The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องสมุดกีฬา, 2023-03-26 01:22:27

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 45 เป็นขั้นตอนของการคิด พิจารณา ไตร่ตรองว่าสิ่งที่จะต้องปฏิบัติ หรือกระทำนั้นคืออะไร ก่อนที่บรรดานักกีฬาเหล่านั้นจะเรียนรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกีฬาที่เริ่มฝึกหัดใหม่ (Beginners) จะต้องรู้ และเข้าใจก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาจะต้องพยายามกระทำ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ ผู้ฝึกสอนกีฬาที่ขาดประสบการณ์จำนวนมาก มักเริ่มต้นด้วยการเล่าหรือแสดงบางสิ่งบางอย่างของวิธีการปฏิบัติ ให้นักกีฬาดู โดยมิได้มีการอธิบายความหมายหรือจุดประสงค์ สำคัญให้นักกีฬาเข้าใจก่อนว่าความสำเร็จที่ต้องการคืออะไร ขณะเดียวกันมักจะชอบคิดและเข้าใจเองว่า นักกีฬาเหล่านั้นคงจะ รู้ดีแล้ว ในขั้นเริ่มต้นของการเรียนรู้นี้ความก้าวหน้าหรือพัฒนาการที่ เกิดขึ้นอาจดีแล้ว ในขั้นเริ่มต้นของการเรียนรู้ ความก้าวหน้าหรือ พัฒนาการที่เกิดขึ้นอาจจะช้า ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตัวนักกีฬาและธรรมชาติ ของทักษะที่เรียนรู้ เป็นขั้นของการเรียนรู้ ด้วยพยายามทดลองกระทำหรือพยายาม ค้นหาวิธีการปฏิบัติทักษะนั้นให้บรรลุผลสูงสุด ในขั้นนี้เป็นขั้นที่นักกีฬาได้เคยเห็นและผ่านขั้นตอนของการ ปฏิบัติทักษะนั้นมาแล้ว โดยจะต้องพยายามเรียนรู้รายละเอียด ของขั้นตอนการปฏิบัติทักษะที่ซับซ้อนและยากขึ้นต่อไป เพื่อพัฒนา ความสัมพันธ์ในแต่ละขั้นตอนของทักษะการเคลื่อนไหวนั้นให้สมบูรณ์ ถูกต้องมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญในขั้นนี้ คือ การให้คำแนะนำ เกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติทักษะที่ถูกต้องแก่นักกีฬา เพื่อกระตุ้นให้นักกีฬา แสดงออกซึ่งความสามารถ เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ถูกต้องให้กับ นักกีฬา ขั้นเริ่มต้นของการเรียนรู้ : (The Beginning Stage) ขั้นพัฒนาความก้าวหน้า : (The Intermediate Stage) 3 ขั้นตอนของการเรียนรู้ • ขั้นตอนการเรียนรู้ (Stages Learning) ในช่วงของการเจริญเติบโตและการพัฒนาทางด้านร่างกาย การเรียนรู้แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ


46 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate ขั้นตอนของการเรียนรู้ทั้ง 3 ขั้นตอนดังกล่าวนี้ มิได้มีการแบ่งแยกออกจากกันให้เห็น อย่างชัดเจนในทางปฏิบัติ เนื่องจากการเรียนรู้ทักษะเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง โดยนักกีฬาทุกคน จะต้องเริ่มต้นจากสถานภาพของการเป็นนักกีฬาที่ฝึกหัดใหม่ พัฒนาไปสู่ความเป็นนักกีฬาที่มี ความสามารถยอดเยี่ยมต่อไปตามลำดับ เป็นขั้นของการแสดงทักษะ ด้วยการแสดงออกซึ่งความสามารถ ในการปฏิบัติทักษะนั้น ในขั้นนี้เป็นการเรียนรู้การควบคุมทักษะการเคลื่อนไหว ให้เป็นอัตโนมัติเป็นขั้นที่นักกีฬาสามารถที่จะเลือกปฏิบัติทักษะใด ในช่วงเวลาใด ได้อย่างถูกต้องเป็นอัตโนมัติ โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ว่าจะต้องปฏิบัติทักษะนั้นอย่างไร เป็นขั้นของการแสดงออก ซึ่งทักษะความสามารถของนักกีฬาที่จะนำไปสู่การประยุกต์ใช้ทักษะ ในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างเกมการแข่งขันหรือ การนำไปสู่การปรับเป็นทักษะใหม่ต่อไป ขั้นก้าวหน้า : (The Advanced Stage)


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 47 ทักษะระดับพื้นฐาน สิ่งสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่กระบวนการการเล่นเกมเซปักตะกร้อ คือ ทักษะระดับพื้นฐาน หรือความชำนาญในการเล่นระดับเบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วยทักษะที่สำคัญ ดังนี้ 1. หลังเท้า 2. ข้างเท้าด้านใน 3. เข่า 4. ศีรษะ ทักษะ 4 อย่างข้างต้น เป็นทักษะหลักเบื้องต้นที่จะสร้างความชำนาญ เพื่อใช้เชื่อมโยง ต่อการเล่นเป็นเกม ความสำคัญของทักษะทั้ง 4 อย่าง จะนำไปสู่กระบวนการเล่นเกมและก่อให้เกิด ประโยชน์ ดังนี้ ความสำคัญของลูกหลังเท้า 1. ใช้รับลูกเสิร์ฟ ซึ่งเป็นลูกเสิร์ฟประเภทลูกสั้นหรือหยอด 2. ใช้เสิร์ฟ ปัจจุบันการเสิร์ฟด้วยหลังเท้าเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากวิถีของลูกเสิร์ฟ ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะลงตรงจุดใด บวกกับความรุนแรงทำให้การรับลูกเสิร์ฟไม่บรรลุเป้าหมาย จึงเป็นที่นิยมในการฝึกซ้อมและนำไปใช้ 3. ใช้รุกเมื่อเป็นฝ่ายรุก โดยเฉพาะผู้เล่นตำแหน่งตัวทำหลัก เช่น ท่ารุกด้วยหลังเท้า กระโดดลอยตัวกลางอากาศ หรือกระโดดเตะสลับเท้า 4. ใช้รับลูกในขณะเป็นฝ่ายตั้งรับ ความสำคัญของลูกข้างเท้าด้านใน 1. ใช้เสิร์ฟ 2. ใช้รับลูกเสิร์ฟ 3. ใช้ตั้งลูกให้ผู้เล่นตำแหน่งรุก 4. ใช้ประโยชน์ในการรับลูกทั่วๆ ไปในขณะตกเป็นฝ่ายตั้งรับ ความสำคัญของลูกเข่า 1. ใช้รับลูกเสิร์ฟ 2. ใช้รับลูกทั่วๆ ไปขณะเป็นฝ่ายตั้งรับ ารสร้างความชำนาญในการฝึกเล่น กกีฬาเซปักตะกร้อ


48 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate ปัจจุบันการนำทักษะลูกเข่ามาใช้ในการตั้งรับจะมีประโยชน์มากที่สุด หากได้รับ การฝึกปฏิบัติอย่างดีและถูกต้อง เพราะปัจจุบันการเล่นลูกครูดไม่ถือว่าเป็นลูกเสีย จะครูดกี่ครั้ง ก็ตามให้นับหนึ่งครั้ง ดังนั้น การใช้เข่าบวกกับลำตัวจึงเป็นข้อได้เปรียบในเกมการตั้งรับ ความสำคัญของลูกศีรษะ 1. ใช้รับลูกเสิร์ฟ 2. ใช้รับลูกทั่วๆ ไป ขณะเป็นฝ่ายตั้งรับ 3. ใช้รุกเมื่อเป็นฝ่ายรุก 4. ใช้ตั้งลูกให้ผู้เล่นตำแหน่งรุก นอกจากความสำคัญของทักษะพื้นฐานหลัก 4 ทักษะแล้ว ยังมีทักษะลูกข้างเท้าด้านนอก ซึ่งเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่มีโอกาสนำไปใช้ได้ดีที่สุดในยามคับขัน ไม่ว่าจะเป็นการรับลูกเสิร์ฟ การตั้งรับโดยทั่วไป การเล่นเซปักตะกร้อเป็นเกมที่รวดเร็ว ทุกทักษะอาจจำเป็นที่ต้องนำออกมาใช้ โดยไม่มีกติกา แม้กระทั่งทักษะการใช้ไหล่และการใช้หน้าอก อาจจะพอเคยเห็นกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่บ่อยนัก ทักษะต่างๆ เหล่านี้ เป็นทักษะพื้นฐานรองที่มีความจำเป็นต้องใช้ แต่ไม่จำเป็นต้อง ฝึกปฏิบัติมากนัก ดังนั้น แบบฝึกของทักษะเหล่านี้จึงไม่ค่อยจะมีให้ฝึก ประโยชน์และความสำคัญของทักษะพื้นฐานหลักทั้ง 4 ทักษะ หากพิจารณาให้ละเอียด และลึกซึ้งแล้ว จะเห็นว่าทักษะการเล่นด้วยลูกข้างเท้าด้านในและลูกศีรษะจะมีประโยชน์และ ความสำคัญมากกว่าลูกหลังเท้าและลูกเข่า เนื่องจากเมื่อเข้าสู่กระบวนการเล่นเป็นเกมแล้ว การเล่นลูก ด้วยข้างเท้าด้านในจะเป็นทักษะหลักในการใช้ประโยชน์มากที่สุด และรองลงมาจะเป็นการเล่นลูก ด้วยศีรษะ ดังนั้น การฝึกปฏิบัติเพื่อให้นักกีฬาเป็นผู้เล่นที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญจึงควรเน้น การฝึกทั้งทักษะนี้ให้มาก แล้วจึงเน้นการฝึกทักษะรวมผสมผสานกันให้เกิดความมั่นใจ การบังคับหรือการควบคุมลูกตะกร้อ การควบคุม (Control) หมายถึง การบังคับโดยสั่งให้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หลังเท้า ข้างเท้าด้านใน เข่า และศีรษะ ทำหน้าที่ครอบครองลูกตะกร้อให้เป็นไปตามความต้องการ เช่น ต้องเดาะหรือเลี้ยงลูกตะกร้อ หรือต้องรับและส่งลูกตะกร้อ การควบคุมลูกตะกร้อเป็นสิ่งสำคัญมากในการฝึกทักษะระดับพื้นฐาน การฝึกปฏิบัติทักษะ ให้มีความถูกต้องตามขั้นตอนของการฝึก จะทำให้ผู้ฝึกมีความเชี่ยวชาญและชำนาญในระดับเบื้องต้น ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีในการนำไปสู่กระบวนการเล่นเกมเซปักตะกร้อต่อไป


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 49 การบังคับหรือการควบคุมลูกหลังเท้า การฝึกหัดเดาะหรือเลี้ยงลูกตะกร้อด้วยหลังเท้า เป็นทักษะอย่างหนึ่งที่ผู้เล่นจะต้อง ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะนำไปสู่กระบวนการเล่นเกมที่มีความผิดพลาดน้อย การบังคับหรือ ควบคุมลูกหลังเท้าให้ได้เป็นจำนวนมากโดยลูกตะกร้อไม่ตกพื้น ต้องฝึกปฏิบัติเป็นขั้นตอน ดังนี้ • ท่าเตรียมและการทรงตัว • แสดงวิธีการเตรียมและการทรงตัวในการเล่นลูกหลังเท้า ท่าเตรียมและการทรงตัว ยืนอยู่ในท่าตรง เท้าแยกห่างจากกันระยะเท่า 1 ช่วงไหล่ ยกเท้าที่ถนัดสูงจากพื้น 10-15 เซนติเมตร เท้าที่เป็นหลักย่อเข่าเล็กน้อย น้ำหนักตัวค่อนมาด้านหน้า ยกปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย แขนทั้งสองข้างกางออก เพื่อความสมดุลในการทรงตัว สายตามองที่ลูกตะกร้อ และจุดกระทบบนหลังเท้า • ภาพชุดแสดงท่าฝึกทักษะการเล่นลูกหลังเท้า • แสดงท่าเตรียมเล่นลูกหลังเท้า แสดงท่าจับลูกตะกร้อเล่นลูกหลังเท้า


50 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate แสดงท่าเดาะลูกหลังเท้า แสดงท่าจับลูกเล่นลูกหลังเท้า • การฝึกบังคับหรือควบคุมลูกหลังเท้าเพื่อเพิ่มความชำนาญ • แสดงท่าการฝึกทักษะเท้าเพื่อเพิ่มความชำนาญ • ท่าเตรียมและการทรงตัว • แสดงวิธีการเตรียมและการทรงตัวการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 51 ท่าเตรียมและการทรงตัวเพื่อการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน ยืนอยู่ในท่าตรง เท้าแยกห่างกัน 1 ช่วงไหล่ ยกเท้าข้างที่ถนัดขึ้นมาในลักษณะปลายเท้างอพับเข้าด้านใน บิดปลายเท้าให้หงายขึ้น เล็กน้อย เป็นแนวขนานกับพื้น สูงจากพื้นระดับเข่า งุ้มปลายเท้าเล็กน้อย เพื่อให้บริเวณเท้าด้านใน เป็น “แอ่ง” ขนาดเล็ก (เป็นจุดสัมผัสลูกตะกร้อ) แขนทั้งสองข้างกางออกห่างลำตัว เพื่อความ สมดุลของร่างกาย เท้าที่เป็นหลักย่อลงเล็กน้อย น้ำหนักตัวค่อนมาด้านหน้า สายตามองที่ลูกตะกร้อ และจุดกระทบบน “แอ่ง” บริเวณข้างเท้าด้านใน • ภาพชุดแสดงการฝึกทักษะการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน • แสดงท่าเตรียมการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน แสดงท่าการทรงตัวการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน แสดงท่าเท้าสัมผัสลูกตะกร้อ แสดงท่าเตะลูกตะกร้อ ในการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน ในการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน


52 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate • การฝึกทักษะลูกข้างเท้าด้านในด้วยเท้าเปล่า • แสดงท่าฝึกทักษะการเล่นลูกข้างเท้าด้านในด้วยเท้าเปล่า • การฝึกทักษะลูกข้างเท้าด้านในประกอบลูกตะกร้อ • แสดงท่าการฝึกทักษะลูกข้างเท้าด้านในประกอบลูกตะกร้อ • การฝึกทักษะการส่งลูกข้างเท้าด้านในด้วยผู้ฝึก • แสดงท่าฝึกทักษะการส่งลูกข้างเท้าด้านในด้วยผู้ฝึก


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 53 • การบังคับหรือการควบคุมลูกเข่า • ท่าเตรียมและการทรงตัว แสดงวิธีการเตรียมและการทรงตัวการเล่นลูกเข่า ท่าเตรียมและการทรงตัว ยืนอยู่ในท่าตรง เท้าทั้งสองแยกห่างจากกันประมาณช่วงไหล่ ยกเข่าข้างที่ถนัดขึ้นมาโดยให้ช่วงขาท่อนบนขนานกับพื้น ปลายเท้างอเล็กน้อย แขนกางออก เพื่อความสมดุลและการทรงตัวที่ดี ก้มตัวโดยน้ำหนักตัวค่อนมาด้านหน้าเท้าที่เป็นหลัก ย่อเข่าลงเล็กน้อย สายตามองที่ลูกตะกร้อและจุดกระทบที่เข่า • ภาพชุดการฝึกทักษะการเล่นลูกเข่า • แสดงท่าการเล่นลูกเข่าประกอบตะกร้อ แสดงท่าการเล่นลูกเข่า


54 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate • การบังคับหรือการควบคุมลูกศีรษะ • ท่าเตรียมและการทรงตัว แสดงท่าเตรียมและการทรงตัว การเล่นลูกศีรษะ ท่าเตรียมและการทรงตัว การเล่นลูกศีรษะ ยืนอยู่ในท่าตรง เท้าแยกห่างกันประมาณ ช่วงไหล่ เท้าที่ไม่ถนัดเป็นเท้านำอยู่ด้านหน้าสำหรับการเคลื่อนที่ ย่อตัวลงพอประมาณ ยกแขน ทั้งสองข้างขึ้นในลักษณะตั้ง เพื่อประคองร่างกายให้สมดุลและการทรงตัว และเพื่อเป็นกรอบ ในการเล่นลูกตะกร้อเกิดความชัดเจน และเพิ่มความแน่นอนมากยิ่งขึ้น ใบหน้าเงยเล็กน้อย เปิดส้นเท้า เพื่อความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ สายตามองลูกตะกร้อ และคาดคะเนจุดกระทบระหว่างลูกตะกร้อ กับบริเวณศีรษะให้พอดี จะทำให้ลูกที่เล่นแล้วเป็นลูกดี ไม่หลุดออกไปด้านหลัง ซึ่งจะทำให้การติดตาม เล่นยากขึ้น การที่ผู้เล่นย่อตัวให้ต่ำลง หรือสามารถย่อตัวได้ทุกระดับ รวมทั้งการโยกตัว หรือเคลื่อนที่ ไปด้านซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง เป็นจุดสำคัญของท่าเตรียมและการทรงตัวที่ดีของการฝึกทักษะการเล่นลูก ด้วยศีรษะที่ถูกต้อง


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 55 • ภาพชุดแสดงการฝึกทักษะการเล่นลูกศีรษะ • แสดงท่าเตรียม แสดงท่าการเล่นลูกศีรษะ แสดงท่าการส่งลูกศีรษะ การรับและส่งลูกตะกร้อ การรับและการส่งลูกตะกร้อ หรือการโต้คู่ไปมาระหว่างผู้เล่น 2 คน เป็นสิ่งที่ยาก สำหรับผู้ที่ทำไม่ได้ แต่หากลองพิจารณาจากการส่งแรงระหว่างลูกตะกร้อที่มากระทบกับบริเวณ อวัยวะของร่างกายที่ใช้เล่นลูกตะกร้อ เช่น ศีรษะ เข่า ข้างเท้าด้านใน และหลังเท้า จะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบดังต่อไปนี้ 1. ความแรงหรือความเร็วของลูกตะกร้อที่พุ่งเข้าหาตัวเร็วหรือแรงมาก จะกระดอนได้เร็ว แรงและไกล ซึ่งมีผลมาจากแรงส่งและระยะทางที่มาของลูกตะกร้อ


56 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 2. แรงจากความตึง หมายถึง การเกร็ง ตึง ของกล้ามเนื้อบริเวณที่กระทบลูกตะกร้อ 3. แรงจากการยกหรือการเหวี่ยง หมายถึง แรงที่เกิดจากกำลังในการออกแรง อย่างรวดเร็ว เช่น ออกแรงยกเท้า ยกเข่า จะมีผลต่อการกระดอนของลูกตะกร้อไปได้แรงเร็ว และไกล แต่ถ้าใช้แรงจากการยกที่น้อย ลูกตะกร้อจะกระดอนช้าและไม่ไกล 4. แรงจากการเหยียดตัวขึ้น-ลงของลำตัว เอว เข่า และข้อเท้า หมายถึง การใช้แรง เสริมประสานกันระหว่างอวัยวะดังกล่าว ช่วยส่งให้ลูกตะกร้อไปได้แรงและเร็วขึ้น ในการควบคุมและบังคับลูกตะกร้อ ควรใช้แรงปะทะเพื่อลดการกระดอนของลูกตะกร้อ จากการเหยียดตัวขึ้น-ลงของลำตัว เอว เข่า และข้อเท้า และจากความตึงของเท้า เพื่อให้ลูก กระดอนไปตามทิศทาง และระยะที่ต้องการ ถ้าลูกพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วและแรง อาจต้องลดหย่อน ความตึงของเท้า ทั้งนี้เพื่อลดแรงปะทะ เพื่อให้ลูกตะกร้อกระดอนอยู่ในทิศทางและระยะที่ต้องการ • การรับลูกตะกร้อ • แสดงท่าทางการยืนรับลูกตะกร้อ เทคนิคการรับลูกตะกร้อ การรับลูกตะกร้อให้ได้ดีจะต้องใช้ทักษะการเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ประกอบกับทักษะในการใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ในการรับลูกตะกร้อได้อย่างเป็นธรรมชาติถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ประกอบกับเทคนิคในการรับลูกตะกร้อ ดังนี้ 1. จะต้องรู้ว่าตะกร้อมาจากจุดใด ทิศทางใด 2. ต้องสังเกตระดับของลูกตะกร้อที่เคลื่อนตัวเข้าหาตัวเอง ว่าอยู่ในระดับใด (สูง กลาง ต่ำ) 3. จากข้อสังเกตข้อที่ 1 และ 2 ให้ผู้รับอยู่ในท่าเตรียม หันหน้าให้ตรงกับทิศทาง ที่ลูกตะกร้อจะเคลื่อนที่มา


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 57 4. สายตาจะต้องจดจ้องมองดูอยู่ที่ลูกตะกร้อ ขณะเคลื่อนที่เข้ามาหาตนเอง จนกระทั่ง ลูกตะกร้อกระทบหรือสัมผัสกับบริเวณอวัยวะที่ใช้เล่น หรือเรียกว่า การควบคุมลูกตะกร้อไว้ได้ โดยการรับ 5. ต้องมีความสามารถในการควบคุม หรือบังคับ และการทรงตัวที่ดีเป็นพื้นฐานเบื้องต้น • การส่งลูกตะกร้อ • แสดงวิธีการส่งลูกตะกร้อ แสดงวิธีการส่งลูกตะกร้อ เมื่อเป้าหมายอยู่ไกลโดยใช้ข้างเท้าด้านใน เมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้โดยใช้ศีรษะ เทคนิคการส่งลูกตะกร้อ การส่งลูกตะกร้อให้ตรงทิศทางหรือเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 1. ต้องมีความสามารถในการควบคุม บังคับ และการทรงตัวที่ดีเป็นพื้นฐานเบื้องต้น 2. ต้องคาดคะเนระยะให้ถูกต้องทุกครั้งว่า เป้าหมายอยู่ใกล้หรือไกลและอยู่ทิศทางใด 3. ในการส่งลูกตะกร้อทุกครั้ง จะต้องเคลื่อนที่ไปให้ถึงลูกตะกร้อด้วยความรวดเร็ว และไม่เสียหลักในการทรงตัว และส่งลูกตะกร้อให้เป็นลูกที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ เช่น ลูกสูง-ต่ำ หรือลูกพุ่งระดับแนวตาข่าย 4. หากเป้าหมายในการส่งอยู่ไกล ให้ใช้แรงส่งมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ถึงเป้าหมาย โดยลดความสูงลงหรือลดความสวยงามลง 5. หากเป้าหมายในการส่งอยู่ใกล้ให้ผ่อนแรงส่งน้อยลง แต่เน้นการส่งลูกระดับสูง เพื่อป้องกันลูกตะกร้อเลยเป้าหมาย


58 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate การพักลูกตะกร้อ การพักลูกตะกร้อ คือ การรับลูกตะกร้อให้มีความกระดอนออกจากอวัยวะที่ใช้เล่นลูกตะกร้อ เพียงเบาๆ แล้วส่งลูกตะกร้อด้วยอวัยวะที่ใช้ส่งต่อไป เหตุผลในการพักลูกตะกร้อ 1. เป็นลูกที่เคลื่อนที่เข้ามาหาอย่างรวดเร็ว เช่น พุ่งเข้ามาในระดับสูง กลาง ต่ำ ของร่างกาย จะต้องใช้อวัยวะนั้นพักลูกตะกร้อไว้ก่อน 1 ครั้ง 2. เป็นลูกที่เคลื่อนที่มาในระดับสูงเลยศีรษะในจุดที่ยืน ต้องถอยหลังพักไว้1 ครั้ง 3. เป็นลูกที่เคลื่อนที่มาอย่างช้าๆ ซึ่งผู้เล่นต้องพักไว้1 ครั้ง แล้วค่อยส่งด้วยทักษะ ที่ตนเองถนัด ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าผู้เล่นมีความเชื่อมั่นและมั่นใจที่จะพักลูกตะกร้อไว้ก่อน เพื่อการส่งลูกตะกร้อไปสู่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ (เป็นความเชื่อของผู้เล่น แต่บางครั้งการพักลูก ก็ทำให้เสียได้หากทักษะในการพักไม่ดี) การพักลูกตะกร้อ ส่วนมากจะนิยมใช้อวัยวะ 3 อย่างเท่านั้น ได้แก่ ข้างเท้าด้านใน ศีรษะ และเข่า แสดงวิธีการพักลูกข้างเท้าด้านในด้วยเท้าซ้ายและขวา


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 59 แสดงท่าการพักลูกเข่า แสดงท่าการพักลูกศีรษะ เมื่อพักลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน ศีรษะ และเข่าแล้ว จะนิยมส่งลูกตะกร้อ ด้วยทักษะเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ ข้างเท้าด้านในและศีรษะ ดังนี้ 1. พักด้วยข้างเท้าด้านใน ส่งด้วยข้างเท้าด้านใน 2. พักด้วยข้างเท้าด้านใน ส่งด้วยศีรษะ 3. พักด้วยเข่า ส่งด้วยข้างเท้าด้านใน 4. พักด้วยเข่า ส่งด้วยศีรษะ 5. พักด้วยศีรษะ ส่งด้วยศีรษะ 6. พักด้วยศีรษะ ส่งด้วยข้างเท้าด้านใน • ภาพชุดแสดงการฝึกทักษะการพักและการส่งลูกตะกร้อ • แสดงการพักลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน แสดงการส่งลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน


60 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate แสดงการพักลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน แสดงการส่งลูกตะกร้อด้วยศีรษะ แสดงการพักลูกตะกร้อด้วยเข่า แสดงการส่งลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน แสดงการพักลูกตะกร้อด้วยเข่า แสดงการส่งลูกตะกร้อด้วยศีรษะ


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 61 แสดงการพักลูกตะกร้อด้วยศีรษะ แสดงการส่งลูกตะกร้อด้วยศีรษะ แสดงการพักลูกตะกร้อด้วยศีรษะ แสดงการส่งลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน


62 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate การฝึกทักษะหลายทักษะรวมกัน จุดมุ่งหมายของการฝึกทักษะหลายทักษะรวมกัน 1. เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ ชำนาญการ ในการใช้ทักษะหลายทักษะมาใช้เล่น ผสมผสานรวมกัน 2. เพื่อให้ผู้เล่นเกิดความคล่องแคล่ว ว่องไว ในการใช้อวัยวะหรือพัฒนาระบบประสาท ในการสั่งงาน 3. เพื่อนำเอาความเชี่ยวชาญเหล่านี้ไปใช้ในการเล่นกีฬาเซปักตะกร้อ 4. เพื่อเพิ่มศักยภาพการเล่นของผู้เล่นในเชิงกระบวนการรุกและการรับภายในเกม การแข่งขันให้สูงขึ้น • ภาพชุดแสดงการฝึกทักษะลูกหลังเท้า ข้างเท้าด้านใน เข่า และศีรษะรวมกัน • ฝึกการควบคุมลูกตะกร้อระดับต่ำอยู่กับที่ แสดงท่าฝึกการเล่นลูกหลังเท้ากับข้างเท้าด้านใน แสดงท่าฝึกการเล่นลูกข้างเท้าด้านในกับเข่า


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 63 • ภาพชุดแสดงการฝึกทักษะลูกข้างเท้าด้านในกับศีรษะ • การฝึกการควบคุมลูกตะกร้อระดับสูงอยู่กับที่ แสดงท่าฝึกการเล่นลูกเข่ากับศีรษะ แสดงท่าฝึกการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน เข่า และศีรษะ แสดงท่าฝึกการเล่นลูกข้างเท้าด้านในระดับต่ำกับศีรษะระดับสูง


64 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate กระบวนการ 8 ขั้นตอน ในการนำไปสู่การเล่นเกีฬาเซปักตะกร้อ มีดังนี้ 1. การโยน 2. การเสิร์ฟ 3. การรับลูกเสิร์ฟ 4. การตั้งหรือการชงลูกตะกร้อ 5. การรุก 6. การสกัดกั้น 7. การรับลูกที่เกิดขึ้นจากการสกัดกั้น 8. การตั้งรับ กระบวนการทั้งหมดดังกล่าว ผู้เล่นจำเป็นต้องศึกษาและสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้อง สามารถนำไปฝึกปฏิบัติให้เกิดทักษะ ไม่ควรมองข้ามหรือละเลยในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะต้องให้ความสำคัญและสร้างความเข้าใจศึกษารายละเอียดทุกขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การโยน ลักษณะของการโยน ผู้โยนจะต้องมีทักษะที่ดีพอ โดยต้องโยนให้พอดีมีความสัมพันธ์ กับจังหวะของการเสิร์ฟ ซึ่งจะส่งผลให้การเสิร์ฟมีประสิทธิภาพ ถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่งหรืออาจจะไม่มีความสำคัญเลยก็ได้ถ้าหากเกิดความผิดพลาดในการโยน เนื่องจาก คะแนนที่ได้จากการเสิร์ฟ ถือได้ว่ามีผลมาจากคุณภาพของการโยนเป็นสำคัญ ลักการฝึกการเล่นกีฬาเซปักตะกร้อ หระดับพื้นฐาน 8 ขั้นตอนที่สำคัญในการนำไปสู่การเล่นเกมเซปักตะกร้อ ถือว่าเป็นกระบวนการต่อเนื่อง หรือองค์ประกอบที่สำคัญของการเล่นหรือการแข่งขัน ในแต่ละขั้นตอนจะมีความสำคัญที่แตกต่างกัน แต่จะมีความต่อเนื่องและสัมพันธ์กัน ตั้งแต่เริ่มต้นในขั้นตอนที่ 1 จนสิ้นสุดในขั้นตอนที่ 8 การเรียนรู้เกมเซปักตะกร้อไม่ควรมองข้ามหรือละเลยความสำคัญในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง เพราะจะทำให้เกิดช่องว่างหรือปัญหาในการแก้ไขปรับปรุง และขาดความเชื่อมั่นในตนเอง โดยเฉพาะ ขาดความเข้าใจในการนำผลไปเชื่อมโยงกับขั้นตอนอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 65 ขั้นตอนที่ 2 การเสิร์ฟ การเสิร์ฟ หมายถึง การส่งลูกตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน การเสิร์ฟเป็นขั้นตอน ที่ต่อเนื่องจากการโยน บางครั้งเรียกการเสิร์ฟว่า เป็นลักษณะของการรุกอย่างหนึ่ง คือ รุกด้วยการเสิร์ฟ การเสิร์ฟที่มีประสิทธิภาพสูง มีความแน่นอน แม่นยำ ย่อมมีผลตอบแทนที่มีค่าสูงอย่างยิ่ง คือ การได้รับคะแนนถือว่าเป็นคะแนนที่มีความโชคดีที่ผู้เล่นไม่ต้องออกแรงกันทั้งทีม อย่าลืมว่า เกมการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ มีคะแนนสำหรับผู้ชนะดังนี้เซ็ตที่ 1 21 คะแนน (ดิวส์คู่ไม่เกิน 25 คะแนน) เซ็ตที่ 2 21 คะแนน (ดิวส์คู่ไม่เกิน 25 คะแนน) เซ็ตที่ 3 15 คะแนน (ดิวส์คู่ไม่เกิน 17 คะแนน) หากครึ่งหนึ่งของคะแนนในแต่ละเกม ได้มาจากการเสิร์ฟ จะทำให้เป็นผู้ชนะในเกม การแข่งขันได้โดยไม่ยาก วิธีฝึกการเสิร์ฟเบื้องต้น วางเท้าหลักข้างที่ไม่เสิร์ฟอยู่ภายในวงกลม หันปลายเท้าชี้ไปทางด้านผู้โยน เท้าข้างที่จะเสิร์ฟ วางไว้ที่ด้านหลัง ยกแขนข้างใดข้างหนึ่งชี้ขึ้น เพื่อบอกระดับความต้องการ เมื่อลูกตะกร้อถูกโยนมา ให้ถอยเท้าข้างที่จะเสิร์ฟไปทางด้านหลัง 1 ก้าว เพื่อหาจังหวะส่งแรง พร้อมกับยกเท้าขึ้นสูง เป็นรูปวงสวิงสัมผัสลูกตะกร้อ พร้อมกับออกแรงโน้มลำตัวไปทางด้านหน้า ส่งลูกตะกร้อข้ามตาข่าย โดยเท้าหลักไม่หลุดออกจากวงกลม แสดงท่าการโยนลูกตะกร้อ วิธีการฝึกการโยนลูกตะกร้อให้ผู้เสิร์ฟ วางเท้าอยู่ในเสี้ยววงกลมทั้งสองเท้า โดยวางเท้าหลัก (เท้าข้างที่ถนัด) อยู่ด้านหน้าเท้ารอง (เท้าข้างที่ไม่ถนัด) อยู่ด้านหลัง หันปลายเท้าชี้ไปทางด้านผู้เสิร์ฟ วางลูกตะกร้อไว้บนฝ่ามือข้างที่ถนัด ประคองลูกตะกร้อไว้ในอุ้งมือ ไม่กำลูกตะกร้อแน่นมาก ยกแขนชูลูกตะกร้อขึ้นสูง สายตาคาดคะเน ลูกตะกร้อให้ตรงเป้าหมาย (ต้องทำความเข้าใจกับผู้เสิร์ฟด้วยว่า ผู้เสิร์ฟชอบการโยนแบบลูกตะกร้อ พุ่งรวดเร็ว ลูกสูงย้อย ลูกใกล้ตัวหรือลูกไกลตัว) ย่อเข่าทั้งสองข้างลง ลดแขนข้างที่ถือลูกตะกร้อ ลงด้วย เมื่อได้จังหวะที่ดีพร้อมยืดเข่า ลำตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ปล่อยลูกตะกร้อให้หลุดออกจากมือ ในลักษณะลูกตะกร้อหมุนกลิ้งรอบตัวไปด้านหนึ่ง เพื่อไปสู่ทิศทางและเป้าหมายที่ต้องการ


66 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate การฝึกปฏิบัติการเสิร์ฟ ต้องฝึกให้เกิดความชำนาญทั้ง 3 ลักษณะ คือ 1. การเสิร์ฟแบบรุนแรง 2. การเสิร์ฟแบบเปลี่ยนทิศทาง 3. การเสิร์ฟแบบลูกสั้นหรือลูกหยอด ขั้นตอนที่ 3 การรับลูกเสิร์ฟ การรับลูกเสิร์ฟหรือการเปิดลูกเสิร์ฟ หมายถึง การเล่นลูกตะกร้อครั้งที่ 1 จากการเสิร์ฟ ของคู่แข่งขัน โดยใช้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ได้แก่ ศีรษะ เข่า หลังเท้า ข้างเท้าด้านใน และอวัยวะส่วนอื่นๆ ที่ไม่ผิดกติกา การรับลูกเสิร์ฟเป็นขั้นตอนที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากรับเสียจะทำให้เสียคะแนน หรือ หากคุณภาพในการรับไม่ดีจะทำให้การสร้างกระบวนการรุกไม่ดีไปด้วย หรือทำให้ประสิทธิภาพ การโต้ตอบกลับไม่ดีดังนั้น การรับลูกเสิร์ฟครั้งแรกจะต้องทำให้เป็นลูกดีเสมอ (ซึ่งเป็นการยาก หากผู้เล่นได้พบกับลูกเสิร์ฟที่มีความรุนแรง) เพื่อส่งผลให้การเล่นลูกตะกร้อครั้งที่ 2 มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น หรือง่ายต่อการเล่น วิธีฝึกรับลูกเสิร์ฟเบื้องต้น ให้ผู้ฝึกสังเกตวิถีทางของลูกเสิร์ฟซึ่งมีอยู่4 ระดับ ดังนี้ 1. ระดับสูง ใช้ศีรษะรับ ส่วนมากจะเป็นผู้เล่นคู่หน้าเพราะยืนอยู่ใกล้ชิดตาข่าย 2. ระดับกลาง พุ่งเข้าหาลำตัว ใช้เข่ารับ 3. ระดับต่ำถึงตัวผู้เล่น ใช้ข้างเท้าด้านในทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวา 4. ระดับต่ำไม่ถึงตัวผู้เล่น ใช้หลังเท้าเคลื่อนที่ไปรับข้างหน้า แสดงท่าการเสิร์ฟลูกตะกร้อ


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 67 ขั้นตอนที่ 4 การตั้งหรือการชงลูกตะกร้อ การตั้งหรือการชงลูกตะกร้อ หมายถึง การเล่นลูกตะกร้อครั้งที่ 2 หรืออาจจะเป็นครั้งที่ 1 ก็ได้ (ในกรณีที่ลูกเสิร์ฟหรือลูกอื่นๆ ที่ข้ามตาข่ายมาในลักษณะเบาไม่รุนแรง ซึ่งง่ายต่อการเล่นแต่ส่วนมาก จะเป็นการเล่นลูกครั้งที่ 2 โดยใช้ทักษะข้างเท้าด้านในและศีรษะเท่านั้นในการตั้งลูกตะกร้อ หรืออาจจะใช้ได้ในบางโอกาสที่ไม่ผิดกติกา เช่น การใช้เข่า ข้างเท้าด้านนอกและหลังเท้า แต่จะไม่มี ความแน่นอนและแม่นยำในทิศทางการตั้งลูกว่าดีหรือไม่ ส่วนหนึ่งเกิดจากการรับลูกตะกร้อครั้งแรก จะเป็นการเล่นด้วยตัวเองหรือผู้อื่นเล่นก็ตาม หากครั้งแรกเล่นผิดพลาดมากแล้ว ครั้งที่ 2 ก็ได้รับเพียง การแก้ไข หรืออาจจะแก้ไข้ไม่ได้เลย วิธีฝึกการตั้งลูกตะกร้อเบื้องต้น ให้ผู้เล่นตำแหน่งรุกและตำแหน่งตั้งไปยืนคู่กัน ระยะห่างคนละด้านของตาข่ายผู้ฝึกสอน ขว้างลูกตะกร้อ 4 ระดับ (วิถีทางของลูกเสิร์ฟมี4 ระดับ จากขั้นตอนที่ 3) ใส่ผู้เล่นตำแหน่งรุก โดยให้เปิดลูกไปตามจุดต่างๆ แล้วให้ผู้เล่นตำแหน่งตั้งเคลื่อนที่ติดตามลูกตะกร้อให้ทัน พร้อมกับ ตั้งลูกไปให้ผู้เล่นตำแหน่งรุกที่เคลื่อนตัวเข้าไปเตรียมพร้อมที่จะรุก โดยยืนหันหลังให้ตาข่าย แสดงท่าการรับลูกเสิร์ฟ แสดงท่าฝึกการตั้งลูกตะกร้อบริเวณใกล้ตาข่าย เคลื่อนที่ เปิดลูก ตั้งลูก ผู้ฝึกสอน


68 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate • ภาพชุดแสดงการฝึกทักษะการรุกลักษณะต่างๆ • ขั้นตอนที่ 5 การรุก การรุก หมายถึง การเล่นตะกร้อ ครั้งที่ 1, 2 หรือ 3 ก็ได้หากมีโอกาสหรือสร้างโอกาส ได้เองหรือแล้วแต่สถานการณ์ของเกมการเล่นด้วยการรุกในท่าต่างๆ ที่ตนเองถนัด ส่วนมากจะมี ท่าการรุกที่ถนัดเป็นหลักในการรุกอยู่แล้ว ส่วนท่ารุกอย่างอื่นจะเป็นท่ารุกสำรอง แล้วแต่โอกาส ที่จะนำออกมาใช้เช่น การรุกโดยการกระโดดลอยตัวกลางอากาศ การกระโดดสลับเท้าด้านหลัง การกระโดดใช้ศีรษะกดลูกตะกร้อลง การกระโดดเหยียบด้วยฝ่าเท้า การกระโดดปาดด้านข้าง ด้วยฝ่าเท้า เป็นต้น ประสิทธิภาพของการรุกจะดีหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับกระบวนการที่ใกล้ชิดที่สุด คือ การตั้งลูก หรืออีกความหมายหนึ่ง “การตั้งลูกดีจะมีผลทำให้การรุกมีประสิทธิภาพดีด้วย” ซึ่งข้อความดังกล่าว เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งเท่านั้น เหตุผลที่สำคัญ คือ จะต้องมีการฝึกฝนปฏิบัติพัฒนาขีดความสามารถ เฉพาะตำแหน่งในการเล่นของตนเองให้ดีด้วย เพื่อจะได้ส่งผลหรือเอื้อประโยชน์ต่อกันในการแก้ไข ปรับปรุงให้ประสิทธิภาพในการรุกดีขึ้น ขั้นตอนการรุกถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะโอกาสที่จะมาถึงขั้นตอนนี้ ต้องผ่านกระบวนการรับลูกเสิร์ฟ และตั้งลูกมาก่อน ถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ผู้เล่นที่มี ความมั่นใจในตนเองสูง มีชั้นเชิงกลยุทธ์มีเทคนิค มีแทคติก และมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ซึ่งการรุกที่ได้ผลดีก็หมายถึงมีสิทธิ์ในการเสิร์ฟลูกใหม่และได้คะแนน แสดงท่าการรุกด้วยศีรษะ แสดงท่าการกระโดดรุกด้วยการเหยียบ แสดงท่าการกระโดดรุกด้วยหลังเท้า แสดงท่าการรุกด้วยการสลับเท้า


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 69 วิธีฝึกการรุกเบื้องต้น การรุกจะประสบความสำเร็จมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เล่น และกระบวนการรับลูกเสิร์ฟและการตั้งลูกจะต้องดีและสมบูรณ์ การรุก ประกอบด้วย 1. การรุกด้วยลูกทำหลัก (ต้องฝึกให้มีลูกทำหลักที่ตนเองถนัด) 2. การรุกด้วยลูกทำสำรอง (ต้องฝึกให้ครบ) ประเภทการรุก มีดังนี้ 1. การกระโดดลอยตัวเตะลูกตะกร้อกลางอากาศ 2. การกระโดดลอยตัวเตะลูกตะกร้อด้วยการสลับเท้า 3. การกระโดดใช้ศีรษะกดลูกตะกร้อ 4. การใช้ฝ่าเท้ากระโดดเหยียบลูกตะกร้อ 5. การใช้ฝ่าเท้ากระโดดปาดลูกตะกร้อ วิธีการฝึกลูกต่างๆ ควรใช้วิธีฝึกจากง่ายไปหายาก เช่น การฝึกโยนให้เล่นในระดับต่ำ กว่าตาข่าย เป็นต้น ขั้นตอนที่ 6 การสกัดกั้น การสกัดกั้นหรือการบล็อก หมายถึง การตั้งรับที่เกิดขึ้นภายหลังจากการรุก ซึ่งเป็นการรุก ที่รุนแรงและรวดเร็ว ยากแก่การตั้งรับแบบธรรมดา จึงเกิดแนวคิดหาวิธีสกัดกั้นที่มีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ขา ลำตัว หลัง และศีรษะ การสกัดกั้นมี3 แบบ คือ 1. การสกัดกั้นด้วยขาและลำตัว 2. การสกัดกั้นด้วยศีรษะ 3. การสกัดกั้นด้วยแผ่นหลังตรงและเอียงข้าง การสกัดกั้น คือ การนำเอาอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ยกเว้นส่วนที่เป็นแขน (ตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงปลายนิ้วมือ) ขึ้นสกัดกั้นการรุกของคู่แข่งเหนือตาข่าย การสกัดกั้นเปรียบเสมือน การตั้งรับอย่างหนึ่ง แต่เป็นการตั้งรับเฉพาะการรุกที่รุนแรงเท่านั้น การสกัดกั้นที่ได้ผลดีนั้น ต้องคำนึงถึงจังหวะของผู้สกัดกั้นกับจังหวะของผู้รุกให้มีความสัมพันธ์กัน โดยการกะระยะให้พอดี พร้อมกับจัดระเบียบส่วนต่างๆ ของร่างกายให้รัดกุมและไม่เสียการทรงตัว การสกัดกั้นเป็นการสร้าง ความกดดันให้เกิดขึ้นกับคู่แข่งขัน หากสามารถทำได้ผลติดต่อกันหลายๆ ครั้ง


70 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate วิธีการฝึกการสกัดกั้นระดับเบื้องต้น 1. หากผู้เล่นถนัดเท้าขวา ให้ฝึกกระโดดเตะเท้าขวาขึ้นสูงติดต่อกัน โดยใช้เท้าซ้าย เป็นเท้าหลักในการยกน้ำหนักตัวเอง เป็นการฝึกสปริงข้อเท้า โดยทำเป็นยกๆ ละ 20 ครั้ง พัก 1 นาทีจำนวน 5 ยก 2. ให้ผู้เล่นฝึกกระโดดเลียบตาข่ายในระดับต่ำพร้อมกับการจัดระเบียบของร่างกาย ให้รัดกุมถูกต้องและไม่เสียการทรงตัว ขั้นตอนที่ 7 การรับลูกที่เกิดขึ้นจากการสกัดกั้น การรับลูกที่เกิดขึ้นจากการสกัดกั้น หมายถึง การตั้งรับลูกตะกร้อ ซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้น จากการสกัดกั้นที่ได้ผล คือ การกระดอนกลับของลูกตะกร้อที่จะต้องตกลงในเขตของฝ่ายรุก ดังนั้น ฝ่ายที่มีหน้าที่รับลูกที่เกิดจากการสกัดกั้นคือ ผู้เล่นที่เหลือ 2 คนของฝ่ายรุกนั่นเอง ต้องติดตาม รับลูกตะกร้อไม่ว่าจะตกในส่วนใดของสนาม โดยแบ่งหน้าที่ในการรับออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. บริเวณใกล้ตาข่าย 2. บริเวณไกลตาข่าย แสดงท่าการสกัดกั้น แสดงท่าการตั้งรับลูกที่เกิดจากการสกัดกั้น


คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 71 ขั้นตอนที่ 8 การตั้งรับ การตั้งรับ หมายถึง การวางแผนในการตั้งรับลูกตะกร้อ จากเกมการรุกของคู่แข่งขัน ซึ่งอาจจะเป็นการรุกที่รุนแรงหรือรุนแรงปานกลางในเขตการรุกระยะไกลจากตาข่าย โดยไม่มีการสกัดกั้น จะต้องวางแผนการตั้งรับจากจุดต่างๆ ที่ฝ่ายรุกโต้ตอบกลับมา ผลตอบแทนที่ได้รับในขั้นตอนนี้คือ 1. เมื่อเป็นฝ่ายเสิร์ฟ หากสามารถรับได้จะกลับเป็นฝ่ายรุกตอบ ถ้าการรุกได้ผล สิ่งที่ได้รับคือคะแนน 2. เมื่อเป็นฝ่ายรับ หากสามารถรับได้และรุกตอบได้ผล สิ่งที่ได้รับคือกลับมามีสิทธิ์ ในการเสิร์ฟและได้คะแนน แสดงท่าการยืนตั้งรับระยะไกล ภาพแสดงการตั้งรับจากจุดรุกนอกสนามด้านซ้ายมือ จุดรุกด้านซ้าย ฝ่ายตั้งรับ เส้นแบ่งครึ่ง ภาพแสดงการตั้งรับจากจุดรุกนอกสนามด้านขวามือ จุดรุกด้านขวา ฝ่ายตั้งรับ เส้นแบ่งครึ่ง


ข้อ 1 สนามแข่งขัน (The Court) 1.1 สนาม พื้นที่ของสนามมีความยาว 13.40 เมตร และกว้าง 6.10 เมตร จะต้องไม่มี สิ่งกีดขวางใดๆ วัดจากพื้นสนามสูงขึ้นไป 8 เมตร (พื้นสนามไม่ควรเป็นหญ้าหรือสนามทราย) 1.2 เส้นสนาม ขนาดของเส้นสนามทุกเส้นที่เป็นขอบเขตของสนามต้องไม่กว้างกว่า 4 เซนติเมตร ให้ตีเส้นจากขอบนอกเข้ามาในสนาม และถือเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สนามแข่งขันด้วย เส้นเขตสนามทุกเส้นต้องห่างจากสิ่งกีดขวางอย่างน้อย 3 เมตร 1.3 เส้นกลาง มีขนาดความกว้างของเส้น 2 เซนติเมตร โดยจะแบ่งพื้นที่ของสนาม ออกเป็นด้านซ้ายและขวาเท่าๆ กัน ก ติกาเซปักตะกร้อของสหพันธ์ เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) 1.4 เส้นเสี้ยววงกลม ที่มุมสนามของแต่ละด้านตรงเส้นกลาง ให้จุดศูนย์กลางอยู่ที่ กึ่งกลางของเส้นกลางตัดกับเส้นขอบนอกของเส้นข้าง เขียนเส้นเสี้ยววงกลมทั้งสองด้าน รัศมี 90 เซนติเมตร ให้ตีเส้นขนาดความกว้าง 4 เซนติเมตร นอกเขตรัศมี 90 เซนติเมตร 1.5 วงกลมเสิร์ฟ ให้มีรัศมี 30 เซนติเมตร โดยวัดจากขอบด้านนอกของเส้นหลัง เข้าไปในสนามยาว 2.45 เมตร และวัดจากเส้นข้างเข้าไปในสนามยาว 3.05 เมตร ให้ตรงจุดตัด จากเส้นหลัง และเส้นข้างเป็นจุดศูนย์กลาง ให้เขียนเส้นวงกลมขนาดความกว้าง 4 เซนติเมตร นอกเขตรัศมี 30 เซนติเมตร 6.10 m 13.40 m 1/2 court = 6.7 m .30 m radius 2.45 m 3.05 m 1.52 m high Service Circle “The Quarter Circle” .9 m radius 0.40 m 72 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate


ญ 1.45 m ช 1.55 m ข้อ 2 เสา (The Post) 2.1 เสามีความสูง 1.55 เมตร สำหรับผู้ชาย และ 1.45 เมตร สำหรับผู้หญิง เสาให้ตั้งอยู่ อย่างมั่นคงพอที่จะทำให้ตาข่ายตึงได้ โดยเสาจะต้องทำจากวัตถุที่มีความแข็งแกร่ง และรัศมี ไม่เกิน 4 เซนติเมตร 2.2 ตำแหน่งของเสา ให้ตั้งหรือวางไว้อย่างมั่นคงนอกสนามตรงกับแนวเส้นกลาง ห่างจากเส้นข้าง 30 เซนติเมตร ข้อ 3 ตาข่าย (The Net) 3.1 ตาข่ายให้ทำด้วยเชือกอย่างดีหรือไนล่อน มีรูตาข่ายกว้าง 6-8 เซนติเมตร 3.2 ตาข่าย เมื่อขึงตึงอยู่เหนือเส้นกลาง มีขนาดความกว้างของผืนตาข่าย 70 เซนติเมตร และความยาวไม่น้อยกว่า 6.10 เมตร 3.3 แถบข้างตาข่าย ตรงปลายทั้งสองด้านของตาข่ายให้มีแถบ ขนาดกว้าง 5 เซนติเมตร ติดตั้งอยู่เหนือแนวเส้นข้างและถือเป็นส่วนหนึ่งของตาข่าย 3.4 ตาข่ายให้มีแถบขนาดกว้าง 5 เซนติเมตร ทั้งด้านบนและด้านล่าง โดยมีเชือกธรรมดา หรือไนล่อนอย่างดีร้อยผ่านแถบ สามารถขึงตาข่ายให้ตึงเสมอระดับความสูงของหัวเสาได้ 3.5 ความสูงของตาข่าย วัดจากพื้นถึงขอบบนของตาข่ายกึ่งกลางสนาม มีความสูง 1.52 เมตร สำหรับผู้ชาย และ 1.42 เมตร สำหรับผู้หญิง ในขณะที่บริเวณหัวเสามีความสูง 1.55 เมตร สำหรับผู้ชาย และ 1.45 เมตร สำหรับผู้หญิง 6.10 m ช 1.52 m ญ 1.42 m 5 cm 6-8 cm 70 cm คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 73


ข้อ 4 ลูกตะกร้อ (The Takraw Ball) 4.1 ลูกตะกร้อแต่เดิมทำด้วยหวาย มีลักษณะเป็นลูกทรงกลม ปัจจุบันทำด้วยใยสังเคราะห์ถักสานเป็นชั้นเดียว 4.2 ลูกตะกร้อที่ไม่ได้เคลือบด้วยยางสังเคราะห์ ต้องมีลักษณะดังนี้ 4.2.1 มี 12 รู 4.2.2 มีจุดตัดไขว้ 20 จุด 4.2.3 มีขนาดเส้นรอบวง 41-43 เซนติเมตร สำหรับผู้ชาย และ 42-44 เซนติเมตร สำหรับผู้หญิง 4.2.4 มีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 170-180 กรัม สำหรับผู้ชาย และ 150-160 กรัม สำหรับผู้หญิง 4.3 ลูกตะกร้ออาจมีสีเดียวหรือหลายสี หรือใช้สีสะท้อนแสงก็ได้ แต่จะต้องไม่เป็นสี ที่ทำให้ความสามารถของผู้เล่นลดลง 4.4 ลูกตะกร้ออาจทำด้วยยางสังเคราะห์หรือเคลือบด้วยวัสดุนุ่มที่มีความคงทน เพื่อให้มีความอ่อนนุ่มต่อการกระทบกับร่างกายของผู้เล่น ลักษณะของวัสดุและวิธีการผลิต ลูกตะกร้อหรือการเคลือบลูกตะกร้อด้วยยาง หรือวัสดุที่อ่อนนุ่ม ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน จากสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ก่อนการใช้ในการแข่งขัน 4.5 รายการแข่งขันระดับโลก นานาชาติ และการแข่งขันระดับภูมิภาคที่ได้รับรอง จากสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) รวมทั้งในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ เวิลด์เกมส์ กีฬาเครือจักรภพ เอเชี่ยนเกมส์ และซีเกมส์ ต้องใช้ลูกตะกร้อที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์ เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) 74 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate


ข้อ 5 ผู้เล่น (The Players) 5.1 การแข่งขันมี 2 ทีม ประกอบด้วยผู้เล่นฝ่ายละ 3 คน 5.2 ผู้เล่นคนหนึ่งในสามคนจะเป็นผู้เสิร์ฟและอยู่ด้านหลัง เรียกว่า “เตกองหรือผู้เสิร์ฟ” (Tekong Server) 5.3 ผู้เล่นอีกสองคนอยู่ด้านหน้า โดยคนหนึ่งจะอยู่ด้านซ้ายและอีกคนจะอยู่ด้านขวา คนที่อยู่ด้านซ้ายเรียกว่า “หน้าซ้าย” (Left Inside) และคนที่อยู่ด้านขวา เรียกว่า “หน้าขวา” (Right Inside) หน้าซ้าย ผู้เสิร์ฟ ผู้เสิร์ฟ หน้าซ้าย หน้าขวา หน้าขวา 5.4 ประเภททีมชุด 5.4.1 แต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่นอย่างน้อย 9 คน และไม่เกิน 12 คน (3 ทีม ผู้เล่นทีมละ 3 คน สำรอง 3 คน) ผู้เล่นแต่ละคนต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน ทุกครั้ง แต่ละทีมจะมีผู้เล่นที่ลงทะเบียนเป็นผู้เล่นสำรอง ได้ไม่เกิน 3 คน และอนุญาตให้ ผู้เล่นสำรองเปลี่ยนตัวลงแข่งขันได้เพียงทีมใดทีมหนึ่งเท่านั้น 5.4.2 ก่อนการแข่งขัน แต่ละทีมต้องมีผู้เล่นที่ขึ้นทะเบียนอย่างน้อย 9 คน พร้อมที่จะลงแข่งขันในสนามแข่งขัน 5.4.3 ทีมใดที่มีผู้เล่นน้อยกว่า 9 คน จะไม่อนุญาตให้เข้าแข่งขันและถือว่า ถูกปรับให้เป็นแพ้ในการแข่งขัน คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 75


5.5 ประเภททีมเดี่ยว 5.5.1 แต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่นอย่างน้อย 3 คน และไม่เกิน 5 คน (1 ทีม มีผู้เล่น 3 คน สำรอง 2 คน) ผู้เล่นทุกคนต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันทุกครั้ง 5.5.2 ก่อนการแข่งขัน แต่ละทีมต้องมีผู้เล่นที่ขึ้นทะเบียนอย่างน้อย 3 คน พร้อมที่จะลงแข่งขันในสนามแข่งขัน 5.5.3 ในระหว่างการแข่งขัน ทีมใดมีผู้เล่นน้อยกว่า 3 คน ในสนามแข่งขัน จะไม่อนุญาตให้ทำการแข่งขันและถูกปรับเป็นฝ่ายแพ้ในการแข่งขัน ข้อ 6 เครื่องแต่งกายของผู้เล่น (Player’s Attire) 6.1 อุปกรณ์ที่ผู้เล่นใช้ต้องเหมาะสมกับการเล่นเซปักตะกร้อ อุปกรณ์ใดที่ออกแบบ เพื่อเพิ่มหรือลดความเร็วของลูกตะกร้อ เพิ่มความสูงของผู้เล่นหรือการเคลื่อนไหว หรือทำให้เกิด ความได้เปรียบใดๆ หรืออาจเป็นอันตรายต่อตัวผู้เล่นและคู่แข่งขัน จะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ 6.2 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนหรือเกิดการขัดแย้งโดยไม่จำเป็นทั้งสองทีม ทีมที่เข้าแข่งขันต้องใช้เสื้อสีต่างกัน 6.3 แต่ละทีมต้องมีชุดแข่งขันอย่างน้อย 2 ชุด เป็นสีอ่อนและสีเข้ม หากทั้งสองทีม ที่เข้าร่วมการแข่งขันใช้เสื้อสีเดียวกัน ทีมเจ้าบ้านต้องเปลี่ยนสีเสื้อทีม ในกรณีสนามกลาง ทีมที่มี ชื่อแรกในโปรแกรมการแข่งขันต้องเปลี่ยนสีเสื้อทีม 6.4 เครื่องแต่งกายของผู้เล่น ประกอบด้วย เสื้อยืดคอปกหรือคอกลมแขนสั้น กางเกงขาสั้น ถุงเท้าและรองเท้าพื้นยางไม่มีส้น ส่วนต่างๆ ของเครื่องแต่งกายของผู้เล่นถือเป็นส่วนหนึ่งของ ร่างกายและชายเสื้อต้องอยู่ในกางเกงตลอดเวลาการแข่งขัน ในกรณีที่อากาศหนาว อนุญาตให้ ผู้เล่นสวมชุดวอร์มทำการแข่งขัน 6.5 เสื้อของผู้เล่นทุกคนจะต้องติดหมายเลขทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และผู้เล่นแต่ละคน ต้องใช้หมายเลขประจำนั้นตลอดการแข่งขัน ให้แต่ละทีมใช้หมายเลข 1-36 เท่านั้น สำหรับขนาดของ หมายเลข ด้านหลังสูงไม่น้อยกว่า 19 เซนติเมตร และด้านหน้าสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร (ตรงกลางหน้าอก) เสื้อทีมต้องมีชื่อของผู้เล่นอยู่เหนือหมายเลขด้านหลังเสื้อและมีขนาดใหญ่ ที่สามารถมองเห็นได้จากทางโทรทัศน์ ห้ามไม่ให้มีตราสัญลักษณ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่สัญลักษณ์ของผู้ผลิตเสื้อ ปรากฎอยู่บนเสื้อของผู้เล่นโดยเด็ดขาด ยกเว้นเสื้อทีมอาจมีสัญลักษณ์ของผู้สนับสนุนที่ด้านหน้า ของเสื้อทีม โดยให้ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของการแข่งขัน 6.6 หัวหน้าทีมต้องสวมปลอกแขนด้านซ้ายของแขนเสื้อ และให้สีต่างจากสีเสื้อของผู้เล่น 6.7 เครื่องแต่งกายอื่นใดที่ไม่ได้ระบุไว้ในกติกานี้ ต้องได้รับการรับรองจากรรมการเทคนิค ของสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ก่อน 76 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate


ข้อ 7 การเปลี่ยนตัวผู้เล่น (Substitution) 7.1 ในทีมชุด ผู้เล่นแต่ละคนที่ลงแข่งขันในทีมใดแล้ว จะไม่มีการแข่งขันซ้ำในทีมอื่นอีก 7.2 การเปลี่ยนตัวผู้เล่นจะกระทำในเวลาใดก็ได้ โดยผู้จัดการทีมยื่นขอต่อกรรมการ ผู้ชี้ขาด (Official Referee) เมื่อลูกตะกร้อไม่ได้อยู่ในการเล่น 7.3 ประเภททีมเดี่ยว ในการแข่งขันแต่ละครั้งให้แต่ละทีมมีผู้เล่นสำรองได้ไม่เกิน 2 คน นอกเหนือจากผู้เล่น 3 คน ที่เริ่มเล่นในสนามและสามารถทำการเปลี่ยนตัวได้ไม่เกิน 2 ครั้งในแต่ละเซ็ท ประเภททีมชุด ในการแข่งขันแต่ละครั้ง ให้แต่ละทีมเดี่ยวเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรอง ได้ไม่เกิน 1 คน นอกเหนือจากผู้เล่น 3 คน ที่เริ่มเล่นในสนามและสามารถทำการเปลี่ยนตัว ได้ไม่เกิน 2 ครั้งในแต่ละเซ็ท การเปลี่ยนตัวทุกครั้งให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมการประจำสนาม (Court Referee) และให้กระทำที่ด้านข้างของสนาม โดยให้อยู่ในสายตาของผู้ตัดสิน (Match Referee) การเปลี่ยนตัวสามารถกระทำได้ในระหว่างการแข่งขัน เมื่อลูกตะกร้อไม่ได้อยู่ในการเล่น หรือในทันทีที่เริ่มการแข่งขันในแต่ละเซ็ท การเปลี่ยนตัวสามารถเปลี่ยนตัวได้ 1 คนหรือ 2 คนพร้อมกันในเวลาเดียวกัน สำหรับประเภททีมเดี่ยวเท่านั้น (เปลี่ยน 2 คนพร้อมกัน ให้นับเป็นสองครั้ง) ก่อนการแข่งขัน ในเซ็ทใหม่ ทีมใดมีการเปลี่ยนตัวในการพักระหว่างเซ็ทให้ถือเป็นการเปลี่ยนตัวในเซ็ทใหม่ 7.4 ถ้ามีผู้เล่นเกิดการบาดเจ็บและไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ อนุญาตให้ทีมนั้น ทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่นถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิ์ในการเปลี่ยนตัว แต่ถ้ามีการเปลี่ยนตัวครบ 2 ครั้ง ในเซ็ทนั้นแล้ว การแข่งขันจะยุติลงและทีมดังกล่าวจะถูกปรับให้เป็นแพ้ในการแข่งขัน 7.5 ถ้าผู้เล่นได้รับบัตรแดง จะถูกลงโทษให้ออกจากการแข่งขัน อนุญาตให้ทีมนั้น ทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิ์ในการเปลี่ยนตัว แต่ถ้ามีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นครบ 2 ครั้ง ในเซ็ทนั้นแล้ว การแข่งขันจะยุติลง และทีมดังกล่าวจะถูกปรับให้เป็นแพ้ในการแข่งขัน 7.6 มีผู้เล่นน้อยกว่า 3 คน การแข่งขันจะยุติลง และทีมดังกล่าวจะถูกปรับให้เป็นแพ้ ในการแข่งขัน ข้อ 8 การเสี่ยงและการอบอุ่นร่างกาย (The Toss of Coin and Warm Up) 8.1 ก่อนเริ่มการแข่งขัน กรรมการประจำสนาม (Court Referee) จะกระทำการเสี่ยง โดยใช้เหรียญหรือวัตถุกลมแบนต่อหน้าหัวหน้าทีม ฝ่ายที่ชนะการเสี่ยงจะได้สิทธิ์เลือก “แดน” หรือ เลือก “เสิร์ฟ” ผู้แพ้การเสี่ยงต้องเลือกสิทธิ์ที่เหลือและทั้ง 2 ทีมต้องปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการ ประจำสนาม (Court Referee) คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 77


8.2 ทีมที่ชนะการเสี่ยงจะต้องอบอุ่นร่างกายก่อนเป็นระยะเวลา 2 นาที ในสนามด้วยลูกตะกร้อ ที่ใช้ในการแข่งขันและตามด้วยทีมที่แพ้การเสี่ยง โดยอนุญาตให้มีบุคคลในสนามเพียง 5 คน ข้อ 9 ตำแหน่งของผู้เล่นระหว่างการส่งลูก (Position of Players During Service) 9.1 เมื่อเริ่มเล่น ผู้เล่นทั้งสองทีม ต้องยืนอยู่ในที่ที่กำหนดไว้ในแดนของตนในลักษณะเตรียมพร้อม 9.2 ผู้เล่นเสิร์ฟ ต้องวางเท้าข้างหนึ่งในวงกลมเสิร์ฟ 9.3 ผู้เล่นหน้าทั้งสองคนของฝ่ายเสิร์ฟ ต้องยืนในเสี้ยววงกลมของตนเอง 9.4 ผู้เล่นของฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายรับ จะยืนอยู่ที่ใดก็ได้ในแดนของตนเอง ข้อ 10 การเริ่มเล่นและการส่งลูก (The Start of Play & Service) 10.1 การแข่งขันถูกดำเนินการโดยผู้ตัดสิน (Match Referee) หนึ่งคน โดยอยู่ใน ตำแหน่งด้านหนึ่งของปลายตาข่าย มีผู้ช่วยผู้ตัดสิน (Assistant Match Referee) หนึ่งคน อยู่ตรงกันข้ามกับผู้ตัดสิน มีกรรมการประจำสนาม (Court Referee) หนึ่งคน อยู่ด้านหลัง ผู้ตัดสิน มีผู้ตัดสินกำกับเส้น (Line Referee) สองคน โดยคนหนึ่งอยู่ทางเส้นข้างด้านขวามือของ ผู้ตัดสินและอีกคนหนึ่งอยู่ทางเส้นข้างด้านขวามือของผู้ช่วยผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินจะได้รับความช่วยเหลือจากกรรมการผู้ชี้ขาด (Official Referee) ที่อยู่นอกสนาม ทีมที่ได้เสิร์ฟก่อนจะเสิร์ฟติดต่อกัน 3 ครั้ง ในขณะที่อีกทีมหนึ่งก็จะได้สิทธิ์การเสิร์ฟ ในลักษณะเดียวกัน หลังจากนั้นให้สลับกันเสิร์ฟทุกๆ 3 คะแนน ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้คะแนนหรือเสียคะแนน การดิวส์เมื่อทั้งสองทีมทำคะแนนได้เท่ากันที่ 14 - 14 การเสิร์ฟจะสลับกันทุกคะแนน ทีมที่เป็นฝ่ายรับจากการเริ่มเล่นในเซ็ทใดก็ตาม จะเป็นฝ่ายเสิร์ฟก่อนในเซ็ทต่อไป และจะต้องเปลี่ยนแดนก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละเซ็ท 10.2 ผู้ส่งลูกจะต้องโยนลูกตะกร้อเมื่อกรรมการตัดสินขานคะแนน หากผู้ส่งลูกโยนลูกตะกร้อ ก่อนที่กรรมการผู้ตัดสินขานคะแนน ผู้ตัดสินต้องตักเตือนและให้โยนใหม่ หากกระทำซ้ำดังกล่าวอีก จะตัดสินว่า “เสีย” (Fault) 10.3 ระหว่างการเสิร์ฟ ทันทีที่ผู้เสิร์ฟเตะลูกตะกร้อ อนุญาตให้ผู้เล่นทุกคนเคลื่อนที่ได้ ในแดนของตน 10.4 การเสิร์ฟที่ถูกต้อง คือ ลูกตะกร้อจะต้องข้ามตาข่าย ไม่ว่าลูกตะกร้อจะสัมผัสตาข่าย หรือไม่ก็ตาม และตกลงในแดนหรือขอบเขตของสนามฝ่ายตรงข้าม 10.5 ในระบบการแข่งขันแบบแพ้คัดออก ไม่จำเป็นต้องแข่งขันในทีมที่ 3 เมื่อมี ผลการแข่งขัน แพ้-ชนะ เกิดขึ้นแล้ว 78 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate


10.6 ในระบบการแข่งขันแบบพบกันหมด ถือเป็นข้อบังคับสำหรับทุกทีม ต้องแข่งขัน ครบทั้ง 3 ทีม ข้อ 11 การผิดกติกา (Faults) 11.1 ผู้เล่นฝ่ายเสิร์ฟระหว่างการเสิร์ฟลูก (The Serving Side During Service) 11.1.1 ภายหลังจากที่ผู้ตัดสินขานคะแนนไปแล้ว ผู้เล่นหน้าที่ทำหน้าที่โยนลูก กระทำอย่างหนึ่งอย่างใดกับลูกตะกร้อ เช่น โยนลูกเล่น เคาะลูกเล่น โยนลูกให้ผู้เล่นหน้าอีกคนหนึ่ง เป็นต้น 11.1.2 ผู้เล่นหน้าคนใดยกเท้า หรือเหยียบเส้นข้าง หรือเส้นกลางหรือข้ามเส้น หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายสัมผัสตาข่ายขณะโยนส่งลูกตะกร้อ 11.1.3 ผู้เสิร์ฟ กระโดดเสิร์ฟในขณะเตะส่งลูก หรือเท้าหลักที่แตะพื้นเหยียบเส้น วงกลมก่อนและระหว่างการส่งลูก 11.1.4 ผู้เสิร์ฟไม่ได้เตะลูกที่ผู้โยน โยนไปให้เพื่อการเสิร์ฟ 11.1.5 ลูกตะกร้อถูกผู้เล่นคนอื่นภายในทีม ก่อนข้ามไปยังพื้นที่ของฝ่ายตรงข้าม 11.1.6 ลูกตะกร้อข้ามตาข่ายแต่ตกลงนอกเขตสนาม 11.1.7 ลูกตะกร้อไม่ข้ามไปยังฝ่ายตรงข้าม 11.1.8 ผู้เล่นใช้มือข้างหนึ่งข้างใดหรือทั้งสองข้าง หรือส่วนอื่นของแขนเพื่อช่วยในการ เตะลูกแม้มือหรือแขนไม่ได้แตะลูกตะกร้อโดยตรง แต่สัมผัสสิ่งหนึ่งสิ่งใดในขณะกระทำการดังกล่าว 11.1.9 ผู้ส่งลูกโยนลูกตะกร้อก่อนที่ผู้ตัดสินขานคะแนนเป็นครั้งที่สอง หรือครั้งต่อไป ในการแข่งขัน 11.2 ฝ่ายเสิร์ฟและฝ่ายรับในระหว่างการเสิร์ฟ (Serving And Reciving Side During Service) 11.2.1 กระทำการในลักษณะทำให้เสียสมาธิ หรือส่งเสียงรบกวน หรือตะโกน ไปยังฝ่ายตรงข้าม 11.3 สำหรับผู้เล่นทั้งสองฝ่ายระหว่างการแข่งขัน (For Both Side During The Game) 11.3.1 ผู้เล่นสัมผัสลูกตะกร้อในแดนของฝ่ายตรงข้าม 11.3.2 ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายผู้เล่นล้ำไปในแดนฝ่ายตรงข้ามไม่ว่าจะเป็น ด้านบนหรือด้านล่างของตาข่าย ยกเว้นระหว่างการเล่นลูกต่อเนื่อง (Follow Through) 11.3.3 เล่นลูกเกิน 3 ครั้งติดต่อกัน 11.3.4 ลูกตะกร้อสัมผัสแขน 11.3.5 หยุดลูกหรือยึดลูกตะกร้อไว้ใต้แขน หรือระหว่างขา หรือร่างกาย 11.3.6 ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายผู้เล่นหรืออุปกรณ์ เช่น รองเท้า เสื้อ ผ้าพันศีรษะ สัมผัสตาข่าย หรือเสาตาข่าย หรือเก้าอี้กรรมการผู้ตัดสิน หรือตกลงในแดนของฝ่ายตรงข้าม คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 79


11.3.7 ลูกตะกร้อถูกเพดาน หลังคา ผนัง หรือวัตถุสิ่งกีดขวางอื่นใด 11.3.8 ผู้เล่นคนใดที่ใช้อุปกรณ์หรือสิ่งกีดขวางภายนอกอื่นใดเพื่อช่วยในการเตะ ข้อ 12 การนับคะแนน (Scoring System) 12.1 ผู้เล่นฝ่ายเสิร์ฟหรือฝ่ายรับทำผิดกติกา (Fault) ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนน 12.2 การชนะในแต่ละเซ็ทผู้ชนะต้องทำคะแนนได้ 15 คะแนน จึงจะถือว่าชนะในการ แข่งขันครั้งนั้น ในกรณีแต่ละทีมมีคะแนนเท่ากัน 14 - 14 ผู้ชนะต้องมีคะแนนนำที่ต่างกัน 2 คะแนน และสูงสุดไม่เกิน 17 คะแนน เมื่อคะแนนเท่ากัน 14-14 ผู้ตัดสินขานว่า “ดิวส์คู่ไม่เกิน 17 คะแนน” (Setting Up to 17 Points) 12.3 ประเภททีมเดี่ยว การแข่งขันต้องชนะกัน 3 ใน 5 เซ็ท มีการพักระหว่างเซ็ท 2 นาที และเรียกแต่ละเซ็ทว่า เซ็ทที่หนึ่ง เซ็ทที่สอง เซ็ทที่สาม เซ็ทที่สี่ และ เซ็ทที่ห้า ประเภททีมชุด การแข่งขันต้องชนะกัน 2 ใน 3 เซ็ท มีการพักระหว่างเซ็ท 2 นาที และเรียกแต่ละเซ็ทว่า เซ็ทที่หนึ่ง เซ็ทที่สอง และเซ็ทที่สาม 12.4 ก่อนเริ่มการแข่งขันเซ็ทที่ห้าในประเภททีมเดี่ยวและเซ็ทที่สามในประเภททีมชุด ให้ผู้ตัดสินกระทำการเสี่ยงโดยใช้เหรียญหรือวัตถุกลมแบน ฝ่ายที่ชนะการเสี่ยงจะเป็นฝ่ายที่เริ่ม เสิร์ฟก่อน เมื่อทีมใดทีมหนึ่งทำคะแนนได้ถึง 8 คะแนน ต้องทำการเปลี่ยนแดน ข้อ 13 การขอเวลานอก (Time-Out) 13.1 แต่ละทีมสามารถขอเวลานอกได้ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 นาที ต่อเซ็ท การขอเวลานอก ให้ขอโดยผู้จัดการทีมหรือผู้ฝึกสอน เมื่อลูกตะกร้อไม่ได้อยู่ในการเล่น ระหว่างการพักเวลานอก ประเภททีมเดี่ยวจะอนุญาตให้มีผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ทีมอยู่นอกสนาม บริเวณเส้นหลังจำนวน 5 คน ประเภททีมชุดจะอนุญาตให้มีผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ทีมอยู่นอกสนาม บริเวณเส้นหลังจำนวน 6 คน 13.2 ประเภททีมเดี่ยว บุคคลทั้ง 5 คน ประกอบด้วย ผู้เล่น 3 คน และบุคคลที่แต่งกาย แตกต่างจากนักกีฬาอีก 2 คน ประเภททีมชุด บุคคลทั้ง 6 คน ประกอบด้วย ผู้เล่น 3 คน และบุคคลที่แต่งกายแตกต่างจากนักกีฬาอีก 3 คน 80 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate


ข้อ 14 การหยุดการแข่งขันชั่วคราว (Temporary Suspension of Play) 14.1 กรรมการผู้ตัดสินสามารถหยุดการแข่งขันชั่วคราว เมื่อผู้เล่นบาดเจ็บและต้องการ การปฐมพยาบาล โดยให้เวลาไม่เกิน 5 นาที สำหรับแต่ละทีม 14.2 นักกีฬาที่บาดเจ็บจะได้รับการพักไม่เกิน 5 นาที หลังจาก 5 นาทีแล้ว นักกีฬา ไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ ต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น แต่ถ้าทีมที่มีนักกีฬาบาดเจ็บได้ มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นไปแล้วตามกติกาข้อ 7.4 การแข่งขันจะประกาศให้ทีมตรงข้ามเป็นฝ่ายชนะ ในการแข่งขันครั้งนั้น 14.3 ในกรณีที่มีการขัดขวาง รบกวนการแข่งขัน หรือสาเหตุอื่นใด กรรมการผู้ชี้ขาด เท่านั้นที่จะเป็นผู้พิจารณาหยุดการแข่งขัน โดยหารือกับคณะกรรมการจัดการแข่งขัน 14.4 ในการหยุดการแข่งขันชั่วคราว ไม่อนุญาตให้ผู้เล่นทุกคนออกจากสนามและไม่อนุญาต ให้ดื่มน้ำหรือได้รับความช่วยเหลือใดๆ ข้อ 15 วินัยและมารยาทในการแข่งขัน (Discipline) 15.1 ผู้เล่นทุกคนต้องปฏิบัติตามกติกาการแข่งขัน 15.2 ในระหว่างการแข่งขันจะอนุญาตให้หัวหน้าทีมเท่านั้นที่จะเป็นผู้ติดต่อกับกรรมการผู้ตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง หรือเรื่องที่เกี่ยวกับผู้เล่นในทีม หรือเรื่องที่ต้องการซักถามเพื่อ ขอคำอธิบายในการตัดสินของผู้ตัดสิน ซึ่งผู้ตัดสินต้องอธิบายหรือชี้แจงตามที่หัวหน้าทีมซักถาม 15.3 ผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน นักกีฬา และเจ้าหน้าที่ประจำทีม จะไม่ได้รับอนุญาตให้ประท้วง ต่อการตัดสินของผู้ตัดสินในระหว่างการแข่งขัน หรือแสดงปฏิกิริยาที่จะเป็นผลเสียต่อการแข่งขัน หากมีการกระทำดังกล่าวจะถือเป็นการผิดวินัยอย่างแรง ข้อ 16 การลงโทษ (Penalty) การทำผิดกติกาและผิดวินัยจะมีการลงโทษ ดังนี้ การลงโทษทางวินัย 16.1 การตักเตือน ผู้เล่นจะถูกตักเตือนและได้รับบัตรสีเหลือง หากมีความผิดข้อใดข้อหนึ่งใน 6 ประการ ดังนี้ 16.1.1 กระทำผิดในลักษณะที่ไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา โดยแสดงอาการอย่างใด อย่างหนึ่งไม่ถูกต้องตามมารยาทการเป็นนักกีฬาที่ดี ซึ่งพิจารณาได้ว่าการกระทำนั้นอาจทำให้เกิด ผลที่เป็นอันตรายต่อการแข่งขันได้ 16.1.2 แสดงกิริยาและวาจาไม่สุภาพ คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 81


16.1.3 กระทำผิดกติกาการแข่งขันบ่อยๆ 16.1.4 ถ่วงเวลาการแข่งขัน 16.1.5 เข้าหรือออกสนามแข่งขัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรรมการผู้ตัดสิน 16.1.6 เจตนาเดินออกจากสนามแข่งขัน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรรมการผู้ตัดสิน 16.2 ความผิดที่ถูกให้ออกจากการแข่งขัน ผู้เล่นจะถูกให้ออกจากการแข่งขันและได้รับบัตรสีแดง หากมีความผิดข้อใดข้อหนึ่ง ใน 5 ประการ ดังนี้ 16.2.1 กระทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง 16.2.2 ประพฤติผิดร้ายแรง โดยเจตนาทำให้ฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บ 16.2.3 ถ่มน้ำลายใส่ฝ่ายตรงข้ามหรือผู้อื่น 16.2.4 มีปฏิกิริยาหยาบคาย หรือใช้วาจาหยาบคาย หรือดูถูกฝ่ายตรงข้าม 16.2.5 ได้รับการเตือนและบัตรเหลืองเป็นครั้งที่ 2 ในการแข่งขันครั้งนั้น 16.3 ผู้เล่นที่ถูกตักเตือนและได้รับบัตรเหลืองหรือให้ออกจากการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นความผิด ทั้งในและนอกสนามแข่งขันที่กระทำต่อฝ่ายตรงข้าม เพื่อนร่วมทีม กรรมการผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือบุคคลอื่นๆ ให้พิจารณาโทษทางวินัย ดังนี้ 16.3.1 ได้รับบัตรเหลืองใบแรก บทลงโทษ : ตักเตือน 16.3.2 ได้รับบัตรเหลืองใบที่สอง ในผู้เล่นคนเดิมในเกมแข่งขันต่างเกม แต่เป็น รายการแข่งขันเดียวกัน บทลงโทษ : พักการแข่งขัน 1 เกม 16.3.3 ได้รับบัตรเหลืองใบที่สาม หลังจากพักการแข่งขัน เพราะได้รับบัตรเหลือง 2 ใบ ในรายการเดียวกันและในผู้เล่นคนเดิม บทลงโทษ : พักการแข่งขัน 2 เกม : ปรับเป็นเงิน 100 เหรียญสหรัฐอเมริกา โดยสโมสรหรือ บุคคลที่ผู้เล่นสังกัดเป็นผู้รับผิดชอบ 16.3.4 ได้รับบัตรเหลืองใบที่สี่ ได้รับบัตรเหลืองหลังจากต้องพักการแข่งขัน 2 เกม จากการที่ได้รับใบเหลือง ใบที่สามในรายการแข่งขันเดียวกันในผู้เล่นคนเดิม บทลงโทษ : ให้พักการแข่งขันในเกมต่อไป และในรายการแข่งขัน ที่รับรองโดยองค์กรกีฬาตะกร้อ ที่เกี่ยวข้องจนกว่าจะได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการวินัย ในเรื่องดังกล่าว 16.3.5 ได้รับบัตรเหลืองสองใบ ในผู้เล่นคนเดียวกันและในเกมการแข่งขันเดียวกัน 82 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate


บทลงโทษ : พักการแข่งขัน 2 เกม : ปรับเป็นเงิน 100 เหรียญสหรัฐอเมริกา โดยสโมสรหรือ บุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ ได้รับบัตรแดงในกรณีทำผิดวินัย หรือกระทำผิดกติกาการแข่งขัน ในเกมอื่น ซึ่งอยู่ในรายการแข่งขันเดียวกัน 16.4 ผู้เล่นที่กระทำผิดและถูกให้ออกจากการแข่งขัน ไม่ว่าจะกระทำในสนามหรือนอก สนามแข่งขัน ซึ่งกระทำผิดต่อฝ่ายตรงข้าม เพื่อนร่วมทีม ผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือบุคคลอื่น โดยได้รับบัตรแดง จะได้รับพิจารณาโทษดังนี้ 16.4.1 ได้รับบัตรแดง บทลงโทษ : ให้ไล่ออกจากการแข่งขันและพักการแข่งขันในทุกรายการ แข่งขันที่รับรองจากองค์กรที่กำกับดูแลกีฬาเซปักตะกร้อ จนกว่าคณะกรรมการวินัยจะมีการประชุม และพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ข้อ 17 ความผิดของเจ้าหน้าที่ทีม (Misconduct of Team Officials) 17.1 กฎระเบียบด้านวินัย จะใช้กับเจ้าหน้าที่ประจำทีม ในกรณีที่ทำผิดวินัยหรือรบกวน คณะกรรมการในระหว่างการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกสนามแข่งขัน 17.2 เจ้าหน้าที่ประจำทีม ผู้ใดประพฤติไม่สมควรหรือกระทำการรบกวนการแข่งขัน จะถูกเชิญออกจากบริเวณสนามแข่งขัน โดยเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันหรือกรรมการผู้ชี้ขาด และจะถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ภายในทีมจนกว่าคณะกรรมการวินัยจะมีการประชุมเพื่อพิจารณา ตัดสินปัญหาดังกล่าว ข้อ 18 บททั่วไป (General) ในการแข่งขันหากมีปัญหาหรือเรื่องราวใดๆ เกิดขึ้น ซึ่งไม่ได้กำหนดหรือระบุไว้ในกติกา การแข่งขัน ให้ถือการตัดสินของกรรมการผู้ชี้ขาดเป็นที่สิ้นสุด กติกานี้ได้รับความเห็นชอบจากการประชุมของสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ(ISTAF) เมื่อวันที่17 มกราคม 2554 ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 83


บรรณานุกรม สุพจน์ ปราณี. คู่มือการฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ (ขั้นพื้นฐาน). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์, 2539. _________. คู่มือการฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ (ขั้นก้าวหน้า). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์, 2539. รศ.เจริญ กระบวนรัตน์. เอกสารประกอบคำบรรยาย. 84 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate


คณะกรรมการจัดทำคู่มือผู้ฝึกสอน กีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate ที่ปรึกษา นางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา นายชาญวิทย์ ผลชีวิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา นายชลิต เขียวพุ่มพวง รองอธิบดีกรมพลศึกษา นายกสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย คณะผู้จัดทำ นางแสงจันทร์ วรสุมันต์ ประธานกรรมการ นายกมล ตันกิมหงษ์ รองประธานกรรมการ นายวัฒนะ สุวัณณุสส์ กรรมการ นายนิทัศน์ ปฐมภาคย์ กรรมการและเลขานุการ นางปาริชาติ ชมชื่น กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ผู้เรียบเรียง นางสุพิทย์ วีระใจ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษา และการกีฬา นางบงกชรัตน์ โมลี หัวหน้ากลุ่มวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพ นายพัฒพงศ์ พงษ์สกุล นักพัฒนาการกีฬาชำนาญการ โรงเรียนผู้ฝึกสอนกีฬา คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate 85


ชื่อหนังสือ คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate : SEPAK TAKRAW Coaching Guide ปีที่พิมพ์ 2555 จำนวน 2,000 เล่ม ออกแบบ นายเกียรติศักดิ์ บุตรศาสตร์ บริษัทสามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด 248/47 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 โทร. 0 2424 1963, 0 2424 5600 โทรสาร. 0 2435 2794 พิมพ์ที่ สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2/9 ซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 31 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทร. 0 2910 7001-2 โทรสาร. 0 2585 6466 86 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate


ชื่อหนังสือ คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate : SEPAK TAKRAW Coaching Guide ปีที่พิมพ์ (พิมพ์ครั้งที่ 2) 2555 จำนวน 1,530 เล่ม ออกแบบ นายเกียรติศักดิ์บุตรศาสตร์ บริษัทสามเจริญพาณิชย์(กรุงเทพ) จำกัด 248/47 ถนนจรัญสนิทวงศ์แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 โทร. 0 2424 1963, 0 2424 5600 โทรสาร. 0 2435 2794 พิมพ์ที่ สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2/9 ซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี31 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทร. 0 2910 7001-2 โทรสาร. 0 2585 6466 86 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเซปักตะกร้อ T-Certificate


Click to View FlipBook Version