The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

scienceเคมีสมุดเล่มเล็ก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chidchanok sookkhamnerd, 2023-09-15 12:21:25

scienceเคมีสมุดเล่มเล็กม.4/7

scienceเคมีสมุดเล่มเล็ก

Korrakrit (1) Chidchanok(9) Nuthapat(15) Sawarod(36) MEMBER 4/7


คลอไรด์ของโลหะ มีb.p และ m.p. สูง ยกเว้น BeCl2 คลอไรด์ของอโลหะ มี b.p. และ m.p ต่ำ ละลายน้ำ แล้วมีสมบัติเป็นกลาง ยกเว้น BeCl2 และ AlCL3 เป็นกรด ละลายน้ำ แล้วมีสมบัติเป็นกรด สมบัติของธาตุและสารประกอบ การจัดเรียงตามเลขอะตอม (atomic number)หรือจำ นวนโปรตอน ซึ่งแต่ละธาตุจะมี จำ นวนโปรตอนเป็นค่าเฉพาะของธาตุนั้น เมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้นทีละ 1 สมบัติของธาตุจะ แปรเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ช่องแนวดิ่งเดียวกันเรียกว่า หมู่(group) จะมีสมบัติคล้ายกัน ในแนวนอนเรียกว่า คาบ(period) จะมีสมบัติแตกต่างกัน ธาตุที่อยู่ทางซ้ายของตารางธาตุจะมีสมบัติเป็นโลหะ (metal) และทางขวาเป็นอโลหะ (non-metal) สมบัติ บั ติของสารประกอบของธาตุต ตุ ามคาบ ธาตุในคาบที่2และคาบที่3 จะมีทั้งโลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะนอกจากนี้แต่ละธาตุมีเวเลนซ์อิเล็กตรอน ไม่เท่ากัน ดังนั้น การเกิดสารประกอบของธาตุในคาบเดียวกันจะต่างกันและมีสมบัติต่างกันด้วย สมบับัติบัติบั ติสติารประกอบคลอไรด์ด์ด์ขด์ องธาตุตุคตุตุาบที่ที่ ที่2ที่ ออกไซด์ของโลหะ มีb.p. และ m.p. สูง ออกไซด์ของอโลหะ มีb.p. และ m.p. ต่ำ ละลายน้ำ แล้วมีสมบัติเป็นเบส ละลายน้ำ แล้วมีสมบัติเป็นกรด


สมบัติของธาตุและสารประกอบ หมู่lA ได้แก่ Li Na K Rb Cs ว่องไวต่อการเกิดปฏิกิริยา เรียกว่า โลหะแอลคาไล ( alkali metal) ทำ ปฏิกิริยากับน้ำ ได้สารละลายที่มีสมบัติเป็นเบส สารประกอบของหมู่IA ทุกชนิดละลายน้ำ ได้แต่มีสภาพการละลายได้ไม่เท่ากัน หมู่IIA ได้แก่ Be Mg Ca Sr Ba ว่องไวต่อปฏิกิริยา แต่น้อยกว่าธาตุหมู่IA เรียกว่าโลหะแอลคาไลน์เอิร์ท ( alkaline earthmetal) เมื่อทำ ปฏิกิริยากับน้ำ ได้สารละลายที่มีสมบัติเป็นเบส ทำ ปฏิกิริยารุนแรงในอากาศ น้ำ สารประกอบขิงหมู่ IIA เมืิ่รวมกับไอออนที่มีประจุ-1 ละลายน้ำ ได้ แต่เมื่อรวมกับไอออนที่มีประจุ -2หรือ-3 ละลายน้ำ ไม่ได้ยกเว้น MgSO4 ธาตุหมู่VIIA ได้แก่ F Cl Br I At เป็นธาตุที่มีพิษทุกธาตุและมีกลิ่นแรง ทำ ปฏิกิริยากับโลหะได้เกลือ เช่น NaCl LiF ธาตแฮโลเจนไออินมีประจุ -1 ความสามารถในการทำ ปฏิกิริยาCl>Br>I หรือความสามารถในการทำ ปฏิกิริยาของ ธาตุหมู่VIIA ลดลงจนกบนลงล่าง ไฮโดรเจนจัดไว้ในคาบที่1 ระหว่างหมู่IA กับ VIIA เนื่องจาก 1) H มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน1 และมีเลขออกซิเดชัน +1 H จึงควรอยู่ในคาบที่1 หมู่IA 2) มีสมบัติคล้ายธาตุหมู่VIIA คืิสามารถมีเลขออกซิเดชัน-1 มีค่าพลังงานไอออไนเซชันสูง ค่าอิ เล็กโทรเนกาวิตีสูง มีสถานะเป็นแก๊ส ไม่นำ ไฟฟ้า เมื่อเกิดสารประกอบต้ิงดารอิเล็กตรอนเพียง1 อิเล็กตรอน ก็จะมีการจัดอิเล็กตรอนเสถียรเหมือนฮีเลียม จึงควรอยู่ในคาบที่ 1 หมู่VIIA 3) การที่H มีสมบัติคล้ายทั้งหมู่ IA และ VIIA รวมทั้งมีเลขอะตอมน้อยที่สุด จึงจัดธาตุHไว้ใน คาบที่1และระหว่างหมู่IA กับหมู่ VIIA


สมบัติของธาตุและสารประกอบ ประกอบด้ว ด้ ยหมู่ IB ถึงหมู่ VIIBรวมทั้ง ทั้ กลุ่ม ลุ่ แลนทิไนด์กั ด์ กั บกลุ่ม ลุ่ แอกทิไนด์ ธาตุแตุทรนซิชัซินชัเหล่านี้มี นี้ อมียู่ใยู่นธรรมชาติและได้ จากการสังสัเคราะห์ บางธาตุเตุป็นป็ธาตุ กัมมันมัตรังรัสี สมบับับัติ บั ติ บั ติ บั ติทั่ติทั่ติทั่ ทั่ ว ทั่ทั่ ว ทั่ทั่ ว ทั่ ไปของธาตุตุตุแ ตุ แ ตุ แ ตุ ทรนซิซิซิชัซิชัซิชัซิน ชั น ชั น ชั สสาารรปปรระะกกออบบขขอองงธธาาตุตุตุแ ตุ แ ตุ แ ตุ ททรรนนซิซิซิชัซิชัซิชัซิน ชั น ชั น ชั 1. 2. 3. สารแต่ละชนิดนิดูดดูกลืนพลังงานแสงที่มีคมีวามถี่ต่างกัน และพลังงานที่ถูกถูปล่อยออกมามีคมีวามถี่ ต่างๆทำ ให้มีสีมีต่สี ต่างๆ สีที่สี ที่ ถูกถูดูดดูกลืนและสีที่สี ที่ มองเห็นเป็น ป็ สีเสีรียรีกว่าว่สีคู่สี คู่กัคู่กัน (complementary)


2. การเกิดสารประกอบเชิงชิซ้อ ซ้ นของโลหะแทรนชิชัชิน ชั *เกิดจากอะตอมหรือ รื กลุ่ม ลุ่ อะตอมที่เรีย รี กว่า ว่ ลิแทนคำ หรือ รื หมู่โมู่ คออร์ดิ ร์ เดินต มาล้อม รอบโลหะแทรนชิชัชิน ชั (อะตอมศูนย์ก ย์ ลาง) โดยใช้พั ช้ น พั ธะโคออร์ดิ ร์ เดินตโคเวเลนซ์ เช่น ช่ mino และ Fe(CN) *สแกนต์ (ligand) จะมีอ มี ะตอมหนึ่ง นึ่ ทำ หน้า น้ ที่ให้อิ ห้ อิเล็กตรอนคู่ เรีย รี กว่า ว่ donor atom เช่น ช่ สารเชิงชิซ้อ ซ้ น (Co(NH) 1" จะมี NH ทำ หน้า น้ ที่เป็น ป็ สีแ สี กนค์ และ N ทำ หน้า น้ ที่ เป็น ป็ donor ator ของลิแกนด์ *จำ นวนลิเทนต์ที่มาสร้า ร้ งมัน มั ระดับ ดั อะตอมของธาตุกั ตุ กั บธาตุแ ตุ ทรนซิชัซิน ชั (อะตอม ศูนย์ก ย์ ลาง) ในไอออน เชิงชิช้อ ช้ น เรีย รี กว่า ว่ เลขโคออร์ดิ ร์ เดินชัน ชั (Coordination number) สมบัติของธาตุและสารประกอบ 1. องค์ประกอบของไอออนเชิงชิซ้อ ซ้ น 1.1อะตอมที่เป็น ป็ ศูนย์ก ย์ ลาง ไอออนบวกของราตุแ ตุ ทรนซิชัซิน ชั 1.2สแกนต์ อะตอมที่ล้อมรอบอะตอมกลาง 1.3ระหว่า ว่ งอะตอมศูนย์ก ย์ ลาง กับสแกนค์ ยึด ยึ เหนี่ย นี่ วด้ว ด้ ยพัน พั ธะโคออร์ดิ ร์ เดินตโคเว เลนซ์ *ไอออนเชิงชิซ้อ ซ้ นอยู่ใยู่ น Coordination Sphere ใช้เ ช้ ครื่อ รื่ งหมาย [] แทน เช่น ช่ R (Fe(CN) ]


สมบัติของธาตุและสารประกอบ 3. การเรีย รี กชื่อ ชื่ สารประกอบไอออนพัง พั ร้อ ร้ น *ถ้าสารประกอบเชิงชิซ้อ ซ้ นนั้น นั้ มีลิ มี ลิแกนด์ช ด์ นิดนิเดีย ดี วกันมากกว่า ว่ หนึ่ง นึ่ ให้บ ห้ อกจำ นวน ที่ซ้ำ กันโว้ห ว้ น้า น้ ชื่อ ชื่ ของลิแกนด์ โดยระบุ จำ นวนด้ว ด้ ยภาษากรีก รี 3.1ลิแกนด์ที่ ด์ ที่ไม่มี ม่ ปมี ระจุ หรือ รื เป็น ป็ กลาง (neutral ligand) เช่น ช่ H2o อ่านว่า ว่ Aqua NH3 อ่านว่า ว่ Ammine co อ่านว่า ว่ Carbonyl 3.2ลิแกนด์ที่ ด์ ที่ มีปมี ระจุลบ 3.2.2ไอออนลบที่ลงท้ายด้ว ด้ ย -ide เมื่อ มื่ เป็น ป็ สารประกอบเชิงชิซ้อ ซ้ นให้เ ห้ปลี่ยนจาก - ide เป็น ป็ -o- เช่น ช่ 3.2.3ไอออนลบที่ลงท้ายด้ว ด้ ย -ite หรือ รื -ate เมื่อ มื่ เป็น ป็ สารประกอบเชิงชิซ้อ ซ้ น ให้ เปลี่ยนเป็น ป็ -ito หรือ รื -ato เช่น ช่


4. การเกิดไอออนเชิงชิซ้อ ซ้ นบวกและการอ่านชื่อ ชื่ *โลหะไอออนแทรนซิชัซิน ชั + สแกน ไม่มี ม่ ปมี ระจุ---> ไอออนเชิงชิช้อ ช้ นบวก ตัวอย่า ย่ ง Cu2+ + 4NH3 ---> [Cu(NH3)4]2+ *อ่านจํา จํ นวนลิแกนด์ + ชื่อ ชื่ ลิแกนด์ + ชื่อ ชื่ โลหะแทรนซิซัซิน ซั (เลขโรมัน มั แสดงจำ นวน เลขออกซิเซิดชัน ชั ) + ไอออน ตัวอย่า ย่ ง [Cu(NH3)4]2+ อ่านว่า ว่ tetraamminecopper (ll) ion 5.การเกิดไออนเชิงชิซ้อ ซ้ นลบและการอ่านชื่อ ชื่ *โลหะไออนแทรนซิซัซิน ซั + ลิแกนด์มี ด์ ปมี ระจุลบ ---> ไออนเชิงชิซ้อ ซ้ นลบ ตัวอย่า ย่ ง Ag+ + 2CN- ---> [Ag(CN)2]- *อ่านจํา จํ นวนลิแกนค์ + ชื่อ ชื่ ลิแกนด์ + ชื่อ ชื่ โลหะแทรนซิชัซิน ชั เปลี่ยนทางเสีย สี งเป็น ป็ -ate (เลขโรมัน มั แสดงจำ นวนเลขออกซิเซิดชัน ชั ) + ไอออน ตัวอย่า ย่ ง [Ag(CN)2]- อ่านว่า ว่ dicyanoargentate (l) ion [Cu(OH)4]2- อ่านว่า ว่ tetrahydrokocuprate (ll) ion เมื่อ มื่ มีลิ มี ลิแกนส์ห ส์ ลายชนิดนิมาล้อมรอบโลหะไอออนแทรนซิซัซิน ซั ให้อ่ ห้ อ่ านชื่อ ชื่ ลิแกนซ์ที่ ซ์ ที่ เป็น ป็ ประจุลบ ลิแกนะที่เป็น ป็ กลาง และลิแกนด์ที่ ด์ ที่ เป็น ป็ ประจุบวก เช่น ช่ ตัวอย่า ย่ ง [Cu(NH3)4] [Ni(CN)4] อ่านว่า ว่ tetraammine copper (II) tetracyanonickelate (II) สมบัติของธาตุและสารประกอบ


Group Period 1 2 3 4 5 6 7 1 1 H 3 Li 11 Na 19 K 37 Rb 55 Cs 87 Fr 2 4 Be 12 Mg 20 Ca 38 Sr 56 Ba 88 Ra * * * * * * 3 21 Sc 39 Y 71 Lu 103 Lr 57 La 89 Ac 4 22 Ti 40 Zr 72 Hf 104 Rf 58 Ce 90 Th 5 23 V 41 Nb 73 Ta 105 Db 59 Pr 91 Pa 6 24 Cr 42 Mo 74 W 106 Sg 60 Nd 92 U 7 25 Mn 43 Tc 75 Re 107 Bh 61 Pm 93 Np 8 26 Fe 44 Ru 76 Os 108 Hs 62 Sm 94 Pu 9 27 Co 45 Rh 77 Ir 109 Mt 63 Eu 95 Am 10 28 Ni 46 Pd 78 Pt 110 Ds 64 Gd 96 Cm 11 29 Cu 47 Ag 79 Au 111 Rg 65 Tb 97 Bk 12 30 Zn 48 Cd 80 Hg 112 Cn 66 Dy 98 Cf 13 5 B 13 Al 31 Ga 49 In 81 Tl 113 Nh 67 Ho 99 Es 14 6 C 14 Si 32 Ge 50 Sn 82 Pb 114 Fl 68 Er 100 Fm 15 7 N 15 P 33 As 51 Sb 83 Bi 115 Mc 69 Tm 101 Md 16 8 O 16 S 34 Se 52 Te 84 Po 116 Lv 70 Yb 102 No 17 9 F 17 Cl 35 Br 53 I 85 At 117 Ts 18 2 He 10 Ne 18 Ar 36 Kr 54 Xe 86 Rn 118 Og สมบัติของธาตุและสารประกอบ 1. ธาตุใ ตุ นขั้น ขั้ บัน บั ได มีส มี มบัติ บั ติเป็นทั้ง ทั้ โลหะและอโลหะ จึง จึ จัด จั เป็นธาตุกึ่ ตุ กึ่ งโลหะ 2. ตั้งตั้แต่ธาตุ B ถึง Atส่ว ส่ นใหญ่มี ญ่ ค่มี ค่ าพลังงานไอออไนเซชั่นชั่ (IE) 3. จุดเดือดืด จุดหลอมเหลว และความหนาแน่น น่ สูง สู และนำ ไฟฟ้า ฟ้ เช่น ช่ เดียดีวกับธาตุโ ตุ ลหะ และค่าอิเล็กโทรเนกาทิวิตีวิ ตี(EN) ค่อนข้า ข้ งสูง สู คล้ายธาตุอ ตุ โลหะ สามารถเกิดสารประกอบได้ทั้ ด้ ทั้งทั้สารประกอบไอออนิกนิ และสารประกอบไอออนิกนิและสารประกอบโคเวเลนซ์


สมบัติของธาตุและสารประกอบ การเกิดราตุกับบินตรังสี (Radioactive Element) ปี 2439 อองตวน อองรี แบ็กเกอแรล นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้ พบว่า แผ่น ฟิล์มถ่ายรูปที่มีกระดาษดำ ห่อหุ้มอยู่ และเก็บรวมกันไว้กับ สารประกอบของยูเรเนียม มีลักษณะเหมือนถูกแสง สรุปเป็นเบื้องต้นว่า มีการแผ่รังสีออกมาจากสารประกอบ ยูเรเนียม ปีแอร์ กูรี (Pierre Curie) และมารี กูรี (maria Curie) นัก วิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ก็ได้พบว่า ธาตุอื่นๆ เช่น พอโลเนียม (Po) เรเดียม (Ra) และทอเรียม (Th) ก็สามารถ แผ่รังสีได้เช่นเดียวกัน สรุป ปรากฏการณ์ที่ธาตุแผ่รังสีได้เองอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ เรียกว่า กัมมันตภาพรังสี เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในนิวเคลียสของไอโซโทปที่ไม่ เสถียร และเรียกธาตุที่มีสมบัติ เช่นนี้ว่า ธาตุกัมมันตรังสี เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด (Ernest Rutherford) ได้ศึกษาและได้แสดง ให้เห็นว่า รังสีที่แผ่ออกมาจากสารกัมมันตรังสีอาจเป็นรังสีแอลฟา (α) รังสีเบตา (β) หรือ รังสีแกมมา (γ)


ชนิดของรังสี สัญลักษณ์ สมบัติ แอลฟา α , He • เป็นนิวเคลียสของอะตอม He • มีโปรตอนและนิวตรอนอย่างละ 2 อนุภาค • มีอำ นาจทะลุทะลวงต่ำ ไม่สามารถผ่านแผ่นกระดาษหรือ รืโลหะบางๆได้ • เบี่ยงเบนในสนามไฟฟ้าโดยเบนเข้าหาขั้วลบ เบตา β , e • มีสมบัติเหมือนอิเล็กตรอน มีประจุไฟฟ้า –1 • มีมวลเท่ากับมวลของอิเล็กตรอน • มีอำ นาจทะลุทะลวงสูงกว่ารังสีแอลฟาถึง 100 เท่า สามารถทะลุผ่านแผ่น โลหะบางๆ ได้ เช่น แผ่นตะกั่วหนา 1 mm หรือ รื แผ่นอะลูมิเนียม 5 mm • มีความเร็วใกล้เคียงความเร็วแสง • เบี่ยงเบนในสนามไฟฟ้า โดยเบนเข้าหาขั้วบวก แกมมา γ • เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นสั้นมาก • ไม่มีประจุและไม่มีมวล • มีอำ นาจทะลุทะลวงสูงมาก สามารถทะลุผ่านแผ่น ตะกั่วหนา 8 mm หรือ รื ผ่านแผ่นคอนกรีต รี หนาๆ ได้ สมบัติของธาตุและสารประกอบ ตารางแสดงชนิคและสมบัติของรังสีบางชนิด 4 2 0 +-1 ครึ่ง รึ่ ชีวิต วิ ของธาตุ (Half life) ปริมาณการสลายตัวองธาตุกัมมันตรังสีจะบอกเป็น ครี่งชีิวิตของธาตุ วิธีคำ นวณปริมาณกัมมังรังสีที่เหลือจากการสลายตัว จากสูตร N = N /2 t = T/N เมื่อ N = กัมมันตรังสีเริ่มต้น (มวลเริ่มต้น) N = กัมมันตรังสีที่เหลือ (มวลที่เหลือ) n = จำ นวนครั้งในการสลายตัว T = เวลาที่สลายตัว t = ครึ่งชีวิต 0 n 1/2 1/2 0


สมบัติของธาตุและสารประกอบ เป็นปฎิกิริยาที่เกิดขึ้นที่นิวเครียสของธาตุ แล้วทำ ให้เกิดธาตุใหม่ขึ้นและให้ พลังงานจำ นวนมหาศาล 1. ปฏิกิริยาฟิสชัน (Fission reaction) ปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เป็นผลจากการแตกตัว ของนิวเคลียสของธาตุหนัก โดยกระบวนการยิง นิวตรอนไปยังนิวเคลียสของอะตอมหนัก แล้วทำ ให้ นิวเคลียสแตกออกเป็น 2 ส่วนเกือบเท่ากัน ใน ปฏิกิริยานี้มวลของนิวเคลียสบางส่วนจะหายไป กลายเป็นพลังงานออกมา และเกิคนิวตรอนใหม่อีก 2 หรือ 3 ตัว ซึ่งวิ่งเร็วมากผอที่จะไปยิงนิวเคลียส ของอะตอมอื่นต่อไป ทำ ให้เกิคปฏิกิริยาต่อเนื่อง เรื่อยไป เรียกว่า ปฏิกิริยาลูกโซ่ (chain reaction) ประโยชน์ : สร้างเตาปฏิกรณ์ปรมาณู เพื่อผลิตไอโซโทปกัมมันตรังสี ใช้ ในการเกษตร การแพทย์ และอุดสาหกรรม ส่วนพลังงานความร้นที่ได้จากปฏิกิริยาอาจนำ ไปผลิต กระแสไฟฟ้า 2. ปฏิกิริยาฟิวชัน (Fusion reaction) ปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เป็นผลจากการรวมตัว นิวเตลียสของราตุเบาเป็นนิวเคลียสของธาตุ พร้อมกับปล่อยพลังงานออกมา เป็นกระบวน ทำ ให้เกิดพลังงานในดวงอาทิตย์และคาวฤกษ์ Deuterium Helium Tritium Neutron


สมบัติของธาตุและสารประกอบ ธาตุในธรรมชาติ ธาตุอะลูมิเนียม (AI) พบมากในเปลือกโลกประมาณ 7.5% โคย การใช้ประโยชน์ มวล ในรูปของสารประกอบ เช่น บอกไซต์ ใช้ทำ อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องครัว ของใช้ในบ้าน ห่อ (AL O, 2H 0) อะลูมิเนียมมีความหนาแน่นต่ำ อาหาร ห่อของใช้ ส่วนประกอบของเครื่องบิน เรือ เหนียวและแข็ง ตัดโค้งงอได้ ทุบให้เป็นแผ่นได้ รถไฟ และรถยนต์ หรือดึงให้เป็นเส้นได้ นำ ไฟฟ้าและความร้อนได้ ดีมาก การใช้ประโยชน์ ใช้ในอุตสาหกรรมทำ แก้ว เส้นใยแก้ว ใช้ทำ วงจรไ ขนาคเล็ก และใช้ทำ อุปกรณ์ไฟฟ้า ซิลิคอนคาร์ไ (SiC) มีความแข็งแรงมาก ใช้ทำ เครื่องบด เครื่องโม ซิลิโคนเป็นผอลิเมอร์ของซิลิคอน ใช้เป็นฉนวนไ นอกจากนี้ซิลิกาใช้ทำ ส่วนประกอบของนาฬิกาควอตชั ธาตุแคลเซียม (Ca) พบในเปลือกโลกประมาณ 5.4% โคยมวล พบใน รูปสารประกอบที่มีCaCO3 เช่น หินงอก หินย้อย เปลือกหอยดินมาร์ล และพบในรูปสารประกอบซัลเฟต เช่น ยิปซัม ธาตุแคลเซียมเป็นโลหะที่มีความแข็ง มีจุดเดือด จุดหลอมเหลว และความหนาแน่นสูงกว่าโลหะแอลคาไล การใช้ประโยชน์ CaCO3 จากหินปูน ใช้ทำ ปูนขาว ชอล์ก ดินสอพอง ใช้เป็น สารตั้งต้นในการผลิตโซคาแอช แร่ยิปซัม(CaSO4* 2H2O) ใช้เป็นวัสดุก่อสร้างเครื่องปั้นดินเผา นอกจากนี้ แคลเซียมยังเป็นองค์ประกอบ ที่สำ คัญของกระดูกและฟัน ธาตุทองแดง (Cu) พบในเปลือกโลกประมาณ 0.0007% โคย การใช้ประโยชน์ มวล พบในแร่หลายชนิด ได้แก่ คาลโคโพไรต์ (Cu2 CO3 (OH)2) ,คิวไพรต์ (Cน2 0), มาลาไคต์ (Cu2O), มาลาไคต์ (Cu2 CO3 (OH)2)และคาลโคไซต์ (Cน2S) อาจพบ ในรูปอิสระ เป็นเม็ดปนอยู่ในหินและทราย การใช้ประโยชน์ ใช้ทำ สายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า กลอนประตู ใบพัดเรือ ปลอกกระสุนปืน ลานนาฬิกา ระฆัง ปืนใหญ่


สมบัติของธาตุและสารประกอบ ธาตุโครเมียม (Cr) พบในเปลือกโลกประมาณ 0.02% โคยมวล พบในรูปแร่โครไมต์ (FeO*Cr2 03) โครเมียม เป็นโลหะสีขาวเงิน มีความมันวาว และแข็ง มาก ต้านทานการผุกร่อน และคงความเป็น มันเงาได้นานในอากาศ ใช้เคลือบผิวเหล็กหรือโลหะ เพื่อป้องกันการผุกร และมีผิวเป็นเงางาม เป็นส่วนผสมในเหล็กกล้าไร้สนิม นส่วนประกอบในเหล็กกล้าผสมที่ใช้ทำ ตู้นิร เครื่องยนต์ เกราะกันกระสุน เป็นโลหะเจือโคบอล ใช้ทำ กระดูกเทียม เพราะมีความแข็งแรงและมีปฏิทิริยา ต่อร่างกายน้อย พบในเปลือกโลกประมาณ 4.7% โคยมวล พบ ในรูปแร่ชนิคต่างๆ ได้แก่ แร่ฮีมาไทด์ (Fe2 O3), แร่แมกนีไทต์ (Fe3 04 ) และแร่ไพไรด์ (FeS2) ใช้ในงานก่อสร้าง ผลิตเครื่องยนต์ ทำ ตัวถังรถยนต์ ทำ ลวด ตะปู ใช้มุงหลังคา ใช้ทำ กระป้องบรรจุอาหาร ใช้ทำ ส่วนประกอบของเครื่องจักรประเภทเฟือง เกียร์ เพลา ข้อเหวี่ยงรถยนต์ ใช้ทำ มีค ช้อนส้อม เรือนนาฬิกา เป็นองค์ประกอบที่สำ คัญของเม็คเลือด ธาตุเหล็ก (Fe) ธาตุไอโอดีน (I) พบในปริมาณเล็กน้อยในน้ำ ทะเล ในสาหร่าย ทะเลบางชนิด ในสินแร่ที่มีโซเดียมไนเตรตที่ อยู่ในรูปโซเดียมไอโอเดต (NaIO3) ไอโอดีน เป็นอโลหะที่มีสถานะของแข็ง เป็นเกล็ดมันวาว สีม่วง ระเหิดได้ง่าย ละลายน้ำ ได้น้อยมาก การใช้ประโยชน์ ทิงเจอร์ไอโอดีน ใช้ทำ แผลฆ่าเชื้อโรค เป็นส่วนประกอบ ของฮอร์โมนไทรอกซินในต่อมไทรอยค์ซึ่งควบคุม กระบวนการเมแทบอลิซึม สารประกอบไอโอคืน เช่น โซเดียมไอโอไดค์ โพแทสเซียมไอโอไคค์ ใช้ผสมใน เกลือสินเธาว์


สมบัติของธาตุและสารประกอบ ธาตุไนโตรเจน (N) พบมากทั้งในรูปของธาตุอิสระและสารประกอบ ในอากาศมีแก๊สไนโตรเจนอิสระประมาณ 78% ในโตรเจนเป็นแก๊สไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ที่อุณหภูมิ ปกติ ไม่ทำ ปฏิกิริยากับธาตุอื่น (ยกเว้น Li) การใช้ประโยชน์ ใช้ในอุตสาหกรรมทำ แอมโมเนีย กรคในทริกแอมโมเนีย โซคาแอช ปุ๋ย อุตสาหกรรมสี ไหมเทียม วัตถุระเบิด พลุสี มีความสำ คัญต่อสิ่งมีชีวิต ในพืชตระกูลถั่วสามารถ เปลี่ยนในโตรเจนในอากาศเป็นสารอาหารได้ ธาตุออกซิเจน (o) พบในเปลือกโลกในปริมาณมากที่สุดประมาณ 49.5% พบในธรรมชาติทั้งในสภาพอิสระและ ในรูปสารประกอบออกซิเจน ในอากาศมีประมาณ 21% เป็นองค์ประกอบในสารอาหารจำ นวนมาก เช่น น้ำ ตาล แป้ง และไขมัน ออกซิเจนเป็นแก๊ส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีสมบัติช่วยให้ไฟติด ช่วยในการ ดำ รงชีวิตของทั้งมนุษย์ สัตว์ และพืช การใช้ประโยชน์ เป็นแก๊สที่ช่วยในกระบวนการหายใจของสิ่งมีชีวิต ช่วยให้เกิดการเผาใหม้ โอโซน (03 ) ใช้ฟอกสีกระดาษ และฆ่าเชื้อโรคในน้ำ สารละลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซค์ ใช้ฟอกสีขนสัตว์ ผม ฟาง เยื่อกระคาษ และออกซิเจน เหลวใช้สันคาปกับไฮโครเจน เป็นเชื้อเพลิงในจรวคและ ยานอวกาศ ธาตุฟอสฟอรัส (P) พบในรูปสารประกอบ ส่วนใหญ่เป็นแร่หินฟอสเฟต เช่น แคลเซียมฟอสเฟต (Ca3 (PO4)2) ผลูออโร อะพาไทต์ (Ca5 F(PO4)3) การใช้ประโยชน์ เป็นธาตุที่จำ เป็นแก่พืชในรูปของปุ๋ยฟอสเฟตและ ปุ๋ยซูเปอร์ฟอสเฟต เป็นสารอาหารที่สำ คัญของพืช ควบคุมความเป็นกรด-เบสในเลือดและของเหลว ในร่างกายของสิ่งมีชีวิต ฟอสฟอรัสแคงใช้ทำ ระเบิดเพลิง ระเบิดหมอกควัน และไม้ขีดไฟ


สมบัติของธาตุและสารประกอบ ธาตุซิลิคอน (Si) พบในเปลือกโลกประมาณ 25.67% โคยมวล มีปริมาณมากเป็นที่สองรองจากออกซิเจน และ พบในแร่ควอตซ์และทรายในรูปของซิลิคอน ไดออกไซด์ (Sio ) ที่เรียกว่า ซิลิกา ซิลิคอน เป็นผลิกสีเทา เป็นมันวาว มีโครงสร้างคล้าย เพชร แต่มีความแข็งน้อยกว่าเพชร การใช้ประโยชน์ ใช้ในอุตสาหกรรมทำ แก้ว เส้นใยแก้ว ใช้ทำ วงจรไ ขนาคเล็ก และใช้ทำ อุปกรณ์ไฟฟ้า ซิลิคอนคาร์ไบต์ (SiC) มีความแข็งแรงมาก ใช้ทำ เครื่องบด เครื่องโม ซิลิโคนเป็นผอลิเมอร์ของซิลิคอน ใช้เป็นฉนวนไ นอกจากนี้ซิลิกาใช้ทำ ส่วนประกอบของนาฬิกาควอตซ์ ธาตุสังกะสี (Zn) พบในเปลือกโลกประมาณ 0.01% พบในรูป ของแร่หลายชนิด คือ แร่สฟาเลอไรต์ หรือซิงก์ เบลน (ZทS), แร่เฮบิมอร์ไฟต์ (Zn4 (Si2O7)(OH)2 H20), แร่สมิทโซไนต์ (ZnCO3 ) สังกะสีเป็นโลหะ ค่อนข้างอ่อน มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวต่ำ เป็นไอได้ง่าย การใช้ประโยชน์ ใช้ผลิตยางรถยนต์ ใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิก ใช้เป็น ส่วนผสมยาแต่งบาคแผลหรือแผลไฟไหม้ ใช้ทำ เหล็ก อาบสังกะสี เพื่อป้องกันมิให้เหล็กเป็นสนิม ใช้ทำ ท่อน้ำ แผ่นสังกะสีมุงหลังคา และถังบรรจุน้ำ แผ่นสังกะสีบริสุทธิ์ ใช้ทำ กล่องถ่านไฟฉาย ช่วยย่อยและสังเคราะKโปรตีน


สมบัติของธาตุและสารประกอบ Thanks For Reading


Click to View FlipBook Version