โครงงานประเภทสำรวจ 1
นิทานพื้นบ้าน เรื่อง สังข์ทอง
คณะผู้จัดทำ
กวิน นาเมืองรักษ์ ธนกร ฉัตรชมชื่น
กิตติพัศ แสงทามาตย์ ธัชชัย แซ่ตัง
ไคโตะ เมืองแวง
ชยากร กตารัตน์ นาราภูมิ เต็งศิริกุล
ตรีทศพล อินทร์พันธ์ นิฑคุณ กาฬสิงห์
ครูที่ปรึกษา
คุณครูสุรเชษฐ์ วงชนะ
รายงานโครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ภาษาไทย
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
โรงเรียน อุดรพิทยานุกูล
บทคัดย่อ 2
ชื่อโครงงาน : นิทานพื้นบ้านเรื่องสังข์ทอง
ประเภทโครงงานโครงงาน สำรวจรวบรวมข้อมูล
ผู้จัดทำ : เด็กชาย กวิน นาเมืองรักษ์ เด็กชาย ตรีทศพล อินทร์พันธ์
: เด็กชาย กิติพัศ แสงทามาตย์ เด็กชาย ธนกร ฉัตรชมชื่น
เด็กชาย ไคโตะ เมืองแวง เด็กชาย ธัชชัย แซ่ตัง
เด็กชาย ชยากร กตารัตน์ เด็กชาย นาราภูมิ เต็งศิริกุล
เด็กชาย นิฑคุณ กาฬสิงห์
โครงงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อ ศึกษาและเรื่องราวของนิทานสังข์ทอง
มีวิธีการดำเนินการดังนี้ หาเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ 2เว็บ แล้วเปรียบเทียบกัน
ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า รู้เรื่องสังข์ทอง และความเป็นมา
3
คำนำ
โครงงานนี้เป็ นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชา ภาษาไทย
ชั้น ม.1/1 จัดทำขึ้นเพื่อ การศึกษา ค้นคว้า เกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านเรื่องสังฃ์ทอง
คณะผู้จัดทำหวังเป็ นอย่างยิ่งว่า คณะผู้จัดทำที่จัดรายงานโครงงานจะได้
รับความรู้ เรื่องราว ความเป็ นมาของนิทานพื้นบ้านเรื่องสังข์ทอง
คณะผู้จัดทำ 1/1
25 กุมภาพันธ์ 2565
4
กิตติกรรมประกาศ
รายงานโครงงานนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยคณะผู้จัดทำและโปรแกรม Canva จาก
คุณครูสุรเชษฐ์ วงชนะ ครูผู้สอนรายวิชาภาษาไทย
ขอขอบคุณ ครูผู้สอน ผู้ปกครองเเละเพื่อนร่วมชั้น
คุณค่าทั้งหลายที่รับจากรายงานโครงงานฉบับนี้ ได้รู้วิธีการจัดทำรายงานโครงงานและ
เนื้อเรื่องและความเป็นมาของนิทานพื้นบ้าน เรื่องสังข์ทอง
5
สารบัญ 6
7
บทที่ 1 บทนำ 8
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 9
บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา 10
บทที่4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 12
บทที่ 5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ
เนื้อเรื่อง
6
บทที่ 1
บทนำ
ความเป็นมาของการจัดทำโครงงาน เกิดความอยากรู้ในเรื่องราวของนิทานเรื่องนี้
วัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงงาน รู้เรื่องราวของสังข์ทอง
ขอบเขตของการจัดทำโครงงาน
โครงงานนี้จะเกี่ยวกับนิทานเรื่องสังข์ทอง
นิยามศัพท์เฉพาะ ซึ่งสอนถึงอย่ามองคนที่ภายนอก
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ กันดาร หมายถึง ลำบาก แห้งแล้ง
ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
7
บทที่2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ในการจัดทำโครงงานภาษาไทย เกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน เรื่องสังข์ทอง นี้
ผู้จัดทำโครงงานได้ศึกษาเอกสารและจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้
2.1 เนื้อเรื่อง นิทานพื้นบ้านเรื่องสังข์ทอง
2.2 สรุปเนื้อหา เกี่ยวกับนิทานเรื่องสังข์ทอง
2.3 ภาพประกอบ เกี่ยวกับนิทานเรื่องสังข์ทอง
2.4 แอปพลิเคชัน แคนวา(Canva)
บทที่ 3 8
วิธีการดำเนิ นการศึกษา
วัสดุอุปกรณ์:คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ
วิธีการดำเนินการ: ค้นหาในวีดีโอบนเว็บไซต์ยูทูป 3 คลิบแล้วเปรียบเทียบ
กันเรียบเรียงเนื้อเรื่อง และจัดทำโครงงานในแอปพลิเคชัน Canva
บทที่4 9
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
สังข์ทอง ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีลักษณะของละครนอก มีตัวละครที่เป็นรู้จักกันเป็น
อย่างดี คือ เจ้าเงาะซึ่งคือพระสังข์ กับนางรจนา เนื้อเรื่องมีความสนุกสนานและเป็นนิยม จึงมีการนำเนื้อ
เรื่องบางบทที่นิยม ได้แก่ บทพระสังข์ได้นางรจนา เพื่อนำมาประยุกต์เป็นการแสดงชุด รจนาเสี่ยงพวงมาลัย
สังข์ทองเป็นเรื่องที่ได้มาจากสุวรรณสังขชาดก เป็นหนึ่งใน ชาดกพุทธประวัติ เป็นนิทานพื้นบ้านในภาคเหนือ
และภาคใต้โดยที่สถานที่ที่กล่าวถึงเนื้อเรื่องในสังข์ทอง กล่าวคือเล่ากันว่า
เมืองทุ่งยั้งเป็นเมืองท้าวสามล อยู่ในบริเวณใกล้วัดมหาธาตุเนื่องจากมีลานหินเป็นสนามตีคลีของพระ
สังข์
ส่วนในภาคใต้ เชื่อว่าเมืองตะกั่วป่าเป็นเมืองท้าวสามล มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่า "เขาขมังม้า" เนื่องจากเมื่อ
พระสังข์ตีคลีชนะได้ขี่ม้าข้ามภูเขานั้นไป
แต่บางข้อมูลสันนิษฐานว่า สังข์ทอง นั้นได้รับอิทธิพลมาจากนิทานพื้นบ้านของชวา ที่มีเนื้อเรื่องคล้ายกัน ซึ่ง
หอยชนิดที่เป็นหอยสงข์ให้สังข์ทองซ่อนตัวอยู่นั้น คือ หอยสังข์ชนิด Syrinx aruanus ซึ่งเป็นหอยที่พบได้
ในทะเลแถบชวา-มลายู
บทที่ 5 10
สรุปผลและนำเสนอข้อมูล
อภิปรายผล
ในปัจจุบันนิทานพื้นบ้านได้มีความนิยมน้ อยลงอย่าง
ไม่มากเนื่ องจากอิทธิพลของเทคโนโลยีต่างๆที่เข้ามา
คณะผู้จัดทำจึงต้องการจะศึกษา เผยแพร่เรื่องราวของ
นิทานพื้นบ้านเรื่อง สังข์ทอง
ข้อเสนอแนะ
1.ควรหาข้อมูลจากหนังสือ อินเทอร์เน็ตจากหลายแหล่งให้มากขึ้น
2.แล้วมาเทียบกันว่าข้อมูลตรงกันมั้ย
เอกสารอ้างอิง 11
Point of View. 2565. สังข์ทอง. 25 กุมภาพันธ์ 2565. แหล่งที่มา :
https://www.youtube.com/watch?v=A9DoHWmLkH0
https://www.youtube.com/watch?v=25J9wr5vjcM
https://www.youtube.com/watch?v=mRmiqMrF_us
เนื้ อเรื่ อง 12
ณ เมืองยศวิมล ท้าวยศวิมลมีมเหสีชื่อนางจันท์เทวี มีสนมเอกชื่อนางจันทาเทวี ไม่มีโอรสธิดา จึงบวงสรวง
และรักษาศีลห้าเพื่อขอบุตร และประกาศแก่พระมเหสีและนางสนมว่าถ้าใครมีโอรสก็จะมอบเมืองให้ครอง
อยู่มานางจันท์เทวีทรงครรภ์ เทวบุตรจุติมา เป็นพระโอรสของนาง แต่ประสูติมาเป็นหอยสังข์
13
นางจันทาเทวีเกิดความริษยาจึงติดสินบนโหรหลวงให้ทำนายว่าหอยสังข์จะทำให้บ้านเมืองเกิดความหายนะ ท้าวยศ
วิมลหลงเชื่อนางจันทาเทวี จึงจำใจต้องเนรเทศนางจันท์เทวีและหอยสังข์ไปจากเมืองนางจันท์เทวีพาหอยสังข์ไป
อาศัยตายายช่าวไร่ ช่วยงานตายายเป็นเวลา 5 ปี
14
พระโอรสในหอยสังข์แอบออกมาช่วยทำงาน เช่น หุงหาอาหาร ไล่ไก่ไม่ให้จิกข้าว
15
เมื่อนางจันท์เทวีทราบก็ทุบหอยสังข์เสียในเวลาต่อมา พระนางจันทาเทวีได้ไปว่าจ้างแม่เฒ่าสุเมธาให้ช่วยทำเสน่ห์เพื่อที่ท้าวยศ
วิมลจะได้หลงอยู่ในมนต์สะกด และได้ยุยงให้ท้าวยศวิมลไปจับตัวพระสังข์มาประหาร ท้าวยศวิมลจึงมีบัญชาให้จับตัวพระสังข์มา
ถ่วงน้ำ แต่ท้าวภุชงค์(พญานาค) ราชาแห่งเมืองบาดาลก็มาช่วยไว้ และนำไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ก่อนจะส่งให้นางพันธุรัต
เลี้ยงดูต่อไปจนพระสังข์มีอายุได้ 15 ปีบริบูรณ์
16
วันหนึ่ง นางพันธุรัตได้ไปหาอาหาร พระสังข์ได้แอบไปเที่ยวเล่นที่หลังวัง และได้พบกับบ่อเงิน บ่อทอง รูปเงาะ
เกือกทอง(รองเท้าทองนั้นเอง) ไม้พลอง และพระสังข์ก็รู้ความจริงว่านางพันธุรัตเป็นยักษ์ เมื่อพระสังข์พบเข้า
กับโครงกระดูก จึงได้เตรียมแผนการหนีด้วยการกระโดดลงไปชุบตัวในบ่อทอง สวมรูปเงาะ กับเกือกทอง และ
ขโมยไม้พลองเหาะหนีไป เมื่อนางพันธุรัตทราบว่าพระสังข์หนีไป ก็ออกตามหาจนพบพระสังข์อยู่บนเขาลูกหนึ่ง
จึงขอร้องให้พระสังข์ลงมา แต่พระสังข์ก็ไม่ยอม
นางพันธุรัตจึงเขียนมหาจินดามนตร์ที่ใช้เรียกเนื้อเรียกปลาได้ไว้ที่ก้อนหิน ก่อนที่นางจะ 17
อกแตกตาย ซึ่งพระสังข์ได้ลงมาท่องมหาจินดามนตร์จนจำได้ และได้สวมรูปเงาะออกเดินทาง
ต่อไป พระสังข์เดินทางมาถึงเมืองสามล ซึ่งมีท้าวสามลและพระนางมณฑาปกครองเมือง
18
ซึ่งท้าวสามลและพระนางมณฑามีธิดาล้วนถึง 7 พระองค์ โดยเฉพาะ พระธิดาองค์สุดท้อง
ที่ชื่อ รจนา มีสิริโฉมเลิศล้ำกว่าธิดาทุกองค์ จนวันหนึ่ง ท้าวสามลได้จัดให้มีพิธีเสี่ยงมาลัย
เลือกคู่ให้ธิดาทั้งเจ็ด ซึ่งธิดาทั้ง 6 ต่างเสี่ยงมาลัยได้คู่ครองทั้งสิ้น
19
เว้นแต่นางรจนาที่มิได้เลือกเจ้าชายองค์ใดเป็นคู่ครอง ท้าวสามลจึงได้ให้ทหารไปนำตัวพระสังข์ในร่างเจ้า
เงาะซึ่งเป็นชายเพียงคนเดียวที่เหลือในเมืองสามล ซึ่งนางรจนาเห็นรูปทองภายในของเจ้าเงาะ จึงได้
เสี่ยงพวงมาลัยให้เจ้าเงาะ ทำให้ท้าวสามลโกรธมาก เนรเทศนางรจนาไปอยู่ที่กระท่อมปลายนากับเจ้าเงาะ
20
ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระอินทร์ อาสน์ที่ประทับของพระอินทร์เกิดแข็งกระด้าง อันเป็นสัญญาณว่ามีผู้มีบุญกำลังเดือดร้อน จึงส่องทิพยเนตรลงไป
พบเหตุการณ์ในเมืองสามล จึงได้แปลงกายเป็นกษัตริย์เมืองยกทัพไปล้อมเมืองสามล ท้าให้ท้าวสามลออกมาแข่งตีคลีกับพระองค์ หากท้าวสามลแพ้
พระองค์จะยึดเมืองสามลเสีย ท้าวสามลส่งหกเขยไปแข่งตีคลีกับพระอินทร์ แต่ก็แพ้ไม่เป็นท่า จึงจำต้องเรียกเจ้าเงาะให้มาช่วยตีคลี ซึ่งนางรจนาได้
ขอร้องให้สามีช่วยถอดรูปเงาะมาช่วยตีคลี เจ้าเงาะถูกขอร้องจนใจอ่อน และยอมถอดรูปเงาะมาช่วยเมืองสามลตีคลีจนชนะในที่สุด
21
หลังจากเสร็จภารกิจที่เมืองสามลแล้ว พระอินทร์ได้ไปเข้าฝันท้าวยศวิมล และเปิดโปงความชั่วของ
พระนางจันทาเทวี พร้อมกับสั่งให้ท้าวยศวิมลไปรับพระนางจันท์เทวีกับพระสังข์มาอยู่ด้วยกันดัง
เดิม ท้าวยศวิมลจึงยกขบวนเสด็จไปรับพระนางจันท์เทวีกลับมา และพากันเดินทางไปยังเมือง
สามลเมื่อตามหาพระสังข์
22
ท้าวยศวิมลและพระนางจันท์เทวีปลอมตัวเป็นสามัญชนเข้าไปอยู่ในวัง โดย
ท้าวยศวิมลเข้าไปสมัครเป็นช่างสานกระบุง ตะกร้า ส่วนพระนางจันท์เทวี
เข้าไปสมัครเป็นแม่ครัว และในวันหนึ่ง พระนางจันท์เทวีก็ปรุงแกงฟักถวาย
พระสังข์ โดยพระนางจันท์เทวีได้แกะสลักชิ้นฟักเจ็ดชิ้นเป็นเรื่องราวของพระ
สังข์ตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้พระสังข์รู้ว่าพระมารดาตามมาแล้ว จึงมาที่ห้องครัว
และได้พบกับพระมารดาที่พลัดพรากจากกันไปนานอีกครั้ง
23
หลังจากนั้น ท้าวยศวิมล พระนางจันท์เทวี พระสังข์กับนางรจนาได้เดิน
ทางกลับเมืองยศวิมล ท้าวยศวิมลได้สั่งประหารพระนางจันทาเทวี และสละ
ราชสมบัติให้พระสังข์ได้ครองราชย์สืบต่อมา