The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วรรณิภา เมืองซอง, 2020-11-05 06:40:22

0.0.0

0.0.0

เรอ่ื ง
จัดทำโดย กำรทำผำ้ มัดยอ้ ม
น.ส. สปุ ระวณี ์ บวั เกดิ เลขท่ี 3
น.ส. ณัฐสตุ ำ เหลำ่ ฤทธิ์ เลขที่ 11
น.ส. ศริ วิ รรณ สหี ำมำตย์ เลขที่ 12
น.ส. เจนนเิ ฟอร์ กลุ อำษำ เลขท่ี 14

ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปีที่ 5
นำเสนอ

คณุ ครวู นดิ ำ บญุ พเิ ชวงศ์
ครู ชำนำญกำรพเิ ศษ

โรงเรยี นสตรรี ำชนิ ูทศิ
สำนักงำนเขตพนื้ ทกี่ ำรศกึ ษำ

มธั ยมเขต 20 อดุ รธำนี
สำนักงำนคณะกรรมกำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำน

บทท1ี่
บทนำ

ท่ีมาและความสาคญั ของโครงงาน

ในปัจจบุ นั สง่ิ ของตำ่ งๆมรี ำคำแพง ผปู ้ กครองนักเรยี นตอ้ งรบั ภำระเสยี คำ่ ใชจ้ ำ่ ยใน
ครอบครวั สงู ผปู ้ กครองนักเรยี นโรงเรยี นบำ้ นคลองพระยำสว่ นมำกมรี ำยไดจ้ ำกกำร
ทำสวนปำลม์ และสวนยำงแตใ่ นปัจจบุ นั รำคำของพชื เศรษฐกจิ ทงั้ สองรำคำตกตำ่
ทำใหร้ ำยไดไ้ มพ่ อกบั กำรยงั ชพี คณะผจู ้ ดั ทำโครงงำนเหน็ วำ่ นักเรยี นก็สำมำรถที่
จะหำรำยไดช้ ว่ ยเหลอื ครอบครวั ได ้ จงึ มกี ำรจัดทำโครงงำนสรำ้ งเสรมิ ทกั ษะอำชพี
ในนักเรยี นไดม้ ที กั ษะควำมรนู ้ ำไปใชใ้ นกำรหำรำยไดเ้ สรมิ ระหวำ่ งเรยี นโดยคดิ
โครงงำนอำชพี ผำ้ มดั ยอ้ ม ซงึ่ เป็ นงำนอำชพี ทส่ี ำมำรถทำไดง้ ่ำยไมย่ งุ่ ยำก และ
เพอ่ื เป็ นกำรนอ้ มหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งมำประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั คณะ
ผจู ้ ัดทำโครงงำนจงึ ไดป้ รกึ ษำกบั ครผู สู ้ อนและจัดทำโครงงำนอำชพี ผำ้ มดั ยอ้ ม
ขนึ้ มำ

จดุ มงุ่ หมำยของโครงงำน
1. เพอ่ื นำไปหำรำยได ้
2. สำมำรถไดเ้ รยี นรวู ้ ธิ กี ำรทำ
3. นำเสอ้ื ผำ้ เกำ่ มำดดั แปลงใหใ้ หมข่ น้ึ ได ้

ประโยชนแ์ ละคณุ คำ่ ของงำน
1. หำรำยไดด้ ว้ ยตนเอง
2. ไดเ้ รยี นรู ้
3. สำมำรถนำไปจำหน่ำยได ้

ระยะเวลาในการดาเนินงาน
ระหว่างวนั ท่ี 27 สิงหาคม- 15 กนั ยายน 2563

บทท่ี 2
เอกสารประกอบการศกึ ษา

ประวัตคิ วามเป็ นมา

การฝึ กหัดมดั ย้อมบนเนอื้ ผ้าได้เคยทากนั มาเกอื บทกุ ส่วนของโลก ประวตั กิ ารทาผ้า
มดั ย้อมได้เริ่มต้นทากนั มาแล้วในสมยั เอเชียโบราณแผ่ขยายไปยงั ตอนกลางของ
ทวปี อนิ เดยี ไปยงั มาเลเซีย และข้ามไปยงั แอฟริกา การทอผ้าทมี่ มี าแต่โบราณ
นอกจากจะขดุ พบในสมยั จนี โบราณแล้ว ยงั มาจากพวกคาราวานในสมยั ก่อน
รวมท้งั ทม่ี าของการทาไหมกเ็ ร่ิมในยคุ นีด้ ้วย

ในทวปี อเมริกาเริ่มการมดั ย้อมจากชาวโคลมั เบยี ในยคุ แรก เพอ่ื การทา
วงกลม และสี่เหลยี่ ม ด้วยแบบสีง่าย ๆ เป็ นทน่ี ิยมในเมก็ ซิโก กวั เตมาลา เปรูเดลิ
เวยี ปาลาไว และอาเจนตนิ า ในอเมริกาใต้และชาวอนิ เดยี แดง

การทาผ้ามดั ย้อมอาจได้รับการพฒั นาให้ดขี ึน้ ในตอนต้นสมยั ของประเทศ
อนิ เดยี ก่อนทจ่ี ะมาถึงประเทศญป่ี ่ นุ เสื้อผ้าของคนทวั่ ไปแสดงให้เห็นถึงการเขียน
ภาพสีนา้ บนผนังและเพดานถา้ ท่ี อจนั ตาเป็ นแบบวงกลมสีขาวคล้ายกบั จะทาให้
เห็นเป็ นเหมอื นการทาหางวงกลม ซ่ึงเป็ นทร่ี ู้จกั ในอนิ เดยี ว่าปรังใจ

ผ้ามดั ย้อมทมี่ ใี นประเทศไทยและกมั พชู าน้ันเป็ นเครื่องแสดงให้เห็นว่า
การมดั ย้อมเริ่มต้นมาจากสองประเทศนแี้ พร่หลายเข้าไปยงั ประเทศ
อนิ โดนีเซีย วธิ ีการมดั ย้อมยงั นาไปใช้ในการตกแต่งผ้าไหมช้ันดเี พอ่ื ใช้ทาผ้าคลมุ
ไหล่ สไบ และโสร่ง สาหรับชายหญงิ ของชาวชวาและบาหลี

การมดั ย้อมในแต่ละประเทศแสดงให้เห็นถึงการออกแบบทแ่ี ตกต่างกนั และ
ลกั ษณะการใช้สีซ่ึงผ้ผู ลติ สามารถวางแนวทางและรูปแบบของผ้าเพอื่ ผลติ ออกไป
ทว่ั โลก ในระยะเวลาทแ่ี ตกต่างกนั ตามรูปแบบของวฒั นธรรม

ขนั้ ตอนในการทาผ้ามดั ยอม
1 การเตรียมผ้า

ผำ้ ทใี่ ชค้ วรเป็ นผำ้ โทนมดื หรอื สดี ำทม่ี ขี ำยตำมทอ้ งตลำดเป็ นผำ้ ทผ่ี ำ่ นกำร
แตง่ มำกอ่ น เพอ่ื ใหผ้ ำ้ แข็งตวั และเป็ นเงำเรยี บ ผผู ้ ลติ จะแตง่ และอำบผำ้ ดว้ ย
สำรเรซนิ่ หรอื แป้งใชเ้ ป็ นสว่ นมำก สำรตวั ทกี่ ลำ่ วมำนนี้ ับวำ่ เป็ น อปุ สรรคตอ่
กำรแทรกซมึ ของน้ำสี ฉะนัน้ กอ่ นจะลงมอื ยอ้ มสี ควรขจัดสง่ิ เหลำ่ นอี้ อกให ้
หมดเสยี กอ่ น แตถ่ ำ้ มสี ำรอำบผวิ ใสจ่ ำนวนนอ้ ยอำจทำควำมสะอำดได ้ โดย
กำรใชผ้ งซกั ฟอกได ้

การเตรียมลายมัดย้อม

ผปู ้ ฏบิ ตั ผิ ำ้ มัดยอ้ มยอ่ มปรำรถนำใหล้ ำยทเี่ กดิ ขน้ึ บนผำ้ ลำยทไี่ ม่
อยำกใหซ้ ำ้ กบั ผอู ้ นื่ ดงั นัน้ ผทู ้ ปี่ ฏบิ ตั งิ ำนมดั ยอ้ มจงึ ผกู ผำ้ ของตนเอง
ไดอ้ ยำ่ งอสิ ระ โดยกำรใหค้ วำมคดิ คำนงึ สรำ้ งสรรค์ ลำยทอ่ี อกมำ
ยอ่ มเป็ นงำนทพ่ี งึ พอใจของผปู ้ ฏบิ ตั เิ อง

วธิ ีการกดั สีเสือ้

1. นำเสอื้ มว้ นใหเ้ ป็ นรปู วงกลมเเลว้ ใหน้ ำหนังยำงมำรัดให ้
เเน่น

2 ขนั้ ตอนนตี้ อ่ ไปคอื กำรรำดไฮเตอร์ หรอื บำ้ งคนอำจจะใช ้
วธิ กี ำรฉดี กไ็ ด ้

3 ทงิ้ เสอ้ื ไวป้ ระมำณ 10 - 15 นำที เพอ่ื รอไฮเตอรก์ ดั สเี สอื้ ครบั
โดยธรรมชำตแิ ลว้ ถำ้ เสอ้ื ดำจะกดั ออกมำเป็ นสนี ้ำตำล สม้ ๆ ถำ้ เป็ น
สอี นื่ ก็จะลดโทนลงมำเรอ่ื ย ๆ ตำมสเี สอื้

4 ขนั้ ตอนสดุ ทำ้ ยคอื กำรตดั หนังยำงออก แลว้ นำเสอื้ ไปซกั ดว้ ย

น้ำเปลำ่ นำไปตำกใหแ้ หง้ เป็ นอันเสร็จสนิ้ กำรกดั สเี สอ้ื

บทท่3ี
วธิ ีการดาเนินงานโครงงาน

วสั ดุอุปกรณ์และวธิ ีการทา

-เสอ้ื สดี ำหรอื เสอื้ โทนสมี ดื ทไ่ี มใ่ สแ่ ลว้
- ผลติ ภณั ฑซ์ กั ผำ้ ขำวไฮเตอร์
- หนังยำง
- สำยไฟเกำ่ หรอื เชอื ก

วธิ ที ำ
1 นำเสอื้ มำมดั เป็ นรปู วงกลมและรัดใหแ้ น่นดว้ ยยำง
2 นำไฮเตอรม์ ำรำดและรอทง้ิ ไง ้ 10-15นำที
3 แกะยำงออกและนำไปลำ้ งน้ำ
4นำมำตำกเป็ นอนั เสร็จสนิ้

บทที่ 4

ผลกำรดำเนนิ งำน

สรุปผลการศกึ ษา
การศึกษาเร่ืองการทาผา้ มดั ยอ้ ม ศึกษาเฉพาะ เทคนิคและกระบวนการทาผา้

มดั ยอ้ มการกดั สีเส้ือ ที่นามาสู่ลวดลายผา้ มดั ยอ้ ม 1 แบบ
โดยท้งั 1 ลวดลาย ผศู้ ึกษา ไดน้ าเทคนิคการมดั แบบต่างๆมาใช้ และยอ้ มผา้

ดว้ ยการใชไ้ ฮเตอร์เป็นตวั กดั สีเส้ือ ผสมผสานกนั จนเกิดลวดลายใหมแ่ ละยอ้ มสี จะ
ไดเ้ ส้ือตวั ใหม่ที่มีสีสันลวดลายสวยงาม

บทท่5ี
สรุปอภปิ รายและข้อเสนอแนะ

สรปุ ผลกำรดำเนนิ งำน
กำรทำโครงงำนตลอดระยะเวลำระหวำ่ งปฏบิ ตั งิ ำนผลสำเร็จเป็ นท่ี
น่ำพงึ พอใจแกผ่ ปู ้ ฏบิ ตั งิ ำนเป็ นอยำ่ งมำก เพรำะนอกจำกกำรทำ
โครงงำนอำชพี แลว้ กำรปฏบิ ตั งิ ำนยงั ชว่ ยใหก้ อ่ ประโยชนใ์ นดำ้ น
อนื่ ๆอกี มำกมำย ไมว่ ำ่ จะเป็ นดำ้ นกำรวำงแผนกำรรบั ผดิ ชอบหนำ้ ท่ี
แตล่ ะบคุ คลซง่ึ ทกั ษะตำ่ งๆไมส่ ำมำรถทจี่ ะเรยี นรไู ้ ดใ้ นหอ้ งเรยี นทงั้
กำรปฏบิ ตั งิ ำนครงั้ นย้ี งั เป็ นแบบอยำ่ งใหแ้ กบ่ คุ คลทำ่ นอน่ื ทผ่ี ำ่ นมำ
เห็นขณะทำกจิ กรรมไดร้ บั คำชนื่ ชมจำกหลำยบคุ คลในกำรรจู ้ กั ใช ้
เวลำวำ่ งใหเ้ ป็ นประโยชน์ เป็ นแบบอยำ่ งใหร้ นุ่ นอ้ งทำตำมเพอื่ หำ
รำยไดเ้ สรมิ เพรำะเป็ นกำรปฏบิ ตั งิ ำนทใี่ ชไ้ ดจ้ รงิ
อภปิ รำยผล
กำรทำครงั้ นผ้ี บู ้ รโิ ภคพอใจในสนิ คำ้ ทอี่ อกมำมลี วดลำยทส่ี วยงำม
และมสี สี นั สดใสเหมำะสมกบั กำรใชง้ ำน
ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั
มคี วำมรแู ้ ละประสบกำรณใ์ นกำรทำ
มองเห็นแนวทำงในกำรประกอบอำชพี
ทำใหม้ รี ำยไดใ้ นระหวำ่ งเรยี น และเห็นคณุ คำ่ ของกำรประกอบอำชพี

ขอ้ เสนอแนะ
ผบู ้ รโิ ภคเสนอแนะใหน้ ำผลผลติ ออกเผยแพร่ ออกแบบลำยผำ้ ให ้
หลำกหลำยและออกแบบสนิ คำ้ เพม่ิ เชน่ นำมำตดั เย็บเป็ นเสอ้ื
กำงเกง เป็ นตน้


Click to View FlipBook Version