บทที 1
ระบบรองรบั นําหนัก
ระบบรองรับนา้ หนกั
ระบบรองรับน้าหนกั
ระบบกนั สะเทือนหรอื ระบบรองรับน้าหนกั ซึ่งพวกเรานิยมเรียกวา่
" ช่วงล่าง " ลดอาการสั่นสะเทือนอันเกิดจากการกลิ้งของล้อสัมผัสกับพื้นผิวถนน "แต่
ระบบกันสะเทือนก็ยังมีหน้าที่แฝงอีกหลายข้อช่วยให้การบังคับควบคุมรถท้าได้อย่าง
มปี ระสิทธภิ าพ แบบเป็น 3 ส่วน
1.ระบบรองรบั น้าหนกั แหนบค่ขู นาน
2.ระบบรองรับน้าหนกั ปีกนกคทู่ อร์ชนั บาร์
3.ระบบรองรบั นา้ หนักแม๊กเฟอรส์ นั สตรัต
ระบบรองรบั นา้ หนกั แหนบค่ขู นาน
วตั ถุประสงค์การสอน
1. บอกช่อื และหน้าทีส่ ว่ นประกอบสา้ คญั ของระบบรองรบั น้าหนกั แหนบคู่ขนานไดถ้ ูกตอ้ ง
2. อธิบายหลกั การทา้ งานรว่ มกนั ระหวา่ งโชค้ อัพกับแหนบได้ถูกตอ้ ง
3. อธบิ ายข้ันตอนการถอดโช้คอัพ แหนบและอปุ กรณจ์ ับยดึ ไดถ้ กู ต้อง
4. ตรวจสภาพโช้คอพั แหนบและอุปกรณ์จบั ยดึ ได้ถูกต้อง
5. ประกอบโช้คอพั แหนบและอปุ กรณ์จบั ยดึ ออกจากรถยนต์ไดถ้ กู ต้อง
ระบบรองรบั น้าหนกั แหนบคู่ขนาน
ระบบรองรับน้าหนกั แบบแหนบคู่ขนานเป็นระบบรองรบั น้าหนกั แบบคานแข็ง
อกี แบบหนึ่งที่นิยมใช้กบั ระบบรองรบั นา้ หนักของรถยนต์ทม่ี ีความเหมาะสมกับรถยนตท์ ี่
ใช้ส้าหรับบรรทุกน้าหนัก เชน่ ระบบรองรบั นา้ หนักของรถบรรทุกด้านหนา้ และดา้ นหลัง
รถกระบะ ด้านหลงั เปน็ ตน้
แผน่ แหนบ สะดอื แหนบ
ปลอกรดั
โบลตต์ วั ยู แผน่ เกบ็ เสยี ง
บชู
โตงเตง
แสดงชนิ ส่วนของระบบรองรับนา้ หนักแบบแหนบคขู่ นาน
โชค้ อัพ
เบ้ารองแหนบ
การท้างานของแหนบ
การทา้ งานของแหนบ แหนบจะทา้ งานโดยการโคง้ ตวั และงอตัว แหนบ
จะโคง้ ตวั มากเม่อื มีน้าหนักบรรทุกนอ้ ย แหนบจะเปน็ เส้นตรงมากเมื่อมีน้าหนกั บรรทกุ
มาก แหนบจะสามารถเปลย่ี นแปลงระยะความสั้นยาวไดอ้ ย่างอิสระโดยมีโตงเตงเปน็
จดุ หมนุ
การถอดแหนบออกจากรถยนต์
1. คลายนอตล้อ
2. ขึน้ แมแ่ รงท่ีเพลาท้าย
3. คลายนอตล้อออกและถอดล้อ
4. คลายโบลตย์ ึดหโู ช้กตวั ล่าง
และตวั บน
5. ถอดโบลตย์ ึดหโู ช้กตวั ล่าง
และตวั ลบนออก
6. ดึงโช้กอพั ออกจากจดุ ยดึ
7. คลายนอตยึดสาแหรกแหนบ
8. ถอดเบ้ารองแหนบออก
9. ถอดสาแหรกแหนบออก
10. คลายนอตยึดสลกั หแู หนบ
ด้านหน้า
11. คลายโบลตย์ ึดสลกั ตวั นอก
12. ถอดสลกั ยึดหแู หนบด้านหน้า
ออก
13. คลายนอตยึดโตงแตง
14. ถอดแผน่ โตงแตงออก
15. ถอดหแู หนบออกจากโตงเตง
16. ดึงโตงเตงออกจากจดุ ยึด
17. ถอดหแู หนบออก
18. คลายนอตยึกปลอกรดั แหนบ
19. สกดั สะดือแหนบให้หกั
20. ดึงสะดือแหนบออก
ระบบรองรับนา้ หนกั ปีกนกคู่ทอร์ชนั บาร์
วตั ถปุ ระสงคก์ ารสอน
1.บอกชื่อและหนา้ ท่ีสว่ นประกอบสาคัญของระบบรองรับน้าหนัก ปกี นกคู่ทอรช์ นั บารไ์ ด้
2.อธิบายหลักการทางานระบบรองรับนา้ หนกั ปีกนกคู่ทอรช์ ันบาร์ได้
3.อธิบายขน้ั ตอนการถอดระบบรองรบั น้าหนกั ปกี นกคู่ทอรช์ นั บารได้
4.ตรวจสภาพระบบรองรับน้าหนกั ปีกนกคู่ทอรช์ นั บารไ์ ด้
5.ประกอบระบบรองรบั นา้ หนักปกี นกคู่ทอรช์ นั บารไ์ ด้
สว่ นประกอบระบบรองรบั นา้ หนกั ปีกนกคู่ทอร์ชันบาร์
ทอชั่นบาร์ (Torsion bar)
มีรถยนต์หลายรุ่นได้นาเอาทอร์ชั่นบาร์มาใช้แทนแหนบและสปริงขด ท้ังล้อหน้า
และล้อหลัง โดยเฉพาะในล้อหน้าจะเห็นได้ในรถกระบะ ระบบกันสะเทือนรูปแบบนี้จะมีทอร์
ชั่นบารส์ องท่อน (ของล้อหน้าซ้าย และล้อหน้าขวา) ติดตั้งตามยาวของโครงรถข้างละท่อน ท่ี
ปลายด้านหน้ายึดติดกับปีกนกล่าง ปลายด้านหลังยึดติดกับซับเฟรม ซึ่งสามารถปรับแต่ง
ความตึงของทอร์ช่ันบาร์ได้ น้าหนักของรถจะทาให้ทอร์ช่ันบาร์บิดตัวไปเหมือนกับสปริงขด
จะยุบตัวหรือบิดตัวมากหรือน้อยข้ึนอยู่กับน้าหนักรถ การบิดตัวดังกล่าวจะทาให้เกิดผลของ
ความเปน็ สปริง เชน่ เดียวกับสปรงิ รูปแบบอนื่ ๆ
ปกี นก
การออกแบบแตกต่างกนั ไป เชน่ ปีกนกบนและปีกนกลา่ งยาวไมเ่ ทา่ กันแต่ขนาน
กัน, ปีกนกบนและปีกนกลา่ งยาวไม่เทา่ กันและไม่ขนานกัน ระบบรองรบั นา้ หนกั ประเภทน้ี
ได้รับความนยิ มคอ่ นข้างแพรห่ ลาย ปจั จุบันสามารถออกแบบใหแ้ ข็งแรงมากพอ และใช้
อะลูมเิ นียมท่มี นี า้ หนักเบา แทนโครงสร้างเดมิ ที่เป็นเหลก็ จงึ ไม่แปลก
การทางานของทอรช์ นั บาร์
การทา้ งานของทอร์ชันบาร์
การทางานของทอรช์ นั บารส์ ปริงของทอรช์ นั บาร์เป็นสปริงเหล็กที่ใชค้ วาม
ยืดหย่นุ ของเหล็กบิดตา้ นทานการบิดตัวดา้ นหน่งึ ของทอรช์ ันบาร์จะยดึ อยูก่ บั โครงรถหรือ
โครงสร้างของตวั ถงั และอีกดา้ นหนงึ่ ยดึ กับชิ้นสว่ นท่ีต้องรบั แรงบิด เชน่ ปกี นก หรือ ปกี
นกล่าง ท้งั นข้ี ึ้นอยกู่ บั การออกแบบ ทอรช์ นั บาร์รองรบั นา้ หนักโดยการบดิ ตัวไปมาต้านกับ
แรงบดิ
คณุ สมบตั ขิ องทอร์ชันบาร์มีดงั นี
1. รับแรงได้มากกวา่ สปรงิ ชนดิ อืน่
2. การจดั วาง หรือการตดิ ตั้งกระทาได้ง่าย
3. ไมส่ ามารถควบคุมการสั่นได้ จงึ นยิ มตดิ ตง้ั คู่กับโช้กอัพ
ระบบรองรับน้าหนักแมก๊ เฟอร์สนั สตรตั
วัตถปุ ระสงค์การสอน
1.บอกชอ่ื และหน้าท่ีส่วนประกอบแมก๊ เฟอรส์ นั สตรตั ได้
2.อธิบายหลักการทา้ งานระบบรองรับนา้ หนกั แม๊กเฟอร์สนั สตรัตได้
3.อธบิ ายถอดประกอบระบบรองรับน้าหนกั แมก๊ เฟอร์สันสตรัตได้
4.ตรวจสภาพระบบรองรบั นา้ หนักแม๊กเฟอรส์ นั สตรัตได้
5.ซอ่ มบา้ รุงรักษาระบบรองรบั น้าหนกั แม๊กเฟอรส์ ันสตรตั ได้
ระบบรองรบั นา้ หนกั แม๊กเฟอร์สนั สตรตั
ระบบรองรับหน้าแบบอิสระโดยท่ัวไปมี 2 แบบ คือ แบบแมคเฟอร์สันสตรัท และ
แบบปีกนกคู่แบบแมคเฟอร์สันสตรัทระบบรองรับแบบแมคเฟอร์สันสตรัทนี้ใช้กันอย่าง
กว้างขวางเป็นส่วนมาก ส้าหรับระบบรองรับหน้าของรถยนต์ขนาดเล็กและขนาดกลางระบบ
รองรับแบบแมคเฟอร์สนั สตรทั ประกอบไปดว้ ย ปกี นกล่าง เหล็กหนวดกุ้ง เหล็กกันโคลง และ
ชุดสตรัท
การท้างานของคอยล์สปรงิ
การทา้ งานร่วมกนั ระหว่างโชก้ อัพกบั สปรงิ
การท้างานของคอยล์สปริงคู่กับโช้กอัพขณะมีน้าหนักบรรทุก เม่ือมีน้าหนัก
บรรทุกคอยล์สปริงจะยุบตัวส้ันลงตามแรงกดของน้าหนักบรรทุก และโช้กอัพจะช่วยให้
คอยล์สปรงิ ยุบตวั ลงชา้ ๆ ท้าให้ระบบรองรบั นา้ หนักน่มิ นวลและไมเ่ กดิ แรงส่นั สะเทอื นมาก
การการท้างานของคอยล์สปริงคู่กับโช้กอัพขณะไม่มีน้าหนักบรรทุก เมื่อไม่มี
น้าหนักบรรทุกคอยล์สปริงจะยืดตัวออกตามภาระของน้าหนัก และโช้กอัพจะช่วยท้าให้
คอยล์สปริงยืดตัวออกอย่างช้า ๆ ท้าให้ระบบรองรับน้าหนักนิ่มนวลและไม่เกิด
แรงส่ันสะเทือนมาก
โครงสรา้ งและส่วนประกอบแม็กเฟอร์สนั สตรทั
1. คลายนอตลอ้
2. ใชแ้ มแ่ รงยกคานหน้าและรอง
ดว้ ยขาตั้ง
3. ถอดลอ้ ออก
4. คลายนอตยึดเบา้ โชค้ อพั 3 ตัว
และถอดออก
5. คลายนอตยึดโช้คอัพและถอดออก
6. ดงึ โชค้ อัพออกจากแกนล้อ
7. ติดตง้ั เคร่ืองมอื บบี คอยล์สปรงิ
8. ขันโบลตใ์ ห้คอยลส์ ปรงิ ยุบตวั ลง
9. จบั แผ่นรองคอยล์สปรงิ
ให้มีระยะหา่ งกบั คอยล์สปรงิ
10. ถอดฝาครอบนอตยดึ แกนโชค้ อพั
11. คลายนอตยดึ แกนโชค้ อัพออก
12. ถอดเบ้าโช้คอพั ออก
13. ถอดแผ่นรองคอยล์สปริงออก
14. ถอดยางกันกระแทกตวั บนออก
15. ถอดคอยลส์ ปริงออก
16. ถอดยางกนั กระแทกตัวลา่ งออก