แนะนำ ท่ำนผพู้ ิพำกษำหวั หนำ้ ศำล
ท่ำนผพู้ ิพำกษำประจำศำลเยำวชน
และครอบครวั จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
สาระสาคญั และความหมายของคาพพิ ากษาตามยอม
นายวริ ิยะ แดงบรรจง ความหมายและความสาคญั ของวนั เขา้ พรรษา
บทความ : พฤติกรรมของพ่อแม่ กบั การเล้ียงดูลูก
ผู้พิพากษาหัวหนา้ ศาลเยาวชนและครอบครัวจงั หวดั สุพรรณบุรี
นางวาสนา พูลโภคา คาพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ
ผูพ้ พิ ากษาหัวหน้าคณะช้นั ต้น สาระน่ารู้
ในศาลเยาวชนและครอบครวั จังหวัดสพุ รรณบรุ ี กระชายขาว ๑๐ สรรพคณุ ท่ีตอ้ งรู้
สมุนไพรตอ้ งมีตดิ บา้ น ชว่ ง โควิด-19
นางสาวณัฏฐกมล ตรงจติ ซื่อสกุล นางสาวณฐั ชยา จงั โส
ผ้พู พิ ากษาศาลเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั สุพรรณบุรี
ผู้พพิ ากษาศาลเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั สพุ รรณบุรี
บุคคลสาคัญฉประจาปกั ษน์ ้ี ๑-๕ ถอ้ ยแถลง
จากบรรณาธิการ
สาระและความหมาย ๖-๘
ของคาพิพากษาตามยอม สวัสดีค่ะ วารสารฉบับน้ี ตรงกับวาระโยกย้ายของข้าราชการท่ัวประเทศ
ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครวั จงั หวัดสพุ รรณบุรี ได้มีผู้บังคับบัญชาย้ายมาดารงตาแหน่ง
บทความ : พฤติกรรมของพอ่ แม่ ท่ีศาลเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี จานวน ๔ ทา่ น ในปักษ์นเ้ี รามีความยินดี
เปน็ อย่างยง่ิ ในการทจ่ี ะให้การต้อนรับ และปฏบิ ัตหิ น้าที่กนั อย่างเต็มกาลังความสามารถ
กับการเลีย้ งดลู กู ๙-๑๐ ภายใตก้ ารบริหารงานของท่านผู้บงั คบั บญั ชาทกุ ท่าน วนั น้บี รรณาธิการขอ ให้ทุก ๆ ทา่ น
ได้รู้จักกับท่านวิริยะ แดงบรรจง ซ่ึงท่านดารงตาแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้น
บทความ : ประวตั วิ นั เขา้ พรรษา ในศาลอาญาตลง่ิ ชัน ย้ายมาดารงตาแหน่งผ้พู ิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครวั
จังหวัดสุพรรณบุรี นางสาววาสนา พูลโภคา นางสาวณัฐกมล ตรงจิตซ่ือสกุล นางสาวณัฐชยา
กจิ กรรมถวายเทยี นพรรษา ๑๑ จงั โส ไดท้ ราบประวตั ิการดารงตาแหนง่ ทสี่ าคัญ ๆ ของทา่ นๆ กันนะคะ ในสว่ นตอ่ มาเรา
ได้รับเกียรติจากนายสท้าน คล้ายสุบรรณนิติกรชานาญการพิเศษหัวหน้ากลุ่มงานไกล่เกล่ียและ
สาระนา่ รู้ : กระชายขาว ๑๐ สรรพคุณ ประนอมข้อพิพาท มาอธิบายเรื่องการทาสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา
ทตี่ ้องรู้ ๑๒-๑๓ 138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และหลักเกณฑ์ของการทาสัญญา
ประนปี ระนอมยอมความและคาพิพากษาตามยอมให้ทุกทา่ นไดเ้ ข้าใจกอ่ นทจี่ ะทาสญั ญา
กิจกรรม -โครงการ ๑๔-๑๖ กันค่ะ บทความต่อมา นางกุลวดี หงส์โต เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชานาญการ ได้นา
เมษายน- มถิ ุนายน หัวข้อพฤติกรรมของพ่อแม่ กับการเล้ียงดูลูก ของมูลนิธิสถาบันการศึกษานโยบาย
สาธารณะ มาเลา่ ให้ทกุ ทา่ นได้ฟังถึงวิวัฒนาการของโครงสร้างของครอบครัวในยคุ ต่าง ๆ
คาพพิ ากษาศาลฎีกาทนี่ า่ สนใจ : ๑๗-๑๘ และการศึกษาของทีมมหาวิทยาลยั มหิดลเก่ียวกับความสัมพันธแ์ บบใหมข่ องการใช้ชีวติ
ฎีกาท่ี ๕๙๑/๒๕๖๓ ร่วมกัน จนมาถึงการเปล่ยี นแปลงโครงสร้างของครอบครัวไทย ในปักษ์น้ีเป็นเดือนที่ตรง
การรับบตุ รบญุ ธรรม กับวันสาคัญทางพุทธศาสนา นางรัชภรณ์ อิ่มใจ เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชานาญการ
ได้นำประวัติควำมเป็นมำและควำมสำคัญวันเข้ำพรรษำ กิจกรรมถวำยเทียนพรรษำ
สาระทา้ ยเลม่ ๑๙ ให้พวกเรำไม่หลงลืมกัน ช่วงสถำนกำรณ์ COVID-19 นางสุกัญญา โชติวัฒนานนท์
เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชานาญการ ขอนาสาระน่ารู้เก่ียวกับสมุนไพร กระชายขาว :
คณะทำงำน 10 สรรพคุณทตี่ ้องรู้ และขอ้ ควรระวงั จากน้ัน บรรณาธิการขอประชาสัมพันธก์ ิจกรรม-
โครงการของศาลเยาวชนฯ ที่ได้ดาเนินการเสร็จสิ้นบรรลุตามวัตถุประสงค์แล้วมาให้
บรรณำธิกำร : นำงสำวเปรมฤดี หำวตั ร ทุกท่านได้ทราบ สิ่งท่ีจะขาดไม่ไดใ้ นเล่มคือ คาพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ ปักษ์น้ีเราขอนา
ผู้ช่วยบรรณำธกิ ำร : นำงสำวอรพรรณ ออ่ นเจรญิ คาพิพากษาฎีกาท่ี 591/2563 เก่ียวกับ ความสมบูรณ์ของการรับบุตรบุญธรรม
คณะทำงำน : นำงรุจริ ำ พินิจพำนิชย์ ตามกฎหมายมาเป็นข้อเตือนใจท่านผู้อ่านว่าถา้ ท่านไมก่ ระทาใหค้ รบกระบวนการตามที่
กฎหมายกาหนดไว้ท่านอาจเสียสิทธิทางกฎหมายได้ ซึ่งเป็นข้อสาคัญอย่างย่ิงท่ีและ
นำยสท้ำน คล้ำยสบุ รรณ ไม่ควรละเลย ดังเช่นคาพิพากษาฎีกาน้ี ซ่ึงคัดโดยนางสาวอรพรรณ อ่อนเจริญ
นำงจันทรำ วงษถ์ ำวรเรอื ง นิติกรชานาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานบริการประชาชนและประชาสัมพันธ์ ค่ะ
นำงสำวนันทวัน ศรนี ุย้ บรรณาธิการขอนาสาระน่ารู้ของนางสาวอัญมณี หล้าหนัก นักจิตวิทยาปฏิบัติการ
นำงสุกญั ญำ โชตวิ ฒั นำนนท์ มาให้ผ่อนคลายในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ซ่ึงประชาชน คู่ความ ทม่ี าตดิ ตอ่ ราชการ
นำงสำวอรพรรณ อ่อนเจรญิ (พสิ ูจนอ์ ักษร) ศาลต่างประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ประกอบกับต้องทาตามมาตรการของรัฐที่ให้
นำงสำวรชั ตำ มณีรัตน์ (ออกแบบ) ปิดสถานประกอบการ หยุดเชื้อเพื่อชาติจึงขอนา “5 วิธีพลิกชีวิตให้ รวย” มาเป็น
นำยจิรพฒั น์ ลิ้มพิพฒั น์ธน (ประสำนงำน) แนวคิดเป็นกาลังใจให้ท่านผู้อา่ น และมุมขาขนั มาให้ท่านผูอ้ า่ นได้ผอ่ นคลาย กันค่ะ
บรรณาธกิ าร
บคุ คลสำคญั ประจำปักษ์นี้
ประวัติการศึกษา - นติ ศิ าสตรบณั ฑิต
มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง
- เนติบัณฑติ สานักอบรม
ศึกษากฎหมายแหง่
เนติบัณฑติ ยสภา
ประวัติการดารงตาแหน่งท่สี าคญั
- ผชู้ ่วยผพู้ ิพากษา
- ผพู้ ิพากษาศาลจงั หวดั นราธวิ าส
นายวิริยะ แดงบรรจง - ผู้พพิ ากษาศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้พิพากษาหจวั งั หหนวา้ัดศสาพุ ลรเยรณาวบชรุ นี และครอบ-เ-คยราัววชนผผแพูพู้้ ลิพพิ ะาาคกกรษษอาาบศศคาารลลัวจจังังหหววดััดปปตัระตจาวนบี คีรขี ันธแ์ ผนกคดี
- ผู้พพิ ากษาศาลจงั หวัดสระบรุ ี
- ผู้พิพากษาศาลจังหวดั นครปฐม
- ผพู้ พิ ากษาศาลจังหวดั นราธวิ าส
- ผพู้ พิ ากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลแขวงดุสิต
- ผพู้ พิ ากษาหัวหน้าคณะชัน้ ตน้ ในศาลจงั หวดั
สมทุ รสาคร
- ผพู้ ิพากษาหัวหนา้ คณะชั้นตน้ ในศาลจังหวัดตลิ่งชัน
- ผู้พพิ ากษาหวั หน้าคณะชั้นต้นในศาลแพง่ ตล่งิ ชนั
- ผู้พพิ ากษาหวั หนา้ คณะช้นั ต้นในศาลอาญาตลง่ิ ชัน
- ผูพ้ ิพากษาหัวหนา้ ศาลเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั
สพุ รรณบรุ ี (ปัจจบุ นั )
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดอื น เมษายน – มถิ ุนายน 2564 : 1
ประวตั ิ
เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช จบนิติศาสตรบัณฑิตจาก
มหาวิทยาลัยรามคาแหง เป็นผ้ชู ว่ ยผู้พพิ ากษาร่นุ ๔๓ ปฏิบัติหนา้ ที่คร้งั แรก
ที่ศาลจังหวัดนราธิวาส เคยปฏิบัติงานเก่ียวกับเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี ๒๕๕๑ ถึง
๒๕๕๓ ก่อนที่ย้ายมาได้ดารงตาแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะช้ันต้นใน
ศาลอาญาตล่ิงชัน แล้วจึงย้ายมาดารงตาแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล
เยาวชนและครอบครัวจังหวดั สพุ รรณบุรี ในวาระ ๑ เมษายน ๒๕๖๔
นโยบาย หลักการทางาน
คือ ร่วมกันทางานอย่างมคี วามสขุ และ
ผมเน้นให้บุคลากรภายในองค์กร สนุกกับงาน โดยคานึงถึงประโยชน์ของเด็ก
ทางานอย่างมีความสุข แต่รวดเร็ว เพื่อ เยาวชนผู้มอี รรถคดแี ละสงั คมโดยรวม
แก้ปัญหาเสริมสร้างและพัฒนาเด็ก เยาวชน
ครอบครัวและสังคมอย่างต่อเน่ือง โดยชาว คตใิ นการทางาน
ศาลเยาวชนและครอบครัวจงั หวดั สุพรรณบุรี ทางานให้ง่าย และสนุกกับงาน แต่ยังคงดารง
พ ร้ อ ม จ ะ ท างานสนองนโยบายท่ านประธาน ไว้ซ่ึงความยุติธรรม บุคลากรในศาลเยาวชน
ศาลฎีกา ท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชน และครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี ทางานเป็น
แล ะ คร อ บครั วกล าง แล ะ ท่านอ ธิ บดี น้าหน่ึงใจเดียวกัน เพ่ือประโยชน์แก่ผู้มีอรรถคดี
ผพู้ ิพากษาภาค ๗ และสังคม และต้องดูแลสุขภาพของตนเอง
เพราะเหตุว่า หากเราจะดูแลบุคคลอ่ืนได้เรา
ต้องดูแลตนเองก่อนโดยเฉพาะ เน่ืองจาก
สมองที่ดีย่อมอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงด้วย
ต้องกายพร้อม ใจพร้อม จึงจะทาการงาน
ตา่ ง ๆ ได้ดแี ละรวดเรว็
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดอื น เมษายน – มถิ ุนายน 2564 : 2
นางวาสนา พูลโภคา
ผู้พิพากษาหัวหนา้ คณะชน้ั ตน้
ในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสพุ รรณบุรี
ประวตั ิการศึกษา
- นิติศาสตรบัณฑติ มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง
- เนตบิ ัณฑติ สานกั อบรมศึกษากฎหมาย
แหง่ เนติบัณฑติ ยสภา
ประวัติการดารงตาแหนง่ ท่สี าคญั
- ผู้ชว่ ยผพู้ ิพากษา
- ผพู้ พิ ากษาประจาศาล ช่วยทางานชว่ั คราว
ในตาแหน่งผพู้ พิ ากษาศาลแพง่ ธนบรุ ี
- ผูพ้ ิพากษาศาลจังหวดั นราธวิ าสแผนกคดีเยาวชน
และครอบครวั
- ผู้พพิ ากษาศาลจังหวัดกาญจนบุรี
- ผพู้ พิ ากษาศาลจังหวดั สพุ รรณบรุ ี
- ผู้พพิ ากษาศาลจงั หวัดนครปฐม
- ผู้พพิ ากษาหวั หนา้ คณะช้ันตน้ ในศาลจงั หวัด
พระนครศรีอยุธยา
- ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะช้ันตน้ ในศาลเยาวชน
และครอบครวั จังหวดั สุพรรณบุรี (ปัจจุบัน)
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดอื น เมษายน – มถิ นุ ายน 2564 : 3
ประวัติ นางสาวณัฏฐกมล ตรงจิตซื่อสกุล
การศกึ ษา
ผู้พพิ ากษาศาลเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั สุพรรณบุรี
นติ ศิ าสตรบัณฑติ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
เนติบัณฑิต สานักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนตบิ ณั ฑติ ยสภา
- ผู้ชว่ ยผพู้ พิ ากษา ประวตั ิการดารง
- ผพู้ ิพากษาศาลแพ่ง ตาแหน่งท่สี าคญั
- ผู้พพิ ากษาประจาศาล
ชว่ ยทางานชัว่ คราวในตาแหน่ง
ผู้พพิ ากษาประจากองผชู้ ่วย
ศาลฎกี า
- ผู้พิพากษาศาลจังหวดั นนทบรุ ี
- ผู้พพิ ากษาศาลจงั หวัดบงึ กาฬ
- ผู้พิพากษาศาลจงั หวดั ยโสธร
- ผู้พพิ ากษาศาลเยาวชนและ
ครอบครวั จังหวดั ศรีสะเกษ
- ผพู้ พิ ากษาศาลเยาวชนและ
ครอบครวั จังหวัดสพุ รรณบรุ ี
(ปจั จุบัน)
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดือนเมษายน – มถิ นุ ายน 2564 : 4
นางสาวณฐั ชยา จงั โส
ผ้พู ิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวดั สุพรรณบุรี
ประวัต-ิกาสเรนภศตาบิกึ ณั ษฑาิต สานกั อบรมศึกษากฎหมายแห่งเนตบิ ณั ฑิตย
นิติศาสตรบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช
เนตบิ ัณฑติ สานักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนตบิ ณั ฑิตยสภา
ประวัติการดารงตาแหน่งท่สี าคัญ
- ผชู้ ่วยผูพ้ พิ ากษา
- ผพู้ ิพากษาศาลอาญา
- ผพู้ ิพากษาประจาศาล ชว่ ยทางานช่ัวคราวใน
ตาแหนง่ ผ้พู พิ ากษาประจากองผูช้ ่วยศาลอุทธรณ์
- ผพู้ ิพากษาศาลแพ่ง
- ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสงขลา
- ผู้พพิ ากษาศาลจังหวัดชยั นาท
- ผพู้ ิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวดั
สุพรรณบุรี (ปจั จบุ ัน)
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดือนเมษายน – มิถุนายน 2564 : 5
คำพพิ ำกษำตำมยอม
มาตรา 138 บัญญัติว่า ในคดีท่ีคู่ความตกลงกัน นายสท้าน คล้ายสบุ รรณ
หรือประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดี นิติกรชานาญการพิเศษ
โดยมิได้มีการถอนคาฟ้องน้ัน และข้อตกลงหรือ
การประนีประนอมยอมความกันน้ันไม่เป็นการฝ่าฝืน ซึ่งหากศาลพิพากษาตามยอม ถ้าต่อมาคู่ความฝ่ายใด
ต่อกฎหมาย ให้ศาลจดรายงานพิสดารแสดงข้อความแห่ง ฝ่ายหนึ่งประพฤติผิดสัญญาดังกล่าว คู่ความอีกฝ่าย
ข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความเหล่าน้ันไว้แล้ว หนึ่งสามารถบังคับคดีในคดีเดิมได้อันแตกต่างจาก
พพิ ากษาไปตามนัน้ เรอ่ื งการถอนฟ้องซ่ึงถ้ามีการผดิ ข้อตกลงที่เป็นเหตุให้
มีการถอนฟ้อง คู่ความจะไม่สามารถบังคับคดีในคดี
ห้ า ม มิ ใ ห้ อุ ท ธ ร ณ์ ค า พิ พ า ก ษ า เ ช่ น ว่ า น้ี เดิมได้ เพราะไม่มีคาพิพากษาท่ีจะให้บังคับคดีได้
เว้นแตใ่ นเหตตุ ่อไปนี้ คู่ความอาจต้องใช้วิธีนาคดีไปฟ้องใหม่ภายใต้เง่ือนไข
ในเรื่องการถอนฟ้องว่าจะฟ้องได้หรือไม่เพียงใด
(1) เมื่อมีข้อกล่าวอ้างวา่ คคู่ วามฝา่ ยใด ตัวอย่างของการทาสัญญาประนีประนอมยอมความ
เพื่อให้ศาลพิพากษาตามยอมเช่นกรณีที่โจทก์ฟ้อง
ฝ่ายหนง่ึ ฉ้อฉล ขอให้จาเลยชาระหน้ีเงิน จาเลยยอมที่จะชาระหนี้ให้
(2) เม่ือคาพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่าเป็น แต่ขอผ่อนชาระเป็นงวด ๆ เช่นน้ี คู่ความอาจทา
สัญญาประนีประนอมยอมความกันเพื่อให้พิพากษา
การละเมิดต่อบทบัญญตั แิ หง่ กฎหมาย อันเก่ียวดว้ ย ตามยอม หากต่อมาจาเลยผิดนัดไม่ชาระหนี้ให้โจทก์
ความสงบเรยี บรอ้ ยของประชาชน ต า ม สั ญ ญ า โ จ ท ก์ ย่ อ ม ด า เ นิ น ก า ร บั ง คั บ ค ดี ไ ป
ในคดีเดมิ ไดเ้ ลย
(3) เม่ือคาพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่ามิได้
เป็นไปตามขอ้ ตกลงหรอื การประนปี ระนอมยอมความ หลกั เกณฑข์ องการทาสญั ญาประนีประนอม
ยอมความและคาพิพากษาตามยอม ตามมาตรา
ถ้าคู่ความตกลงกันเพียงแต่ให้เสนอคดีต่อ 138 วรรคหน่งึ คือ
อนญุ าโตตลุ าการ ให้นาบทบัญญตั แิ ห่งประมวลกฎหมายนี้
วา่ ดว้ ยอนญุ าโตตลุ าการมาใช้บงั คบั
มาตรานี้แยกเป็น 2 กรณี คือคู่ความตกลง
กันประการหน่ึง และคู่ความประนีประนอมยอมความกัน
อีกประการหน่ึง ทั้งจะต้องเป็นกรณีท่ีมิได้มีการถอน
คาฟ้องเพราะถ้าเป็นการถอนคาฟอ้ ง ศาลจะต้องจาหน่าย
คดีออกจากสารบบความตามมาตรา 132 (1) แต่มาตรา
138 น้ีเป็นเรื่องศาลมีคาพิพากษาเพราะคู่ความตกลง
กันหรือประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดี
โดยเฉพาะในกรณีที่คู่ความทาสัญญาประนีประนอม
ยอมความกัน
วารสารศาลเยาวชนฯประจาเดอื นเมษายน – มิถนุ ายน 2564 : 6
(1) การประนีประนอมยอมความกันซ่ึงศาล (4) คาพิพากษาตามยอมตามมาตรา 138
จะพิพากษาตามยอมได้ ศาลจะต้อง รับฟ้องคดีน้ัน ไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 142 ที่ห้าม
แล้ว ถ้าศาลยังมิได้มีคาสั่งให้รับฟ้องโจทก์ หาก พิพากษาเกินคาขอหรือนอกจากที่ปรากฏในคาฟ้อง
พิพากษาตามยอมไปถือเป็นกระบวนพิจารณาท่ีผิด เพราะคาพิพากษาตามยอมมิใช่เป็นการวินิจฉัยช้ีขาด
ระเบียบตามมาตรา 27 นอกจากนี้หากคู่ความทา ข้อพิพาทอย่างธรรมดา เพียงแต่ข้อตกลงตามสัญญา
สัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาล ประนีประนอมยอมความนั้น ต้องเกี่ยวพันกับ
พิพากษาตามยอมก่อนท่ีโจทก์จะเสียค่าขึ้นศาลให้ ประเด็นแห่งคดีหรือเกี่ยวเน่ืองกับประเด็นแห่งคดี
ถู ก ต้ อ งค ร บ ถ้ ว น ก็ ถื อ เ ป็ น ก ร ะ บ ว น พิ จ า ร ณ า ท่ี ผิ ด ศาลก็พพิ ากษาตามยอมใหไ้ ด้
ระเบียบเช่นกันศาลอุทธรณ์หรือ ศาลฎีกาต้องสั่งให้
ศาลช้นั ต้นดาเนินการใหถ้ ูกตอ้ ง (5) คาพิพากษาตามยอมมีผลผูกพันคู่ความ
ตามประมวลประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความแพ่ง
(2) สัญญาประนีประนอมยอมความตาม มาตรา 145 แต่ไม่ผูกพันบุคคลภายนอก และ
มาตรา 138 นี้ เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ คู่ความท่ีถูกผูกพันโดยคาพิพากษาตามยอมจะมา
ที่กระทาต่อหน้าศาล และคู่ความท่ีทาสัญญา ขอให้
ประนีประนอมยอมความต้องลงช่ือในสัญญาด้วย เพิกถอนคาพพิ ากษาตามยอมไมไ่ ด้
หากยังไม่ลงช่ือไม่ถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอม
ยอมความ คู่ความท่ีลงช่ืออาจเป็นตัวความเอง (6) ศาลไม่อาจพิพากษายอมให้ได้หาก
ผู้รับมอบอานาจหรือทนายความในกรณีที่หนังสือ ข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความน้ัน ฝ่าฝืน
มอบอานาจหรือใบแต่งทนายความระบุให้ผู้รับมอบ ตอ่ กฎหมาย ขัดตอ่ คาสั่งศาลในคดอี นื่ หรอื ขัดกบั
อ า น า จ ห รื อ ท น า ย ค ว า ม มี อ า น า จ ท า สั ญ ญ า ข้อต่อสจู้ าเลยอน่ื
(7) เมอ่ื ศาลพพิ ากษาตามยอม หากคู่ความไป
ทาข้อตกลงขึ้นใหม่โดยไม่ได้กระทาต่อหน้าศาล ศาล
ประนีประนอมยอมความได้ ไม่รับรู้ข้อเท็จจริงดังกล่าว หากคู่ความไม่ปฏิบัติตาม
อนึ่ง การท่ีศาลบันทึกข้อตกลงของคู่ความไว้ ข้อตกลงใหม่ คู่ความก็ต้องผูกพันตามคาพิพากษา
ใ น ร า ย ง า น ก ร ะ บ ว น พิ จ า ร ณ า ก็ เ ป็ น สั ญ ญ า ตามยอมทีท่ าไว้เดมิ
ประนีประนอมยอมความได้ (8) สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาล
(3) ต้องเป็นการประนีประนอมยอมความกัน พิ พ า ก ษ า ต า ม ย อ ม แ ล้ ว ถื อ เ ป็ น ส่ ว น ห น่ึ ง ข อ ง
คาพพิ ากษาตามยอม การแก้ไขสัญญาประนปี ระนอม
ในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนคาฟ้อง หากนา ยอมความจึงสามารถแก้ไขได้โดยหลักเดียวกับการ
เร่ืองอื่นท่ีไม่เก่ียวกับประเด็นแห่งคดีมาทาสัญญา แก้ไขคาพิพากษาทั้งนี้ ตามมาตรา 143 คือจะแก้ไข
ประนีประนอมยอมความ คาพิพากษาตามยอมย่อม ได้ต่อเมื่อเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลง
ไม่ชอบ อนึ่ง สาหรับข้อตกลงที่มีผลให้ประเด็นแห่ง เลก็ นอ้ ย
คดีเสร็จไปเพียงบางข้อ ศาลยังต้องพิจารณา
ข้อเท็จจริงในสานวนแล้ววินิจฉัยประเด็นอื่นอีก ศาล
ก็ไม่อาจพิพากษาตามยอมใหไ้ ดเ้ ชน่ กนั
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดอื นเมษายน – มิถนุ ายน 2564 : 7
(9) การทาสัญญาประนีประนอมยอมความ (13) กรณีคู่ความตกลงประนีประนอมยอม
เพ่ือให้ศาลพิพากษาตามยอมน้ันสามารถทาได้ทุก ความกัน โดยบุคคลภายนอกวางหลักทรัพย์ต่อโจทก์ให้
ชั้นศาล และคาพิพากษาตามยอมในศาลสูงมีผลทาให้ ยึด ถื อไ ว้ เ ป็ นป ร ะกั นก า ร ช า ร ะ ห นี้ ข อ ง จ า เ ล ย
คาพิพากษาของศาลล่างถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยคา ศาลพิพากษาตามยอม เม่ือจาเลยผิดนัดชาระหน้ี
พพิ ากษาตามยอมดงั กลา่ ว แ ล ะ โ จ ท ก์ จ ะ บั ง คั บ ค ดี แ ก่ บุ ค ค ล ภ า ย น อ ก
หากบุคคลภายนอกเห็นว่าการบังคับคดีตามสัญญา
(10) ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความ ป ร ะ นี ป ร ะ น อ ม ย อ ม ค ว า ม ไ ม่ ช อ บ ด้ ว ย ก ฎ ห ม า ย
ย่อมทาให้การเรียกร้องซึ่งแต่ละฝ่ายได้ยอมสละนั้น บุคคลภายนอกต้องดาเนินกระบวนพิจารณาในคดีเดิม
ระงับสิ้นผลไปและทาให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามท่ีแสดง จะฟ้องเปน็ คดใี หม่ไม่ได้
ในสัญญานั้นว่าเป็นของตนตามประมวลกฎหมายแพ่ง
พาณิชย์ มาตรา 850 และ 852 หากมีการผิดสัญญา (14) คาพิพากษาตามยอมไม่อาจนาไปใช้ใน
ประนีประนอมยอมความ คู่ความมีสิทธิเพียงขอให้ คดีอาญา แม้ว่าคดีน้ันจะเป็นคดีเกี่ยวกับความผิดอัน
บังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่าน้ัน ยอมความได้
จะขอให้บังคับตามคาฟ้องซึ่งไม่ได้ระบุเป็นข้อสัญญาไว้
ในสัญญาประนปี ระนอมยอมความไม่ได้ (15) คาพพิ ากษาตามยอมที่ให้โอนกรรมสิทธ์ิใน
ทรัพย์สิน ไม่ใช่คาพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธ์ิแห่ง
(11) คดีท่ีศาลมีคาพิพากษาตามยอมและคดีถึง ทรัพย์สินอันจะใช้ยันบุคคลภายนอกได้ตามประมวล
ที่สุดแล้ว หากคู่ความไม่ปฏิบัติตามคาพิพากษา โจทก์ กฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความแพ่ง มาตรา 145 (2)
จะมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ขอให้จาเลยปฏิบัติตาม
คาพพิ ากษาไม่ได้ เพราะเปน็ การฟอ้ งซา้ (16) คาพิพากษาตามยอมอาจถือเป็นสัญญา
เ พื่ อ ป ร ะ โ ย ช น์ ข อ ง บุ ค ค ล ภ า ย น อ ก ต า ม ป ร ะ ม ว ล
(12) คดีที่ศาลมีคาพิพากษาตามยอม ถือว่ามี กฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา 374 ได้
การประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดีแล้ว
หากนาเร่ืองเดียวกันมาฟอ้ งอกี อาจเปน็ การฟ้องซ้าหรือ (17) การตกลงค่าทนายความในสัญญา
ดาเนินกระบวนพิจารณาซา้ ประนีประนอมยอมความ ไม่จาต้องถือตามบัญชีอัตรา
ค่าทนายความตาราง 6 ท้ายประมวลกฎหมายวิธี
พิจารณาความแพ่ง เพราะมิใช่เรื่องท่ีศาลกาหนด
ค่าทนายความให้ฝา่ ยแพค้ ดใี ช้แทน
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดอื นเมษายน – มิถนุ ายน 2564 : 8
บทควำม : พฤติกรรมของพ่อแม่ กบั กำรเล้ ยี งดูลูก
มงิ่ สรรพ์ ขำวสอำด
มลู นิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ
Alvin Toffler ( 1980) นั ก พ ย า ก ร ณ์ นางกุลวดี หงษ์โต
อนาคตเจ้าของผลงานท่ีมีชื่อเสียงคือหนังสือชื่อ เจ้าพนักงานศาลยุตธิ รรมชานาญการ
คล่ืนลูกท่ี 3 (The Third Wave) ได้กล่าวถึงผลที่ ก่ อ น ท่ี จ ะ อ ยู่ ด้ ว ย กั น อ ย่ า ง ถ า ว ร ห รื อ
สมรส ท่ีเรียกว่าหรืออาจเป็นความจาเป็นท่ี
จะเกิดข้ึนเมื่อโลกเปล่ียนจากยุคเกษตรกรรม(คล่ืน จะต้องอยู่แยกกัน เนื่องจากความจาเป็นที่
จะต้องดูแลผู้สูงอายุหรือเด็กหรือความจาเป็น
ลูกที่ 1) ยุคอุตสาหกรรม(คล่ืนลูกที่ 2) มาสู่ยุค ทางเศรษฐกจิ และการงาน
การปฏิวัติทางด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และ ยิ่งไปกว่าน้ี ใน 2 ปีข้างหน้า ประเทศ
ไทยก็จะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ คือ
สารสนเทศ(คลื่นลูกท่ี 3) ว่าสังคมจะแยกย่อยมี มีประชากรอายุ 60 ปีข้ึนไป เกินร้อยละ 20
ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุจะอยู่คนเดียว
ความหลากหลายสูง บ้านกลับมาเป็นศูนย์กลางของ มากขึ้น เพราะไม่สมรส ไม่มีบุตร ไม่อยู่ร่วมบ้าน
กับบตุ ร เป็นม่ายหรอื อยู่ในกลุ่ม LAT ครัวเรือนที่
ชีวิต ครอบครัวจะมีรูปแบบท่ีหลากหลาย เช่น สมบูรณจ์ ึงมแี นวโน้มลดลงอย่างต่อเน่ือง
ครอบครัวระหว่างพ่อม่ายกับแม่ม่ายท่ีมีลูกติด ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง
ครอบครัวไทยเกิดจากค่านิยมเกี่ยวกับการสร้าง
ท้ังสองฝ่าย ครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเด่ียว ครอบครัว ครอบครัวซึ่งมีปัจจัยเชิงสาเหตุจากเศรษฐกิจ
เช่น ต้นทุนค่าครองชีพท่ีสูงขึ้น ต้นทุนการศึกษา
ขยาย ครอบครัวที่ไม่จดทะเบียนสมรส และ ที่สูงข้ึน ปัจจัยทางสังคม ค่านิยมตามกระแส
โลกาภิวัฒน์ ทาให้ขนาดท่ีอยู่อาศัยเล็กลง
ครอบครัวรักร่วมเพศ มาถึงวันนี้ ส่ิงท่ี Toffler พูด การจากัดจานวนลูก การใช้ชีวิตอย่างอิสระ นิยม
เช่าที่อยู่อาศัย ไม่คิดมีอสังหาริมทรัพย์ ไม่คิด
ถงึ กไ็ ดเ้ กิดขึ้นแลว้ ในประเทศไทยแลว้ ไมม่ ากกน็ อ้ ย แตง่ งานและคดิ จะมีลกู เพราะเปน็ ภาระ
การศึกษาของทีมมหาวิทยาลัยมหิดล นา
โดย ดร.ภูเบศร์ สมทุ รจกั ร พบวา่ สว่ นใหญค่ รอบครัว
จะมขี นาดเล็กลง ครอบครัวท่อี ยูค่ นเดยี วมากขนึ้ คอื
ผู้สูงอายุท่ีอยู่คนเดียวและคนหนุ่มสาวในวัยทางาน
เนื่องจากคนรุ่นใหม่เลือกท่ีจะไม่แต่งงาน หรือ
แต่งงานโดยไม่มีลูก นอกจากนี้ ยังมีครอบครัวแบบ
ใหม่ท่ีเป็นครอบครัวเดียวกันที่แยกกันอยู่ (Living
Apart Together: LAT) เป็นความสัมพันธ์แบบใหม่
ของการใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ไม่อาศัยอยู่ด้วยกัน
ความสัมพันธ์เช่นนี้อาจเปน็ ความสัมพนั ธ์แบบสมคั ร
ใจทีอ่ ยู่ในช่วงเปลีย่ นผา่ น “คบกันแต่แยกกนั อยู่”
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดอื นเมษายน – มิถนุ ายน 2564 : 9
จากการศึกษาของดร.อรณุ ี อินทรไพโรจน์ 1. นิยามทางการของครอบครัว
ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของผู้หญิงท่ีทา ในปัจจุบันเร่ิมไม่ครอบคลุมและสอดคล้องกับ
ใหเ้ ปลยี่ นแปลงโครงสร้างครอบครัว ได้แก่ ผ้หู ญิง สถานการณ์เป็นจริง นิยามของครอบครัวของ
ต้องออกเรือนและพ่ึงพาสามี ผู้หญิงแต่งงานแล้ว ราชบัณฑิตยสถาน (2554) หมายถึง สถาบัน
ต้องมีลูก และยึดติดกับทะเบียนสมรส การศึกษา พื้นฐานสังคมท่ีประกอบด้วย สามี ภรรยา และ
ทาให้ผู้หญิงมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น มีการ หมายความรวมถึงลูกด้วย สว่ นในยุทธศาสตร์ของ
ลงทุน มีรายได้เอง เห็นทะเบียนสมรสเป็น ชาติ หมายถึง บุคคลต้ังแต่สองคนข้ึนไปที่ใช้ชีวิต
อุปสรรคในการทานิติกรรม ไม่พึ่งพิงการมีคู่ ร่วมกันฉันสามีภรรยา หรือมีความผูกพันทาง
ตัดสินใจท่ีจะหย่าร้างได้ง่ายขึ้นหรือแม้แต่จะ สายโลหิต หรือทางกฎหมายเก่ียวดองเป็นญาติ
ชะลอการมีคู่ เพ่ือให้อยู่ในตลาดแรงงานได้นาน ซ่งึ สมาชกิ ในครอบครัวต่างมีบทบาทต่างกันและมี
ข้ึน แนวโน้มการแต่งงานลดลง การหย่าร้างทาให้ ความสัมพันธ์ท่ีเกื้อกูลกัน แต่ในอนาคตอาจจะมี
เกิดจานวนครัวเรือนพ่อหรือแม่เล้ียงเด่ียวมากขึ้น ครอบครัวมีคนอยู่คนเดียวจานวนมาก การศึกษา
การเปล่ียนแปลงโครงสร้างที่มีครอบครัวอยู่คน ของมหาวิทยาลัยมหิดลเสนอว่า นิยามครอบครัว
เดียวมีมากขึ้น ทาให้เกิดนัยยะทางนโยบายและ แบบด้ังเดิมไม่ตอบโจทย์สภาพสังคมในปัจจุบัน
ทางสงั คมท่ีสาคญั 2 ประการ คือ ควรจะมีการนิยาม “ครอบครัว” ใหม่ ซึ่งจะช่วย
ให้การออกกฎหมายหรือการดาเนินนโยบายและ
วางแผนของรัฐสามารถรองรับความหลากหลาย
ได้มากขึ้น และตอบโจทย์ความต้องการของ
ประชาชนในอนาคตทม่ี วี ิถีชวี ิตในรูปแบบท่ีต่างไป
จากเดมิ มากขนึ้
2. ปัญหาของครอบครัวไม่พร้อมหน้า
แ ล ะ ค ร อ บ ค รั ว พ่ อ ห รื อ แ ม่ เ ลี้ ย ง เ ดี่ ย ว
มีผลกระทบต่อชีวิตและคุณภาพชีวิตของเด็กไทย
ท้ังในปัจจุบันและในอนาคต ข้อมูลจากกฤตภาค
หนังสือพิมพ์ย้อนหลัง 10 ปี พบว่าบ้านเป็น
สถานท่ีท่ีเก่ียวข้องกับการตายมากท่ีสุด ผู้ฆ่าตัวตาย
ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน วัยรุ่น วัยทางาน และเด็ก
ตามลาดับ บุคคลท่ีเป็นสาเหตุให้ฆ่าตัวตายเป็น
แม่มากท่ีสุด รองลงมาเป็นพ่อกับแม่ พ่อแม่ที่คิด
ว่าลูกสมัยนี้เลี้ยงยากขึ้น ลองย้อนพินิจคิดถึง
พฤตกิ รรมของตัวเองบ้างก็จะดีนะคะ
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดอื นเมษายน – มถิ ุนายน 2564 : 10
วนั เขา้ พรรษา 2564 ประวัติความเปน็ มา และ
ความสาคัญวันเข้าพรรษา ที่พระสงฆ์เถรวาทจะ
อธิษฐานว่าจะพักประจาอยู่ ณ ที่ใดท่ีหนึ่งตลอด
ระยะเวลาฤดฝู นที่มีกาหนดระยะเวลา 3 เดือน
นางรชั ภรณ์ อ่ิมใจ สาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตการจาพรรษาอยู่ ณ
สถานที่ใดสถานท่ีหนึ่งตลอด 3 เดือนแก่พระสงฆ์น้ัน มี
เจ้าพนักงานศาลยตุ ิธรรมชานาญการ เหตุผลเพ่ือให้พระสงฆ์ได้หยุดพักการจาริกเพ่ือเผยแพร่
ศาสนาไปตามสถานที่ต่าง ๆ ซ่ึงจะเป็นไปด้วยความ
เข้าพรรษา เป็นวันสาคัญในพุทธศาสนาวันหน่ึงท่ี ยากลาบากในช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันความเสียหายจาก
พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจาอยู่ ณ ท่ีใดท่ี การอาจเดินเหยียบย่าธัญพืชของชาวบ้านที่ปลูกลง
หน่ึงตลอดระยะเวลาฤดูฝนท่ีมีกาหนดระยะเวลา 3 เดือน แปลงในฤดูฝน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเวลาจา
ตามทพ่ี ระวนิ ยั บัญญัตไิ ว้ โดยไม่ไปคา้ งแรมที่อืน่ หรือภาษา พรรษาตลอด 3 เดือนน้ัน เป็นช่วงเวลาและโอกาส
ปากว่า จาพรรษา ("พรรษา" แปลว่า ฤดูฝน, "จา" แปลว่า สาคัญในรอบปีที่พระสงฆ์จะได้มาอยู่จาพรรษารวมกัน
พักอยู่) การเข้าพรรษานี้ถือเป็นข้อปฏิบัติสาหรับพระสงฆ์ ภายในอาวาสหรือสถานท่ีใดสถานที่หน่ึง เพ่ือศึกษา
โดยตรง พระสงฆ์จะไม่จาพรรษาไม่ได้ เนื่องจากรูปใด พระธรรมวินัยจากพระสงฆ์ที่ทรงความรู้ได้แลกเปลี่ยน
ไม่จาพรรษาถือว่าต้องอาบัติทุกก ฎตามพระวินัย ประสบการณ์และสรา้ งความสามคั คีในหมคู่ ณะสงฆ์ด้วย
การเข้าพรรษาตามปกตเิ ร่ิมนับตงั้ แตว่ ันแรม 1 ค่า เดอื น 8
ของทุกปี (หรือเดือน 8 หลัง ถ้ามีเดือน 8 สองหน) และ ในวันเข้าพรรษาและช่วงฤดูพรรษากาลตลอด
สน้ิ สดุ ลงในวันข้ึน 15 คา่ เดือน 11 หรือวันออกพรรษา ท้ัง 3 เดือน พุทธศาสนิกชนชาวไทยถือเป็นโอกาสอันดี
ที่จะบาเพ็ญกุศลด้วยการเข้าวัดทาบุญใส่บาตร ฟังพระ
วันเข้าพรรษา (วันแรม 1 ค่า เดือน 8 หรือ ธรรมเทศนา ซ่ึงส่ิงท่ีพิเศษจากวันสาคัญอื่น ๆ คือ มีการ
ปีอธิกมาส จะเล่ือนเป็นวันแรม 1 ค่าเดือน 8 หลัง) หรือ ถวายหลอดไฟหรือเทียนเข้าพรรษา และผ้าอาบน้าฝน
เทศกาลเข้าพรรษา (วันแรม 1 ค่า เดือน 8 ถึงวันข้ึน 15 (ผา้ วัสสิกสาฏก) แก่พระสงฆด์ ว้ ย เพอ่ื สาหรับใหพ้ ระสงฆ์
ค่า เดือน 11 หรือปีอธิกมาส จะเล่ือนเป็นวันแรม 1 ค่า ได้ใชส้ าหรบั การอยจู่ าพรรษา
เดือน 8 หลัง ถึงวันข้ึน 15 ค่า เดือน 11) ถือว่าเป็นวัน
และช่วงเทศกาลทางศาสนาพุทธท่ีสาคัญเทศกาลหนึ่งใน นอกจากน้ี ในปี พ.ศ. 2551 รัฐบาลได้ประกาศ
ประเทศไทย โดยมีระยะเวลาประมาณ 3 เดือนในช่วงฤดู ให้วันเข้าพรรษาเป็น "วันงดด่ืมสุราแห่งชาติ" โดยในปี
ฝน โดยวันเข้าพรรษาเป็นวันสาคัญทางพระพุทธศาสนาที่ ถัดมา ยังได้ประกาศให้วันเข้าพรรษาเป็นวันห้ามขาย
ต่อเนื่องมาจากวันอาสาฬหบูชา(วันขึ้น 15 ค่า เดือน 8) เคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลท์ ่ัวราชอาณาจักร ท้ังน้ีเพื่อรณรงค์
ซ่ึงพุทธศาสนิกชนชาวไทยทง้ั พระมหากษตั ริยแ์ ละคนท่ัวไป ใ ห้ ช า ว ไ ท ย ต้ั ง สั จ จ ะ อ ธิ ษ ฐ า น ง ด ก า ร ดื่ ม สุ ร า ใ น วั น
ได้สืบทอดประเพณีปฏิบัติการทาบุญในวันเข้าพรรษา เข้าพรรษาและในช่วง 3 เดือนระหว่างฤดูเข้าพรรษา
มาชา้ นานแลว้ ตั้งแต่สมยั สโุ ขทัย เพ่ือส่งเสรมิ ค่านยิ มทีด่ ีให้แกส่ งั คมไทย
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดือนเมษายน – มิถนุ ายน 2564 : 11
สาระน่ารู ้
กระชายขาว : 10 สรรพคณุ ท่ตี อ้ งรู้ กระชายขาว สมนุ ไพรตอ้ งมีตดิ บา้ น ช่วงโควิด – 19
นำงสุกัญญำ โชตวิ ฒั นำนนท์ กระชายขาว สรรพคณุ มอี ะไรบ้าง
เจำ้ พนักงำนศำลยตุ ิธรรม
ชำนำญกำร 1. จากผลการวิจยั ในหลอดทดลอง
กระชายขาว มีสาร พโิ นสโตบนิ
กระชายขาว สรรพคุณ 10 อยา่ งที่ต้องรู้ เเละ แพนดรู าทนิ เอ ทราสามารถ
กระชายขาว สมุนไพรทตี่ อ้ งมตี ิดบา้ น! ทาหนา้ ทยี่ ับย้ังการเจรญิ เตบิ โตของ
เชื้อไวรสั โควดิ – 19 ได้
ช่วงสถานการณ์โควิด 19 เเบบน้ี
หลายๆคนมีความกังวลเร่ืองสุขภาพ เเละ 2. กระชายขาวมสี รรพคุณ
มองหาตัวช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้ ชว่ ยต้านอาการหวดั เเกว้ งิ เวียน
เเข็งเเรง การเลือกใช้สมุนไพรในการรักษา ศรีษะ เเละลดไขมันในเลือดได้
โรค หรือเสริมภูมิต้านทานกลับมาฮอตฮิต
อีกคร้ัง เเละสมุนไพรชนิดหน่ึงที่ไม่พูดถึง 3. สารสกดั จาก กระชายขาว
ไม่ได้เลย คอื “กระชายขาว” น่ันเอง ชว่ ยต้านอนมุ ลู อสิ ระ เเละกระตุ้น
การไหลเวยี นของเลอื ด
หลายๆคนเชื่อกันอย่างหนาหูว่า
กระชายขาวต้านโรคโควิด 19 หรือใช้ 4. สารสกัดจากกระชายขาว
รักษาโรคนี้ได้จริงหรือไม่ เราจะมาเเตก ช่วยเพ่มิ สมรรถนะทางเพซชาย
สรรพคุณอย่างละเอียด ให้ทุกคนดูกันว่า
จริง ๆ เเล้วกระชายมีประโยชนอ์ ย่างไร 5. สารสกัดกระชายขาวมีฤทธ์ิในการ
ตอ่ ตา้ นเจรญิ เติบโต
กระชายเป็นสมุนไพรที่นิยมนามา
ประกอบอาหาร อยา่ งพวกแกงป่า แกงเผด็ 6. กระชายขาว สรรพคุณ ชว่ ยลด
จะมีความเผด็ ร้อน เเละรสชาตเิ ฝื่อนๆ อาการเหงอื กอักเสบ หรือมีเเผล
ในชอ่ งปาก โดยใชก้ ระชายขาวทบุ
ใหล้ ะเอยี ดเเละต้มให้เดือด เเละใช้
บ้วนปาก
วารสารศาลเยาวช7น.ฯ ประจาเดอื นเมษายน – มิถนุ ายน 2564 : 12
ขอ้ ควรระวงั !
• หากทาทานเองต้องทานแบบ
ต้มสกุ หรอื ปรุงเป็นอาหาร
• ไมค่ วรทานติดต่อกันเกดิ 7 วัน
• ควรรระวงั การใชก้ ระชายขาวกับผู้มี
ปัญหาเก่ียวกับตับอักเสบ ผู้ใช้ยา
ละลายล่มิ เลอื ด
7. กระชายขาวช่วยในการขับสารพิษ • ยังไม่แนะนาให้ใช้ในเด็ก สตรี
ออกจากตับไดอ้ กี ดว้ ย มีครรภ์ หรอื ผทู้ ่กี าลงั ใหน้ มบตุ รอยู่
8. กระชายขาวมีฤทธิ์ในการช่วงเเก้ • ระวังการทานกระชายขาวใน
อาการท้องร่วม ท้องเสีย โดยนาใช้ ประมาณท่ีมากเกินไป จะทาให้มี
เหงากระชายขาวไปปิ้งไฟ เเละตา ฤทธ์ิร้อนในร่างกายมาก อาจจะเกดิ
อยา่ งละเอยี ด นามาผสมกบั น้าปูนใส ปญั หาใจสน่ั ตามมา
เเละคน้ั ดื่ม
เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพ่ือนๆ กระชาย
9. กระชายขาวมีสรรพคุณ ช่วยแก้
ทอ้ งอืด ท้องเฟ้อได้ ขาวมีสรรพคุณ ประโยชน์ ช่วยรักษา
๑๐.กระชายขาวมีสรรพคุณ ช่วยบารุง บรรเทาอาการต่าง ๆได้มาก เเละยังมีผล
หวั ใจ
การทดลองทว่ี ่า กระชายขาวสามารถยังยั้ง
เชือ้ ไวรัสโควิด – 19 ไดอ้ ีกดว้ ย เเต่อยา่ งไร
ก็ตาม หากใครมีความสนใจที่จะทาน
กระชายขาว ก็ควรที่จะทานอย่างพอดี
เเละเหมาะสมไม่ควรทานมากเกินไป
เพราะจะส่ง ผลเสยี ต่อรา่ งกายได้
ดังน้ัน หากมีความต้องการใน
ก า ร ท า น ก ร ะ ช า ย ข า ว เ เ บ บ เ เ ค ป ซู ล
เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ควรได้รับ
ค า เ เ น ะ น า จ า ก เ ภ สั ช ก ร ก่ อ น ก า ร ใ ช้ ย า
ร ว ม ถึ ง ค ว ร ดู เ เ ล รั ก ษ า สุ ข ภ า พ ใ ห้
เเข็งเเรง ควบคู่กับการทานสมุนไพรอย่าง
กระชายขาวดว้ ย
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดอื นเมษายน – มถิ นุ ายน 2564 : 13
กจิ กรรม - โครงการ เมษายน
เมื่อวันที่ 1 เมษายน ๒๕๖๔ นายเมธี เลขานุกิจ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี
นางพนิดา อรรคเศรษฐัง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลเยาวชนและครอบครัวจงั หวดั สุพรรณบรุ ี พร้อมด้วยคณะผู้พิพากษาสมทบ
นางสาวเปรมฤดี หาวัตร ผู้อานวยการ และข้าราชการศาลยุติธรรมศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรีได้ให้การ
ต้อนรับและแสดงความยนิ ดใี นโอกาสท่ี นายวริ ิยะ แดงบรรจง ผพู้ ิพากษาหัวหน้าคณะชน้ั ตน้ ในศาลอาญาตลงิ่ ชัน ช่วยทางาน
ชั่วคราวในตาแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมคณะผู้พิพากษา ได้ย้ายมา
รับราชการท่ีศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวดั สุพรรณบรุ ี
เม่ือวันที่ 25 เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๐๕.๐๐ นาฬิกา นายวิริยะ แดงบรรจง
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะช้ันต้นในศาลอาญาตลิ่งชัน ช่วยทางานช่ัวคราวในตาแหน่ง
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรีและข้าราชการฯ
เขา้ รว่ มพธิ วี างพวงมาลาถวายราชสกั การะสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช และราลกึ ถึงวัน
คล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจาปี ๒๕๖๔ เพ่ือเป็นการ
เทิดพระเกียรติถึงพระมหากรุณาธิคุณ ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อาเภอดอนเจดีย์
จังหวดั สุพรรณบุรี
เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๙ นาฬิกา นายวิริยะ
แดงบรรจง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะช้ันต้นในศาลอาญาตลิ่งชัน ช่วยทางาน
ชั่วคราวในตาแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด
สุพรรณบุรี พร้อมด้วยคณะผู้พิพากษา นางสาวเปรมฤดี หาวัตร ผู้อานายการฯ
และข้าราชการฯร่วมกันสรงน้าพระพุทธรูปเน่ืองในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์ ณ ชั้น ๓
อาคารศาลเยาวชนและครอบครวั จงั หวดั สพุ รรณบุรี
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดือนเมษายน – มถิ ุนายน 2564 : 14
พฤษภาคม
เม่ือวันที่ ๒๖พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา๑๐.๐๐นาฬิกา นางอโนชา ชวี ติ โสภณ อธิบดศี าลเยาวชนและครอบครวั กลาง เปน็ ประธานในการ
ประชุมผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวท่ัวราชอาณาจักรและผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดที่มีอานาจพิจารณาพิพากษาคดี
เยาวชนและครอบครัว โดยนายวิริยะ แดงบรรจง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลอาญาตลิ่งชัน ช่วยทางานชั่วคราวใน
ตาแหนง่ ผพู้ พิ ากษาหวั หน้าศาลเยาวชนและครอบครวั จงั หวัดสุพรรณบรุ ี เข้ารว่ มประชุม เพอื่ ใหก้ ารปฏบิ ตั ิราชการเปน็ ไปในแนวทาง
เดียวกันและขอหารอื ข้อราชการ โดยใช้วิธีการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ ด้วยโปรแกรม ZOOM ณ ศาลเยาวชนและครอบครัว
จังหวดั สุพรรณบรุ ี
เม่ือวันท่ี ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๒.๓๐ - ๑๓.๓๐ นาฬิกา
นายวิริยะ แดงบรรจง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะช้ันต้น ในศาลอาญา
ตล่ิงชัน ช่วยทางานชั่วคราวในตาแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและ
ครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดโครงการอบรมหลักสูตร “การใช้
ภาษาองั กฤษเบือ้ งต้นเพือ่ การสอ่ื สารในการปฏิบตั งิ าน” โดยนายหลวง บญุ ชตู ระกลู
ผู้ประนีประนอมศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวดั สุพรรณบรุ ี เป็นวิทยากร
ในการน้ีนางสาวเปรมฤดี หาวัตร ผู้อานวยการฯและข้าราชการศาลเยาวชน
และครอบครัวจังหวัดสพุ รรณบรุ ี เข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุมช้ัน ๔ อาคาร
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวดั สุพรรณบุรี
เมอื่ วันท่ี ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐- ๑๖.๐๐ นาฬิกา นางเมธินี ชโลธร
ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในการประชุม อ.ก.บ.ศ.ภาค 7 คร้ังที่ ๓/2564 พร้อมดว้ ย
นายประกอบ ลีนะเปสนันท์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค ๗ และนายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล
เลขาธกิ ารสานกั งานศาลยุติธรรม โดยนายวิรยิ ะ แดงบรรจง ผูพ้ พิ ากษาหัวหน้าคณะ
ช้ันต้นในศาลอาญาตล่ิงชัน ช่วยทางานชั่วคราวในตาแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล
เยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวเปรมฤดี หาวัตร ผู้อานวยการฯ
และหัวหน้ากลุ่มงานเข้าร่วมประชุมซึ่งมีข้อพิจารณาในเรื่อง การปฏิบัติงานในภาวะการ
แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา๒๐๑๙ โดยการถ่ายทอดสญั ญาณภาพและเสยี ง
ผ่านระบบ Google Meet ณ ห้องประชุมไชยศรี ช้ัน ๓สานักงานอธิบดีผ้พู ิพากษาภาค๗
ถนนเทศา ตาบลพระปฐมเจดีย์ อาเภอเมืองนครปฐม จงั หวดั นครปฐม
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดือนเมษายน – มถิ นุ ายน 2564 : 15
มิถุนายน
เม่ือวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา นายวิริยะ แดงบรรจง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นตน้ ในศาลอาญาตล่ิงชันช่วยทางาน
ช่ัวคราว ในตาแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี นางวาสนา พูลโภคา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะช้ันต้นในศาลจังหวัด
พระนครศรอี ยธุ ยา ชว่ ยทางานชว่ั คราวในตาแหน่งผู้พพิ ากษาหัวหน้าคณะช้ันตน้ ในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวดั สุพรรณบรุ ี นางสาวณฏั ฐกมล ตรงจติ ซ่ือสกุล
ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษช่วยทางานช่ัวคราวในตาแหน่งผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี และนางสาวณัฐชยา จังโส
ผู้พิพากษาศาลจังหวัดชัยนาท ช่วยทางานช่ัวคราวในตาแหน่งผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยนางสาวเปรมฤดี หาวัตร
ผูอ้ านวยการฯและข้าราชการศาลเยาวชนและครอบครวั จังหวดั สพุ รรณบรุ ี จัดกจิ กรรมเฉลมิ พระเกยี รติ สมเด็จพระนางเจา้ สุทดิ า พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีและสานึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชนิ ี โดยจดั ใหม้ ีการลงนามถวายพระพรชัยมงคล ทางออนไลน์ “ขอพระองคท์ รงพระเจริญยิ่งยืนนาน ดว้ ยเกล้าด้วยกระหมอ่ ม ขอเดชะ”
ณ อาคารศาลเยาวชนและครอบครวั จังหวัดสุพรรณบุรี
เมื่อวันท่ี ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ นายวิริยะ แดงบรรจง
ผู้พิพำกษำหัวหน้ำศำลเยำวชนและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี
พร้อมด้วยคณะผู้พิพำกษำสมทบ นางสาวเปรมฤดี หาวัตร
ผู้นวยกำรฯ ข้ำรำชกำร พนักงำนรำชกำร และลูกจ้ำง จัดกิจกรรม
จิตอาสาบาเพ็ญสาธารณประโยชน์ “มีแล้วแบ่งปัน” เนื่องใน
โอกำสวันเฉลิมพระชนมพรรษำสมเด็จพระนำงเจ้ำฯ พระบรมรำชินี
วันที่ ๓ มิถุนำยน ๒๕๖๔ เพื่อถวำยเป็นพระรำชกุศลแสดงควำม
จงรักภักดี และสำนึกในพระมหำกรุณำธิคุณ โดยมอบเครื่องมือ
ทำงกำรแพทย์ เครื่องอปุ โภค บรโิ ภคและเงินสด ใหแ้ ก่ โรงพยำบำล
เจ้ำพระยำยมรำช มอบเครื่องอุปโภคและบริโภค ให้กับเรือนจำ
จังหวัดสุพรรณบุรี และสถำนพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน
จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดอื นเมษายน – มิถนุ ายน 2564 : 16
นางสาวอญั มณี หล้าหนกั
นักจิตวิทยาปฏบิ ัติการ
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดือนเมษายน – มถิ นุ ายน 2564 : 19
คาพพิ ากษาฎีกาที ๕๙๑/๒๕๖๓
เรอื่ งเก่ียวกบั บตุ รบญุ ธรรม
คาพพิ ากษาฎกี าที ๕๙๑/๒๕๖๓
เรอ่ื งเกยี่ วกบั บตุ รบญุ ธรรม นางสาวอรพรรณ อ่อนเจริญ
นิติกรชานาญการพเิ ศษ
แมศ้ าลเยาวชนและครอบครัวมคี าส่งั อนญุ าตให้จดทะเบียน
รับบตุ รบญุ ธรรมแลว้ แตก่ ็ตอ้ งไปจดทะเบยี นตามกฎหมาย
ดว้ ย ตามมาตรา ๑๕๙๘/๒๑ ประกอบ มาตรา ๑๕๙๘/๒๗
ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ร่วมเป็นยายของ ศาลช้ันต้นพิพากษาลงโทษจาเลยในความผดิ ฐาน
ผู้เสยี หายท่ี ๒ ซงึ่ เป็นผเู้ ยาว์ มิใช่ผ้แู ทนโดยชอบธรรม ซง่ึ เปน็ ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายซึ่ง
บุคคลที่มีอานาจจัดการแทนผู้เสียหายท่ี ๒ ตามประมวล เป็นกรรมเดยี วกับความผิดฐานประมาทเป็นเหตุใหผ้ ้อู ่ืนถึง
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕ (๑) แม้ศาล แกค่ วามตาย จาคุก ๒ ปี
เยาวชนและครอบครัวมคี าสง่ั อนุญาตใหโ้ จทกร์ ่วมจดทะเบยี น
รับผู้เสียหายท่ี ๒ เป็นบุตรบุญธรรมก็ตาม แต่เม่ือโจทก์ร่วม ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับ
มิได้จดทะเบียนรับผู้เสียหายท่ี ๒ เป็นบุตรบุญธรรม ๔๐,๐๐๐ บาท อีกสถานหน่ึง โทษจาคุกให้รอการลงโทษ
การรับบุญบุตรธรรมของโจทก์ร่วมยังไม่สมบูรณ์และไม่มีผล ไว้ ๒ ปี และคมุ ความประพฤติของจาเลยไว้ แม้จะเปน็ การ
ตามกฎหมายท้ังไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการ เป็นผู้ทาการแทนได้ แก้ไขมากแต่ก็เป็นกรณีท่ีศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค
ด้วยเหตุน้ีโจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้รับบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย ๔ ยังคงลงโทษจาคกุ จาเลยมกี าหนดไม่เกิน ๒ ปี และปรบั
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ ไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหา
และมาตรา ๑๕๙๘/๒๗ และไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรม ตาม ข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๕ (๑) ไม่มี มาตรา ๒๑๙ ฎีกาของโจทก์ร่วมในฐานะมารดาของผู้ตาย
อานาจจดั การแทนผู้เสียหายที่ ๒ และไมม่ สี ิทธขิ อเข้ารว่ มเปน็ ท่ีขอให้จาคุกจาเลยน้ัน เป็นการโต้เถียงดุลยพินิจในการ
โจทก์กับพนักงานอัยการในความผิดฐานกระทาโดยประมาท ลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ อันเป็นฎีกาในปัญหา
เป็นเหตุให้ผู้อ่ืนรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวล ข้อเท็จจรงิ ต้องห้ามฎกี าตามบทบัญญตั ิดงั กล่าว
กฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญามาตรา ๓๐ ทงั้ ไม่มีสิทธฎิ กี า
ในความผิดฐานดังกลา่ ว
วารสารศาลเยาวชนฯ ประจาเดอื นเมษายน – มถิ ุนายน 2564 : 17
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลช้ันต้นอนุญาตให้นาย แก่กายหรือจิตใจและมีคาส่ังรับฎีกาของโจทก์ร่วมในความผิด
จินตนา เล็กลาพูน เข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานกระทา ฐานดังกล่าว จึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
โดยประมาทเป็นเหตใุ ห้ผอู้ ่ืนไดร้ บั อันตรายแก่กายหรือจิตใจนนั้ ที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา
ข้อเท็จจริงปรากฏตามคาร้องขอเข้ารว่ มเป็นโจทก์ฉบับลงวนั ท่ี ศาลฎีกามีอานาจยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องได้ตามประมวล
๑ สิงหาคม ๒๕๖๑ ว่าโจทก์ร่วมเปน็ ยายของผเู้ สยี หาย–ท่ี ๒ ซึ่ง 2564กฎ: 1ห7มายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง
เป็นผู้เยาว์ เม่ือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประกอบมาตรา ๒๒๕ นอกจากนี้โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหาย
มาตรา ๕ (๑) บัญญัติให้ผู้มีอานาจจัดการแทนผู้เสียหายได้แก่ ในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อ่ืนได้รับ
ผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ร่วมจึงไม่ใชบ่ คุ คลท่ีมีอานาจจัดการ อันตรายแก่กาย ได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตายฐาน
แทนผู้เสียหายที่ ๒ ตามบทบัญญัติดังกล่าว แม้ปรากฏ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ฐานไม่
ข้อเท็จจริงตามสาเนาคาส่ังของศาลเยาวชนและครอบครัว แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คดีหมายเลขแดงที่ ๙๓/๒๕๖๑ ฐานขับรถในขณะเมาสุราและการขับรถโดยประมาทหรือน่า
เอกสารแนบทา้ ยคาแกอ้ ุทธรณ์ของโจทกร์ ่วม แผน่ ที่ ๔ วา่ เมื่อ หวาดเสยี ว อันเกดิ อนั ตรายแก่บุคคลหรอื ทรพั ย์สิน โจทก์ร่วม
วันท่ี ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด จึงไม่มีสิทธิฎีกาในความผิดฐานดังกล่าว ท่ีศาลช้ันต้น
ประจวบคีรีขันธ์มีคาส่ังอนุญาตให้โจทก์ร่วมจดทะเบียนรับ มีคาสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมที่ขอให้ลงโทษจาเลยตาม
ผู้เสียหายท่ี ๒ เป็นบุตรบุญธรรมก็ตาม แต่ประมวลกฎหมาย คาพิพากษาศาลช้ันต้นซึ่งรวมถึงความผิดฐานนั้นด้วย
แพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๙๘/๒๗ บัญญัติว่าการรับบุตรบุญ จึงเป็นการไม่ชอบเช่นกัน ส่วนฎีกาของโจทก์รว่ มในความผิด
ธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียน ตามกฎหมายและ ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายซ่ึงโจทก์ร่วมฎีกา
คาสั่งของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอให้ไม่รอการลงโทษจาคุกแก่จาเลยน้ัน เห็นว่าคดีนี้ศาล
ดังกล่าวเป็นเพียงคาสั่งอนุญาตของศาลแทนการให้ความ ช้ันต้นพิพากษาลงโทษจาเลยในความผิดฐานขับรถในขณะ
ยินยอมของผู้เสียหายท่ี ๑ บิดาของผู้เสียหายที่ ๒ ซึ่งไม่ เมาสุราเป็นเหตุให้ผ้อู ื่นถงึ แก่ความตายซ่ึงเปน็ กรรมเดียวกับ
สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมในการรับบุตรบุญธรรม ความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อน่ื ถึงแก่ความตาย จาคุก
ของโจทก์ร่วมไดต้ ามมาตรา ๑๕๙๘/๒๑ เท่านน้ั หาได้มีผลเปน็ ๒ ปี ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาแก้เป็นว่าให้ปรับ
การรับรองความสมบูรณ์ของการรับบุตรบุญธรรมเช่นเดียวกับ ๔๐,๐๐๐ บาท อีกสถานหน่ึง โทษจาคุกให้รอลงโทษไว้ ๒ ปี
การจดทะเบียนตามกฎหมายไม่ ดังนี้เม่ือไม่ปรากฏข้อเท็จจริง และคุมความประพฤติของจาเลยไว้ แม้จะเป็นการแก้ไขมาก
ที่แสดงว่าโจทก์ร่วมได้จดทะเบียนรับผู้เสียหายท่ี ๒ เป็นบุตร ก็แต่เป็นกรณีท่ีศาลช้ันต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ยังคง
บุญธรรมแล้ว การรับบุตรบุญธรรมของโจทก์ร่วมจึงยังไม่ ลงโทษจาคุกจาเลยมีกาหนดไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน
สมบูรณ์และไม่มีผลตามกฎหมาย โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้รับบุตร ๔๐,๐๐๐ บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหา
บุญธรรมตามกฎหมายและไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรม ตาม ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๕ (๑) จงึ ไมม่ ี มาตรา ๒๑๙ ฎีกาของโจทก์ร่วมดังกล่าวเป็นการโต้แย้ง
อานาจจัดการแทนผู้เสียหายที่ ๒ และไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเปน็ ดุลยพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 4 อันเป็นฎีกา
โจทก์กับพนักงานอัยการในความผิดฐานกระทาโดยประมาท ในปัญหาข้อเทจ็ จริง จงึ ตอ้ งหา้ มฎีกาตามบทบัญญัติดงั กล่าว
เป็นเหตุให้ผู้อ่ืนได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวล ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วม ในความผิดฐาน
กฎหมายวิธีความอาญามาตรา ๓๐ ทั้งไม่มีสิทธิฎีกา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อ่ืนถึงแก่ความตายจึงเป็นการไม่ชอบ
ศาลฎกี าไม่รับวนิ ิจฉัย
ในความผิดฐานดงั กลา่ ว
ดังน้ี ท่ีศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมเขา้ เป็นโจทก์ใน พิพากษายกคาส่ังของศาลช้ันต้นที่อนุญาตให้โจทก์
ความผดิ ฐานกระทาโดยประมาทเป็นเหตใุ ห้ผ้อู นื่ ได้รับอันตราย ร่วมเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานประมาท เป็นเหตุให้
ผู้อ่ืนได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจและย กฎีกาของ
วารสารศาลเยาวชนฯประจาเดอื นเมษายน – มิถุนายน 2564 : 18 โจทกร์ ว่ ม