กั น ย า ย น 2 5 6 2 ฉ บั บ ที่ 1 7
สถานที่ท่องเที่ยว
จังหวัดสิงห์บุรี
คำนำ
จังหวัดสิงห์บุรี เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติขาประชากร
และยังคงสืบทอดศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรมของตนเองมาถึงยุคของคนหนุ่มสาว
รุ่นใหม่ในปัจจุบัน ความเป็นคุณค่าน้ีคุณอาจจะยัง ไม่เคยสัมผัสในที่อ่ืนใด
เราขอเชิญชวนท่านเดินทางเข้าไปอยู่ในใจกลางแห่งความงดงาม
อนุสาวรีย์บางระจัน
อนุสาวรีย์วีรชนและอุทยานค่ายบางระจัน สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่วีรชนบ้านบางระจันผู้ประกอบวีรกรรมครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย
ในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ โดยพม่าได้ยกทัพมาตีไทยและมีกองทัพส่วนหนึ่งเข้าตีหมู่บ้านบางระจัน แม้ว่าชาวบ้านบางระจันจะขาดแคลน
อาวุธและมีกำลังน้อยกว่า แต่ก็ได้แสดงความกล้าหาญและความสามัคคียอมพลีชีวิตเพื่อประเทศชาติ จนได้รับการจารึกเพื่อเป็นเกียรติสืบมา
อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน เป็นรูปหล่อประติมากรรมของหัวหน้าชาวค่ายบางระจันทั้ง ๑๑ คน ประกอบด้วย นายจันหนวดเขี้ยว นายโชติ
นายดอก นายทองแก้ว นายทองเหม็น นายทองแสงใหญ่ นายแท่น นายเมือง พันเรือง ขุนสรรค์ และนายอิน สร้างขึ้นโดยกรมศิลปากร ตั้งอยู่
กลางสวนอันร่มรื่น เพื่อระลึกถึงวีรชนบ้านบางระจันที่กล้าหาญ และเสียสละในการรวมพลังกันต่อสู่กับกองทัพพม่าที่ยกทัพเข้าตีหมู่บ้าน
บางระจันถึง ๘ ครั้ง ใช้เวลานานกว่า ๕ เดือนจึงเอาชนะได้
ภายในอุทยาน ประกอบด้วย อนุสาวรีย์วีรชน ค่ายจำลองที่สร้างขึ้นใหม่ตามแบบโบราณ และอาคารศูนย์การศึกษาประวัติศาสตร์ แบ่ง
นิทรรศการออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ คือ
ห้องแรก ชีวประวัติบุคคลวีรชนบ้านบางระจัน จัดแสดงภาพจำลองค่ายบางระจัน รวมทั้งรายละเอียดเส้นทางการเดินทัพของพม่า รวมถึง
ยุทธวิธีในการรับมือกับทหารพม่า ตรงกลางห้องจัดแสดงภาพจำลองและประวัติวีรชนบ้านบางระจัน คนสำคัญท่านต่างๆ เช่น พระอาจารย์
ธรรมโชติ นายแท่น นายทองเหม็น นายจันหนวดเขี้ยว บันทึกและรายละเอียด เหตุการณ์สำคัญในการรบทั้ง 8 ครั้ง ด้านในสุดของห้องจัด
แสดงอาวุธและเครื่องใช้โบราณ เช่น ไหสี่หู กาน้ำ ขวานถาก ขวานโยน ฯลฯ
ห้องนิทรรศการที่ 2 และ ห้องนิทรรศการที่ 3 “สิงห์บุรีในอดีต” ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยจัดแสดงจาก
บันทึกประวัติศาสตร์และภาพการขุดค้นทางโบราณคดี รวมถึงจัดแสดงภาพจำลองข้าวของเครื่องใช้เกร็ดประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการใน
แต่ละยุคสมัยอีกด้วย แบ่งเป็นการจัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบของงานศิลปะที่เก่าแก่ ประวัติความเป็นมาของหนังใหญ่วัด
สว่างอารมณ์ มุมจำลองและแสดงตัวหนัง ประติมากรรมหัวสิงห์ในสมัยอยุธยา จำลองและแสดงขั้นตอนของการผลิตเครื่องปั้ นดินเผาจากเตา
เผาแม่น้ำน้อย และจิตรกรรมฝาผนังวัดม่วง
ห้องนิทรรศการที่ 4 จัดแสดงภาพจำลองวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำ โดยแบ่งพื้นที่ห้องแบ่งจัดทำทางเดินเป็นเสมือนสะพานทอดกลับไปชมวิถีชีวิต
แบบสมัยก่อนริมฝั่ งแม่น้ำ ในขณะเดียวกันก็เปรียบเทียบให้เห็นถึงปัจจุบันที่แม่น้ำลดความสำคัญลงไป การเดินทางอาศัยทางถนน ตึกราม
บ้านช่องและเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันอุทยานมีการจัดสร้าง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจัน เป็นนิทรรศการถาวรเพิ่มเติม แบ่งส่วนจัดแสเดงเป็น 11 โซน
ได้แก่
โซนที่ 1 รู้จักสามัคคี ผ่านพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชดำรัส
โซนที่ 2 กรุงศรีอยุธยา แสดงลำดับเหตุการณ์สำคัญและหุ่นจำลองซากปรักหักพัง
โซนที่ 3 อุโมงค์เวลาและห้องฉายภาพยนตร์
โซนที่ 4 บางระจัน อู่ข้าวอู่น้ำ จำลองชัยภูมิของหมู่บ้าน แผนที่เส้นทางรวมพล
โซนที่ 5 จำลองการสร้างค่าย ยุทธวิธีที่ชาวบ้านบางระจันหลอกทหารพม่ามาฆ่า
โซนที่ 6 จำลองการฝึกรบ เรือนไทย ยุ้งข้าว และการทำเครื่องมือ ในค่าย
โซนที่ 7 จำลองวิหารวัดโพธิ์เก้าต้น และภาพวาด 3 มิติ
โซนที่ 8 จำลองการรบครั้งที่ 1-4 พร้อมห้องฉายภาพยนตร์ขนาดเล็ก
โซนที่ 9 จำลองการรบครั้งที่ 5-8 พร้อมห้องฉายภาพยนตร์ขนาดเล็ก ตู้จัดแสดงอาวุธ
โซนที่ 10 จัดแสดงประวัติวีรชนแต่ละท่าน ประวัติความเป็นมาของอุทยาน ผ่านเลเซอร์
โซนที่ 11 ทรงดับทุกข์ในสังคมไทย ประวัติศาสตร์ผืนแผ่นดินไทย และภาพกรุงศรีอยุธยา
เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์
วัดพระนอนจักรสีห์
วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ในตำบลจักรสีห์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ไม่ปรากฎหลักฐานว่าสร้างตั้งแต่เมื่อใด แต่สันนิษฐานว่า
สร้างขึ้นก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยตามพงศาวดารระบุว่าในปี พ.ศ. 2297 พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้เสด็จมานมัสการและซ่อมแซมองค์
พระ โดยได้สร้างพระวิหาร พระอุโบสถ และเสนาสนะต่างๆ ขึ้นใหม่ ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จมา
นมัสการ และทรงบูรณะปฏิสังขรปูชนียวัตถุต่างๆ
ภายในวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารมีวิหาร สถานที่ประดิษฐานพระนอนจักรสีห์ พระพุทธรูปไสยาสน์หรือพระนอนขนาดใหญ่ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของ
ประเทศไทย รองลงมาจากสมเด็จพระศากยมุณีศรีสุเมธบพิตร วัดบางพลีใหญ่กลาง พระนอนจักรสีห์ เป็นพระพุทธรูปสุโขทัยที่มีความอ่อนช้อยงดงามมาก ยาว 47
เมตร 42 เซนติเมตร มีลักษณะพระพักตร์ หันไปทางทิศเหนือ พระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก ด้วยขนาดที่มีความใหญ่และสวยงาม พระนอนจักรสีห์เป็นที่ยึด
เหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีความเชื่อว่าหากมาขอพรให้ท่านช่วย เมื่อสำเร็จก็พากันมาแก้บน โดยของที่นิยมมาแก้บน อาทิ ไข่ต้ม หัวหมู
บายศรี เป็นต้น
นอกจากนี้ภายในพระวิหารยังมีพระกาฬ พระพุทธรูปศิลาลงรักปิดทอง และพระแก้ว พระหล่อนั่งขัดสมาธิเพชร สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งทั้งสององค์มีพุทธ
ลักษณะงดงาม ในอดีตเคยใช้เป็นพระประทานในการถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการ บริเวณด้านหน้ าวิหารมีต้นสาละลังกาใหญ่ต้นไม้สำคัญผลิดอกบานสะพรั่ง
หลายต้น บริเวณหน้ าวัดยังเป็นที่ตั้งของพุทธมณฑลจังหวัดสิงห์บุรี โดยจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกันดำเนินการจัดสร้างพุทธมณฑลประจำ
จังหวัด โดยการพัฒนาที่สาธารณประโยชน์ให้เป็นที่สร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา สำหรับพุทธศาสนิกชน
ที่สนใจการภาวนา ทางวัดยังมีการอบรมธรรมะและวิปัสสนา ในวันที่ 4-10 ของทุกเดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ภายในวัดพระนอนฯ. ยังมี”ตลาดต้องชม”ซึ่งเป็นตลาดที่ชาวบ้านและ คนในชุมชนนำสินค้าที่ผลิตเอง เช่นพืชผัก ผลไม้ น้ำพริก ผลิตภัณฑ์ปลาร้าที่ขึ้นชื่อของ
จังหวัด สินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน เสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋ าถือ และของใช้ต่าง ๆ นำมาจำหน่ายในราคาเป็นธรรม น้ำหนักเที่ยงตรง เปิด
จำหน่ายเป็นประจำทุกวัน กว่า 140 แผงค้า สร้างรายได้และอาชีพให้คนในชุมชนและในละแวกใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี นอกจากการมากราบไหว้บูชาพระนอนจักรสีห์
แล้ว การได้มาเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านในบริเวณตลาดได้ทั้งอิ่มบุญ อิ่มกาย อิ่มใจไปพร้อม ๆ กัน จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาท่องเที่ยว
เชิงศาสนา ณ วัดพระนอนจักรสีห์แห่งนี้
วัดพิกุลทอง
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้ อยฝั่งตะวันออกห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีประมาณ 16 กม.เป็นวัดขนาดใหญ่ริมฝั่ง
แม่น้ำน้ อยที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของสิงห์บุรีชาวบ้านเรียกว่า วัดหลวงพ่อ เนื่องด้วยเป็นวัดจำ
พรรษาของหลวงพ่อแพแพ (พระเทพสิงหบุราจารย์) พระเกจิดัง ซึ่งมรณภาพเมื่อพ.ศ.2542 ภายใน
วัดมี พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อแพ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติและเครื่องอัฐบริขารของหลวงพ่อแพ
ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นอีกด้านหนึ่งของวัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดใน
ประเทศไทย คือ พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ ขนาดหน้ าตักกว้าง 11 วา 2 ศอก
7 นิ้ว สูง 21 วา 1 คืบ 3 นิ้ว ภายในเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กประดับด้วยโมเสกทองคำธรรมชาติชนิด
24 เค รอบๆพระวิหารใหญ่มีวิหารคต ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางประจำวันต่าง ๆ และพระสังกัจ
จายองค์ใหญ่ และบริเวณวัดยังมีสวนธรรมะ และสิ่งก่อสร้างที่สวยงามน่าสนใจ แวดล้อมด้วย
บรรยากาศสงบร่มรื่น การเดินทาง จากตัวเมืองสิงห์บุรีใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3032 ไปทาง
อ.ค่ายบางระจัน ผ่านวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ไปราว 5 กม. จะมีถนนเลียบคลองชลประทานทาง
ซ้ายมือเลี้ยวเข้าไปตามทาง กระทั่งผ่านวัดวิหารขาว ไปราว 1 กม.ก็จะถึงวัดพิกุลทอง
พระประธานวัดพิกุลทอง เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กประดิษฐานบนฐานที่สูงหลายชั้นเพื่อให้เหมาะ
กับขนาดของอุโบสถ เราจะเห็นองค์พระประธานเล็กมาก พระพุทธรูปองค์นี้มีพระนามว่า พระพุทธศรี
วิริยโสภิต หลวงพ่อสี เกสโร พระอาจารย์ด้านวิทยาคมของหลวงพ่อแพ ได้สร้างถวายแก่หลวงพ่อแพ
หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อแพ อยู่ในพิพิธภัณฑ์มีพวงมาลาพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ ด้านหน้ าของอาคารจัดวางเก้าอี้เรียงแถว
จำนวนมาก สำหรับประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะนมัสการหลวงพ่อแพ
ตลาดไทยย้อนยุค
บางระจัน
ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์เก้าต้น ตำบลบางระจัน อำเภอ
ค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี โดยวัดโพธิ์เก้าต้นเป็นวัดที่สำคัญ จะมีนักท่องเที่ยวแวะ
เวียนมาไหว้พระทำบุญไม่ขาดสาย และเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวอย่างครบรส
ทั้งไหว้พระทำบุญ กิน และช้อปปิ้ง อีกทั้งยังต้องการส่งเสริมรายได้ให้กับชาวบ้าน ทาง
ชุมชนจึงได้มีการจัดตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันขึ้น
ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ถูกจัดขึ้นบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในวัด บรรยากาศจึง
ร่มรื่นน่าเที่ยวชม มีการจัดแต่งซุ้มจำหน่ายสินค้าด้วยวัสดุธรรมชาติในรูปแบบพื้นบ้าน
ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ชาวบ้านจะแต่งตัวย้อนยุคมานั่งจำหน่ายสินค้า พูดจาขอรับ/
เจ้าค่ะ พาให้บรรยากาศยิ่งคล้ายกับตลาดในยุคโบราณ สินค้าที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายก็
จะเป็นอาหารท้องถิ่น ขนมโบราณที่หาทานยาก ผลิตภัณฑ์ทำมือ รวมไปถึงพืชผักและ
ผลไม้สด ๆ จากไร่ของชาวบ้าน ซึ่งจะเริ่มขายกันในราคาเพียงแค่หลักสิบเท่านั้น อีกทั้ง
ยังมีการแสดงการแสดงต่างๆเช่น การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงเพลงฉ่อย การแสดง
วีรกรรมชาวบ้านบางระจัน จากเด็กๆ ในชุมชน อีกด้วย และถ้าใครอยากจะมาเที่ยวให้
อินกับบรรยากาศมากขึ้น ก็สามารถที่จะแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุคมาเที่ยวกันได้จาก
บ้านเลยค่ะ หรือจะมาเช่าชุดไทยย้อนยุคได้จากที่นี่ก็ได้
เปิดให้บริการ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่อยู่ติดกับเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่
เวลา 09.00-16.30 น. ไม่มีค่าเข้าชม มีสถานที่จอดรถกว้างขวาง รองรับได้ประมาณ
500 คัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน หรือ
สอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 09 1765 6566
วัดโพธิ์เก้าต้น
ถ้าจะพูดถึงวัดโพธิ์เก้าต้น บางท่านอาจไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่าพระอาจารย์ธรรมโชติแห่งบ้านบางระจัน อันนี้ทุกคนรู้จักแน่นอน เพราะเราเรียนวิชา
ประวัติศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก วัดแห่งนี้เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง ซึ่งภายในวัดมีวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ ซึ่งภายในประดิษฐานรูปเหมือนพระ
อาจารย์ธรรมโชติ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวสิงห์บุรีโดยทั่วไปท่านเป็นมิ่งขวัญและพลังใจแก่วีระชนชาวบ้านบางระจันที่ทำให้สามารถเข้า
ต่อสู้ป้ องกันข้าศึกและได้รับชัยชนะถึง 7 ครั้ง เป็นพระที่มีอาคมชั้นเลิศ และชำนาญเรื่องเกี่ยวกับยาสมุนไพร
วัดแห่งนี้เป็นบริเวณที่พระอาจารย์ธรรมโชติแห่งวัดเขาขึ้น(เขาบวช) เลือกเป็นทำเลที่ตั้งค่าย เพราะเป็นที่ดอนมีลำธารไหลผ่านหน้ าวัดจาก
ทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออก และอีกสายหนึ่งมาจากทางทิศเหนือไหลล่องลงใต้ตัดกันตรงบ้านวังกา พระอาจารย์ธรรมโชติได้รวบรวม ชาวบ้าน
และบรรดาศิษย์ช่วยกันสร้างค่ายขึ้นและเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งวีระชนชาวบ้านบางระจัน ปัจจุบันได้มีการสร้างค่ายจำลองขึ้นบริเวณด้านหน้ า
ของวัดโพธิ์เก้าต้น เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจแก่ผู้คนที่มาท่องเที่ยวว่าบริเวณวัดโพธิ์เก้าต้นนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมรภูมิรบ และเป็นที่มั่นของบรรพ
ชนไทยในอดีตอีกทั้งยังเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่บรรพบุรุษของเราได้เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลก กลิ่นคาวเลือดที่ฝังลึกลงไปในแผ่นดินที่
เหล่าวีระชนชาวบ้านบางระจันได้ฝากเอาไว้ให้ลูกหลานได้สำนึกในการรักษ์ชาติรักษ์แผ่นดิน ถึงแม้วันเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ดินแดนแห่งนี้
ยังคงเป็ นดินแดนวีระชนที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับชาติไทยเรา
นอกจากวัดแห่งนี้จะมีแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีตลาดไทยย้อนยุคบ้านบางระจัน ซึ่งได้จำลองวิถีชีวิตในสมัยกรุงศรีอยุธยา
โดยพ่อค้า แม่ค้าที่ตั้งร้านขายของจะแต่งกายด้วยชุดนักรบ ชุดชาวบ้าน เพื่อให้เราได้อรรถรสในการเดินชมตลาดอีกด้วย มีทั้งขนมไทยโบราณที่
หาทานได้ยากให้เราได้เลือกสรร
สถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดอีกอันเลย นั่นก็คือสระน้ำศักด์สิทธิ์แห่งวัดโพธิ์เก้าต้น ซึ่งชาวจังหวัดสิงห์บุรีรวมถึงประชาชนจากทั่วสารทิศมี
ความศรัทธามากๆ หากใครได้มาสัมผัสที่วัดแห่งนี้ เราจะเห็นภาพผู้คนต่างก็หาบน้ำมาเติมในสระน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งวัดโพธิ์เก้าต้น หากใครได้
บนบานศาลกล่าวแล้วสำเร็จก็จะมาหาบน้ำด้วยเช่นกัน ทุกวันนี้ยังมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวมิขาดสาย นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่
สีขาวให้ได้กราบไหว้บูชาอีกด้วย ดินแดนแห่งนี้จึงนับว่าเป็นดินแดนที่ศักดิ์สิทธิ์ และรอให้ทุกท่านได้มาสัมผัสด้วยตัวเองและคุณอาจรักที่นี่ก็ได้
วัดโพธิ์เก้าต้น ตั้งอยู่ที่ตำบลบางระจัน ตรงข้ามกับ อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
ชื่อผู้จัดทำ
นายวรโชติ เอกลาภ
ปวช 3 คก เลขที่13
วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี