณะครูประกาศหาเจ้าของ 7.2.๒ มีผลการเรียนดี โดยได้คะแนนเฉลี่ยภาคเรียนละ ๓.๐๐ ขึ้นไป และต้องเป็น บุคคลที่มีความประพฤติดี 7.2.๓ มีผลการเรียนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ ๐.๕ ขึ้นไป 7.2.๔ ทำความดีอื่นๆ ที่เทียบได้กับความดีในข้อ 7.2.1 ถึง 7.2.๓ เกณฑ์ความดีต่อไปนี้ ให้พิจารณาเพิ่มคะแนนครั้งละ ๑๐ คะแนน 7.2.5 ช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียนเพื่อให้งานนั้นลุลวงไปด้วยดี และก้าวหน้าด้วย ความตั้งใจจริง 7.2.6 เก็บสิ่งของมีมูลค่ามากกว่า ๑๐๐ บาทแต่ไม่เกิน 1,000 บาทได้ แล้วแจ้งให้ ฝ่ายกิจการนักเรียน งานปกครองหรือคณะครูประกาศหาเจ้าของ 7.2.7 ชี้ช่องทาง หรือแนะแนวทางให้ครูทราบแหล่งอบายมุข เพื่อป้องกันแก้ไข ต่อไปหรือสามารถบอกชื่อหรือเลขประจำตัวผู้กระทำความผิดได้ 7.2.8 ทำความดีอื่นๆ ที่เทียบได้กับความดีในข้อ 7.2.5 ถึง 7.2.7 เกณฑ์ความดีต่อไปนี้ ให้พิจารณาเพิ่มคะแนนครั้งละ ๒๐ คะแนน 7.2.9 เก็บสิ่งของซึ่งมีมูลค่ามากกว่า ๑,๐๐๐ บาทขึ้นไปได้ แล้วแจ้งให้ฝ่ายกิจการ นักเรียน งานปกครองหรือคณะครูประกาศหาเจ้าของ ๗.๒.10 นำชื่อเสียงมาสู่โรงเรียนให้บุคคลภายนอกรู้จักโรงเรียนมากขึ้น ๗.2.11 ทำความดีอื่นๆ ที่เทียบได้กับความดีข้อ 7.2.9


หลักปฏิบัติหน้าที่ที่นักเรียนควรทราบ ๑. การมาเรียน หมายถึง นักเรียนทุกคนมาโรงเรียน เพื่อการศึกษาเล่าเรียนหาความรู้ 2. การมาโรงเรียน หมายถึง มาโรงเรียนก่อนเวลา 07.50 น. 3. มาโรงเรียนสาย หมายถึง มาโรงเรียนหลังจากเวลา 08.00 น. หรือหลังจากธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา เรียบร้อยแล้ว ยกเว้นในกรณี มีสาเหตุที่ควรพิจารณาให้อยู่ในดุลพินิจของโรงเรียน 4. การหนีเรียน หมายถึง การที่นักเรียนหายไปจากห้องเรียน โดยไม่แจ้งให้อาจารย์ประจำวิชาทราบ ให้อาจารย์ประจำวิชาบันทึกส่งฝ่ายกิจการนักเรียน เพื่อแจ้งให้อาจารย์ที่ปรึกษาทราบและติดตามต่อไป 5. การขาดเรียน หมายถึง นักเรียนที่ขาดเรียนด้วยเหตุใดก็ตามต้องแจ้งให้อาจารย์ที่ปรึกษาทราบโดย ในใบลาต้องระบุสาเหตุ และคำรับรองของผู้ปกครอง หากขาดเรียนเกิน ๓ วันติดต่อกัน โรงเรียนจะมีหนังสือ แจ้งให้ผู้ปกครอง ถ้าขาดเรียนเกิน ๕ วันติดต่อกันจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองทราบเป็นครั้งที่ ๒ หากนักเรียน ยังไม่มาโรงเรียน จะมีหนังสือเชิญผู้ปกครองมาพบต่อไป 6. การลาหยุดเรียน นักเรียนที่จำเป็นต้องลาหยุดเรียนต้องปฏิบัติดังนี้ 6.๑ การลาป่วย แจ้งให้อาจารย์ที่ปรึกษาทราบและส่งใบลาป่วยย้อนหลังกับอาจารย์ที่ปรึกษา 6.๒ การลากิจ ต้องมีใบลาติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ วัน 6.3 ในการลาป่วยหรือลากิจ ต้องมีคำรับรองของผู้ปกครองทุกครั้ง 6.๔. กรณีที่นักเรียนป่วยระหว่างเรียน ให้แจ้งอาจารย์ผู้สอนหรืออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอ อนุญาตเข้าพักรักษาตัวในห้องพยาบาลของโรงเรียน 7. การขออนุญาตออกนอกโรงเรียน 7.1 ในการขออนุญาตออกนอกโรงเรียนทุกกรณี และกลับเข้ามาเรียนอีกในวันนั้น ให้ ดำเนินการขออนุญาตทีห้องกิจการนักเรียน โดยให้นักเรียนผ่านการรับรองจากครูประจำวิชา อาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อเก็บเป็นหลักฐาน และรับบัตรอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนที่ห้องกิจการนักเรียน 7.๒ การออกนอกบริเวณโรงเรียน เพื่อปฏิบัติกิจกรรมใดๆก็ตามที่โรงเรียนจัดขึ้นทางโรงเรียน จะมีหนังสือแจ้งและจะมีครูอาจารย์เป็นผู้ควบคุมและดูแลนักเรียนทุกครั้ง 8. การโฮมรูม ทางโรงเรียนจัดให้มีการโฮมรูมอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง เพื่อครูประจำชั้นพบปะ นักเรียนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ ให้คำปรึกษาแนะนำ และแจ้งข่าวสารต่างๆ ข้อที่นักเรียนควรปฏิบัติ ๑. นักเรียนต้องศึกษาวิชาสามัญและศาสนาควบคู่กันไปและต้องปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียนอย่าง เคร่งครัด ๒. นักเรียนต้องละหมาดเที่ยง( ชูฮริ ญะมาอะห์ ) ที่โรงเรียนและต้องมีบัตรละหมาดทุกครั้งที่ไป ละหมาด ๓. นักเรียนที่มีเหตุจำเป็นต้องมาสาย ให้นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนดำเนินการขออนุญาตมาสายที่ ห้องกิจการนักเรียน เพื่อออกบัตรขออนุญาตมาสาย และต้องถึงบริเวณโรงเรียนเวลา 08.30 น. 4. ห้ามนักเรียนทะเลาะวิวาท เสพยาเสพติดทุกประเภท ห้ามเล่นการพนันทุกชนิด ห้ามพกอาวุธมา โรงเรียน และห้ามอบายมุขทุกประเภท ๕. และอื่นๆ


ระเบียบว่าด้วยเรื่องเครื่องแต่งกายและการแต่งกายของนักเรียนโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลสมัยขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น โรงเรียนได้ กำหนดระเบียบว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียนดังนี้ ข้อที่ ๑ เครื่องแบบการแต่งกายของนักเรียนชาย - ทรงผม รองทรงสูง ด้านข้างและด้านหลังตัดสั้น ไล่ขึ้นสูงไปให้มองเห็นเป็นขอบหรือเป็นชั้น ผมด้านหน้ายาวไม่เกิน 5 ซ.ม. ด้านบนยาวไม่เกิน 5 ซ.ม. ห้ามไว้จอน ไว้หนวด ไว้เครา ห้ามย้อมหรือกัดสีผม และอื้นๆในลักษณะการเสริมสวย (ให้อยู่ในดุลพินิจของครู – อาจารย์) - เสื้อ เสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อเรียบ แขนสั้นขนาดพอเหมาะกับตัว ไม่บางจนเกินไป ผ่าอกตลอดมี สาบกว้าง ๓ เชนติเมตร ไม่จีบด้านหลัง ใช้กระดุมสีขาว ๖ เม็ด มีกระเป๋า ไม่มีฝาปิด หน้าอกเสื้อด้านขวาปัก โลโก้โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ ด้านล่างโลโก้ปักเลขประจำตัวนักเรียน ขนาดสูง 1 เซนติเมตร หน้าอกเสื้อ ด้านซ้ายเหนือกระเป๋าเสื้อปักชื่อ - สกุล ขนาดสูง 1 เซติเมตร ปกคอเสื้อด้านซ้ายให้ปักสัญลักษณ์ระดับชั้นของ ตนเอง โดยระดับชั้น ม.ต้น ปักจุดวงกลม ส่วนระดับชั้น ม.ปลาย ปักดวงดาว ขนาด 0.5 เซนติเมตร โดยการ ปักให้ใช้ไหมสีน้ำเงิน - กางเกง ใช้สีดำ ด้านหน้ามีจีบข้างละ 2 จีบ ขายาวถึงตาตุ่ม ปลายขาไม่บานออก มีกระเป๋า ข้างทั้ง ๒ ข้าง มีกระเป๋าหลังด้านขวามือ หูกางเกงมี 6 – 7 หู สอดเข็มขัดได้พอดีผ่าส่วนหน้าใช้ซิป ไม่รัดรูป ไม่คับ และไม่หลวมจนเกินไป - เข็มขัด ใช้หนังสีดำแบบนักเรียนขนาดกว้าง ๓ – ๔ เซนติเมตร หัวเข็มขัดเป็นโลหะสี่เหลี่ยม ชนิดหัวกลัดรูเดียวสีเงิน - รองเท้า ใช้รองเท้าผ้าใบสีดำหุ้มส้นชนิดผูกเชือกไม่มีลวดลาย - ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าสีขาวเรียบแบบธรรมดา ปิดตาตุ่ม ไม่มีลวดลาย - เล็บ ต้องตัดเล็บให้สั้น รักษาความสะอาดอยู่เสมอ และไม่ย้อมสีเล็บ - เครื่องประดับ นาฬิกาข้อมือที่มีสายสุภาพเท่านั้น - การแต่งกายของนักเรียนชาย ต้องสวมเสื้อไว้ในกางเกงทั้งในและนอกบริเวณโรงเรียน กลัด กระดุมทุกเม็ด ยกเว้นกระดุมเม็ดบนสุดใกล้ปกคอเสื้อ ข้อที่ ๒ เครื่องแบบการแต่งตัวของนักเรียนหญิง - เสื้อ ใช้ผ้าสีขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป ตัวเสื้อหลวมพอสมควร ไม่มีตะเข็บ ไม่มีจีบ ไม่มี ลวดลายคอปกบัว ตัวเสื้อยาวคลุมสะโพก ไม่รัดรูป มีสาบกว้างไม่เกิน 5 เซนติเมตร กระดุมสีขาว 6 เม็ด ปลายแขนจีบรูดตัวเสื้อ - ผ้าคลุมศรีษะ ผ้าสีขาวเกลี้ยง ไม่มีลวดลายสี่เหลี่ยมจัตุรัส ความยาวด้านละ ๑2๐ เซนติเมตร เย็บติดตลอดใต้คางถึงปลายมุมผ้า ด้านขวาปักโลโก้โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ ด้านล่างโลโก้ปัก เลขประจำตัวนักเรียน ขนาดสูง 1 เซนติเมตร ด้านซ้ายปักชื่อ - สกุล ขนาดสูง 1 เซติเมตร ด้านบนชื่อ - สกุล ให้ปักสัญลักษณ์ระดับชั้นของตนเอง โดยระดับชั้น ม.ต้น ปักจุดวงกลม ส่วนระดับชั้น ม.ปลาย ปักดวงดาว ขนาด 0.5 เซนติเมตร โดยการปักให้ใช้ไหมสีน้ำเงิน และริมขอบผ้าคลุมตัดเย็บแถบด้วยผ้าสีน้ำเงิน - หมวกคลุมผม ต้องเป็นสีขาวเท่านั้น และไม่มีลวดลาย


- กระโปรง ใช้สีกรมท่าเข้ม เนื้อเรียบ ด้านหน้าจีบ ๖ จีบ หันจีบออกข้างนอกละ ๓ จีบยาว จากสะเอวถึงตาตุ่ม ขอบปลายกระโปรงพับขนาด ๓.๕ เชนติเมตร - รองเท้า ใช้รองเท้าหนังสีดำแบบหุ้มส้น ไม่มีลวดลายแบบนักเรียน ชนิดมีสายรัดหลังเท้า ส้น สูงไม่เกิน 3 เซนติเมตร - ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าสีขาว เนื้อเรียบแบบธรรมดา ไม่มีลวดลาย


ระเบียบว่าด้วยเครื่องแบบชุดพลศึกษา ข้อที่ ๑ เครื่องแบบการแต่งกายของนักเรียนชาย - เสื้อ เสื้อยืดคอโปโล แขนสั้นหรือแขนยาว สีเขียวตามแบบที่ทางโรงเรียนสั่งตัด - กางเกง ใช้กางเกงสีกรมท่าหรือน้ำเงิน ด้านข้างของกางเกงมีแถบ ขาว กว้างแถบละ 1 นิ้ว - รองเท้า ใช้รองเท้าผ้าใบสีดำหุ้มส้น มีเชือกผูกหลังเท้า ไม่มีลวดลาย - ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าสีขาวเรียบแบบธรรมดา ปิดตาตุ่ม ไม่มีลวดลาย ข้อที่ 2 เครื่องแบการแต่งกายของนักเรียนหญิง - เสื้อ เสื้อยืดคอโปโล แขนยาว สีเขียวตามแบบที่ทางโรงเรียนสั่งตัด - กางเกง ใช้กางเกงสีกรมท่าหรือน้ำเงิน ด้านข้างของกางเกงมีแถบ ขาว กว้างแถบละ 1 นิ้ว - รองเท้า ใช้รองเท้าผ้าใบสีขาวหุ้มส้น มีเชือกผูกหลังเท้า ไม่มีลวดลาย - ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าสีขาวเรียบแบบธรรมดา ปิดตาตุ่ม ไม่มีลวดลาย - ผ้าคลุมศรีษะ ผ้าสีขาวเกลี้ยง ไม่มีลวดลายสี่เหลี่ยมจัตุรัส ความยาวด้านละ ๑2๐ เซนติเมตร เย็บติดตลอดใต้คางถึงปลายมุมผ้า ด้านขวาปักโลโก้โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ ด้านล่างโลโก้ปัก เลขประจำตัวนักเรียน ขนาดสูง 1 เซนติเมตร ด้านซ้ายปักชื่อ - สกุล ขนาดสูง 1 เซติเมตร ด้านบนชื่อ - สกุล ให้ปักสัญลักษณ์ระดับชั้นของตนเอง โดยระดับชั้น ม.ต้น ปักจุดวงกลม ส่วนระดับชั้น ม.ปลาย ปักดวงดาว ขนาด 0.5 เซนติเมตร โดยการปักให้ใช้ไหมสีน้ำเงิน และริมขอบผ้าคลุมตัดเย็บแถบด้วยผ้าสีน้ำเงิน - หมวกคลุมผม ต้องเป็นสีขาวเท่านั้น และไม่มีลวดลาย ข้อที่ 3 ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องแบบชุดพลศึกษา 1. นักเรียนชาย ใส่ชายเสื้อไว้ในกางเกงตลอดเวลา นักเรียนหญิง ปล่อยชายเสื้อไว้นอก กางเกง 2. ห้ามนำเสื้อพลศึกษาไปดัดแปลกทรงให้รัดรูป และนำกางเกงไปดัดแปลกให้รัดรูปหรือ ปลายขายบาน 3. ไม่อนุญาตให้นักเรียนชายใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวกับชุดพลศึกษา และไม่อนุญาตให้นักเรียน หญิงใส่รองเท้าผ้าใบสีดำกับชุดพลศึกษา 4. เครื่องแบบชุดพลศึกษาให้แต่งเฉพาะวันที่มีเรียนรายวิชาพลศึกษาเท่านั้น ยกเว้นที่ทาง โรงเรียนได้ประกาศเป็นกรณีพิเศษ หรือนัดหมายจากครูผู้สอน 5. นักเรียนที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบเครื่องแต่งกายพลศึกษา ให้ฝ่ายกิจการนักเรียนลงโทษ ตามที่กำหนด


ภาคผนวก


เครื่องแบบนักเรียนและการแต่งกายของนักเรียนชาย


เครื่องแบบนักเรียนและการแต่งกายของนักเรียนหญิง


Click to View FlipBook Version