The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยสระเปลี่ยนรูปลดรูปป.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Duangtida Jaree, 2024-03-18 08:37:24

วิจัยสระเปลี่ยนรูปลดรูปป.1

วิจัยสระเปลี่ยนรูปลดรูปป.1

ก รายงานการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการอานและการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูป และสระลดรูปของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ผูรายงาน นางสาวดวงธิดา จารีย ตำแหนง ครูผูชวย โรงเรียน บานเปยงหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม เขต 3 กระทรวงศึกษาธิการ


ก คำนำ รายงานการวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้ เปนผลการปฏิบัติงานตามบทบาทหนาที่ครูผูสอนโดย ดำเนินการควบคูไปกับการเรียนการสอนเพื่อแกปญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนโดยมีวัตถุประสงค เพื่อพัฒนาทักษะการอานและการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 โรงเรียน บานเปยงหลวง โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู จากการจัดการเรียนการสอนพบวามีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1 บางสวนมีปญหา การอานและเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป เกิดความสับสนในการอานและ การเขียน สงผลใหเกิดการอานไมได เขียนไมได และอานไมคลอง เขียนไมคลอง ขาพเจาจึงได ดำเนินการศึกษาและนำวิธีที่เหมาะสมมาใชในการจัดการเรียนการสอนโดยมุงใชงานวิจัยเพื่อนำผล มาใชในการพัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนเพื่อสงเสริมพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนใหดียิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณทานผูอำนวยการโรงเรียน คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนบาน เปยงหลวง ที่ใหคำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียนในครั้งนี้และขอขอบใจ นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 1/1 โรงเรียนบานเปยงหลวง ปการศึกษา 2566 ที่ใหความรวมมือเปนอยางดีในการ วิจัยจนเสร็จสมบูรณ นางสาวดวงธิดา จารีย


ข สารบัญ หนา คำนำ ......................................................................................................................................... ก สารบัญ....................................................................................................................................... ข ความเปนมาและความสำคัญของปญหา..................................................................................... 1 วัตถุประสงคของการวิจัย............................................................................................................ 4 ขอบเขตของการศึกษา................................................................................................................ 4 กรอบแนวคิดของการศึกษา........................................................................................................ 5 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ ......................................................................................................... 6 นิยามศัพทเฉพาะ........................................................................................................................ 6 วิธีดำเนินการวิจัย....................................................................................................................... 7 การเก็บรวบรวมขอมูล................................................................................................................ 8 การวิเคราะหขอมูล..................................................................................................................... 8 ผลการวิเคราะหขอมูล................................................................................................................ 8 สรุปผลการวิจัย.......................................................................................................................... 12 อภิปรายผล................................................................................................................................ 13 ขอเสนอแนะ............................................................................................................................... 13 ภาคผนวก................................................................................................................................... 14


1 การพัฒนาทักษะการอานและการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ความเปนมาและความสำคัญของปญหา การศึกษาเปนเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาและสงเสริมความรูความคิดใหกับพลเมืองของประเทศ โดยเฉพาะโลกในศตวรรษที่ 21 ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วทั้งดานเทคโนโลยีการสื่อสาร และการคิดคน พัฒนาองคความรูใหมๆที่กลาวไดวา การอานและการรูหนังสือ เปนทักษะที่จำเปนอยางยิ่งสำหรับการเรียนรู และดำเนินชีวิต เนื่องจากการอานและการรูหนังสือทำใหเกิดความรู ความสามารถ และสงเสริมใหเกิดทักษะ การคิด วิเคราะห แยกแยะ ประยุกตใชขอมูลที่เปนประโยชนตอชีวิต ซึ่งหากผูใด มีความบกพรองหรือ ขาดความสามารถในการอานการเขียนก็จะสงผลใหเกิดความยากลำบาก ในการสื่อสารและการ เรียนรูอันจะเปนปญหาในการดำรงชีวิตตอไป (สถาบันภาษาไทย : 2559) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลาวโดยสรุปวา ภาษาเปนเครื่องมือ สื่อสารที่สำคัญ ภาษาชวยสรางสรรคความเขาใจอันดีตอกันของคนในสังคม เปนเครื่องมือที่ใชใน การ ถายทอดความรู ความคิด ความเชื่อ และประสบการณตางๆ อันกอใหเกิดการพัฒนาความคิด ความ เจริญกาวหนาของ คนชาติ ภาษายังเปนสมบัติทางวัฒนธรรมที่กอใหเกิดความเปนเอกภาพ ความเปน เอกลักษณของความเปนไทย ภาษาไทยจึงเปนสมบัติที่ล้ำคาควรแกการศึกษาเรียนรู เพื่ออนุรักษและสืบสาน ภาษาไทยอันเปนภาษาชาติใหคง อยูตอไป ดวยการใชใหถูกตองทั้งการอาน การเขียน การพูด และการฟงใหได ใจความ ตลอดจนนำไปใชในการ สื่อสารในชีวิตประจำวันไดอยางถูกตองและมีมารยาท ในการใชเครื่องมือทาง ภาษา (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) การอานเปนทักษะทางภาษาที่สำคัญและจำเปนอยางมากในการดำรงชีวิตของคนในยุคปจจุบัน ยิ่ง กวาทุกสมัยที่ผานมา เพราะขณะนี้วิทยาการและเทคโนโลยีตาง ๆ ไดเปลี่ยนแปลง เจริญกาวหนามากและ เปนไปอยางรวดเร็ว การติดตอสื่อสารก็ยิ่งเพิ่มความสำคัญในธุรกิจการงานเพิ่มมากขึ้นจนสภาพของสังคม กลายเปนสังคมขาวสาร (Information society) รวมทั้งขอมูลตาง ๆ ใน ชีวิตประจำวันจะตองอาศัยการอาน จึงสามารถเขาใจและสื่อความหมายกันไดถูกตอง แมจะมีการนำ เทคโนโลยีมาใชใน การติดตอสื่อสาร แตก็ไม สามารถทดแทนการอานได ตรงกันขามคนยุคนี้จะตอง อานเพิ่มขึ้นเสียอีก ฉะนั้นคนเราจำเปนตองมีทักษะใน การอานดวย (วรรณี โสมประยูร 2553: 127) เพราะการอานจะชวยสงเสริมใหคนแสวงหาขอมูลเพื่อเพิ่มพูน ความรู และพัฒนาสติปญญาอยาง ตอเนื่อง ดังจะเห็นไดจากความคิดเห็นของนักวิชาการหลายทานที่มีตอ ความสำคัญของการอาน ดังที่ จิรวัฒน เพชรรัตน และอัมพร ทองใบ (2556: 2) กลาวถึงความสำคัญของการ อานวา การอานมี ความสำคัญ เพราะชวยใหผูอานเขาใจสังคม และสิ่งแวดลอมที่อยูรอบตัว สงเสริมใหผูอานมี พัฒนาการในความรูและความคิด มองโลกที่กวางไกล เขาใจปญหาที่เกิดขึ้นในสังคม สอดคลองกับ สุนันทา มั่น เศรษฐวิทย (2551: 7-8) กลาวถึงความสำคัญของการอานวา การอานมีความสำคัญเพราะ จะชวยสราง


2 ความคิดใหเกิดกับผูอาน สงเสริมและพัฒนาความรูใหกับผูอาน ทำใหเกิดทักษะการสรุป ขอมูลที่ไดจากการ อาน ชวยใหผูอานเขาใจสารแตละประเภทที่มีรูปแบบของการนำเสนอที่แตกตางกัน การอานสารหลาย ประเภทยอมเห็นขอที่แตกตางกัน อันจะนำไปสูการพัฒนาในการอานใหสูงขึ้น นอกจากทักษะการอานมีความสำคัญแลว การเขียนเปนทักษะหนึ่งที่มีความสำคัญที่ใช ถายทอดมรดก ทางวัฒนธรรม เพราะการเขียนเปนหลักฐานที่ชวยใหคนรุนหลังทราบความเปนมาของอดีตจนถึงปจจุบัน การ เขียนจึงเปนเครื่องมืออยางหนึ่งที่ชวยใหโลกเจริญกาวหนา นอกจากนี้การเขียนยังมีความสัมพันธอยางใกลชิด กับทักษะการฟง การพูดและการอานดวย ตามปกติคนที่ฟงมาก อานมาก และพูดดียอมเขียนได ดังนั้นจึงควร มีการสงเสริมทักษะการเขียนเพื่อประโยชนในการพัฒนา ทักษะทางภาษา (วรรณี โสมประยูร 2553: 146) จึง ถือไดวาการเขียนเปนรากฐานที่สำคัญในการ เรียนวิชาตาง ๆ ถานักเรียนมีทักษะการเขียนที่ดีแลวก็ จะทำใหผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาอื่น ๆ ดี ตามไปดวย ดังที่ ฟองจันทร สุขยิ่ง และคณะ (2553: 136) กลาวถึงความสำคัญของการเขียนสรุปได วา ในสมัยโบราณ การเขียนมีความสำคัญในฐานะเปนหลักฐาน ในการบันทึกความรู ความคิด ความ เชื่อ สภาพสังคม ถายทอดใหคนรุนหลังไดเรียนรูและเขาใจชีวิตของบรรพ บุรุษ เปนการเขียนระบาย อารมณ ความรูสึก หรือเพื่อแสดงภูมิปญญาของผูเขียน แตปจจุบันการเขียนมี ความสำคัญในฐานะ เปนเครื่องมือแสดง ความคิดเห็น ความรู อารมณ ความรูสึก และแสดงภูมิปญญา ของมนุษย นอกจากนี้ จิรวัฒน เพชรรัตน และอัมพร ทองใบ (2556: 51) กลาวถึงความสำคัญของการเขียน สรุปวา การเขียนมีความสำคัญในฐานะเปนเครื่องมือถายทอดความรู ความคิด อารมณ ความรูสึกตาง ๆ แสดง ภูมิปญญาของมนุษยออกมาเปนตัวหนังสือใหผูอานเขาใจตามที่ตนตองการ ซึ่งการเขียนเปน 3 ทักษะทาง ภาษาที่มีความซับซอน ผูที่จะสามารถเขียนไดดี และสื่อสารใหผูอานเขาใจไดนั้น จำเปน จะตองมีความรู เกี่ยวกับทักษะการเขียน เพื่อสื่อสารไดอยางมีประสิทธิภาพ จากความสำคัญดังกลาว ในระดับชั้นประถมศึกษาจึงมุงเนนใหผูเรียนเกิดทักษะทางภาษา ทั้ง การฟง การดู การพูด การอานและการเขียน ซึ่งทักษะทางภาษาเหลานี้เปนทักษะพื้นฐานที่กอใหเกิดการ เรียนรูและ เขาใจจนสามารถนำไปใชไดอยางถูกตอง ทั้งนี้กระบวนการจัดการเรียนรูจึงเปนวิธีการ ที่ สามารถสรางองค ความรูใหกับผูเรียน ซึ่งการจัดการเรียนรูวิชาภาษาไทยมีความสำคัญมาก เพราะครู มี บทบาทสำคัญที่จะชวยให ความรูทางภาษาไทยแกนักเรียน เพื่อนักเรียนจะไดนำไปใชเปนแนวทาง ใน การสื่อสารไดถูกตอง การจัดการ เรียนรูเพื่อใหนักเรียนมีความรูทางภาษาไทยนั้น ครูผูสอนควรมีทักษะและ วิธีการที่สามารถทำใหนักเรียนเกิด การเรียนรูไดอยางมีประสิทธิภาพ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติพ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตราที่ 22 ไดกำหนดแนวทางในการจัดการศึกษาไววา การจัดการศึกษาตองยึดหลักวาผูเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองได และถือวาผูเรียนมี ความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาตองสงเสริมใหผูเรียนสามารถพัฒนา ตามธรรมชาติและเต็ม ตามศักยภาพ ฉะนั้นผูสอนและผูจัดการศึกษาจะตองเปลี่ยนแปลงบทบาทจากการเปนผูชี้นํา ผูถายทอดความรู ไปเปนผูชวยเหลือ สงเสริมและสนับสนุนผูเรียนในการคนควาหาความรู เพื่อพัฒนาผูเรียนใหสามารถ แสวงหาความรู และประยุกตใชทักษะตางๆ สรางความเขาใจดวยตนเอง การจัด การศึกษาตองเนน


3 ความสำคัญทั้งความรูและคุณภาพกระบวนการเรียนรูจะตองคํานึงถึง ความสนใจ ความถนัดและ ความ แตกตางระหวางบุคคล เนนการฝกทักษะ กระบวนการคิด การเผชิญสถานการณและการประยุกต ความรูมา ใชเพื่อปองกันและแกไขปญหา เกิดการเรียนรูจากประสบการณจริงเพื่อใหผูเรียนสามารถพัฒนา ตนเองและนําไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได ดวยการจัดการเรียน การสอนที่มิไดเอื้อใหผูเรียนคิดเปน ทำเปน และแกปญหาเปนการเรียนการสอนมุงเนนการฟงบรรยายภายในหองเรียน และการทองจำมากกวา การใหผูเรียนไดคิด จากการจัดการเรียนการสอนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 พบวานักเรียนบางคนไมสามารถอานและเขียน ไดอยางคลองแคลว โดยเฉพาะคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป ซึ่งหลักการในภาษาไทยคำที่ ประสมดวยสระที่มีตัวสะกดนั้นคอนขางซับซอนทำใหนักเรียนอานเขียนไมถูกตอง ซึ่งการเรียนรูเรื่อง คำที่ ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปในภาษาไทยนั้น นับเปนหลักภาษาอีกเรื่องหนึ่งที่จะนำไปสู การใชภาษา ผูวิจัยจึงมีความสนใจที่จะนําการจัดการเรียนรูแบบเชิงรุก (Active Learning) เพื่อมาพัฒนากิจกรรม การเรียนการสอนและเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและ สระลดรูปใหกับ ผูเรียน ซึ่งการจัดการเรียนรูแบบเชิงรุก (Active Learning) เปนกระบวนการจัด การเรียนรูที่เนนให ผูเรียนไดลงมือกระทําและไดใชกระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผูเรียนได กระทำลงไป และยังเปนการสงเสริมให ผูเรียนเกิดพฤติกรรมการเรียนรู ในการประยุกตใชทักษะการคิดและทักษะ ดานอื่น ๆ สามารถเชื่อมโยง องคความรูนําไปปฏิบัติเพื่อแกไขปญหาหรือประกอบอาชีพในอนาคต ดังนั้นในกระบวนการจัดการเรียนรู ผูเรียนจะตองมีโอกาสลงมือกระทำมากกวาการฟงเพียงอยางเดียว จะตองเรียนรูโดยการอาน การเขียน การ โตตอบ การแสดงความคิดเห็น และการแกปญหา อีกทั้งผูเรียนยัง ไดใชทักษะการคิดเพื่อวิเคราะหปญหาอีก ดวย จากหลักการและเหตุผลดังกลาว ผูวิจัยจึงไดดำเนินการพัฒนาทักษะการอานและการเขียนคำที่ ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู เพื่อสงเสริมใหนักเรียนเกิดการพัฒนา ทางดานการอานและการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปไดอยางมีประสิทธิภาพสามารถอานออก เขียนไดอานคลองเขียนคลองไมเกิดการสับสนในการอานและการเขียนคำที่ประสมดวย สระเปลี่ยนรูปและสระ ลดรูป เพื่อเปนพื้นฐานสำคัญในการเรียนรูของนักเรียนที่มีประสิทธิภาพตอไป วัตถุประสงคของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาทักษะการอานและการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 กอนและหลังการจัดการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับ สมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ตอการจัดการจัดกิจกรรม การเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู


4 ขอบเขตของการศึกษา กลุมเปาหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1โรงเรียนบานเปยงหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม เขต 3 ปการศึกษา 2566 จำนวน 25 คน เนื้อหา เนื้อหากลุมสาระการเรียนรูภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปที่1 ปการศึกษา2565 ตามหลักสูตรสถานศึกษา ของโรงเรียนบานเปยงหลวง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม เขต 3 เรื่อง คำที่ประสม ดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป ซึ่งไดจัดแบบฝกทักษะในรูปแบบสมุดเลมเล็ก ประกอบดวย 7เลม ดังตอไปนี้ เลมที่ 1 สระอะ มีตัวสะกด เลมที่ 2 สระอัว มีตัวสะกด เลมที่ 3 สระอือ มีตัวสะกด เลมที่ 4 สระเอะ มีตัวสะกด เลมที่ 5 สระเออ มีตัวสะกด เลมที่ 6 สระโอะ มีตัวสะกด เลมที่ 7 สระแอะและสระเอาะ มีตัวสะกด ระยะเวลาที่ใชในการศึกษา ระยะเวลาที่ใชในการศึกษาคนควา ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2565 ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรตน คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระ เปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและ สระ ลดรูป ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1 สมมติฐานของการศึกษา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1โรงเรียนบานเปยงหลวง ปการศึกษา 2565 จำนวน 25 คน มีทักษะ การอานและการเขียน เรื่อง คำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป หลังการจัดกิจกรรม การเรียนรู แบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู มากกวากอน การจัด กิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู กรอบแนวคิดของการศึกษา ผูวิจัยไดวางกรอบแนวคิดการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระ เปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูดังนี้


5 ตัวแปรตน ตัวแปรตาม ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1. นักเรียนมีทักษะการอานและการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป ไดถูกตองคลองแคลว 2. ไดแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอน กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทยใน ระดับชั้นประถมศึกษาปที่1/1 นิยามศัพทเฉพาะ ทักษะการอาน หมายถึง ความสามารถในดานการอานออกเสียงคำศัพทภาษาไทยในแบบฝกโดยใช กระบวนการอานที่ถูกตองทั้งพยัญชนะ สระ วรรณยุกตและตัวสะกด และสามารถบอกความหมายของคำที่ อานได ทักษะการเขียน หมายถึง ความสามารถในดานการเขียนสะกดคำ คือ การเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกตและตัวสะกด ตามรูปลักษณของคำในภาษาไทยไดถูกตอง ซึ่งวัดไดจากแบบวัดความสามารถดาน การเขียนสะกดคำเปนขอสอบแบบอัตนัยที่ผูวิจัยสรางขึ้น ความพึงพอใจของนักเรียน หมายถึง การแสดงความรูสึกนึกคิดของนักเรียนที่มีตอการจัด กิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู โดยวัดจาก แบบสอบถามความคิดเห็นที่ผูวิจัย สรางขึ้นโดยใชมาตรประเมินคา (Rating Scale) 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง นอยและนอยที่สุด ที่ผูวิจัยสรางขึ้น การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning เปนกระบวนการเรียนการสอนที่เนนใหผูเรียน มี สวนรวมและมีปฏิสัมพันธกับกิจกรรมการเรียนรูผานการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ เชน การวิเคราะห การ สังเคราะห การระดมสมอง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการทำกรณีศึกษา เปนตน โดยกิจกรรมที่นำมาใช ควรชวยพัฒนาทักษะการ คิดวิเคราะห การคิดอยางมีวิจารณญาณ การสื่อสาร/นำเสนอ และการใชเทคโนโลยี สารสนเทศอยางเหมาะสม บทบาทของผูเรียนนอกจาก การมีสวนรวมในกิจกรรมดังกลาวขางตนแลว ยังตองมี ปฏิสัมพันธกับผูสอนและผูเรียนกับ ผูเรียนดวยกันดวย ผูสอนควรลดบทบาทในการถายทอดความรูแกผูเรียน ในลักษณะการบรรยายลงและเพิ่มบทบาท ในการกระตุนใหผูเรียนมี ความกระตือรือรนที่จะทำกิจกรรม ตาง ๆ รวมถึงการจัดเตรียมสภาพแวดลอมที่เหมาะสมในการเรียนรู การจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับ สมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและ สระลดรูปพารู ทักษะการอานและการเขียนคำที่ประสม ดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1


6 ลักษณะของการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning 1. เปนการพัฒนาศักยภาพการคิดการแกปญหาและการนำความรูไปประยุกตใช 2. ผูเรียนมีสวนรวมในการจัดระบบการเรียนรูและสรางองคความรูโดยมีปฏิสัมพันธรวมกันในรูปแบบ ของความ รวมมือมากกวาการแขงขัน 3. เปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรูสูงสุด 4. เปนกิจกรรมที่ใหผูเรียนบูรณาการขอมูลขาวสารสารสนเทศสูทักษะการคิดวิเคราะหสังเคราะหและ ประเมินคา 5. ผูเรียนไดเรียนรูความมีวินัยในการทำงานรวมกับผูอื่น 6. ความรูเกิดจากประสบการณและการสรุปของผูเรียน 7. ผูสอนเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติดวยตนเอง สมุดเลมเล็ก หมายถึง แบบฝกทักษะที่มีการจัดทำรูปเลมใหเปนสมุดที่ดูนาสนใจดวยขนาด ที่ กะทัดรัด พกพาสะดวก โดยสรางใหมีความนาอาน นาทำ วิธีดำเนินการวิจัย 1. กลุมเปาหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1โรงเรียนบานเปยงหลวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม เขต 3 ปการศึกษา 2565 จำนวน 25 คน 2. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 2.1 แผนการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning วิชาภาษาไทย เรื่อง คำที่ประสมดวย สระ เปลี่ยนรูปและสระลดรูปของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1 2.2 สมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู 2.3 แบบประเมินการอานและการเขียน เรื่อง คำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปของชั้น ประถมศึกษาปที่ 1/1 3. ขั้นตอนการสรางเครื่องมือ 3.1 ศึกษาเอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา เอกสารหลักสูตรกลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย 3.2 ศึกษา วิเคราะหปญหาที่พบในการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย 3.3 ศึกษาทฤษฎีหลักการการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning 3.4 ศึกษาหลักการการสรางนวัตกรรมสำหรับการพัฒนา แกไขปญหาที่พบ 3.5 ดำเนินการจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning 3.6 ดำเนินการสรางนวัตกรรมสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู 3.7 ดำเนินการสรางแบบประเมินการอานและการเขียนกอนและหลังเรียน


7 3.8 ใชแบบประเมินผลการอานและการเขียนกอนเรียนกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่1/1 3.9 ดำเนินการจัดการเรียนรูตามแผนการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning เรื่อง คำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป สำหรับชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1 โดยใชนวัตกรรมสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู 3.10 ประเมินผลการอานและการเขียนหลังการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning เรื่อง คำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป สำหรับชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1 โดยใชนวัตกรรมสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู การเก็บรวบรวมขอมูล ผูวิจัยใชการเก็บรวบรวมขอมูล โดยมีการประเมินผลการอานและการเขียนคำที่ประสมดวยสระ เปลี่ยนรูปและสระลดรูป กอนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับ สมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูและมีการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอ การ จัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1โรงเรียน บานเปยงหลวง การวิเคราะหขอมูล นำขอมูลที่รวบรวมไดจากแบบทดสอบการอานและการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระ ลดรูปกอนเรียนและหลังเรียน นำมาวิเคราะหหาคาเฉลี่ย ( Χ ) และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แลว เปรียบเทียบคะแนนความกาวหนาของนักเรียนแตละคน ผลการวิเคราะหขอมูล ผลการวิเคราะหขอมูลของการพัฒนาทักษะการอานและการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและ สระลดรูป โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลด รูปพารู ซึ่งไดจากการเก็บรวบรวมขอมูลกับกลุมเปาหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1โรงเรียนบาน เปยงหลวง จำนวน 25 คน โดยมีการประเมินทักษะการอานและการเขียนกอนและหลังเรียน รวมถึงการ ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลม เล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู โดยมีผลการประเมินดังนี้ ตารางที่ 1ผลทักษะการอานคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป กอนเรียนและหลังเรียนดวยการ จัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู


8 ที่ ชื่อ - สกุล การประเมิน กอนเรียน (20 คะแนน) รอยละ หลังเรียน (20 คะแนน) รอยละ ความกาวหนา รอยละ 1 ด.ช. ภัทรดนัย 6 30.00 14 70.00 8 40.00 2 ด.ช.ธนากร 7 35.00 15 75.00 8 40.00 3 ด.ช.กฤตยชญ 6 30.00 15 75.00 9 45.00 4 ด.ช.ไชยพัฒน 5 25.00 14 70.00 9 45.00 5 ด.ช.นวิน 7 35.00 15 75.00 8 40.00 6 ด.ช.ไวภพ 8 40.00 17 85.00 9 45.00 7 ด.ช.ณัฐพงค 9 45.00 17 85.00 8 40.00 8 ด.ช.ภูธเนศ 9 45.00 18 90.00 9 45.00 9 ด.ช.โยธิน 7 35.00 15 75.00 8 40.00 10 ด.ช.ณัฐพล 6 30.00 14 70.00 8 40.00 11 ด.ช.พุทธิศักดิ์ 9 45.00 18 90.00 9 45.00 12 ด.ช.วรพล 7 35.00 16 80.00 9 45.00 13 ด.ช.สุรชัย 8 40.00 16 80.00 8 40.00 14 ด.ช.ภากร 9 45.00 19 95.00 10 50.00 15 ด.ช.ณัฐพัฒน 7 35.00 17 85.00 10 50.00 16 ด.ญ.จิดาภา 7 35.00 16 80.00 9 45.00 17 ด.ญ.รดา 6 30.00 15 75.00 9 45.00 18 ด.ญ.อรนิภา 8 40.00 18 90.00 10 50.00 19 ด.ญ.ณัฏฐณิชา 8 40.00 17 85.00 9 45.00 20 ด.ญ.ปาณิสรา 7 35.00 16 80.00 9 45.00 21 ด.ญ.วริสา 9 45.00 18 90.00 9 45.00 22 ด.ญ.วรัญญา 8 40.00 17 85.00 9 45.00 23 ด.ญ.สุภัค 8 40.00 17 85.00 9 45.00 24 ด.ญ.เจนจิรา 6 30.00 15 75.00 9 45.00 25 ด.ญ.ธัญรัตน 9 45.00 18 90.00 9 45.00 คาเฉลี่ย ( Χ ) 7.44 37.20 16.28 81.40 8.84 44.20 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) 1.17 5.84 1.43 7.14 0.61 3.06 จากตารางที่ 1 พบวา ทักษะการอานคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป ดวยการจัด กิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูของนักเรียน


9 ชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยน รูปและสระลดรูปพารูมีคาเฉลี่ย ( Χ ) = 16.28 และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)= 1.43 สูงกวากอนการ จัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูและมี คะแนนความกาวหนาเฉลี่ยเทากับ 8.84 คิดเปนรอยละ 44.20 ตารางที่ 2ผลทักษะการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป กอนเรียนและหลังเรียนดวยการ จัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู ที่ ชื่อ - สกุล การประเมิน กอนเรียน (20 คะแนน) รอยละ หลังเรียน (20 คะแนน) รอยละ ความกาวหนา รอยละ 1 ด.ช. ภัทรดนัย 5 25.00 13 65.00 8 40.00 2 ด.ช.ธนากร 8 40.00 14 70.00 6 30.00 3 ด.ช.กฤตยชญ 7 35.00 15 75.00 8 40.00 4 ด.ช.ไชยพัฒน 6 30.00 14 70.00 8 40.00 5 ด.ช.นวิน 5 25.00 12 60.00 7 35.00 6 ด.ช.ไวภพ 8 40.00 14 70.00 6 30.00 7 ด.ช.ณัฐพงค 7 35.00 15 75.00 8 40.00 8 ด.ช.ภูธเนศ 6 30.00 16 80.00 10 50.00 9 ด.ช.โยธิน 5 25.00 14 70.00 9 45.00 10 ด.ช.ณัฐพล 8 40.00 16 80.00 8 40.00 11 ด.ช.พุทธิศักดิ์ 5 25.00 14 70.00 9 45.00 12 ด.ช.วรพล 8 40.00 15 75.00 7 35.00 13 ด.ช.สุรชัย 7 35.00 14 70.00 7 35.00 14 ด.ช.ภากร 9 45.00 17 85.00 8 40.00 15 ด.ช.ณัฐพัฒน 5 25.00 15 75.00 10 50.00 16 ด.ญ.จิดาภา 5 25.00 13 65.00 8 40.00 17 ด.ญ.รดา 8 40.00 16 80.00 8 40.00 18 ด.ญ.อรนิภา 8 40.00 17 85.00 9 45.00 19 ด.ญ.ณัฏฐณิชา 8 40.00 16 80.00 8 40.00 20 ด.ญ.ปาณิสรา 5 25.00 14 70.00 9 45.00


10 ที่ ชื่อ - สกุล การประเมิน กอนเรียน (20 คะแนน) รอยละ หลังเรียน (20 คะแนน) รอยละ ความกาวหนา รอยละ 21 ด.ญ.วริสา 7 35.00 15 75.00 8 40.00 22 ด.ญ.วรัญญา 6 30.00 16 80.00 10 50.00 23 ด.ญ.สุภัค 8 40.00 16 80.00 8 40.00 24 ด.ญ.เจนจิรา 9 45.00 17 85.00 8 40.00 25 ด.ญ.ธัญรัตน 9 45.00 17 85.00 8 40.00 คาเฉลี่ย ( Χ ) 6.88 34.40 15.00 75.00 8.12 40.60 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) 1.42 7.12 1.36 6.78 1.03 5.16 จากตารางที่ 2 พบวา ทักษะการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป ดวยการจัด กิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยน รูปและสระลดรูปพารูมีคาเฉลี่ย ( Χ ) = 15.00 และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)= 1.36 สูงกวากอนการ จัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูและมี คะแนนความกาวหนาเฉลี่ยเทากับ 8.12 คิดเปนรอยละ 40.60


11 ตารางที่ 3 ผลความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ตอการจัดการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู ขอ รายการ ระดับความพึงพอใจ N คาเฉลี่ย รอยละ S.D. ผลการ 5 4 3 2 1 ประเมิน 1 นักเรียนมีสวนรวมในการ จัดการเรียนรูในหองเรียน 15 2 2 0 0 25 3.56 71.20 2.08 มาก 2 การจัดการเรียนรูทำให เขาใจเนื้อหาไดงาย 16 6 3 0 0 25 4.52 90.40 0.70 มากที่สุด 3 บรรยากาศในหองเรียนทำ ใหนักเรียนมีความ สนุกสนานและมีความ กระตือรือรนในการเรียน 17 3 5 0 0 25 4.48 89.60 0.81 มาก 4 ก ิ จ ก ร ร ม ก า ร เ ร ี ย น รู สงเสริมใหนักเรียนมีทักษะ การอานและการเขียนไดดี ขึ้น 14 6 5 0 0 25 4.36 87.20 0.79 มาก 5 สมุดเลมเล็กสงเสริมให นักเรียนมีทักษะการอาน และการเขียนไดดีขึ้น 15 5 5 0 0 25 4.40 88.00 0.80 มาก รวม 77 22 20 0 0 125 4.26 85.28 1.04 มาก จากตารางที่ 3 พบวา ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1ตอการจัดการจัดกิจกรรม การเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูโดยมีคะแนนเฉลี่ยรวม 4.26 คิดเปนรอยละ 85.28 ผลการประเมินในระดับ มาก สรุปผลการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาทักษะการอานและการเขียนคำที่ประสมดวย สระเปลี่ยน รูปและสระลดรูปดวยการจัดการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยน รูปและสระลดรูปพารูของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1โรงเรียน บานเปยงหลวง หลังจากการการจัดการ จัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูนักเรียนมี ทักษะการอานและการเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปสูงขึ้นและนักเรียนมีความพึงพอใจ ตอการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูใน ระดับ มาก


12 อภิปรายผล ผลการวิจัยในครั้งนี้ปรากฏวา ผลการประเมินทักษะการอานและการเขียนคำที่ประสมดวย สระ เปลี่ยนรูปและสระลดรูปของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมกับสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูสูงขึ้น ซึ่งมีคุณภาพและประสิทธิภาพอยางดี ยิ่ง ดวยเหตุผลดังตอไปนี้ 1. นวัตกรรมสมุดเลมเล็กสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารูสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1/1 เปนแบบฝกทักษะที่อยูในรูปแบบสมุดเลมเล็กที่มีความกะทัดรัด นาสนใจ นักเรียนมีสมุดเลมเล็กของตนเอง นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในสมุดเลมเล็กของตน สงผลใหนวัตกรรมสมุดเลมเล็กมีประสิทธิภาพ 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning ทำใหนักเรียนมีกิจกรรมที่หลากหลาย ให นักเรียนไดลงมือปฏิบัติกิจกรรมสงผลใหมีบรรยากาศในการเรียนที่ดี และสามารถเขาใจเนื้อหาไดงายขึ้น ดังนั้นจึงสรุปไดวาการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ Active Learning รวมดวยสมุดเลมเล็ก สระ เปลี่ยนรูปและสระลดรูปพารู มีประสิทธิภาพ และสงผลใหนักเรียนมีทักษะการอานและการเขียน ไดสูงขึ้น ขอเสนอแนะ 1. ผูสอนตองมีการศึกษาและเขาใจรายละเอียดของเนื้อหาที่จะนำมาจัดกิจกรรมการสอนอยางถอง แท 2. กอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูและการใชนวัตกรรมผูสอนตองเตรียมความพรอมในการจัด กิจกรรมการเรียนรูใหพรอม


13 ภาคผนวก


14 คำชี้แจง ใหนักเรียนอานคำขอ 1-20 ที่กำหนดให การอานคำ 1. สวยงาม 2. ดื่มน้ำ 3. หมวกกันน็อก 4. ฟกทอง 5. ใบเตย 6. เติมเต็ม 7. ธงชาติ 8. แท็กซี่ 9. น้ำทวม 10. สมโอ ชื่อ-สกุล .......................................................................................... ชั้น ............... เลขที่ ................ 11. เริ่มตน 12. มะมวง 13. ขนมปง 14. ไขลูกเขย 15. กลางคืน 16. เข็มฉีดยา 17. ช็อกโกแลต 18. เติบโต 19. กระทง 20. ตื่นนอน


15 คำชี้แจง ใหนักเรียนเขียนคำตามคำบอกจำนวน 20 คำใหถูกตอง การเขียนคำ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. ชื่อ-สกุล .......................................................................................... ชั้น ............... เลขที่ ................ 11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20.


16 คำอาน 1. สวย-งาม 11. เริ่ม-ตน 2. ดื่ม-น้ำ 12. มะ-มวง 3. หมวก-กัน-น็อก 13. ขะ-หนม-ปง 4. ฟก-ทอง 14. ลูก-เขย 5. ใบ-เตย 15. กลาง-คืน 6. เติม-เต็ม 16. เข็ม-ฉีด-ยา 7. ทง-ชาด 17. ช็อก-โก-แลด 8. แท็ก-ซี่ 18. เติบ-โต 9. น้ำ-ทวม 19.กระ-ทง 10. สม-โอ 20. ตื่น-นอน เฉลยการอาน


17 1. นักสืบ 11. ตนไม 2. แข็งแรง 12. ฝนตก 3. ประทัด 13. กลวยหอม 4. นกแกว 14. เติบโต 5. เห็ดฟาง 15. เด็กเล็ก 6. ชกมวย 16. ขวดนม 7. ยิงปน 17. วันเกิด 8. มีม็อบ 18. เพิ่มเติม 9. ปวดหัว 19. ตัดฟน 10. เย็บผา 20. ล็อกประตู เฉลยการเขียน


18 แผนการจัดการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 หนวยการเรียนรู เรื่อง คำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป เวลา 8 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจแกปญหาในการ ดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอาน มาตรฐาน ท 2.1 ใชกระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบตางๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ท 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลังของ ภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท 1.1 ป.1/1 อานออกเสียงคำ คำคลองจองและขอความสั้น ๆ ท 1.1 ป.1/1 บอกความหมายของคำและขอความที่อาน ท 2.1 ป.1/1 เขียนสื่อสารดวยคำและประโยคงาย ๆ 2. สาระสำคัญ สระเปลี่ยนรูป คือเปลี่ยนจาก รูปสระหนึ่ง ไปเปนอีกสระหนึ่ง คือ 1. สระอะ ปกติตำแหนงจะอยูดานหลังของคำ แตเมื่อมีตัวสะกดสระอะจะเปลี่ยนรูปเปน ไม หันอากาศ ซึ่งไมหันอากาศจะอยูขางบนของพยัญชนะ เชน คำวา “กับ” อานวา กอ-อะ-บอ-กับ 2. สระ เอะ เมื่อมีตัวสะกดรูปสระ เ_ะ จะเปลี่ยนรูปเปน เ _็ และเขียน เ_ ไวบนพยัญชนะตน และ เขียน _็ ไวบนพยัญชนะตน เขียนตัวสะกดตามหลัง เชน ล+ เ_ะ + ง = เล็ง , ด + เ_ะ + ก = เด็ก 3. สระเออมีตัวสะกด คือ เมื่อมีตัวสะกดรูปเ_อ จะเปลี่ยนเปน เ กับ สระ อิ เชน เขิน เติม แตเมื่อ สะกดดวย ย รูป -อ จะหายไปเหลือเฉพาะ เ_ เชน เขย เลย เพย 4. สระแอะเมื่อมีตัวสะกด สระอะที่อยูดานหลังจะเปลี่ยนรูปเปน แอ็ เชน แข็ง สะกดวา ขอ-แอะงอ-แขะง เปลี่ยนรูปเปน “แข็ง” 5. สระเอาะเมื่อมีตัวสะกด ปรากฏรูปสระเปนรูปอื่นเชน สระเอาะ เมื่อ เปลี่ยนเปน – ็อ เทานั้น เชน ชอ-เอาะ-กอ-เชาะก-ช็อก สระลดรูป 1. สระอือ เมื่อมีตัวสะกด “อ” จะหายไป เชน จืด มืด ยืน ฯลฯ


19 2. สระ อัว มีตัวสะกด จะลดรูป เหลือเพียง -ว เชน ลวด สะกดวา ลอ-อัว-ดอ-ลวด 3. สระ โอะ เมื่อมีตัวสะกด จะลดรูปคือจะหายตัวไป ไมมีรูปสระปรากฏ เชนคำวา ลด มาจาก ลอโอะ-ดอ-ลด 3. สาระการเรียนรู 1. การอานคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป 2. การเขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค 1. มีวินัย 2. ใฝเรียนรู 3. มุงมั่นในการทำงาน 5. สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 6. จุดประสงคการเรียนรู 1. อานออกเสียงคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปไดถูกตอง 2. เขียนคำที่ประสมดวยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปไดถูกตอง 3. มีนิสัยรักการอานและการเขียน 4. มีความกระตือรือรนทำกิจกรรมและทำแบบฝกเสริมทักษะ 7. กิจกรรมการเรียนรู ชั่วโมงที่ 1 (สระอะมีตัวสะกด) ขั้นที่ 1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน 1. ใหนักเรียนทบทวนคำที่ประสมดวยสระเอะโดยการอานออกเสียงบัตรคำ ไดแก จะ มะ พระ ฉะ นะ ละ ปะ คะ กะ ทะ 2. แบงนักเรียนเปน 2 กลุม ใหนักเรียนเลมเกม “ทายภาพ ฉันคืออะไร” โดยครูจะชูภาพทีละภาพ แลวนำภาพมาติดกระดาน ใหนักเรียนแตละกลุมออกมาเขียนคำตามภาพ กลุมใดที่เขียนไดถูกตองจะไดรับ คะแนนสะสมภาพละ 1 คะแนน วัด ขัน ฟกทอง มัน นั่ง 3. ใหนักเรียนอานคำพรอม ๆ กัน ครูใชคำถามเพื่อใหนักเรียนสังเกตวา “นักเรียนสังเกตวาคำทั้ง 5 คำ มีอะไรเหมือนกัน” (มีไมหันอากาศเหมือนกัน)


20 ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูนำแถบบัตรคำการเขียนแจกลูกคำที่ประสมดวยสระอะมีตัวสะกด (สระอะเปลี่ยนรูป) ตัวอยางเชน คัน (คอ-อะ-นอ-คัน) , ทัด (ทอ-อะ-ดอ-ทัด) เปนตน 2. นักเรียนออกออกเสียงบัตรคำที่ประสมดวยสระอะมีตัวสะกด (สระอะเปลี่ยนรูป) ทีละคำ ไดแก ฝน ตับ พัก ฉัน จับ ระฆัง พังงา ปดบัง นับถือ ปกผา 3. ครูสนทนากับนักเรียนคำที่ประสมดวยสระอะมีตัวสะกด (สระอะเปลี่ยนรูป) คือ คำที่ประสมดวย สระอะเมื่อมีตัวสะกดจะเปลี่ยนรูปสระ -ะ เปน ไมหันอากาศ ( - ั) เชน สัก ปด ชั่ง คับ เปนตน 4. แบงนักเรียนเปน 2 กลุมตามเดิม ใหแตละกลุมตอแถว แลววิ่งออกไปเขียนคำที่ประสมดวยสระอะ มีตัวสะกด (สระอะเปลี่ยนรูป) ทีละคน คนละ 1 คำใน 1 รอบ ใครเขียนเสร็จแลวใหวิ่งไปตอทายเพื่อนวนไป แบบนี้จนครบเวลา 1 นาที กลุมไหนที่เขียนคำไดถูกตองมาที่สุดจะเปนฝายชนะ 5. ใหนักเรียนทำแบบฝกทักษะสมุดเลมเล็กสระอะมีตัวสะกด ขั้นที่ 3 สรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับคำที่ประสมดวยสระอะมีตัวสะกด (สระอะเปลี่ยนรูป) คือ คำที่ ประสมดวยสระอะเมื่อมีตัวสะกดจะเปลี่ยนรูปสระ -ะ เปน ไมหันอากาศ ( - ั) ชั่วโมงที่ 2 (สระเอะมีตัวสะกด) ขั้นที่ 1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน 1. ครูใหนักเรียนเลนเกม “ อะไรเอย ” โดยมีคำทาย 4 ขอ ดังนี้ - อะไรเอย ใชเทาเพื่อทำใหลูกบอลลอยไปไกล ( เตะ ) - อะไรเอย ลักษณะของสิ่งที่เปอยหรือแหลกเหลวจนไมเปนรูปเดิม ( เละ ) - อะไรเอย มีสองเทา ลอยอยูในน้ำก็ได ขึ้นมาเดินบนบกก็ได รอง กาบ ๆ ( เปด ) - อะไรเอย ตัวเล็ก ตัวนอย คอยกินขนม ชอบกินนม วิ่งเลนทั้งวัน ( เด็ก ) โดยครูสุมเรียกนักเรียนที่ยกมือตอบ ถาตอบถูกจะไดรับดาว 1 ดวงเปนคะแนนสะสมใหกลุมปฏิบัติ เชนนี้จนครบทั้ง 4 ขอ 3. ครูเฉลยโดยติดบัตรคำบนกระดานทั้ง 4 คำใหนักเรียนอานออกเสียงพรอมกัน จากนั้นให นักเรียนพิจารณาวาทุกคำใชสระใด (สระเอะ) ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูใหนักเรียนสังเกตบัตรคำทั้ง 4 แผนและถามนักเรียนวาทำไมบางคำมีรูปสระไมเหมือนกันแต จัดเปนสระเดียวกัน โดยครูใหนักเรียนอภิปรายแสดงความคิดเห็นตาง ๆ รวมทั้งใหยกตัวอยางคำที่ใชสระเอะ


21 2. ครูอธิบายนักเรียนวา สระ เอะ เปนสระเดี่ยวออกเสียงสั้น มีลักษณะการใชดังนี้ - เมื่อไมมีตัวสะกด เขียนรูปสระ เ_ะ โดยเขียน เ_ ไวหนาพยัญชนะตน และเขียน _ะไวหลังพยัญชนะ ตน เชน ต + เ_ะ = เตะ , ล + เ_ะ = เละ - เมื่อมีตัวสะกด รูปสระ เ_ะ จะเปลี่ยนรูปเปน เ _็ และเขียน เ_ ไวบนพยัญชนะตน และเขียน _็ ไว บนพยัญชนะตน เขียนตัวสะกดตามหลัง เชน ล+ เ_ะ + ง = เล็ง , ด + เ_ะ + ก = เด็ก ตัวอยางคำที่ใชสระเอะ มีตัวสะกดที่มาจากภาษาตางประเทศ เชน เปอรเซ็นต เต็นท เช็ค 3. ครูคว่ำบัตรคำจำนวน 20 แผนบนกระดาน (บัตรคำที่ใชสระเอะมีตัวสะกดจำนวน 10 แผน และ บัตรคำที่ใชสระอื่น ๆ จำนวน 10 แผน ) และแบงนักเรียนออกเปน 2 กลุม ใหยืนตอแถวเรียงกัน ครูให เวลา 15 วินาที ตัวแทนของทั้งสองกลุมตองออกมาหาบัตรคำสระเอะ ถาพบใหนำมาใสในตะกราทีมของตน ถา ไมใชบัตรคำสระเอะ ใหวางคว่ำไวที่เดิม เมื่อหมดเวลา ครูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมวาคำที่ใช สระเอะแบบไมมีตัวสะกดหลายคำที่นักเรียนเลือกนั้น เปนคำที่ไมมีความหมาย จากนั้นครูประกาศคะแนนกลุม ที่ชนะ รับสติกเกอรคนละ 1 อัน เปนรางวัล 4. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม “คิดคำสระเอะมีตัวสะกด” โดยครูใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันคิดคำที่ ใชสระเอะมีตัวสะกดเขียนในกระดาษใหมากที่สุด โดยใหเวลาในการคิด 3 นาที 5. ครูใหนักเรียนทั้งสองกลุมมานำเสนอคำสระเอะมีตัวสะกดที่คิดได ถาเขียนไดถูกตองจะไดคะแนน สะสมตามกลุม 6. ครูสนทนากับนักเรียนคำที่ประสมดวยสระเอะมีตัวสะกด (สระเอะเปลี่ยนรูป) คือ เมื่อมีตัวสะกด รูปสระ เ_ะ จะเปลี่ยนรูปเปน เ _็ และเขียน เ_ ไวบนพยัญชนะตน และเขียน _็ ไวบนพยัญชนะตน เขียน ตัวสะกดตามหลัง 7. ใหนักเรียนทำแบบฝกทักษะสมุดเลมเล็กสระเอะมีตัวสะกด ขั้นที่ 3 สรุป 1. ครูใหนักเรียนสรุปความรูรวมกัน สระเอะเปลี่ยนรูปคือ เมื่อมีตัวสะกด รูปสระ เ_ะ จะเปลี่ยนรูป เปน เ _็ และเขียน เ_ ไวบนพยัญชนะตน และเขียน _็ ไวบนพยัญชนะตน เขียนตัวสะกดตามหลัง และ มอบหมายใหนักเรียนไปหาคำที่มีสระเอะมีตัวสะกดรอบ ๆ ตัวมาคนละ 2 คำ ชั่วโมงที่ 3 (สระเออมีตัวสะกด) ขั้นที่ 1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน


22 1. ใหนักเรียนทบทวนคำที่ประสมดวยสระเออโดยการอานออกเสียงบัตรคำ ไดแก เรอ เธอละเมอ เฌอ เพอ 2. แบงนักเรียนเปน 2 กลุม ใหนักเรียนเลมเกม “จับคูคำกับภาพ” โดยครูติดภาพและบัตรคำบน กระดาน ใหนักเรียนแตละกลุมผลัดกันออกมาจับคูคำกับภาพใหถูกตอง จับคูถูกคะแนนสะสมคู ละ 1 คะแนน ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูเขียนการแจกลูกคำดังกลาวบนกระดาน ดังนี้ ระเบิด รอ-อะ-ระ-บอ-เออ-ดอ-เบิด-ระเบิด เปด ปอ-เออ-ดอ-เปด เพลิง พอ-ลอ-เออ-งอ-เพลิง เดิน ดอ-เออ-นอ-เดิน เนย นอ-เออ-ยอ-เนย ใบเตย บอ-ใอ-ใบ-ตอ-เออ-ยอ-เตย- ใบเตย 4. ใหนักเรียนอานแจกลูกพรอม ๆ กัน และครูใชคำถามเพื่อใหนักเรียนสังเกตวา “นักเรียนสังเกตคำ ทั้ง 5 คำ มีอะไรเหมือนกัน” (ใชสระเออเหมือนกัน) ระเบิด เปด เพลิง เดิน เนย ใบเตย


23 5. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม “คิดคำสระเออมีตัวสะกด” โดยครูใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันคิดคำที่ ใชสระเอะมีตัวสะกดเขียนในกระดาษใหมากที่สุด โดยใหเวลาในการคิด 3 นาที 6. ครูใหนักเรียนทั้งสองกลุมมานำเสนอคำสระเออมีตัวสะกดที่คิดได ถาเขียนไดถูกตองจะไดคะแนน สะสมตามกลุม 7. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกี่ยวกับคำที่ประสมดวยสระเออมีตัวสะกด คือ เมื่อมีตัวสะกด รูปเ_อ จะเปลี่ยนเปน เ กับ สระ อิ เชน เขิน เติม แตเมื่อสะกดดวย ย รูป -อ จะหายไปเหลือ เฉพาะ เ_ เชน เขย เลย เพย 8. ครูอานกลอนสระ เออ ใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนอานตาม 9. ใหนักเรียนทำแบบฝกทักษะสมุดเลมเล็กสระเออมีตัวสะกด ขั้นที่ 3 สรุป 1. ครูใหนักเรียนสรุปความรูรวมกัน สระเออเปลี่ยนรูปคือ คือ เมื่อมีตัวสะกดรูปเ_อ จะเปลี่ยนเปน เ กับ สระ อิ เชน เขิน เติม แตเมื่อสะกดดวย ย รูป -อ จะหายไปเหลือเฉพาะ เ_ เชน เขย เลย เพย และมอบหมายใหนักเรียนไปหาคำที่มีสระเอะมีตัวสะกดรอบ ๆ ตัวมาคนละ 2 คำ ชั่วโมงที่ 4 (สระแอะ สระเอาะมีตัวสะกด) ขั้นที่ 1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน


24 1. เปดวีดีโอเพลงสระแอะ ใหนักเรียนรองตาม (https://www.youtube.com/watch?v=K02gMccozYE) 2. ครูสอบถามนักเรียนวาในเนื้อเพลง มีคำสระแอะมีตัวสะกดคำวาอะไร (แข็ง) 3. เปดวีดีโอเพลงสระเอาะ ใหนักเรียนรองตาม (https://www.youtube.com/watch?v=WCtM9VN_VBc) 4. ครูสอบถามนักเรียนวาในเนื้อเพลง มีคำสระแอะมีตัวสะกดคำวาอะไร (ช็อก) ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 5. ครูเขียนการแจกลูกคำวา แข็ง บนกระดาน ดังนี้ แข็ง ขอ-แอะ-งอ-แข็ง 6. ครูเขียนการแจกลูกคำวา น็อต บนกระดาน ดังนี้ ช็อก ชอ-เอาะ-กอ-ช็อก 7. แบงนักเรียนออกเปน 2 กลุม ใหแตละกลุมรวมกันจับคูคำที่ประสมสระแอะและสระเอาะมี ตัวสะกดจากบัตรคำรูปหัวใจครึ่งดวงซึ่งเปนคำที่มีความหมาย น้ำ แข็ง ไฟ แช็ก แท็ก ซี่


25 8. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยการจับคูคำที่ประสมสระแอะและสระเอาะมีตัวสะกด 9. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาคือ สระแอะเมื่อมีตัวสะกด สระอะที่อยูดานหลังจะเปลี่ยนรูปเปน แอ็ เชน แข็ง สะกดวา ขอ-แอะ-งอ-แขะง เปลี่ยนรูปเปน “แข็ง” และสระเอาะเมื่อมีตัวสะกด ปรากฏรูปสระเปนรูปอื่นเชน สระเอาะ เมื่อ เปลี่ยนเปน – ็อ เทานั้น เชน ชอ-เอาะ-กอ-เชาะกช็อก 10. ใหนักเรียนทำแบบฝกทักษะสมุดเลมเล็กสระแอะและสระเอาะ มีตัวสะกด ขั้นที่ 3 สรุป 1. ครูใหนักเรียนสรุปความรูรวมกัน สระแอะเมื่อมีตัวสะกด สระอะที่อยูดานหลังจะเปลี่ยนรูป เปน แอ็ เชน แข็ง สะกดวา ขอ-แอะ-งอ-แขะง เปลี่ยนรูปเปน “แข็ง” และสระเอาะเมื่อมี ตัวสะกด ปรากฏรูปสระเปนรูปอื่นเชน สระเอาะ เมื่อ เปลี่ยนเปน – ็อ เทานั้น เชน ชอ-เอาะ-กอเชาะก-ช็อก ชั่วโมงที่ 5 (สระอือมีตัวสะกด) ขั้นที่ 1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน 1. ใหนักเรียนเลมเกม “ทายภาพ ฉันคืออะไร” โดยครูจะชูนำกระดาษมาปดภาพไวแลวคอย ๆ เปดภาพทีละนิด ใหนักเรียนรวมกันทายวาเปนภาพอะไร เมื่อทายเสร็จแลวใหนำบัตรคำมา ติด ทำวนกันแบบนี้จนครบ 5 ภาพภาพทีละภาพ 2. 3. มือ หนังสือ แกงจืด ปน ดื่มนม ล็อก ประตู ช็อก โกแลต หมวกกัน น็อก


26 2. ครูใหนักเรียนสังเกตภาพและคำ แลวใชคำถามกับนักเรียนนวา “นักเรียนสังเกตวาคำทั้ง 5 คำ มีอะไรเหมือนกัน” (มีสระอือเหมือนกัน)” ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 3. ครูติดแถบการแจกลูกคำที่ประสมสระอือแบบมีตัวสะกดและไมมีตัวสะกด ดังนี้ มือ มอ-อือ-มือ ถือ ถอ-อือ-ถือ ยืม ยอ-อือ-มอ-ยืม จืด จอ-อือ-ดอ-จืด สืบ สอ-อือ-บอ-สืบ 4. ครูใหนักเรียนสังเกตคำที่ประสมดวยสระอือทั้งแบบมีตัวสะกดและแบบไมมีตัวสะกด 5. ใหนักเรียนรวมกันอธิบายลักษณะของคำที่ประสมดวยสระอือแบบมีตัวสะกดและแบบไมมี ตัวสะกด คือ สระอือเมื่อไมมีตัวสะกด จะมีตัว “อ” กำกับอยูขางหลังเสมือ แตหากมีตัวสะกด ตัว “อ” จะลดรูปหายไป เชนคำวา มืด จืด ยืม เปนตน 6. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม “ตามหาสระอือมีตัวสะกด” โดยแบงนักเรียนออกเปน 2 กลุม ครูนำบัตรคำที่ประสมดวยสระอือมีตัวสะกดและสระอือไมมีตัวสะกด วางไวหนาหองเรียน ใหแต ละกลุมตอแถวแลวไปเลือกหยิบคำที่ประสมดวยสระอือมีตัวสะกดทีละคน คนละ 1 บัตรคำ ใคร หยิบเสร็จแลวใหวิ่งไปตอทายเพื่อนวนไปแบบนี้จนครบเวลา 1 นาที กลุมไหนที่หยิบคำไดถูกตอง มาที่สุดจะเปนฝายชนะ 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมมานำเสนอคำที่หยิบมา พรอมรวมกันตรวจคำตอบ 8. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกี่ยวกับคำที่ประสมดวยสระอือมีตัวสะกด คือ เมื่อมีตัวสะกดตัว “อ” จะลดรูปหายไป เชนคำวา มืด จืด ยืม เปนตน 9. ใหนักเรียนทำแบบฝกทักษะสมุดเลมเล็กสระอือมีตัวสะกด ขั้นที่ 3 สรุป 10. ครูใหนักเรียนสรุปความรูรวมกัน สระเออเปลี่ยนรูปคือ คือ สระอือมีตัวสะกด คือ เมื่อมีตัวสะกด ตัว “อ” จะลดรูปหายไป และมอบหมายใหนักเรียนไปหาคำที่มีสระอือมีตัวสะกดรอบ ๆ ตัวมาคน ละ 2 คำ ชั่วโมงที่6 (สระอัวมีตัวสะกด) ขั้นที่ 1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน


27 1. ใหนักเรียนทบทวนคำที่ประสมดวยสระอัวโดยการอานออกเสียงบัตรคำ ไดแก ตัว บัว จัว พัว มัว หัว ผัว รัว วัว ทั่ว 2. ครูนำบัตรคำสระอัวมีตัวสะกดใหนักเรียนรวมกันอาน ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูติดแถบบัตรการแจกลูกตามบัตรคำสระอัวมีตัวสะกด สวย สอ-อัว-ยอ-สวย ปวด ปอ-อัว-ดอ-ปวด ชวน ชอ-อัว-นอ-ชวน รวม รอ-อัว-มอ-รวม ขวบ ขอ-อัว-บอ-ขวบ พวง พอ-อัว-งอ-พวง หวย หอ-อัว-ยอ-หวย ยวง ยอ-อัว-งอ-ยวง ทวน ทอ-อัว-นอ-ทวน อวน ออ-อัว-นอ-อวน 2. ครูใหนักเรียนสังเกตคำที่ประสมดวยสระอัวมีตัวสะกด ถามนักเรียนวา บัตรคำที่อานมีลักษณะ อยางไร (ประสมดวยสระอัว แตไมหันอากาศหายไป) 3. นักเรียนทำกิจกรรม “ตามหาอัวมีตัวสะกด” โดยแบงนักเรียนออกเปน 2 กลุม ครูนำบัตรคำไป ซอนไวบริเวณรอบ ๆ หองเรียน ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันหาบัตรคำที่ประสมดวยสระอัวมี ตัวสะกด ภายในเวลา 3 นาที 4. ใหนักเรียนจดคำศัพทที่หาไดลงในสมุด รวมกันตรวจคำตอบ 5. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกี่ยวกับคำที่ประสมดวยสระอัวมีตัวสะกด คือ เมื่อมีตัวสะกด รูป – ัจะหายไปเหลือเฉพาะ ว เทานั้น เชน สวย กวน ขวด เปนตน 6. ใหนักเรียนทำแบบฝกทักษะสมุดเลมเล็กสระอัวมีตัวสะกด ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับคำที่ประสมดวยสระอัวมีตัวสะกด คือ เมื่อมีตัวสะกด รูป – ัจะหายไปเหลือเฉพาะ ว เทานั้น เชน สวย กวน ขวด เปนตน สวย ปวด ชวน รวม ขวบ พวง หวย ยวง ทวน อวน


28 ชั่วโมงที่7 (สระโอะมีตัวสะกด) ขั้นที่ 1 ขั้นนำเขาสูบทเรียน 1. ใหนักเรียนอานคําที่กําหนดให โตะ โละ โปะ โกะ ตก ลด ปน กบ 2. นักเรียนสังเกตคําที่อาน วามีสิ่งใดที่เหมือนกันและแตกตางกัน ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 1. ครูติดภาพและคำบนกระดาน ดังนี้ 2. ใหนักเรียนอานคำและแจกลูกคำพรอม ๆ กัน โดยครูอานนำกอนใหนักเรียนอานตาม จากนั้น นักเรียนอานเอง 3. ครูใชคำถามใหนักเรียนสังเกตคำและการแจกลูกของคำดังกลาววา มีลักษณะอยางไร (ใชสระโอะ เหมือนกัน แตรูป โ_ะ หายไป) 4. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม “บัดดี้สระโอะมีตัวสะกด” คือ ครูใหนักเรียนจับมือเปนวงกลมแลวแจก บัตรภาพกับบัตรคำสระโอะมีตัวสะกดใหนักเรียนคนละ 1 บัตร จากนั้นใหสัญญาณนักเรียน เพื่อใหนักเรียนตามหาคำหรือภาพของเพื่อนที่ตรงกับของตนเอง เมื่อจับคูภาพกับคำไดแลวให ตนเองและคูของตนเองนั่งลง 5. ครูและนักเรียนรวมกันตรวจคำตอบทีละคู 6. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกี่ยวกับคำที่ประสมดวยสระโอะมีตัวสะกด คือ เมื่อมีตัวสะกด รูป โ_ะ จะหายไป เหลือเพียงแคพยัญชนะกับตัวสะกด เชน นก ตบ ตม เปนตน นก นอ-โอะ-กอ-นก มด มอ-โอะ-ดอ-มอ ฝน ฝอ-โอะ-นอ-ฝน ลม ลอ-โอะ-มอ-ลม กบ กอ-โอะ-บอ-กบ


29 7. ใหนักเรียนทำแบบฝกทักษะสมุดเลมเล็กสระโอะมีตัวสะกด ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับคำที่ประสมดวยสระโอะมีตัวสะกด คือ เมื่อมีตัวสะกด รูป โ_ ะ จะหายไป เหลือเพียงแคพยัญชนะกับตัวสะกด เชน นก ตบ ตม เปนตน


30 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ผลการดำเนินงาน ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... สภาพบรรยากาศการจัดการเรียนรู ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ปญหาที่พบและวิธีการแกไข ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... สิ่งที่ควรปรับปรุง ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ลงชื่อ .................................................. (นางสาวดวงธิดา จารีย) ตำแหนง ครูผูชวย


Click to View FlipBook Version