The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

constructionism คืออะไร

constructionism คืออะไร

Constructionism
วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

ทกั ษะการคดิ ขัน้ สูงของบลูม

(Bloom’s Taxonomy)

ทกั ษะการคิดขัน้ สูง การสร้ างสรรค์
ทกั ษะการคดิ ขัน้ พนื้ ฐาน การประเมนิ ค่า
การวิเคราะห์
การประยุกต์ใช้
ความเข้าใจ

การจาได้
โครงสร้างท่เี ป็ นประโยชน์เพ่ือพฒั นาวัตถุประสงค์การเรียนรู้และจัดหมวดหมู่คาถาม

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

หลักการ พรบ.การศกึ ษา 2542

1.เป็ นการศึกษาตลอดชีวติ สาหรับประชาชน
2.ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจดั การศึกษา
3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนร้ ูให้

เป็ นไปอย่างต่อเน่ือง
(มาตรา 8)

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

รูปแบบหรือเทคนิคการเรียนการสอนท่ี
เน้นผู้เรียนเป็ นสาคญั

1. การเรียนท่ใี ช้ปัญหาเป็ นฐาน

(Proplem- based Learning)

2. การเรียนท่ใี ช้การวจิ ัยเป็ นฐาน

(Research - based Learning)

3. การเรียนแบบโครงการ

(Project - based Learning)

4. การเรียนแบบความร่วมมือ

(Cooperative/Collaborative Learning)

5. เทคนิคการใช้ Concept Mapping
6. เทคนิคหมวก 6 ใบ

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

ท่มี า หลักการและแนวคดิ

Constuctionism ได้รับการพฒั นามาจาก

ทฤษฎกี ารเรียนรู้ Constructivism ของ
นักจติ วทิ ยา ชาวสวสิ ชื่อ Jean Piaget
แห่งมหาวทิ ยาลยั เจนีวาซึ่งเชื่อว่า “เดก็ จะจดั ระบบ
โครงสร้างองค์ความรู้เป็ น ของตัวเองผ่าน
ประสบการณ์การเรียนรู้ภายในตัวเดก็ เอง
เมื่อได้ลงมือทางาน ( Learning By Making )”

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

ท่มี า หลักการและแนวคดิ

ศาสตราจารย์ Samour Papert
นักคณิตศาสตร์ นักวทิ ยาศาสตร์
คอมพวิ เตอร์ และนักการศกึ ษาชาว
อเมริกัน แห่งสถาบนั MIT ได้พัฒนาแนวคดิ ต่อจาก
Piaget และได้นาเสนอรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ ซ่งึ มี
ช่ือว่า การเรียนรู้แบบ Constructionism Papert

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

ท่มี า หลกั การและแนวความคดิ

ในหลกั การท่เี ช่ือว่า “ ความรู้จะเกดิ ขนึ้ ได้ในตัวเอง
ภายใต้กลไกการทางานของสมองท่ถี ูกส่งิ เร้าภายนอก
กระตุ้น Samour Papert ยอมรับ แต่การเรียนรู้บางเร่ือง
เป็ นเร่ืองท่สี ลับซับซ้อน ซ่งึ ต้องใช้เวลานาน จงึ จาเป็ นต้อง
ใช้เคร่ืองมือและอุปกรณ์ เพ่อื ให้การเรียนรู้นัน้ ง่ายขนึ้ เช่น
เลโก้โลโก้ ตวั ต่อจกิ๊ ซอว์ต่างๆ หรือโปรแกรมคอมพวิ เตอร์

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

เทคโนโลยที ่สี นับสนุนการเรียนรู้
ตามแนวทฤษฏี constructionism

Samour Papert เช่ือว่าเทคโนโลยี
คอมพวิ เตอร์เป็ นเคร่ืองมือท่สี าคัญทที าให้
กระบวนการเรียนรู้เกดิ ประสิทธภิ าพ จงึ ผลิต
เคร่ืองมือเหล่านีข้ นึ้ มาเพ่อื ให้ผู้เรียนเกดิ กระบวนการ
คดิ และสามารถเปล่ียนพฤตกิ รรมผู้เรียนได้

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

เทคโนโลยที ่สี นับสนุนการเรียนรู้
ตามแนวทฤษฏี constructionism

1. โปรแกรม Micro Word
2. โลโก (Logo) ภาษาคอมพวิ เตอร์สาหรับเดก็
3. ชุดสมองกลห่นุ ยนต์สาหรับเดก็

Programmable Bricks

4. การถ่ายภาพดจิ ติ อลและส่ือข่าว

( Digital Photography and Journalism )

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

การเรียนรู้ตามแนวทฤษฏี constructionism

constructionism

1. Micro Word โปรแกรม Micro Word

2. Logo โปรแกรมภาษาคอมพวิ เตอร์
programming สาหรับเดก็

language ชุดสมองกลห่นุ ยนต์
สาหรับเดก็
3. Programmable
Bricks การถ่ายภาพดจิ ติ อล
และส่ือข่าว
4. Digital
Photography and

Journalism

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

วัฎจักรการเรียนแบบ constructionism

1.สมองของผู้เรียนได้รับการกระตุ้นจาก
สภาพแวดล้อม ( ส่งิ เร้า)

2. ผู้เรียนคดิ วธิ ีการตอบสนองต่อส่งิ เร้า
โดยอาศยั ระบบกลไกภายในสมองของผู้เรียน

3. ผู้เรียนแสดงออกเพ่อื ตอบสนองต่อส่งิ เร้า
4. ผลท่เี กดิ ขนึ้ จะสะท้อนกลับมาท่ผี ู้เรียน เกดิ เป็ นการกระตุ้น
ในรอบใหม่ และวนกลับไปยงั ข้อ 1 ในแต่ละรอบจะนาไปสู่
กระบวนการดดู ซมึ ( Assimilation )ในสมอง

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

วฎั จักรการเรียนแบบ constructionism

ส่งิ เร้า Hungry

สมอง

การตอบสนอง
การดดู ซมึ

การแสดงออก
ผลท่เี กิด

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

การเรียนรู้ท่เี กดิ ขนึ้ อยู่ภายใต้เง่อื นไข 3 ประการ

1. ผู้เรียนลงมอื ทาด้วยตนเอง ตามความสนใจ
และความชอบของตนเอง

2. ผู้เรียนได้อย่ใู นบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ดี ี
มทื างเลือกในการเรียนรู้ท่หี ลากหลาย

3. มีเคร่ืองมืออุปกรณ์ในการประกอบกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี
เหมาะสม โดยเคร่ืองมือนัน้ จะต้องใช้สร้างงานอย่างสอด
คล้องกบั 2 ข้อแรก

การนาทฤษฎี constructionism
ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้

1. เปล่ียนจากการสอนมาเป็ นการชีน้ า
2. ใช้โอกาสในการสอนให้เหมาะสม(นาทที อง )
3. พงึ ระลกึ เสมอว่าการได้รับตาตอบ ไม่ได้นาไปสู่

ความเข้าใจเสมอไป

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

บทบาทของครูในการเรียนรู้

1. จัดบรรยากาศให้เหมาะสม โดยควบคุมกระบวนการ
เรียนรู้ให้บรรลุเป้ าหมาย

2. แสดงความคดิ เหน็ และให้ข้อมลู ท่เี ป็ นประโยชน์แก่
ผู้เรียนตามโอกาสท่เี หมาะสม
3. มที างเลือกท่หี ลากหลาย
เปิ ดโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนตามความ
สนใจในการเรียนรู้

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

คาถามสร้างพลัง คาถามประจาหน่วย คาถามประจาบท

1. อดตี สามารถทานาย สงครามเกดิ ขนึ้ ได้อย่างไร
อนาคตได้อย่างไร

2. ทาอย่างไรจงึ จะรอดได้ วงจรชีวติ ของกบคืออะไร

3. ถ้าไม่ดแู ลตัวเรา อะไร ถ้าเราไม่อยากเจบ็ ป่ วย อวัยวะใดถ้าหยุดทางาน

จะเกดิ ขนึ้ กับเรา ต้องทาอย่างไร แล้วจะตาย

4. ทาไมต้องการผู้อ่ืน บุคคลใดในชุมชนท่สี าคญั ใครคือผู้นาชุมชน
ท่สี ุด(บุคคลในชุมชนท่ี (ผู้นาชุมชนทาหน้าท่ี
คุณอยากเป็ นมากท่สี ุด) อะไรบ้าง)

5. โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ท่ี โปรแกรม Excel สามารถ

ท่นี ักเรียนรู้จักมีอะไรบ้าง ใช้ในการทาตาราง ทางานอย่างไรบ้าง

คานวณคืออะไรบ้าง

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

Constructionism ในประเทศไทย

ในปี พ.ศ.2540
มูลนิธศิ กึ ษาพฒั น์ ร่วมกับ Saymous Papert
จัดทาโครงการ light house โดยนาหลักการเรียนรู้
ด้วย Constructionism ทดลองใช้กับหน่วยงาน
ต่างๆในประเทศทงั้ ภาครัฐและเอกชน จนแพร่หลาย
ในปัจจุบนั

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

แนวคดิ การจดั การเรียนรู้ของไทย
ตามแนวทางตามทฤษฎี Constructionism

มี 3 แนวคดิ
แนวคดิ แรก เน้นสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

ผ่านการปฏบิ ตั ิ ( Learning By Doing ) โดยการทา
โครงงาน (Project Base Learning ) บรู ณาการ
ด้วยเทคโนโลยี ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมกับการพัฒนา
ทกั ษะ 5 ประการ

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

การพฒั นาทกั ษะ 5 ประการมีดงั นี้

1. IQ : Intelligent Quotient พฒั นาสตปิ ัญญาให้มีความ

เฉลียวฉลาดย่งิ ขนึ้

2. EQ : Emotional Quotient พัฒนาวุฒภิ าวะทาง

อารมณ์ ให้มีสตมิ ่ันคงอย่เู สมอ

3. AQ : Aversity Quotient พัฒนาความสามารถใน

การทางานภายใต้สภาวะความกดดนั

4. TQ : Technology Quotent พฒั นาให้มีความคล่อง

แคล่วในการใช้เทคโนโลยี

5. MQ : Morality Quotent ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม

ตงั้ แต่วัยเดก็

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

แนวคดิ การจดั การเรียนรู้ของไทย
ตามแนวทางตามทฤษฎCี onstructionism

แนวคดิ ท่สี อง
ใช้แนวคดิ Learning Organization

ของ Peter M.Seng แห่ง Sloan School
Of Management MIT. โดยทุกคนท่อี ยู่ในองค์กร
จะต้องมวี นิ ัย 5 ประการ คอื

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

วนิ ัย 5 ประการ ของ Peter M.Seng

1. Personal mastery อ่านตนออก บอกตนได้ ใช้ตนเป็ น
เหน็ ตนชัด พฒั นาตนเองอย่างสม่าเสมอ

2. Mental Model รับฟังความคดิ เหน็ ท่แี ตกต่างของผู้อ่ืน
ได้ด้วยความเข้าใจและใจเป็ นสุข

3. Share Vision สามารถสร้างวสิ ัยทศั น์และเป้ าหมายร่วม
กับผู้อ่ืนได้

4. Team Learning เป็ นผู้ท่สี ามารถทางานเป็ นทมี ได้
5. System Thinking คดิ เป็ นระบบครบวงจร

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

แนวคดิ การจดั การเรียนรู้ของไทย
ตามแนวทางตามทฤษฎCี onstructionism

แนวคดิ ท่สี าม
ปลูกฝังความเป็ นไทยอันประกอบไปด้วย

ขนบธรรมเนียมประเพณี กริ ิยา มารยาท ศิลปะ
วฒั นธรรม รวมทงั้ การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมไป
พร้อมกับการพัฒนาสตดิ ้วยการฝึ กสมาธิเป็ นประจา

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

Constructionism ท่ี วท.มาบตาพุด

มี 2 รูปแบบ
1. บรู ณาการทกุ รายวชิ าทงั้ วชิ าชีพและวชิ าสามัญ

เข้าด้วยกนั แล้วนามากาหนดกิจกรรมการฝึ ก
ร่วมกับการทา Project Base Learning
เน้นการฝึ กงานในสถานประกอบการ
( รูปแบบนีใ้ ช้กับสาขาวชิ าปิ โตรเคมีเท่านัน้ )

วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

Constructionism ท่ี วท. มาบตาพุด

2. บูรณาการเฉพาะวชิ าชีพและวชิ าสามัญบาง
รายวิชาเน้นให้นักเรียนทา Project Base Learning
ทุกภาคเรียนมีฝึ กงานในสถานประกอบการ 2 ภาคเรียน
(ปวช.) (รูปแบบนีใ้ ช้กับนักศกึ ษาทกุ สาขาวชิ าทกุ ชัน้ ปี )

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด

ลาดบั ขัน้ ในการทา Project Base Learning

1. ปรับระบบการจดั การเรียนการสอนและ
การวัดผล

2. อบรมพฒั นาครู-อาจารย์และบุคลากร
3. อบรมพัฒนานักเรียนนักศกึ ษา
4. ประชุมชีแ้ จงผู้ปกครองและผู้ท่เี ก่ียวข้อง

การทา Project Base Learning

***การปรับระบบการจัดการเรียนการสอนภายใน
เพ่อื รองรับการทา Project Base Learning

(PBL)

1. ปรับแผนการเรียนทุกสาขาวชิ า
2. ปรับตารางเรียนนักศกึ ษา
3. ปรับวิธีการวดั ผล
4. นาเอา PBL มาใช้ทกุ ภาคเรียน

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

คาถาม ???

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพดุ

จบการนาเสนอ

วทิ ยาลัยเทคนิคมาบตาพุด


Click to View FlipBook Version