The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความระงับแห่งหนี้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Panapol Nen Lamaiphun, 2023-07-19 03:16:53

ความระงับแห่งหนี้

ความระงับแห่งหนี้

ความระงับแห่งหนี้ จัดทําโดย นายพณพล ละม้ายพันธ์ รหัสนิสิต 651087558 นายภานุมาศ สาบี รหัสนิสิต 651087563 นายสรวิชญ์ สุหวาหลํา รหัสนิสิต 651087583 นายอวิรุทธ์ ขวัญศรีสุทธิ ์ รหัสนิสิต 651087594 เสนอ อาจารย์มาตา สินดํา รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 0801212 กฎหมายว่าด้วยหนี้ ภาคการเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หลักสูตร นิติศาสตร์บัณฑิต (Block Course) สาขานิติศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา


ข คํานํา รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา กฎหมายว่าด้วยหนี้ชั้นปีที่ 2 คณะ นิติศาสตร์โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เพิ่มเติมเรื่องความระงับแห่งหนี้ ทั้งนี้ ในรายงานนี้มีเนื้อหาประกอบด้วยความรู้ต่างๆ ตลอดจนการยกตัวอย่าง ทั้งนี้ เนื้อหาได้รวบรวมมาจากเว็ปไซต์ต่างๆ ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้ คําแนะนําเพื่อแก้ไข ให้ข้อเสนอแนะตลอดการทํางาน ผู้จัดทําหวังว่ารายงานฉบับนี้ คงมีประโยชน์ต่อผู้ที่นําไปใช้ให้เกิดผลตามความคาดหวัง ผู้จัดทํา


ค สารบัญ คํานํา ข สารบัญ ค หนี้ 1 ลักษณะสําคัญของหนี้ 1-2 บ่อเกิดแห่งหนี้ 2-3 ผลแห่งหนี้ 3-4 ความระงับแห่งหนี้ 4-16 อ้างอิง 17


1 หนี้ กฎหมายที่เกี่ยวกับหนี้ถูกบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรพพ 2 มีทั้งสิ้น 59 มาตรา ตั้งแต่มาตรา 194 ถึง มาตรา 354 สามารถนําหลักกฎหมายทั ่วไปที่เกี่ยวกับหนี้ ไปใช้ในชีวิตประจําวัน หรือไปใช้ ในกิจการทางแพ่งและพาณิชย์ทั ่วไปได้หากไม่มีกฎหมาย นั้นบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ โดยหนี้นั้นได้แก่ นิติ สัมพันธ์ระหว่างสองฝ่าย ซึ่งฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า “ลูกหนี้” มีหน้าที่ต้องกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้แก่อีกฝ่าย หนึ่งซึ่งเรียกว่า “เจ้าหนี้” หน้าที่ดังกล่าวนั้นได้แก่ การกระทําอย่างหนึ่งอย่างใด การละเว้นกระทําการ และ การ ส่งมอบทรัพย์สิน คําว่าหนี้บางครั้งเรียกว่า “สิทธิเรียกร้อง” ความหมายของหนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 194 บัญญัติว่า "ด้วยอํานาจแห่งมูลหนี้ เจ้าหนี้ ย่อมมีสิทธิจะ เรียกให้ลูกหนี้ชําระหนี้ได้ อนึ่ง การชําระหนี้ด้วยงดเว้นการอันใดอันหนึ่งก็ย่อม มีได้" จากมาตรานี้จะเห็นได้ว่าหนี้ คือความผูกพันในทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเรียกว่าเจ้าหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้อีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าลูกหนี้ ชําระหนี้โดยการส่ง มอบทรัพย์สิน การการะทํา หรืองดเว้นการกระทํา ลักษณะสําคัญของหนี้ ลักษณะสําคัญของหนี้ต้องประกอบด้วย 3 ประการคือ 1. มีเจ้าหนี้และลูกหนี้ 2. มีผลผูกพันในทางกฎหมาย 3. มีวัตถุแห่งหนี้ 1. มีเจ้าหนี้และลูกหนี้มีเจ้าหนี้และลูกหนี้ หมายความว่าหนี้ต้องมีคู่กรณี 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าเจ้าหนี้ และอีกฝ่าย หนึ่งเรียกว่าลูกหนี้ โดยเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ลูกหนี้ชําระ หนี้ และลูกหนี้จําต้องชําระหนี้ 2. มีผลผูกพันในทางกฎหมาย มีผลผูกพันในทางกฎหมาย หมายความว่ากฎหมายให้การ รับรองให้เจ้าหนี้กับลูกหนี้มีความ ผูกพันต่อกันในการชําระหนี้ คือให้สิทธิแก่เจ้าหนี้มีอํานาจ


2 เรียกให้ลูกหนี้ชําระหนี้ให้แก่ตนได้ และเป็นหน้าที่ของลูกหนี้ต้องปฏิบัติการชําระหนี้ให้แก่ เจ้าหนี้ หากไม่ชําระต่อกันคู่สัญญาอาจนําคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อบังคับกันได้ 3. มีวัตถุแห่งหนี้ วัตถุแห่งหนี้ คือ ข้อกําหนดถึงวิธีที่ลูกหนี้จะต้องปฏิบัติการชําระหนี้ให้แก่ เจ้าหนี้ หรือเป็นสิ่งที่ เจ้าหนี้เรียกให้ลูกหนี้ชําระหนี้ หนี้จะขาดซึ่งวัตถุแห่งหนี้ไม่ได้ เพราะ เป็นส่วนประกอบอันสําคัญของหนี้ วัตถุแห่ง หนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ (1) การกระทําการ (2) การงดเว้นกระทําการ (3) การโอนกรรมสิทธิ์ส่ง มอบทรัพย์สิน บ่อเกิดแห่งหนี้ หนี้มีบ่อเกิดหรือที่มาแห่งหนี้ที่มีผลผูกพันบังคับกันได้ตามกฎหมายนั้นมี 3 ประเภท คือ 1. นิติกรรมและสัญญา 2. นิติเหตุ 3. บทบัญญัติของกฎหมาย นิติกรรมและสัญญาคือ ความตกลงระหว่างบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ จะก่อให้เกิดหนี้ขึ้นตามกฎหมาย สัญญานั้นอาจจะเป็นสัญญาต่างตอบแทน เช่น สัญญาซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน เช่า ทรัพย์ เช่าซื้อ จ้างแรงงาน จ้างทําของเป็นต้น หรืออาจจะเป็นสัญญา ไม่ต่างตอบแทนเช่น สัญญายืม ฝากทรัพย์ ให้โดยเสน่หา เป็นต้น สัญญาเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ ที่สําคัญที่สุด 2. นิติเหตุ คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยผู้กระทํามิได้มีเจตนาจะก่อหนี้ แต่กฎหมายกําหนดให้ มีผลตาม กฎหมาย นิติเหตุมี 3 ประการคือ การจัดการนอกสั ่ง ลาภมิควรได้ ละเมิด 2.1 จัดการงานนอกสั ่ง คือ การที่บุคคลใดเข้าจัดกิจการแทนผู้อื่นโดยเขามิได้ว่าวานใช้ให้ทํา ถ้าการที่ทํานั้นเป็นการสมประโยชน์แก่เจ้าของกิจการ ผู้เข้าทํากิจการแทนผู้อื่นนั้นย่อมมี สิทธิที่จะเรียกร้อง ค่าใช้จ่ายที่ตนได้เสียไปจากเจ้าของกิจการนั้นคืนได้ (ปพพ. มาตรา 395 และ 401) 2.2 ลาภมิควรได้ คือ การที่บุคคลใดได้มาซึ่งทรัพย์สิ่งใด โดยปราศจากมูลอันจะอ้าง กฎหมาย ได้ และทําให้บุคคลอีกคนหนึ่งเสียเปรียบ บุคคลที่ได้รับทรัพย์นั้นไว้ต้องคืนทรัพย์


3 นั้นให้แก่เขา (ปพพ. มาตรา 406) 2.3 ละเมิด คือ การที่บุคคลใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้ เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดผู้กระทํา ละเมิดจะต้องใช้ค่า สินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย (ปพพ. มาตรา420) 3. บทบัญญัติของกฎหมาย หนี้อาจเกิดโดยกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษ เช่น ประมวล รัษฎากร กําหนดให้บุคคลมีหน้าที่เสียภาษีให้รัฐ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติ ให้บุตรมีหน้าที่ต้องอุปการะ เลี้ยงดูบิดามารดา(ปพพ. มาตรา 1563) และบิดามารดามี หน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควร แก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ (ปพพ. มาตรา 1564) เป็นต้น ผลแห่งหนี้ เมื่อเกิดหนี้ขึ้นแล้ว กฎหมายให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ที่จะเรียกให้ลูกหนี้ชําระหนี้ได้ หากลูกหนี้ไม่ ชําระหนี้เลย หรือชําระหนี้ล่าช้า หรือชําระหนี้ผิดความประสงค์แห่งหนี้แล้ว เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่ จะฟ้องร้องต่อศาลให้ลูกหนี้ชําระหนี้ หรือให้ชําระหนี้โดยถูกต้องได้ แต่การที่เจ้าหนี้จะ ฟ้องร้องต่อศาลให้ลูกหนี้ชําระหนี้ได้นั้น หนี้จะต้องถึง กําหนดเวลาชําระเสียก่อน ถ้าหนี้ยัง ไม่ถึงกําหนดเวลาชําระ ลูกหนี้ย่อมจะได้รับประโยชน์จากเงื่อนเวลาอยู่ การกําหนดเวลา ชําระหนี้หนี้ถึงกําหนดชําระเมื่อใดนั้นแยกพิจารณาได้ดังนี้ 1. ถ้าเวลาอันจะพึงชําระหนี้นั้นได้กําหนดกันไว้ตามวันแห่งปฏิทิน ย่อมถึงกําหนดชําระตาม วัน แห่งปฏิทิน ตัวอย่าง ก. กู้เงิน ข. 100,000 บาท กําหนดใช้เงินคืนในวันที่ 1 มกราคม 2548 เช่นนี้ถือว่าหนี้ รายนี้ถึงกําหนดชําระวันที่ 1 มกราคม 2548 2. ถ้าเวลาอันจะพึงชําระหนี้นั้นมิได้กําหนดกันไว้ตามวันแห่งปฏิทิน แต่พออนุมานจาก พฤติการณ์ทั้งปวงได้ว่าจะเรียกให้ลูกหนี้ชําระหนี้ได้เมื่อใด ตัวอย่าง ก. ยืมกล้องถ่ายภาพ ของ ข. ไปใช้ในการถ่ายภาพทางจังหวัดภาคเหนือ โดยไม่ได้กําหนดว่า จะต้องคืนกล้อง ถ่ายภาพเมื่อใด แต่ตามพฤติการณ์แห่งหนี้รายนี้ ก็พอจะอนุมานได้ว่าเมื่อ ก.กลับจาก ภาคเหนือ แล้ว ก. จะต้องส่งคืนกล้องถ่ายภาพนั้นให้ ข.


4 3. ถ้าเวลาอันจะพึงชําระหนี้นั้นมิได้กําหนดกันไว้ตามวันแห่งปฏิทิน และจะอนุมานจาก พฤติการณ์ทั้งปวงก็ไม่ได้แล้ว เจ้าหนี้ย่อมเรียกให้ลูกหนี้ชําระหนี้ได้โดยพลัน และลูกหนี้ก็ ย่อมชําระหนี้ของตนได้ โดยพลันเช่นเดียวกัน (มาตรา 203) ความระงับแห่งหนี้ ความระงับแห่งหนี้ คือการที่หนี้ได้สิ้นสุดลงหรือหนี้ได้ระงับลง หนี้ย่อมระงับลงด้วยเหตุ 5 ประการคือ 1. การชําระหนี้ 2. การปลดหนี้ 3. การหักกลบลบหนี้ 4. การแปลงหนี้ใหม่ 5. หนี้เกลื่อนกลืนกัน 1. การชําระหนี้(มาตรา 314 - 337) มาตรา 314 อันการชําระหนี้นั้น ท่านว่าบุคคลภายนอกจะเป็นผู้ชําระก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่ง หนี้จะไม่เปิดช่องให้บุคคลภายนอกชําระ หรือจะขัดกับเจตนาอันคู่กรณีได้แสดงไว้บุคคลผู้ไม่ มีส่วนได้เสียด้วยในการชําระหนี้นั้น จะเข้าชําระหนี้โดยขืนใจลูกหนี้หาได้ไม่ มาตรา 315 อันการชําระหนี้นั้น ต้องทําให้แก่ตัวเจ้าหนี้หรือแก่บุคคลผู้มีอํานาจรับชําระหนี้ แทนเจ้าหนี้ การชําระหนี้ให้แก่บุคคลผู้ไม่มีอํานาจรับชําระหนี้นั้น ถ้าเจ้าหนี้ให้สัตยาบันก็ นับว่าสมบูรณ์ มาตรา 316 ถ้าการชําระหนี้นั้นได้ทําให้แก่ผู้ครองตามปรากฏแห่งสิทธิในมูลหนี้ท่านว่าการ ชําระหนี้นั้นจะสมบูรณ์ก็แต่เมื่อบุคคลผู้ชําระหนี้ได้กระทําการโดยสุจริต มาตรา 317 นอกจากกรณีที่กล่าวไว้ในมาตราก่อน การชําระหนี้แก่บุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะ ได้รับนั้น ท่านว่าย่อมสมบูรณ์เพียงเท่าที่ตัวเจ้าหนี้ได้ลาภงอกขึ้นแต่การนั้น มาตรา 318 บุคคลผู้ถือใบเสร็จเป็นสําคัญ ท่านนับว่าเป็นผู้มีสิทธิจะได้รับชําระหนี้ แต่ความ ที่กล่าวนี้ท่านมิให้ใช้ ถ้าบุคคลผู้ชําระหนี้รู้ว่าสิทธิเช่นนั้นหามีไม่ หรือไม่รู้เท่าถึงสิทธินั้น เพราะความประมาทเลินเล่อของตน


5 มาตรา 319 ถ้าศาลสั ่งให้ลูกหนี้คนที่สามงดเว้นทําการชําระหนี้แล้ว ยังขืนชําระหนี้ให้แก่ เจ้าหนี้ของตนเองไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ผู้ที่ร้องขอให้ยึดทรัพย์จะเรียกให้ลูกหนี้คนที่สามนั้นทํา การชําระหนี้อีกให้คุ้มกับความเสียหายอันตนได้รับก็ได้อนึ่งข้อความซึ่งกล่าวมาในวรรค ข้างต้นนี้หาเป็นข้อขัดขวางในการที่ลูกหนี้คนที่สามจะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่เจ้าหนี้ของตนเอง นั้นไม่ มาตรา 320 อันจะบังคับให้เจ้าหนี้รับชําระหนี้แต่เพียงบางส่วน หรือให้รับชําระหนี้เป็นอย่าง อื่นผิดไปจากที่จะต้องชําระแก่เจ้าหนี้นั้น ท่านว่าหาอาจจะบังคับได้ไม่ มาตรา 321 ถ้าเจ้าหนี้ยอมรับการชําระหนี้อย่างอื่นแทนการชําระหนี้ที่ได้ตกลงกันไว้ ท่าน ว่าหนี้นั้นก็เป็นอันระงับสิ้นไป ถ้าเพื่อที่จะทําให้พอแก่ใจเจ้าหนี้นั้น ลูกหนี้รับภาระเป็นหนี้ อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นใหม่ต่อเจ้าหนี้ไซร้ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านมิให้สันนิษฐานว่าลูกหนี้ได้ ก่อหนี้นั้นขึ้นแทนการชําระหนี้ถ้าชําระหนี้ด้วยออก-ด้วยโอน-หรือด้วยสลักหลังตั ๋วเงินหรือ ประทวนสินค้า ท่านว่าหนี้นั้นจะระงับสิ้นไปต่อเมื่อตั ๋วเงินหรือประทวนสินค้านั้นได้ใช้เงินแล้ว มาตรา 322 ถ้าเอาทรัพย์ก็ดี สิทธิเรียกร้องจากบุคคลภายนอกก็ดี หรือสิทธิอย่างอื่นก็ดี ให้ แทนการชําระหนี้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องรับผิดเพื่อชํารุดบกพร่องและเพื่อการรอนสิทธิทํานอง เดียวกับผู้ขาย มาตรา 323 ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้ส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง ท่านว่าบุคคลผู้ชําระหนี้ จะต้องส่งมอบทรัพย์ตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลาที่จะพึงส่งมอบลูกหนี้จําต้องรักษาทรัพย์นั้น ไว้ด้วยความระมัดระวังเช่นอย่างวิญ�ูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง จนกว่าจะได้ส่ง มอบทรัพย์นั้น มาตรา 324 เมื่อมิได้มีแสดงเจตนาไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าจะพึงชําระหนี้ ณ สถานที่ใดไซร้ หากจะต้องส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง ท่านว่าต้องส่งมอบกัน ณ สถานที่ซึ่งทรัพย์นั้นได้อยู่ใน เวลาเมื่อก่อให้เกิดหนี้นั้น ส่วนการชําระหนี้โดยประการอื่น ท่านว่าต้องชําระ ณ สถานที่ซึ่ง เป็นภูมิลําเนาปัจจุบันของเจ้าหนี้ มาตรา 325 เมื่อมิได้มีแสดงเจตนาไว้ในข้อค่าใช้จ่ายในการชําระหนี้ ท่านว่าฝ่ายลูกหนี้พึง เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย แต่ถ้าค่าใช้จ่ายนั้นมีจํานวนเพิ่มขึ้นเพราะเจ้าหนี้ย้ายภูมิลําเนาก็ดี หรือ เพราะการอื่นใดอันเจ้าหนี้ได้กระทําก็ดี ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าใดเจ้าหนี้ต้องเป็นผู้ออก มาตรา 326 บุคคลผู้ชําระหนี้ชอบที่จะได้รับใบเสร็จเป็นสําคัญจากผู้รับชําระหนี้นั้น และถ้า หนี้นั้นได้ชําระสิ้นเชิงแล้ว ผู้ชําระหนี้ชอบที่จะได้รับเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ หรือให้ขีดฆ่าเอกสารนั้นเสีย ถ้าและเอกสารนั้นสูญหาย บุคคลผู้ชําระหนี้ชอบที่จะให้จดแจ้ง ความข้อระงับหนี้ลงไว้ในใบเสร็จหรือในเอกสารอีกฉบับหนึ่งต่างหากก็ได้ถ้าหนี้นั้นได้ชําระ


6 แต่บางส่วนก็ดี หรือถ้าเอกสารนั้นยังให้สิทธิอย่างอื่นใดแก่เจ้าหนี้อยู่ก็ดี ท่านว่าลูกหนี้ชอบแต่ ที่จะได้รับใบเสร็จไว้เป็นคู่มือและให้จดแจ้งการชําระหนี้นั้นลงไว้ในเอกสาร มาตรา 327 ในกรณีชําระดอกเบี้ย หรือชําระหนี้อย่างอื่นอันมีกําหนดชําระเป็นระยะเวลานั้น ถ้าเจ้าหนี้ออกใบเสร็จให้เพื่อระยะหนึ่งแล้วโดยมิได้อิดเอื้อน ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เจ้าหนี้ได้รับชําระหนี้เพื่อระยะก่อน ๆ นั้นด้วยแล้ว ถ้าเจ้าหนี้ออกใบเสร็จให้เพื่อการชําระต้น เงิน ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้ได้รับดอกเบี้ยแล้ว ถ้าเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ ได้เวนคืนแล้วไซร้ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าหนี้นั้นเป็นอันระงับสิ้นไปแล้ว มาตรา 328 ถ้าลูกหนี้ต้องผูกพันต่อเจ้าหนี้ในอันจะกระทําการเพื่อชําระหนี้เป็นการอย่าง เดียวกันโดยมูลหนี้หลายราย และถ้าการที่ลูกหนี้ชําระหนี้นั้นไม่เพียงพอจะเปลื้องหนี้สินได้ หมดทุกรายไซร้ เมื่อทําการชําระหนี้ ลูกหนี้ระบุว่าชําระหนี้สินรายใด ก็ให้หนี้สินรายนั้นเป็น อันได้เปลื้องไป ถ้าลูกหนี้ไม่ระบุ ท่านว่าหนี้สินรายไหนถึงกําหนด ก็ให้รายนั้นเป็นอันได้ เปลื้องไปก่อน ในระหว่างหนี้สินหลายรายที่ถึงกําหนดนั้น รายใดเจ้าหนี้มีประกันน้อยที่สุด ก็ ให้รายนั้นเป็นอันได้เปลื้องไปก่อน ในระหว่างหนี้สินหลายรายที่มีประกันเท่า ๆ กัน ให้รายที่ ตกหนักที่สุดแก่ลูกหนี้เป็นอันได้เปลื้องไปก่อน ในระหว่างหนี้สินหลายรายที่ตกหนักแก่ ลูกหนี้เท่า ๆ กัน ให้หนี้สินรายเก่าที่สุดเป็นอันได้เปลื้องไปก่อน และถ้ามีหนี้สินหลายรายเก่า เท่า ๆ กัน ก็ให้หนี้สินทุกรายเป็นอันได้เปลื้องไปตามส่วนมากและน้อย มาตรา 329 ถ้านอกจากการชําระหนี้อันเป็นประธาน ลูกหนี้ยังจะต้องชําระดอกเบี้ยและเสีย ค่าฤชาธรรมเนียมอีกด้วยไซร้ หากการชําระหนี้ในครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ได้ราคาเพียงพอจะเปลื้อง หนี้สินได้ทั้งหมด ท่านให้เอาจัดใช้เป็นค่าฤชาธรรมเนียมเสียก่อนแล้วจึงใช้ดอกเบี้ย และใน ที่สุดจึงให้ใช้ในการชําระหนี้อันเป็นประธาน ถ้าลูกหนี้ระบุให้จัดใช้เป็นประการอื่น ท่านว่า เจ้าหนี้จะบอกปัดไม่ยอมรับชําระหนี้ก็ได้ มาตรา 330 เมื่อขอปฏิบัติการชําระหนี้โดยชอบแล้ว บรรดาความรับผิดชอบอันเกิดแต่การ ไม่ชําระหนี้ก็เป็นอันปลดเปลื้องไป นับแต่เวลาที่ขอปฏิบัติการชําระหนี้นั้น มาตรา 331 ถ้าเจ้าหนี้บอกปัดไม่ยอมรับชําระหนี้ก็ดี หรือไม่สามารถจะรับชําระหนี้ได้ก็ดี หากบุคคลผู้ชําระหนี้วางทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ไว้เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้แล้ว ก็ย่อมจะ เป็นอันหลุดพ้นจากหนี้ได้ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่บุคคลผู้ชําระหนี้ไม่สามารถจะ หยั ่งรู้ถึงสิทธิ หรือไม่รู้ตัวเจ้าหนี้ได้แน่นอนโดยมิใช่เป็นความผิดของตน มาตรา 332 ถ้าลูกหนี้จําต้องชําระหนี้ต่อเมื่อเจ้าหนี้จะต้องชําระหนี้ตอบแทนด้วยไซร้ ท่าน ว่าลูกหนี้จะกําหนดว่าต่อเมื่อเจ้าหนี้ชําระหนี้ตอบแทนจึงให้มีสิทธิรับเอาทรัพย์ที่วางไว้นั้นก็ ได้


7 มาตรา 333 การวางทรัพย์นั้นต้องวาง ณ สํานักงานวางทรัพย์ประจําตําบลที่จะต้องชําระ หนี้ถ้าไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือกฎข้อบังคับเฉพาะการในเรื่องสํานักงานวางทรัพย์ เมื่อบุคคลผู้ชําระหนี้ร้องขอ ศาลจะต้องกําหนดสํานักงานวางทรัพย์ และตั้งแต่งผู้พิทักษ์ ทรัพย์ที่วางนั้นขึ้น ผู้วางต้องบอกกล่าวให้เจ้าหนี้ทราบที่ได้วางทรัพย์นั้นโดยพลัน มาตรา 334 ลูกหนี้มีสิทธิจะถอนทรัพย์ที่วางนั้นได้ ถ้าลูกหนี้ถอนทรัพย์นั้น ท่านให้ถือ เสมือนว่ามิได้วางทรัพย์ไว้เลย สิทธิถอนทรัพย์นี้เป็นอันขาดในกรณีต่อไปนี้ (๑) ถ้าลูกหนี้แสดงต่อสํานักงานวางทรัพย์ว่าตนยอมละสิทธิที่จะถอน (๒) ถ้าเจ้าหนี้แสดงต่อสํานักงานวางทรัพย์ว่าจะรับเอาทรัพย์นั้น (๓) ถ้าการวางทรัพย์นั้นได้เป็นไปโดยคําสั ่งหรืออนุมัติของศาลและได้บอกกล่าว ความนั้นแก่สํานักงานวางทรัพย์ มาตรา 335 สิทธิถอนทรัพย์นั้น ตามกฎหมายศาลจะสั ่งยึดหาได้ไม่เมื่อได้ฟ้องคดีล้มละลาย เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้แล้ว ท่านห้ามมิให้ใช้สิทธิถอนทรัพย์ในระหว่างพิจารณาคดี ล้มละลาย มาตรา 336 ถ้าทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งการชําระหนี้ไม่ควรแก่การจะวางไว้ก็ดี หรือเป็นที่พึง วิตกว่าทรัพย์นั้นเกลือกจะเสื่อมเสีย หรือทําลาย หรือบุบสลายได้ก็ดี เมื่อได้รับอนุญาตจาก ศาล บุคคลผู้ชําระหนี้จะเอาทรัพย์นั้นออกขายทอดตลาด แล้วเอาเงินที่ได้แต่การขายวาง แทนทรัพย์นั้นก็ได้ ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่ค่ารักษาทรัพย์จะแพงเกินควรนั้นด้วย มาตรา 337 ท่านไม่อนุญาตให้เอาทรัพย์ออกขายทอดตลาดจนกว่าจะได้บอกให้เจ้าหนี้รู้ตัว ก่อน การบอกนี้จะงดเสียก็ได้ถ้าทรัพย์นั้นอาจเสื่อมทรามลง หรือภัยมีอยู่ในการที่จะหน่วง การขายทอดตลาดไว้ในการที่จะขายทอดตลาดนั้น ท่านให้ลูกหนี้บอกกล่าวแก่เจ้าหนี้โดยไม่ ชักช้า ถ้าละเลยเสียไม่บอกกล่าว ลูกหนี้จะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน การบอกให้รู้ตัว และบอกกล่าวนี้ ถ้าไม่เป็นอันจะทําได้ จะงดเสียก็ได้เวลาและสถานที่ที่จะขายทอดตลาด กับ ทั้งคําพรรณนาลักษณะแห่งทรัพย์นั้น ท่านให้ประกาศโฆษณาให้ประชาชนทราบ มาตรา 338 ค่าฤชาธรรมเนียมในการวางทรัพย์หรือขายทอดตลาดนั้น ให้ฝ่ายเจ้าหนี้เป็นผู้ ออก เว้นแต่ลูกหนี้จะได้ถอนทรัพย์ที่วาง มาตรา 339 สิทธิของเจ้าหนี้เหนือทรัพย์ที่วางไว้นั้นเป็นอันระงับสิ้นไปเมื่อพ้นเวลาสิบปี นับ แต่ได้รับคําบอกกล่าวการวางทรัพย์อนึ่งเมื่อสิทธิของเจ้าหนี้ระงับสิ้นไปแล้ว ถึงแม้ลูกหนี้จะ ได้ละสิทธิถอนทรัพย์ก็ยังชอบที่จะถอนทรัพย์นั้นได้


8 การชําระหนี้ ทําให้หนี้หรือสิทธิเรียกร้องได้สิ้นสุดลง ลูกหนี้จะต้องชําระหนี้ให้ต้องตามความ ประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้จึงทําให้หนี้ระงับไป ผู้ที่สามารถชําระหนี้ได้มีดังนี้ 1. ลูกหนี้ ตามปกติแล้วลูกหนี้จะต้องชําระหนี้เองเสมอ เพราะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยตรงใน หนี้ที่เกิดขึ้น 2. บุคคลภายนอก บุคคลภายนอกย่อมสามารถชําระหนี้แทนลูกหนี้ได้ เพราะเมื่อ เจ้าหนี้ ได้รับชําระหนี้ถูกต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ โดยไม่ต้องคํานึงว่าผู้ใดจะเป็น ผู้ชําระหนี้ ย่อมทําให้หนี้นั้นระงับไป แต่มีบางกรณีที่บุคคลภายนอกจะชําระหนี้แทนลูกหนี้ ไม่ได้ กรณีที่บุคคลภายนอกจะชําระหนี้แทนลูกหนี้ไม่ได้มีดังนี้ 2.1 สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บุคคลภายนอกชําระหนี้แทนได้ (มาตรา 314 วรรค 1) ตัวอย่าง ก. เป็นจิตรกรสัญญาว่าจะวาดภาพให้ ข. สภาพแห่งหนี้คือการที่ ก. ต้องเขียนภาพ ให้ ข. ถ้า ก. ผิดสัญญาไม่วาดภาพให้ ข. ค.ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะมาวาดภาพให้ ข. แทน ก. ไม่ได้เพราะฝีมือการวาดภาพย่อมแตกต่างกัน 2.2 ขัดกับเจตนาที่คู่กรณีได้แสดงไว้(มาตรา314 วรรค 1) ตัวอย่าง ก. กู้เงิน ข. 100,000 บาท โดยมีข้อตกลงว่า ก.จะชําระหนี้ด้วยตัวเอง บุคคลอื่นจะชําระหนี้แทนไม่ได้ เช่นนี้ บุคคลภายนอกจะชําระหนี้แทนลูกหนี้ไม่ได้ 2.3 ชําระหนี้โดยขืนใจลูกหนี้ไม่ได้ (มาตรา 314 วรรค 2) ตัวอย่าง ก. กู้เงิน ข. 100,000 บาท ต่อมา ค. เสนอที่จะชําระหนี้แทน ก. แต่ ก. ไม่ยินยอมเช่นนี้ ค. ย่อมชําระหนี้แทน ก. ไม่ได้ 3. ลูกหนี้ร่วม ผู้คํ้าประกัน หรือผู้มีส่วนได้เสียในการชําระหนี้ ย่อมสามารถชําระหนี้ โดย ขืน ใจลูกหนี้ได้ ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ต้องยอมให้บุคคลเหล่านี้ชําระหนี้ ตัวอย่าง ก. กู้เงิน ข. 100,000 บาท โดยมี ค. เป็นผู้คํ้าประกันการกู้ยืม เมื่อถึงกําหนดชําระหนี้แล้ว ก. ผิดนัดไม่ ชําระหนี้ให้ ข. ค. ย่อมชําระหนี้ให้ ข.ได้


9 ผู้ที่สามารถรับชําระหนี้ได้มีดังนี้ 1. เจ้าหนี้ เจ้าหนี้เป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชําระหนี้ได้โดยตรงในการรับชําระหนี้ นั้น เจ้าหนี้ผู้รับชําระหนี้จะต้องมีความสามารถตามกฎหมายด้วย 2. ผู้มีอํานาจรับชําระหนี้แทน (มาตรา 315) ซึ่งเกิดขึ้นได้จาก 2.1 โดยสัญญา เช่น เจ้าหนี้ได้ทําสัญญามอบหมายให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นตัวแทนใน การรับชําระ หนี้แทนเจ้าหนี้ 2.2 โดยบทบัญญัติของกฎหมาย เช่น ผู้อนุบาลมีอํานาจรับชําระหนี้ซึ่งคนไร้ ความสามารถ เป็นเจ้าหนี้หรือผู้จัดการมรดกมีอํานาจรับชําระหนี้ ซึ่งค้างชําระอยู่แก่กองมรดกเป็นต้น 3. บุคคลซึ่งไม่มีอํานาจรับชําระหนี้ได้รับชําระหนี้ไว้และเจํ้าหนี้ได้ให้ สัตยาบัน (มาตรา 315) ก็ถือว่าเป็นการชําระหนี้ที่สมบูรณ์ การให้สัตยาบันของเจ้าหนี้คือ การที่เจ้าหนี้รับรองว่า เป็น การชําระหนี้ที่ถูกต้องแล้ว เช่น การที่เจ้าหนี้ออกใบเสร็จรับเงินมอบให้บุคคลซึ่งไม่มีอํานาจ รับชําระหนี้แต่ ได้รับชําระหนี้ไว้ ให้นําไปมอบให้แก่ผู้ชําระหนี้ ก็ถือว่าเป็นการให้สัตยาบัน เพราะกฎหมายมิได้บัญญัติถึงวิธีการ ให้สัตยาบันไว้โดยเฉพาะ ตัวอย่าง การที่ลูกหนี้ได้ ชําระหนี้ให้แก่พี่สาวของเจ้าหนี้ จะถือว่าเป็นการชําระหนี้ที่ ชอบไม่ได้ เว้นแต่เจ้าหนี้จะได้ให้ สัตยาบัน (ฎีกาที่ 531/2470) 4. ผู้ครองตามปรากฎแห่งสิทธิ (มาตรา 316) ถ้าได้ชําระหนี้ให้แก่ผู้ครอบครองตามที่ ปรากฏแห่งสิทธิในมูลหนี้ หรือผู้ที่มีหลักฐานเบื้องต้นว่าเป็นเจ้าหนี้ และผู้ชําระหนี้กระทํา โดยสุจริตแล้ว หนี้ย่อมระงับ ตัวอย่าง ก. ขับรถยนต์โดยประมาทไปชนกระถางต้นไม้ซึ่งอยู่หน้าบ้านของ ข. แตก เสียหาย ก.ได้ชําระเงินค่ากระถางต้นไม้ให้ ข.โดยสุจริตโดยเข้าใจว่า ข. เป็นเจ้าของกระถาง ต้นไม้นี้ ถือว่าเป็นการ ชําระหนี้ที่สมบูรณ์แล้ว 5. บุคคลผู้ถือใบเสร็จ (มาตรา318) ใบเสร็จเป็นเอกสารที่แสดงว่าเจ้าหนี้ได้รับชําระหนี้แล้ว ผู้ถือใบเสร็จได้แก่บุคคลที่เจ้าหนี้ใช้ให้ถือใบเสร็จไปรับชําระหนี้จากลูกหนี้ เช่น พนักงานเก็บ เงินค่าไฟฟ้า ได้รับมอบหมายจากการไฟฟ้าฯ ให้นําใบเสร็จไปเก็บเงินจากผู้ใช้ไฟฟ้าเป็น ต้น บุคคลผู้ถือใบเสร็จเป็นสําคัญย่อม มีสิทธิได้รับชําระหนี้ แต่ถ้าผู้ชําระหนี้รู้ว่าผู้ถือใบเสร็จ ไม่มีสิทธิได้รับชําระหนี้ก็ยังขืนชําระหนี้ไป หรือชําระหนี้ไป โดยประมาทเลินเล่อ จะถือว่า


10 เป็นการชําระหนี้โดยถูกต้องสมบูรณ์ไม่ได้ จึงไม่ทําให้หนี้ระงับไป ตัวอย่าง ก. เคย เป็นพนักงานเก็บเงินของการไฟฟ้าฯ แต่ขณะนี้ได้พ้นจากตําแหน่งไปแล้ว ก.ได้นําใบเสร็จปลอมมาเก็บเงินค่า ไฟฟ้าจาก ข. ข. ทราบแล้วว่า ก.ไม่มีอํานาจเก็บเงิน เพราะพ้นจากตําแหน่งไปแล้ว ก็ยังขืนชําระเงินค่าไฟฟ้าให้ ก. ไป เช่นนี้ไม่ถือว่า ข. หลุดพ้น จากหนี้นั้น ข.ยังคงต้องชําระเงินให้การไฟฟ้าฯอีก 6. บุคคลผู้ไม่มีอํานาจรับชําระหนี้แต่ได้รับชําระหนี้ไว้ (มาตรา 317) หนี้ย่อมระงับ ไปเพียง เท่าที่ตัวเจ้าหนี้ได้ลาภงอกขึ้นจากการชําระหนี้นั้น ตัวอย่าง ก. กู้เงินของ ข. 100,000 บาท ต่อมา ก.ได้ นําเงิน 100,000 บาทมาชําระหนี้ให้กับ ค. ซึ่งเป็นพี่ของ ข. ซึ่งไม่มีอํานาจรับชําระหนี้ ค.ได้นําเงินไปให้ ข. 60,000 บาท โดยบอก ว่า ก. ชําระหนี้เพียงบางส่วนเป็นเงิน 60,000 บาท เช่นนี้หนี้ย่อมระงับไปเพียง 60,000 บาท ก. ยังคงต้องชําระหนี้ให้ ข. อีก 40,000 บาท สถานที่ชําระหนี้ สถานที่ชําระหนี้นั้นแยกพิจารณาได้ดังนี้ 1. ลูกหนี้และเจ้าหนี้อาจจะตกลงกันให้ชําระหนี้ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งก็ได้ เมื่อ ลูกหนี้ ชําระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ตามสถานที่ที่ตกลงกันแล้ว ก็ทําให้หนี้ระงับไป 2. ถ้าลูกหนี้และเจ้าหนี้มิได้ตกลงกันว่าให้ชําระหนี้ ณ สถานที่ใด ในกรณีที่เป็นทรัพย์ เฉพาะ สิ่งให้ลูกหนี้ชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ณ สถานที่ซึ่งทรัพย์นั้นได้อยู่ในเวลาที่ก่อให้เกิดหนี้นั้น (มาตรา 324) ตัวอย่าง ก. อยู่ที่จังหวัดสงขลา ทําสัญญาซื้อเรือประมงชื่อทิพย์วารีจาก ข.ซึ่ง อยู่ที่จังหวัดชุมพรขณะทําสัญญาซื้อ ขายกันนั้น เรือลํานี้จอดอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี เช่นนี้ถือ ว่าเป็นการซื้อขายทรัพย์เฉพาะสิ่ง และไม่ได้กําหนดกันว่าจะ ให้ส่งมอบทรัพย์ที่ใด ข. จะต้องส่งมอบเรือทิพย์วารีให้ ก.ที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่เรือจอดอยู่ในเวลาท า สัญญาซื้อขายกัน 3. ถ้าลูกหนี้และเจ้าหนี้มิได้ตกลงกันว่าให้ชําระหนี้ ณ สถานที่ใด ในกรณีที่ไม่ใช่ทรัพย์ เฉพาะสิ่ง ให้ลูกหนี้ชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ณ สถานที่ซึ่งเป็นภูมิลําเนาปัจจุบันของเจ้าหนี้ (มาตรา 324) ตัวอย่าง ก. อยู่จังหวัดลพบุรี กู้เงิน 100,000 บาทจาก ข.ซึ่งอยู่ที่จังหวัดสระบุรีและไม่ได้ก


11 าหนดกันไว้ว่าให้ชําระหนี้กัน ณ สถานที่ใด เช่นนี้ ก. ต้องชําระหนี้ให้ ข. ณ ภูมิลําเนา ปัจจุบันของ ข. ซึ่งเป็น เจ้าหนี้ เพราะเป็นกรณีที่ไม่ใช่ทรัพย์ เฉพาะสิ่ง วิธีชําระหนี้ วิธีชําระหนี้นั้นแยกพิจารณาได้ดังนี้ 1. ในการชําระหนี้นั้น ลูกหนี้จะต้องชําระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่ง มูลหนี้ ลูกหนี้จะบังคับให้เจ้าหนี้รับชําระหนี้แต่เพียงบางส่วน หรือให้รับชําระหนี้เป็นอย่างอื่นผิดไป จากที่จะต้อง ชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ไม่ได้ (มาตรา 320) ตัวอย่าง ก. กู้เงิน ข. 100,000 บาท เมื่อไม่มีข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ก. จะขอ ชําระหนี้ บางส่วนเป็นเงิน 50,000 บาท หรือขอชําระหนี้เป็นงวด ๆ ละ 10,000 บาทไม่ได้ 2. ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้ส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่ง บุคคลผู้ชําระหนี้จะต้องส่งมอบ ทรัพย์ ตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลาที่จะพึงส่งมอบ (มาตรา 323) ตัวอย่าง ก. ทําสัญญาซื้อ เรือประมงชื่อทิพย์วารี จาก ข. ข. จะต้องส่งมอบเรือชื่อทิพย์วารีซึ่งเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งให้ ก. ตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลาที่จะส่งมอบ ขณะที่จะส่งมอบเรือมีสภาพอย่างไรก็ส่งมอบตาม สภาพนั้น ข.ไม่ต้องซ่อมแซมเรือหรือทาสีเรือให้ใหม่ 3. ลูกหนี้จําต้องรักษาทรัพย์ไว้ด้วยความระมัดระวังอย่างเช่นวิญ�ูชนจะพึงสงวน ทรัพย์สิน ของตน จนกว่าจะได้ส่งมอบทรัพย์นั้น (มาตรา 323) ตัวอย่าง ก. ทําสัญญาซื้อเรือประมงชื่อ ทิพย์วารี จาก ข. ก่อนที่ ข. จะส่งมอบเรือลํานี้ให้ ก. ข. จะต้องดูแลรักษาเรือไว้ด้วยความ ระมัดระวังอย่างเช่นเจ้าของ เรือประมงทั ่ว ๆ ไปจะพึงดูแลรักษาเรือของตน การชําระหนี้ ด้วยตั ๋วเงิน ถ้าชําระหนี้ด้วยออก ด้วยโอน หรือด้วยสลักหลังตั ๋วเงินหรือประทวนสินค้า หนี้ นั้นจะ ระงับสิ้นไปต่อเมื่อตั ๋วเงินหรือประทวนสินค้านั้นได้ใช้เงินแล้ว (มาตรา 321 วรรค 3) ตั ๋วเงินมี 3 ประเภทคือ (1) ตั ๋วแลกเงิน (2) ตั ๋วสัญญาใช้เงิน และ (3) เช็ค ตัวอย่าง ก. เป็นหนี้ ข. อยู่ 100,000 บาท ได้ออกเช็คจํานวน 100,000 บาทชําระหนี้ให้ ข. หนี้จะระงับไปเมื่อ ก. นําเช็คไปขึ้นเงินจากธนาคารได้แล้ว ค่าใช้จ่ายในการชําระหนี้ ค่าใช้จ่ายในการชําระหนี้นั้นแยกพิจารณาได้ดังนี้ 1. ลูกหนี้และเจ้าหนี้อาจตกลงกันให้ลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการ ชําระหนี้ก็ ได้


12 2. ถ้าลูกหนี้และเจ้าหนี้มิได้ตกลงกันไว้ว่าให้ฝ่ายใดเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการชําระหนี้ กฎหมายกําหนดให้ฝ่ายลูกหนี้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย (มาตรา 325) ตัวอย่าง ก. ทําสัญญาซื้อข้าวสารจาก ข. 100 กระสอบโดยไม่ได้กําหนดไว้ว่าให้ฝ่ายใด เป็น ผู้ออกค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เช่นนี้ ข. ลูกหนี้ต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการขนส่งข้าวสารไป ให้ ก. 3. ถ้าค่าใช้จ่ายนั้นมีจํานวนเพิ่มขึ้น เพราะเจ้าหนี้ย้ายภูมิลําเนา หรือเพราะการอื่นใด อัน เจ้าหนี้ได้กระทํา ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าใดเจ้าหนี้ต้องเป็นผู้ออก (มาตรา 325) ตัวอย่าง ก. อยู่จังหวัดชลบุรีทําสัญญาซื้อข้าวสาร 100 กระสอบจาก ข. ซึ่งอยู่ที่จังหวัด สมุทรปราการ ข.ได้นําข้าวสารไปส่งให้ ก. ที่จังหวัดชลบุรี แต่ปรากฏว่า ก. ให้ไปส่งที่ร้าน ใหม่ของ ก. ซึ่งอยู่ที่จังหวัดระยอง ค่าใช้จ่ายในการขนส่งจากจังหวัดชลบุรีไป จังหวัดระยอง นั้น ก.ต้องเป็นผู้ออก หลักฐานแห่งการชําระหนี้ หลักฐานแห่งการชําระหนี้ มีบัญญัติไว้ในมาตรา 326 ซึ่งแยกพิจารณาได้ดังนี้ 1. บุคคลผู้ชําระหนี้ชอบที่จะได้รับใบเสร็จเป็นสําคัญจากผู้รับชําระหนี้โดยไม่จํากัดว่า หนี้นั้น จะเป็นหนี้ที่มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือไม่ เช่น หนี้อันเกิดจากมูลละเมิด ใบเสร็จแสดงการรับ ชําระหนี้ เป็น หลักฐานแห่งการชําระหนี้ที่นิยมใช้กันโดยทั ่วไป 2. ถ้าหนี้นั้นได้ทําเอกสารกันไว้ และได้มีการชําระหนี้โดยสิ้นเชิงแล้ว ผู้ชําระหนี้ชอบที่ จะ ได้รับเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ หรือให้ขีดฆ่าเอกสารนั้นเสีย ตัวอย่าง ก. กู้เงินจาก ข. 100,000 บาท โดยได้ทําสัญญากู้กันไว้เป็นหนังสือ ก.ชําระหนี้ให้ ข. ครบถ้วนแล้ว ข.ต้อง คืนสัญญากู้ให้ ก. หรือ ข. ต้องทําลาย หรือขีดฆ่าสัญญากู้นั้นทิ้งเสีย 3. ถ้าเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้นั้นสูญหาย บุคคลผู้ชําระหนี้ชอบที่จะให้จดแจ้ง การ ชําระหนี้ลงไว้ในใบเสร็จหรือในเอกสารอีกฉบับหนึ่งต่างหากก็ได้ ตัวอย่าง ก. กู้เงินจาก ข. 100,000 บาทโดย ได้ทําสัญญากู้กันไว้เป็นหนังสือ แต่สัญญากู้ที่ ข. ยึดถือไว้ได้หายไปแล้ว เมื่อ ก. ชําระหนี้ให้ ข. ครบถ้วนแล้ว ข. ต้องทําเอกสารขึ้นอีกฉบับหนึ่งเพื่อแสดงว่า ได้รับชํา ระหนี้จาก ก. ครบถ้วนแล้ว แล้วมอบเอกสารดังกล่าวให้แก่ก.


13 2. การปลดหนี้ มาตรา340 ถ้าเจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ท่านว่าหนี้นั้นก็เป็นอันระงับ สิ้นไป ถ้าหนี้มีหนังสือเป็นหลักฐาน การปลดหนี้ก็ต้องทําเป็นหนังสือด้วย หรือต้องเวนคืน เอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือขีดฆ่าเอกสารนั้นเสีย การปลดหนี้ เป็นกรณีที่เจ้าหนี้ยินยอมให้หนี้ระงับลงโดยมิได้เรียกร้องประโยชน์ตอบแทน จาก ลูกหนี้แต่อย่างใด การปลดหนี้มีบัญญัติไว้ในมาตรา 340 ซึ่งแยกพิจารณาได้ดังนี้ 1. การปลดหนี้กระทําโดยเจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ซึ่งเป็นนิติกรรมฝ่าย เดียว 2. เจ้าหนี้อาจจะปลดหนี้ให้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ 3. การแสดงเจตนาปลดหนี้อาจจะกระทําด้วยวาจาก็ได้ เว้นแต่ ถ้าหนี้นั้นมีหนังสือเป็น หลักฐาน การปลดหนี้ก็ต้อง (1) ทําเป็นหนังสือ หรือ (2) เวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ หรือ (3) ขีดฆ่า เอกสารนั้นเสีย ตัวอย่าง ก. กู้เงิน ข. 100,000 บาทโดยทําสัญญากู้กันไว้เป็นหนังสือ ต่อมา ข. ต้องการปลด หนี้ ให้ ก. 40,000 บาท การปลดหนี้เช่นนี้ต้องทําเป็นหนังสือด้วย 3. การหักกลบลบหนี้ (มาตรา 341 - 348) บุคคลสองคนต้องมีความผูกพันซึ่งกันและกันในมูลหนี้ คือเป็นลูกหนี้และเจ้าหนี้ซึ่งกันและ กัน มาตรา 341 ถ้าบุคคลสองคนต่างมีความผูกพันซึ่งกันและกันโดยมูลหนี้อันมีวัตถุเป็นอย่าง เดียวกัน และหนี้ทั้งสองรายนั้นถึงกําหนดจะชําระไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมจะ หลุดพ้นจากหนี้ของตนด้วยหักกลบลบกันได้เพียงเท่าจํานวนที่ตรงกันในมูลหนี้ทั้งสองฝ่าย นั้น เว้นแต่สภาพแห่งหนี้ฝ่ายหนึ่งจะไม่เปิดช่องให้หักกลบลบกันได้ บทบัญญัติดังกล่าวมาในวรรคก่อนนี้ท่านมิให้ใช้บังคับ หากเป็นการขัดกับเจตนาอันคู่กรณี ได้แสดงไว้ แต่เจตนาเช่นนี้ท่านห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทําการโดย สุจริต ตัวอย่าง ก. เป็นลูกหนี้เงินกู้ของ ข. อยู่ 100,000 บาท ขณะเดียวกัน ข. ก็เป็นลูกหนี้ค่าซื้อ


14 ของ เชื่อจาก ก. อยู่ 60,000 บาท เมื่อหนี้ทั้งสองรายถึงกําหนดชําระแล้ว ก. และ ข. ย่อม สามารถหักกลบลบหนี้กัน ได้ 60,000 บาท เท่าส่วนจํานวนที่ตรงกัน ก. ยังต้องชําระหนี้เกิน กู้ให้ ข. อีก 40,000 บาท มาตรา 342 หักกลบลบหนี้นั้น ทําได้ด้วยคู่กรณีฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง การ แสดงเจตนาเช่นนี้ท่านว่าจะมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาเริ่มต้นหรือเวลาสิ้นสุดอีกด้วยหาได้การ แสดงเจตนาดังกล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ท่านว่ามีผลย้อนหลังขึ้นไปจนถึงเวลาซึ่งหนี้ทั้งสอง ฝ่ายนั้นจะอาจหักกลบลบกันได้เป็นครั้งแรก มาตรา 343 การหักกลบลบหนี้นั้น ถึงแม้ว่าสถานที่ซึ่งจะต้องชําระหนี้ทั้งสองจะต่างกัน ก็ หักกันได้ แต่ฝ่ายผู้ขอหักหนี้จะต้องใช้ค่าเสียหายให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อความเสียหายอย่าง หนึ่งอย่างใดอันเกิดแต่การนั้น มาตรา344 สิทธิเรียกร้องใดยังมีข้อต่อสู้อยู่ สิทธิเรียกร้องนั้นท่านว่าหาอาจจะเอามาหัก กลบลบหนี้ได้ไม่ อนึ่ง อายุความย่อมไม่ตัดรอนการหักกลบลบหนี้ แม้สิทธิเรียกร้องขาดอายุ ความแล้ว แต่ว่าในเวลาที่อาจจะหักกลบลบกับสิทธิเรียกร้องฝ่ายอื่นได้นั้น สิทธิยังไม่ขาด มาตรา 345 หนี้รายใดเกิดแต่การอันมิชอบด้วยกฎหมายเป็นมูล ท่านห้ามมิให้ลูกหนี้ ถือเอาประโยชน์แห่งหนี้รายนั้น เพื่อหักกลบลบหนี้กับเจ้าหนี้ มาตรา 346 สิทธิเรียกร้องรายใดตามกฎหมายศาลจะสั ่งยึดมิได้ สิทธิเรียกร้องรายนั้นหา อาจจะเอาไปหักกลบลบหนี้ได้ไม่ มาตรา 347 ลูกหนี้คนที่สามหากได้รับคําสั ่งศาลห้ามมิให้ใช้เงินแล้วจะยกเอาหนี้ซึ่งตน ได้มาภายหลังแต่นั้นขึ้นเป็นข้อต่อสู้เจ้าหนี้ผู้ที่ขอให้ยึดทรัพย์นั้น ท่านว่าหาอาจจะยกได้ไม่ มาตรา 348 ถ้าคู่กรณีต่างฝ่ายต่างมีสิทธิเรียกร้องหลายรายอันควรแก่การที่จะใช้หักกลบ ลบหนี้ได้ไซร้ ฝ่ายผู้ที่ขอหักหนี้จะระบุก็ได้ว่าพึงเอาสิทธิเรียกร้องรายใดบ้างเข้าหักกลบลบ กัน ถ้าการหักกลบลบหนี้ได้แสดงโดยมิได้ระบุเช่นนั้นก็ดี หรือถ้าระบุ แต่อีกฝ่ายหนึ่งท้วง ขัดข้องโดยไม่ชักช้าก็ดี ท่านให้นําบทบัญญัติแห่งมาตรา ๓๒๘ วรรค ๒ มาใช้บังคับโดย อนุโลม ถ้าฝ่ายที่ขอหักกลบลบหนี้ยังเป็นหนี้ค่าดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่อีกฝ่าย หนึ่งอยู่ นอกจากการชําระหนี้อันเป็นประธานนั้นด้วยไซร้ ท่านให้นําบทบัญญัติแห่งมาตรา ๓๒๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม


15 4. การแปลงหนี้ใหม่ (มาตรา 349 - 352) การแปลงหนี้ใหม่ ได้แก่ การระงับหนี้เดิมโดยมีหนี้ใหม่ขึ้นมาแทนด้วยการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็น สาระสําคัญแห่งหนี้ มาตรา349 เมื่อคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้ทําสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสําคัญแห่งหนี้ไซร้ ท่านว่าหนี้นั้นเป็นอันระงับสิ้นไปด้วยแปลงหนี้ใหม่ถ้าทําหนี้มีเงื่อนไขให้กลายเป็นหนี้ ปราศจากเงื่อนไขก็ดี เพิ่มเติมเงื่อนไขเข้าในหนี้อันปราศจากเงื่อนไขก็ดี เปลี่ยนเงื่อนไขก็ดี ท่านถือว่าเป็นอันเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสําคัญแห่งหนี้นั้น ถ้าแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัว เจ้าหนี้ ท่านให้บังคับด้วยบทบัญญัติทั้งหลายแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยโอนสิทธิ เรียกร้อง มาตรา 350 แปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้นั้น จะทําเป็นสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับ ลูกหนี้คนใหม่ก็ได้ แต่จะทําโดยขืนใจลูกหนี้เดิมหาได้ไม่ มาตรา351 ถ้าหนี้อันจะพึงเกิดขึ้นเพราะแปลงหนี้ใหม่นั้นมิได้เกิดมีขึ้นก็ดี ได้ยกเลิกเสีย เพราะมูลแห่งหนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันมิรู้ถึงคู่กรณีก็ดี ท่านว่าหนี้เดิมนั้นก็ยังหาระงับสิ้นไปไม่ มาตรา 352 คู่กรณีในการแปลงหนี้ใหม่อาจโอนสิทธิจํานําหรือจํานองที่ได้ให้ไว้เป็นประกัน หนี้เดิมนั้นไปเป็นประกันหนี้รายใหม่ได้ เพียงเท่าที่เป็นประกันวัตถุแห่งหนี้เดิม แต่ หลักประกันเช่นว่านี้ ถ้าบุคคลภายนอกเป็นผู้ให้ไว้ไซร้ ท่านว่าจําต้องได้รับความยินยอมของ บุคคลภายนอกนั้นด้วยจึงโอนได้ มาตรา 349 คือการที่เจ้าหนี้และลูกหนี้ต้องการที่จะเปลี่ยนตัวหนี้ที่เคยเป็นหนี้กันอยู่ หรือ สาระสําคัญแห่งหนี้ เช่นเปลี่ยนตัวลูกหนี้ ตัวเจ้าหนี้ หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขที่เป็นสาระสําคัญ ต่างๆ คือหนี้ตาม สัญญาอันเก่าก็เป็นอันระงับไป แต่ก็มีหนี้ใหม่ขึ้นมาตามสัญญาที่มีการ เปลี่ยนแปลงสาระสําคัญแห่งหนี้นั้นเองจะมาเอาหนี้ตามสัญญาเก่านั้นมิได้ เพราะทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ได้แปลงหนี้ใหม่แล้ว ก็ต้องทําตามสัญญา ของหนี้อันใหม่ ซึ่งในการตั้งกําหนด สัญญาหนี้ขึ้นมาใหม่นั้น ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ควรร่วมกันกําหนดทุกขั้นตอน และเป็นไปด้วย ความเต็มใจทั้งสองฝ่าย เพื่อป้องกันการเอาเปรียบ หรือโกงกันนั่นเอง ตัวอย่าง ก. ทําสัญญากู้เงิน ข. แล้วตกลงเปลี่ยนสัญญากู้เป็นสัญญาขายฝากเรือน เป็นการ ทําสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสําคัญแห่งหนี้ ทําให้หนี้เงินกู้เป็นอันระงับสิ้นไปด้วยการ แปลงหนี้ใหม่ ข. จะฟ้อง เรียกเงินกู้จาก ก. หาได้ไม่ (ฎีกาที่ 3475/2529)


16 5. หนี้เกลื่อนกลืนกัน (มาตรา353) มาตรา 353 ถ้าสิทธิและความรับผิดในหนี้รายใดตกอยู่แก่บุคคลคนเดียวกัน ท่านว่าหนี้ราย นั้นเป็นอันระงับสิ้นไป เว้นแต่เมื่อหนี้นั้นตกไปอยู่ในบังคับแห่งสิทธิของบุคคลภายนอก หรือ เมื่อสลักหลังตั ๋วเงินกลับคืนตามความในมาตรา ๙๑๗ วรรค ๓ ตัวอย่าง ก. กู้เงินจาก ข. 100,000 บาท แต่ ก. เป็นทายาทของ ข. ต่อมา ข. ตาย ก. ย่อม ได้รับมรดกของ ข. จะเห็นได้ว่าสิทธิที่จะได้รับชําระหนี้และหน้าที่ที่จะต้องใช้หนี้รายนี้ได้ ตก อยู่แก่ ก. แต่ผู้เดียว หนี้เงินกู้รายนี้จึงเป็นอันระงับไปด้วยการเกลื่อนกลืนกัน กรณีที่หนี้ไม่เกลื่อนกลืนกัน มีข้อยกเว้นที่ไม่ถือว่าหนี้เกลื่อนกลืนกัน หนี้จึงไม่ระงับไปดังนี้ 1. เมื่อหนี้นั้นตกอยู่ในบังคับแห่งสิทธิของบุคคลภายนอกแล้ว ตัวอย่าง ก. กู้เงินจาก ข. 100,000 บาท และ ก. เป็นทายาทของ ข. แต่ ข. ได้โอนสิทธิการ เป็นเจ้าหนี้ในหนี้รายนี้ให้กับ ค. เสียแล้ว ค. จึง เป็นเจ้าหนี้ ก. แทน ข. ต่อมา ข. ตาย หนี้ รายนี้จึงไม่ระงับไปด้วยการเกลื่อนกลืนกัน เพราะหนี้รายนี้ไปตกอยู่ใน บังคับแห่งสิทธิของ บุคคลภายนอกแล้ว 2. เมื่อสลักหลังตั ๋วเงินกลับคืนมา ตามมาตรา 917 วรรค 3 ตัวอย่าง ก. ออกตั ๋วสัญญาใช้เงิน ฉบับหนึ่งให้ ข.โดยสัญญาว่าจะใช้เงินให้ข. 100,000 บาท ในวันที่ 1 สิงหาคม 2543 ข. โอนตั ๋วนี้ให้ ค. ค.โอนให้ ง. ง. โอนให้ จ. จ. โอนให้ ก. เมื่อตั ๋ว สัญญาใช้เงินกลับมาอยู่ในความครอบครองของ ก. หนี้ย่อมไม่ระงับไปด้วย การเกลื่อนกลืน กัน ก. ย่อมสามารถโอนตั ๋วสัญญาใช้เงินนั้นต่อไปได้ในเมื่อตั ๋วเงินนั้นยังไม่ถึงกําหนดเวลาใช้ เงิน


17 อ้างอิ ง https://old.elearning.yru.ac.th › resource › view https://www.drthawip.com/civilandcommercialcode/045


Click to View FlipBook Version