วกิ ฤตควันไฟป่า
เบญจมาศ เหมเงนิ 611103130101
ชนาภทั ร กรมกอง 611103130118
ธดิ ารัตน์ พายพตั ร 611103130119
รายงานฉบบั นเ้ี ป็นสว่ นหน่งึ ของการศึกษารายวิชาสารสนเทศเพ่ือการเรยี นรู้
คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบรู ณ์
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2562
วิกฤตควันไฟป่า
เบญจมาศ เหมเงนิ 611103130101
ชนาภัทร กรมกอง 611103130118
ธิดารตั น์ พายพัตร 611103130119
รายงานฉบับนี้เปน็ สว่ นหน่ึงของการศกึ ษารายวชิ าสารสนเทศเพ่อื การเรียนรู้
คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562
ก
คานา
รายงานฉบบั นเ้ี ปน็ สว่ นหนง่ึ ของการศึกษารายวชิ าสารสนเทศเพ่ือการเรยี นรู้ เนอื้ หาภายใน
เลม่ กลา่ วถงึ วกิ ฤตควนั ไฟป่า ปัจจยั สาเหตุ ผละกระทบ และกรณีศกึ ษาจากการเกดิ วกิ ฤตควันไฟป่า
ซ่ึงเป็นสิ่งสาคัญ เพอ่ื ใหผ้ อู้ ่านไดร้ ับความรู้เกีย่ วกับการรู้จักวิธกี ารป้องกันภัยพบิ ตั ิน้ี ผจู้ ดั ทาจึงได้
รวบรวมเอกสารและข้อมลู สาคัญไวโ้ ดยละเอยี ด
ผู้จดั ทาขอขอบคุณอาจารยน์ งลกั ษณ์ ยทุ ธศลิ ปะเสวี ท่กี รุณาให้ความรูแ้ ละข้อเสนอแนะใน
การทารายงานฉบบั นี้ และขอขอบคุณ บรรณารักษแ์ ละเจ้าหนา้ ที่ห้องสมุดท่ีได้ใหค้ วามสะดวกในการ
ค้นควา้ ข้อมูลเพื่อประกอบการทารายงานจนสาเรจ็ ลุล่วงดว้ ยดี
เบญจมาศ เหมเงิน
ชนาภทั ร กรมกอง
ธดิ ารัตน์ พายพตั ร
16 มีนาคม 2563
สารบัญ ข
คานา หนา้
สารบญั ก
สารบญั ภาพ ข
วกิ ฤตควันไฟป่า ค
1
ปัจจยั ทที่ าให้เกดิ วกิ ฤตควนั ไฟป่า 1
สาเหตทุ ี่ทาใหเ้ กดิ วิกฤตควันไฟป่า 3
ผลกระทบจากการเกิดวกิ ฤตควันไฟปา่ 4
ตัวอยา่ งกรณีศึกษา 4
ความรทู้ ั่วไปเกยี่ วกับภยั พิบัติ 6
สถติ ิการเกิดไฟป่า 15
วิธแี กป้ ัญหา 15
สรุป 16
บรรณานุกรม
สารบญั ภาพ ค
ภาพท่ี หน้า
1 แผ่นดนิ ไหว 7
2 คล่ืนใตน้ า 9
3 อทุ กภัย 10
4 ภัยแล้ง 10
5 อัคคภี ัย 12
6 ดินถลม่ 13
7 พายหุ มิ ะ 14
8 สึนามิ 14
1
วกิ ฤตควันไฟป่า
ไฟ สามารถลุกไหม้ทาลายพื้นที่ป่าได้นับหมื่นตารางกิโลเมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อทง้ั สง่ิ มีชีวิต
และสิ่งไม่มีชีวิตท่ีอยู่โดยรอบ และมีผลกระทบสาคัญต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ
ของโลก ภัยแล้งนาความยากลาบากแสนเข็ญมาสู่ผู้คนที่ต้องพึ่งพาการทาเกษตรกรรมเพื่อการ
ดารงชีวติ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ปัญหาหมอกควันและไฟป่า 99 เปอร์เซ็นต์น้ันเกดิ จากฝีมือมนุษย์ ไฟ
ป่าที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติเป็นส่วนน้อย เพราะส่วนใหญ่เกิดจากการ เผาป่า ท้ังเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์
ทาไร่เลอ่ื นลอย รวมทัง้ การเผาป่าที่มีนยั ทางการเมอื ง
1. ปจั จัยทที่ าใหเ้ กดิ วิกฤตควันไฟป่า
ปจั จัยท่ที าใหเ้ กดิ วกิ ฤตไฟปา่ มี 2 ปจั จยั (กฤษณ์ สอ่ งโลก . 2552) และ ดังนี้
1.1. ภยั แล้ง
ความแห้งแล้งของลมฟ้าอากาศ อันเกิดจากการท่ีมีฝนน้อยกว่าปกติ หรือฝนไม่ตกต้องตาม
ฤดูกาล เป็นระยะเวลานานกว่าปกติ และครอบคลุมพ้ืนท่ีบริเวณกว้าง ทาให้เกิดการขาดแคลนน้าด่ืม
น้าใช้ พืชพันธ์ุไม้ต่างๆ ขาดน้า ทาให้ไม่เจริญเติบโตตามปกติเกิดความเสียหาย และความอดอยาก
ทั่วไป ความแห้งแล้งเป็นภัยธรรมชาติประเภทหนึ่งที่เกิดข้ึนเป็นประจาทุกปี โดยเฉพาะในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางของประเทศไทย เพราะเป็นบริเวณท่ีอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตก
เฉียงใต้เข้าไปไม่ถึง ทาให้เกิดความอดอยากแร้นแค้น ซึ่งหากปีใดที่ไม่มีพายุเคลื่อนผ่านเลย ก็จะ
ก่อให้เกดิ ความแห้งแล้งรุนแรงมากขึ้น อนั เนอื่ งมาจากฝนทิ้งช่วงยาวนาน โดยภัยแล้งทเ่ี กิดข้นึ ทุกปีจะ
อยู่ระหว่างเดอื นมถิ ุนายนต่อเน่ืองถึงเดอื นกรกฎาคม ในชว่ งดังกล่าวพืชไรท่ ี่เพาะปลูกจะขาดนา้ ได้รับ
ความเสียหายมนุษย์ - สัตว์ขาดแคลนน้าดื่มน้าใช้ ส่งผลกระทบต่อการดารงชีพรวมถึงด้านเศรษฐกิจ
และสังคม ท้ังนี้ความรุนแรงจะมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น ความช้ืนใน
อากาศ ความชน้ื ในดนิ ระยะเวลาที่เกดิ ความแหง้ แล้ง และขนาดของพ้ืนทที่ มี่ ีความแห้งแล้ง
สาเหตุของการเกิดภัยแล้ง
ปัจจัยท่ีก่อให้เกิดภัยแล้งสาหรับประเทศไทยแล้ว นอกจากฝน ยังมีปัจจัยอื่นท่ีเป็น
องค์ประกอบอีกหลายอย่าง เช่น ระบบการหมุนเวียนของบรรยากาศ การเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของ
บรรยากาศ การเปลีย่ นแปลงความสมั พันธร์ ะหว่างบรรยากาศ กับน้าทะเล หรือมหาสมทุ ร
ดังน้ัน การเกิดภัยแล้งจึงมิใช่เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหน่ึงเพียงอย่างเดียว ซึ่งพอจะ
ประมวลสาเหตุของการเกิดภัยแล้งได้ ดงั น้ี
1. เนือ่ งจากสภาวะอากาศในฤดูร้อนทร่ี อ้ นมากกวา่ ปกติ
2. เน่อื งจากการพัดพาของลมมรสุมตะวนั ตกเฉยี งใต้
3. ความผดิ ปกตขิ องตาแหน่งรอ่ งมรสุม ทาใหฝ้ นตกในพนื้ ที่ไมต่ อ่ เนอ่ื ง
4. ความผดิ ปกติ เน่อื งจากพายุหมุนเขตรอ้ นเคล่อื นทีผ่ า่ นประเทศไทยน้อยกวา่ ปกติ
2
5. การเปลี่ยนแปลงความสมดุลของพลังงานที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ เช่น การเผา
พลาสตกิ นา้ มนั และถา่ นหิน ทาใหเ้ กิดรูโหวใ่ นช้ันโอโซน
6. ผลกระทบจากปรากฏการณ์ภาวะเรือนกระจก เนื่องจากส่วนผสมของ
บรรยากาศ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ไอน้า ลอยขึ้นไปเคลือบชั้นล่างของช้ันโอโซน ทาให้
ความรอ้ นสะสมอยูใ่ นอากาศใกลผ้ ิวโลกมากขึ้น ทาให้อากาศรอ้ นกวา่ ปกติ
7. การพฒั นาด้านอุตสาหกรรมตา่ งๆ
8. การตัดไม้ทาลายป่า ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอันเป็นอีกสาเหตุ
หน่ึงท่ีมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของภูมิอากาศ เช่น ฝน อุณหภูมิ และ
ความชืน้
1.2. ภาวะโลกรอ้ น
ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หมายถึง การท่ีอุณหภูมิเฉล่ียของอากาศบนโลก
สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอากาศบริเวณใกล้ผิวโลกและน้าในมหาสมุทร ในช่วง 100 ปีท่ีผ่านมาอุณหภูมิ
เฉล่ียของโลกสูงขึ้นถึง 0.74 , 0.18 องศาเซลเซียส และจากแบบจาลองการคาดคะเนภูมิอากาศ
พบวา่ ในปี พ.ศ. 2544 – 2643 อุณหภมู ิเฉลย่ี ของโลกจะเพิ่มข้ึนถงึ 1.1 ถึง 6.4 องศาเซลเซียส
สาเหตุที่ทาให้เกิดภาวะโลกร้อนก็เพราะว่าก๊าซเรือนกระจกท่ีเพิ่มข้ึนจากการทากิจกรรม
ต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญถ่านหินและเช้ือเพลิง รวมไปถึงสารเคมีที่มีส่วนผสมของ
ก๊าซเรือนกระจกท่ีมนุษย์ใช้ และอ่ืนๆอีกมากมาย จึงทาให้ก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ลอยข้ึนไปรวมตัว
กันอยู่บนชั้นบรรยากาศของโลก ทาให้รังสีของดวงอาทิตย์ท่ีควรจะสะท้อนกลับออกไปในปริมาณที่
เหมาะสม กลับถูกก๊าซเรือนกระจกเหลา่ นกี้ กั เก็บไว้ ทาให้อณุ หภมู ิของโลกคอ่ ยๆ สูงขึน้ จากเดมิ
ผลกระทบของภาวะโลกร้อนนั้นกม็ ีให้เราเหน็ กันอยู่บ่อยๆ สภาพลมฟ้าอากาศที่ผิดแปลก
ไปจากเดมิ ภัยธรรมชาติท่ีรุนแรงมากข้ึน น้าท่วม แผ่นดินไหว พายุท่ีรนุ แรง อากาศที่ร้อนผดิ ปกติจน
มีคนเสียชีวิต รวมไปถึงโรคระบาดชนิดใหม่ๆ หรือโรคระบาดที่เคยหายไปจากโลกน้ีแล้วก็กลับมาให้
เราได้เหน็ ใหม่ และพาหะนาโรคท่เี พิม่ จานวนมากขึน้
ในอนาคตคาดว่าผลกระทบของภาวะโลกร้อนจะรุนแรงมากขน้ึ เรื่อยๆเราสามารถช่วยกัน
ลดภาวะโลกร้อนได้หลายวิธี หลักๆก็เห็นจะเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและประหยัด เพราะว่า
พลังงานที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวันนี้กว่าจะมาถึงให้เราได้ใช้น้ัน ต้องผ่านกระบวนการข้ันตอนในการ
ผลิตมากมาย และแต่ละข้ันตอนก็จะทาให้เกิดก๊าซเรือนกระจกขึ้นมา เพราะฉะนั้นการลดใช้พลังงาน
ก็เป็นอีกวิธหี นึ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ เช่น การปิดไฟเมื่อไมไ่ ด้ใช้ การใช้น้าอย่างประหยัด การ
ใช้จักรยานแทนรถยนต์ในการเดนิ ทางใกลๆ้ และอื่นๆอีกมากมาย
การปลูกต้นไม้ก็เป็นวิธีหน่ึงที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ อย่างท่ีเรารู้กันดีว่าในเวลา
กลางวัน ต้นไม้นั้นจะช่วยหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป และหายใจออกมาเป็นก๊าซ
ออกซิเจน เปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศให้กับโลกของเราโดยแท้ แต่ทว่าปัจจุบันป่าไม้ถูกทาลาย
และมีจานวนลดลงไปอย่างมาก ฉะนั้นถ้าเราทกุ คนชว่ ยกันปลูกต้นไม้ ก็เหมือนกบั ช่วยเพม่ิ เครื่องฟอก
อากาศให้กบั โลกของเรา
3
2. สาเหตทุ ี่ทาใหเ้ กดิ วกิ ฤตควนั ไฟป่า
สาเหตุที่ทาให้เกิดวิกฤตควันไฟป่า มี 2 ปัจจัย (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช .
2563 ) ดงั น้ี
2.1. เกิดจากธรรมชาติ
ไฟปา่ ที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติเกิดข้ึนจากหลายสาเหตุ เช่นฟ้าผ่า กงิ่ ไม้เสียดสีกัน ภเู ขา
ไฟระเบิด ก้อนหินกระทบกัน แสงแดดตกกระทบผลึกหิน แสงแดดส่องผ่านหยดน้า ปฏิกริยาเคมีใน
ดินปา่ พรุ การลกุ ไหมใ้ นตวั เองของสิ่งมชี วี ิต (Spontaneous Combustion) แต่สาเหตุท่ีสาคัญ คอื
1. ฟา้ ผ่า เป็นสาเหตุสาคัญของการเกิดไฟป่าในเขตอบอนุ่ ในประเทศสหรฐั อเมรกิ า และ
ประเทศแคนาดา พบว่ากว่าคร่ึงหน่ึงของไฟป่าที่เกิดข้ึนมีสาเหตุมาจากฟ้าผ่า ท้ังนี้โดยที่ฟ้าผ่าแบ่ง
ออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท คือ
1. ฟ้าผ่าแห้ง (Dry or Red Lightning) คือฟ้าผ่าที่เกิดข้ึนในขณะท่ีไม่มีฝนตก มัก
เกิดในช่วงฤดูแล้ง สายฟ้าจะเป็นสีแดง เกิดจากเมฆท่ีเรียกว่าเมฆฟ้าผ่า ซ่ึงเมฆดังกล่าวจะมีแนวการ
เคล่อื นตวั ทีแ่ นน่ อนเป็นประจาทุกปี ฟ้าผ่าแหง้ เปน็ สาเหตสุ าคัญของไฟปา่ ในเขตอบอนุ่
2. ฟ้าผ่าเปียก (Wet or Blue Lightning) คือฟ้าผ่าท่ีเกิดควบคู่ไปกับการเกิดพายุ
ฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorm) ดังนั้นประกายไฟที่เกิดจากฟ้าผ่าจึงมักไม่ทาให้เกิดไฟไหม้ หรืออาจ
เกิดได้บ้างแต่ไม่ลุกลามไปไกล เน่ืองจากความชื้นสัมพัทธ์และความชื้นของเชื้อเพลิงสูง ฟ้าผ่าในเขต
ร้อนรวมถงึ ประเทศไทยมักจะเป็นฟ้าผ่าเปียก จึงแทบจะไม่เปน็ สาเหตขุ องไฟปา่ ในเขตร้อนนีเ้ ลย
2. กิ่งไม้เสียดสีกัน อาจเกิดข้ึนได้ในพ้ืนที่ป่าท่ีมีไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและมีสภาพ
อากาศแหง้ จดั เชน่ ในป่าไผห่ รือปา่ สน
2.2. เกิดจากมนุษย์
ไฟป่าที่เกิดในประเทศกาลังพัฒนาในเขตร้อนส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากกิจกรรมของ
มนุษย์ สาหรับประเทศไทยจากการเก็บสถิติไฟป่าต้ังแต่ปี พ.ศ. 2528-2542 ซ่ึงมีสถิติไฟป่าทั้งสิ้น
73,630 คร้ัง พบว่าเกิดจากสาเหตุตามธรรมชาติคือฟ้าผ่าเพียง 4 ครั้ง เท่านั้น คือเกิดท่ีภูกระดึง
จังหวัดเลย ที่หว้ ยน้าดัง จงั หวัดเชยี งใหม่ ท่ีท่าแซะ จังหวัดชุมพร และที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
แห่งละหน่ึงครั้ง ดังน้นั จงึ ถือได้ว่าไฟป่าในประเทศไทยท้ังหมดเกิดจากการกระทาของคน โดยมีสาเหตุ
ต่างๆ กนั ไป ได้แก่
1. เก็บหาของป่า เป็นสาเหตทุ ี่ทาให้เกดิ ไฟป่ามากท่ีสุด การเก็บหาของป่าส่วนใหญ่
ได้แก่ ไข่มดแดง เห็ด ใบตองตึง ไม้ไผ่ น้าผึ้ง ผักหวาน และไม้ฟืน การจุดไฟส่วนใหญ่เพื่อให้พนื้ ป่าโล่ง
เดินสะดวก หรือให้แสงสว่างในระหว่างการเดินทางผ่านป่าในเวลากลางคืน หรือจุดเพ่ือกระตุ้นการ
งอกของเหด็ หรอื กระตนุ้ การแตกใบใหม่ของผักหวานและใบตองตึง หรือจุดเพ่ือไล่ตัวมดแดงออกจาก
รงั รมควนั ไล่ผึง้ หรือไลแ่ มลงตา่ งๆ ในขณะทอี่ ยู่ในปา่
2. เผาไร่ เป็นสาเหตุที่สาคัญรองลงมา การเผาไร่ก็เพ่ือกาจัดวัชพืชหรือเศษซากพืช
ที่เหลืออยู่ภายหลังการเก็บเกี่ยว ทั้งน้ีเพ่ือเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในรอบต่อไป ทั้งน้ีโดยปราศจากการ
ทาแนวกันไฟและปราศจากการควบคุม ไฟจึงลามเข้าปา่ ทอ่ี ย่ใู นบรเิ วณใกลเ้ คียง
4
3. แกล้งจุด ในกรณีท่ีประชาชนในพื้นทม่ี ีปัญหาความขัดแย้งกบั หนว่ ยงานของรฐั ใน
พื้นท่ี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเร่ืองท่ีทากินหรือถูกจับกุมจากการกระทาผิดในเร่ืองป่าไม้ ก็มักจะ
หาทางแก้แคน้ เจ้าหน้าท่ดี ้วยการเผาปา่
4. ความประมาท เกิดจากการเข้าไปพักแรมในป่า ก่อกองไฟแล้วลืมดับ หรือทิ้งก้น
บหุ ร่ีลงบนพนื้ ป่า เปน็ ตน้
5. ล่าสัตว์ โดยใชว้ ิธไี ล่เหลา่ คือจุดไฟไล่ใหส้ ัตว์หนีออกจากท่ซี ่อน หรอื จดุ ไฟเพ่อื ให้
แมลงบินหนีไฟ นกชนิดต่างๆ จะบินมากินแมลง แล้วดักยิงนกอีกทอดหนึ่ง หรือจุดไฟเผาทุ่งหญ้า
เพ่ือให้หญ้าใหม่แตกระบัด ลอ่ ให้สัตว์ชนิดต่างๆ เช่น กระทงิ กวาง กระต่าย มากินหญา้ แล้วดักรอยิง
สตั ว์นน้ั ๆ
6. เล้ียงปศุสัตว์ ประชาชนท่ีเล้ียงปศุสัตว์แบบปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ มัก
ลักลอบจุดไฟเผาปา่ ให้โลง่ มีสภาพเป็นทุ่งหญา้ เพอ่ื เปน็ แหล่งอาหารสัตว์
7. ความคึกคะนอง บางคร้ังการจุดไฟเผาป่าเกิดจากความคึกคะนองของผู้จุด โดย
ไม่มีวตั ถปุ ระสงค์ใดๆ แตจ่ ุดเล่นเพอ่ื ความสนกุ สนาน เทา่ น้นั
3. ผลกระทบจากการเกิดวิกฤตควนั ไฟปา่
ผลกระทบจากการเกิดวิกฤตควนั ไฟปา่ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพนั ธพ์ุ ืช , 2563 )
ไฟป่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพแวดล้อมของโลก เปน็ ปรากฏการณ์ธรรมชาตทิ ่ีมีส่วนทา
ใหโ้ ลกของเรามอี ุณหภมู สิ งู ขึ้น โดยเฉพาะไฟป่าท่เี กดิ ข้ึนทางเหนือในป่าไม้เขตหนาว (Boreal Forest)
ซ่ึงถือเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนสูงสุดในบรรดาระบบนิเวศบนบก (Terrestrial Ecosystem)
ทั้งหลายของโลก ในทุกๆองศาท่ีโลกของเราร้อนข้ึน ป่าไม้ต้องการฝนหรือหยาดน้าฟ้า
(Precipitation) มากข้ึนราวรอ้ ยละ 15 เพอื่ ชดเชยความชุม่ ชื้นทส่ี ูญเสียไป
มนุษย์และส่ิงมีชีวิตต่างๆล้วนได้รับผลกระทบจากการเกิดไฟป่า ในแต่ละปีมีผู้คนราว
339,000 คนทั่วโลกเสียชีวิตจากควันและไฟป่า โดยเฉพาะในแถบเอเชียและทะเลทรายซาฮารา
รวมไปถึงฝุ่นและอนุภาคในอากาศ ซึ่งกลายเป็นมลพษิ และเป็นภัยต่อร่างกาย นอกจากนี้ สัตว์ป่าต่าง
ได้รับผลกระทบจากไฟป่า ทั้งการสูญเสียชีวิต สูญเสียที่อยู่อาศัยและแหลง่ อาหาร โดยเฉพาะสัตว์ที่มี
ขนาดเล็กและเคล่ือนไหวเช่ืองช้า อย่างเช่น โคอาล่า ซึ่งมีสัญชาตญาณตามธรรมชาติคือการปีนป่าย
ขึน้ ไปหลบบนยอดไม้เมอื่ เกิดอันตราย ดังน้ัน เม่อื เกิดไฟป่าขึ้น สัตว์เหล่านี้จึงหมดหนทางหลบหนีโดย
สิน้ เชิง
4. ตวั อย่างกรณีศึกษา
ตัวอย่างกรณีศึกษา มี 2 กรณี ( ไทยรฐั ออนไลน์ . 2559 ) ดังน้ี
4.1. การเกดิ ไฟป่าในประเทศไทย
ไฟปา่ ไหม้อุทยานแหง่ ชาติ 'ดอยสเุ ทพ-ปุย' ปะทุหนกั เสยี หายแลว้ นับรอ้ ยไร่
5
เพลิงไหม้ป่าดอยสุเทพ-ปุย เสียหายเป็นวงกว้างนับร้อยไร่แล้ว ขณะนี้ยังดับไฟไม่ได้ คาด
สาเหตุชาวบ้านจุดไฟหาของป่า ขณะท่ีพ้ืนที่แห้งแล้งและอากาศร้อนจัด ส่วน จนท.เร่งเข้าควบคุมไฟ
ป่า แต่ยงั ไมค่ มุ เพลิงได้ เพราะเปน็ พืน้ ท่ีสงู ชัน เขา้ ถงึ ยากลาบาก
เหตุไฟป่าเกิดข้ึนเม่ือช่วงเย็น เวลาประมาณ 17.00 น. วันท่ี 8 พ.ค. 59 โดยได้รับ
รายงานว่า มีผู้พบเห็นควันจากไฟไหม้ป่า และกาลังลุกลามรุนแรง ภายในดอยขุนช่างเค่ียน ซ่ึงเป็น
พ้ืนที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยไฟป่าดังกล่าวได้ลุกลามเป็นวงกว้างจนมองเห็นได้อย่าง
ชัดเจนจากระยะไกล และกินพื้นท่ีเป็นแนวยาว ต้ังแต่ช่วงเย็นจนถึงช่วงค่า รวมระยะเวลานานหลาย
ชว่ั โมง ซ่ึงทางเจ้าหนา้ ท่ีทเี่ กี่ยวข้อง ไดร้ ะดมกาลังเขา้ ระงบั เหตุ แต่เนอื่ งจากสภาพพืน้ ทเ่ี ป็นหนา้ ผาสูง
ชัน ประกอบกับสภาพพื้นที่แห้งแล้งและอากาศร้อนจัด ทาให้การดาเนินการแก้ไขเป็นไปอย่าง
ยากลาบาก ล่าสุด ยังไมส่ ามารถควบคุมเพลงิ ไว้ได้ ส่วนสาเหตุของการเกดิ ไฟป่าในพื้นท่ีคร้ังนี้ คาดว่า
น่าจะมาจากชาวบ้านเข้าไปหาของป่า และลักลอบเผาจนทาให้ไฟลุกลาม ขยายเป็นวงกว้างในเวลา
รวดเรว็ โดยมีพืน้ ทไ่ี ด้รบั ความเสียหายหลายสบิ ไร่
โดยทาง นายอัมพร ปานมงคล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย รายงาน
สถานการณก์ ารเขา้ ปฏบิ ัติหนา้ ท่ีของเจ้าหน้าทท่ี ี่เกี่ยวข้องลา่ สดุ วา่ จากการเกดิ เหตุไฟป่าลุกลามหนัก
ในพื้นท่ีดอยขุนช่างเค่ียน ทางเจ้าหน้าท่ีอุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ปุย ได้ระดมทีมร่วมกับเจ้าหน้า
ดับไฟป่า ของสถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ จานวน 50 คน ขึ้นปฏิบัติการเต็มกาลังบริเวณนา
ไร่หลวง โดยไฟป่านั้นกนิ วงกวา้ งประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณยอดเขา อยู่ห่างจากวดั พระธาตุดอยสุ
เทพราชวรวิหารประมาณ 1-2 กิโลเมตร โดยเพลิงได้ลุกไหม้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยประมาณ
ขณะนี้ยังไม่ทราบต้นเหตุการณ์ปะทุของเพลิงว่ามาจากไหน คาดว่าจะใช้เวลาอีกราว 3 ชั่วโมง จึงจะ
สามารถหยุดเพลิงไหม้ป่าในครั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เจ้าหน้าทท่ี าการควบคมุ ไฟป่าอยู่
ในวงจากัดอยู่
ในช่วงค่าวันน้ี 8 พ.ค. 59 ได้เกิดไฟป่าปะทุข้ึนอย่างหนักในบริเวณดังกล่าว ซ่ึงเป็นผล
สบื เน่ืองมาจากไฟป่าทีเ่ กิดข้ึนในช่วงเยน็ โดยไฟปา่ โหมไหมจ้ นเปลวเพลิงเปน็ สีส้มแดงมองเห็นแต่ไกล
ในช่วงกลางคืน ซ่ึงเจ้าหน้าที่หน่วยไฟป่าเชียงใหม่ได้จัดชุดเสือไฟ พร้อมท้ังระดมนารถน้า และ
อุปกรณ์เข้าสกัด โดยได้มีการตีวงรอบโอบให้ไฟไหม้มาบรรจบกันเข้าไปยังพ้ืนที่ป่าด้านบน ซ่ึงคาดว่า
พ้ืนที่ไฟไหม้ป่าที่ปะทุขึ้นในรอบคา่ นกี้ ินพื้นทีก่ วา้ งหลายสบิ ไร่ และคาดว่าไฟปา่ ที่ลุกลามในขณะน้ีอาจ
ตอ้ งใช้เวลาในการสกดั และกลับสู่เหตกุ ารณ์ปกตินานหลายชว่ั โมงจนอาจถึงชว่ งเช้าของอกี วัน
4.2. การเกิดไฟป่าในต่างประเทศ
" ไฟปา่ ออสเตรเลีย " เผาผลาญ ทาลายชีวติ สญั ญาณเตอื นภาวะสูญพนั ธ์ุคร้งั ใหญ่?
นานนับ 5 เดือน ที่ ‘ออสเตรเลีย’ ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ ‘ไฟป่า’ ที่แผ่ขยายเป็นวง
กว้าง บ้านเรือนมอดไหม้ ต้นไม้น้อยใหญ่เหลือเพียงซากตอตะโก และที่เศร้ากว่านั้นกับการสูญเสีย
ชวี ิต "มนุษยแ์ ละสัตวป์ า่ "
‘ออสเตรเลีย’ เป็นที่รู้กันดีว่า มีผืนป่าอุดมสมบูรณ์และสัตว์ป่าหายากหลากหลายชนิด
บางชนิดไม่สามารถพบเห็นได้ในประเทศอ่ืนๆ เรียกได้ว่า มีที่ ‘ออสเตรเลีย’ ท่ีเดียวแห่งเดียวในโลก
แตแ่ ล้วความสูญเสียกบ็ งั เกิด เมอ่ื เปลวไฟไดเ้ รม่ิ ต้นขึน้ ณ รัฐนิวเซาท์เวลส์
6
จากวันนัน้ จนมาถงึ วนั น้ี ไฟป่าความสูง 70 เมตร (ซิดนีย์ โอเปร่า เฮาส์ สงู 67 เมตร) ได้
เผาผลาญกินพ้ืนท่ีมากกว่า 6 รัฐ (นิวเซาท์เวลส์, วิคตอเรีย, ควีนส์แลนด์, เซาท์ออสเตรเลีย, เวิสเทิร์
นออสเตรเลีย และทัสมาเนีย) รวมกันแล้วขนาดมากถึง 8.4 ล้านเฮกตาร์ หรือราว 84,000 ตาราง
กิโลเมตร หากเทียบกบั ประเทศใดประเทศหนึง่ บนโลก ก็ตอ้ งบอกว่า ไฟป่าในออสเตรเลียมขี นาดใหญ่
กว่า ‘ศรีลังกา’ ซะอีก (ขนาด 65,610 ตารางกิโลเมตร) ขณะท่ี การคาดการณ์ของนักวิชาการด้าน
สิ่งแวดล้อมในต่างประเทศมองว่า ระยะเวลาต้ังแต่เดือนกันยายน 2562 มาจนถึง 7 มกราค ม
2563 ไฟป่าน่าจะเผาผลาญไปแลว้ มากกว่า 163,169 ตารางกโิ ลเมตร จนทาใหป้ ระชนตอ้ งสละท้ิง
บา้ นเรือนตนเองและอพยพออกจากพน้ื ทีน่ บั พนั ราย
ปัญหาของไฟป่าไม่ได้มีเพียงแค่การสูญเสียพื้นท่ีและบ้านเรือนแต่เพียงเท่าน้ัน จากการ
เผาไหม้ท่เี กดิ ข้ึนไดท้ าให้อณุ หภูมใิ นออสเตรเลียพุ่งสูงขึ้น ในช่วงเดือนธันวาคม 2562 อุณหภมู ิเฉล่ีย
อยู่ท่ี 48.9 องศาเซลเซียส ซ่งึ ในวันท่ีร้อนท่สี ุด คือ วันท่ี 18 ธันวาคม 2562 มีอุณหภูมิเฉล่ียตลอด
ท้ังวนั ท่ี 41.9 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 8 มกราคม 2563 ก็ไมน่ ้อยหน้าเช่นกัน อณุ หภูมิเฉลี่ยอยู่ท่ี
42 องศาเซลเซยี ส
เทา่ น้ันยังไม่พอการเผาไหม้ของไฟปา่ ยังทาใหเ้ กิดเขมา่ ควันลอยคลุ้ง อยา่ ง ‘แคนเบอร์รา’
เมืองหลวงของออสเตรเลีย ที่เคยเป็นหนึ่งในเมืองหลวงท่ีคุณภาพอากาศดีท่ีสุดมาโดยตลอด ในวันนี้
กลับติด 1 ใน 10 อันดับเมืองหลักท่ีมีคุณภาพอากาศย่าแย่ท่ีสุด แย่ย่ิงกว่าเมืองนิวเดลีของอินเดีย
แย่ย่ิงกว่าเมืองธากาของบังกลาเทศ และแย่ยิ่งกว่าเมืองลาฮอร์ของปากีสถาน โดยวันที่เมือง
แคนเบอร์รามีคุณภาพอากาศย่าแยท่ ี่สุด คอื วันท่ี 1 มกราคม 2563 เปิดทศวรรษใหม่ด้วยค่าความ
เข้มข้นเฉล่ีย PM2.5 ที่ 855.6 µg/m³ สูงเกินค่ามาตรฐานองค์การอนามยั โลก (WHO) มากเกินกว่า
34 ครัง้ และถูกจดั ใหอ้ ยรู่ ะดบั เป็นอนั ตรายต่อสขุ ภาพอย่างรา้ ยแรง (Hazardous Levels)
หากนับตั้งแต่วันท่ี 20 ธันวาคม 2562 ถึง 2 มกราคม 2563 ค่าความเข้มข้นเฉล่ีย
PM2.5 ในออสเตรเลยี อยทู่ ่ี 200.1 µg/m³ ขณะท่ี เมอื งท่องเที่ยวยอดฮติ ของไทยอย่าง ‘ซดิ นีย์’ ก็
แตะค่าความเข้มขน้ เฉลี่ย 400 µg/m³ มาแลว้
อีกหน่ึงความเสยี หายทเ่ี ป็นความสูญเสยี คร้ังใหญ่จากวิกฤตการณ์ไฟปา่ ในออสเตรเลียคร้ัง
น้ี คือ ชีวิตของชาวออสซี่และสัตว์ป่าหลากหลายชนิด โดย ณ ขณะน้ี (7 ม.ค. 63) มีชาวออส ซ่ี
เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 25 ราย และสัตว์ป่าหรือสัตว์ตามธรรมชาติ ท่ีเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์
ปีก และสัตว์เล้ือยคลาน (ยกเว้นแมลง ค้างคาว และกบ) ตายแล้วกว่า 500 ล้านตัว ในจานวนน้ีมี
‘โคอาล่า’ เกอื บ 8,000 ตวั คดิ เปน็ สดั สว่ น 1 ใน 3 ของประชากรโคอาล่าในรัฐนิวเซาทเ์ วลส์
ทงั้ นี้ทั้งน้ันมกี ารคาดการณ์จากนักวิชาการด้านส่ิงแวดล้อมแห่งมหาวทิ ยาลัยซดิ นีย์ว่า ไฟ
ป่าในครัง้ นีอ้ าจสร้างความเสยี หายและครา่ ชวี ิตสัตว์ป่ามากถึง 1 พนั ลา้ นตวั
เม่ือวิกฤตการณ์ ‘ไฟป่า’ ในออสเตรเลีย กลายเป็นภัยธรรมชาติท่ีทาลายทุกสรรพส่ิง จน
เกิดเปน็ ความวิตกกังวลของหลายฝ่ายว่า "หรอื นคี่ อื สญั ญาณเตือนการกา้ วเขา้ สู่สภาวะการสญู พันธ์ุ?"
5. ความรูท้ ว่ั ไปเก่ยี วกับภยั พบิ ตั ิ
ความรูท้ ว่ั ไปเก่ยี วกับภัยพิบัติ ( ไทยรฐั ออนไลน์ . 2562 ) ไดแ้ ก่
7
5.1. แผ่นดินไหว
( ไทยรัฐออนไลน์ . 2562 )
ภาพที่ 1 แผน่ ดนิ ไหว
ท่ีมา : https://www.thairath.co.th/news/foreign/1681236
ภัยธรรมชาติซ่ึงเกิดจากการปลดปล่อยพลังงานใต้พิภพ ทาให้เกิดภเู ขาไฟระเบิด แผ่นดิน
เลื่อน ถล่ม และเกิดจากมนุษย์ เช่นระเบิดนิวเคลียร์ ภาคเหนือส่วนม ากจะเกิดแผ่นดินไหว
ขนาด 3-4 รกิ เตอร์
แหล่งกาเนดิ แผ่นดินไหว
แนวรอยเล่ือนตา่ ง ๆ ในกรณีประเทศไทย ไดแ้ ก่ แนวรอยเล่ือนในประเทศเพือ่ น
บ้าน พม่า จีนตอนใต้ สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
บรเิ วณที่มนษุ ย์มีกิจกรรมกระตุ้นใหเ้ กดิ แผน่ ดนิ ไหว เชน่ เหมอื ง เขื่อน บอ่ น้ามัน
เป็นตน้
แนวรอยเล่ือนภายในประเทศซ่ึงส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ และภาคตะวันตก ที่น่า
สังเกต คือ แนวรอยเลื่อนบางแห่งเท่านั้นมีความสัมพันธก์ ับเกิดแผ่นดินไหว เช่น รอยเลื่อนแพร่ รอย
เลอื่ นแม่ทา รอยเลอ่ื นศรสี วัสดิ์ และ รอยเลอ่ื นระนอง เป็นตน้
การปฏบิ ตั เิ มื่อเกิดแผ่นดนิ ไหว
กอ่ นการเกิดแผ่นดินไหว
1. ควรมไี ฟฉายพรอ้ มถา่ นไฟฉาย และกระเปา๋ ยาเตรยี มไวใ้ นบ้าน และใหท้ ุกคน
ทราบว่าอยทู่ ่ีไหน
2. ศกึ ษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
3. ควรมเี ครื่องมือดบั เพลงิ ไว้ในบ้าน เชน่ เคร่อื งดบั เพลงิ ถุงทราย เป็นต้น
4. ควรทราบตาแหน่งของวาลว์ ปิดน้า วาลว์ ปิดกา๊ ซ สะพานไฟฟ้า สาหรบั ตัด
กระแสไฟฟ้า
5. อย่าวางสงิ่ ของหนักบนช้ัน หรอื หิ้งสูง ๆ เมื่อแผน่ ดินไหวอาจตกลงมาเปน็
อันตรายได้
8
6. ผูกเคร่ืองใช้หนกั ๆ ให้แน่นกบั พ้นื ผนงั บ้าน
7. ควรมกี ารวางแผนเร่ืองจุดนดั หมาย ในกรณีท่ีต้องพลดั พรากจากกนั เพื่อมา
รวมกันอกี ครัง้ ในภายหลงั
8. สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กาหนด สาหรับพืน้ ท่ีเสยี่ งภัย
แผน่ ดินไหว
ขณะเกิดแผ่นดนิ ไหว
1. อยา่ ต่นื ตกใจ พยายามควบคุมสตอิ ยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอย่ใู นบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน
ถ้าทา่ นอยนู่ อกบ้านก็ใหอ้ ยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญไ่ ดร้ ับบาดเจ็บเพราะวง่ิ เข้าออกจากบ้าน
2. ถา้ อยู่ในบ้านใหย้ ืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบา้ นทมี่ โี ครงสรา้ งแข็งแรง ท่ีสามารถ
รับน้าหนัก ไดม้ าก และใหอ้ ยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหนา้ ตา่ ง
3. หากอยู่ในอาคารสูง ควรต้ังสติให้มัน่ และรีบออกจากอาคารโดยเรว็ หนใี ห้หา่ ง
จากส่งิ ทจ่ี ะล้มทบั ได้
4. ถ้าอยู่ในท่ีโล่งแจง้ ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟา้ และส่ิงห้อยแขวนต่าง ๆ ทีป่ ลอดภยั
ภายนอกคือท่ีโลง่ แจ้ง
5. อยา่ ใช้ เทียน ไมข้ ดี ไฟ หรือสิง่ ท่ีทาให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมแี กส๊
ร่ัวอยู่บริเวณนั้น
6. ถ้าท่านกาลงั ขับรถใหห้ ยุดรถและอยภู่ ายในรถ จนกระท่ังการสั่นสะเทือนจะหยดุ
7. หา้ มใช้ลิฟตโ์ ดยเดด็ ขาดขณะเกดิ แผ่นดินไหว
8. หากอยชู่ ายหาดใหอ้ ยูห่ ่างจากชายฝัง่ เพราะอาจเกดิ คล่ืนขนาดใหญซ่ ัดเข้าหาฝั่ง
หลงั เกิดแผน่ ดนิ ไหว
1. ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคยี งว่าไดร้ ับบาดเจ็บหรอื ไม่ ให้ทาการปฐมพยาบาล
ขั้นต้นก่อน
2. ควรรบี ออกจากอาคารทีเ่ สียหายทนั ที เพราะหากเกดิ แผ่นดนิ ไหวตามมาอาคาร
อาจพงั ทลายได้
3. ใส่รองเท้าหมุ้ ส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแกว้ หรือวสั ดุแหลมคมอื่น ๆ และสงิ่ หัก
พังแทง
4. ตรวจสายไฟ ท่อนา้ ท่อแก๊ส ถ้าแกส๊ รั่วให้ปิดวาล์วถงั แก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจดุ
ไมข้ ีดไฟ หรอื ก่อไฟจนกวา่ จะแนใ่ จว่าไม่มีแกส๊ รัว่
5. ตรวจสอบวา่ แกส๊ รวั่ ด้วยการดมกลิน่ เทา่ น้นั ถา้ ได้กล่นิ ให้เปดิ ประตูหนา้ ต่าง ทุก
บาน
6. ใหอ้ อกจากบริเวณท่สี ายไฟขาด และวัสดสุ ายไฟพาดถงึ
7. เปดิ วทิ ยฟุ งั คาแนะนาฉุกเฉิน อยา่ ใชโ้ ทรศพั ท์ นอกจากจาเป็นจริง ๆ
8. สารวจดคู วามเสยี หายของท่อสว้ ม และท่อนา้ ทง้ิ ก่อนใช้
9. อยา่ เป็นไทยมุงหรือเขา้ ไปในเขตทม่ี ีความเสียหายสงู หรอื อาคารพัง
10. อยา่ แพรข่ า่ วลือ
9
5.2. คลน่ื ใต้นา
คลื่นใต้น้า หมายถึง คลื่นในมหาสมุทรท่ีมีช่วงคล่ืนยาวสม่าเสมอและยอดเรยี บเคล่ือนตัว
มาจากแหล่งกาเนิดท่ีอยู่ไกลมาก ชาวเรือถือเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าจะเกิดพายุ จากความหมาย
ดังกล่าว เป็นท่ีมาของสานวนไทยที่เปรียบเทียบ "คล่ืนใต้น้า" กับ "เหตุการณ์ท่ีกรุ่นอยู่ภายใน แต่
ภายนอกดูเสมือนสงบเรยี บร้อย"
ภาพที่ 2 คล่นื ใตน้ า้
ที่มา : http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme/2008/06/19/entry-1/comment
5.3. อทุ กภัย
ภัยที่เกิดข้ึนเน่ืองจากมีน้าเป็นสาเหตุ อาจจะเป็นน้าท่วม น้าป่า หรืออื่น ๆ โดยปกติ
อทุ กภัยเกิดจากฝนตกหนักต่อเน่ืองกันเป็นเวลานาน บางคร้ังทาให้เกดิ แผ่นดินถล่ม อาจมีสาเหตุจาก
พายุ หมุนเขตรอ้ น ลมมรสุมมีกาลังแรง ร่องความกดอากาศต่ามีกาลังแรง อากาศแปรปรวน น้าทะเล
หนนุ แผ่นดินไหว เข่ือนพงั ทาให้เกดิ อทุ กภยั ไดเ้ สมอ แบง่ ได้ 2 ชนดิ
1. อุทกภัยจากน้าป่าไหลหลากและน้าท่วมฉับพลัน เกิดจากฝนตกหนักติดต่อกัน
หลายช่ัวโมง ดินดูดซับไม่ทัน น้าฝนไหลลงพ้ืนราบอย่างรวดเร็ว ความแรงของนา้ ทาลายตน้ ไม้ อาคาร
ถนน สะพาน ชวี ติ ทรัพยส์ นิ
2. อุทกภัยจากน้าท่วมขังและน้าอ่อนลง เกิดจากน้าในแม่น้า ลาธารล้นตลิ่ง มี
ระดบั สงู จากปกติ ท่วมและแช่ขงั ทาใหก้ ารคมนาคมชะงัก เกิดโรคระบาด ทาลายสาธารณูปโภค และ
พชื ผลการเกษตร
การเตรียมการและการปอ้ งกัน
1. ตดิ ตามขา่ วสารและการพยากรณ์อากาศอย่างตอ่ เน่ือง
2. เตรียมกระสอบทรายเพ่ือเสริมคนั ดินกน้ั น้า
3. วางแผนการอพยพหนภี ยั เก็บของมีค่า เอกสารสาคญั ไว้ในทปี่ ลอดภัย
4. เตรยี มเครื่องเวชภณั ฑไ์ วใ้ นยามฉุกเฉนิ
10
ผลกระทบจากนาท่วม
1. เกดิ โรคระบาดในระบบทางเดนิ อาหารท้ังคนและสตั ว์
2. เสน้ ทางคมนาคม และพืชผลทางการเกษตรเสยี หาย
ภาพท่ี 3 อทุ กภยั
ท่มี า : https://www.springnews.co.th/thailand/541327
5.4. ภยั แล้ง
ภยั แลง้ (Droughts)
ภัยแล้งเป็นภัยธรรมชาติท่ีเกิดจากการขาดแคลนน้าเป็นระยะเวลานานเป็นเดือนๆ
หรือเป็นปี โดยทั่วไปเกิดข้ึนเม่ือพ้ืนท่ีที่ได้รับน้าอย่างสม่าเสมอเกิดฝนตกต่ากว่าค่าเฉล่ีย เกิดผล
กระทบอยา่ งมากตอ่ การดารงชวี ิต การเกษตร และระบบนิเวศในพ้ืนทีเ่ กดิ ภยั
ภาพที่ 4 ภยั แล้ง
ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/865330
11
สาเหตกุ ารเกดิ ภยั แลง้
อาจเกดิ ขนึ้ ได้จากสาเหตุต่าง ๆ ดงั นี้
1. โดยธรรมชาติ
- การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก เช่น ระบบการหมุนเวียนหรือส่วนผสมของ
บรรยากาศเปลีย่ นแปลง สภาวะอากาศในฤดรู ้อนทีร่ ้อนมากกว่าปกติ
- การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เช่น ฝนท้ิงช่วง ฝนตกน้อย ดิน
เก็บความช้ืนตา่ ได้ไมด่ ี ปริมาณนา้ ใตด้ นิ มนี อ้ ย
- การเปลย่ี นแปลงของระดบั นา้ ทะเล
- ความผิดปกตขิ องตาแหน่งร่องมรสมุ ทาให้ฝนตกในพ้ืนทีไ่ ม่ต่อเน่ือง
- ความผดิ ปกติเนือ่ งจากพายุหมุนเขตรอ้ นเคล่อื นทีผ่ า่ นประเทศน้อยกวา่ ปกติ
2. โดยการกระทาของมนษุ ย์
- การใชน้ า้ อยา่ งไมเ่ หมาะสมหรือส้นิ เปลอื งเกินไป ท้ังการอุปโภค บริโภค และ
การเกษตร ทาให้ปรมิ าณนา้ ในอา่ งเก็บน้าและน้าใต้ดินลดลง
- พฤตกิ รรมการดารงชีวิตของมนษุ ย์ทที่ าลายชน้ั โอโซน เกดิ ภาวะเรอื นกระจก ทาให้
อุณหภมู ิของโลกสงู ข้ึน เชน่ การเผาพลาสติก นา้ มนั และถ่านหิน
- การพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรม ทาให้เกิดการตัดไม้ทาลายป่า
ส่งผลให้ความช้ืนสัมพัทธ์ไม่เพียงพอ เน่ืองจากขาดต้นไม้ซึมซับน้า และเกิดการบุกรุกพ้ืนที่ป่า ถือ
ครองกรรมสิทธิ์ปลกู พชื ไร่
- ระบบการเพาะปลูกและความถีข่ องการเพาะปลกู
- ขาดการวางแผนการสรา้ งแหลง่ กักเก็บน้าไว้ใช้ประโยชน์จากนา้ ฝน
ผลกระทบของภยั แล้ง
ผลกระทบท่ีอาจเกิดข้นึ ไดจ้ ากภาวะภยั แล้งมีดงั น้ี
1. ผลิตผลทางการเกษตรลดลง ไมเ่ พยี งพอต่อการบรโิ ภค และการเลยี้ งปศสุ ัตว์
2. เกิดการกดั เซาะ กัดกร่อนภูมทิ ศั น์ พ้ืนดนิ แห้งแลง้ และเกดิ การพังทลายของผวิ
ดนิ
3. เกิดฝุน่ ละออง พายฝุ นุ่ เพราะพืน้ ดนิ แห้งแล้งขาดนา้
4. ประชาชนเกิดความอดอยากเนอ่ื งจากการขาดน้าในการอุปโภคบรโิ ภค
5. เกิดความเสียหายตอ่ ทอ่ี ยู่อาศยั ของสัตว์ ที่ได้รับผลกระทบท้งั บนบกและในน้า
6. เกิดภาวะขาดนา้ ขาดสารอาหาร และเพ่ิมโอกาสเกิดโรคระบาด
7. เกิดการอพยพยา้ ยถ่นิ ของประชากร
8. ผลผลติ กระแสไฟฟ้าลดลง เน่ืองจากการไหลของนา้ ผา่ นเขอื่ นลดลง
9. การประกอบการดา้ นอตุ สาหกรรมต้องหยุดชะงัก เพราะขาดแคลนน้าท่ีใชใ้ นการ
ขบวนการผลติ
10. เพม่ิ โอกาสการเกดิ ไฟป่าในชว่ งเกดิ ภยั แล้งชว่ งเวลาการเกดิ ภยั แลง้ ในประเทศ
ไทย
12
5.5 อคั คภี ัย
อัคคีภัย หมายถึง ภยันตรายอันเกิดจากไฟที่ขาดการควบคุมดูแล ทาให้เกิดการติดต่อ
ลุกลามไปตามบริเวณ ที่มีเชื้อเพลิงเกิดการลุกไหม้ต่อเนื่อง สภาวะของไฟจะรุนแรงมากข้ึนถ้าการลุก
ไหม้ที่มีเช้ือเพลิงหนุนเนื่อง หรือมี ไอของเชื้อเพลิงถูกขับออกมามากความร้อนแรงก็จะมากย่ิงข้ึน
สรา้ งความสูญเสยี ใหท้ รัพย์สินและชวี ิต
ภาพท่ี 5 อัคคีภัย
ทม่ี า : https://mgronline.com/science/detail/9590000053487
สาเหตขุ องอัคคภี ัย
สาเหตขุ องการเกิดอัคคีภยั จนทาให้เกิดการลกุ ลามเกดิ เพลิงไหม้ขนาดใหญ่นน้ั อาจเกิดได้
2 ลกั ษณะใหญค่ ือ
- สาเหตุของอัคคีภัยอันเกิดจากความตั้งใจ เช่น การลอบวางเพลิงหรือการก่อ
วินาศกรรม ซ่ึงเกดิ จากการจงู ใจอนั มีมูลสาเหตุจงู ใจท่ที าใหเ้ กดิ การลอบวางเพลิง
- สาเหตขุ องอัคคีภัยอันเกิดจากความประมาท ขาดความระมดั ระวัง
- ขาดความระมัดระวังในการควบคมุ เชอ้ื เพลงิ
- ขาดความระมัดระวงั การใชไ้ ฟและความร้อน
5.6 ดนิ ถล่ม
ดินถลม่ (ภยั พบิ ัติ)
ดินถล่ม (Landslide) คือปรากฏการณ์ท่ีส่วนของพ้ืนดิน ไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน ดิน
ทราย โคลน หรือเศษดิน เศษต้นไม้ไหล เล่ือน เคลื่อน ถล่ม พังทลาย หรือหล่น ลงมาตามที่ลาดเอียง
อันเน่ืองมาจากแรงดึงดูดของโลก ในขณะที่สภาพส่วนประกอบของชั้นดิน ความชื้นและความชุ่มน้า
ในดนิ ทาใหเ้ กดิ การเสียสมดุล
13
ภาพท่ี 6 ดินถล่ม
ทีม่ า : https://www.sites.google.com/site/social058/bth-thi-2/phaen-din-thlm
ดินถล่ม เป็นปรากฏการณ์ท่ีมีมาแต่สร้างโลก อาจเป็นเพียงเล็กน้อยเพียงก้อนหิน
ก้อนเดียวท่ีตกหรือหล่นลงมา หรือเศษของดินจานวนไม่มากท่ีไหลลงมา หรืออาจเกิดรุนแรงใหญ่โต
เช่น ภูเขาหรือหน้าผา หรือลากเขาพังทลายลงมาก็ได้ และอาจเกิดข้ึนอย่างทันทีทันใด หรือค่อยๆ
เปน็ ไปช้าๆ ก็ได้ จนกวา่ จะเกดิ ความสมดลุ ใหมจ่ ึงหยดุ
เนื่องจากในระยะหลังๆ นี้ ดินถล่มปรากฏเป็นข่าวบ่อยมากขึ้น ทาให้เกิดความ
เสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตมากขึ้น จึงเป็นเร่ืองท่ีน่าสนใจศึกษาเพ่ือหาทางป้องกันและหลีกเลี่ยง
อันตรายท่จี ะเกดิ ข้นึ
สาเหตุของดินถล่ม (Causes of Landslides) เกิดจากกรที่พื้นดินหรือส่วนของ
พืน้ ดนิ เคล่ือน เลื่อน ตกหลน่ หรือไหล ลงมาจากที่ลาดชัน หรือลาดเอยี งตา่ งระดับ ตามแรงดึงดูดของ
โลกในภาวะท่ีเกิดการเสียสมดุลด้วยเหตุต่างๆ มักพบบ่อยๆ บริเวณภูเขาที่ลาดชัน แต่ความจริงอาจ
เกิดขนึ้ บริเวณฝั่งแม่นา้ และชายฝัง่ ทะเลหรอื มหาสมุทร แมก้ ระทงั่ ใต้มหาสมทุ ร
5.7 พายุ หิมะ
พายุฟ้าคะนองนี้บางครั้งเรียก พายุไฟฟ้า (electrical storm) โดยท่ัวไปเป็นพายุท่ีเกิด
เฉพาะท้องถ่ิน เกิดจากเมฆคิวมูโลนิมบัส มีฟ้าแลบ (lightning) กับฟ้าร้อง(thunder) รวมอยู่ด้วย
นอกจากน้ันมักจะมีลมกระโชกแรง (strong gust) และฝนตกหนัก (heavy rain) เกิดข้ึน บางคร้ังยัง
มีลกู เห็บ (hail) ตกลงมาด้วย พายุฟ้าคะนองน้ีเป็นพายุทเ่ี กิดข้ึนในช่วงเวลาอนั ส้ัน มีนอ้ ยครง้ั ท่ีเกิดข้ึน
นานกวา่ 2 ชั่วโมง
ภัยธรรมชาติซึ่งเกิดจากฝนฟ้าคะนอง และลมแรง อากาศรอ้ นลอยสูงข้ึน อากาศข้างเคียง
ไหลเข้ามาแทนที่ ไอน้ากล่ันตัวเป็นเมฆ ทวีความสูงมากข้ึน มองเห็นคล้ายท่ังตีเหล็กสีเทาเข้ม มีฟ้า
แลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง บางคร้ังมีลูกเห็บ หากตกต่อเน่ืองหลาย
14
ชวั่ โมง อาจเกิดน้าป่าไหลหลาก น้าท่วมฉับพลัน อาจ เกิดพายุลมหมุนหรือ พายุงวงช้างมีลมแรงมาก
ทาความเสียหายบริเวณทเี่ คลอ่ื นผา่ น
ภาพท่ี 7 พายหุ ิมะ
ทม่ี า : https://www.springnews.co.th/news/237714
5.8 สนึ ามิ
คล่ืนสึนามิ (Tsunami) เป็นคลื่นที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว แต่คล่ืนผิวน้าที่เรารู้จักกัน
ทัว่ ไปเกิดจากแรงลมพัด พลังงานจลน์จากอากาศถูกถ่ายทอดส่ผู ิวน้าทาให้เกิดคลืน่ ขนาดของคลืน่ จึง
ข้ึนอยู่กับความเร็วลม หากสภาพอากาศไม่ดีมีลมพายุพัด คล่ืนก็จะมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย ในสภาพ
ปกติคล่ืนในมหาสมุทรจะมีความสูงประมาณ 1 - 3 เมตร แต่คลื่นสึนามิเป็นคลื่นยักษ์มีขนาดใหญ่
กว่าคล่ืนผวิ น้าหลายสบิ เท่า พลังงานจลน์จากแผ่นดนิ ไหวใต้มหาสมุทรถกู ถ่ายทอดจากใต้เปลือกโลก
ถูกถ่ายทอดขึ้นสู่ผิวน้า แล้วขยายตัวทุกทิศทุกทางเข้าสู่ชายฝั่ง คาว่า “สึ” เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า
ท่าเรือ "นาม"ิ แปลวา่ คล่นื ทเ่ี รียกเชน่ น้ีเป็นเพราะ ชาวประมงญี่ปนุ่ ออกไปหาปลา พอกลับมาก็เห็น
คลน่ื ขนาดยักษ์พัดทาลายชายฝง่ั พงั พินาศ
15
ภาพท่ี 8 สนึ ามิ
ทีม่ า : https://ngthai.com/history/14750/top-ten-tsunami/
6. สถติ กิ ารเกดิ ไฟปา่
6.1 เปรยี บเทยี บการเกิดไฟป่า ปี 2554 – 2555
ตารางเปรยี บเทียบการเกิดไฟไหม้ป่า ปีงบประมาณ 2554 – 2555
ทีม่ า : http://www.dnp.go.th/forestfire/web/frame/statistic.html
6.2 เปรียบเทียบการเกิดไฟปา่ ปี 2559-2560
ตารางเปรียบเทียบการเกิดไฟไหมป้ า่ ในช่วงเวลาเดียวกัน ระหวา่ งปงี บประมาณ ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐
พนื ท่ีภาค (1 ต.ค. 58 - 1 ก.พ. 59) (1 ต.ค. 59 - 1 ก.พ. 60)
ดับไฟ พืน้ ทีถ่ ูกไฟ ดับไฟ พนื้ ที่ถูกไฟ
1. ภาคเหนือ ป่า (ครง้ั ) ไหม้(ไร่) ป่า (ครง้ั ) ไหม้(ไร่)
2. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 103 1,334.50 4 37
3. ภาคกลางและภาคตะวนั ออก
4. ภาคใต้ 103 1,353.27 83 741.22
รวม 146 1,941 8 163
1 41 3 416
353 4,669.77 98 1,357.22
16
ทีม่ า : http://www.dnp.go.th/forestfire/2546/firestatistic%20Th.htm
7. วธิ ีแกป้ ญั หา
แนวดาเนินการตามพระราชดาริมี 6 วธิ ีด้วยกนั (กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอ้ ม . 2562 ) คือ
1. ทาระบบป้องกันไฟไหม้ปา่ โดยใชแ้ นวคลองสง่ น้าและแนวพืชชนิดต่างๆ ปลกู ตามแนว
คลองน้นั
2. สร้างระบบการควบคมุ ไฟป่าด้วยแนวปอ้ งกนั ไฟ ปา่ เปยี ก โดยอาศัยน้าชลประทาน
และนา้ ฝน
3. การปลกู ต้นไม้โตเร็วคลุมแนวร่องน้า เพ่ือให้ความชุ่มชื้นคอ่ ยๆ ทวขี ้ึนและแผ่ขยาย
ออกไปทัง้ สองขา้ งของร่องน้า ซึ่งจะทาใหต้ ้นไม้งอกงามและมีสว่ นชว่ ยป้องกันไฟป่าเพราะไฟปา่ จะ
เกิดขึน้ งา่ ยหากปา่ ขาดความชุ่มชนื้
4. การสรา้ งฝายชะลอความชุ่มช้นื หรอื ทเ่ี รยี กวา่ "Check Dam" ขึน้ เพื่อปดิ ก้ันร่องน้า
หรือ ลาธารขนาดเลก็ เปน็ ระยะๆ เพ่อื ใชเ้ กบ็ กักนา้ และตะกอนดนิ ไวบ้ างส่วน โดยน้าทเี่ ก็บไว้
จะซึมเขา้ ไปสะสมในดิน ทาใหค้ วามชุ่มชน้ื แผ่ขยายเข้าไปทั้งสองดา้ นกลายเป็น "ปา่ เปียก"
5. การสบู นา้ เขา้ ไปในระดบั ที่สูงทส่ี ุดเทา่ ท่ีจะทาได้ แลว้ ปลอ่ ยนา้ ลงมาทลี ะน้อยใหค้ ่อยๆ
ไหลซึมลงดิน เพ่ือชว่ ยเสริมการปลูกปา่ บนพ้ืนท่สี ูงในรปู "ภูเขาป่า" ให้กลายเป็น "ป่าเปียก" ซึ่ง
สามารถป้องกันไฟปา่ ได้อกี ด้วย
6. ปลูกตน้ กล้วยในพืน้ ท่ีที่กาหนดให้เป็นชอ่ งวา่ งของป่า ประมาณ 2 เมตร หากเกดิ ไฟ
ไหมป้ ่าก็จะปะทะต้นกล้วยซ่ึงอ้มุ นา้ ไวไ้ ดม้ ากกว่าพชื อ่นื ทาใหล้ ดการสญู เสียนา้ ลงไปไดม้ าก
สว่ นการแกป้ ญั หาที่ประชาชนโดยทว่ั ไปก็สามารถทาได้ คือ ไม่เผาขยะ กง่ิ ไม้ ใบไม้ ตา่ ง
ๆ ในที่โลง่ แจ้ง ลดการใชย้ วดยานพาหนะ เพ่ือลดการเผาไหมข้ องเชือ้ เพลิง และในแตล่ ะพ้ืนทคี่ วรมี
การจัดการและควบคุมปรมิ าณฝนุ่ ท่ีเกดิ จากการกอ่ สรา้ งควันเสียจากโรงงานอตุ สาหกรรมใหจ้ รงิ จัง
กวา่ ทีผ่ ่านมา
สรปุ
การเกิดวกิ ฤตควนั ไฟปา่ เกิดจากการเพมิ่ ข้นึ ของกา๊ ซเรอื นกระจกและความเส่ียงของ
เหตุการณ์ไฟป่าท่มี ากขึน้ เปน็ ความเช่อื มโยงที่ซับซอ้ น แตส่ ิ่งท่เี หน็ ชัดคอื การเปลยี่ นแปลงสภาพ
ภูมิอากาศไม่ได้ทาให้ไฟปา่ สร้างความหายนะมากข้นึ เง่ือนไขของความเส่ยี งการเกดิ ไฟปา่ คือ
อณุ หภูมิ เช้ือเพลิง (เศษชวี ะมวลปา่ ) ความแหง้ ความเรว็ และความช้นื รวมทั้งอาจเกดิ จากนา้ มือ
มนษุ ยเ์ องด้วย
บรรณานกุ รม
บรรณานุกรม
กฤษณ์ สอ่ งโลก.(2552). ไฟป่าและภัยแล้ง. กรุงเทพมหานคร : เนชน่ั โกลบอล
เอ็ดดูเทนเมนท์.
กรมอุทยานแหง่ ชาติ สัตวป์ ่า และพนั ธุ์พืช. สาเหตุท่ที าให้เกดิ วิกฤตควนั ไฟป่า. [ออนไลน์]. สืบค้น
ได้จาก : http://www.dnp.go.th/forestfire/FIRESCIENCE/lesson%201/lesson1_6.htm.
(วนั ที่คน้ ข้อมลู : 25 กุมภาพนั ธ์ 2562).
คดั คณัฐ ช่ืนวงศ์อรุณ. ผลกระทบจากการเกดิ วิกฤตควันไฟปา่ . [ออนไลน์]. สบื คน้ ได้จาก :
https://ngthai.com/science/27026/wildfire/. (วนั ทีค่ ้นขอ้ มูล : 25 กมุ ภาพนั ธ์2562).
ทสมล ชนาดศิ ัย. (2562). ภยั พิบัติ. กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์, สนพ.
ไทยรฐั ออนไลน์. (2563) การเกิดไฟป่าในต่างประเทศ. [ออนไลน์]. สืบคน้ ไดจ้ าก :
https://www.thairath.co.th/scoop/1742863. (วนั ทคี่ ้นข้อมูล : 19 มนี าคม 2563).
. (2563) การเกิดไฟป่าในประเทศไทย. [ออนไลน์]. สบื ค้นได้จาก :
https://www.thairath.co.th/news/local/617268. (วันที่คน้ ข้อมูล : 19 มีนาคม 2563).
สานกั งานกองทุนสนับสนนุ การสร้างเสริมสขุ ภาพ. สถติ ิการเกดิ ไฟปา่ ปี 2554-2555. [ออนไลน์].
สืบคน้ ได้จาก : https://www.thaihealth.or.th/Content/20520-
%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%
B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%84
%E0%B8%9F%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%202554%20-%202555.html.
(วนั ทค่ี ้นข้อมลู : 19 มีนาคม 2563).
สานักงานป้องกนั ปราบปราม และควบคมุ ไฟป่า. สถิติการเกิดไฟปา่ ปี 2559-2560. [ออนไลน์].
สบื คน้ ได้จาก : http://www.dnp.go.th/forestfire/2546/firestatistic%20Th.htm.
(วันทีค่ น้ ข้อมลู : 19 มนี าคม 2563).
ศนู ยป์ ระชาสัมพนั ธ์ กองทพั ภาคท่ี 3. วธิ แี ก้ปัญหา 6 ด้าน. [ออนไลน์]. สบื ค้นไดจ้ าก :
http://www.3armyarea-rta.com/smoke3/haze6.php.
(วันทค่ี ้นข้อมูล : 19 มนี าคม 2563).