The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้ หนว่ยที่ 1 สถานการณ์การผลิตโคเนื้อและกระบือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สุชาดา อํา่ปลอด, 2019-06-04 02:59:31

ใบความรู้ หนว่ยที่ 1 สถานการณ์การผลิตโคเนื้อและกระบือ

ใบความรู้ หนว่ยที่ 1 สถานการณ์การผลิตโคเนื้อและกระบือ

หนว่ ยที่ 1 สถานการณ์การผลติ โคเนือ้ และกระบือ

อุษา พรพงษ์

บทที่ 1
สถานการณ์การเลยี้ งโคเนื้อ

การเล้ียงโคเน้ือเป็ นอาชีพอย่างหน่ึงซ่ึงเกษตรกรทาควบคู่กบั การทานาหรือปลูกพืชอยา่ งอ่ืน ซ่ึง
สามารถสร้างรายไดใ้ ห้เกษตรกรเป็ นอย่างดี และการเล้ียงโคเน้ือน้ันมีความเหมาะสมกบั เกษตรกรไทย
เพราะมสี าเหตุและปัจจยั ท่ีเอ้ืออานวยหลายประการ ดงั น้ี

1. สภาพพ้ืนท่ีในประเทศไทยส่วนใหญ่ยงั มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนขา้ งสูง มหี ญา้ และพชื ตระกลู ถวั่
หลายชนิดข้ึนตามธรรมชาติ

2. โคกินหญา้ และพชื ตระกูลถว่ั เป็นอาหารหลกั ถา้ เล้ียงโคจานวนไม่มากเล้ียงเป็ นอาชีพเสริม อาจ
ไมจ่ าเป็นตอ้ งปลกู หญา้ หรือพชื อาหารสตั ว์

3. เกษตรกรไทยส่วนใหญ่มจี ิตใจรกั การเล้ียงสตั วอ์ ยแู่ ลว้
4. เกษตรกรสามารถเล้ียงโคควบคู่ไปกบั การประกอบอาชีพการเกษตรอ่ืนๆ โคสามารถใชแ้ รงงาน
ไดห้ ลายอย่าง เช่นใชล้ ากเกวียน ลากลอ้ เล่ือน นอกจากน้ีแม่โคท่ีสมบูรณ์หากไดผ้ สมพนั ธุใ์ นจงั หวะ และ
เวลาที่เหมาะสม แลว้ แม่โคกจ็ ะใหล้ ูกเกือบทุกปี ซ่ึงหากเล้ียงไวข้ ายกจ็ ะเป็นรายไดเ้ สริมแก่ครอบครัวอีกทาง
หน่ึง
5. ทุ่งหญา้ สาธารณะของหมู่บา้ น ตลอดจนพ้นื ที่ในที่ดอน หรือพ้นื ที่ท่ีปลกู พืชอยา่ งอ่นื ไม่ไดผ้ ล แต่
ปลูกหญา้ หรือมีหญา้ ตลอดท้งั พืชตระกูลถวั่ ข้ึนใชเ้ ล้ียงโคไดอ้ ยา่ งดี
6. ผลพลอยไดจ้ ากการเกษตรกรรมซ่ึงไมไ่ ดใ้ ชป้ ระโยชน์ เช่น ฟางขา้ ว ตน้ ถว่ั ชนิดต่างๆ ซงั ขา้ วโพด
ยอดออ้ ย เปลอื กของผลสบั ปะรด ฯลฯ นามาเป็นอาหารโคไดเ้ ป็นอยา่ งดี
7. โคขบั ถ่ายมูลสดออกมาปี ละ 5,000 - 7,000 กก. ต่อ หน่ึงตัว หรืออาจมากกว่าน้ี ท้ังน้ีข้ึนอย่กู บั
ขนาดของโคแต่ละตวั ซ่ึงมูลโคน้ีใชเ้ ป็นป๋ ุยไดอ้ ยา่ งดี
8. โคเน้ือขายได้ตลอดเวลา ในช่วงที่ราคาโคตกต่าก็สามารถท่ีจะรอให้ราคาสูงข้ึนในราคาท่ี
เหมาะสมแลว้ ค่อยขายกไ็ ด้ ขอ้ น้ีเป็นขอ้ ไดเ้ ปรียบของโค ซ่ึงหมู และไก่ไม่สามารถกระทาได้

1. สถานการณ์ปี 2557
1.1 ของโลก
1.1.1 การผลติ ปี 2553 - 2557 การผลิตเน้ือโคของประเทศต่างๆ เพ่ิมข้ึนในอตั ราร้อยละ

0.60 ต่อปี ในปี 2557 มีปริมาณการผลิต 59.60 ลา้ นตนั เพ่ิมข้ึนจากปี 2556 ท่ีมีปริมาณการผลิต 59.44 ลา้ น
ตนั ร้อยละ 0.27 เนื่องจากบราซิลมีผลผลิตเน้ือโคเพ่ิมข้ึนสามปี ติดต่อกนั อินเดียมีผลผลิตเพิ่มข้ึนมาโดย
ตลอดและสหภาพยโุ รปมกี ารผลติ เพม่ิ ข้ึนในปี 2557 ส่วนจีนและสหรัฐอเมริกามีการผลติ ลดลง

ประเทศท่ีมกี ารเล้ยี งโคเน้ือมากที่สุด 5 อนั ดบั แรกของโลก คือ บราซิล จีน สหรัฐอเมริกา
สหภาพยโุ รป ( ไมร่ วมฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และองั กฤษ ) และอาร์เจนตินา ตามลาดบั

1.1.2 การตลาด
(1) ความต้องการบริโภค ปริมาณความตอ้ งการบริโภคเน้ือโคในประเทศต่างๆ

ระหวา่ งปี 2553 – 2557 เพม่ิ ข้ึนในอตั ราร้อยละ 0.37 ต่อปี ประเทศท่ีมกี ารบริโภคมากท่ีสุด คือ สหรัฐอเมริกา
รองลงมา ไดแ้ ก่ บราซิลและสหภาพยโุ รป การบริโภคเน้ือโคในปี 2557 มีปริมาณ 57.83 ลา้ นตนั เพ่ิมข้ึนจาก
ปี 2556 ท่ีมีการบริโภคปริมาณ 57.70 ลา้ นตนั ร้อยละ 0.23

(2) การส่งออก การส่งออกเน้ือโค ปี 2553 - 2557 เพ่ิมข้ึนในอตั ราร้อยละ 5.93 ต่อ
ปี โดยอนิ เดียมกี ารส่งออกมากท่ีสุด รองลงมา ไดแ้ ก่ ออสเตรเลยี และสหรัฐอเมริกา ในปี 2557 มกี ารส่งออก
เน้ือโค 9.78 ล้านตัน เพ่ิมข้ึนจากปี 2556 ท่ีมีการส่งออก 9.13 ล้านตัน ร้อยละ 7.12 เนื่องจากอินเดีย
ออสเตรเลยี สหรัฐอเมริกา บราซิล และ นิวซีแลนด์ มกี ารส่งออกเน้ือโคเพ่ิมข้ึน

(3) การนาเข้า การนาเขา้ เน้ือโคปี 2553 - 2557 เพิ่มข้ึนในอตั ราร้อยละ 5.00 ต่อปี
ในปี 2557 มีการนาเขา้ เน้ือโค 7.88 ลา้ นตนั เพิ่มข้ึนจากปี 2556 ที่มีการนาเข้า 7.44 ลา้ นตัน ร้อยละ 5.91
เนื่องจากสหรัฐอเมริกา ญ่ีป่ ุน และจีน มีการนาเขา้ เน้ือโคเพ่มิ ข้ึน แต่รัสเซียและฮ่องกงมกี ารนาเขา้ ลดลง

1.2 ของไทย
1.2.1 การผลิต ปี 2553 - 2557 การผลิตโคเน้ือของไทยลดลงในอตั ราร้อยละ 4.27 ต่อปี

สาหรับปี 2557 มีปริมาณการผลิตโคเน้ือ 0.98 ลา้ นตวั หรือคิดเป็ นเน้ือโค 140.36 พนั ตนั ลดลงจากปี 2556
ซ่ึงมีปริมาณการผลิต 0.99 ลา้ นตวั หรือคิดเป็ นเน้ือโค 143.29 พนั ตนั ร้อยละ 2.01 เน่ืองจากเกษตรกรผเู้ ล้ยี ง
โคเน้ือบางส่วนไดข้ ายโคเน้ือออกไปหรือเลกิ เล้ยี ง โดยหนั ไปปลกู พืชชนิดอื่นทดแทนส่งผลใหพ้ ้นื ท่ีในการ
เล้ยี งโคเน้ือลดลง และโคเน้ือมจี านวนนอ้ ยลงตามไปดว้ ย แมร้ าคาโคเน้ือจะปรับตวั สูงข้ึนแต่กย็ งั ไมจ่ ูงใจให้
เกษตรกรกลบั มาเล้ยี งโคเน้ือมากข้ึน เนื่องจากขอ้ จากดั ดา้ นพ้ืนที่เล้ียงและเงินทุนในการซ้ือแมพ่ นั ธุซ์ ่ึงมีราคา
สูง

1.2.2 การตลาด
(1) ความต้องการบริโภค ปี 2553 - 2557 ความต้องการบริโภคเน้ือโคของไทย

เพ่ิมข้ึนในอตั ราเพียงร้อยละ 0.40 ต่อปี สาหรับปี 2557 คาดว่าจะมีปริมาณการบริโภคโคเน้ือ 1.26 ลา้ นตวั
หรือคิดเป็ นเน้ือโค 181.01 พนั ตันซ่ึงทรงตวั จากปี 2556 ความตอ้ งการของตลาดภายในประเทศมีสูง แต่
ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2557 มีการแพร่ระบาดของโรคคอบวม ส่งผลใหเ้ กษตรกรประสบปัญหาสตั วเ์ ล้ียง
ป่ วยตายจานวนมาก ซ่ึงกรมปศสุ ตั วไ์ ดเ้ ตือนใหป้ ระชาชนงดรับประทานเน้ือโคกระบือดิบ ส่งผลใหป้ ริมาณ
การบริโภคชะลอตวั ลงในช่วงปลายปี

(2) การส่งออก ปี 2553 - 2557 การส่งออกโคมีชีวิตของไทยเพิ่มข้ึนในอตั ราร้อย
ละ 4.55 ต่อปี โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปยงั ประเทศเพ่ือนบ้าน ไดแ้ ก่ มาเลเซีย และสปป.ลาว ปี 2557 การ
ส่งออกโคมีชีวติ มีปริมาณ 232,393 ตวั มูลค่า 1,526.88 ลา้ นบาท เทียบกบั ปี 2556 ซ่ึงส่งออกปริมาณ 228,068
ตวั มูลค่า 1,513.80 ลา้ นบาท เพม่ิ ข้ึนร้อยละ 1.90 และ ร้อยละ 0.86 ตามลาดบั เน่ืองจากยงั คงมคี วามตอ้ งการ
โคเน้ือจากประเทศเพื่อนบา้ นเพิ่มข้ึน เช่น จีน มาเลเซีย ลาว เวยี ดนาม เป็นตน้

ปี 2553 - 2557 ปริมาณการส่งออกเน้ือโคและผลติ ภณั ฑข์ องไทยลดลง ร้อยละ 92.02 ต่อปี
ปี 2557 การส่งออกเน้ือโคและผลติ ภณั ฑม์ ีปริมาณ 7,926.95 ตนั มลู ค่า 862.26 ลา้ นบาท เทียบกบั ปี 2556 ซ่ึง
ส่งออกปริมาณ 11,966.37 ตัน มูลค่า 1,007.62 ลา้ นบาท ลดลงร้อยละ 33.76 และร้อยละ 14.43 ตามลาดบั
เน่ืองจากปริมาณโคเน้ือท่ีลดลง และราคาเน้ือโคสูงข้ึนจึงส่งผลการส่งออกเน้ือโคและผลติ ภณั ฑช์ ะลอตวั ลง

(3) การนาเข้า ปี 2553 - 2557 การนาเขา้ โคมีชีวิตของไทยเพิ่มข้ึนในอตั ราร้อยละ
54.46 ต่อปี โดยส่วนใหญ่นาเขา้ จากประเทศเมียนมาร์ ปี 2557 การนาเขา้ โคมีชีวิตมีปริมาณ 110,430 ตวั
มูลค่า 1,541.22 ลา้ นบาท เทียบกับปี 2556 ซ่ึงนาเขา้ ปริมาณ 204,882 ตวั มูลค่า 777.82 ลา้ นบาท ปริมาณ
ลดลง ร้อยละ 46.10 แต่มูลค่าเพม่ิ ข้ึนร้อยละ 98.78 โคมชี ีวติ ส่วนใหญ่นาเขา้ มาจากเมียนมาร์ โดยส่วนใหญ่
นาเขา้ มาเพื่อมาเล้ียงขุนก่อนที่จะส่งออกต่อไปยงั ประเทศเพ่ือนบา้ น ปี 2553 - 2557 ปริมาณการนาเขา้ เน้ือ
โคและผลิตภณั ฑ์ของไทยเพิ่มข้ึนในอตั รา ร้อยละ 55.26 ต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็ นการนาเขา้ เน้ือโคจาก
ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ส่วนผลิตภัณฑ์นาเขา้ จากประเทศอินเดีย นิวซีแลนด์ และ
ออสเตรเลีย ปี 2557 การนาเขา้ เน้ือโคและ ผลติ ภณั ฑม์ ปี ริมาณ 17,343.46 ตนั มลู ค่า 2,863.00 ลา้ นบาท เทียบ
กบั ปี 2556 ซ่ึงนาเขา้ ปริมาณ 18,288 ตนั มูลค่า 2,137.29 ลา้ นบาท ปริมาณลดลงร้อยละ 5.16 แต่มูลค่าเพ่ิม
ข้ึนร้อยละ 33.95 ราคานาเข้าเน้ือโคและผลิตภัณฑ์สูงข้ึน ส่งผลให้มีการนาเข้าผลิตภัณฑ์เน้ือโคจาก
ออสเตรเลียลดลง แต่มีการนาเขา้ เน้ือโคจากอนิ เดียเพิม่ ข้ึน

2. แนวโน้ม ปี 2558
2.1 ของโลก
2.1.1 การผลิต ปี 2558 กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา คาดว่าการผลิตเน้ือโคจะมี

ปริ มาณ 58.74 ลา้ นตัน ลดลงจากปี 2557 ร้อยละ 1.44 แม้ว่าผูผ้ ลิตรายใหญ่ คือ บราซิล อินเดีย และ
อาร์เจนตินา มกี ารผลติ เพมิ่ ข้ึน แต่จีนมีการผลติ ลดลงร้อยละ 1.92 และออสเตรเลียมกี ารผลติ ลดลงอยา่ งมาก
ถึงร้อยละ 7 เน่ืองจากการผลติ เพ่อื ส่งออกลดลงร้อยละ 10 จากการท่ีผนู้ าเขา้ หลกั (สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลี
ใต)้ หนั ไปนาเขา้ จากประเทศอ่ืน

2.1.2 การตลาด
(1) ความต้องการบริโภค ปี 2558 คาดว่าจะมีการบริโภคเน้ือโค 56.88

ลา้ นตนั ลดลงจากปี 2557 ร้อยละ 1.64 โดยประเทศท่ีมีการบริโภคมากท่ีสุดยงั คงเป็ นสหรัฐอเมริกา 10.94
ลา้ นตนั รองลงมา ไดแ้ ก่ บราซิล 8.06 ลา้ นตนั และสหภาพยโุ รป 7.59 ลา้ นตนั

(2) การส่ งออก ปี 2558 คาดว่าจะมีการส่งออกเน้ือโค 9.94 ล้านตัน
เพิ่มข้ึนจากปี 2557 ร้อยละ 1.72 เน่ืองจากการส่งออกของบราซิลและอินเดียขยายตัวเพิ่มข้ึน แต่
สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียมีการ ส่งออกลดลง

(3) การนาเข้า ปี 2558 คาดว่าจะมีการนาเขา้ เน้ือโคของโลก 8.05 ลา้ นตนั เพิ่มข้ึน
จากปี 2557 ร้อยละ 2.20 เน่ืองจากประเทศหลกั ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง มีการนาเขา้ เน้ือโคเพิม่ ข้ึน อีก

ท้งั จีนมีการ นาเขา้ เพ่ิมข้ึน ร้อยละ 11.96 จากความตอ้ งการบริโภคที่เพิ่มข้ึนตามจานวนประชากรท่ีมมี าก
เป็นอนั ดบั 1 ของโลก

2.2 ของไทย
2.2.1 การผลติ ปี 2558 คาดว่ามีปริมาณการผลิต 0.97 ลา้ นตวั หรือ 139.18 พนั ตนั

ลดลงจากปี 2557 ร้อยละ 0.96 การที่ปริมาณผลผลิตโคเน้ือลดลงอยา่ งรวดเร็วเป็นผลมาจากเกษตรกรขายโค
เน้ือยกฝงู และ มีการนาแมโ่ คและโคเลก็ เขา้ โรงฆา่ เพื่อบริโภคช่วง 3 - 4 ปี ที่ผา่ นมา ทาใหจ้ านวนแมโ่ คพนั ธุ์
ทดแทนและ โครุ่นลดลง ถึงแมว้ ่าราคาโคเน้ือจะปรับตวั สูงข้ึน แต่เกษตรกรไม่สามารถหาโคแม่พนั ธุเ์ พอ่ื
ผลติ ลูกทดแทนได้ ทนั การผลิต โคเน้ือจึงไมเ่ พยี งพอต่อการบริโภคภายในประเทศและส่งออกตอ้ งนาเขา้ โค
เน้ือจากต่างประเทศ

2.2.2 การตลาด
(1) ความต้องการบริโภค โคท่ีผลิตได้จะใช้บริโภคในประเทศเกือบ

ท้งั หมด และมีบางส่วนที่ไดจ้ ากการนาเขา้ มาโดยถกู ตอ้ งตามกฎหมาย และลกั ลอบนาเขา้ ท้งั ในรูปของโคมี
ชีวิตและเน้ือโคชาแหละปี 2558 คาดว่าการบริโภคจะเพ่ิมข้ึนจากความตอ้ งการบริโภคเน้ือโคแบบปิ้ งยา่ ง
เพิ่มข้ึนและประชากรเพิม่ ข้ึน

(2) การส่งออก คาดว่าการส่งออกโคมชี ีวิตและเน้ือโคและผลิตภณั ฑ์ จะ
เพ่มิ ข้ึนจากปี 2557 เน่ืองจากประเทศเพื่อนบา้ นยงั มีความตอ้ งการโคเน้ือและเน้ือโคที่มีคุณภาพดีจากไทย

(3) การนาเข้า ปี 2558 คาดวา่ การนาเขา้ โคมชี ีวติ จะเพิ่มข้ึนจากปี 2557
เนื่องจากยงั คงมีความตอ้ งการบริโภคที่เพิ่มข้ึนและปริมาณการผลิตโคเน้ือของไทยลดลง และคาดว่าการ
นาเขา้ เน้ือโคและผลติ ภณั ฑจ์ ะเพ่มิ ข้ึนจากปี 2557 เน่ืองจากมีความตอ้ งการเน้ือโคเพ่มิ ข้ึน ขณะท่ีปริมาณการ
ผลิตโคเน้ือในประเทศลดลง

(4) ราคา
1) ราคาท่เี กษตรกรขายได้ ปี 2558 คาดวา่ ราคาจะสูงข้นึ จากปี ที่

ผา่ นมาเน่ืองจากปริมาณการผลติ ลดลง ส่วนราคาเน้ือโคภายในประเทศจะปรับสูงข้ึนเช่นเดียวกนั
2) ราคาส่งออก และราคานาเข้า ปี 2558 คาดว่าราคาส่งออกโคมี

ชีวติ จะสูงข้ึนเลก็ นอ้ ย ราคาส่งออกเน้ือโคและผลิตภณั ฑจ์ ะสูงข้ึนเม่ือเทียบกบั ปี 2557 ส่วนราคานาเขา้ โคมี
ชีวติ เน้ือโคและผลติ ภณั ฑ์ คาดวา่ จะสูงข้ึนจากปี 2557

2.3 ปัจจยั ท่มี ผี ลกระทบต่อการผลติ และการส่งออกของไทยและแนวทางการปรับตวั
2.3.1 การผลติ ปัจจุบนั ปริมาณการผลิตลดลงอย่างต่อเนื่องซ่ึงเป็ นผลจากการที่

เกษตรกรผเู้ ล้ียงโคเน้ือบางส่วนไดข้ ายโคเน้ือออกไปหรือเลิกเล้ียง โดยหันไปปลูกพืชชนิดอ่ืนทดแทน เช่น
ออ้ ย มนั สาปะหลงั ขา้ วโพด เป็นตน้ ส่งผลใหพ้ ้นื ท่ีในการเล้ียงโคเน้ือลดลงและโคเน้ือมจี านวนนอ้ ยลงตาม
ไปดว้ ย แมร้ าคาโคเน้ือ จะปรับตวั สูงข้ึนแต่ก็ยงั ไม่จูงใจให้เกษตรกรกลบั มาเล้ียงโคเน้ือมากข้ึน เน่ืองจาก
ขอ้ จากดั ดา้ นพ้ืนที่เล้ียงและเงินทุนในการซ้ือแมพ่ นั ธุ์ซ่ึงมรี าคาสูง ดงั น้นั อาจเกิดปัญหาขาดแคลนโคเน้ือใน

อนาคตได้ แต่ไทยมศี กั ยภาพในการส่งออกโคเน้ือและเน้ือโค จึงควรเนน้ ส่งเสริมดา้ นการผลิต โดยส่งเสริม
ดา้ นการผลิตพนั ธุโ์ คเน้ือ และใหส้ อดคลอ้ งกบั การกาหนดเขตเหมาะสมสาหรับการเล้ยี งโคเน้ือหรือโซนนิ่ง
(Zoning) เพ่อื จูงใจใหเ้ กษตรกรกลบั มาเล้ยี งโคเน้ือเพม่ิ ข้ึน

2.3.2 การส่งออก ประเทศไทยจะเขา้ สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี

2558 จึงตอ้ งสร้างความพร้อมและความเขม้ แขง็ เพื่อรองรับการเขา้ สู่ AEC โดยไทยมีศกั ยภาพในการผลติ เน้ือ
โคคุณภาพดีและเป็นท่ีตอ้ งการของประเทศเพื่อนบา้ นสาหรับนกั ท่องเที่ยวและผมู้ ีรายไดส้ ูง ตลาดอาเซียนมี
ความตอ้ งการโคเน้ือและผลิตภณั ฑ์ค่อนขา้ งสูง และไทยมีความสามารถในการแข่งขนั สูง แมว้ ่าประเทศ
เพื่อนบ้านจะยงั คงมีความตอ้ งการโคเน้ือจากไทย แต่ผลผลิตโคเน้ือกลบั ลดลง จากการที่เกษตรกรได้
ปรับเปล่ียนพ้ืนท่ีเล้ียงโคไปปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดท่ีไดผ้ ลตอบแทนที่ดีและเร็วกวา่ ดงั กล่าวแลว้ ราคาโคเน้ือ
จึงปรับตวั สูงข้ึน ส่งผลให้การส่งออกชะลอตวั ลง เกษตรกรหรือสหกรณ์ผูเ้ ล้ียงโคเน้ือจะตอ้ งมีการวาง
แผนการผลิตและการตลาดเพือ่ รองรับตลาดอาเซียน เช่น สร้างฐานการผลติ ร่วมกนั และนาร่องการผลิตเน้ือ
โค ภายใตส้ ัญลกั ษณ์การคา้ “เน้ือโค AEC” และควรมีมาตรฐานเดียวกนั ในกลุ่ม AEC รวมถึงการกาหนด
ค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อใหก้ ารส่งออกง่ายข้ึน และสามารถเอ้ืออานวยดา้ นการขนส่งสินคา้ นอกจากน้ีรัฐบาล
มีกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิม่ ขีดความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ (กองทุน
FTA) ซ่ึงจดั ต้งั ข้ึนโดยมีวตั ถุประสงค์เพ่ือช่วยเหลือเกษตรกรที่ไดร้ ับผลกระทบจากการเปิ ดการคา้ เสรีทาง
การคา้ (FTA) โดยเฉพาะกบั ประเทศออสเตรเลีย ซ่ึงทาให้มีเน้ือโคคุณภาพดีนาเขา้ จากต่างประเทศมากข้ึน
และราคาท่ีจาหน่ายใกลเ้ คียงกบั ราคาเน้ือโคคุณภาพดีในประเทศ จึงส่งผลกระทบโดยตรงเกษตรกรผเู้ ล้ยี งโค
เน้ือคุณภาพดี และในปี 2558 สินคา้ โคเน้ือยงั คงมีโครงการที่ไดร้ ับการสนบั สนุนจากกองทุนฯ 1 โครงการ
ไดแ้ ก่ โครงการเพิ่มมลู ค่าเน้ือโคขุนเกรดคุณภาพ (Premium) เพื่อรองรับตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
มลู ค่า 11.67 ลา้ นบาทเพื่อช่วยเหลอื เกษตรกรผเู้ ล้ยี งโคเน้ือท่ีไดร้ ับผลกระทบดงั กลา่ ว__

ปัญหาและอปุ สรรคในอุตสาหกรรมโคเนื้อในประเทศไทย
จากการศึกษาและสมั ภาษณ์บุคคลผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งในอตุ สาหกรรมโคเน้ือในประเทศไทย พบว่าปัญหา

ที่เกิดข้ึนหรือมีอยใู่ นปัจจุบนั สามารถแบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะใหญ่ๆ คือ ปัญหาดา้ นการผลติ และปัญหาดา้ น
การตลาด พอที่จะสรุปไดด้ งั น้ี

1 ปัญหาด้านการผลติ
ปัญหาดา้ นการผลิตโคเน้ือในประเทศไทยสามารถแบ่งไดเ้ ป็นประเดน็ ต่างๆ ดงั น้ี

1.1 ปัญหาดา้ นการปรับปรุงพนั ธุ์ การวจิ ยั และพฒั นาปรับปรุงพนั ธุใ์ นประเทศไทยยงั ดอ้ ย
กว่าหลายๆ ประเทศที่เป็ นผสู้ ่งออกเน้ือรายใหญ่ของโลก ทาใหเ้ กิดการขาดแคลนพ่อพนั ธุแ์ ละแม่พนั ธุท์ ่ีมี
คุณภาพในการผลิตโคเน้ือคุณภาพสาหรับผลิตและนามาเล้ียงเป็ นโคขุน เพ่ือใหไ้ ดเ้ น้ือโคคุณภาพสูง จาก
สถติ ิการเล้ียงโคเน้ือของกรมปศสุ ตั วพ์ บว่าปริมาณการเล้ียงโคเน้ือมกี ารขยายตวั เพมิ่ ข้ึนอยา่ งต่อเน่ืองซ่ึงในปี
2003 มีโคเน้ือจานวน 5.9 ลา้ นตวั และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มข้ึนอีกในปริมาณมากในแต่ละปี แต่จากปริมาณ
การเล้ียงโคเน้ือท้งั หมดน้ีพบวา่ พนั ธุโ์ คเน้ือท่ีเกษตรกรเล้ียงเป็นพนั ธุล์ ูกผสมเพียงร้อยละ 40 ท่ีเหลืออีกร้อย

ละ 60 เป็นโคพนั ธุพ์ ้นื เมือง และในจานวนโคเน้ือพนั ธุผ์ สมที่นามาเล้ยี งเป็นโคขุนก็มจี านวนนอ้ ยเน่ืองจากมี
ตน้ ทุนที่สูง โคเน้ือพนั ธ์ผสมท่ีมีการพฒั นาปรับปรุงพนั ธุ์ในปัจจุบนั ที่มีอย่กู ็มีราคาสูงมากเม่ือเทียบกบั โค
พนั ธุ์พ้ืนเมือง เนื่องจากตน้ ทุนของพ่อพนั ธุ์โคท่ีสูงทาให้เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถดาเนินงานได้อย่าง
เบด็ เสร็จ ส่วนใหญ่แลว้ จะเป็นผปู้ ระกอบการรายใหญ่หรือสหกรณ์โคเน้ือบางแห่งเท่าน้นั เอง

1.2 ปัญหาดา้ นความรู้ของเกษตรกร โดยทว่ั ไปแลว้ การเล้ยี งโคเน้ือของเกษตรกรแบ่งกลุ่ม
เกษตรกรไดเ้ ป็น 3 กลุ่มคือ กล่มุ ที่เล้ียงโคเน้ือเป็นจานวนมากในรูปแบบของฟาร์ม เนน้ รูปแบบการเล้ียงเพอ่ื
การคา้ อยา่ งเต็มตวั มรี ะบบการบริหารจดั การที่ดีไดม้ าตรฐาน กลมุ่ ที่สองเล้ียงโคเป็นอาชีพหลกั เช่นเดียวกนั
แต่ไม่ไดม้ ีขนาดใหญ่ เนน้ การดูแลเองในครอบครัว ส่วนกล่มุ สุดทา้ ยเล้ยี งโคเป็นอาชีพเสริมเล้ียงเพยี งไม่กี่
ตวั ซ่ึงสองกลุม่ หลงั น้ีถอื วา่ เป็นส่วนใหญ่ของเกษตรกร เป็นกลมุ่ ที่มีการศกึ ษานอ้ ย ทาใหก้ ารดาเนินงาน การ
จดั การเล้ยี งดูและป้องกนั โรคยงั ไม่ไดม้ าตรฐาน การรับเทคโนโลยีต่างๆ เป็นไปไดอ้ ยา่ งล่าชา้

1.3 ปัญหาโคท่ีเล้ียงขาดความสมบูรณ์ทาให้ อตั ราการผสมติดต่า อตั ราการใหล้ ูกโคต่า
และอตั ราการตายสูง จากสถิติพบว่าอตั ราการให้ลูกโคในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 40-45 ต่อปี
สาเหตุหลกั เน่ืองมาจากปัญหาการขาดแคลนน้าในหลายๆ พ้ืนท่ีทาให้ขาดแคลนทุ่งหญา้ เล้ียงสัตวท์ ่ีมคี วาม
อุดมสมบูรณ์ หรือทุ่งหญ้าท่ีมีการจดั การแปลงหญา้ แบบประณีตและถูกต้องเหมาะสมกบั การเล้ียงดูโค
โดยเฉพาะในฤดูแลง้ ท่ีสภาพอากาศไม่เอ้ืออานวยต่อการเจริญเติบโตของหญา้ ธรรมชาติจึงเป็นผลทาให้ขาด
แคลนอาหารสัตว์ รวมท้ังเกษตรกรขาดความรู้ในการถนอมอาหาร การผลิตอาหารขน้ ท่ีมีคุณค่าทาง
โภชนาการต่อการเจริญเติบโตของโคและมีตน้ ทุนการผลิตต่า การเลือกใชว้ สั ดุ และสิ่งเหลือใช้ทางการ
เกษตรมาใชเ้ ป็นอาหารเพือ่ ลดตน้ ทุนการผลติ

1.4 ปัญหาดา้ นการป้องกนั และควบคุมโรคระบาด เนื่องจากเกษตรกรท่ีเล้ียงโคเน้ือใน
ประเทศไทยเป็ นรายยอ่ ย ทาให้ระบบการเล้ียงไมไ่ ดม้ าตรฐาน อีกท้งั ทางราชการไม่ไดม้ ีการดาเนินงานใน
เร่ืองมาตรฐานของการเล้ียงอย่างเข้มงวด ทาให้ไม่สามารถสร้างระบบการเล้ียงการป้องกนั โรคที่ได้
มาตรฐาน

1.5 ปัญหาดา้ นเงินทุน เกษตรกรขาดสภาพคล่องด้านเงินทุน ขาดแคลนแหล่งเงินทุน
หมุนเวยี น แหลง่ เงินกรู้ ะยะยาวที่อตั ราดอกเบ้ียต่าจึงไม่สามารถยดึ อาชีพการเล้ยี งโคเป็นอาชีพหลกั เนื่องจาก
การประกอบอาชีพเล้ียงโคเป็ นอาชีพหลกั ต้องใช้เงินทุนสูง โดยเฉพาะเพ่ือจัดซ้ือโคพันธุ์ดีไว้เล้ียง
นอกจากน้ัน อาหารและยาป้องกนั โรคกม็ ีความจาเป็ นตอ้ งใชท้ ุนสูงเช่นกนั และนอกจากเกษตรกรรายยอ่ ย
แลว้ เกษตรกรรายปานกลางหรือใหญ่เม่อื หาแหลง่ เงินทุนไม่ไดก้ ็ไมส่ ามารถขยายกิจการฟาร์มเล้ียงโคเน้ือได้
และยงั ทาใหก้ ารบริหารจดั การ การเล้ยี งดู การใหอ้ าหาร การป้องกนั โรค และอื่นๆ ไมไ่ ดม้ าตรฐาน หรือได้
มาตรฐานค่อนขา้ งต่า

2. ปัญหาด้านการตลาด ปัญหาท่ีสาคญั ในด้านการตลาดได้แก่
2.1 ตลาดซ้ือ-ขายโค กระบือ ไม่ไดม้ าตรฐาน ไม่มีการซ้ือขายในระบบชง่ั ตวง วดั ตลาด

โดยทว่ั ไปมกั จะเป็นตลาดนดั ต่างๆ พ่อคา้ คนกลางเขา้ ไปหาซ้ือกบั เกษตรกรรายยอ่ ย และนาไปส่งขายต่อ ทา

ใหก้ ารซ้ือขายเป็นไปตามสายตาแต่ละคน ไม่ยตุ ิธรรมต่อเกษตรกร และถา้ เกษตรกรผเู้ ล้ยี งโคท่ีมคี วามจาเป็น
หรือมีขอ้ จากดั เช่น ถึงเวลาตอ้ งใชเ้ งิน หรือมีปัญหาเรื่องเงินจึงจาเป็ นตอ้ งรีบขายโค ทาให้ถูกกดราคา ได้
ราคาต่า และยงิ่ ไปกวา่ น้นั หน่วยงานของรัฐบาลไม่สนใจจดั ต้งั ตลาดเพ่อื การซ้ือขายแลกเปลยี่ นปศสุ ตั วใ์ หเ้ ขา้
ระบบมาตรฐาน มแี หล่งซ้ือขายที่แน่นอน มกี ารจดั การดูแลครบวงจร ไม่ควรปล่อยใหเ้ ป็นเร่ืองส่วนตวั ของ
เอกชนในการต้งั ตลาดของใครของมนั ปลอ่ ยใหเ้ กิดพอ่ คา้ คนกลางที่ไมม่ ีอาชีพเป็นเกษตรกรคอยกดราคาซ้ือ
โคจากเกษตรกรแลว้ นาไปขายใหพ้ อ่ คา้ โคในราคาสูงไดก้ าไรสองต่อ ท้งั จากการซ้ือกดราคาและขายในราคา
สูงเป็นเหตุใหเ้ กษตรกรผเู้ ล้ยี งโคขายโคไดใ้ นราคาที่ต่าไมไ่ ดก้ าไรเท่าท่ีควร

2.2 เกษตรกรรายยอ่ ยขาดการรวมกลุ่มกนั ทาใหม้ ีอานาจต่อรองต่า และไมส่ ามารถควบคุม
การผลิตในปริมาณที่ตอ้ งการได้ ทาใหไ้ ม่สามารถรวบรวมโคในปริมาณมากและส่งเขา้ ตลาดโคเน้ืออยา่ ง
สม่าเสมอ โดยเฉพาะโคขนุ คุณภาพดี การขายโคจึงเป็นในลกั ษณะต่างคนต่างขาย ปัญหาการไม่มีกลุ่มองคก์ ร

หรือหน่วยงานที่เขา้ มาดาเนินงาน เขา้ มารับผิดชอบอยา่ งจริงจงั ทาใหข้ าดการประสานงานกบั หน่วยงาน
อนื่ ๆ ขาดการประชาสมั พนั ธก์ ารบริโภคเน้ือที่เหมาะสมตามคุณภาพใหก้ บั ผบู้ ริโภคเพ่อื ใหไ้ ดร้ ับความมน่ั ใจ
ขาดการเผยแพร่ขอ้ มูลข่าวสารต่างๆ อยา่ งเป็ นระบบให้กบั เกษตรกร ขาดการจดั เกบ็ ขอ้ มูลท่ีถูกตอ้ ง ทาให้
การวางแผนท้งั การผลิตและการตลาดทาไดย้ าก เป็นตน้

2.3 ปัญหาดา้ นคุณภาพของโคเน้ือที่ผลิตไดไ้ มเ่ ป็นท่ียอมรับของต่างชาติ เนื่องจากระบบ
การเล้ียงและการควบคุมโรคไม่ไดม้ าตรฐานสากล ทาใหข้ ายไดเ้ ฉพาะในประเทศ และประเทศเพ่ือนบา้ น
เพียงเลก็ นอ้ ย ตลาดโคเน้ือของไทยจึงมีช่องทางการจดั จาหน่ายท่ีจากดั ซ่ึงปัญหาเหล่าน้ีเกิดจากคุณภาพ
ไม่ไดม้ าตรฐาน ปัญหาโรคระบาด ระบบการผลิตและการแปรรูปยงั ไม่ไดต้ ามมาตรฐานสากลท่ีกาหนด

2.4 ปัญหาที่สาคญั อกี อยา่ งสาหรับโคเน้ือชาแหละกค็ ือราคาตกต่า ขายไม่ไดร้ าคา ซ่ึง
เน่ืองมาจากความตอ้ งการบริโภคโคเน้ือในประเทศเม่ือเทียบกบั ประเทศต่างๆ แลว้ ถือว่าต่ามาก สินคา้ อ่ืนๆ
ที่สามารถทดแทนกนั ได้ เช่น เน้ือสุกร เน้ือไก่ มีราคาต่อกิโลกรัมต่ากว่ามาก เม่ือราคาโคเน้ือปรับตวั สูงข้ึน
ผูบ้ ริโภคก็หนั ไปบริโภคเน้ือสุกรหรือเน้ือไก่แทน นอกจากน้นั ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อราคาเน้ือที่สาคญั ก็
คือ ปัญหาการลกั ลอบนาเขา้ โคมีชีวิตตามแนวชายแดน และการลกั ลอบนาเขา้ เน้ือกล่องแช่แข็งหรือเน้ือโค
เถอ่ื นจากประเทศเวียดนาม อินเดีย เป็นตน้ ซ่ึงมีผลกระทบต่อราคาโคเน้ือในประเทศอยา่ งมาก



ที่มาเน้ือหาหลกั :
สานกั วิจยั เศรษฐกิจการเกษตร สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร
http://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=3&ved=0CCcQFjACahUKEwiC-
JDXguLIAhVMHJQKHQ0SBlQ&url=http%3A%2F%2Fwww.foodfti.com%2FFiles%2FName%2FCON
TENT829177504801.pdf&usg=AFQjCNHnjUXdgVgXueYxIE1b207q5Txojg


Click to View FlipBook Version
Previous Book
Get Best and Affordable Packages for Dubai Holiday
Next Book
หน่วยที่ 1 ระบบความปลอดภัย