The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปบทเรียนวิชา วิธีวิทยาการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mooyee 159, 2023-05-03 06:52:16

วิทยาการจัดการเรียนรู้

สรุปบทเรียนวิชา วิธีวิทยาการจัดการเรียนรู้

Keywords: สรุปบทเรียนวิทยาการจัดการเรียนรู้

นางสาววีร วี วรรณ ทานบำบำ บำ เพ็ญ พ็ รหั หั ส 65B0101616 หลั ลั กสูต สู รป.บัณ บั ฑิฑิต สาขาวิชวิาชีพ ชี ครู รู มหาวิทวิยาลั ลั ยราชภั ภั ฏนครราชสีม สี า สรุ รุ ปบทเรี รี ยน วิท วิ ยาการจั จั ดการเรี รี ยนรู้ รู้ รู้ สรุ รุ ปบทเรี รี ยน วิท วิ ยาการจั จั ดการเรี รี ยนรู้ รู้ รู้ มหา วิวิทยาลัลัยร าชภัภัฏนคร ร าชสีสีมา NAKHON RATCHASIMA RAJABHAT UNIVERSITY Learning Management Science


สา รบับั บับั ญ บทที่ 1 แนวคิดเกี่ยวกับกา ร เ รียนรู้ บทที่ 2 ร ะบบและกา รออกแบบกา ร เ รียนกา รสอน บทที่ 3 ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้กับกา ร จัดกา ร เ รียนรู้ บทที่ 4 กา รจัดปร ะสบกา รณ์กา ร จัดกา ร เ รียนรู้ บทที่ 5 กา รจัดกา ร เ รียนรู้ที่เน้น ผู้เ รียนเป็นสําคัญ บทที่ 6 รูปแบบกา ร เ รียนกา รสอน วิธีสอน และเทคนิคกา รสอน บทที่ 7 นวัตกร รมกา ร เ รียนรู้ บทที่ 8 กา รจัดกา รชั้นเ รียนและ สิ่งแวดล้อมเพื่อกา ร เ รียนรู้ บทที่ 9 ทักษะกา รสอน บทที่ 10 กา ร เขียนแผนกา รจัดกา ร เ รียนรู้ 1 3 7 10 13 1 7 19 24 20 22


ความหมายของการเรียนรู้ ความสําคัญของการเรียนรู้ การเรียรีนรู้มีรู้ มีความสําคัญต่อการมีชีวิตรอด การปรับรัตัว การอยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสม ทั้งทั้การเกษตร การอุตสาหกรรม ตลอดจนการพัฒนาสังคมของมนุษยย์จากสังคมหนึ่งไปสู่ อีกสังคมหนึ่ง จุดมุ่งหมายของการเรียนรู้ Bloom เป็นนักการศึกษาชาวอเมริกัริ กัน เชื่อว่า การเรียรีนการสอนที่จะประสบความสําเร็จร็และ มีประสิทธิภาพนั้นนั้ผู้สอนจะต้องกําหนดจุดมุ่งหมายให้ชัห้ ชัดเจน โดยจําแนกจุดมุ่งหมายของการ เรียรีนรู้เรู้ป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive domain) 2.ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor domain) 3.ด้านจิตพิสัย (Affective domain) ลักษณะของการเรียนรู้ บทที่ 1 แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ บทที่ 1 แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ การเรียรีนรู้เรู้ป็นกระบวนการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลอันเนื่องมาจากประสบการณ์ ที่ได้รับรัผ่านประสาทสัมผัส สามารถเกิดขึ้นได้โดยตั้งตั้ ใจและไม่ตั้งตั้ ใจ ทั้งทั้นี้ผลของการเรียรีนรู้จรู้ะ ก่อให้เห้กิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใน 3 ด้าน 1.ด้านความรู้ 2.ด้านทักษะหรือรืกระบวนการ 3.ด้านความรู้สึรู้ สึก สามารถพิจารณาได้จากพฤติกรรมที่เกิดขั้นขั้ ใน 3 ลักษณะ 1. พฤติกรรมมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม 2. พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงนั้นนั้มีลักษณะที่ค่อนข้างถาวร 3. ประสบการณ์ที่เป็นปัจจัยหลักที่ทําให้เห้กิดการเปลี่ยน แปลงพฤติกรรม 1


องค์ประกอบของการเรียนรู้ ปัจจัยสําคัญที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ลีลาการเรียนรู้ ประเภทของลีลาการเรียนรู้ กระบวนการเกิดการเรียนรู้ พฤติกรรมหรือรืวิธีการที่บุคคลนิยมใช้หรือรืมีความถนัดในการใช้เป็นแนวทางในการเรียรีนรู้ การแสดงออกและการกระทําของบุคคล องค์ประกอบของการเรียรีนรู้ที่รู้ ที่ สําคัญมี4 ประการ คือ 1. แรงขับ (Drive) 2. สิ่งเร้าร้ (Stimulus) 3. การตอบสนอง (Response) 4. การเสริมริแรง (Reinforcement) 2 การรับรัรู้ข้รู้ ข้อมูลผ่านประสาทสัมผัสทั้งทั้ 5 การสร้าร้งความเข้าใจด้วยการแปลความหมายของ ข้อมูล ต่อจากนั้นนั้จึงนํามาปรับรัเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะกระทําหรือรื ไม่กระทําเกี่ยวกับสิ่งที่เรียรีนรู้ 1.ผู้เรียรีน 2.บทเรียรีน 3.วิธีการเรียรีนรู้ 4.สภาพแวดล้อมทางการเรียรีนรู้ 5.ผู้สอน ผู้ที่เรียรีนรู้ทรู้างสายตา (Visual learner) ผู้ที่เรียรีนรู้ทรู้างโสตประสาท (Auditory learner) ผู้ที่เรียรีนรู้ทรู้างร่าร่งกายและความรู้สึรู้ สึก (Kinesthetic learner)


ความหมายของระบบ องค์ประกอบของระบบ ระบบการเรียรีนการสอนเป็นการวางแผนการเรียรีนการสอนอย่างเป็นขั้นขั้ตอนมีลําดับต่อ เนื่องเกี่ยวพันกัน เป็นการรวมส่วนย่อยๆ ซึ่งซึ่ทํางานเป็นอิสระเข้าด้วยกัน จนกระทั่งทั่บรรลุเป้า หมายของการจัดการเรียรีนการสอน ระบบจึงมีความสําคัญและถือว่าเป็นการจัดโครงสร้าร้งและ ลําดับความสัมพันธ์ของการเรียรีนการสอน ระบบการเรียนการสอน องค์ประกอบระบบการเรียนการสอน บทที่ 2 ระบบและการออกแบบการเรียน การสอน บทที่ 2 ระบบและการออกแบบการเรียน การสอน วิธีการหรือรืสรรพสิ่งที่มีความสัมพันธ์กัน ประกอบเข้าด้วยกันอย่างเป็นระเบียบตามลําดับ ขั้นขั้ตอน ซึ่งซึ่วิธีการหรือรืสรรพสิ่งเหล่านั้นนั้จะพึ่งพาอาศัยกันและกัน 3 ตัวป้อน (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Product) 1. ข้อมูลสู่การสอน (Input) - การวางแผนการสอนแล้วเขียนเป็นแผนการจัดการเรียรีนรู้ 2. กระบวนการสอน (Process) - ขั้นขั้นำ เข้าสู่บทเรียรีน - ขั้นขั้การสอน - ขั้นขั้สรุป 3. ผลการสอน (Output) -ประเมินผลผู้เรียรีนว่า เกิดผลสัมฤทธิ์มากน้อยเพียงใด


ลักษณะของการจัดระบบ การเรียนการสอน วิธีวิธีการจัดระบบการเรียนการสอน ความสําคัญของการจัดระบบการเรียนการสอน รูปแบบของระบบการเรียนการสอน ระบบการเรียรีนการสอน มีความสําคัญในการประกันความถูกต้องของเนื้อหาสาระกิจกรรม การเรียรีนการสอนมีความชัดเจน ประหยัดเวลาในการดําเนินการสอน การเสริมริ ประสิทธิภาพ ในการทํางานหากมีปัญหาเกิดขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีและเป็นเครื่อรื่งมือในการ ตรวจสอบจุดอ่อนและจุดดีของระบบได้ มีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามระบบการศึกษา ได้แก่ การเรียรีนการสอนในระบบโรงเรียรีน การเรียรีนการสอนนอกระบบโรงเรียรีน และการเรียรีนการสอนตามอัธยาศัย โดยยึดลักษณะ สําคัญ 3 ประการ ดังนี้ 4 1. ลักษณะด้าน ประโยชน์ 2. ลักษณะด้าน ความยืดหยุ่น 3. ลักษณะตอบสนองต่อ ความจําเป็นและความ ต้องการรายบุคคล 1. ขั้นขั้วิเคราะห์รห์ะบบการเรียรีนการสอน 2. ขั้นขั้สังเคราะห์รห์ะบบการเรียรีนการสอน 3. ขั้นขั้สร้าร้งแบบจําลองระบบการเรียรีนการสอน 4. ขั้นขั้การทดสอบระบบในสถานการณ์จําลอง 1.ระบบการเรียนการสอนของ Jerold Kemp’s


5 2. ระบบการเรียนการสอนของ Tyler 3. ระบบการเรียนการสอนของ Glaser 4. ระบบการเรียนการสอนของ Gerlach and Ely 5. ระบบการเรียนการสอนแบบ ADDIE model


6 6. ระบบการเรียนการสอนของ Dick and Carey วิธีกา รนํา ร ะบบกา ร เ รียนกา รสอนไปใช้


7 บทที่ที่ ที่ที่3 ทฤษฎีฎี ฎี ก ฎี การเรีรี รี ย รี ยนรู้รู้ รู้ กั รู้ กั กั บ กั บการ จัจั จั ด จั ดการเรีรี รี ย รี ยนรู้รู้ รู้รู้ แนวคิดเกี่ยวกับทฤษฎีกา ร เ รียนรู้ ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้ เป็นตัวกลา ง ในกา ร จัดกา ร เ รียนรู้ของผู้สอน กับผล กา ร เ รียนรู้ที่เกิดกับตัวผู้เ รียน ดังนั้นทฤษฎีกา ร เ รียนรู้ จึ งมีบทบาทในกา รนํา ไปปร ะยุกต์ใช้ในกา ร เ รียนกา รสอน คือ กา ร ว า งแผนกา ร เ รียนรู้ กา ร จัดกา ร เ รียนรู้ กา รสอน และกา ร เป็นกรอบและทิศทา ง ในกา รทํา วิ จัยด้านกา ร เ รียน กา รสอน ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้กลุ่มพฤติกร รมนิยม 1. ทฤษฎีกา ร ว างเงื่อนไขแบบคลาสสิก (Classical condi t ioning) Pavlov( Ivan P.Pavlov) เป็นผู้ตั้งทฤษฎีนี้ซึ่งมีหลักกา ร ว่ า กา ร เ รียนรู้ เกิดจ ากกา รที่อินทรีย์ได้ตอบสนองต่อสิ่ง เ ร้ า ได้ หลายๆ ชนิด 1.1 กา รปร ะยุกต์ใช้ในกา ร เ รียนกา รสอน มีร ายละเอียดดังนี้ 1.1.1 ผู้สอนคว รสร้ า งบร รยากาศที่ดีในกา ร เ รียนกา รสอน 1.1.2 กา รนําหลักกา รลดพฤติกร รมไปใช้ 1.1.3 กา ร เปลี่ยนเ จตคติที่ไม่ต่อวิชาต่า งๆ ของผู้เ รียน 1.1.4 กา รนํากฎคว ามคล้ายคลึงและกฎกา ร จํ าแนกมา ใช้ในกา ร เ รียนกา รสอนมโนทัศน์ 1.2 กา รปร ะยุกต์ใช้ด้านกา รปรับพฤติกร รมที่เกี่ยวข้องกับอา รมณ์ เช่น พฤติกร รมอากา ร วิตกกัง วล พฤติกร รมคว ามกลัวผู้สอน วิตก กัง วลในกา รสอบ


8 Thorndi ke( Edward L . Thorndi ke) มีหลักกา ร ว่ า กา ร เ รียนรู้ เกิดจ าก คว ามสัมพันธ์ร ะหว่ า งสิ่ง เ ร้ ากา ร เ รียนรู้ เกิดจ ากกา รลองผิดลองถูก (Trial and E rror ) จนกว่ า จ ะพบรูปแบบที่ดีหรือเหมา ะสมที่สุด 2. ทฤษฎีกา ร เชื่อมโยง (Connect ionism) กฎแห่งคว ามพร้อม ( L aw of readines s ) กฎแห่งกา รฝึกหัด ( L aw of exer c i se) กฎแห่งกา ร ใช้ ( L aw of use and di suse) กฎแห่งผลที่พึงพอใ จ ( L aw of effec t) 3. ทฤษฎีกา ร ว างเงื่อนไขกา รกร ะทํา Sk inner (B. F . Sk inner ) ซึ่งมีหลักกา ร ว่ า กา ร เ รียนรู้ เกิดจ ากกา รที่ บุคคลได้มีกา รกร ะทําแล้ว ได้รับกา ร เสริมแร ง กา ร เสริมแร งทา งบวก กา ร เสริมแร งทา งลบ กา ร เสริมแร ง เพื่อปรับพฤติกร รม หลักกา รที่สําคัญในกา ร ปร ะยุกต์ใช้ ได้แก่ กา ร ให้กา ร เสริมทา งบวก เพื่อเพิ่ม พฤติกร รมหรือคงพฤติกร รมหรือสร้ า งพฤติกร รมใหม่และ กา ร เสริมแร งทา งลบ เพื่อลดพฤติกร รมที่ไม่ต้องกา ร ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้กลุ่มปัญญานิยม 1. ทฤษฎีโครงสร้ างนิยม (Const ruct ivist theory) ทฤษฎีที่อธิบายเกี่ยวกับกา รสร้ า งคว ามรู้ เน้นที่ปัจ จัยภายใน คือคว ามรู้ คว ามเข้า ใ จ หรือกร ะบวนกา ร รู้คิด ซึ่งถือว่ า เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมกา ร เ รียนรู้ ปร ะกอบด้วย 3 กลุ่มย่อย คือ ทฤษฎีโคร งสร้ า งนิยม ทฤษฎีกา รปร ะมวลสา รสนเทศ ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้ โดยกา รค้นพบและ ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้อย่า งมีคว ามหมาย


9 ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม ให้คว ามสำ คัญของคว ามเป็นมนุษย์และ มอง มนุษย์ว่ ามีคุณค่ามีคว ามดีง าม มีคว ามสามา รถ มีคว ามต้องกา รและมี แร ง จู ง ใ จภายในที่จ ะพัฒนา ศักยภาพของตนปร ะกอบด้วย 3 ทฤษฎีที่สำ คัญ ทฤษฎีของ Mas low ทฤษฎีของ Roger s ทฤษฎีของ Combs ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้กลุ่มผสมผสานของ Gagne คว ามรู้มีหลายปร ะเภทบา งปร ะเภทสามา รถเข้า ใ จ ได้อย่า ง ร วดเ ร็ ว ไม่ต้อง ใช้คว ามคิดที่ลึกซึ้งบา งปร ะเภทมีคว ามซับซ้อนมากจำ เป็นต้อง ใช้คว าม สามา รถในขั้นสูงหลักกา ร จัดกา ร เ รียนกา รสอนตามทฤษฏีนี้คือกา ร จัดกา ร เ รียนรู้อย่า ง เป็นร ะบบซึ่ง เ ริ่มจ ากง่ ายไปหายาก ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้กลุ่มคอนสตรัคติวิสต์ กา ร เ รียนรู้ หรือกา รสร้ า งคว ามรู้ เป็น กร ะบวนกา รที่เกิดขึ้นภายในของผู้ เ รียน โดยที่ผู้เ รียนเป็นผู้สร้ า งคว ามรู้ โดยกา รนำ ปร ะสบกา รณ์หรือ สิ่งที่ พบเห็นในสิ่งแวดล้อมหรือสา รสนเทศใหม่ที่ได้รับมา เชื่อมโยงกับ คว ามรู้คว าม เข้า ใ จที่มีอยู่เดิม มาสร้ า ง เป็น คว ามเข้า ใ จของตนเอง ทฤษฎีกา ร เ รียนรู้กลุ่มคอนเน็คติวิสต์ กา ร เ รียนรู้ เกิดขึ้นจ ากกา รสร้ า งและกา ร เชื่อมโยงคว ามรู้และแลก เปลี่ยนปร ะสบกา รณ์ร ะหว่ า งผู้ที่เ รียนรู้ ร่ วมกันบนสื่อสังคมออนไลน์


กา รกําหนดจุดปร ะสงค์ตามร ะดับของกา ร ใช้ กา รกําหนดจุดปร ะสงค์ในกา รจัดกา ร เ รียนรู้ 10 บทที่ 4 กา รจัดปร ะสบกา รณ์ กา รจัดกา ร เ รียนรู้ บทที่ 4 กา รจัดปร ะสบกา รณ์ กา รจัดกา ร เ รียนรู้ กา รกําหนดจุดปร ะสงค์ 1. จุดปร ะสงค์ทั่ว ไปหรือจุดปร ะสงค์ปลายทา ง 2. จุดปร ะสงค์เชิง เฉพา ะ หรือจุดปร ะสงค์นําทา ง 3. จุดปร ะสงค์กา ร เ รียนรู้ ( Ins tructional Objective) ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive domain) ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive domain) ด้านจิตพิสัย (Affective domain) องค์ปร ะกอบของจุดปร ะสงค์กา ร เ รียนรู้ กา รกําหนดเนื้อหา พฤติกร รมหรือทักษะที่ ผู้เ รียนแสดงออก เ งื่อนไขกา รแสดงพฤติกร รม หรือกา รทํา ง านของผู้เ รียน เกณฑ์ในกา รปร ะเมินกา ร ปฏิบัติง านของผู้เ รียน ปร ะเภทของเนื้อหา คว ามรู้ ทักษะ เ จตคติ


หลัลัลัลักเกณฑ์ฑ์ฑ์ฑ์กา รคัคัคัคัดเลืลืลืลือกเนื้นื้นื้นื้นื้นื้อหา หลัลัลัลักกา รจัจัจัจัดกา ร เ รีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้รู้รู้ 11 กา รกําหนดสื่อกา ร เ รียนรู้ ปร ะเภทของสื่สื่สื่สื่สื่สื่อกา ร เ รีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้รู้รู้ คว ามสําคัญ คว ามตร ง คว ามสัมพันธ์ กับสังคม คว ามสามา รถ เ รียนรู้ ได้ คว ามสนใ จ กา รจัจัจัจัดเนื้นื้นื้นื้นื้นื้อหา 1. ขอบเขตของ เนื้อหา (Scope) 2. ลําดับของ เนื้อหา (Sequence) 3. เกณฑ์ที่ใช้ในกา ร จัดลําดับก่อนหลังของ เนื้อหาที่นิยมใช้กัน กา รจัดปร ะสบกา รณ์กา ร เ รียนรู้ ขั้ขั้ขั้ขั้ขั้ขั้นตอนกา รจัจัจัจัดปร ะสบกา รณ์ณ์ณ์ณ์กา ร เ รีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้รู้รู้ ขั้นนํา ( Introduction) ขั้นสอน (Body) ขั้นสรุป (Conclus ion) ขั้นปร ะเมินผล (As ses sment ) พิจ า รณา จ ากองค์ปร ะกอบ 3 ด้าน คือ 1.ลักษณะของผู้เ รียน 2.บริบทกา ร เ รียนรู้ 3. ง านเพื่อกา ร เ รียนรู้ วัสดุ อุปกรณ์ กิจกร รม สื่อกา ร เ รียนรู้ จ ากสิ่งแวดล้อม


12 กา ร วัดผลและกา รปร ะเมิน ผลกา ร เ รียนรู้ คว ามรู้รู้รู้รู้รู้รู้คว ามเข้ข้ข้ข้า ใจเกี่กี่ กี่กี่ ยวกักักักับกา ร วัวัวัวัดผลปร ะเมิมิมิมินผล กร ะบวนกา รหาข้อมูลจ ากผู้เ รียนที่ออกมา เป็นตัว เลขโดยอาศัยวิธีกา ร และเครื่องมือในกา รกําหนดคุณลักษณะของสิ่งที่ต้องกา ร วัดกา รปร ะเมินผล กา ร วัวัวัวัดและปร ะเมิมิมิมินผลกา ร เ รีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้รู้รู้ 1. กา รปร ะเมินเพื่อจัดว า งตําแหน่ง (Placement as ses sment ) 2.กา รปร ะเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnos tic as ses sment ) 3.กา รปร ะเมินผลย่อย ( Formative as ses sment ) กา รปร ะเมินสรุปผลกา ร เ รียนรู้ (Summat ive assessment ) จํ าแนกตามวิธีกา รแปลคว ามหมายผลกา ร เ รียนรู้มี 2 ปร ะเภทที่แตก ต่า งกันตามลักษณะกา รแปลผลคะแนน ดังนี้ 1. กา ร วัดและปร ะเมินแบบอิงกลุ่ม 2. กา ร วัดและปร ะเมินแบบอิง เกณฑ์


13 บทที่ 5 กา รจัดกา ร เ รียนรู้ที่เน้น ผู้เ รียนเป็นสําคัญ บทที่ 5 กา รจัดกา ร เ รียนรู้ที่เน้น ผู้เ รียนเป็นสําคัญ พร ะ ร าชบัญญัติกา รศึกษาแห่งชาติกับกา ร จัดกา ร เ รียนรู้ “กา ร จัดกา ร ศึกษาต้องยึดหลักว่ าผู้เ รียนทุกคนมีคว ามสามา รถเ รียนรู้และพัฒนาตนเอง ได้และถือว่ าผู้เ รียนมีคว ามสําคัญที่สุด กร ะบวนกา ร จัดกา รศึกษาต้องส่ง เสริมให้ผู้เ รียนสามา รถพัฒนาตามธร รมชาติและเต็มตามศักยภาพ” กา รจัดกา ร เ รียนรู้ที่เน้นผู้เ รียนเป็นสําคัญ กา ร จัดกิจกร รมกา ร เ รียนที่ผู้เ รียนลงมือปฏิบัติกิจกร รมตามคว ามสนใ จ เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เ รียนให้เกิดปร ะโยชน์สูงสุดภายใต้กา รช่วยเหลือ แนะนําของผู้สอน หลักกา รจัดกา ร เ รียนรู้ที่เน้นผู้เ รียนเป็นสําคัญ กา รส่ง เสริมให้ผู้เ รียนมีส่วนร่ วมในกิจกร รมกา ร เ รียนรู้ ด้านร่ า งกาย สติปัญญา อา รมณ์ สังคม ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง กา รออกแบบกา รจัดกา ร เ รียนรู้ที่ เน้นผู้เ รียนเป็นสําคัญ กา ร จัดกา ร เ รียนรู้ที่ให้ผู้เ รียนได้ลงมือปฏิบัติเพื่อพัฒนา ทั้งด้านสติปัญญา ทักษะกร ะบวนกา ร และเ จตคติ อย่า งมี ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ค้นพบคว ามรู้ด้วยตนเอง เน้น กร ะบวนกา ร เ รียนรู้ที่ควบคู่ไปกับผลง านและสามา รถ นําคว ามรู้ ไปปร ะยุกต์ใช้ในชีวิตปร ะ จํ า วันได้


14 เทคนิคกา รจัดกา ร เ รียนรู้ ที่เน้นผู้เ รียนเป็นสําคัญ P (Plus) เป็นกา รคิดปัญหา ในเชิงบวก M (Minus) เป็นกา รคิดปัญหา ในเชิงลบ I ( Interest ing) เป็นกา รนํา เสนอสิ่งที่น่าสนใ จ หรืออยากให้เกิด ขึ้น จ ากปัญหาและผลที่ได้กล่า วมาแล้ว 1. เทคนินินินิค PMI 2. เทคนินินินิค OPV เป็นกา รมองปร ะเด็นปัญหาต่า งๆ ในมุมมองของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องที่ หลากหลายรอบด้าน จ ากสถานกา รณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นคว ามแตกต่า ง ร ะหว่ า งคว ามคิดเห็นของตนเองและผู้อื่น 3. เทคนินินินิค CAF เป็นเครื่องมือสําหรับชี้นํากา รคิดปร ะเภทหนึ่ง ที่ได้รับกา รออกแบบมา เพื่อเปิดมุมมองคว ามเข้า ใ จ ให้กว้ า งขว า งและหลากหลาย ว่ ามีปัจ จัยอะไ ร บ้า งที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องนํา เอามา ใช้ในกา รพิจ า รณาตัวอย่า งกา รนำ ไปใช้ 4. เทคนินินินิค Compare and Cont rast เป็นเทคนิคที่ใช้ในกา ร วิ เคร า ะห์เพื่อ เปรียบเทียบคว ามเหมือน (Same) และ กา ร วิ เคร า ะห์เพื่อหาคว ามแตกต่า ง (Different ) ของ เนื้อหาหรือสิ่งของสอง สิ่ง 5. เทคนินินินิค Cause and Effect เป็นเทคนิคที่แสดงถึงคว ามสัมพันธ์ร ะหว่ า งสา เหตุ (Cause) และ ผลลัพธ์ ( E ffect ) ซึ่ง เหตุกา รณ์หรือสิ่งหนึ่ง เป็นผลมา จ ากสา เหตุที่ สัมพันธ์กับผลที่เกิดขึ้น


15 6. เทคนินินินิค Diagram 7 . เทคนินินินิค KWL เป็นแนวทา งสําหรับจัดร ะบบคว ามคิดที่เขียนออกมา เป็นเส้นหรือรูปภาพและเป็นเครื่องมือช่วยในกา รคิด เป็นกา ร เชื่อมโยงปร ะสบกา รณ์กา ร เ รียนรู้ทั้งสามร ะยะ คือ ปร ะสบกา รณ์ร ะยะก่อนหน้า (Before) ร ะยะปัจ จุบัน (During) และ ร ะยะสิ้นสุด (After ) ปร ะมวลไ ว้ด้วยกันอย่า งชัดเ จนเป็นรูปธร รมผ่าน ตา ร า ง 3 ช่อง 8. เทคนินินินิค Ranking เทคนิค Rank ing หรือเทคนิคกา ร จัดลําดับ เป็นเครื่องมือที่ช่วย ให้ผู้เ รียนมีกา รพัฒนาทักษะในด้านต่า งๆ กร ะตุ่นให้ผู้เ รียนเกิดกา รคิด ใน ห้อง เ รียนที่มีกา ร Rank ing ผู้เ รียนจ ะได้คิดพร้อมกับครูตลอดเ วลา ผู้ เ รียนจ ะไม่ได้หยุดคิด และสามา รถบูรณากา ร ได้ทุกวิชา 9. เทคนินินินิค Mind mapping เทคนิค Mind mapping หรือเทคนิคแผนผังคว ามคิดเป็น แผนผังที่แสดง โคร งสร้ า งของกา รคิด กร ะบวนกา รคิด และคว ามสัมพันธ์ ของกร ะบวนกา รคิด ช่วยให้มอง เห็นภาพร วมของคว ามคิด


16 กา รปร ะเมินผลตามสภาพจริง คว ามหมายของกา รปร ะเมิมิมิมินผลตามสภาพจริริริริง กา รสัง เกต กา รบันทึก กา ร เก็บร วบร วมข้อมูลจ าก กา รทํา ง าน กา รปฏิบัติง าน ผลง านของ นักเ รียน เทคนินินินิคและยุยุยุยุทธวิวิวิวิธีธีธีธีในกา รปร ะเมิมิมิมินผลตามสภาพจริริริริง 1. กา รทดสอบอย่า ง เป็นทา งกา ร เป็นกา รปร ะเมินด้วยข้อสอบ มาตรฐานจัดทําขึ้นโดยหน่วยง าน สําหรับพัฒนาข้อสอบมาตรฐานโดย เฉพา ะ ได้แก่ กา ร ใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทา งกา ร เ รียน 2. กา รปร ะเมินอย่า ง ไม่เป็นทา งกา ร ยุทธวิธีกา รปร ะเมินที่ไม่เป็น ทา งกา ร จ ะเน้น 4 “P” ของกร ะบวนกา รปร ะเมินผลจ ากสภาพจ ริ ง เช่น กา ร ใช้แฟ้มสะสมง าน และแบบสัง เกตพฤติกร รมของนักเ รียน วิธีกา รและเครื่องมือที่ใช้ในกา ร ปร ะเมินผลตามสภาพจริง กา รสัง เกต กา รสัมภาษณ์ แบบบันทึก พฤติกร รม แฟ้มสะสมง าน


บทที่ 6 รูปแบบกา ร เ รียนกา รสอน วิธีสอน และเทคนิคกา รสอน บทที่ 6 รูปแบบกา ร เ รียนกา รสอน วิธีสอน และเทคนิคกา รสอน 17 รูปแบบกา ร เ รียนกา รสอน สภาพกา รดํา เนินกา รที่มีกา ร จัดขึ้นอย่า ง เป็นร ะบบสอดคล้องกับทฤษฎี กา ร เ รียนรู้ หรือแนวคิด หรือหลักกา รที่รูปแบบนั้นยึดถือเพื่อให้ผู้เ รียนเกิด กา ร เ รียนรู้ตามเป้าหมายที่รูปแบบกา ร เ รียนกา รสอนนั้นกําหนด องค์ปร ะกอบของรูปแบบกา ร เ รียนกา รสอน กา รพัฒนา รูปแบบกา ร เ รียนกา รสอน วิธีสอน 1. ปรัชญา หลักกา ร แนวคิดหรือทฤษฎี 2. วัตถุปร ะสงค์ของ รูปแบบ 3. ขั้นตอนกา ร จัดกา ร เ รียนรู้และกิจกร รมกา ร เ รียนกา รสอน 4. กา ร วัดและปร ะเมินผลที่เกิดจ ากกา ร ใช้รูปแบบกา ร เ รียนกา รสอน 1. กา รศึกษาข้อมูลพื้นฐาน 2.พัฒนาและปรับปรุ ง รูปแบบกา ร เ รียนกา รสอน 3.กา รทดลอง ใช้ 4.กา รปร ะเมินปร ะสิทธิภาพของ รูปแบบกา ร เ รียนกา รสอน วิธีสอนที่เน้นครู เป็นศูนย์กลา ง ได้แก่ วิธีสอนแบบบร รยาย วิธีสอน แบบสาธิต วิธีสอนแบบนิรนัย วิธีสอนที่เน้นผู้เ รียนเป็นศูนย์กลา ง ได้แก่ วิธีสอนแบบอภิปร ายกลุ่ม วิธีสอนแบบแบ่งกลุ่มทํากิจกร รม วิธีสอนแบบอุปนัย วิธีสอนแบบ ทดลอง วิธีสอนแบบแก้ปัญหา วิธีสอนแบบสืบสวนสอบสวน วิธีสอนแบบทดลอง วิธีสอนแบบบทบาทสมมติ วิธีสอน โดยใช้สถานกา รณ์จํ าลอง วิธีสอนโดยใช้กา ร ไป ทัศนศึกษา


18 เทคนิคกา รสอน เป็นกลวิธีต่า งๆ ที่ใช้เสริมกร ะบวนกา รสอน ขั้นตอนกา รสอน วิธีกา รสอน หรือกา รดำ เนินกา รทา งกา รสอนใดๆ เพื่อช่วย ให้กา รสอนมีคุณภาพและปร ะสิทธิภาพมากขึ้น กา รนำ เทคนิคกา รสอนไปใช้ ส่ง เสริมให้ผู้เ รียนสร้ า งคว ามรู้ด้วยตนเอง ส่ง เสริมให้ผู้เ รียนทำ ง านร่ วมกับผู้อื่น ส่ง เสริมให้ผู้เ รียนนำ คว ามรู้ ไป ปร ะยุกต์ใช้ในชีวิตปร ะ จำ วัน


คว ามคิด กา รปฏิบัติ หรือสิ่งปร ะดิษฐ์ใหม่ๆ ที่ยัง ไม่เคยมีใคร ใช้มาก่อน หรือ เป็นกา รดัดแปลงมา จ ากของ เดิมที่มีอยู่แล้ว ให้เหมา ะสมกับช่ว ง เ วลาหนึ่งๆ เมื่อนํา นวัตกร รมใดๆ มา ใช้ย่อมก่อให้เกิดผลดีมีปร ะสิทธิภาพสูงขึ้นกว่ า เดิม รูปแบบกา ร เ รียนรู้ที่พัฒนาผู้เ รียนให้มีโอกาสในกา ร เ รียนรู้ด้วยวิธีกา รสร้ า ง องค์คว ามรู้ ที่มา จ ากกา รค้นหาข้อมูล โดยอาศัยวิธีกา รต่า งๆ ที่หลากหลาย เช่น กา ร จัดกา ร เ รียนรู้แบบสร้ า งองค์คว ามรู้ด้วยตนเอง (Cons tructivi sm) กา ร จัดกา ร เ รียนรู้ โดยใช้ปัญหา เป็นฐาน (Problem based learning) กา ร จัดกา ร เ รียนรู้แบบ ค้นพบ (Di scovery learning) 19 แนวคิดของนวัตกร รม บทที่ 7 นวัตกร รมกา ร เ รียนรู้ บทที่ 7 นวัตกร รมกา ร เ รียนรู้ ปร ะเภทของนวัตกร รมกา ร เ รียนรู้ 1. นวัวัวัวัตกร รมกา ร เ รีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้รู้รู้ที่ที่ ที่ที่ เน้น้น้น้นกา รจัจัจัจัดสา รสนเทศ 2. นวัวัวัวัตกร รมกา ร เ รีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้รู้รู้ที่ที่ ที่ที่ เน้น้น้น้นกา รพัพัพัพัฒนาพฤติติติติกร รม รูปแบบกา ร เ รียนรู้ที่มุ่ง เน้นกา รพัฒนาพฤติกร รมกา รแสดงออกและทักษะกา ร ปฏิบัติของผู้เ รียนได้แก่ กา ร จัดกา ร เ รียนรู้แบบรอบรู้ (Mas tery learning) กา ร จัดกา ร เ รียนรู้แบบร่ วมมือ (Cooperative learning) กา ร จัดกา ร เ รียนรู้แบบซิป ปา (CIPPA) 3. นวัวัวัวัตกร รมกา ร เ รีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้รู้รู้ที่ที่ ที่ที่ เน้น้น้น้นกา รพัพัพัพัฒนาทัทัทัทักษะกร ะบวนกา ร รูปแบบกา ร เ รียนรู้ที่เน้นให้ผู้เ รียนฝึกทักษะกร ะบวนกา รปฏิบัติเพื่อพัฒนากา ร เ รียนรู้ของตนเอง เช่น กา ร จัดกา ร เ รียนรู้แบบวัฎจักรกา รสืบเสา ะหาคว ามรู้ ( Inquiry cycle) กา ร จัดกา ร เ รียนรู้แบบโคร ง ง าน (Project approach) กา ร จัดกา ร เ รียนรู้ แบบกร ะบวนกา รแก้ปัญหา (Problem solving) กา ร จัดกา ร เ รียนรู้ด้วยวิธีกา รทา ง ปร ะ วัติศาสตร์ (Hi s torical method) 4. นวัวัวัวัตกร รมกา ร เ รีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้รู้รู้ที่ที่ ที่ที่ เน้น้น้น้นกา รบูบูบูบูรณากา ร รูปแบบกา ร เ รียนรู้ที่เน้นทั้ง เนื้อหาสา ร ะและ วิธีกา รที่ได้รับคว ามนิยม อย่า งมากเพร า ะมีคว ามสอดคล้องกับทฤษฎีทา งกา รศึกษาที่มุ่ง เน้นกา ร พัฒนา รอบด้าน เช่น กา ร จัดกา ร เ รียนรู้ตามวัฏจักร กา ร เ รียนรู้ (4MAT) กา ร จัดกา ร เ รียนรู้แบบสตอรี่ ไลน์ (Story l ine) กา ร จัดกา ร เ รียนรู้แบบหมวกหกใบ (Si x thinking hat s )


20 กา รบริหา รจัดกา รชั้นเ รียน บทที่ 8 กา รจัดกา รชั้นเ รียนและสิ่งแวดล้อม เพื่อกา ร เ รียนรู้ บทที่ 8 กา รจัดกา รชั้นเ รียนและสิ่งแวดล้อม เพื่อกา ร เ รียนรู้ คว ามสําคัญของกา รบริหา รจัดกา รชั้นเ รียน กา รดํา เนินง านของผู้สอนในกา รสร้ า งหรืออํานวยคว ามสะดวก ดูแลสภาพแวดล้อมในกา ร เ รียนรู้ เพื่อให้ผู้เ รียนเ รียนรู้อย่า งมีคว ามสุข มี พฤติกร รมเป็นไปตามวัตถุปร ะสงค์กา ร เ รียนกา รสอน ทั้ง ในด้านกายภาพ และบร รยากาศทา ง วิชากา ร ต่อผู้สอน คือทํา ให้กา รสอนดํา เนินไปอย่า ง ร าบรื่น มีร ะเบียบวินัย ต่อผู้เ รียน คือ สร้ า งลักษณะนิสัยที่ดีง าม เสริมกา ร เ รียนรู้ เ จตคติที่ดีต่อกา ร เ รียน ส่งผลให้ผู้เ รียนมีบ่ม เพา ะกา ร เป็นพลเมืองดีในอนาคตด้วย ลักษณะชั้นชั้เรียนที่พึงประสงค์ - ชั้นเ รียนที่ผู้เ รียนเ รียนแล้วมีคว ามสุข - เกิดกา ร เ รียนรู้สูงสุด - ผู้สอนสามา รถจัดกา ร เ รียนได้อย่า งมีปร ะสิทธิภาพ หลักการสําคัญในการจัดการชั้นชั้เรียน ผู้สอนคว รคํานึงถึง โอกาสที่ผู้เ รียนจ ะได้รับกา ร เ รียนรู้ อย่า งครบถ้วนทุกคน ด้วยสภาพแวดล้อมทา งกายภาพ และสภาพแวดล้อมทา งสังคม และ จิตใ จที่ส่ง เสริมกา ร เ รียนรู้อย่า งมีคว ามสุข ตาม จุดปร ะสงค์ที่กําหนดไ ว้


21 กา รจัดบร รยากาศในชั้นเ รียน เป็นกา ร จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อกา ร เ รียนรู้ เพื่อส่ง เสริมให้กา ร เ รียนกา รสอนมีปร ะสิทธิภาพ บร รยากาศในชั้นเ รียนปร ะกอบ ด้วย วินัวิ นัยในชั้นชั้เรียน ร ะเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นแนวปฏิบัติให้ผู้สอน และผู้เ รียนนํามา ใช้ในชั้นเ รียน เพื่อให้กา รพัฒนาผู้เ รียนเป็นไปอย่า ง เหมา ะสม วินัยในชั้นเ รียน เป็นปัจ จัยสําคัญที่ส่ง เสริมกา ร จัดกา ร เ รียน กา รสอนของผู้สอนให้ปร ะสบคว ามสํา เ ร็ จ เพื่อพัฒนาพฤติกร รมใน กา ร เ รียนของผู้เ รียน บรรยากาศทาง กายภาพ บรรยากาศทาง จิตวิทยา บรรยากาศทาง วิชาการ ดังนั้น กา ร จัดชั้นเ รียนที่เหมา ะสม ผู้สอนคว รคํานึงถึง ร ะดับชั้นและ วัย ของผู้เ รียน ที่มีคว ามยึดหยุ่น สอดคล้องกับกา รพัฒนาผู้เ รียนในแต่ละ ร ะดับคือ ร ะดับปฐมวัย ร ะดับปร ะถมศึกษา ร ะดับมัธยมศึกษา


22 กลวิธีในกา รดํา เนินกา รสอนของครู โดยใช้คําพูด กา ร เคลื่อนไหว ของมือ กา รแสดงออกทา ง ใบหน้า ดว งตา ร วมทั้งส่วนอื่นๆ ของ ร่ า งกาย ที่เหมา ะสม ทํา ให้สามา รถสื่อคว ามหมายไปยังนักเ รียนตร งตามเนื้อหา ของบทเ รียน กา รนําคว ามรู้ทา งทฤษฎีไปดัดแปลง ใช้ในภาคปฏิบัติให้ได้สัมผัสกับ กา รสอนและกา รปฏิบัติง านในหน้าที่ครูขจัดปัญหาคว ามวิตกกัง วลเกี่ยวกับ กา รทดลองสอน และฝึกคว ามชํานาญ ซึ่งผู้สอนต้องพยายามฝึกฝนทักษะ กา รสอนให้บร รลุจุดมุ่งหมายของกา รฝากตามที่ตั้ง ใ จ ไ ว้ ให้ได้ บทที่ 9 ทักษะกา รสอน บทที่ 9 ทักษะกา รสอน คว ามหมายของทักษะกา รสอน คว ามสามา รถ คว ามชํานาญ และคว ามคล่องแคล่ว ในกา ร จัดกา ร เ รียนกา รสอน ให้เกิดปร ะสิทธิภาพ บร รลุตามจุดปร ะสงค์กา ร เ รียนรู้ โดย เฉพา ะอย่า งยิ่งสําหรับนักศึกษาครู นับว่ ามีคว ามสําคัญมาก ที่ต้องตร ะหนัก ถึงกา ร ให้ผู้เ รียนมีส่วนร่ วมในกา ร เ รียนกา รสอน โดยใช้ทักษะกา รสอน วัตถุปร ะสงค์ของกา รฝึกทักษะกา รสอน ลักษณะของครูที่มีทักษะกา รสอน ครูที่มีทักษะกา รสอนดีจ ะต้องมีคว ามกร ะตือรือร้น กร ะฉับกร ะเฉง สอนได้อย่า งกร ะ จ่ า งและมีกร ะบวนกา ร ในกา รสอนเป็นอย่า งดี ทักษะกา ร ใช้ว าจา กิริยาท่าทาง และสื่อคว ามหมาย ทักษะกา รนํา เข้าสู่บทเ รียน เป็นกิจกร รมที่จัดขึ้นเมื่อเ ริ่มกิจกร รมกา ร เ รียน กา รสอน เพื่อกร ะตุ่นและเ ร้ าคว ามสนใ จของผู้เ รียนใน กา ร เชื่อมโยงคว ามรู้ เดิมกับคว ามรู้ ใหม่ที่สอดคล้อง สัมพันธ์กัน


23 เป็นกา รสอนที่ผู้สอนใช้เพื่อให้นักเ รียนได้คิดอย่า งมีเหตุผล ให้ได้ มาซึ่งคำ ตอบที่ถูกต้อง กา รถามของครู ไม่เพียงแต่ทำ ให้นักเ รียนได้ฝึกคิด เท่านั้น แต่ยัง เป็นกา รทำ ให้นักเ รียนเกิดคว ามสนใ จ อยากเ รียน อยากรู้ เป็นกา รที่ผู้สอนใช้กร ะดานดํา เป็นเครื่องมือในกา ร เ รียนกา รสอนให้นักเ รียน เกิดคว ามเข้า ใ จ คว ามรู้ และปร ะสบกา รณ์ต่า งๆ จ ะใช้ในช่ว ง เ วลาของกา รสอน เช่น เขียนเ รื่อง ร า วของบทเ รียน เขียนข้อคว าม ว าดภาพ และติดอุปกรณ์ต่า งๆ ซึ่ง เป็นขั้นตอนเ ริ่มตั้งแต่เข้าสู่บทเ รียน ขั้นสอน และขั้นสรุปบทเ รียน ทักษะกา รอธิบายและยกตัวอย่าง เป็นกร ะบวนกา รสื่อคว ามหมายเพื่อให้ผู้อื่นเกิดคว ามเข้า ใ จ ในเ รื่อง ร า วต่า งๆ และในคว ามคิดร วบยอดของ เ รื่องนั้นๆ ได้อย่า งถูกต้องตร งกัน ทักษะกา ร ใช้กร ะดานดํา เป็นคว ามสามา รถของผู้สอนในกา รกร ะตุ้นให้ผู้เ รียนเกิดคว าม อยากรู้ อยากเห็น สนใ จที่จ ะเ รียน หรือติดตามกา ร เ รียนกา รสอนตลอด เ วลา ทักษะกา ร เ ร้ าคว ามจ ะช่วยให้ผู้เ รียนไม่เบื่อหน่าย ในกา ร เ รียนมีคว าม กร ะตือรือร้นในกา ร เ รียนอยู่ตลอดเ วลา เป็นคว ามสามา รถในกา ร ใช้วิธีกา รที่ช่วยเพิ่มคว ามมั่นใ จ คว ามกล้า แสดงออก โดยอา จ เป็นกา ร ให้ร า ง วัลหรือคําชมเชยหลัง จ ากที่บุคคล ปร ะพฤติปฏิบัติหรือมีพฤติกร รมตามที่ผู้สอนต้องกา ร ทักษะกา ร ใช้คำ ถาม ทักษะเ ร้ าคว ามสนใจ ทักษะกา ร เสริมกําลังใจ ทักษะกา รสรุปบทเ รียน เป็นกร ะบวนกา รที่ดํา เนินกา ร เมื่อกา ร เ รียนรู้ ตอนใดตอนหนึ่ง หรือทั้งหมดสิ้นสุดลง ที่สรุปเ รื่อง ร า ว คว ามสัมพันธ์ของสิ่งที่เ รียนรู้ เข้าด้วยกัน ซึ่ง จ ะ ช่วยให้ผู้เ รียนได้ตร ว จสอบตนเอง ว่ า เกิดกา ร เ รียนรู้ ครบถ้วน ถูกต้องตามจุดปร ะสงค์หรือไม่เพียง ใด


แนวทา งกา ร จัจัดกิกิจกร รมกา ร เ รีรียนกา รสอนที่ ที่ ผู้ผู้สอนเตรีรียมไ ว้ว้ล่ล่ว ง หน้น้าอย่ย่า ง เป็ป็นลายลัลักษณ์ณ์อัอักษร ที่ ที่ให้ห้ร ายละเอีอียดว่ว่า จ ะ จัจัดกิกิจกร รมกา ร เ รีรียน กา รสอน และ วัวัดและปร ะเมิมินผลอย่ย่า ง ไ ร เพื่พื่พื่อเป็ป็นเครื่รื่รื่องมืมือที่ ที่ ช่ช่วยให้ห้ผู้ผู้สอน พัพัฒนากา ร จัจัดกา ร เ รีรียนกา รสอนได้ด้อย่ย่า งมีมีปร ะสิสิทธิธิภาพ 1. ร ะดัดับหน่น่วยกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ (Unit plan 2. ร ะดัดับบทเ รีรียนหรืรือแผนร ายชั่ชั่ชั่ว โมง ( Les son Plan) 1. แบบคว ามเ รีรียง 2. แบบตา ร า ง 3. แบบผสมผสาน ปร ะเภทของแผนกา รจัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ บทที่ ที่ 10 กา ร เขี ขี ยนแผนกา ร จั จั ดกา ร เ รี รี ยนรู้ รู้ รู้ บทที่ ที่ 10 กา ร เขี ขี ยนแผนกา ร จั จั ดกา ร เ รี รี ยนรู้ รู้ รู้ กา ร ว างแผนกา รจัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ คว ามสำสำ สำ คัคัญของแผนกา รจัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ แผนกา ร จัจัดกา ร เ รีรียนเป็ป็นร่ร่อง รอยหลัลักฐานที่ ที่ แสดงคว ามเป็ป็นครูรูมืมือ อาชีชีพ ที่ ที่ใช้ช้ในกา รปฏิฏิบับัติติกา รสอนหรืรือกา รสอนแทน รูรูปแบบของแผนกา รจัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ ลัลักษณะของแผนกา รจัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ ที่ ที่ ดีดี แผนกา ร จัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ที่ ที่ ดีดีคว ร เป็ป็นสิ่สิ่สิ่งที่ ที่ ครูรูสร้ร้า งขึ้ขึ้ขึ้นด้ด้วยคว าม รู้รู้รู้สึสึก ที่ ที่ ดีดีที่ ที่ สะท้ท้อนกา ร เป็ป็นนันักคิคิด นันักว า งแผน เป็ป็นเครื่รื่รื่องมืมือในกา ร สื่สื่สื่อสา ร มีมีคว ามยืยืดหยุ่ยุ่ยุ่น ทุทุกคนแปลคว ามได้ด้ตร งกักันและมีมีกา รนำนำนำ ไปใช้ช้ และพัพัฒนาอย่ย่า งต่ต่อเนื่นื่นื่อง 24


กา รปร ะเมิมินแผนกา ร จัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้คว รปร ะเมิมินให้ห้ครอบคลุลุม 3 ลัลักษณะ ดัดังนี้ นี้ ลัลักษณะที่ ที่ 1 กา รปร ะเมิมินส่ส่วนปร ะกอบของแผนกา ร จัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ หรืรือบับันทึทึกกา รสอน ดัดังนี้ นี้ 1. จุจุดปร ะสงค์ค์กา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ 2. เนื้นื้นื้อหาสา ร ะ 3. กิกิจกร รมกา ร เ รีรียนกา รสอน 4. สื่สื่สื่อกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ 5. กา รปร ะเมิมินผล ลัลักษณะที่ ที่ 2 กา รปร ะเมิมินคว ามสอดคล้ล้องขององค์ค์ปร ะกอบของ แผนกา ร จัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ ลัลักษณะที่ ที่ 3 ผลกา ร เ รีรียนกา รสอนตามสภาพกา ร เ รีรียนกา รสอนจ ริริง กา รปร ะเมิมินแผนกา ร จัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้อา จดำดำดำเนินินกา ร ได้ด้ 3 ร ะยะ ดัดังนี้ นี้ ร ะยะที่ ที่ 1 กา รปร ะเมิมินแผนกา ร จัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ก่ก่อนนำนำนำ ไปใช้ช้ ร ะยะที่ ที่ 2 กา รปร ะเมิมินผลกา รสอนร ะหว่ว่า งกา ร นำนำนำ ไปใช้ช้ ร ะยะที่ ที่ 3 กา รปร ะเมิมินแผนกา ร จัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ เมื่มื่มื่อสิ้สิ้สิ้นสุสุดกา ร ใช้ช้ 25 กา รปร ะเมิมินแผนกา รจัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ ขั้ขั้ขั้นตอนกา รจัจัดกา รทำ ทำ ทำแผนกา ร จัจัดกา ร เ รีรียนรู้รู้รู้ 1.วิวิเคราะห์คํห์ คําอธิธิบายรายวิวิชา 2. วิวิเคราะห์จุห์จุดประสงค์ค์รายวิวิชา และมาตรฐานรายวิวิชา 3. วิวิเคราะห์สห์าระการเรียรีนรู้รู้รู้ 4. วิวิเคราะห์กห์ระบวนการ จัจัดการเรียรีนรู้รู้รู้ 5. วิวิเคราะห์กห์ระบวนการ ประเมิมินผล 6. วิวิเคราะห์แห์หล่ล่งการเรียรีนรู้รู้รู้


Click to View FlipBook Version