The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by piyapon2342, 2021-10-27 21:57:01

ผ้าขาวม้า

ผ้าขาวม้า

พี ร ะ ภั ท ร ย อ ด แ ข ก • ค ณ ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ

ผ้าขาวม้า

ค อ ล เ ล ก ชั น ที่ น่ า ทึ่ ง ข อ ง เ ส้ น ใ ย
สู่ ผื น ผ้ า ข อ ง ม นุ ษ ย์

คำนำ

หนังสือ เรื่อง ผ้าขาวม้า จัดทำขึ้นเพื่อ
ถ่ายทอดความรู้ของผุ้ที่มีปประสบการณ์ ในการทำ
ผ้าขาวม้าทั้งในด้านของเรื่องประวัติความเป็ นมา
ของผ้าขาวม้า ลักษณะทั่วไปของ้าขาวม้า วัตถุดิบที่
ใช้ในการผลิตและวิธีการผลิต(ทอผ้า)ผ้าขาวม้า

หนังสือเลืมนี้ จึงเป็ นหนังสือ ด้านการอนุรักษ์ภูมิปั ญญาชาวบ้านที่มี
มาเเต่เดิม นำมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
ทางผู้จัดทำขอขอบคุณ นางศรีประภา นวลอิ่ม (ป้าติ๋ม) ผู้ให้สัมภาษณ์และ
ความรู้ และอ. ดร. เอื้อมพร โตภานุรักษ์กุล ผู้ให้คำแนะนำและสนับสนุน
ผู้จัดทำหวังเป็ นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็ นประโยชน์และแหล่งเรียนรู้
ต่อผู้ที่มีความสนใจในเรื่องของผ้าขาวม้าและสามารถนำไปต่อยอดความรู้
ใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นสืบต่อไป

พีระภัทร ยอดแขก
ผู้จัดทำ

สสาารรบบััญญ

01 09

บทนำ อุปกรณ์ที่ใช้ผลิต

02 11

ประวัติผ้าขาวม้า วิธีการทำ

07 12

ลักษณะของผ้า บทสัมภาษณ์

08 14

ลายผ้า เอกสรอ้างออิง

ผ้าขาวม้า บทนำ

1 ผ้าขาวม้า

ใคร ๆ ก็คงรู้จักกันเป็นอย่างดี
แต่จะมีใครรู้บ้าง ว่าผ้าขาวม้าอาจมีที่มา
ไกลโพ้นจากดินแดนเปอร์เซียหรือประเทศ
อิหร่านในปั จจุบันทีเดียวเชียว

ผ้าขาวม้าเป็ นหนึ่งในของใช้สารพัด
ประโยชน์ของคนไทยมาเนิ่นนาน ด้วยผืน
ผ้าลวดลายตารางที่ทุกคนคุ้นตา ความ
สารพัดประโยชน์ของผ้าขาวม้านั้น
มากมายมหาศาล เช่ ตั้งแต่เด็กแรกเกิด
ก็ใช้ผ้าขาวม้าทำเบาะรองสำหรับเด็กทารก
ได้ จะนำมาผูกเป็นเปลเด็กก็ได้อีก แต่คนที่
ใช้งานผ้าขาวม้าคุ้มที่สุด น่าจะหนีไม่พ้น
พ่อบ้านทั้งหลาย ไม่ว่าจะใช้ผลัดผ้าอาบน้ำ
เช็ดเหงื่อไคล พาดบ่า คาดเอว โพกศีรษะ
ปูนั่ง ปูนอน หรืออะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย

ว่าแต่ว่า ผ้าขาวม้ามาจาก
เปอร์เซียจริงหรือ?

พบว่ามันมาไกลจากอิหร่านเลยทีเดียว
คำว่า " ขาวม้า " มาจากภาษาอิหร่านที่คน
ไทยอ่านเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า
" คามาร์ บันด์ " Kamar Band ซึ่งแปลว่า
ผ้าคาาดเอว

พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

ปปรระะววััตติิผผ้้าาขขาาววมม้้าา

ผ้าขาวม้า

หากเอ่ยถึงเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของความ
เป็นไทย ‘ผ้าขาวม้า’ คือหนึ่งในความภาคภูมิใจที่
อยู่กับเรามานานหลายยุคสมัย เกือบทุกท้องถิ่น
ต้องมีไว้ใช้ จนกลายเป็นผ้าสามัญประจำบ้าน
แต่คุณอาจไม่ทราบมาก่อนว่า เบื้องหลังความ
ธรรมดาของผ้าขาวม้านั้น มีที่มาไม่ธรรมดา
รวมถึงมีพัฒนาการจากอดีตจนถึงปั จจุบันที่น่า
ทึ่งอย่างยิ่ง

เริ่มจากชื่อของ ผ้าขาวม้า จริงๆ แล้วไม่ใช่
ภาษาไทย แต่มาจากเปอร์เซียคำว่า ‘คามาร์บันด์’
(Kamar Band) ซึ่ง ‘คามาร์’ นั้นหมายถึง เอว
หรือ ท่อนล่างของร่างกาย ‘บันด์’ หมายถึง การ
พัน รัด หรือ คาด เมื่อนำทั้งสองคำมารวมกันจึง
หมายถึง เข็มขัด ผ้าพัน หรือ คาดสะเอว มีงาน
วิจัยเสนอว่า ‘ผ้าขาวม้า’ เป็นคำที่เพี้ยนมาจาก
คำว่า ‘คามา’ (Kamar) ซึ่งเป็นภาษาอิหร่านที่ใช้
กันอยู่ในประเทศสเปน เพราะในประวัติศาสตร์
ประเทศทั้งสองมีการติดต่อกันมาช้านาน ต่อมา
ประเทศไทยได้รับอิทธิพลทางภาษามาด้วย

แล้วคนไทยรู้จักใช้ผ้าขาวม้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ มีข้อมูลว่า พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4
ตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 16 ราวยุคสมัยเชียงแสน โดย
ได้รับอิทธิพลจากชาวไทยใหญ่ที่ใช้ผ้าขาวม้า โพกศีรษะ

ต่อมาผู้ชายไทยใช้ผ้าเคียนเอว (ผูกเอว) และยัง
ประยุกต์ใช้ประโยชน์หลากหลาย เช่น ใช้ห่อเก็บสัมภาระ
เดินทาง ห่ออาวุธ นุ่งเวลาอาบน้ำ เช็ดตัว ปูนอน ในยุค

แรกคนไทยจะเรียกผ้าสารพัดประโยชน์ผืนนี้ว่า ‘ผ้า
เคียนเอว’ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ‘ผ้าขาวม้า’ ในภายหลัง
นานวันก็เกิดการแพร่หลายไปทั่วประเทศ พัฒนาจน
กลายเป็นอาภรณ์ผูกพันในวิถีชีวิตแบบไทยๆ โดยแต่ละ
ภาคจะมีลายทอ สีสันเส้นใยแตกต่างกัน ส่วนใหญ่จะ
ทอจากฝ้าย ไหม ด้ายดิบ หรือป่าน ในบางพื้นที่ ขนาด

ความกว้างประมาณ 3 คืบ ยาวประมาณ 5 คืบ
คุณสมบัติที่สำคัญของผ้าขาวม้าคือ เป็นผ้าทอลายทาง

ตรงและขวางตัดกันมีขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าพอเหมาะ

ผ้าขาวม้า

2

เมื่อผ้าขาวม้า ส่วนในภาคใต้ รูปแบบของผ้าขาวม้า
มาสู่ไทย จะไม่ต่างจากภาคอื่นมากนัก แต่จุดเด่นของ
ผ้าขาวม้าโดยเฉพาะของเกาะยอจะใช้ฝ้ายที่มี
COME FROM THAILANNE คุณภาพดีในการทอ ซึ่งภาคใต้จะเรียกผ้า
ขาวม้าว่า ผ้าซักอาบ ผ้าชุบ มาจากลักษณะ
เมื่อเข้าสู่สังคมไทยแล้ว ผ้าขาวม้า การใช้งาน
ย่อมปรับเปลี่ยนและมีวิวัฒนาการตาม
วัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ทำให้ผ้า ภาคอีสานเรียกผ้าขาวม้าว่า ผ้าอีโป้
ขาวม้าในไทยมีรูปแบบที่เป็ นเอกลักษณ์ใน หรือแพรอีโป้ ซึ่งหากลองค้นคำในพจนานุกรม
แบบฉบับของตัวเอง จะพบคำว่า “ยีโป้” หมายถึงผ้าหนาๆ ใช้คาด
ไหล่ คาดพุง คนอีสานออกเสียงเป็น “อีโป้”
คนภาคกลางจะเรียกว่าผ้าขาวม้า ซึ่ง ซึ่งผ้าขาวม้าในภาคอีสานมี 2 ลักษณะ คือ ผ้า
ชื่อที่เราคุ้นเคยกันดี ถ้าพูดถึงผ้าขาวม้าที่มี แพรขาวม้า มีลวดลายสีเหลี่ยมจัตุรัสคล้าย
เอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีชื่อเสียง ต้องนึกถึง ตารางหมากรุก และผ้าแพรไส้ปลาไหล มี
ผ้าขาวม้าร้อยสี อ.หนองขาว จ.กาญจนบุรี ลวดลายเป็นริ้วๆ คล้ายกับปลาไหลที่ถูกผ่า
โดยในหนึ่งผืนจะใช้สีหลักเพียง 4 สี ทอสลับ ท้องควักไส้ออกมา จึงเห็นเนื้อปลาไหลเป็น
กันไปมาตามแนวเส้นพุ่งและเส้นยืน เมื่อเส้น ริ้วๆ
ด้ายเกิดการซ้อนกันจะเกิดสีใหม่ขึ้นบนผืนผ้า
มีสีสันสะดุดตาจึงเรียกว่า “ผ้าขาวม้าร้อยสี” " ผ้าทอดูดี
ผ่านไปกี่ปีก็งดงาม "

ผ้าขาวม้า พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

3

สำหรับในภาคเหนือ เรียกผ้า รูปแบบ 1.ลายตาหมากรุก หรือ
ขาวม้าว่า ผ้าหัว ผ้าตะโก้งหรือ ลายผ้า ลายตามะกอก ลายตาราง
ตาโก้ง ซึ่งหมายถึงผ้าลายตา ขาวม้า ใหญ่ ลักษณะของลาย
ราง ผ้าขาวม้าในภาคเหนือจะมี ผ้าตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ลักษณะตรงที่บริเวณเชิงของผ้า เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบ แบบกระดานหมากรุก มีสี
จะใช้เทคนิคการจกลวดลาย สลับกัน ในอดีตเป็นที่นิยม
เข้าไปเพิ่ม โดยลายที่จกเข้าไป มาก สีที่นิยมคือ สีแดง
จะเน้นลายตามคตินิยมของ เขียว ดำ ขาว
แต่ละชุมชน เช่น ลายนก ลาย
ช้าง ลายม้า ลายเจดีย์ ลายยก 2.ลายตาเล็ก ลักษณะคล้าย
ดอก ลายตาหมากรุกแต่มีขนาด
เล็กกว่า
แม้รูปแบบของผ้าขาวม้าใน
แต่ละภาคมีเอกลักษณะที่แตก 3.ลายไส้ปลาไหล ลักษณะ
ต่างกันไปตามความนิยมของ เป็ นลายตารางในแนวยาว
ท้องถิ่น
4.ลายตาหมู่ เป็นการผสม
ผ้าขาวม้า ผสานลายตาเล็กและลาย
ไส้ปลาไหลเข้าด้วยกัน
4
พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

ผ้าขาวม้าในพิธีและวิถี

-RITE

ผ้าขาวม้าปฏิบัติหน้าที่ของมันตั้งแต่เราตื่นนอน
จนหัวถึงหมอน ด้วยเหตุนี้เองจึงมีเรื่องของคติ
ความเชื่ออันเกี่ยวโยงกับผ้าขาวม้าเกิดขึ้น

ในพิธีบวช ผ้าขาวม้าจะถูกใช้เป็นผ้ากราบลาบวช
ต่อผู้เฒ่าผู้แก่ ในขณะเดียวกันจะใช้เป็นผ้าประจุ
สำหรับผู้ที่จะลาสิกขา โดยให้พระลงคาถาแล้วใช้
นุ่งห่มออกจากวัด ถือเป็นผ้ามงคลชิ้นแรกสำหรับ
พระสึกใหม่

หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่ง “ผ้าห่อแฮ่-ผ้าแผ่เชิง-ผ้าสะเอิงกีบม้า-ผ้าไปค้า
เดิมทีท่านเป็นคนอยุธยา ในปี 2477 ท่านได้นำ เสียห้าพันคำ-ผ้าก้องแขนคำเก้ากิ่ง-ผ้าแด่มิ่ง
ผ้าขาวม้าของชาวบ้านหนองน้ำใส อำเภอภาชี มา มารดา-ผ้าปิตาปั นให้-ผ้าได้แล้วห่มผีนอน”
เสกด้วยพุทธาคม กลายเป็น “ผ้าขาวม้ามหา
เวทย์” เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและงานพิธีสำคัญ คำแทกโสกนี้ถือเป็ นการทำนายว่าผ้าจะดีหรือไม่
ต่างๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ จะนำผ้าไปผูกไว้ที่เสาเอก ดีนั่นเอง
เพื่อป้องกันเสนียดจัญไร บางที่นำไปใช้ขับไล่หนู
นก แมลง หรือแม้กระทั่งเพลี้ยกระโดดไม่ให้ไป ตามความเชื่อของชาวอีสาน มีคำทำนายไว้ว่า ถ้า
ทำลายข้าวในนาที่กำลังตั้งท้อง ผ้าขาวม้าจึงอยู่ กำแทกโสกตกวรรคที่ 1-4 คือ “ผ้าห่อแฮ่-ผ้าแผ่
ทั้งในพิธีกรรมและวิถีชีวิตของผู้คน ทำให้ผ้า เชิง-ผ้าสะเอิงกีบม้า-ผ้าไปค้าเสียห้าพันคำ”
ขาวม้ายังคงอยู่กับชาวอยุธยามาจนถึงทุกวันนี้ ทำนายว่าเป็นผ้าไม่ดี ไม่เป็นมงคล ถ้าตกวรรคที่
6-7 คือ “ผ้าแด่มิ่งมารดา-ผ้าปิตาปันให้” จะเป็น
สำหรับชาวอีสาน มีความเชื่อว่าการที่จะเลือกผ้า ผ้าดี มีคนนิยมชมชอบ ถ้าไปตกวรรคสุดท้ายคือ
ขาวม้าแต่ละผืนมาเป็นของคู่กายนั้น ต้องมีตำรา “ผ้าได้แล้วห่มผีนอน” เป็นผ้าไม่ดี ถ้าได้ไปอาจถึง
ในการเลือกผ้าเรียกว่า “โสก” หมายถึง โฉลก ถ้า กับล้มหมอนนอนเสื่อเลย จะเห็นได้ว่าสำหรับชาว
ดีจึงจะเรียกว่าถูกโฉลก ซึ่งต้องดูจากการวัดขนาด อีสานนั้น ผ้าขาวม้าไม่ใช่แค่ผ้าสำหรับใช้งาน
ความยาวของผ้า โดยเจ้าของผ้าจะต้องกำผ้าจาก เท่านั้น แต่เป็นเหมือนผ้าคู่ชีวิตเลยก็ว่าได้
กก ถึง ปลาย หมายถึงชายผ้าข้างหนึ่งจรดความ
ยาวชายผ้าอีกด้านหนึ่ง แล้วกล่าวคำแทกโสกไป
ตามลำดับที่กำ คำแทกโสกกล่าวว่า

ผ้าขาวม้า พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

5

ในปัจจุบัน ความนิยมของผ้าขาวม้าลดลง ผ้าขาวม้า
อย่างน่าใจหาย ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ในโลกยุคใหม่
การดำเนินชีวิตก็เปลี่ยนตามไปด้วย การใช้
ประโยชน์จากผ้าขาวม้าจึงลดลงไม่เหมือนแต่
ก่อน เนื่องจากมีสิ่งอื่นเข้ามาทดแทน

เดิมที ผ้าขาวม้ายังมีไว้เพื่อทำความสะอาดสิ่ง
สกปรกออกจากร่างกาย ไม่ว่าเป็นเหงื่อ น้ำมูก
น้ำตา น้ำลาย ฯลฯ ที่ถูกผ้าดูดซับไว้ ผ้าชนิดนี้จึง
มีหน้าที่ช่วยทำความสะอาดร่างกาย แต่ไม่ได้
ช่วยเสริมความสวยงามให้แก่ร่างกาย ผ้าขาวม้า
จึงมี “สัญญะ” เฉพาะตัว จนบางครั้งถูกมองว่า
เป็นผ้าสำหรับชนชั้นแรงงาน และอาจกลายเป็น
เครื่องหมายแสดงถึงความเป็นคนบ้านนอก ดู
เชย ไม่สุภาพ ประเจิดประเจ้อไปเลยก็มี

จะเห็นว่า ผ้าขาวม้าเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลสู่
ประเทศไทย เข้ามาหลอมรวมกับวัฒนธรรมของ
บ้านเราได้อย่างกลมกลืน จนกลายเป็นผ้า
สารพัดประโยชน์ที่มีอยู่ทุกครัวเรือน แม้ว่า
ปั จจุบันอาจถูกบางสายตาตัดสินว่าเป็ นสิ่งที่เชย
หรือเป็ นผ้าสำหรับชนชั้นแรงงานและความเป็ น
คนบ้านนอกก็ตาม แต่แท้จริงแล้ว ผ้าขาวม้ามี
คุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงยิ่ง

เมื่อมองดูผ้าขาวม้าสักผืน อยากชวนมามองให้
ลึกถึงประวัติศาสตร์ความเป็ นมาของผ้าขาวม้า
ผ่านการเดินทางของระบบโลกที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป
จากโลกาภิวัตน์ครั้งแรกที่นำผ้าขาวม้ามาสู่ไทย
การปรับตัวของผ้าขาวม้าเข้ากับวิถีชีวิตและ
พิธีกรรมต่างๆ จนกลายเป็นของที่ขาดไม่ได้ใน
สังคมไทยยุคหนึ่ง ทำให้แต่ละท้องถิ่นสรรค์สร้าง
ความงดงามของผ้าขาวม้าอันแตกต่างขึ้นมา ไม่
ว่าจะเป็ นความลึกซึ้งของลวดลายในแต่ละท้อง
ถิ่น ที่ทำด้วยความพิถีพิถัน ความเชี่ยวชาญ และ
ภูมิปั ญญาที่บรรพบุรุษส่งต่อกันมา

ผ้าขาวม้า พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

6

ผ้ า ข า ว ม้ า

เป็ น ผ้า สารพัดประโยชน์ที่
คนไทยใช้มาแต่โบราณ ส่วน
ใหญ่ผู้ใช้จะเป็ นเพศชาย
สามารถใช้นุ่งอาบน้ำ เช็ดตัว
คลุมหัวกันแดด หรือทำเปลก็ได้
บ้างก็เรียกว่า "ผ้าเคียนเอว"

ลลัักกษษณณะะผผ้้าาขขาาววมม้้าา

มีลักษณะเป็ นผ้ารูป สี่เหลี่ยมผืน สีและลวดลาย
ผ้า ความกว้างประมาณ 2 ศอก ของผ้าขาวม้า
ยาวประมาณ 3-4 ศอก เป็ นผ้า
สำ ห รั บ ผู้ ช า ย ใ ช้ นุ่ ง แ บ บ ลำ ล อ ง จะแตกต่างกันไปตามความนิยมของท้องถิ่นโดยทางภาคกลาง
ค ว า ม ก ว้ า ง จึ ง เ ท่ า กั บ ร ะ ย ะ จ า ก เ อ ว ผ้าขาวม้าจะมีลวดลายเป็ นตาลายสก๊อต
ถึงกลางหน้าแข้ง ความยาวเท่ากับ และของภาคอีสานจะเป็นแบบตาเล็ก ๆ
ร ะ ย ะ พั น ร อ บ ตั ว แ ล้ ว เ ห ลื อ เ ศ ษ อี ก
เล็กน้อย โดยมากทอเป็ นลายตา

รางเล็กๆ นิยมใช้ด้ายหลายสี
อย่างไรก็ตาม ผ้าสีเดียว ที่มีขนาด
เท่ากับผ้าขาวม้าลายตาราง หมาก
รุก แบบนี้ หากนำมาใช้นุ่งสำหรับ
ผู้ชาย ก็นิยมเรียกผ้าขาวม้าเช่นกัน
ผ้ า ข า ว ม้ า ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย มี ชื่ อ เ รี ย ก
แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับท้องถิ่น ซึ่ง
คำว่าผ้าขาวม้า เป็ นภาษาทางภาค
กลาง ส่วนในภาคอีสานบางแห่ง
เรียกว่าผ้าแพร ซึ่งมักจะได้จาก
ก า ร ท อ ด้ ว ย เ ค รื่ อ ง ท อ ผ้ า ที่ เ รี ย ก ว่ า
กี่ และจะทอเป็ นขนาดยาว
ประมาณ 20-30 เมตร ต่อการทอ
แต่ละครั้งแล้วจึงตัดแบ่งออกเป็ น
ผืน ผืนละ 1 วา หรือ ประมาณ 1
เมตรครึ่ง ดังนั้น บางท้องถิ่นจึง
เรียกว่าผ้าแพรวา เรียกตามความ
ย า ว ข อ ง ผ้ า แ ต่ ล ะ ผื น

ผ้าขาวม้า พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

7

ลลาายยผผ้้าาขขาาววมม้้าา

เ รี ย บ ง่ า ย เ เ ต่ ดู ดี

ผ้าขาวม้าตามะกอก ออุุปปกกรรณณ์์ททีี่่ททำำใใหห้้
ผ้าขาวม้าตาเล็ก ๆ หลายสี เเกกิิดดลลววดดลลาายย !!
ผ้าขาวม้าลายไส้ปลาไหล
ผ้าขาวม้าตาหมู่

1. อุปกรณ์สำหรับผ้าจก ประกอบด้วย ขนเม่น ไม้
หลาบสำหรับเก็บลวดลายและจัดแยกเส้นด้ายยืน
ขณะทอ
2. อุปกรณ์สำหรับผ้าขิตไม้หลาบ ใช้จัดแยกด้าย
ยืนขณะทอ ไม้สอด ใช้เก็บลาย

“ลายผ้าทอที่หลากหลาย สู่มูลค่าที่มากล้น”

ผ้าขาวม้า พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

8

วัสดุที่ใช้ทอผ้าขาวม้า

ในอดีตส่วนใหญ่จะใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ใยฝ้าย – อุปกรณ์เตรียมด้ายยืน ด้ายพุ่ง
ใยไหม และสีธรรมชาติ ปั จจุบันมีการใช้วัสดุที่ 1. กง ใช้พันเส้นด้าย เพื่อเตรียมไจด้าย
สังเคราะห์จากสารเคมีเพิ่มมากขึ้น เช่น ใยประดิษฐ์ สำ ห รั บ ฟ อ ก แ ล ะ ย้ อ ม
แ ล ะ สี สั ง เ ค ร า ะ ห์ 2. อัก ใช้พันเส้นด้าย เพื่อจัดระเบียบ
3. กระบอกไม่ไผ่ ใช้สำหรับพันเส้นด้าย
ใ ช้ แ ท น ห ล อ ด ด้ า ย
4. แกนกระสวย ใช้สำหรับพันด้ายพุ่งเป็ น
ห ล อ ด เ ล็ ก ๆ
5. ไน เป็ นเครื่องมือสำหรับกรอด้ายเข้า
หลอดด้าย ก่อนที่จะนำไปใส่กระสวย
ต้องนำไปใช้ร่วมกับระวิง มีลักษณะด้าน
หนึ่งเป็ นกงล้อขนาดใหญ่มีเพลาหมุนด้าย
มีสายพานต่อไปยังท่อเล็กๆ ที่ปลายอีก
ข้ า ง ห นึ่ ง
6. หลักเปีย (หลักเผีย) โครงไม้สำหรับ
เตรียมด้ายยืน สามารถเตรียมด้าย
ยืนยาว 20 – 30 เมตร (ปั จจุบันมีหลัก
เปียขนาดใหญ่ เตรียมด้ายยืนได้ยาวกว่า
100 เมตร)
7. แปรงหวีด้ายยืน

ออุุปปกกรรณณ์์
ททออผผ้้าาขขาาววมม้้าา

ผ้าขาวม้า พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

192

สส่่ววนนปปรระะกกออบบ
ขขอองงกกีี่่ททออผผ้้าา

1. ฟืมหรือฟั นหวี (reed) เป็นกรอบไม้แบ่งเป็น
ช่องถี่ๆด้วยลวดซี่เล็กๆ สำหรับจัดระเบียบเส้น
ด้ายยืน ตีกระทบเส้นด้ายพุ่งเพื่อให้ผ้ามีเนื้อ
แน่นเป็ นผืนผ้า
2. ตะกอหรือเขาหูก (harness) ส่วนใหญ่เป็น
ตะกอเชือก จัดกลุ่มเส้นด้ายยืนเปิดช่องด้ายยืน
สำหรับใส่ด้ายพุ่ง

3. แกนม้วนผ้าหรือไม้กำพั่น ใช้ม้วนผ้าที่ทอแล้วใช้ลำต้นไม้ที่มีขนาด พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4
สม่ำเสมอ และเหยียดตรง
4. แกนม้วนด้ายยืน ใช้ม้วนด้ายยืนขณะทอ
5. เท้าเหยียบ ใช้ควบคุมการยกตะกอ
6. ที่นั่ง สำหรับนั่งขณะทอผ้า
7. กระสวย ใช้สอดใส่ด้ายพุ่งจะมีลักษณะคล้ายเรือ มีร่องใส่แกน
กระสวยมีทั้งแบบแกนเดี่ยวและแกนคู่
8. ผัง
– ไม้เล็ก เรียว ยาวกว่าหน้าผ้าเล็กน้อย ปลาย 2 ข้างเป็นเหล็กแหลม
– ใช้สำหรับขึงหน้าผ้าให้ตึง และมีขนาดคงเดิมขณะทอ

ผ้าขาวม้า

10

ขั้นตอนการทอผ้าขาวม้า

1. นำเอาฝ้ายที่ซื้อมาแล้วมาใส่อักแล้วกวักออก 4. นำเส้นฝ้ายที่แบ่งตัดมาม้วนเป็นหลอดด้าย
มาให้ได้ฝ้ายเป็ นปอยยาวๆ เพื่อนำไปในกระสวย

2. นำฝ้ายที่กวักแล้วมาค้นเครือเพื่อที่จะให้ได้ 5.ทอฝ้ายจากเส้นให้เป็ นผืนผ้าขาวม้าโดยใช้
ตามขนาดของผ้าขาวม้าตามที่จะทอความยาว กระสวย เป็นตัววิ่งสลับไปมา ซ้าย-ขวา และใน
ประมาณ1.50เมตร แล้วนำไปใส่ในกี่ทอผ้า กระสวยจะมีม้วนฝ้ายสีต่างๆใส่ไว้ในกระสวย
เพื่อสามารถเปลี่ยนสีฝ้ายได้ เช่น การทำแทบ
3.เมื่อเตรียมด้ายลายยืนเสร็จแล้ว นำมาเข้าฟืม สีผ้าขาวม้า
แล้วดึงเส้นด้ายลายยืนให้ขึ้นลงขัดกับด้ายลาย
พุ่งในขั้นตอนการทอ ซึ่งฟืมจะมีจำนวนตาม 6.ทอผ้าขาวม้าต่อไปเลื่อยๆจนเสร็จ เป็นผืนหน้า
ลายเป็ นลายด้ายยืนว่าต้องการให้เป็ นลาย กว้าง34นิ้ว  ความยาว 1.50 เมตรเป็นอันว่า
ดอกหรือลายขัดธรรมดาเมื่อต่อเสร็จครบทุก เสร็จเรียบร้อย
เส้นแล้ว นำไปขึ้นกี่เพื่อเตรียมทอ
พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4
ผ้าขาวม้า

11

บ ท สั ม ภ า ษ ณ์ นางศรีประภา นวลอิ่ม (ป้าติ๋ม)

- คำเป็ นมาของการทอผ้าขาวม้า พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

เมื่อก่อนใช้ทอผ้าใช้เอง สีดำ สืบต่อมาจากบรรพบุรุษ
จนมาถึงปั จจุบัน ก็จะอนุกรักษ์ไว้ต่อ ๆ ไป

- การทอผ้าขาวม้ามีวิธีการทำอย่างไร

1. นำเอาฝ้ายที่ซื้อมาแล้วมาใส่อักแล้วกวักออกมาให้ได้ฝ้าย
เป็ นปอยยาวๆ

2. นำฝ้ายที่กวักแล้วมาค้นเครือเพื่อที่จะให้ได้ตามขนาดของ
ผ้าขาวม้าตามที่จะทอความยาวประมาณ1.50เมตร แล้ว
นำไปใส่ในกี่ทอผ้า

3. เมื่อเตรียมด้ายลายยืนเสร็จแล้ว นำมาเข้าฟืมแล้วดึงเส้น
ด้ายลายยืนให้ขึ้นลงขัดกับด้ายลายพุ่งในขั้นตอนการทอ
ซึ่งฟืมจะมีจำนวนตามลายเป็ นลายด้ายยืนว่าต้องการให้
เป็ นลายดอกหรือลายขัดธรรมดาเมื่อต่อเสร็จครบทุกเส้น
แล้ว นำไปขึ้นกี่เพื่อเตรียมทอ

4. นำเส้นฝ้ายที่แบ่งตัดมาม้วนเป็ นหลอดด้ายเพื่อนำไปใน
กระสวย

5. ทอฝ้ายจากเส้นให้เป็ นผืนผ้าขาวม้าโดยใช้กระสวย เป็ น
ตัววิ่งสลับไปมา ซ้าย-ขวา และในกระสวยจะมีม้วนฝ้ายสี
ต่างๆใส่ไว้ในกระสวย เพื่อสามารถเปลี่ยนสีฝ้ายได้ เช่น
การทำแทบสีผ้าขาวม้า

6. ทอผ้าขาวม้าต่อไปเลื่อยๆจนเสร็จ เป็ นผืนหน้า
กว้าง34นิ้ว ความยาว 1.50 เมตรเป็ นอันว่าเสร็จ
เรียบร้อย

ผ้าขาวม้า

12

ผ้าขาวม้า - ระยะเวลาที่ใช้ในการทอผ้า

13 2 - 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนครึ่ง

- ลายผ้าขาวม้าที่เป็ น
เอกลักษณ์ หรือนิยมผลิต

ลายเต้าหู้
ลายสก็อต
มีการทอผ้าผ้าขาวม้า ผ้าสีต่าง ๆ

- ในการขายผ้าขาวม้ามีช่อง
ทางไหนบ้าง

1. แม่ค้าในตลาด
2. ขายตรง
3. การสั่งซื้อออนไลน์

- แนวทางในการแปลรูป
ผลิตภัณฑ์

จากผ้าขาวม้าเป็ นผืนก็มีการแปรรูป
โดยการ ตัดทำเสื้อ กระเป๋า กระเป๋าสะพาย
กระเป๋าโน๊ตบุ๊ค
และผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถนำไปผสม
ผสานได้อีกหลายอย่าง

พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

เอกสารอ้างอิง

กระตุกต่อมคิด.(2564). ถลกผ้าขาวม้า...ผ้านี้มีที่มา :
www.okmd.or.th/okmd-kratooktomkit/4022/

วิกิพีเดีย.(2564). ผ้าขาวม้า :
www.th.wikipedia.org/wiki/ผ้าขาวม้า

สะออนเด้.(2561). ประวัติผ้าขาวม้าไทย ผ้าขาวม้าโลก :
www.saonday.com/phakama/

รัตนาภรณ์ ใหม่คำมิ.(2564). ผ้าขาวม้า.Engineering
Perspectives : www.en.npu.ac.th/wisdom/?p=461

SOUVENIR.(2561). ผ้าขาวม้าทอมือไทยทรงดำ :
www.souvenirbuu.wordpress.com/ภูมิปั ญญาท้อง
ถิ่นไทย/ภูมิปั ญญาภาคกลาง/ผ้าและเครื่องแต่งกาย/
ผ้าขาวม้าทอมือไทยทรงดำ/

พาฉัตร ทิพทัส.(2562). The Cloud. ข้างหลังผ้า :
www.readthecloud.co/pakaoma/

ผ้าขาวม้า พ ฤ ศ จิ ก า ย น | 2 5 6 4

14

ศิ ล ป ะ จ า ก เ ส้ น ใ ย สู่ ค ว า ม ภ า ค ภู มิ ใ จ


Click to View FlipBook Version