The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลองตามโครงการ “ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย”

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aai.1998nj, 2023-03-14 00:28:30

รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลองตามโครงการ “ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย”

รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลองตามโครงการ “ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย”

๔๘ วัสดุ / อุปกรณ์ การทดลอง เด็กทำกิจกรรม


๔๙ เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานเด็ก


๕๐ ผลที่เกิดกับเด็ก (ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์) ๑.๑ เด็กสังเกต สำรวจอุปกรณ์รูปร่างลักษณะสีได้ ๑.๒ เด็กสามารถปฏิบัติการทดลองและบอกได้ว่าผักกาดขาวเปลี่ยนเป็นสีอะไร ๑.๓ เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองของตนเองได้ ๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ๒.๑ ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ - เด็กได้ลงมือทำและทดลองด้วยตนเอง - เด็กรู้จักการทดลองปฏิบัติจริง และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสี ผักกาดขาว - เด็กได้รู้การจำแนกสีจำนวนใบของผักกาดที่นำมาทดลอง - เด็กได้เรียนรู้ในเรื่อง พืชดูดน้ำได้ นั่น เพราะปกติพืชจะคอยดูดซับน้ำ จึงทำให้มันดูดสีที่ผสมในน้ำ ผ่านท่อไปปรากฎบนใบนั้นเอง ด้านภาษา - เด็กใช้ ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ - เด็กตอบคำถาม แสดงความคิดเห็นถึงสิ่งที่ตนเอง สังเกตเห็นจากการทดลอง - เด็กวาดภาพสื่อสารและนำเสนอผลงานของตนเองให้เพื่อนๆฟังได้ด้านสติปัญญา - เด็กคิดและรู้จักการตั้งคำถามในสิ่งที่ตนสงสัย - เด็กได้มีการพัฒนาสติปัญญา โดยเกิดทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ การคาดคะเน ทักษะการสังเกต การเปรียบเทียบ การจำแนกสีการทดลองด้วย ตนเอง และสาระการเรียนรู้อื่นๆ เป็นต้น ๒.๒ ด้านสังคม - เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ - เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเอง และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - เด็กปฏิบัติตามข้อตกลงของ ห้องเรียน เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน รอคอยระหว่างปฏิบัติกิจกรรมได้ ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ - เด็กแสดงออกทางสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส สนุกสนาน ตื่นเต้นขณะปฏิบัติกิจกรรม ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย - เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว


๕๑ รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลองตามโครงการ “ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” โรงเรียนบ้านเสียว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 กิจกรรมที่ ๑๕ กิจกรรม งูเต้นระบำจรวดถุงชา วันที่ทำการทดลอง ๒๓ มกราคม พ.ศ. 256๖ จุดประสงค์ ๑. เพื่อให้เด็กมีทักษะกำรสังเกต ๒. เพื่อให้เด็กรู้จักเปรียบเทียบอุณหภูมิร้อนกับเย็นจะมีอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ๓. เพื่อให้เด็กทำกิจกรรมการทดลองด้วยตนเอง ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ๑. ครูชวนเด็กสนทนาเกี่ยวกับอากาศร้อน ใครเคยเห็นไอร้อนลอยขึ้นมาจามถนนหรือพื้นสนามหรือไม่ เด็กๆ : ตอนนั่งมอเตอร์ไซค์ไปกับพ่อเห็นเป็นเหมือนแสง เปลวความร้อนขึ้นมาจากถนน ๒. เด็ก ๆ ทดลองกับกระดาษเพื่อหาลักษณะของลมร้อน โดยให้วาดวงกลมตามแบบลงบนกระดาษและ ใช้ กรรไกรตัดออกมา ครูสอนวิธีวาดงูลงบนแผ่นวงกลมให้กับเด็ก และระบายสีเมื่อเด็กๆ ระบำยสี “งู”เสร็จแล้ว ให้ใช้กรรไกรตัดตำมเส้นที่วาดรูปงูออกมา ๓. เจาะที่รูกึ่งกลางหัวงูแล้วร้อยด้ายลงไป ๔. ให้เด็กจับหรือแขวนงูกระดาษให้เหนือเทียนที่จุดไฟ เด็กๆ สังเกตเห็นงูกระดาษหมุน เด็กตอบว่า ถ้ำ ร้อน มากๆ งูก็จะหมุนเร็ว ๕. ครูถามใช้คำถามกระตุ้น ถ้าเราดับไฟ จะเป็นอย่างไร เด็กๆ ตอบ งูจะหยุดหมุน ๖. ให้เด็กทดลองทำกิจกรรมด้วยตนเองโดยมีครูดูแลอย่างใกล้ชิด ๗. เด็กบันทึกผลการทดลอง ๘. เด็กนำเสนอผลงาน ๙. เด็กและครูร่วมกันสรุปว่าอากาศร้อนขยายตัว เคลื่อนที่เร็วและมีน้ำหนักเบา อากาศร้อนจึงเคลื่อนที่ลอย ขึ้นด้านบน ส่วนอากาศเย็นจะหนักกว่า จะหดตัวเคลื่อนที่ช้ำจะลอยต่ำลง


๕๒ วัสดุ / อุปกรณ์ การทดลอง เด็กทำกิจกรรม


๕๓ เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานเด็ก


๕๔ ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน ๔ ด้าน และพัฒนาการ ๔ ด้าน) ๑. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ ๑.๑ เด็กได้สังเกตขณะทำกิจกรรมว่ามีความแตกต่างกัน ๑.๒ เด็กเข้าใจเรื่องอุณหภูมิที่มีความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิร้อนกับเย็น ๑.๓ เด็กสามารถนำวัสดุมาทดลองด้วยเองได้ และเข้าใจได้ว่างูกระดาษอยู่เหนืออากาศร้อนจะทำให้ งูหมุนได้ เพราะอากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นด้านบน ๒.๑ ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / สติปัญญา ด้านการเรียนรู้เด็กได้เรียนรู้ เรื่องอุณหภูมิร้อนกับเย็นจะมีเความแตกต่างกัน อากาศร้อนจะเบาและลอยตัว ขึ้นด้านบน อากาศเย็นจะหดตัวจับตัวกันแน่นจึงหนักกว่าและลอยต่ำลง ด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ - การพูด ตอบคำถาม แสดงความคิดเห็นจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น - การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง - การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากการทำ กิจกรรมได้ชัดเจน ด้านสติปัญญา เด็กส่วนใหญ่สามารถทำการทดลองและเชื่อมโยงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นจากการลงมือทำกิจกรรม ด้วย ตนเอง เมื่อน้ำงูกระดาษมาอยู่เหนือเปลวเทียน อากาศร้อนจะลอยตัวสูงขึ้นข้างบน เมื่อปะทะงูกระดาษ จึงทำ ให้งูหมุนขึ้นด้ำ นบนได้ และเมื่อดับเทียนอากาศจะเย็นลงงูจะไม่เคลื่อนที ๒.๒ ด้านสังคม เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน รู้จักมารยาทในการฟัง การพูดยกมือก่อนจะพูด ควบคุม ตนเอง ปฏิบัติตามข้อตกลง ร่วมกันได้ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน รอคอยได้ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น สนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างทำกิจกรรม ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ แสดงออกทางสีหน้ำยิ้มแย้ม แจ่มใส สนุกสนาน ตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติ มี สมาธิ จดจ่อกับกิจกรรมการทดลอง ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อเล็ก- ใหญ่ ในกำรทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว เช่น การหยิบจับอุปกรณ์ ในการทำกิจกรรมได้อย่าง คล่องแคล่ว


๕๕ รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลองตามโครงการ “ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” โรงเรียนบ้านเสียว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 กิจกรรมที่ ๑๖ กิจกรรม ลอยหรืจม วันที่ทำการทดลอง ๒๕ มกราคม พ.ศ. 256๖ จุดประสงค์ ๑. เด็กสามารถบอกความหมายของการจมและการลอยได้ ๒. เพื่อฝึกทักษะการสังเกตและสำรวจ การจมและการลอย ของวัตถุได้ ๓. เด็กสามารถคาดคะเนและทดลองการจมการลอยของวัตถุ ๔. เด็กสามารถลงความเห็นและอภิปรายเกี่ยวกับการจมและการลอยของวัตถุได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม ๑. ครู: แนะนำกิจกรรมและอุปกรณ์พร้อมใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กอยากรู้เมื่อนำผลไม้ไปลอยน้ำจะเกิดผล เหมือนกันหรือไม่ เด็ก ๆ ลองคิดดูซิคะ ๒. เด็ก ๆ คาดเดาคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้ของปัญหา เช่น เมื่อนำของผลไม้ไปลอยน้ำผลไม้จะลอยน้ำไหม หรือว่าผลไม้จะจม ๓. ให้เด็กทดลองการจมและการลอย สิ่งของต่างๆเช่น ดินสอ ตัวต่อ ไม้บล๊อก หรือ ของเล่นต่างๆภายใน ห้องเรียน – เด็กลงมือทำกิจกรรมอย่างอิสระ - เด็กสังเกตและเก็บข้อมูลของการจมและการลอยของผลไม้ - ครูคอยแนะนำและให้ความช่วยเหลือเมื่อเด็กต้องการ ๔. ครูถามคำถามเพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดหาเหตุผลจากกระบวนการทดลอง ดังนี้ ๑) นักเรียนคิดว่าผลไม้อะไร นำไปลอยน้ำ เด็ก ๆ คิดว่าผลไม้อะไรจมน้ำผลไหนลอยน้ำคะ ๒) นักเรียนคิดว่าส้มเปลือกปอก และส้มไม่ปอกเปลือก แบบไหนจะลอยน้ำ แบบไหนจะจมน้ำคะ


๕๖ วัสดุ / อุปกรณ์ การทดลอง เด็กทำกิจกรรม


๕๗ เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานเด็ก


๕๘ ผลที่เกิดกับเด็ก (ตามจุดประสงค์ของกิจกรรม พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน ๔ ด้าน และพัฒนาการ ๔ ด้าน) ๑. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ ๑.๑ เด็กใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการหาคำตอบได้ ๑.๒ เด็กสามารถปฏิบัติการทดลองและบอกได้ว่าเมื่อนำผลไม้ใส่ลงกะละมัง จะจมหรือลอย เพราะอะไร ๑.๓ เด็กสามารถบันทึกผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง และนำเสนอผลการทดลองของตนเองได้ ๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ๒.๑ ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ - การจมและการลอยของวัตถุขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของวัตถุชิ้นนั้น ถ้าวัตถุใดที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ ก็จะทำให้วัตถุนั้นลอยน้ำ แต่ถ้าวัตถุใดที่มีความหนาแน่นมากกว่าน้ำก็จะทำให้วัตถุชิ้นนั้นจมน้ำ ด้านภาษา - เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ - เด็กตอบคำถาม แสดงความคิดเห็นถึงสิ่งที่ตนเองสังเกตเห็นจากการทดลอง - เด็กวาดภาพสื่อสารและ นำเสนอผลงานของตนเองให้เพื่อนๆฟังได้ด้านสติปัญญา - เด็กคิดและรู้จักการตั้งคำถามในสิ่งที่ตนสงสัย - เด็กได้มีการพัฒนาสติปัญญา โดยเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การคาดคะเน ทักษะการ สังเกต การเปรียบเทียบ การจำแนก การคำนวณ เป็นต้น ๒.๒ ด้านสังคม - เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ - เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเอง และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - เด็กปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียน เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน รอคอยระหว่างปฏิบัติกิจกรรมได้ ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ - เด็กแสดงออกทางสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส สนุกสนาน ตื่นเต้นขณะปฏิบัติกิจกรรม ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย


๕๙ - เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อเล็ก-ใหญ่ ในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลองตามโครงการ “ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” โรงเรียนบ้านเสียว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 กิจกรรมที่ ๑๗ กิจกรรม ติดหนึบโดยไม่ต้องใช้กาว วันที่ทำการทดลอง ๓๐ มกราคม พ.ศ. 256๖ จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กเข้าใจและตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าสถิต 2. เพื่อให้เด็กปฏิบัติการทดลอง เรื่อง ติดหนึบโดยไม่ต้องใช้กาว 3. เพื่อให้เด็กสามารถสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้และนำเสนอผลการทดลองให้ผู้อื่นเข้าใจ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. ครูและเด็กร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับประสบการณ์เดิมเรื่องไฟฟ้าเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป สิ่ง ที่น่าประหลาดใจหลายอย่างในชีวิตประจำวันเกิดจากไฟฟ้าสถิต เด็กๆ อาจเคยเห็นเส้นผมของตนตั้งช ี้ ขึ้นหลังจากหวีผม หรือเคยเห็นเม็ดโฟมเล็กๆ ติด “หนึบ” กับวัสดุอื่น ๆ 2. ครูให้เด็กสำรวจวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง 3. เด็กๆ นำแผ่นพลาสติกใสมาถูกับเสื้อผ้าจนรู้สึกร้อนแล้วนำแผ่นพลาสติกใสมาวางใกล้เศษกระดาษ 4. เด็กๆ สังเกตเห็นว่าเศษกระดาษติดแผ่นพลาสติกใสได้ 5. หลังจากนั้นเด็กๆ จึงนำผ้ามาถูกับลูกโป่ง และนำลูกโป่งไปวางไว้ใกล้ศีรษะของเพื่อน 6. เด็กๆ สังเกตเห็นว่า เมื่อค่อยๆ นำลูกป่งออกจากเส้นผม เส้นผมจะตั้งชี้ขั้น 7. เด็กและครูร่วมกันสรุปผลการทดลอง เรื่อง ติดหนึบโดยไม่ต้องใช้กาว 8. เด็กๆ บันทึกผลการทดลองโดยการวาดภาพและระบายสี 9. เด็กๆ นำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน วัสดุ / อุปกรณ์ การทดลอง


๖๐ เด็กทำกิจกรรม เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานเด็ก


๖๑ ผลที่เกิดขึ้นกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กเข้าใจเรื่องไฟฟ้าสถิต และสามารถอธิบายได้ว่าวัสดุเสียดสีกันจะมีการถ่ายเทอิเล็กตรอนให้กัน และ เมื่อแยกออกจากกันจะทำให้วัสดุแต่ละอันมีไฟฟ้าสถิตสามารถดูดหรือผลักวสดุอื่นๆ ได้ โดยวัสดุที่มีประจุไฟฟ้า ต่างกันจะดูดเข้าหากัน วัสดุที่มีประจุไฟฟ้าเหมือนกันจะผลักกัน 1.2 เด็กสามารถปฏิบัติการทดลอง เรื่อง ติดหนึบโดยไม่ต้องใช้กาว ได้ถูกต้องตามลำดับ ขั้นตอน 1.3 เด็กสามารถสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้และนำเสนอผลการทดลองของตนเองให้ผู้อื่นเข้าใจ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / ด้านสติปัญญา - เด็กบอกรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์การทดลอง โดยใช้คำพูดของตนเอง - เด็กได้ลงมือทำและทดลองด้วยตนเอง - เด็กพูดอธิบายถึงสิ่งที่พวกเขาสังเกตเห็นจากการทดลอง - เด็กสามารถสรุปและนำเสนอผลสรุปแก่คนอื่นๆ ได้ - เด็กได้พูดนำเสนอข้อมูลที่ได้ค้นพบด้วยตนเอง - เด็กได้เรียนรู้เรื่องไฟฟ้าสถิต วัสดุบางชนิดเสียดสีกันจะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตสามารถ ดูดหรือผลักวัสดุอื่นๆ ได้ 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ - เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเอง และยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น - เด็กเคารพกฎ กติกาของห้องเรียน 2.3 ด้านอารมณ์ - จิตใจ - เด็กกล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมตามวัย - เด็กแสดงท่าทางพอใจในผลงานและความสามารถของตนเอง - เด็กมีความสุขในการทำงานร่วมกันกับเพื่อน - เด็กมีน้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปันอุปกรณ์ในการทดลอง และรักษาสิ่งของที่ใช ้ร่วมกัน 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว / ร่างกาย - เด็กสามารถเคลื่อนไหว หยิบจับ และใช้อุปกรณ์การทดลองได้คล่องแคล่ว - เด็กใช้มือได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน


๖๒ รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลองตามโครงการ “ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” โรงเรียนบ้านเสียว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 กิจกรรมที่ ๑๘ กิจกรรม สีเต้นระบำ วันที่ทำการทดลอง ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 256๖ จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เพื่อศึกษาการทำปฏิกิริยาของน้ำยาล้างจานภายในนม 2. เพื่อให้เด็กสามารถปฏิบัติการทดลองสีเต้นระบำ 3. เพื่อให้เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นและตอบคำถามได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. ครูชวนเด็กสนทนาเรื่องของนมที่เราดื่มกันอยู่ทุกวันสามารถนำมาทำการทดลองที่สุดทึ่งได้อย่างไร 2. ครูแนะนำอุปกรณ์ในการทดลองให้กับเด็กๆ ได้รู้จักทีละอย่าง 3. ครูให้เด็กๆ ทำการทดลองสีเต้นระบำตามขั้นตอนที่ครูอธิบายให้ฟัง พร้อมทั้งสังเกตการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของสีผสมอาหาร น้ำยาล้างจาน และนมจืด 4. ให้เด็กสรุปผลการทดลองของตนเองลงในใบงาน พร้อมทั้งเลือกนักเรียนนำเสนอให้การสรุปผล งานของตนเอง 5. ครูและเด็กช่วยกันสรุปการทดลองที่เกิดขึ้น ในน้ำนมประกอบไปด้วยน้ำ โปรตีน แร่ธาตุ และ ไขมัน น้ำยาล้างจานจะไปทำให้โมเลกุลของโปรตีนและไขมันเกิดการเปลี่ยนแปลงและแตก กระจาย โค้งบิดเบี้ยว ( ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้เราสามารถล้างจานมันๆ ได้อย่างสะอาดหมด จดนั่นเอง ) และสีผสมอาหารที่หยดลงไปในนมจะช่วยให้เราสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่ มองไม่เห็นนั้นได้อย่างง่ายดาย 6. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพระบายสีให้สวยงาม วัสดุ / อุปกรณ์ การทดลอง


๖๓ เด็กทำกิจกรรม เด็กนำเสนอผลงาน


๖๔ ผลที่เกิดกับเด็ก ( ตามจุดประสงค์ของกิจกรรมพัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการ 4 ด้าน ) 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1เมื่อเราเทนมลงไปในจานพร้อมทั้งหยดสีผสมอาหารลงไปเพื่อให้เห็นการทำปฏิกิริยาที่ชัดเจนเมื่อนำ น้ำยาล้างจานลงไปจุ่มที่สี จะเห็นสีผสมอาหารแตกกระจาย ซึ่งเป็นคุณสมบัติของน้ำยาล้างจานที่เรา ใช้ในการล้างจานให้สะอาดนั้นเอง 1.2เด็กสามารถทำการทดลองตามขั้นตอนที่ครูบอก เกิดผลการทดลองตามจุดประสงค์และวาดภาพสรุป การทดลองได้ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐานและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / สติปัญญา ด้านการเรียนรู้เด็กๆ สามารถทดลองด้วยตนเองได้ตามขั้นตอนที่ครูอธิบาย เกิดผลการทดลองตาม วัตถุประสงค์ ด้านสติปัญญา เราเทนมลงไปในจานพร้อมทั้งหยดสีผสมอาหารลงไปเพื่อให้เห็นการทำปฏิกิริยาที่ ชัดเจนเมื่อนำน้ำยาล้างจานลงไปจุ่มที่สี จะเห็นสีผสมอาหารแตกกระจาย ซึ่งเป็นคุณสมบัติของน้ำยา ล้างจานที่เราใช้ในการล้างจานให้สะอาดนั้นเอง เพราะสีผสมอาหารทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ ชัดเจนขึ้น ผลงานเด็ก


๖๕ ด้านภาษา เด็กสามารถสนทนาโต้ตอบกับครูและเพื่อน แสดงความคิดเห็นของตนเองได้ เด็ก สามารถอ่านบัตรภาพอุปกรณ์ในการทดลองได้และสามารถวาดภาพสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้จากการทดลอง ได้ 2.2ด้านสังคม เด็กๆ ได้ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ได้ร่วมกันคิดวางแผนและลงมือปฏิบัติ รู้จักการช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเพื่อนๆ รู้จักการรอคอย รู้จักการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ปฏิบัติตามข้อตกลงของการ ทำกิจกรรม มีมารยาทในการฟังพูด ยกมือก่อนทุกครั้ง และการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกับผู้อื่นได้ 2.3 ด้านอารมณ์ - จิตใจ เด็กมีความสนุกสนานในการเรียนรู้การทำกิจกรรม ตื่นเต้นได้เรียนรู้สิ่งใหม่แสดงออกมาทางสีหน้า ยิ้มแย้มแจ่มใส มีสมาธิในการค้นหาคำตอบการทดลอง 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อเล็ก – ใหญ่ ในการหยิบจับวัสดุอุปกรณ์ และการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว เหมาะสมกับวัย


๖๖ รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลองตามโครงการ “ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” โรงเรียนบ้านเสียว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 กิจกรรมที่ ๑๙ กิจกรรม เรือแบบใดบรรทุกน้ำหนักได้มากที่สุด วันที่ทำการทดลอง ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. 256๖ จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องการลอยและการจม 2. เพื่อให้เด็กสามารถปฏิบัติการทดลองเรือแบบใดบรรทุกน้ำหนักได้มากที่สุด 3. เพื่อให้เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นและตอบคำถามได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. ครูและเด็กร่วมกันสนทนาเมื่อนำที่นอนลมมาวางบนน้ำ การที่จะให้เด็กหลายคนลงไปนั่งในที่ นอนลมไม่ใช่เนื่องง่ายเลย เด็กๆ จะต้องวางน้ำหนักบนที่นอนลมอย่างไรจึงจะบรรทุกน้ำนักได้ มากที่สุด แล้วถ้าเป็นเรือ เรือต้องมีลักษณะอย่างไรจึงจะบรรทุกได้มากและมั่นคง 2. เด็กๆ รู้จักเรือลักษณะใดบ้าง เรือประเภทต่างๆ มีลักษณะอย่างไร ตัวอย่างเช่น เรือบรรทุก สินค้า เรือแคนนู ให้คิดร่วมกับเด็กๆ ว่าลักษณะภายในของเรือเหล่านี้แตกต่างกันอย่างไร เรือ แบบใดที่บรรทุกผู้โดยสารหรือสินค้าได้จำนวนมากที่สุด 3. ให้เด็กๆ สร้างเรือจากดินน้ำมันในรูปแบบที่หลากหลาย โดยคำนึงถึงการขนส่งในปริมาณมาก ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เด็กๆ เปรียบเทียบในภายหลังได้ว่าต้องมีเงื่อนไขใดบ้าง เด็กแต่ละคนสร้าง เรือด้วยปริมาณของดินน้ำมันเท่าๆ กัน ในการทดสอบเรือ ให้วางเรือลำหนึ่งลงในน้ำและใส่ ลูกแก้วลงไป อภิปรายร่วมกับเด็กๆ ก่อนเริ่มการทดลองว่าจะวางลูกแก้วในเรือได้อย่างไร ให้ เด็กๆ ทดลองด้วยตนเองหลายๆครั้งจะพบว่า ครั้งใดดีที่สุดและเรือบรรทุกลูกแก้วได้กี่ลูก 4. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพระบายสีให้สวยงาม


๖๗ วัสดุ / อุปกรณ์ การทดลอง เด็กทำกิจกรรม


๖๘ เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานเด็ก


๖๙ ผลที่เกิดกับเด็ก ( ตามจุดประสงค์ของกิจกรรมพัฒนาการความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน และพัฒนาการ 4 ด้าน ) 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กเรียนรู้และมีความเข้าใจในเรื่องการลอยและการจม 1.2 เด็กปฏิบัติการทดลองเรือแบบใดบรรทุกน้ำหนักได้มากที่สุด ร่วมสนทนาและตอบคำถามได้ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐานและพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / สติปัญญา เด็กได้รู้ว่ารูปแบบเรื่องที่มีลักษณะท้องแบนและมีพื้นที่ผิวเรือที่สามรถสัมผัสกับน้ำได้มาก จะลอยตัว ในน้ำได้ดีที่สุด และบรรทุกลูกแก้วได้มากที่สุด นอกจากลักษณะของเรือแล้ว ยังมีปัจจัยเรื่องความ สมดุลในการวางลูกแก้วด้วย 2.2 ด้านสังคม 1. เด็กสามารถปฏิบัติตนในการทดลองตามข้อตกลงร่วมกับคนอื่นได้ 2. เด็กรู้จักการรอคอย การเป็นผู้ให้และเป็นผู้รับ 2.3 ด้านอารมณ์ - จิตใจ 1. เด็กเข้าร่วมการทดลองได้อย่างมีความสุข 2. เด็กชื่นชมยอมรับความสามารถและผลงานของตนเองและของผู้อื่น 2.4 ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย 1. เด็กสามารถตรวจสอบการทดลองด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 2. เด็กใช้กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กในการทดลองอย่างคล่องแคล่ว


๗๐ รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลองตามโครงการ “ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” โรงเรียนบ้านเสียว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 กิจกรรมที่ ๒๐ กิจกรรม หมุดลอยน้ำ จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องแรงตึงผิวของน้ำ 2. เพื่อให้เด็กเรียนรู้หมุดหรือลวดเสียบลอยน้ำได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูพูดคุยกันเกี่ยวกับแมลงที่สามารถเดินบนน้ำได้ เด็กบางคนสงสัยว่า ทำไมแมลงพวกนี้จึง ไม่จมน้ำ 2. ครูแนะนำวัสดุ อุปกรณ์ ในการทำกิจกรรมให้เด็กได้รู้จัก 3. ครูชวนเด็กทดลองว่าจะนำอะไรวางบนผิวน้ำแล้วจะไม่จม ให้เด็กทุกคนเตรียมหมุดหรือลวดเสียบ ตามที่ต้องการ 4. ครูชวนเด็กทำกิจกรรมโดยใช้คำถามกระตุ้น ดังนี้ - ถ้าเราน้ำหมุดหรือลวดเสียบกระดาษวางบนผิวน้ำจะเกิดอะไรขึ้น 5. ให้ตัวแทนเด็กออกมาทดลอง โดยหยิบวัสดุตามที่ต้องการคนละ 1 ชิ้น แล้วทดลองนำมาวางบนน้ำ จากนั้นสังเกตว่าเพื่อนคนใดวางวัสดุแล้วจมหรือไม่จม 6. ครูใช้คำถามนำกิจกรรมดังนี้ - เด็กๆจะมีวิธีการนำหมุดหรือลวดเสียบมาวางบนน้ำอย่างไรจึงจะไม่จม 7. ให้เด็กออกมาทดลองตามวิธีการของตนเองทีละคนและช่วยกันสังเกต ระหว่างทำกิจกรรมเด็กๆ ต้องไม่ทำให้โต๊ะสะเทือน 8. ให้เด็กบันทึกกำรทดลอง 9. ให้เด็กนำเสนอผลงาน 10. เด็กและครูร่วมกันสรุปว่าน้ำมีแรงตึงผิว โมเลกุลของน้ำจะยึดเกาะกัน เมื่อนำสิ่งของวางบนผิวน้ำ ถ้าแรงตึงผิวไม่ขาดออกจากกันก็จะรับน้ำหนักทำให้สิ่งของไม่จมได้แต่เรือมีน้ำหนักเรือก็สามารลอยน้ำได้ เพราะว่ามวลของน้ำจะแทนที่เท่ากับน้ำมวลของเรือ


๗๑ วัสดุ / อุปกรณ์ การทดลอง เด็กทำกิจกรรม


๗๒ เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานเด็ก


๗๓ ๑. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1. เด็กได้ทราบว่าน้ำประกอบด้วยโมเมกุลเล็กๆ ที่จับตัวกันเรียกว่าแรงตึงผิว 2. หมุดหรือลวดเสียบสามารถลอยน้ำได้โดยอาศัยแรงตึงผิวของน้ำ ๒. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ๒.๑ ด้านการเรียนรู้ / ด้านภาษา / สติปัญญา ด้านการเรียนรู้ เด็กสามารถเข้าใจและอธิบายเรื่องแรงตึงผิวของน้ำ เกิดจากโมเลกุล เล็กๆจับตัวกัน เมื่อวางหมุดหรือลวดเสียบบนผิวน้ำอย่างเบามือ หมุดหรือลวดเสียบก็จะลอยน้ำได้ แต่เมื่อแรง ตึงผิวรับน้ำหนักของวัตถุไม่แรงตึงผิวจะแตกออกจากกัน ทำให้หมุดหรือลวดเสียบจมน้ำได้ ด้านภาษา - การฟัง เด็กใช้ทักษะการฟังจากสิ่งที่เพื่อนสนทนา ซักถาม โต้ตอบ - การพูด ตอบคำถาม บอกเหตุจากสิ่งที่ตนเองคิด อธิบายสิ่งที่พบเห็น - การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมที่ครูอ่านให้ฟัง - การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสิ่งได้เรียนรู้จากกิจกรรมได้ชัดเจน ด้านสติปัญญา เด็กส่วนใหญ่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่ได้ทดลอง ลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเองกับสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น เวลาวางหมุดหรือลวดเสียบวางขนานกับผิวน้ำ แต่ต้องไม่ทำให้สะเทือน เพราะจะทำให้แรงตึงผิวน้ำแตก วัตถุก็ไม่สามารถลอยน้ำได้ ๒.๒ ด้านสังคม เด็กๆได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน รู้จักมารยาทในการฟัง การพูด ควบคุมตนเอง ปฏิบัติ ตามข้อตกลงร่วมกันได้ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน รอคอยได้ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ๒.๓ ด้านอารมณ์ – จิตใจ แสดงออกทางสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส สนุกสนาน ดีใจ ตื่นเต้น ๒.๔ ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย เด็กสามารถเคลื่อนไหวในการทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว รู้จักการลงน้ำหนักลงบนวัตถุเพื่อให้ผลลัพธ์ ออกมาอย่างที่ต้องการ


Click to View FlipBook Version