The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการใช้งานแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว &quot;มาตะ ลุ่มน้ำ&quot; สำหรับ สมาชิกแหล่งท่องเที่ยวและเมมเบอร์ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ<br>จัดทำโดย<br>ดร.คนึงนิจต์ หนูเช็ก มหาวิทยาลัยหาดใหญ่<br>ผศ.ดร. น้ำทิพย์ ตระกูลเมฆี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์<br>รศ.ทัศนีย์ ประธาน มหาวิทยาลัยหาดใหญ่<br>ดร.รุ่งฤดี ดิษฐวิชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by MaTa-LumNam, 2023-05-03 01:24:54

Best Practice: KM ลุ่มน้ำ

คู่มือการใช้งานแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว &quot;มาตะ ลุ่มน้ำ&quot; สำหรับ สมาชิกแหล่งท่องเที่ยวและเมมเบอร์ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ<br>จัดทำโดย<br>ดร.คนึงนิจต์ หนูเช็ก มหาวิทยาลัยหาดใหญ่<br>ผศ.ดร. น้ำทิพย์ ตระกูลเมฆี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์<br>รศ.ทัศนีย์ ประธาน มหาวิทยาลัยหาดใหญ่<br>ดร.รุ่งฤดี ดิษฐวิชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

Keywords: Best Practice,มาตะ ลุ่มน้ำ,ทะเลสาบ,โลจิสติกส์,ท่องเที่ยว,Tourism

มาตะ ลุ่ม ลุ่ น้ำ Best Practice คู่มืคู่อมืแนวปฏิบัติบั ติที่ดีสำดีสำหรับรัการสร้าร้งนวัตวักรรม การท่องเที่ยวเชิงชิพื้นพื้ที่ แพลตฟอร์มร์การจัดจัการโลจิสจิติกส์ท่ส์ ท่องเที่ยว "มาตะ ลุ่มลุ่น้ำ " พื้นพื้ที่ลุ่มลุ่น้ำ ทะเลสาบของประเทศไทย


คำนำ คู่มือแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice)สำหรับการสร้างนวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่” ฉบับนี้จัดทำขึ้น เพื่อการส่งต่อข้อมูลและเผยแพร่แนวปฏิบัติในการบริหารจัดการข้อมูลการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมหน่วยงานและทุก ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ด้วยเครือข่ายความร่วมมือของผู้ประกอบการ หน่วยงาน และชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่ ที่ เกิดจากการจัดการความรู้แพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ”ที่นำองค์ความรู้ด้านการ จัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว การตลาด และเทคโนโลยี สู่การส่งเสริมรายได้สู่ชุมชนรอบพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ โดยเริ่ม จากการเล่าเรื่องเล่าความเป็นมา (Storytelling) ลุ่มน้ำทะเลสาบของประเทศไทย ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง การรับรู้ด้านการท่องเที่ยวการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม (Ecological and Cultural Tourism) จากนั้นเป็น การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ที่มีส่วนในการสร้างนวัตกรรม การท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ และการนำเสนอรูปแบบกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามโซ่ อุปทานท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวและกระบวนการถ่ายทอดความรู้ เพื่อประโยชน์ในการยกระดับการ ท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบของประเทศไทย หรือสามารถเป็นต้นแบบให้แก่พื้นที่อื่น ๆ ที่มีความต้องการ พัฒนาการจัดการข้อมูลการท่องเที่ยวในลักษณะเดียวกันได้ในอนาคต คณะผู้ดำเนินโครงการขอขอบคุณเครือข่ายความร่วมมือที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แก่ องค์การบริหารการ พัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ที่ส่งต่อเรื่องราวความเป็นมาชุดพิเศษ ของลุ่มน้ำทะเลสาบและโอกาสในการถ่ายทอดความรู้ในงาน “มหัศจรรย์แห่งวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสู่การเป็นพื้นที่ พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” และตัวแทนจังหวัด (Node) สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช รวมถึง หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุน การจัดการความรู้สู่การสร้างแนวปฏิบัติที่ดีในครั้งนี้เป็นอย่างดี เมษายน 2566 คณะผู้ดำเนินโครงการ ดร.คนึงนิจต์ หนูเช็ก มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ผศ.ดร.น้ำทิพย์ ตระกูลเมฆี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รศ.ทัศนีย์ ประธาน มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ดร.รุ่งฤดี ดิษฐวิชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย


สารบัญ คำนำจากคณะผู้ดำเนินโครงการ สารบัญ บทนำ เรื่องเล่าความเป็นมาของลุ่มน้ำทะเลสาบ 1 ▪ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ 2 ▪ ประวัติศาสตร์ 3 ▪ ประเพณีวัฒนธรรม 3 ▪ วิถีชีวิตคนลุ่มน้ำทะเลสาบ 4 ▪ มหัศจรรย์แห่งวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบ 5 การสร้างนวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ 7 ▪ การออกแบบแอปพลิเคชัน “มาตะ ลุ่มน้ำ” 8 ▪ การออกแบบแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” 8 ▪ การจัดทำคู่มือการใช้งานการจัดการข้อมูลเว็บไซด์และโมบายแอปพลิเคชัน 9 ▪ การทดสอบการใช้งานหลังการถ่ายทอดองค์ความรู้ 14 ▪ การนำระบบ AR และ QR Code เข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ 17 กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามโซ่อุปทานท่องเที่ยว 18 ▪ บทบาทตัวแทนจังหวัด (Node) และ สมาชิก (Member) 19 ▪ จากตัวแทนจังหวัด 3 จังหวัด มาสู่ ตัวแทนลุ่มน้ำทะเลสาบ 21 ▪ หัวใจสำคัญของการจัดการความรู้การบริการการท่องเที่ยว (Tourism Service 22 Platform) ▪ การทำงานของแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” 23 ▪ การเผยแพร่ข้อมูลเรื่องราวด้านการท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ 24


บทนำ การจัดการความรู้ในครั้งนี้เป็นการจัดการความรู้จากผลงานวิจัยด้านการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว (Tourism Logistics) ภายใต้แพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” เพื่อการยกระดับการ ท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีการบูรณาการระหว่างองค์ความรู้ด้าน องค์ประกอบโลจิสติกส์ท่องเที่ยว การตลาด และเทคโนโลยี ในรูปแบบแพลตฟอร์มการบริการการท่องเที่ยว (Tourism Service Platform) ให้แก่ตัวแทนชุมชนท่องเที่ยวและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำ ทะเลสาบ โดยเริ่มต้นจากการสร้างการรับรู้เรื่องราวของพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบทั้งในด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตคนพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ สู่การจัดการข้อมูลการท่องเที่ยวด้วยการนำเทคโนโลยี เข้ามาเป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ โดยการดึงผู้ประกอบการและ ตัวแทนชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบันทึกข้อมูลและถ่ายทอดเรื่องราวด้านการท่องเที่ยวของตนเอง ซึ่งรูปแบบใน การปฏิบัติการที่สามารถเป็นต้นแบบในการจัดการข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ดังกล่าวสามารถสรุปเป็น 3 ประเด็น ดังต่อไปนี้ 1.เรื่องเล่าความเป็นมาของลุ่มน้ำทะเลสาบ หนึ่งเดียวของประเทศไทย และ 1 ใน 117 แหล่งทั่วโลก ลุ่มน้ำทะเลสาบ เป็นทะเลสาบแบบลากูน (Lagoona Lake) หนึ่งเดียวของประเทศไทย และ 1 ใน 117 แหล่งทั่วโลก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำตื้นที่พบในบริเวณชายฝั่งทะเลที่แยกจากทะเลโดยการกั้นของเนินทราย ที่มีการ เปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์มายาวนานไม่น้อย กว่า 6,000 ปี โดยมีชุมชนอาศัยในบริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบเป็นเวลานานก่อนสมัยอยุธยา และมีการติดต่อค้าขายกับ ชาวต่างชาติเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นเมืองท่า ลุ่มน้ำทะเลสาบเป็นทะเลสาบลักษณะสามน้ำที่ใหญ่ที่สุด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดสงขลา 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดา อำเภอรัตภูมิ อำเภอควนเนียง อำเภอสิงหนคร อำเภอระโนด อำเภอสทิงพระ อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอนาหม่อม อำเภอบางกล่ำ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดพัทลุง 11 อำเภอหรือทั้งจังหวัด ได้แก่ อำเภอปากพะยูน อำเภอป่า บอน อำเภอตะโหมด อำเภอบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน อำเภอเมือง อำเภอศรีบรรพต อำเภอกงหรา อำเภอศรี นครินทร์ อำเภอควนขนุน อำเภอป่าพะยอม และจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอวด และ อำเภอหัวไทร ซึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบทั้ง 3 จังหวัดมีการเชื่อมต่อกันทั้งพื้นที่ วัฒนธรรม ประเพณี และวิธีชีวิตที่มีความเหมือนและความต่างอย่างลงตัว


Best Practice P a g e | 2 ลักษณะทางภูมิศาสตร์ เกิดจากการก่อเกิดแผ่นดินเลื่อนไหลทะเลมีการเปลี่ยนแปลง มีน้ำทะลักเข้าไปเป็นทะเลสาบบนคาบสมุทร สะทิงพระ ที่ตั้งอยู่เหนือขึ้นมาจากเส้นศูนย์สูตรในกรอบเส้นแวงที่ 100 องศา 4 ลิปดาตะวันออก และเส้นรุ้งที่ 8 องศา 5 ลิปดาเหนือ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,000 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำกว้างใหญ่เป็นท้องทุ่ง ทะเลสาบ ที่มีอยู่เพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่มีเส้นน้ำไหลจากเทือกเขานครศรีธรรมราชที่อยู่ทิศตะวันตก และเทือกเขาสันการาคีรีที่อยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางน้ำไหลหลากหลั่งลงสู่ทิศตะวันออกลง สู่อ่าวไทย มีการผสมผสานตามฤดูกาลเป็นทะเลสาบที่แบ่งเป็นทะเลล่าง ทะเลหลวง และทะเลน้อย จากการ เปลี่ยนแปลงของฤดูกาลทำให้เกิดน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม จึงเรียกกันว่าทะเลสาบสามน้ำ ที่มีความยิ่งใหญ่ของการ สร้างคน สร้างเมือง และสร้างอารยธรรม ผ่านการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ สู่พื้นน้ำมหัศจรรย์กว้างใหญ่ ประกอบด้วย ▪ผืนน้ำตอนบนเป็นพื้นที่ทะเลน้อยมีส่วนหนึ่งที่เรียกว่า “พรุควนขี้เสียน” ซึ่งประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ ป่าเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ หรือ อนุสัญญาว่า ด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention) แห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดีและ ควายน้ำ ปัจจุบันองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประกาศให้ “ระบบการเลี้ยงควายปลักพื้นที่ ทะเลน้อย” เป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของไทย ▪ ผืนน้ำตอนกลางเรียกว่าทะเลหลวง และส่วนนอกสุดที่เชื่อมต่อกับอ่าวไทยเรียกว่าทะเลสาบตอนล่าง ทุก พื้นที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ผ่านยุคสมัยต่าง ๆ สู่ปัจจุบัน มีโบราณสถานโบราณวัตถุมากมาย มีระบบนิเวศของ ธรรมชาติที่มหัศจรรย์สร้างสรรค์อารยวัฒนธรรม แห่งวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นหมุดหมายสำคัญทางการ ท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทุกความเรืองงามอยู่ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำทะเลสาบ ภาพที่ 1 แผนที่ลุ่มน้ำทะเลสาบของประเทศไทย (สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช)


Best Practice P a g e | 3 ประวัติศาสตร์ จากวันเวลาอาณาจักรศรีวิชัยมีการรวมตัวกันของชุมชนต่าง ๆ เมื่อสทิงพราณศรีเป็นเมืองศูนย์กลางบน คาบสมุทรสะทิงพระ ต่อมาเกิดชุมชนแห่งใหม่ขึ้นมาเรียกว่าเมืองพัทลุง ขณะเดียวกันเมืองนครศรีธรรมราชก็ เจริญรุ่งเรืองเป็นเมือง 12 นักษัตร ที่คาบสมุทรสะทิงพระดาโต๊ปูเกาชาวเปอร์เซีย ได้เดินทางมาสร้างเมืองสงขลาหัว เขาแดงขึ้นเป็นเมืองท่า แล้วให้น้องชายฟาวิสซีไปสร้างเมืองที่เขาชัยบุรีซึ่งก็ได้กลายเป็นเจ้าเมืองพัทลุง แล้วเมือง พัทลุงได้มีการย้ายเมืองไปที่ตำบลลำปำ จนสุดท้ายได้มาตั้งเมืองอยู่ที่บริเวณเขาอกทะลุในปัจจุบัน ในขณะที่เมือง สงขลาหัวเขาแดง ได้ย้ายเมืองมาที่แหลมสน และข้ามฟากมาตั้งเมืองที่ตำบลบ่อยางในทุกวันนี้เป็นการร่วมสร้าง ความผูกพันสายใยความมีน้ำใจไทยจีนมุสลิม สร้างบ้านสร้างเมือง เรืองรองสืบยุคสมัยสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ผืนแผ่นดินราบลุ่มทะเลสาบ 3 น้ำ จึงสถิตจิตวิญาณของการเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม เต็มเปี่ยมไป ด้วยดวามรัก ความสามัคคี มีมิตรไมตรี มีความสุขสงบ ฝั่งรากลึกแน่นอยู่ในหัวใจ และในคุณค่าอันดีงามของความ เป็นคนลุ่มน้ำทะเลสาบของประเทศไทย ลุ่มน้ำทะเลสาบเปรียบเสมือนสายน้ำที่สวยงาม จากการกล่าวขานว่า “สามนิเวศ สามน้ำ สามจังหวัด” ภูมิ ทัศมหัศจรรย์นั้นเลิศค่าทะเลสาบท่ามวิถีทอชีวา โหนด-น้ำ-นา-ป่าทะเลเสน่ห์เมือง ชีวิต วัฒนธรรม ธรรมชาติ มิ เคยขาดสายสัมพันธ์ อันหนุนเนื่อง คาบสมุทรสทิงพระ งามประเทือง ทุกปลดเปลื้อง เรื่องราวพราวแผ่นดิน พราว สะพรั้งทั้งชีวิตผลิตผล วิถีชลคนลุ่มน้ำงามศาสตร์ศิลป์ ภูมิปัญญาพื้นบ้านการอยู่กิน ศิลปะ ศิลปิน ถิ่นโนรา ท่องวิถี ชุมชน เยี่ยมยลเหย้า รวมใจเราร่วมพิทักษ์ ร่วมรักษา แหล่งเรียนรู้ ยั่งยืนชื่นชีวา ลุ่มเลสาบสงขลาสง่างาม ประเพณีวัฒนธรรม ลุ่มน้ำทะเลสาบ คือ แหล่งอารยวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นจากวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำทะเลสาบและศิลปะ เลิศล้ำ งานศิลปะในลุ่มน้ำทะเลสาบจึงมีลักษณะของการร่วมวัฒนธรรมมีเอกลักษณ์ที่งดงาม ทั้งโบถ์ วิหาร อาคาร บ้านเรือน รวมถึงสินค้าท้องถิ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ลุ่มน้ำ ความเป็นหนึ่งเดียวคนลุ่มน้ำทะเลสาบ ชุมชนทุกเชื้อชาติศาสนา ที่อาศัยอยู่บริเวณต่างกันใครมีทรัพยากร อะไรก็มาแลกเปลี่ยนกัน มีน้ำใจให้กัน เป็นวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีความร่วมมือร่วม ใจอย่างมีความสุข เรียกกันว่า “เกลอเขา เกลอนา เกลอเล” ตามวัฒนธรรมเก่าแก่ที่ล้ำค่า ซึ่งคำว่า “เกลอ” คือ การแสดงถึงวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำทะเลสาบ ที่สัมพันธ์แบบเกื้อกูลพึ่งพากันมานานแสนนาน หัตถกรรมท้องถิ่นลุ่มน้ำทะเลสาบ เช่น ผ้าทอเกาะยอ เครื่องปั้นดินเผาสทิงหม้อ กระเบื้องดินเผาแบบ สงขลา การเกะฉลุหนังตะลุง การสานกระจูดทะเลน้อย งานกะลามะพร้าวพัทลุง งานประเพณีและการละเล่นลุ่มน้ำทะเลสาบ เช่น เพลงบอก แข่งโทน ดนตรีกาหลอ เพลงเรือแหลมโพธิ์ การชนไก่ ชนวัว แข่งว่าว แข่งนกเขา สะบ้า ซัดต้ม ประเพณีพื้นบ้าน เช่น ประเพณีสาทรเดือนสิบ ประเพณีชักพระ ประเพณีการทำบุญชายเล


Best Practice P a g e | 4 ศิลปะการแสดงลุ่มน้ำทะเลสาบ ความสุขที่เกิดขึ้นกลางทะเลสาบก่อเกิดตำนานเล่าขานถึงเทวดามารับ ร่ายร่ำท่วงท่าอันวิจิตสถิตเป็นเอกลักษณ์ศิลปะแห่งพื้นถิ่น นั่นคือการแสดงมโนราห์ที่สืบสานสร้างสรรค์การแสดง ชั้นสูงมาจากรากฐานความเชื่อ ความศรัทธา และความมีจิตวิญญาณของผู้คน จากจุดกำเนิดศิลปะประจำถิ่น กลายเป็นวัฒนธรรมการแสดงประจำชาติและงดงามระดับโลกทำให้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก ขึ้นทะเบียนโนรา เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ มหาสงฆ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งลุ่มน้ำทะเลสาบ เมื่อกล่าวถึงเสียงระฆังจากวัดพระโคะหรือวัดราชประดิษฐาน ซึ่ง เคยเป็นศูนย์กลางในการปกครองเมืองลุ่มน้ำทะเลสาบในสมัยกรุงศรีอยุธยา ยังก้องอยู่ในหัวใจของทุกคนด้วยความ เลื่อมใสศรัทธา คือ หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หรือ สมเด็จพระราชมุณีสามีราม หรือ สมเด็จเจ้าพระโคะ มี ประวัติความเป็นมาเริ่มจากเป็นสามเณรปูผู้มีความแตกฉานเรื่องธรรม เลิศล้ำปัญญาบารมี สำแดงบุญญาปฏิหาริย์ แล้วออกธุดงค์ คืนถิ่นที่สร้างมหารัตนมหาธาตุเจดีย์ ณ สทิงพาราณสี เป็นสมเด็จเจ้าพระโคะอันเจิดจ้า ลุ่ม ทะเลสาบสงขลาล่ำลือขาน โปรดสัตว์ทั่วแดนดินถิ่นกันดาน จนศักดิ์สิทธิ์ก้องสะท้านทั้งแผ่นดิน เป็นหลวงพ่อทวด แท้ แผ่บุญให้แขก ฝรั่ง จีน ไทย ไปทั้งสิ้น ผู้ใดรู้บูชาเป็นอาจิน เป็นผู้ต่อศาสตร์ยืนยาวให้ชาวพุทธให้มนุษย์ได้พึ่งพา พระบารมีเพื่อร่วมสร้างทางความดี ขอบารมีศักดิ์สิทธิ์ผองคุ้มครองเทอญ วิถีชีวิตคนลุ่มน้ำทะเลสาบ คือความงามเลิศของวิถีชีวิตประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ ทรงค่าในตัวเอง ล้วนให้ความชื่นชมแก่ทุกจิตใจใฝ่ฝันทั้งพราะธาตุเจดีย์ ซุ่มประตูและสุเหร่า โนราหนังตะลุง เพลงบอกและอื่นๆ อีก มากมาย คุณค่าในทุกมิติล้วนได้ประจักษ์และร่วมกันประกาศลุ่มน้ำทะเลสาบ จากเรื่องเล่าที่ที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่ รุ่นว่ากาลครั้งหนึ่งมีเรไร กับจักจั่นท้าแข่งกันว่าเสียงใครจะดังและไพเราะ กว่ากันในที่สุดก็ร้องแข่งกันถ้าเสียงไหน ขาดก่อนฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายแพ้ เรไรร้องแข่งเสียงดัง “ริ่ง ริ่ง ริ่ง” ฝ่ายจักจั่นก็ร้อง “แร่ง แร่ง แร่ง” ทั้งสองร้องสู้กัน เสียงดังก้องไปทั่ว สัตว์ทั้งหลายก็ออกมาฟัง ผลไม้ทั้งหลายก็ออกมาชื่นชมเสียงธรรมชาตินั้นและผลของมะม่วงหิม พานออกมาฟังอย่างมีความสุข สุดท้ายเรไรเป็นฝ่ายแพ้แต่ผลมะม่วงหิมพานฟังเพลิน จนกลับไปในผลของตัวเองไม่ ทัน จึงกลายเป็นโม่งหัวครก (เม็ดมะม่วงหิมพาน) จนถึงปัจจุบัน เรื่องเล่าต่าง ๆ มีที่มาจากวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบ 3 น้ำ ที่ทำให้ทุกหัวใจเอมอิ่มในความมั่งคั่ง ความมั่งคั่งทางอาหารก่อเกิดสำนวนคำพูดพื้นเมืองของพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ ของ 3 จังหวัด เช่น “นครพุงปลา สงขลาผักบุ้ง พัทลุงลอกอ” หรือ “แกงผักให้หนักเคย แกงบอนให้หย่อนเคย” เสน่ห์อาหารของคนลุ่มน้ำมีทั้งข้าวยำ น้ำบูดู เต้าคั่ว ขนมจีนแกงส้ม แกงน้ำเคย แกงพุงปลา น้ำชุบ ปลากระบอก ปลาลูกเบร่ กุ้ง 3 น้ำ และอาหารที่ได้รับการขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จีไอ คือ ข้าวสังข์หยด ปลาดุกร้า นอกจากนี้ยังมีมะม่วงเบา ไข่ครอบ สาคูต้น โม่งหัวครก (เม็ดมะม่วงหิมพาน) ลาน้ำผึ้งโหนด และอีกมากมายที่บอก ได้คำเดียวว่าหรอยจังหู(อร่อยมาก) วิถีโหนด – นา - เล กลายเป็นวิถีเท่ห์ในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาความสุข อันอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำทะเลสาบ จึงพร้อมที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำอันประทับใจ


Best Practice P a g e | 5 ปัจจุบันองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน องค์การมหาชน หรือ อพท. ได้ทำการศึกษาข้อมูลครอบคลุมทุกด้าน ในการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อพท. ยังมี แผนพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ด้วยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาค ส่วนในการร่วมคิดร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมรับผลประโยชน์ และร่วมเป็นเจ้าของ เพื่อให้พื้นที่ ลุ่มน้ำทะเลสาบเป็นพื้นที่ศักยภาพทางการท่องเที่ยวที่สำคัญและมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการประกาศเป็นพื้นที่ พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยการสะท้อนวิถีชีวิตแห่งลุ่มน้ำทะเลสาบต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและ วัฒนธรรมอย่างยั่งยืนผ่าน 5 เส้นทางท่องเที่ยว ▪ เส้นทางเชิงท่องเที่ยวลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ▪ เส้นทางท่องเที่ยววิถีโหนด-นา-เล ▪ เส้นทางท่องเที่ยววิถีชีวิตทะเลสาบสงขลา ▪ เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยหลวงพ่อทวด ▪ เส้นทางท่องเที่ยวโนรา มรดกภูมิปัญญาไทย มรดกวัฒนธรรมโลก มหัศจรรย์แห่งวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบ จากเรื่องราวความเป็นมาลุ่มน้ำทะเลสาบข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งในการนำมาจากการเล่าเรื่องราวลุ่มน้ำทะเลสาบผ่าน การแสดงของตัวละครในพิธีเปิดงาน“มหัศจรรย์แห่งวิถีลุ่มน้ำทะเลสาบสู่การเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืน” ซึ่งประกอบด้วย 8 องค์ ได้แก่ (1) ปาฏิหาริย์ กาลเวลา (2) สงขลา พัทลุง นครศรีฯ (3) เคียงเลประเพณี (4) บารมีป้องปกฟ้า (5) สามน้ำนิรมิต (6) งามวิจิตรล้ำเลอค่า (7) โอ้ละเห่สายธารา และ (8) ทะเลสาบสงขลาสง่า งาม ซึ่งสร้างสรรค์โดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. (2566) ซึ่งสามารถติดตามชมได้จาก Link หรือ QR Code แยกตามองค์ดังต่อไปนี้ องค์ที่ 1 ปาฏิหาริย์กาลเวลา https://www.youtube.com/watch?v=ZAsdaUJGULQ&ab_channel=MaTaLumNam


Best Practice P a g e | 6 องค์ที่ 2 สงขลา พัทลุง นครศรีฯ https://www.youtube.com/watch?v=IBNquYnmSmE&t=209s&ab_channel=MaTaLumNam องค์ที่ 3 เคียงเลประเพณี https://www.youtube.com/watch?v=AForVwJTY-A&t=45s&ab_channel=MaTaLumNam องค์ที่ 4 บารมีป้องปกฟ้า https://www.youtube.com/watch?v=gFxuDj3284Y&t=41s&ab_channel=MaTaLumNam องค์ที่ 5 สามน้ำนิรมิต https://www.youtube.com/watch?v=c75giXI1usI&t=12s&ab_channel=MaTaLumNam


Best Practice P a g e | 7 องค์ที่ 6 งามวิจิตรล้ำเลอค่า https://www.youtube.com/watch?v=4qLGIKVT0PA&t=145s&ab_channel=MaTaLumNam องค์ที่ 7 โอ้ละเห่สายธารา https://www.youtube.com/watch?v=yi2Dg1J-ORU&t=8s&ab_channel=MaTaLumNam องค์ที่ 8 ทะเลสาบสงขลาสง่างาม https://www.youtube.com/watch?v=Ns8trORtQkw&t=8s&ab_channel=MaTaLumNam 2.การสร้างนวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ผ่านการจัดการความรู้แพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ ท่องเที่ยว "มาตะ ลุ่มน้ำ" เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการความรู้และ ถ่ายทอดวิธีการทำงานด้านการจัดการข้อมูลท่องเที่ยวตามองค์ประกอบการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว เพื่อความ สะดวกในการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงความสะดวกในการค้นหาความรู้และดึงความรู้ ไปใช้ วิเคราะห์ข้อมูล และการจัดเก็บข้อมูลความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเครื่องมือและ วิธีการที่นำมาประกอบใช้ในการวางระบบการจัดการความรู้ มีดังต่อไปนี้


Best Practice P a g e | 8 2.1 เริ่มต้นจากการออกแบบแอปพลิเคชัน “มาตะ ลุ่มน้ำ” ที่พัฒนาให้สามารถใช้ผ่านอุปกรณ์ เคลื่อนที่รองรับระบบปฏิบัติการแบบ Cross-Platform หรือรองรับทั้งระบบ iOS และ Android ผ่าน Smart Phone และ Tablet รองรับ 10 ภาษา ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ 3 จังหวัด ที่แสดงเส้นทาง การท่องเที่ยวแนะนำ (recommended route) และเส้นทางการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว สินค้าพื้นเมือง และ OTOP ของแต่ละอำเภอและจังหวัด รวมถึงการค้นหา ตู้ ATM/สถานที่รับแลกเงิน ปั้มน้ำมัน สถานีตำรวจ โรงพยาบาล ด้วยเทคโนโลยี Google Map เป็นต้น ดังภาพที่ 2 ภาพที่ 2 แอปพลิเคชัน “มาตะ ลุ่มน้ำ” 2.2 การออกแบบแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” ให้สามารถรองรับ ผู้ใช้ 4 กลุ่มใหญ่ตามบทบาทการใช้งานเพื่อให้เกิดการปรับปรุงข้อมูลอย่างสม่ำเสมอใน 4 บทบาท ได้แก่ ผู้ดูแล ระบบ (Super admin) ผู้ดูแลกลุ่ม (Admin) สมาชิกที่เป็นร้านค้าหรือแหล่งท่องเที่ยว (Member) และ นักท่องเที่ยว (Tourist) โดยการเชื่อมโยงการทำงานของ 2 แพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยวทำให้ทั้ง แพลตฟอร์ม “มาตะ เมืองลุง” และ “มาตะ ลุ่มน้ำ” ใช้ระบบฐานแบบรวมศูนย์ (Centralized database


Best Practice P a g e | 9 system) เพื่อลดความซ้ำซ้อนและความขัดแย้งของข้อมูล และทำให้ข้อมูลทั้ง 2 แพลตฟอร์มฯ มีการปรับข้อมูลให้ เป็นปัจจุบันมากขึ้น และสามารถแสดงผลเหมือนกัน จึงเป็นที่มาของการสร้างสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มการ จัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” ภาพที่3 สถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” นอกจากนี้ได้มีการสร้างช่องทางการประชาสัมพันธ์สื่อสารระหว่างนักท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการ ผ่าน สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ได้แก่ Line Official Account, Application, Website Facebook, YouTube และ TikTok ภายใต้ชื่อ “มาตะ ลุ่มน้ำ” ภาพที่ 4 การเชื่อมโยงการประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” 2.3 จัดทำคู่มือการใช้งาน ด้วยการจัดการข้อมูลเว็บไซด์และโมบายแอปพลิเคชัน “มาตะ ลุ่มน้ำ” ที่ เป็นคู่มือการท่องเที่ยวของแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” ที่อยู่ในรูปเอกสาร


Best Practice P a g e | 10 อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงเอกสารและวีดีโอที่จัดเสริมให้แก่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว โดยกาจัดทำไว้ในรูปแบบ m-Book แบ่งเป็น ดังนี้ (1) คู่มือการใช้งานสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อการทบทวนก่อนถ่ายทอดความรู้ให้สมาชิกให้สามารถ ดำเนินการตามระบบที่กำหนดได้ ▪ คู่มือการใช้งาน (Backend) สำหรับกลุ่มตัวแทนจังหวัด (Node) หรือ ตัวแทนสมาชิก ดัง ภาพที่ 5 ตามลิงก์https://online.anyflip.com/sculv/lekm/mobile/ ภาพที่ 5 คู่มือการใช้งาน (Backend) สำหรับกลุ่มตัวแทนจังหวัด (Node) ▪ คู่มือการใช้งาน (Backend) สำหรับสมาชิกจังหวัด (Member) ดังภาพที่ 6 ตามลิงก์ https://online.anyflip.com/sculv/luvp/mobile/ ภาพที่ 6 คู่มือ การใช้งาน (Backend) สำหรับสมาชิกจังหวัด (Member)


Best Practice P a g e | 11 (2) คู่มือการใช้งานสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อความสะดวกในการเข้าถึงและใช้ประกอบการวางแผนการ ท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบของประเทศไทย ในรูปแบบแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยวสำหรับกลุ่ม นักท่องเที่ยว (Frontend) ประกอบด้วย ▪ คู่มือการใช้งาน LINE OA สำหรับนักท่องเที่ยว ดังภาพที่ 7 ภายใต้ลิงก์https://online. anyflip.com/sculv/wvyl/mobile/ ภาพที่ 7 คู่มือการใช้งาน LINE OA สำหรับนักท่องเที่ยว ▪ คู่มือการใช้งาน Mobile Application สำหรับนักท่องเที่ยว ดังภาพที่ 8 ภายใต้ลิงก์ https://online.anyflip.com/sculv/xydz/mobile/ ภาพที่ 8 คู่มือการใช้งาน Mobile Application สำหรับนักท่องเที่ยว


Best Practice P a g e | 12 ▪ คู่มือการใช้งานWebsite สำหรับนักท่องเที่ยว ดังภาพที่ 9 ภายใต้ลิงก์https://online. anyflip.com/sculv/wwwf/mobile/ ภาพที่ 9 คู่มือการใช้งาน Website สำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ได้มีการจัดทำวีดีโอประกอบการถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ในการเรียนรู้ก่อนการใช้งาน สำหรับนักท่องเที่ยว ดังภาพที่ 10 – 13 และลิงก์ประกอบ https://www.youtube.com/watch?v=erbcLLUQSOM ภาพที่ 10 ลิงก์คลิปและตัวอย่างคลิปการใช้งานแอปพลิเคชัน “มาตะ ลุ่มน้ำ” สำหรับนักท่องเที่ยว


Best Practice P a g e | 13 ภาพที่ 11 ลิงก์คลิปและตัวอย่างคลิปการใช้งาน Line OA “มาตะ ลุ่มน้ำ” สำหรับนักท่องเที่ยว https://www.youtube.com/watch?v=Vm1kFoL7hiU ภาพที่ 12 ลิงก์คลิปและตัวอย่างคลิปการใช้งาน “มาตะ ลุ่มน้ำ” สำหรับร้านค้าหรือแหล่งท่องเที่ยว (Member) https://youtube.com/playlist?list=PLWYZG2H6buvZOeavGQLM3v1rBkDhi1xGa


Best Practice P a g e | 14 ภาพที่ 13 ลิงก์ playlist คลิปและตัวอย่างคลิปการใช้งานกลุ่ม (Admin) จำนวน 16 คลิป https://www.youtube.com/playlist?list=PLWYZG2H6buvY0rdJtlygaE18PefxANSnA 2.4 ทดสอบการใช้งานหลังการถ่ายทอดองค์ความรู้และปรับปรุงพัฒนาตามข้อเสนอแนะของผู้ใช้ ดังนี้ (1) ปรับเปลี่ยนการเข้าถึงการจัดการข้อมูลหลังบ้าน จากเดิมต้องล็อกอินเข้าผ่านเว็บไซต์ http://www.mata-lumnam.com จากนั้นพบว่าส่วนใหญ่ลืมบัญชีผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้ลงทะเบียนไว้และลืมโดเมนเนมเพื่อเข้าถึงเว็บไซต์การจัดการหลังบ้านของแพลตฟอร์มฯ (Backend website) ดังนั้นเพื่อการแก้ไขปัญหาที่สำคัญทั้ง 2 ปัญหาจึงได้ออกแบบและพัฒนาให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจำชื่อผู้ใช้และ รหัสผ่านเพื่อเข้าใช้งานแพลตฟอร์ม รวมถึงไม่จำเป็นต้องจำโดเมนเนมของเว็บไซต์เพื่อเข้าใช้งานแพลตฟอร์ม โดย สามารถเข้าใช้งานผ่าน Line OA “มาตะ ลุ่มน้ำ” ได้เลยผ่าน Line ID ของตนที่เป็นสมาชิกและเลือกการทำงาน ผ่านริชเมนู (Rich menu) ได้เลย โดยมีสถาปัตยกรรมการพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มา ตะ ลุ่มน้ำ” ใหม่ ดังภาพที่ 14


Best Practice P a g e | 15 ภาพที่ 14 การเข้าถึงการจัดการข้อมูลหลังบ้านผ่าน Line OA มาตะ ลุ่มน้ำ (2) ปรับเปลี่ยนการแสดงผลกลุ่มประเภทสถานที่ในโมบายแอปพลิเคชันและเว็บไซต์จากเดิมที่มี จำนวนมากกว่า 10 กลุ่ม ให้เหลือเพียง 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ช้อปปิ้ง กิน&ดื่ม ที่พัก ท่องเที่ยว และบริการ ดังภาพที่ 15 รวมถึงการจัดการโอนย้ายและปรับเปลี่ยนกลุ่มข้อมูลสถานที่ (Re-category data) ในระบบ ฐานข้อมูลใหม่ให้สอดคล้องกับ 5 กลุ่ม ดังภาพที่ 16 ภาพที่ 15 การปรับเปลี่ยนการแสดงผลจากเดิมมากกว่า 10 กลุ่ม ให้เหลือเพียง 5 กลุ่มหลัก


Best Practice P a g e | 16 ภาพที่ 16 การโอนย้ายและปรับเปลี่ยนข้อมูล (Re-category data) สอดคล้องกับ 5 กลุ่มหลัก (3) ปรับปรุงและเพิ่มเติมฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อความสะดวกของการจัดการระบบหลังบ้าน (Backend) และระบบหน้าบ้าน (Frontend) ดังภาพที่ 17 ภาพที่ 17 การปรับปรุงและเพิ่มเติมฟีเจอร์ เพื่อความสะดวกของการจัดการระบบหลังบ้าน (Backend) และระบบหน้าบ้าน (Frontend)


Best Practice P a g e | 17 2.5 การนำระบบ AR และ QR Code เข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเริ่มจากสถานที่ สำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยวแต่ขาดคนแนะนำข้อมูลเรื่องราวความเป็นมา เช่น วังเจ้าเมืองพัทลุง (ภาพที่ 18) หาดแสนสุขลำปำ (ภาพที่ 19) เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย (ภาพที่ 20) และ Street art ย่านเมืองเก่าสงขลา (ภาพที่ 21) รวมถึงการจัดทำ Google Map (ภาพที่ 22) เส้นทางตัวอย่าง สำหรับการเดินทางตามเส้นทาง และ การทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์แจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบ ภาพที่ 18 วังเจ้าเมืองพัทลุง ภาพที่ 19 หาดแสนสุขลำปำ ภาพที่ 20 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย


Best Practice P a g e | 18 ภาพที่ 21 Street art เมืองเก่าสงขลา ภาพที่ 22 Google Map สำหรับการเดินทางตามเส้นทาง AR Street art เมืองเก่าสงขลาทั้ง 14 จุด 3.กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามโซ่อุปทานท่องเที่ยว จากการจัดการความรู้ พบว่า ในระหว่างกระบวนการดำเนินการมีปัญหาและอุปสรรคที่ไม่สามารถ ดำเนินการตามแผนงานที่กำหนดไว้ได้ทั้งหมด จึงได้มีการปรับกระบวนการถ่ายทอดความรู้ใหม่ เช่น จากที่กำหนด แผนในลักษณะการจัดการจากบนลงล่าง (Top-down management) เป็นการบริหารจัดการจากล่างขึ้นบน (Bottom-up management) เช่น จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะประสานงานกับหน่วยงานก่อน เพื่อการเข้าถึง ผู้ประกอบการได้ง่ายขึ้นและกระจายทั่วถึงทุกอำเภอที่อยู่ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ และสามารถประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ แต่เมื่อสถานการณ์ไม่สามารถดำเนินการตามที่กำหนดด้วยข้อจำกัดของความ เข้าใจด้านการจัดการความรู้ของผู้นำ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง คณะผู้ดำเนินโครงการจึงเปลี่ยนรูปแบบ


Best Practice P a g e | 19 การดำเนินการ โดยการสรรหาผู้ประกอบการที่จะมาเป็นตัวแทนจังหวัด (Node) เพื่อการเชื่อมต่อไปยัง ผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่รายอื่น ๆ มาเป็นสมาชิก (Member) ในระบบเครือข่ายดังภาพที่ 23 จากนั้นเมื่อมีการดำเนินการเกี่ยวเนื่องหรือเป็นประโยชน์กับภาครัฐจะมีการประสานงานกลับไปยังหน่วยที่มีความ เข้าใจการจัดการความรู้เพื่อการร่วมสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ภาพที่ 23 การถ่ายทอดความรู้ในรูปแบบเครือข่ายระหว่างตัวแทนจังหวัดกับสมาชิก บทบาทตัวแทนจังหวัด (Node) และ สมาชิก (Member) ตัวแทนจังหวัด (Node) คือ ผู้ประกอบการของทั้ง 3 จังหวัด จังหวัดละ 4 - 5 คน ทำหน้าที่เปรียบเสมือน ผู้นำ (Leadership) ที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีจากคณะผู้ดำเนินโครงการ เพื่อการถ่ายทอดความรู้ และประสานงานในการจัดการความรู้ด้านการท่องเที่ยวไปยังสมาชิก (Member) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่ของ ทั้ง 3 จังหวัดในรูปแบบเครือข่ายร่วมเพิ่มข้อมูลการท่องเที่ยว รวมถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องลงในฐานข้อมูลที่ กำหนด โดยตัวแทนจังหวัด (Node) จะเป็นผู้ดูแลระบบ (Admin) ข้อมูลหลังบ้าน (Backend) ของแพลตฟอร์มฯ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลการท่องเที่ยวตามโซ่อุปทานการท่องเที่ยวเพื่อ ประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยว (Tourist) และการจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่ของตนเอง ดังภาพที่ 24 – 25


Best Practice P a g e | 20 ภาพที่ 24 ตัวแทนจังหวัด (Node) เข้ารับการถ่ายทอดความรู้ ภาพที่ 25 ตัวแทนจังหวัด (Node) ถ่ายทอดความรู้ให้แก่สมาชิก (Member)


Best Practice P a g e | 21 จากตัวแทนจังหวัด 3 จังหวัด มาสู่ ตัวแทนลุ่มน้ำทะเลสาบ จากการเข้ารับการอบรมร่วมกันระหว่างตัวแทนจังหวัด (Node) ทั้ง 3 จังหวัด ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างจังหวัดจากที่ไม่เคยรู้จักไม่เคยทำงานร่วมกันให้สามารถมารวมตัวกันทำงานเป็นทีมในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ร่วมกัน และร่วมส่งต่อเรื่องราวและข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่สมาชิกของแต่ละจังหวัด ที่กลายเป็นเครือข่ายการท่องเที่ยว พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ▪ ตัวแทนจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ส่งต่อไฟล์ข้อมูลและเทคนิคการอบรมเพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์และผู้อบรมที่มีความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีน้อยให้แก่ตัวแทนจังหวัดสงขลาและพัทลุง เนื่องจากเป็น จังหวัดแรกในการเริ่มอบรมให้แก่สมาชิก ▪ ตัวแทนจังหวัดพัทลุงลงพื้นที่เพื่อช่วยตัวแทนจังหวัดสงขลาอบรมสมาชิก (Member) จังหวัดสงขลา ▪ ตัวแทนจังหวัดสงขลาลงพื้นที่เพื่อช่วยตัวแทนจังหวัดพัทลุงอบรมสมาชิก (Member) จังหวัดพัทลุง ภาพที่ 26 ตัวแทนจังหวัดและสมาชิกรวมตัวเป็นเครือข่ายการท่องเที่ยวลุ่มน้ำทะเลสาบ กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวจะเป็นลักษณะของการสร้างเครือข่ายการจัดการจัดการความรู้ ที่สามารถสร้างเป็นวัฒนธรรมเครือข่ายการท่องเที่ยวที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนและแบ่งบันความรู้ระหว่าง


Best Practice P a g e | 22 ผู้ประกอบการ ตัวแทนชุมชนท่องเที่ยว และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ ด้วยการสร้าง ทัศนคติที่ดีต่อการแบ่งบัน และนำความรู้ที่มีอยู่มาเป็นฐาน และมีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งออนไลน์และ ออฟไลน์ให้นักท่องเที่ยวทราบเกี่ยวกับการเข้าถึงระบบข้อมูลการท่องเที่ยวและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องภายในพื้นที่ลุ่ม น้ำทะเลสาบ ทั้งนี้กระบวนการทั้งหมดมีการวัดผลการดำเนินการ (Measurement) ของกระบวนการถ่ายทอด ความรู้ เพื่อนำมาสู่การปรับปรุงพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ของแพลตฟอร์มฯ ให้บรรลุเป้าหมายของการจัดการความรู้ และเพื่อประโยชน์ในการยกระดับการท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบของประเทศไทย ตามเหตุการณ์และ สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา ต่อไป หัวใจสำคัญของการจัดการความรู้การบริการการท่องเที่ยว (Tourism Service Platform) จากการจัดการความรู้แพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว "มาตะ ลุ่มน้ำ" พบว่าการจัดการความรู้ ดังกล่าวสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับการท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ ด้วยแนวคิดการจัดการความรู้สู่ แนวปฏิบัติที่ดีในลักษณะความเป็นเลิศด้วยระบบเครือข่าย (Network of Excellence : NoE) สู่การบริหาร จัดการข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการของชุมชนอย่างมีส่วนร่วมให้ชุมชนท่องเที่ยวลุ่มน้ำทะเลสาบทั้ง 25 อำเภอ (3 จังหวัด) สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างสรรค์อย่างมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตามโซ่อุปทานการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ซึ่งการ ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ จำเป็นต้องมีการจัดการความรู้ในการสนับสนุนผลสำเร็จ โดยการเชื่อมโยงกับทุก ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการใช้พลังความร่วมมือเชื่อมต่อหัวใจสำคัญของเครือข่ายที่ประกอบด้วย (1) ความรู้ที่เปรียบเสมือนเครื่องมือในการจัดระบบการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการ (2) การสื่อสารของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้มีการติดต่อสื่อสารและแบ่งปันความรู้ประสบการณ์ร่วมกัน (3) การสร้างสรรค์การเชื่อมโยงและแบ่งปันความรู้ระหว่างกัน เพื่อเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน จากการอำนวยความสะดวกด้านเครื่องมือการจัดการความรู้จะต้องมีการสร้างบรรยากกาศและวัฒนธรรม การแบ่งปันความรู้ตามองค์ประกอบโลจิสติกส์ท่องเที่ยวที่มีการบูรณาการร่วมกับองค์ความรู้ด้านการตลาด และ เทคโนโลยี ภายใต้รูปแบบแพลตฟอร์มการบริการท่องเที่ยว (Tourism Service Platform) ดังภาพที่ 27


Best Practice P a g e | 23 ภาพที่27 หัวใจสำคัญของการจัดการความรู้การบริการการท่องเที่ยว (Tourism Service Platform) การทำงานของแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” การจัดการความรู้ครั้งนี้ได้มีการกำหนดเป้าหมายการจัดการความรู้การยกระดับการท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่ม น้ำทะเลสาบ เพื่อการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวและเลือกซื้อสินค้าและบริการ ด้วยการ ใช้แนวคิดการจัดการความรู้ตามองค์ประกอบการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว 3 องค์ประกอบได้แก่ การเคลื่อนที่ ทางกายภาพ (Physical Flow) การเคลื่อนที่ทางข้อมูลข่าวสารหรือสารสนเทศ (Information Flow) และการ เคลื่อนที่ทางการเงิน (Financial Flow) ซึ่งผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวสามารถค้นหาข้อมูลและใช้ประโยชน์ จากแพลตฟอร์มฯ ได้จากเครื่องมือการใช้งานแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” ผ่าน ระบบหลังบ้าน (Backend system) โดยมีการจัดการการทำงานด้วยการเข้าระบบผ่าน Line Official Account และสามารถเชื่อมต่อข้อมูลไปยัง Website และ Application โดยการออกแบบระบบหรือเมนูต่าง ๆ ง่ายต่อการ เข้าใจของผู้เข้าระบบที่ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งระบบการไหลข้อมูลสามารถส่งต่อไปยังระบบหน้า บ้าน (Frontend system) ที่ผู้ใช้หรือนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึง Application, Website และ Line OA “มาตะ ลุ่มน้ำ” ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีความสะดวกในการวางแผนการท่องเที่ยวทั้งก่อนการท่องเที่ยว ระหว่างการ ท่องเที่ยว และหลังการท่องเที่ยว และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยว อย่างต่อเนื่อง ดังภาพที่ 28


Best Practice P a g e | 24 ภาพที่ 28 การทำงานของแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” การเผยแพร่ข้อมูลเรื่องราวด้านการท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ การเผยแพร่ข้อมูลเรื่องราวด้านการท่องเที่ยวพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบภายใต้แพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” แก่นักท่องเที่ยว เช่น การทำคลิปแนะนำการการใช้ AR ดังภาพที่ 29 การแนะนำ AR Street art ย่านเมืองเก่าสงขลาพร้อมลิงก์และ QR Code นอกจากนี้ยังมีลิงก์และ QR Code ตัวอย่างผู้ใช้ ประโยชน์ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ AR ผ่าน QR Code วังเจ้าเมืองพัทลุง เขตห้าล่าสัตว์ ป่าทะเลน้อย และหาดแสนสุขลำปำ ดังภาพที่ 30 -32 และ ภาพที่ 33 เป็นการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคม ออนไลน์ (Social Media) โดยตัวแทนจังหวัด (Node) และสมาชิก (Member) กล่าวถึงโครงการการจัดการความรู้ แพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ” ภาพที่ 29 การแนะนำ AR Street art ย่านเมืองเก่าสงขลาพร้อมลิงก์และ QR Code https://www.youtube.com/watch?v=PS7 HF2cRK8Q&t=74s&ab_channel=MaTaLu


Best Practice P a g e | 25 ภาพที่ 30 ผู้ใช้ประโยชน์ได้ให้สัมภาษณ์การใช้ AR ผ่าน QR Code วังเจ้าเมืองพัทลุง ภาพที่ 31 ผู้ใช้ประโยชน์ได้ให้สัมภาษณ์การใช้ AR ผ่าน QR Code เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ภาพที่ 32 ผู้ใช้ประโยชน์ได้ให้สัมภาษณ์การใช้ AR ผ่าน QR Code หาดแสนสุขลำปำ https://fb.watch/kej9G2Ra-M/?mibextid=v7YzmG https://fb.watch/kefy_-R6RA/?mibextid=v7YzmG https://fb.watch/kefvNzkU_T/?mibextid=v7YzmG


Best Practice P a g e | 26 ภาพที่ 33 ตัวแทนจังหวัดร่วมสื่อสารแพลตฟอร์มการจัดการโลจิสติกส์ท่องเที่ยว “มาตะ ลุ่มน้ำ”


Click to View FlipBook Version