The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง(เพ็ว เพ็ญกุล)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by earnkullanan14, 2022-07-24 08:00:42

เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง(เพ็ว เพ็ญกุล)

เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง(เพ็ว เพ็ญกุล)

เพ็ง เพ็ญกุล

คำนำ

รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา ศ32101 ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องบุคคลสำคัญในวงการ
นาฏสิลป์ไทย เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง(เพ็ง เพ็ญกุล) และได้ศึกษาอย่าง
เข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน

ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน
นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาด
ประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย

ผู้จัดทำ

สารบัญ 1


ชีวประวัติ 7
ผลงาน

ละครพันทาง 9
บรรณานุกรม

11

ชีวประวัติ

เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง มีนามเดิมว่า "วันเพ็ง" หรือ "วันเพ็ญ" เนื่องจาก
ท่านเกิดในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง เวลายามหนึ่ง ซึ่งตรงกับวันที่
16 พฤษภาคม พ.ศ. 2364 ภายหลังเรียกเพียงโดยย่อว่า "เพ็ง"

เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง เมื่อครั้งที่พระบ​ าทสมเ​ด็จพระ​จอม​เกล้า​เจ้า
(เพ็ง เพ็ญกุล) อยู่หัวยังทรงเ​ป็นเจ้าฟ้ามงกุฎ ท่านทรงเสด็จไป
ศึกษาใ​นสำ​นักพระพ​ุฒาจารย์(ขุน) ซึ่งนาย
ด้วง(หลวงจินดาพิจิตร)บวช​เป็นสามเ​ณรอยู่
สมเ​ด็จพุฒาจารย์ (ขุน) จึงมอบหมายใ​ห้สาม​
เณรด้วงถวายการดู​แลเจ้าฟ้ามงกุฎจนเ​กิด
ความสนิทสนมกัน

ต่อมานายด้วงลาอุปสมบทไปมีภรรยา และ​
เจ้ารับราชการในพระ​บาทสม​เด็จพระน​ั่งเ​กล้า​เจ้า
อยู่หัวไ​ด้​เป็นหลวงจินดาพิจิตร มีบุตรธิดา 5
คน คนสุดท้ายคือ "วัน​เพ็ง" ​เมื่อหลวงจินดา
พิจิตร มีโ​อกาสเ​ข้าเ​ฝ้า​เจ้าฟ้ามงกุฎ ​เด็กชาย​
เพ็งจึงตามไปด้วย

ท่านทรงทอดพระ​เนตรเ​ห็นจึงออกพระ​โอษฐ์ขอเ​ด็กชายเ​พ็งวัย 13 ปี จากหลวง
จินดาพิจิตร เ​พื่อรับ​เลี้ยง ​เป็นบุญรบุญธรรม โ​ดยทรงเ​รียก "พ่อ​เพ็ง" ​เรื่อยมา เ​มื่อ​
เสด็จขึ้นนครองราชย์ จึง​ได้โ​ปรด​เกล้าฯ​ ​ให้พ่อ​เพ็ง​เป็น "เ​จ้าหมื่นสรร​เพธภักดี" หัว
หมื่นมหาดเ​ล็ก

เนื่องจาก ​ในสมัยพระบ​ าทสม​เด็จพระ​จอม​เกล้าเ​จ้าอยู่หัว ​เป็นช่วงล่าอาณานิคม
ของสหราชอาณาจักรอังกฤษ ซึ่งอีงกฤษ​ได้เข้ามา​เจริญสัมพันธ​ไมตรี กับประ​เทศ​
ไทย ​ในปี พ.ศ.2398 โ​ดยสม​เด็จพระ​นาง​เจ้าวิคตอ​เรีย พระ​ บรมราชินี ไ​ด้อัญ​เชิญ
พระ​สาส์น ​และ​เครื่องราชบรรณาการ มาถวาย ​แก่พระ​บาทสม​เด็จพระจ​ อมเ​กล้าเ​จ้า
อยู่หัว แ​ ละ​ยังมีการลงนามร่วมกัน ​ใน "สนธิสัญญาบาวริ่ง" อีกด้วย

1

ต่อมาใ​นปี พ.ศ.2400 ทรงพระ​กรุณาโ​ปรด​เกล้าฯ​​ให้พระ​ยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง
บุนนาค) เ​ป็นราชทูต ​และเ​จ้าหมื่นสรรเ​พชรภักดี เ​ป็นอุปทูต นำ​พระ​ราชสานส์ ​และค​ุม​
เครื่องบรรณาการ ออกไ​ป​เจริญสัมพันธไ​มตรี กับประเ​ทศอังกฤษ ภายหลังจาก​
เสร็จกิจ ใ​นฐานะอ​ุปทูต ​เจ้าหมื่นสรร​เพธภักดี จึงไ​ด้รับการโ​ปรดเกล้าฯ​​ให้​เป็น "พระ​
บุรุษรัตนราชวัลลภ"

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
(ช่วง บุนนาค) กรมหมื่นภูมินทรภักดี

ต่ออมารัชสมัยของ พระ​บาทสม​เด็จพระจ​ุลจอมเ​กล้าเ​จ้าอยู่หัว ทรงโปรด​เกล้าฯ​ ​
ให้​เกล้าหมื่นสรร​เพธภักดี ​เป็น "พระ​ยาราชสุภาวดี สมุหพระ​สุรัสวดี"

เนื่องจาก ​ในสมัยนั้น ระบ​ บไ​พร่มีความซับบซ้อนมาก ​ไพร่จะต​้องสังกัด กับมูลนาย
ทำ​ให้​ไม่สามารถ ย้ายถิ่นฐาน เ​พื่อการประ​กอบอาชีพไ​ด้ แ​ ละ​นำ​ไปสู่ปัญหาอื่น เ​ช่น ​ใน​
เวลาที่บ้านเ​มืองถูกคุกคามจากจักรวรรดินิยม ​ไพร่อาจขอขึ้นทะ​เบียนสังกัด เ​ป็นคนใ​น
บังคับต่างชาติได้

2

การแ​ ลกตัว​เลก

ด้วยเ​หตุนี้พระอ​ งค์จึงทรงดำริ​ให้ ไ​พร่มีหน้าที่ต่อราชการ เ​ท่าเ​ทียมกัน ​โดยใ​ห้มี
การแ​ ลกตัว​เลก ซึ่งจะ​ให้มีฐานะ​เสมอกัน(ตัวเ​ลกหมายถึงไพร่) โ​ดยขณะ​นั้นพระ​ยา
ราชสุภาวดี สมุหพระส​ุรัสวดี ทำห​ น้าที่ดูแลกรมพระ​สุรัสวดี ซึ่งเ​ป็นเ​พียงกรม​เล็กๆ​
ที่มีหน้าที่สัก​เลกใน​เขตความรับผิดชอบเ​ท่านั้น(งานสักเลก​เป็นงานหลักของกรม
มหาดไทย กรมพระ​กลาโ​หม แ​ ละ​กรมท่า) ​ในปี พ.ศ.2417 จึงมีพระก​ รุณา​โปรด​
เกล้าฯ​ ใ​ห้เ​ลื่อนพระ​ยาราชสุภาวดี ​เจ้ากรมพระ​สุรัสวดีเป็น "​เจ้าพระย​ ามหินทรศักดิ
ธำ​รง สกูลวงศ์อร​เอกดิเ​รกยศ มธุรพจนสุนทรธรรมยุคลยานุวัติ บุรุษรัตนทุวาธิ
ราชนิกรวรยุคลบาท บรมนาถสวามิภักดิสนิท วิสิฐคุณศรีรัตนธาดา อภัยพิริย
บรากรมพาหุ" ​เท่าเ​ทียมกับสมุหนายก สมุหพระก​ ลา​โหม ​และ​กรมท่า เ​พื่อใ​ห้มีอำน​ าจ
​ในการจัดระ​เบียบ การควบคุมกำลังคน ​และก​ ารสักเลกมากกว่าเ​ดิม รวมทั้งการ​
เกณฑ์​ไพร่ มาทำ​ราชการ ใ​นกรณีพิ​เศษ เ​ช่น การปราบปรามโ​จรผู้ร้าย การปราบ
กบฎ เป็นต้น

3

ต่อมาใ​นปี พ.ศ.2418 เ​กิดการชุมนุมของพวกฮ่อ(ชาวจีนอพยพ เ​ข้ามาทำ​มา
หากิน ​ในภาคเ​หนือ ของประ​เทศ​ไทย) ที่ทุ่งเ​ชียงคำเพื่อหมายจะต​ีเ​มืองหลวงพระ​บาง
ทางการจึงจัดกำลังเข้าปราบปราม ​โดย​แบ่ง​เป็น 4 กอง ซึ่งหนึ่งใ​นนั้นมีกองทัพของ
​เจ้าพระ​ยามหินทรศักดิ์ธำร​ ง ​เป็น​แม่ทัพ ​และย​ กกำ​ลังมาจากกรุงเ​ทพฯ​ไ​ปหนองคาย
​โดยสามารถปราบปรามพวกฮ่อใ​ห้ล่าถอยไ​ปไ​ด้

กรมพระส​ุรัสวดี มีบทบาทใ​นการสัก​เลก ทั้ง​ในกรุงเทพฯ​เ​มืองชั้นใ​น แ​ ละ​เมือง
ชั้นนอก ทำ​ให้มีบทบาทสำค​ัญเรื่อยมา จนกระท​ั่งถูกลดฐานะ​มา​เป็นกรมเ​ล็ก ขึ้นกับ
กระท​ รวงกลาโ​หม​ใน​เวลาต่อมา

สงครามปราบฮ่อ

นอกจากความสำค​ัญใ​นฐานะ​ข้าหลวง​แล้ว เ​จ้าพระ​มหินทรศักดิ์ธำร​ ง ยังมีความ​
เกี่ยวพันธ์กับการแ​ สดงละค​ ร ​และ​ที่มาของคำ​ว่า "วิก" ด้วย

เนื่องเจ้า พระม​ หินทรศักดิ์ธำ​รง มีคณะะ​ละ​คร ที่​เป็นของท่านเ​อง มาตั้งแต่สมัย
รัชกาลที่ 4 ซึ่ง​แต่เดิมมี​เพียงละค​ รนอก แ​ ละ​ละค​ รใ​น จนกระท​ั่งเ​มื่อครั้งที่​เป็นอุปทูต​
ไปอังกฤษ ​ได้​เห็นการ​แสดงละ​ครของที่นั่น จึงนำแ​ บบละค​ รยุ​โรป มาปรับปรุงละค​ รน
อก ​ให้มีแ​ นวทางที่​แปลกไ​ป ทำ​ให้ละค​ รของท่านได้รับความนิยมมากช่วงปลายรัชกาล
ที่ 5

4

โดยคณะล​ ะ​ครของ เ​จ้าพระม​ หินทรศักดิ์ธำร​ งคือ "Siamese Theatre" เ​ป็น

ละค​ รที่เ​ล่น​เฉพาะ​เวลาที่มี​แขกบ้าน​แขกเ​มืองมาดูจนเ​มื่องานฉลองกรุง 100 ปี ท่าน​

ได้นำ​ละคร มาร่วม​แสดงที่ท้องสนามหลวง ซึ่งมีการ​เรียก​เก็บเ​งินคนดู จึง​เป็นจุด

เริ่มต้นของการ​เก็บค่าตั๋ว เพราะน​ับจากนั้นท่านไ​ด้เ​ปลี่ยนชื่อโรงละ​ครมา​เป็น

"Prince Theatre"(หมายถึง ละค​ รของพระ​องค์เจ้าเ​พ็ญพัฒนพงศ์ ซึ่งเ​ป็นหลาน

ของท่าน) แ​ ละ​มีการ​เรียก​เก็บเ​งิน ​เพื่อชมละคร

การแสดงละครของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง

โดยละค​ รของเ​จ้าพระย​ ามหินทรศักดิ์ธำร​ ง มีทั้ง​เรื่อง ดาหลัง แ​ ละร​ าชาธิราช
ซึ่งการแ​ ต่งตัวก็สมจริง ​เมื่อ​เล่นเ​รื่องจีน ก็แ​ ต่งชุดจีน ​เล่นเ​รื่องพม่าก็​แต่งชุดพม่า
ทำใ​ห้กลาย​เป็นที่ชื่นชอบ แ​ ละ​ได้รับความนิยมมาก

5

​เจ้าพระ​ยาม หินทรศักดิ์ธำร​ ง มีบุตรธิดารวม 26 คน ​โดยบุตรชายที่ชื่อ นายนิล
​ได้​เป็น พระ​ยาทรินทรราช​เสนี ​และ​ธิดาคนที่ 3 ชื่อมรกฎ ​ได้ถวายตัว​เป็น​เจ้าจอม
มารดามรกฎ ​ในพระบ​ าทสม​เด็จพระจ​ุลจอมเ​กล้าเ​จ้าอยู่หัว มีพระ​องค์​เจ้า 2 พระ​
องค์ คือ พระ​เจ้าบรมวงศ์เ​ธอ พระ​องค์เ​จ้าจุฑารัตนราชกุมารี แ​ ละ​พระเ​จ้าบรมวงศ์​
เธอ พระอ​ งค์​เจ้า​เพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิ​ไชยมหินท​โรดม(ผู้ประ​พันธ์​เพลงลาวดำ​
เนิน​เกวียน หรือ เ​พลงลาวดวงเ​ดือน ซึ่งขึ้นต้นว่า "โ​อ้ละห​ นอ... ดวงเ​ดือนเ​อย")

พระ​เจ้าบรมวงศ์เ​ธอ พระอ​ งค์​เจ้าเ​พ็ญพัฒนพงศ์
พระอ​ งค์​เจ้าจุฑารัตนราชกุมารี กรมหมื่นพิไ​ชยมหินท​โรดม

ต่อมา ​เมื่อ​เจ้าพระย​ ามหินทรศักดิ์ธำร​ ง ถึง​แก่อสัญกรรม เ​มื่อวันที่ 2 มกราคม
พ.ศ.2437 โ​รงละค​ รปรินซ์​เทีย​เตอร์ จึงตกเ​ป็นของ ​เจ้าหมื่น​ไวยวรนาถ(บุศย์) บุตร
ชาย ซึ่งเ​รียกละ​ครของท่านว่า "ละครบุศย์มหินทร์" ​โดยละค​ รโ​รงนี้ ​ได้​ไป​แสดง​ในยุ​
โรปเ​ป็นครั้งแรก ที่​เมืองเ​ซนต์ปี​เตอร์ส​เบิร์ก ใ​นประเ​ทศรัสเ​ซีย แ​ ต่ไ​ม่ประ​สบความสำ​
เร็จ ​เนื่องจากขาดทุน ​เมื่อกลับมาถึง​เมือง​ไทยไ​ม่นาน เ​จ้าหมื่นไ​วยวรนาถก็ถึงแ​ ก่
กรรม

6

ผลงาน

เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล) ท่านเป็นเจ้าของคณะละครมา
ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 แต่เพิ่งมาเป็นหลักฐานมั่นคงในรัชกาลที่ 5 ซึ่งแต่เดิมก็แสดง
ละครนอก ละครใน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ท่านไปยุโรป จึงนำแบบละครยุโรปมา
ปรับปรุงละครนอกของท่านให้มีแนวแปลกออกไป ละครของท่านได้รับความนิยม
มากในปลายรัชกาลที่ 5 และสิ่งที่ท่านได้สร้างให้เกิดในวงการละครของไทยคือ

1 ตั้งชื่อโรงละครแบบฝรั่งเป็นครั้งแรก เรียกว่า“ปรินซ์เธียเตอร์”

โรงละครขายตั๋วแห่งแรกในบางกอก “ปรินซ์เธียเตอร์”

โรงละค​ รปรินซ์เ​ทีย​เตอร์ ​เดิมเ​ป็น​เพียงโรงกั้นรั้ว จะ​แสดงใ​นนคืนเ​ดือนหงาย ​
เดือนละ​1 สัปดาห์ หรือ 1 วีค(week) ซึ่งต่อมา เ​ล่น​เดือนละ​2 วีค เ​มื่อชาวบ้าน
จะด​ูละ​ครก็มักจะ​พูดกันว่าไ​ป "วิก" (เ​พี้ยนมาจากคำ​ว่าวีค) ทำ​ให้ละ​ครอื่นๆ​รวมทั้งลิ​
เกพากันตามอย่าง โ​ดยมีการกำห​ นดเ​วลา แ​ ละเ​ก็บ​เงินเหมือนกัน คำ​ว่า "วิก" จึง​
แพร่หลาย กลาย​เป็นละค​ รวิกนั้น วิกนี้ สืบมา

7

2 ริเริ่มแสดงละครเก็บเงิน (ตีตั๋ว) ที่โรงละครเป็นครั้งแรก

3 การแสดงของท่านก่อให้เกิดคำขึ้นคำหนึ่ง คือ “วิก”

เหตุที่เกิดคำนี้คือ ละครของท่านแสดงสัปดาห์ละครั้ง คนที่ไปดูก็ไปกันทุกๆ
สัปดาห์ คือ ไปดูทุกๆ วิก มักจะพูดกันว่าไปวิก คือ ไปสุดสัปดาห์ด้วยการไปดูละคร
ของท่านเจ้าพระยา

เมื่อท่านถึงแต่อสัญกรรม โรงละครของท่านตกเป็นของบุตร คือ เจ้าหมื่นไว
ยวรนาถ(บุศย์) ท่านผู้นี้เรียกละคร่ของท่านว่า “ละครบุศย์มหินทร์” ละครโรงนี้ได้ไป
แสดงในยุโรปเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยไปแสดงที่เมื่อปีเตอร์สเบิร์ก ใน
ประเทศรัสเซีย ในสมัยรัชกาลที่ 5 นี้มีคณะละครต่างเกิดขึ้นมากมาย ต่อมาพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงพระราชนิพนธ์ บทละครเรื่อง “พระ
ลอ (ตอนกลาง)” นำเข้าไปแสดงถวายรัชกาลที่ 5 ทอดพระเนตร ณ พระที่นั่ง
อภิเษกกดุสิต เป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ได้ทรงตั้งคณะละครขึ้นชื่อ
ว่า “คณะละครหลวงนฤมิตร” ได้ทรงนำพระราชพงศาวดารไทยมาทรงพระนิพนธ์
เป็นบทละคร เช่น เรื่องวีรสตรีถลาง คุณหญิงโม ขบถะรรมเถียร ฯลฯ ทรงใช้
พระนามแฝงว่า “ประเสริฐอักษร” ปรับปรุงละครขึ้นแสดง โดยใช้ท่ารำของไทยบ้าง
และท่าของสามัญชนบ้าง ผสมผสานกัน เปลี่ยนฉากไปตามเนื้อเรื่อง เรียกว่า “บท
ละครพระราชพงศาวดาร” และเรียกละครชนิดนี้ว่า “ละครพันทาง”

8

ละครพันทาง

ผู้แสดง
มักนิยมใช้ผู้แสดงชาย และหญิงแสดงตามบทบาทตัวละครที่ปรกกฎในเรื่อง

ละครพันทางเรื่อง พระลอ ตอนเสี่ยงน้ำ

การแต่งกาย
ไม่แต่งกายตามแบบละครรำทั่วไป แต่จะแต่งกายตามลักษณะเชื้อชาติ เช่น

แสดงเกี่ยวกับเรื่องมอญ ก็จะแต่งแบบมอญ แสดงเกี่ยวกับเรื่องพม่า ก็จะแต่ง
แบบพม่าเป็นต้น

การแต่งกายละครพันทาง
ของฝ่ายหญิง

การแต่งกายละครพันทาง
ของฝ่ายชาย

9

การแสดง

ดำเนินเรื่องคำร้อง เนื่องจากเป็นละครแบบผสมดังกล่าวแล้ว ประกอบกับเป็น

ละครที่ไม่แน่นอนว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ดังนั้นบางแบบต้นเสียง และคู่ร้อง

ทั้งหมดเหมือนละครนอก ละครใน บางแบบต้นเสียงลูกคู่ร้องแต่บทบรรยายกิริยา

ส่วนบทที่เป็นคำพูดตัวละครจะร้องเองเหมือนละครร้อง มีบทเจรจาเป็นคำพูด

ธรรมดาแทรกอยู่บ้าง ดังนั้นการที่จะทำให้ผู้ชมรู้เรื่องราว และเกิดอารมณ์ต่างๆจึง

อยู่ที่ ถ้อยคำ และทำนองเพลงทั้งสิ้น ส่วนท่าทีการร่ายรำมีทั้งดัดแปลงมาจากชาติ

ต่างๆผสมเข้ากับท่ารำของไทย

ดนตรี

มักนิยมใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม เรื่องใดที่มีท่ารำ เพลงร้อง และเพลงดนตรีของ
ต่างชาติผสมอยู่ด้วย ก็จะเพิ่มเครื่องดนตรีอันเป้นสัญลักษณ์ของภาษานั้น ๆเรียก
ว่า “เครื่องภาษา” เข้าไปด้วยเช่น ภาษาจีนก็มีกลองจีน กลองต๊อกแต๋ว ฉาบใหญ่
ส่วนพม่าก็มีกลองยาวเพิ่มเติมเป็นต้น

เพลงร้อง

ที่ใช้ร้องจะเป็นเพลงภาษา สำหรับเพลงภาษานั้นหมายถึงเพลงประเภทหนึ่งที่
คณาจารย์ดุริยางคศิลปะได้ประดิษฐ์ขึ้น จากการสังเกต และการศึกษาเพลงของชาติ
ต่าง ๆ ว่ามีสำเนียงเช่นใด แล้วจึงแต่งเพลงภาษาขึ้นโดยใช้ทำนองอย่างไทยๆ แต่
ดัดแปลงให้มีสำเนียงของภาษของชาตินั้นๆ หรืออาจจะนำสำเนียงของภาษานั้นๆ มา
แทรกไว้บ้าง เพื่อนำทางให้ผู้ฟังทราบว่า เป็นเพลงสำเนียงอะไร และได้ตั้งชื่อเพลง
บอกภาษานั้น ๆ เช่น มอญดูดาว จีนเก็บบุปผา ลาวชมดง ลาวรำดาบ แขกลพบุรี
เป็นต้น คนร้องซึ่งมีตัวละคร ต้นเสียง และลูกคู่ จะต้องเข้าใจในการแสดงของละคร
เพลงร้อง และเพลงดนตรีเป็นอย่างดี

10

บรรณานุกรม

Little Bow-wow. (2555). ประวัติบุคคลสำคัญ. [ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อ 23
กรกฎาคม 2565. เข้าถึงได้จาก https://writer.dek-d.com/bird
711/writer/view.php?id=805622.

อุทยานการเรียนรู้. (ม.ป.ป). คนธรรพวาทีศรีรัตนโกสินทร์. [ออนไลน์]. เข้าถึง
เมื่อ 23 กรกฎาคม 2565. เข้าถึงได้จาก http://110.170.81.29/
history_special/1427863046243/1427789960842/
duchess.

วิกิพีเดียไทย. (ม.ป.ป). เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล). [ออนไลน์].
เข้าถึงเมื่อ 23 กรกฎาคม 2565. เข้าถึงได้จาก https://hmong.in.th/.

บ้านจอมยุทธ. (2559). ละครพันทาง. [ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อ 23 กรกฎาคม
2565. เข้าถึงได้จาก https://www.baanjomyut.com/library/
ancient_drama/01.html.

11




Click to View FlipBook Version