43 จากตารางที่ 3 พบว่า คะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ โดยการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมใช้ปัญหาเป็นฐาน PBL ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ย ก่อนเรียนเท่ากับ 12.92 คิดเป็นร้อยละ 43.06 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 22.97 คิดเป็นร้อย ละ 76.58 ซึ่งคะแนนหลังเรียนมีค่ามากกว่าก่อนเรียน ตารางที่ 3 ผลการเปรียบเทียบคะแนนผลการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและ หลังเรียน เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยผ่านกระบวนการใช้ ปัญหาเป็นฐาน PBL การทดสอบ n ̅ S.D ร้อยละ t − ก่อนเรียน 37 12.92 2.77 43.06 21.70* 0.0000 หลังเรียน 37 22.97 2.15 76.58 *มีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 จากตารางที่ 4 พบว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูล คะแนนวัดผลการเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ โดยผ่านการเรียนรู้แบบปัญหาเป็น ฐาน PBL มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 12.92 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 43.06 คะแนนเฉลี่ยหลัง เรียนเท่ากับ 22.97 คิดเป็นร้อยละ 76.58 และเมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ย ด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ พบว่า นักเรียนมีคะแนนวัดผลการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05
44 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาแนวทางในการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ และรวมถึงศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญและผลการศึกษาตาม จุดประสงค์ของงานวิจัยได้ดังต่อไปนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.เพื่อพัฒนาทักษะในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ โดยการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม PBL สูงกว่าร้อยละ 70 สมมติฐานการวิจัย 1. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ มีความสามารถในการแก้ปัญหาสูงกว่าร้อยละ 70 2. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีผลการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน วิธีการดำเนินการวิจัย 1.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1.1 ประชากร ประชาการที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน ประจักษ์ศิลปาคาร ในจังหวัดอุดรธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 338 คน จาก 11 ห้อง 1.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มที่ศึกษาในการวิจัยครั้งนี้ คือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร ในจังหวัดอุดรธานีภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้องเรียน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง รวมทั้งสิ้น 37 คน 2.ตัวแปรที่ศึกษา 1. ตัวแปรอิสระ ได้แก่ กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง พันธุกรรมและ วิวัฒนาการ 2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ทักษะในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4
45 3.เนื้อหาวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้เนื้อหาจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชา ว31141 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมปีที่4สาระที่1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐานการเรียนรู้ ว1.3 ตัวชี้วัดที่ 1-6 เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการ ประกอบด้วยเนื้อหาย่อยดังนี้ 1.การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล 2.ยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม 3.การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม 4.เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ 5.วิวัฒนาการและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต 4.ระยะเวลาที่ใช้ การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โดยใช้เวลา ทดลอง 10 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 5 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ จำนวน 5 แผน 10ชั่วโมง 2. แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ จำนวน 30 ข้อ 3. แบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหา การเก็บรวมรวมข้อมูล 1. สอบก่อนเรียน 1 ครั้ง ก่อนเรียน 2. ดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการใน หัวข้อการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ (2 คาบเรียน) โดยนักเรียนต้อง ทำใบกิจกรรมระหว่างเรียนควบคู่ไปด้วยเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการใน หัวข้อยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ (2 คาบเรียน) โดยนักเรียน ต้องทำใบกิจกรรมระหว่างเรียนควบคู่ไปด้วยเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบความสามารถในการแก้ปัญหา ทางวิทยาศาสตร์ 4. ดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการใน หัวข้อการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม 5. ดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการใน หัวข้อเทคโนโลยีทาง DNA
46 6. ดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง พันธุกรรมในหัวข้อ วิวัฒนาการและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต 7. นำผลคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบ เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการและใบ กิจกรรมวัดความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ มาวิเคราะห์โดยใช้วิธีทางสถิติเพื่อทดสอบ สมมติฐานต่อไป 8. สอบเก็บคะแนน 1 ครั้ง หลังเรียน จากขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลข้างต้น ผู้วิจัยสามารถจำแนกเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการ เรียนรู้และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บผลการสะท้อนได้ดังนี้ 1. เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบวัด ความสามารถในการแก้ปัญหาและแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บผลการสะท้อน ได้แก่ บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้ การวิเคราะห์ข้อมูล นำคะแนนวัดผลก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ มาคิดคะแนนเป็น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) แล้วนำคะแนนทั้งสองมาเปรียบเทียบโดยใช้สถิติ t-test Dependent สรุปผลการวิจัย ผลการศึกษาและเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ โดยใช้การเรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 12.92 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 43.06 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 22.97 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 76.58 พบว่า นักเรียนมีคะแนนวัดผลการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียน อภิปรายผลของการวิจัย จากผลการวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษาะความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์โดย การเรียนรู้ผ่านกิจกรรม PBL สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประเด็นน่าสนใจที่จะนำมา อภิปรายผล ดังนี้ การพัฒนาทักษะความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระหว่างหัวข้อ เนื้อหา พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉลี่ยระหว่างหัวข้อเนื้อหาแตกต่างกัน (p < 0.05) โดยความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละหัวข้อเนื้อหา เนื่องจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเป็นการเรียนที่เน้นให้นักเรียนได้เผชิญกับปัญหา และ ส่งเสริมให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ดังนั้นนอกจากนักเรียนจะได้รับ
47 ความรู้จากกิจกรรมการเรียนรู้แล้ว นักเรียนจะได้รับการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งทักษะในการแก้ปัญหาตามที่ วรรณภา เหล่าไพศาลพงษ์ (2554) ได้เสนอไว้ว่า การจัดการ เรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเป็นการนำปัญหามาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียน ซึ่งนักเรียนจะ ได้พบกับปัญหาและเกิดกระบวนการคิดหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ เช่นเดียวกับ ศิขรินทร์ธาร โคตรสิงห์; ประวิต เอราวรรณ์; และมนูญ ศิวารมย์(ตุลาคม 2556–มีนาคม 2557) ได้ให้ ความเห็นว่า การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเป็นการเรียนที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง นักเรียนได้ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ ได้ฝึกทักษะการคิดที่หลากหลาย ส่งผลให้นักเรียน สามารถพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาได้ทำให้ในบางกรณีการเรียนรู้ในลักษณะนี้จึงมีจุดมุ่งหมายไปที่ การพัฒนาทักษะมากกว่าการสร้างองค์ความรู้ตามที่ Gallagher (1997: 332–362) ได้เสนอไว้ว่า การ จัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเป็นการเรียนรู้จะมุ่งพัฒนานักเรียนในด้านทักษะการเรียนรู้มากกว่า ความรู้ที่ได้รับ รวมถึงพัฒนานักเรียนสู่การเป็นผู้ที่สามารถเรียนรู้โดยการชี้นำตนเองได้ 2.การเปรียบเทียบคะแนนวัดผลการเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า ในทุก ๆ หัวข้อ เนื้อหานักเรียนมีผลคะแนนการเรียนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างกัน (p < 0.05) โดยคะแนน ผลการเรียนรู้ทางการเรียนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเนื่องจากเหตุผล 2 ประการ ดังต่อไปนี้ 1)การจัดการเรียนรู้ในงานวิจัยนี้มีการนำเสนอสถานการณ์ปัญหา เพื่อกระตุ้นให้ นักเรียนเกิดความสงสัยและสนใจที่จะค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนได้รับความรู้อย่าง เต็มที่ ซึ่งเป็นไปตามรูปแบบของการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานตามที่ สุคนธ์ สินธพานนท์ (2558: 87–88) ได้เสนอไว้ว่า การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นเครื่องมือ ในการกระตุ้นความอยากรู้อยากเรียนของนักเรียน ทำให้นักเรียนต้องการศึกษาหาความรู้ต่าง ๆ เพื่อ นำองค์ความรู้ที่ได้ไปแก้ไขข้อสงสัยที่เกิดจากปัญหาดังกล่าว อีกทั้ง พิจิตร อุตตะโปน (2550) ได้ให้ ความเห็นเกี่ยวกับการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานไว้ว่า การเรียนรู้ในลักษณะนี้จะช่วยส่งเสริมให้ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนตามทฤษฎีพัฒนาการทางปัญญาของบรุนเนอร์(Bruner) ที่ เชื่อว่ามนุษย์จะเลือกรับรู้สิ่งที่ตนเองสนใจและเกิดการเรียนรู้จากการค้นพบด้วยตนเองอีกด้วย 2)สถานการณ์ปัญหาในงานวิจัยนี้ค่อยข้างมีความน่าสนใจและสามารถพบเห็น ตัวอย่างได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งตรงกับลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของสถานการณ์ปัญหาที่ดีตามที่ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2550 : 3–4) ได้ระบุไว้ และ วรรณภา ชื่นนอก (2554) ยังได้ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาอีกว่า หากสถานการณ์ปัญหาที่นำมาใช้เป็นสถานการณ์ ที่ใกล้ตัวนักเรียน จะทำให้นักเรียนเชื่อมโยงความรู้ที่ได้รับเข้ากับชีวิตจริง ทำให้ไม่ต้องใช้การท่องจำ
48 ข้อเสนอแนะ จากการทำวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจทั้งผู้ที่ ต้องการนำการจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้ไปปรับใช้ และผู้ที่ต้องการศึกษาต่อยอดงานวิจัยในลักษณะนี้ ไว้ดังต่อนี้ 1. ผู้สอนควรปรับเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหาให้ทันต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน หรือเป็น เหตุการณ์ที่ก าลังได้รับความนิยม เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความ สนใจ และใฝ่ หาความรู้ได้ดีกว่าเหตุการณ์ในอดีตที่มักถูกนำมายกตัวอย่าง หรือได้รับการอธิบายไว้ อย่างละเอียดจนหมดความความน่าสนใจไปแล้ว 2. ผู้สอนควรเตรียมความพร้อมด้านเนื้อหา โดยการค้นคว้าหาข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัญหาเท่าที่จะสามารถทำได้ เนื่องจากการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเป็น การศึกษาที่ค่อนข้างเปิดกว้าง นักเรียนอาจสนใจความรู้นอกหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ปัญหาเหล่านั้น ซึ่งผู้สอนควรจะตอบได้บ้าง เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดจินตนาการในความคิดก่อนดึง จุดสนใจของนักเรียนให้กลับเข้ามาอยู่ในหลักสูตรอีกครั้ง 3. ผู้สอนควรเปิดกว้างในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างนักเรียนภายในกลุ่ม หรือระหว่างนักเรียนต่างกลุ่ม เพื่อให้เกิดแนวคิดที่หลากหลายจนเกิดการคัดเลือกและสังเคราะห์ ความรู้ที่ถูกต้องมากขึ้น แม้ว่าอาจเกิดความวุ่นวายภายในห้องเรียนบ้างก็ตาม 4. ผู้สอนควรสรุปประเด็นสำคัญของเนื้อหาสาระที่นักเรียนได้ค้นคว้าหาความรู้ด้วย ตนเอง หรือควรมีการอภิปรายข้อมูลเหล่านั้นร่วมกันในทุก ๆ ประเด็นก่อนดำเนินการทดสอบหลัง เรียน เพื่อตรวจสอบและแก้ไขความเข้าใจที่ผิดพลาดหรือคาดเคลื่อนของนักเรียนในทันที
49 บรรณานุกรม กนกกรานต์ ฤกษ์ผ่องศรี. (2546). ผลของการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มีต่อความสามารถใน การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดบางพลัด เขต บางพลัด กรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์ กศ.ม. (จิตวิทยาการศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กระทรวงศึกษาธิการ. (2556). หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 4. กรุงเทพฯ: สกสค. ลาดพร้าว. กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์. (2554). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถ ในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ที่ได้รับการจัดการ เรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน และการขัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชันในการแก้โจทย์ ปัญหาวิทยาศาสตร์. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การมัธยมศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร. จินตนา ช่วยด้วง. (2547). การใช้เทคนิคการสอนแบบ 4 MAT ที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. สารนิพนธ์ กศ.ม. (การมัธยม). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร. ทองจันทร์ หงศ์ลดารมภ์. (2538, พฤศจิกายน–ธันวาคม). การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลัก. วารสาร ข่าวสารกองบริการการศึกษา. 6(58): 6. ทิศนา แขมมณี. (2557). ศาสตร์การสอน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ทัศนียา รัตนฤาทัย; และ นฤมล ยุตาคม. (2549). การรับรู้ของครูและนักเรียนเกี่ยวกับการจัดการ เรียนการสอนพันธุศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนสังกัดกองการศึกษา สงเคราะห์ในประเทศไทย. วารสารสงขลานครินทร์ ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. 12(3): 313–327. ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2551). การวิจัยปฏิบัติการ. อุบลราชธานี: ยงสวัสดิอินเตอร์กรุ๊ป. นวลเสน่ห์ วงศ์เชิดธรรม. (2549). การวิจัยในชั้นเรียน. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัย– ธรรมาธิราช. บุญนำ อินทนนท์. (2551). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถใน การแก้ไขปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโยธินบำรุง ที่ ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานและการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การมัธยมศึกษา). กรงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรี– นค รินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.
50 ประวิตร ชูศิลป์ . (2524). “หลักการประเมินวิทยาศาสตร์แผนใหม่” เอกสารนิเทศการศึกษา. กรุงเทพฯ: ภาคพัฒนาตำราและเอกสาร หน่วยศึกษานิเทศน์ กรมการฝึกหัดครู. พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคม. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. พิจิตร อุตตะโปน. (2550). ชุดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่องการวิเคราะห์ ข้อมูล เบื้องต้น ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (คณิตศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร. พิชิต ฤทธิจรูญ์ . (2556). ปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน : ครูทุกคนทำได้ไม่ยาก. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: เฮ้าส์ ออฟ เคอร์มิสท์. ภพ เลาหไพบูลย์. (2542). แนวการสอนวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. มลินี สมภพเจริญ. (2556). ทฤษฎีการสื่อสารระหว่างบุคคล. นนทบุรี: สองขาครีเอชั่น จำกัด. มัณฑรา ธรรมบุศย์. (2545, กุมภาพันธ์). การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้โดยใช้ PBL (Problem– Based Learning). วารสารวิชาการ. 5(2): 11–17. รังสรรค์ ทองสุกนอก. (2547). ชุดกิจกรรมการสอนที่ใช้ปัญหาเป็นฐานในการเรียนรู้ (Problem– BasedLearning) เรื่องทฤษฎีจำนวนเบื้องต้น ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ปริญญานิพนธ์กศ.ม. (คณิตศาสตร์). กรงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ โรฒ. ถ่าย เอกสาร. รัตนะ บัวสนธ์. (2552). ปรัชญาวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย วรรณภา ชื่นนอก. (2554). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน วิชาวิทยาศาสตร์และความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1. ปริญญานิพนธ์ คศ.ม. (วิทยาศาสตร์ศึกษา). นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครสวรรค์. ถ่ายเอกสาร. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2555). คู่มือประเมินสมรรถนะของผู้เรียนระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานฯ. สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550). แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 3 การ เรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: ชุมนุมการเกษตรแห่งประเทศไทย อัญชลี ชยานุวัชร. (2554). การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning) เล่ม 1 แนวคิดและกระบวนการเรียนรู้. นครศรีธรรมราช: บริษัท โรงพิมพ์ดีชัย จำกัด.
51 อโณทัย นันทสุนทร. (2558). ผลการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหาอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง พันธุกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (วิทยาการ ทาง การศึกษาและการจัดการเรียนรู้). กรงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิ โรฒ. ถ่ายเอกสาร.
52 ภาคผนวก
53 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจคุณภาพเครื่องมือ
54 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ 1.นางฐจิรัช ภูมิมะลา ตำแหน่งครู ชำนาญการพิเศษ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร จังหวัด อุดรธานี 2.นายสราวุฒิ สุริยา ตำแหน่งครู ชำนาญการพิเศษ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร จังหวัด อุดรธานี 3.นางสาวศิริพร สุริยา ตำแหน่งครู ชำนาญการพิเศษ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร จังหวัด อุดรธานี
55 ภาคผนวก ข การวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจัดการเรียนรู้แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ แบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหา เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
56 ตารางที่ 4 การวิเคราะห์ความสอดคล้ององค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง พันธุกรรมและ วิวัฒนาการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ ขั้นตอนของแผนการจัดการเรียนรู้ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ รวม IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด +1 +1 +1 3 1.00 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด +1 +1 +1 3 1.00 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ +1 +1 +1 3 1.00 6. กิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 7. การวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 3 1.00 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 2 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด +1 +1 +1 3 1.00 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด +1 +1 +1 3 1.00 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ +1 +1 +1 3 1.00 6. กิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 7. การวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 3 1.00 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 3 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด +1 +1 +1 3 1.00 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด +1 +1 +1 3 1.00 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ +1 +1 +1 3 1.00 6. กิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 7. การวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 3 1.00 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00
57 ตารางที่ 4(ต่อ) การวิเคราะห์ความสอดคล้ององค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนการจัดการ เรียนรู้ที่ ขั้นตอนของแผนการจัดการเรียนรู้ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ รวม IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 4 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด +1 +1 +1 3 1.00 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด +1 +1 +1 3 1.00 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ +1 +1 +1 3 1.00 6. กิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 7. การวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 3 1.00 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 5 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด +1 +1 +1 3 1.00 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 3. สาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด +1 +1 +1 3 1.00 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ +1 +1 +1 3 1.00 6. กิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00 7. การวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 3 1.00 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1.00
58 ตารางที่ 5 การวิเคราะห์ความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ เรื่อง พันธุกรรม และวิวัฒนาการ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ข้อสอบ ข้อที่ ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ รวม IOC แปลค่า คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 +1 0 0 1 0.33 ใช้ไม่ได้ 2 0 +1 +1 2 0.67 ใช้ได้ 3 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6 +1 0 +1 2 0.67 ใช้ได้ 7 0 +1 0 1 0.33 ใช้ไม่ได้ 8 +1 0 +1 2 0.67 ใช้ได้ 9 0 +1 +1 2 0.67 ใช้ได้ 10 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 11 0 0 +1 1 0.33 ใช้ไม่ได้ 12 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 13 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 14 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 15 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 16 +1 +1 0 2 0.67 ใช้ได้ 17 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 18 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 19 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 20 +1 0 +1 2 0.67 ใช้ได้ 21 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 22 +1 0 0 1 0.33 ใช้ไม่ได้ 23 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 24 0 +1 +1 2 0.67 ใช้ได้ 25 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 26 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 27 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 28 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 29 +1 +1 0 2 0.67 ใช้ได้ 30 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
59 ตารางที่ 6 การวิเคราะห์ความสอดคล้อง (IOC) ของแบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหา เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หัวข้อในการประเมิน ผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ IOC แปลค่า คนที่ 1 คนที่2 คนที่ 3 ความชัดเจนของคำถาม +1 +1 +1 1 ใช้ได้ การใช้ภาษาที่เหมาะสม +1 +1 +1 1 ใช้ได้ ความสอดคล้องกับจุดประสงค์การ เรียนรู้ +1 +1 +1 1 ใช้ได้ ความสอดคล้องกับทักษะการ แก้ปัญหา +1 +1 +1 1 ใช้ได้ ครอบคลุมขั้นตอนต่าง ๆ ในการ แก้ปัญหาตาม ข้อตกลงในงานวิจัย +1 +1 +1 1 ใช้ได้
60 ภาคผนวก ค การวิเคราะห์ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) ความเชื่อมั่น (KR-20) ของแบบทดสอบ วัดผลการเรียนรู้ เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
61 ตารางที่ 7 การวิเคราะห์ค่าความยากง่าย (p) และอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลการ เรียนรู้ เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แบบทดสอบข้อที่ p r ผลการวิเคราะห์ 1 0.73 -0.02 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 2 0.67 0.54 ใช้ได้ 3 0.58 0.59 ใช้ได้ 4 0.58 0.54 ใช้ได้ 5 0.61 0.52 ใช้ได้ 6 0.58 0.56 ใช้ได้ 7 0.61 -0.14 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 8 0.15 0.40 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 9 0.45 0.89 ใช้ได้ 10 0.52 0.56 ใช้ได้ 11 0.76 0.04 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 12 0.45 0.41 ใช้ได้ 13 0.58 0.46 ใช้ได้ 14 0.48 0.70 ใช้ได้ 15 0.73 0.44 ใช้ได้ 16 0.61 0.43 ใช้ได้ 17 0.61 0.64 ใช้ได้ 18 0.52 0.55 ใช้ได้ 19 0.58 0.50 ใช้ได้ 20 0.55 0.78 ใช้ได้ 21 0.67 0.58 ใช้ได้ 22 0.52 -0.09 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 23 0.76 0.44 ใช้ได้ 24 0.27 0.33 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 25 0.48 0.75 ใช้ได้ 26 0.73 0.61 ใช้ได้ 27 0.70 0.41 ใช้ได้ 28 0.55 0.89 ใช้ได้ 29 0.70 0.68 ใช้ได้ 30 0.55 0.89 ใช้ได้
62 การพิจารณาค่าความยาก (p) ตามตารางพบว่าข้อสอบที่สามารถคัดเลือกไว้ได้จะมีค่า p ระหว่าง 0.45 – 0.76 และเมื่อทำการพิจารณาค่าอำนาจจำแนก (r) พบว่าข้อสอบที่คัดเลือกไว้มีค่า r ที่ 0.41 ขึ้นไป
63 ภาคผนวก ง แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
64 คำชี้แจง 1.ให้นักเรียน × เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียวลงในกระดาษคำตอบ 2.ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด 1. ข้อใดกล่าว ผิด เกี่ยวกับยีน ก. ยีนอยู่บนโครโมโซม ข. เป็นบางส่วนของ DNA ค. ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม ง. ยีนเดียวกันจะแสดงลักษณะเหมือนกัน 2. รูปแบบของยีน หมายถึง ก. locus ข. Allele ค. Phenotype ง. Genotype 3. ลักษณะที่ปรากฏของยีน คือ ก. locus ข. Allele ค. Phenotype ง. Genotype 4. ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะพันธุกรรมแปรผันต่อเนื่อง ก. มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ข. สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพล ค. น้ำหนักตัว สีตา ง. ความสูงและสีผิวของคน 5. ถ้าหากสิ่งมีชีวิตมีรูปแบบแอลลีล TT จัดเป็นจีโนไทป์(Genotype)แบบใด ก.Homologus Dominant ข.Homologus Resessive ค.Heterozygous ง.Heterozygous Dominant 6.ถ้าหากสิ่งมีชีวิตมีรูปแบบแอลลีล Tt จัดเป็นจีโนไทป์(Genotype)แบบใด ก.Homologus Dominant ข.Homologus Resessive ค.Heterozygous ง.Heterozygous Dominant ใช้ข้อมูลที่กำหนดให้ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 7-9 ก = meiosis ข. Allele ค. Locus ง. Recessive gene จ = ยีนที่แตกต่างกัน จับคู่กัน ข้อสอบก่อนเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร จำนวน 30 ข้อ 30 คะแนน รหัสวิชา ว31141
65 7. ตำแหน่งของยีนที่อยู่บนโครโมโซม คือข้อใด (ค) 8. การแบ่งนิวเคลียสเพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ คือข้อใด (ก) 9. ยีนที่มีรูปแบบเป็นอัลลีลด้อย คือข้อใด (ง) 10. หากจีโนไทป์ของนักเรียนมีรูปแบบเป็น heterozygous ข้อใดกล่าวผิด ก. อาจจะถ่ายทอดลักษณะเด่นให้แก่ลูก ข. อาจจะถ่ายทอดลักษณะด้อยให้แก่ลูก ค. มี phenotype เป็นลักษณะเด่น ง. ไม่มีข้อผิด ใช้ข้อมูลที่กำหนดให้ตอบคำถามข้อ 11-12 A = โรคทาลัสซีเมีย B = ลักษณะผิวเผือก C = ยีนควบคุมหมู่เลือด D = ยีนที่ควบคุมสีดอกของถั่วลันเตา E = ลักษณะตาบอดสี 11. ลักษณะทางพันธุกรรมข้อใด แตกต่าง จากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่เมนเดลสรุปไว้ ก. A, B, D ข. C, D , ค. C, E ง. เฉพาะ E 12.ลักษณะทางพันธุกรรมข้อใด มีโอกาสพบในเพศชายและเพศหญิงไม่เท่ากัน ก.A, B, D ข. C, D , ค. A, E ง. เฉพาะ E 13.ข้อใดกล่าวผิด เกี่ยวกับ Homologous chromosome ก. เป็นโครโมโซมคู่เหมือน ข. พบในเซลล์ร่างกาย ค. มีสารพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ ง. มียีนเดียวกันในตำแหน่งเดียวกัน 14.ถ้าหากสิ่งมีชีวิตมีรูปแบบแอลลีล TT จัดเป็นจีโนไทป์(Genotype)แบบใด ก.Homologus Dominant ข.Homologus Resessive ค.Heterozygous ง.Heterozygous Dominant 15.หากพ่อมีหมู่เลือด A และแม่มีหมู่เลือด B ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นเฮเทอโรไซกัน(Heterozygous) จะมี โอกาสมีลูกที่มีหมู่เลือดใดบ้าง ก.หมู่เลือด A , B , O ข.หมู่เลือด B , O ค.หมู่เลือด A , AB ง.หมู่เลือด AB , A , B , O 16.จากข้อที่ 15 โอกาสที่จะมีลูกหมู่เลือด AB กี่เปอร์เซ็น ก.100% ข.75% ค.50% ง.25%
66 17. ข้อใดกล่าวผิด เกี่ยวกับลักษณะตาบอดสี ก. ลูกชายได้รับยีนนี้มาจากแม่ ข. ผู้หญิงตาปกติจะไม่มีลูกเป็นโรคตาบอดสี ค. มีโอกาสพบในเพศชายและหญิงไม่เท่ากัน ง. ลูกสาวได้รับยีนนี้มาจากพ่อและแม่ 18.ข้อใดถูก เกี่ยวกับคนที่มีลักษณะผิวเผือก ก. ถ่ายทอดไปกับโครโมโซมเพศ ข. ในสภาพ heterozygous recessiveจะมีผิวเผือก ค. เป็นลักษณะแปรผันต่อเนื่อง ง. มีจีโนไทป์เป็นแบบ Homozygous Recessive 19.หากแม่เป็นโรคตาบอดสีโอกาศที่ลูกชายจะเป็นตาบอดสีมีกี่เปอร์เซ็น ก.0 เปอร์เซ็น ข.25 เปอร์เว็น ค.50 เปอร์เซน ง.100 เปอร์เซ็น 20.มิวเทชัน ส่งผลเสียทุกอย่างจริงหรือไม่ ก.จริง เพราะทำให้แตกต่างไปจากเดิม ข.จริง เพราะทำให้สิ่งมีชีวิตตาย ค.ไม่จริง เพราะอาจทำสิ่งมีชีวิตบางอย่างอยู่รอด ง.ไม่จริง เพราะมิวเทชันทำให้สิ่งมีชีวิตขาดการดำรงชีวิต 21.การคัดเลือกตามธรรมชาติ ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร ก.สิ่งมีชีวิตที่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมจะอยู่ได้ดี ข.สิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมจะมีชีวิตอยู่และมีการสืบพันธุ์ต่อไป ค.สิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมจะมีชีวิตอยู่แต่ไม่มีการสืบพันธุ์ต่อไปได้ ง.ไม่มีข้อใดถูกต้อง 22.ใครคือผู้คิดค้นทฤษฏีการคัดเลือกตามธรรมชาติ ก.ริคาร์โด้ กาก้า ข.รุด ฟานนิสเตอรรอย ค.เบ็คแฮม ง.ชาร์ล ดาร์วิน 23.กระบวนการใดเป็นสาเหตุให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ก.มิวเทชัน (mutation) ข.การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ค.การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก 24.หากพ่อไม่เป็นตาบอดสี X C Y และแม่ตาบอดสี X C X C โอกาสที่ลูกจะตาบอดสีกี่เปอร์เซ็น กำหนดให้ C=เป็นยีนเด่นไม่เป็นโรค C=เป็นยีนด้อยเป็นโรค ก.25% ข.50% ค.75% ง.100% 25.จากข้อที่ 24 โอกาสที่ลูกชายจะเป็นตาบอดสีกี่เปอร์เซ็น ก.100% ข.75% ค.50% ง.25%
67 26.จากผลการตรวจสอบลายพิมพ์DNA ของผู้ร้ายในคดีอาชญากรรมเปรียบเทียบผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 ราย ดังภาพ ผู้ต้องสงสัยหมายเลขใด คือผู้ร้ายในคดีอาชญากรรมนี้ ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4 กำหนดให้ ยีน 27. A และ B หมายถึงข้อใด ก. A = DNA , B = โปรตีน ข. A = โปรตีน, B = ลักษณะพันธุกรรม ค. A = ลักษณะพันธุกรรม , B = โปรตีน ง. A = DNA, B = ลักษณะพันธุกรรม 28.ยีน ควบคุมลักษณะสิ่งมีชีวิตได้อย่างไร ก. ควบคุมการสังเคราะห์คาร์โบไฮเดรต ข. ควบคุมการสังเคราะห์ไขมัน ค. ควบคุมการสังเคราะห์โปรตีน ง. ควบคุมการสังเคราะห์สารชีวโมเลกุลทุกชนิด 29.มิวเทชัน(Mutation)คืออะไร ก. การที่ลูกมีลักษณะแตกต่างจากพ่อและแม่ ข. การมีลักษณะที่เหมือนพ่อและแม่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ค. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตเมื่อมีการเจริญเติบโต ง. กระบวนการที่มีผลทำให้สารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนแปลงจนส่งผลต่อลักษณะที่ปรากฏ 30.มิวเทชันแบ่งออกเป็นกี่ประเภท ก.1 ประเภท คือ ระดับยีน ข.1 ประเภท คือ ระดับโครโมโวม ค.2 ประเภท คือ ระดับยีนและระดับออโตโซม ง.2 ประเภท คือ ระดับยีนและระดับโครโมโซม A B
68 ภาคผนวก จ ตัวอย่างแผนจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน PBL(PROBLEM-BASED LEARNING)
69 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว31141 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ภาคเรียนที่ 2/2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 บทที่ 4 พันธุกรรมและวิวัฒนาการ รวมเวลาทั้งหมด 10 ชั่วโมง เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายวุฒิกุล นนทะภา ปฏิบัติการสอน วันที่......./……../……… 1. สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว1.3 ม.4/2 อธิบายหลักการถ่ายทอดลักษณะที่ถูกควบคุม ด้วยยีนที่อยู่บนโครโมโซม เพศและมัลติเปิลแอลลีล 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ลักษณะทางพันธุกรรมเป็นลักษณะที่สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่รุ่นลูกและรุ่นต่อๆไปได้ ซึ่ง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมมีรูปแบบที่หลากหลาย บางกรณีมีรูปแบบที่แตกต่างจากกรณีที่ เมนเดลศึกษา เนื่องจากมีรูปแบบยีนของแอลลีลที่แตกต่างไป หรือมียีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศเป็นต้น การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเกิดผ่านยีนซึ่งเป็นช่วงของ DNA ที่อยู่บนโครโมโซม โดยลำดับ นิวคลีโอไทด์ของยีนเป็นตัวกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นแอลลีลรูปแบบต่างกันจะมี ลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการสังเคราะห์โปรตีนที่แตกต่างกัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) 1.อธิบายหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีของมัลติเปิลแอลลีล และ ยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศ ซึ่งเป็นส่วนขยายของเมนเดลได้
70 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 1.เขียนแผนผังรูปแบบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีของหมู่เลือด ระบบ ABO ได้ 2.เขียนทำนายโอกาสการเกิดโรคทางพันธุกรรมของลูกจากลักษณะพันธุกรรมพ่อ และแม่ 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1.นักเรียนมีความใฝ่เรียนรู้ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย และสามารถทำงาน กับผู้อื่นได้ 4. สาระการเรียนรู้ ดีเอ็นเอ (DNA) มีโครงสร้างประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์มาเรียงต่อกัน โดยยีนเป็นช่วงบนสาย ของดีเอ็น เอที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่กำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้น ส่งผลให้เกิดลักษณะต่างๆทาง พันธุกรรม ลักษณะพันธุกรรมบางลักษณะมีโอกาสพบในเพศหญิงและเพศชายได้ไม่เท่ากัน เช่น ลักษณะตาบอดสี และฮีโมฟิเลีย ซึ่งควบคุมด้วยยีนบนโครโมโซมเพศ บางลักษณะมีการควบคุมโดยยีนแบบมัลติเปิลแอล ลีล เช่น หมู่เลือดระบบ ABO ซึ่งการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมดังกล่าวจัดเป็นส่วนขยายของเมน เดล 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 6.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นทำงาน 7.กิจกรรมการเรียนรู้(PBL) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.ครูให้นักเรียนทำข้อสอบก่อนเรียน 30 ข้อ 2.ครูแบ่งกลุ่มให้นักเรียน กลุ่มละ 6 คน และให้นั่งเป็นกลุ่ม
71 ขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1.ขั้นกำหนดปัญหา 1.ครูให้นักเรียนดู วิดีโอเกี่ยวกับ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็น ส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล 2.ครูถามนักเรียนว่าถ้าพ่อมีหมูเลือด A และแม่มีหมู่เลือด B ลูกที่เกิดมาจะ มีโอกาสเป็นหมู่เลือด O หรือไม่ (แนวคำตอบ มี หากพ่อและแม่มีจีโนไทป์แบบ Ai และ Bi แต่ถ้าหากมี จีโนไทป์แบบ AA และ BB จะไม่มีโอกาสได้หมู่เลือด O เลย) 3.ในการเกิดโรคตาบอดสีในปัจจุบัน เหตุใดเพศชายถึงมีโอกาศเกิดโรคตา บอดสีได้มากกว่าเพศหญิง (แนวคำตอบ เพราะเพศชายมียีนที่อยู่บนโครโมโซม X อันเดียว ไม่มีบน โครโมโซมY จึงทำให้เพศชายเกิดตาบอดสีมากกว่าเพศหญิง ) 2.ขั้นทำความเข้าใจกับปัญหา 1.ครูแจกใบปัญหา เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วน ขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม โดยในใบปัญหา มีคำถามดังนี้
72 3.ขั้นดำเนินการศึกษาค้นคว้า 1.นักเรียนในกลุ่มช่วยกันหาข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาที่ครูแจกให้ 4.ขั้นสังเคราะห์ความรู้ 1.เมื่อนักเรียนแต่ละกลุ่มข้อมูลมาได้ก็ช่วยกันสังเคราะห์ความรู้กันในกลุ่ม เพื่อแก้ปัญหาที่ครูแจกให้ โดยทบทวนและตรวจสอบความถูกต้องช่วยกัน 5.ขั้นสรุปและประเมินค่าของคำตอบ 1.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปข้อมูลใหม่ที่หามาได้โดยอธิบายให้กันฟัง ภายในกลุ่มหรือแลกเปลี่ยนความรู้กันภายในกลุ่ม 6.ขั้นนำเสนอและประเมินผลงาน 1.ครูให้และกลุ่มที่มานำเสนอทุกกลุ่มหน้าชั้นเรียน 2.ครูประเมินโดยใช้คำถามในการถามแต่ละกลุ่มที่ไม่เหมือนกัน จนครบทุก กลุ่มเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ
73 ขั้นสรุป 1.ครูสรุปให้นักเรียนผ่าน Power point และอธิบายคำตอบของโจทย์ปัญหาที่ครู แจกให้ 8.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1.หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2.ใบงาน การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม 9.วัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด/เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้(K) 1.อธิบายหลักการ ถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรมในกรณี ของมัลติเปิลแอลลีล และยีนที่อยู่บน โครโมโซมเพศ ซึ่งเป็น ส่วนขยายของเมนเดลได้ -การนำเสนอหน้าชั้น เรียน -ตอบคำถาม -การนำเสนอ -คำถาม -ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะ(P) 1.เขียนแผนผังรูปแบบ การถ่ายทอดลักษณะ ทางพันธุกรรมในกรณี ของหมู่เลือดระบบ ABO ได้ 2.เขียนทำนายโอกาส การเกิดโรคทาง พันธุกรรมของลูกจาก ลักษณะพันธุกรรมพ่อ และแม่ -ตรวจใบงาน -ใบงาน -ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
74 ลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. นักเรียนมีความใฝ่ เรียนรู้ รับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย และสามารถทำงานกับ ผู้อื่นได้ -สังเกตการทำงาน -สังเกต ได้คะแนนในระดับ3 (ดี)ขึ้นไป 10.บันทึกหลังสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………...…………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………..……………………………………………………………………………………………………… ปัญหาและอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………….…………….………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………….…………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ…………………………………. ( ) ครูผู้สอน
75 บันทึกการตรวจสอบ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง 1. มาตรฐานการเรียนรู้ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 2. จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 3. สาระสำคัญ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 5. สาระการเรียนรู้ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 10.1 วิธีการวัดและประเมินผล เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 10.2 เครื่องมือและประเมินผล เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 10.3 เกณฑ์การวัดและประเมิน เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ........................................................... (นางสาวฐจิรัช ภูมิมะลา) ครูพี่เลี้ยง
76 บันทึกการตรวจสอบ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. มาตรฐานการเรียนรู้ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 2. จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 3. สาระสำคัญ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 5. สาระการเรียนรู้ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 10.1 วิธีการวัดและประเมินผล เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 10.2 เครื่องมือและประเมินผล เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม 10.3 เกณฑ์การวัดและประเมิน เหมาะสม ควรแก้ไข/เพิ่มเติม ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ...................................................................... (นายสราวุฒิ สุริยา) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
77 ข้อเสนอแนะของผู้อำนวยการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย(ตรวจสอบ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง) 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดกิจกรรมโดยนำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ....................................................................... (ดร.ชนากานต์ จันทร์มงคล) รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
78 เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม คำชี้แจง:คำชี้แจง : จงอธิบายคำตอบและทำนายโอกาสการเกิดหมู่เลือดของลูกจากหมู่เลือดของ พ่อและแม่ที่กำหนดให้
79 เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมทางโครโมโซมเพศ คำชี้แจง : จงทำนายโอกาสการเกิดโรคทางพันธุกรรมของลูกจากลักษณะพันธุกรรมพ่อและแม่ที่ กำหนดให้
80 ภาคผนวก ฉ ภาพการจัดกิจกรรมโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน PBL (PROBLEM-BASED LEARNING) เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
81 ภาพการจัดกิจกรรมโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน PBL เรื่อง พันธุกรรมและวิวัฒนาการ ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาพที่ 1 การสอบก่อนเรียน
82 ภาพที่ 2 การจัดการเรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ภาพที่ 3 การจัดการเรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน
83 ภาพที่ 4 การจัดการเรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ภาพที่ 5 การจัดการเรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน
84 ภาพที่ 6 ตัวอย่างผลงานนักเรียน ภาพที่ 7 ตัวอย่างผลงานนักเรียน
85 ภาพที่ 8 ตัวอย่างผลงานนักเรียน ภาพที่ 9 การสอบหลังเรียน
86 ประวัติย่อผู้วิจัย ชื่อ-สกุล นายวุฒิกุล นนทะภา วัน เดือน เกิด 22 มิถุนายน 2544 สถานที่เกิด จังหวัดบึงกาฬ สถานที่อยู่ปัจจุบัน 165 หมู่ 11 บ้านศรีวิไล ตำบลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ รหัสไปรษณีย์ 38210 เบอร์โทรศัพท์ 0932413251 ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา ชื่อสถาบัน ปีที่สำเร็จการศึกษา ประถมศึกษา โรงเรียนอนุบาลศรีวิไล พ.ศ.2556 มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรีวิไลวิทยา พ.ศ.2559 มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีวิไลวิทยา พ.ศ.2562 ครุศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 สถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครุโรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร 99 หมู่4 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง อุดรธานี 4100