The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by p.boonthum, 2020-02-27 21:26:33

safety manual interrall 2020

safety manual interrall 2020

1

คำนำ

ควำมปลอดภยั อำชีวอนำมัย และส่ิงแวดล้อม เป็ นปัจจัยพื้นฐำนในกำรทำงำนของพนักงำนทุกคน
ซึ่งถือเป็ นภำระหน้ำที่อย่ำงหนึ่งท่ีทุกคนต้องช่วยกันปฏิบัติงำน ด้วยควำมปลอดภัย มีสุขภำพที่ดี และ
ส่ิงแวดล้อมที่เหมำะสมอย่ำงสม่ำเสมอและต่อเน่ือง เพ่ือป้องกันอันตรำย ที่อำจเกิดขึ้นได้ คู่มือควำม
ปลอดภยั อำชีวอนำมยั และสิ่งแวดล้อม ฉบับนี้ได้อธิบำย และชี้แจงถึงมำตรฐำนของกำรปฏิบัติงำนเพ่ือให้
เกดิ ควำมปลอดภยั ในกำรทำงำน หรือเกดิ โรคจำกกำรทำงำน และไม่ให้มผี ลกระทบต่อปัญหำด้ำนส่ิงแวดล้อม
โดยเนื้อหำของคู่มือฯฉบับนี้ เป็ นส่ วนหน่ึงของแผนกำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และ
สิ่งแวดล้อม พนักงำนจงึ ควรศึกษำคู่มือนี้และปฏบิ ัติตำมอย่ำงเคร่งครัด โดยเฉพำะพนักงำนเร่ิมทำงำนใหม่
หรือเปลย่ี นงำนใหม่ ท้งั นี้เป็ นกำรกำจัด ลด ควบคุม ป้องกนั ไม่ให้เกดิ อบุ ัติเหตุ หรือเกดิ โรคจำกกำรทำงำน
และเกดิ ผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ซึ่งอำจนำมำซึ่งควำมสูญเสียและเสียหำยต่อตนเอง ทรัพย์สิน และควำม
เศร้ำโศกมำสู่ครอบครัวและเพือ่ นร่วมงำนได้

จงึ ขอให้พนักงำนทุกท่ำนปฏบิ ตั ิตำมคู่มือควำมปลอดภยั อย่ำงเคร่งครัด โดยให้ถือว่ำ คู่มือควำม
ปลอดภยั เปรียบเสมือนระเบียบปฏบิ ตั ิด้ำนควำมปลอดภยั ของบริษทั ฯ

ประกำศใช้ ณ วนั ท่ี 20 เมษำยน พ.ศ.2560

( ……………………… )
นำยไกรสร นำคะพงศ์
กรรมกำรบริษัทฯ

2

สำรบญั 1-1
2-2
1. ปก 3-3
2. คำนำ 4-5
3. สำรบญั 6-6
4. นโยบำย อำชีวอนำมยั ควำมปลอดภยั และสิ่งแวดล้อม 7-7
5. คำนิยำมศัพท์ 8-8
6. สำเหตุกำรเกดิ อบุ ัตเิ หตุ 9-9
7. ควำมสูญเสียจำกอบุ ตั เิ หตุในกำรทำงำน 10-14
8. กฎควำมปลอดภยั ท่ัวไป 15-15
9. หน้ำทคี่ วำมรับผดิ ชอบ 16-18
10. ระเบียบผู้รับเหมำ 19-19
11. ระบบใบอนุญำตทำงำน ( Work permit ) 20-20
12. ควำมปลอดภยั ในสำนกั งำน 21-21
13. ควำมปลอดภัยในกำรใช้บันได 22-22
14. ควำมปลอดภยั กำรใช้เครื่องสำนักงำน 23-23
15. ควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนบนทส่ี ูง 24-24
16. ควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนกบั เครื่องจกั ร 25-25
17. ควำมปลอดภัยในกำรทำงำนกบั วตั ถอุ นั ตรำยหรือสำรเคมี 26-26
18. ควำมปลอดภัยในกำรเคล่อื นย้ำยวสั ดุสิ่งของ 27-27
19. ควำมปลอดภัยในกำรใช้รถยก (Fork Lift) 28-28
20. ควำมปลอดภัยในงำนตัด งำนเชื่อมและงำนเจยี ร 29-29
21. ควำมปลอดภัยในกำรทำงำนเกยี่ วกบั ไฟฟ้ำ 30-31
22. ควำมปลอดภัยในกำรใช้นั่งร้ำน 32-32
23. สุขภำพอนำมยั และ โรคจำกกำรทำงำน 33-34
24. อปุ กรณ์ค้มุ ครองควำมปลอดภยั ส่วนบุคคล PPE 35-35
25. กำรสอบสวนอบุ ตั ิเหตุ 36-36
26. องค์ประกอบของไฟ 37-38
27. กำรป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั 39-40
28. แผนฉุกเฉินต่ำงๆ 40-40
29. เคร่ืองหมำยควำมปลอดภยั ทค่ี วรรู้ 41-41
30. บทลงโทษ 42-46
31. เบอร์โทรฉุกเฉิน
32. แผนทอี่ ปุ กรณ์ฉุกเฉิน และเส้นทำงหนีไฟ

3

4

5

คำนยิ ำมศัพท์ ( DEFINITION )

คำจำกดั ควำมต่อไปนีเ้ ป็ นคำศัพท์ทปี่ รำกฏอยู่ใน “คู่มือควำมปลอดภัย” สำหรับผู้ใช้ควรทำควำม
เข้ำใจคำศัพท์ต่ำงๆ ต่อไปนีใ้ ห้ถกู ต้องตรงกนั เพื่อให้กำรใช้คู่มือดงั กล่ำวเป็ นไปอย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพและเกดิ
ประโยชน์สูงสุด

1. อบุ ตั ิเหตุ (ACCIDENT)  เหตุกำรณ์ทไี่ ม่ต้องกำรให้เกดิ ซึ่งเมื่อเกดิ ขนึ้ แล้วจะมผี ลทำให้เกดิ กำร
บำดเจบ็ แก่บุคคล หรือ ทรัพย์สินเสียหำย หรือเกดิ ควำมสูญเสีย ต่อสิ่งแวดล้อม กระบวนกำรผลติ
หรือ ผลติ ภณั ฑ์ และองค์กร

2. อบุ ัติกำรณ์ (INCIDENT / NEAR MISS)  เหตุกำรณ์ทไ่ี ม่ต้องกำรให้เกดิ ซึ่งทำให้เกดิ หรืออำจทำให้
เกดิ ควำมสูญเสียต่อบุคคล ได้รับบำดเจบ็ ทรัพย์สินถูกทำลำย หรือหยุดกระบวนกำรผลติ

3. กำรป้องกนั อบุ ัตเิ หตุ (ACCIDENT PREVENTION)  โปรแกรมกำรดำเนนิ กำรเพื่อกำจดั ลด
ควบคุม ป้องกนั อบุ ัตเิ หตุ และวดั ผลทก่ี ำหนดขนึ้ เพือ่ ลดอบุ ัติเหตุและศักยภำพทอ่ี ำจก่อให้เกดิ
อบุ ัติเหตุ ต่อระบบ ต่อองค์กร หรือ ต่อกจิ กรรมต่ำงๆ ขององค์กร

4. กฎ ระเบยี บ ข้อบังคบั (REGULATION)  กฎ ระเบยี บ ข้อบังคบั หรือ กฎหมำยทคี่ วบคมุ กำร
ดำเนนิ กำรหรือกำรปฏบิ ตั ิงำนให้เกดิ ควำมปลอดภยั

5. ควำมปลอดภัย (SAFETY)  กำรทปี่ รำศจำกกำรเกดิ อบุ ตั ิเหตุ หรือ มสี ภำวะทไี่ ม่ปลอดภยั เช่น เกดิ
ควำมเจบ็ ปวด กำรบำดเจบ็ กำรสูญเสีย หรือทรัพย์สินเสียหำย

6. กำรกระทำทไ่ี ม่ปลอดภยั (UNSAFE ACT)  กำรฝ่ ำฝื นข้นั ตอนกำรปฏบิ ัติงำน ไม่สวมใส่อปุ กรณ์
ควำมปลอดภัย PPE ซ่ึงจะก่อให้เกดิ อบุ ตั ิเหตุขนึ้ ได้

7. สภำพกำรณ์ทไ่ี ม่ปลอดภยั (UNSAFE CONDITION)  สภำพกำรณ์หรือสภำพแวดล้อมทมี่ ี
อนั ตรำย ซึ่งสำมำรถก่อให้เกดิ อบุ ัติเหตุหรือควำมสูญเสีย

8. ผ้รู ับเหมำ (CONTRACTOR)  บริษทั ฯ หรือบุคคลอื่น
ที่ บริษทั ฯ ให้ปฏบิ ตั หิ น้ำทต่ี ำมท่ี ได้มอบหมำยหรือว่ำจ้ำง ท้งั นหี้ มำยรวมถงึ บริษทั ฯ ทรี่ ับเหมำ
ช่วงต่อ และผู้ปฏบิ ตั งิ ำนของบริษัทฯ รับเหมำ
ช่วงต่อน้ันด้วย

9. อนั ตราย (DENGER)  สภำพกำรณ์ซ่ึงมแี นวโน้มทีจ่ ะก่อให้เกดิ กำรบำดเจบ็ ต่อบุคคล หรือควำม
เสียหำยต่อทรัพย์สิน

6

สำเหตุกำรเกดิ อบุ ตั ิเหตุ

กำรกระทำทไ่ี ม่ปลอดภยั (Unsafe Acts)
สำเหตุ : กำรเกดิ อบุ ัติเหตุร้อยละ 85 (%) เกดิ จำก กำรกระทำของคน หรือของมนุษย์ เช่น
➢ ทำงำนลดั ข้นั ตอนหรือรีบเร่งเกนิ ไป
➢ กำรมที ศั นคติไม่ถูกต้อง เช่น อบุ ัตเิ หตุเป็ นเรื่องของเครำะห์กรรมแก้ไขป้องกนั ไม่ได้
➢ สภำพร่ำงกำยไม่พร้อม เช่น ดื่มสุรำ, เมำค้ำง, มปี ัญหำครอบครัวใช้ส่ิงเสพติด เป็ นต้น
➢ ไม่ทำตำมข้นั ตอนกำรทำงำน OJT หรือไม่ทำตำมทหี่ วั หน้ำ แนะนำ
➢ ไม่หยุดเครื่องจกั ร ก่อนซ่อมแซมหรือบำรุงรักษำ
➢ ไม่สวมใส่อปุ กรณ์ค้มุ ครองควำมปลอดภยั ในขณะทำงำนทมี่ อี นั ตรำย
➢ ยก เคลอื่ นย้ำยส่ิงของด้วยท่ำทำงทไ่ี ม่ปลอดภยั
➢ ฝ่ ำฝื นกฎระเบยี บ สัญลกั ษณ์ และ ป้ำยเตือน ด้ำนควำมปลอดภยั
➢ ปฏบิ ัตงิ ำนโดยไม่มหี น้ำที่ หรือขำดควำมรู้ และทกั ษะ หรือ

ควำมชำนำญ
➢ หยอกล้อ เล่นกนั ระหว่ำงปฏบิ ตั ิงำน
➢ แต่งกำยไม่เหมำะสมกบั สภำพงำน ไม่รัดกมุ รุ่มร่ำม

สภำพกำรทำงำนทไี่ ม่ปลอดภยั (Unsafe Conditions)
สำเหตุ : เกดิ ขนึ้ ประมำณ 15 % จำก….

➢ กำรวำงผงั โรงงำน หรือกระบวนกำรผลติ ทไี่ ม่ถกู ต้องเหมำะสม
➢ ไม่มกี ำร์ดครอบป้องกนั ส่วนทเี่ ป็ นอนั ตรำยของเครื่องจกั รหรือส่วนทเี่ คลื่อนไหว

ต่ำง ๆ เช่น เฟื อง, โซ่, ใบมดี และสำยพำนเป็ นต้น
➢ ระบบไฟฟ้ำ หรืออปุ กรณ์ไฟฟ้ำชำรุดบกพร่อง ขำดกำรตรวจสอบ บำรุงรักษำ
➢ ควำมไม่เป็ นระเบียบเรียบร้อย และสกปรก ขำดกำรจดั เกบ็ วสั ดสุ ่ิงของ หรือไม่จดั ทำ 5 ส.
➢ สภำพ และสิ่งแวดล้อมในกำรทำงำนไม่ดี เช่น แสงสว่ำงไม่เพยี งพอ,

กำรระบำยอำกำศไม่ด,ี เสียงดงั , ฝ่ นุ ละออง,
ควำมร้อนสูง, ไอระเหยของสำรเคมี เป็ นต้น

7

ควำมสูญเสียจำกอบุ ตั ิเหตุในกำรทำงำน

ควำมสูญเสียทำงตรง
➢ ค่ำรักษำพยำบำล
➢ ค่ำทดแทน

ควำมสูญเสียทำงอ้อม
ลกู จ้ำง
ได้รับควำมเจบ็ ปวด
➢ ได้รับควำมทรมำน
➢ ควำมพกิ ำร
➢ ควำมสูญเสียงำน
➢ เสียขวญั และกำลงั ใจ

ครอบครัว
➢ สูญเสียคนรัก
➢ ขำดรำยได้
➢ สูญเสียโอกำส

นำยจ้ำง
➢ ผลผลติ ลดลง
➢ ค่ำล่วงเวลำ
➢ ค่ำใช้จ่ำยฝึ กคนงำนใหม่
➢ ค่ำซ่อมแซมเคร่ืองจกั ร
➢ เสียเวลำ
➢ เสียชื่อเสียง

ชุมชนรอบข้ำง หรือใกล้เคยี ง
➢ ขำดควำมเช่ือมน่ั
➢ วติ กกงั วล

ประเทศชำติ
➢ ขำดกำลงั คนชำนำญงำน
➢ เศรษฐกจิ เสียหำย

8

กฎควำมปลอดภยั ทั่วไป

“อุบัตเิ หตตุ ้องเป็ นศูนย์ > O < ”

1. หำกมคี วำมสงสัย, ไม่เข้ำใจทเ่ี กยี่ วกบั งำนควรรีบ
ปรึกษำหัวหน้ำงำน (ทนั ท)ี

2. ห้ำมหยอกล้อเล่นกนั ในขณะปฏบิ ตั งิ ำน
3. ต้องปิ ดสวทิ ซ์ หรือถอดปลก๊ั ก่อนทำควำมสะอำด เคร่ืองจกั รทุกคร้ัง
4. ไม่สบำย ร่ำงกำยไม่พร้อม ง่วง ซึมให้รีบปรึกษำหัวหน้ำงำน จป.วชิ ำชีพ ทนั ที
5. ต้องปฏบิ ัติตำมแผนฉุกเฉิน , กฎระเบียบ ,เครื่องหมำยป้ำยเตือน และป้ำยห้ำมต่ำงๆ ของ

บริษทั ฯ อย่ำงเคร่งครัด และ กำจดั บำบัด ลด ผลกระทบทอี่ ำจเกดิ ขนึ้ และ มผี ลต่อสิ่งแวดล้อม
6. อย่ำทำงำนในทล่ี บั ตำคนเพยี งคนเดยี ว โดยไม่มใี ครทรำบโดยเฉพำะกำรทำงำนหลงั เวลำ

ทำงำนปกติ เช่น งำนไฟฟ้ำ ทอี่ บั อำกำศ เป็ นต้น
7. ต้องแต่งกำยให้เรียบร้อยรัดกมุ หรือมสี ่วนย่ืน ห้อย และปฏบิ ัตติ ำมหลกั ของ

กฎควำมปลอดภยั ของงำนน้นั ๆ เป็ นต้น
8. ต้องใส่อปุ กรณ์ป้องกนั อนั ตรำย PPE ตำมประเภท หรือชนิดของงำนน้นั ๆ ตลอดเวลำทำงำน
9. ขณะปฏบิ ตั ิงำนต้องมกี ำรส่ือสำร ประสำนงำนทด่ี ี กบั เพ่อื นร่วมงำน
10. กำรปรับแต่ง ,เปลย่ี นแปลงหรือซ่อมแซมอปุ กรณ์ใดๆต้องกระทำโดยผู้มหี น้ำทร่ี ับผดิ ชอบเท่ำน้นั
11. ห้ำมนำอำหำร ขนมขบเคยี้ ว ลกู อม หรือตำมข้อห้ำมของบริษทั ฯ เข้ำพนื้ ทกี่ ำรทำงำนโดยเดด็ ขำด
12. ต้องสูบบุหร่ีในเวลำ และ ในพนื้ ทท่ี กี่ ำหนดไว้ให้เท่ำน้นั
13. ไม่อนุญำตให้ใช้ทำงออก หรือ ประตูฉุกเฉินในสถำนกำรณ์ปกติ
14. ห้ำมฉีดเครื่องดบั เพลงิ หรือกดสัญญำณแจ้งเหตุฉุกเฉินเล่นโดยไม่มเี หตุอนั ควร
15. ผู้รับเหมำ ทเ่ี ข้ำมำปรับปรุงแก้ไขซ่อมแซม ต้องปฏบิ ตั ิตำมกฎด้ำนควำมปลอดภยั หรือต้องได้รับ

อนุญำต Work permit ก่อนเร่ิมงำนทุกคร้ัง
16. กรณหี ญงิ มคี รรภ์ ห้ำมยกของหนกั ,ขนึ้ ทสี่ ูง หรือทำงำนทอ่ี ำจเป็ น อนั ตรำยต่อสุขภำพ

หรือเกนิ กว่ำทกี่ ฎหมำยกำหนดไว้

9

หน้ำทค่ี วำมรับผดิ ชอบ

หน้ำทคี่ วำมรับผดิ ชอบของ ผู้บริหำรระดบั สูง
1. กำหนดนโยบำยและเป้ำหมำยด้ำนควำมปลอดภยั อำชีวอนำมยั และส่ิงแวดล้อมใน
กำรทำงำน ให้ผ้ใู ต้บงั คบั บัญชำจดั ทำแผนและดำเนนิ งำนตำมนโยบำย
2. จัดโครงสร้ำงกำรบริหำรงำนด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และสิ่งแวดล้อมในกำรทำงำนและ
หน่วยงำนควำมปลอดภยั ให้มปี ระสิทธภิ ำพ
3. ตรวจสอบ /วดั ผล และประเมนิ ผลกำรดำเนินด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัยฯของหน่วยงำนให้
เป็ นไปตำมเป้ำหมำยขององค์กร
4. บริหำรงำนให้เป็ นไปตำมกฎหมำย
5. ให้ควำมสนบั สนุนและกำหนดทรัพยำกรอย่ำงเพยี งพอในกำรดำเนินงำนด้ำน ควำมปลอดภยั อำชีวอ
นำมยั และสิ่งแวดล้อมในกำรทำงำน
6. ปฏิบัติตำมกฎ, ข้อกำหนด, คู่มือและมำตรฐำนกำรปฏิบัติงำนของหน่วยงำนโดยให้มีควำมปลอดภยั
มำกทสี่ ุด
7. กำกบั ดูแล และฝึ กอบรม กำรปฏบิ ตั ิหน้ำทค่ี วำมรับผดิ ชอบตำมแผนระงบั เหตุฉุกเฉินบริษทั ฯ
8. นำผลกำรดำเนินงำนด้ำน ควำมปลอดภัย อำชีวอนำมยั และสภำพแวดล้อมมำเป็ นส่วนหน่ึงในกำร
ประเมนิ ผลพนกั งำนขององค์กร

10

หน้ำที่ควำมรับผดิ ชอบ (ต่อ)

หน้ำทค่ี วำมรับผดิ ชอบของ คณะกรรมกำรควำมปลอดภยั ฯ คปอ.
1. พจิ ำรณำนโยบำยและแผนงำนด้ำนควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนรวมท้งั ควำมปลอดภยั

นอกงำนเพื่อป้องกนั และลดกำรเกดิ อบุ ตั ิเหตุ กำรประสบอนั ตรำย กำรเจบ็ ป่ วย หรือกำร
เกดิ เหตุเดือดร้อนรำคำญอนั เน่ืองจำกกำรทำงำน หรือควำมไม่ปลอดภยั ในกำรทำงำนเสนอต่อนำยจ้ำง
2. รำยงำนและเสนอแนะมำตรกำรหรือแนวทำงปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตำมกฎหมำยเก่ียวกับควำม
ปลอดภัยในกำรทำงำนและมำตรฐำนควำมปลอดภัยในกำรทำงำนต่อนำยจ้ำง เพ่ือควำมปลอดภยั ในกำร
ทำงำนของลกู จ้ำง ผู้รับเหมำและบุคคลภำยนอกทเี่ ข้ำมำปฏบิ ตั งิ ำน หรือเข้ำมำใช้บริกำรในสถำนประกอบ
กจิ กำร
3. ส่ งเสริม สนับสนุน กิจกรรมด้ำนควำมปลอดภัยในกำรทำงำนของสถำนประกอบกิจกำรในสถำน
ประกอบกจิ กำร
4. พจิ ำรณำข้อบงั คบั รวมท้งั มำตรฐำนด้ำนควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนของสถำนประกอบกจิ กำรเสนอต่อ
นำยจ้ำง
5. สำรวจกำรปฏบิ ัติกำรด้ำนควำมปลอดภัยในกำรทำงำน และตรวจสอบสถติ ิกำรประสบอนั ตรำยทเี่ กิดขึน้
ในสถำนประกอบกจิ กำรน้นั อย่ำงน้อยเดือนละหน่งึ คร้ัง
6. พจิ ำรณำโครงกำรหรือแผนกำรฝึ กอบรมเกยี่ วกับควำมปลอดภัยในกำรทำงำน รวมถึงโครงกำรหรือ
แผนกำรอบรมเก่ยี วกับบทบำทหน้ำท่ีควำมรับผิดชอบในด้ำนควำมปลอดภัยของลูกจ้ำง หัวหน้ำงำน
ผ้บู ริหำร นำยจ้ำง และบุคลำกรทกุ ระดบั เพอ่ื เสนอควำมเห็นต่อนำยจ้ำง
7. วำงระบบกำรรำยงำนสภำพกำรทำงำนทไ่ี ม่ปลอดภยั ให้เป็ นหน้ำทข่ี องลกู จ้ำงทุกคนทุกระดบั ต้องปฏบิ ตั ิ
8. ติดตำมควำมคืบหน้ำเร่ืองทเี่ สนอนำยจ้ำง
9. รำยงำนผลกำรปฏบิ ัตงิ ำนประจำปี รวมท้งั ระบุปัญหำ อปุ สรรค์ และข้อเสนอแนะกำรปฏบิ ตั ิหน้ำท่ี
ของคณะกรรมกำร
10. ประเมนิ ผลกำรดำเนนิ กำรด้ำนควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนของสถำนประกอบกจิ กำร
11. ปฏบิ ัติงำนด้ำนควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนอน่ื ตำมทน่ี ำยจ้ำงมอบหมำย

11

หน้ำทคี่ วำมรับผดิ ชอบของเจ้ำหน้ำทคี่ หวำนม้ำปทลค่ี อวดำภมยั รในับกผำดิ รทชำองบำน(ต่อจ)ป. ระดบั บริหำร

1. กำกบั ดูแล เจ้ำหน้ำท่ีควำมปลอดภัยในกำรทำงำนทุกระดับซ่ึงอยู่ในบังคับบัญชำของเจ้ำหน้ำที่ควำม
ปลอดภยั ในกำรทำงำนระดบั บริหำร

2. เสนอแผนงำนโครงกำรด้ำนควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนในหน่วยงำนทร่ี ับผดิ ชอบต่อนำยจ้ำง
3. ส่ งเสริม สนับสนุน และติดตำมกำรดำเนินงำนเกี่ยวกับควำมปลอดภัยในกำรทำงำนให้เป็ นไปตำม

แผนงำน โครงกำรเพ่ือให้มกี ำรจดั กำรด้ำนควำมปลอดภยั ในกำรทำงำน
ทเี่ หมำะสมกบั สถำนประกอบกจิ กำร
4. กำกบั ดแู ล และตดิ ตำมให้มกี ำรแก้ไขข้อบกพร่องเพอ่ื ควำมปลอดภยั ของลกู จ้ำง
ตำมทไ่ี ด้รับรำยงำนหรือตำมข้อเสนอแนะของเจ้ำหน้ำทคี่ วำมปลอดภยั
ในกำรทำงำน คณะกรรมกำร หรือหน่วยงำนควำมปลอดภยั

หน้ำทคี่ วำมรับผดิ ชอบของเจ้ำหน้ำทค่ี วำมปลอดภยั ในกำรทำงำน จป. ระดบั หวั หน้ำงำน
1. กำกบั ดแู ล ให้ลกู จ้ำงในหน่วยงำนทร่ี ับผดิ ชอบปฏบิ ตั ิตำมข้อบงั คบั และค่มู ือตำมข้อ 3
2. วเิ ครำะห์งำนในหน่วยงำนทรี่ ับผดิ ชอบเพ่อื ค้นหำควำมเส่ียงหรืออนั ตรำยเบื้องต้นโดยอำจร่วมดำเนินกำร

กบั เจ้ำหน้ำทคี่ วำมปลอดภยั ในกำรทำงำนระดบั เทคนคิ ระดบั เทคนิคข้นั สูงหรือระดบั วชิ ำชีพ
3. สอนวิธีกำรปฏิบัติงำนท่ีถูกต้องแก่ลูกจ้ำงในหน่วยงำนที่รับผิดชอบเพ่ือให้เกิดควำมปลอดภัยในกำร

ปฏบิ ัตงิ ำน
4. ตรวจสอบสภำพกำรทำงำน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้อยู่ในสภำพที่ปลอดภัยก่อนลงมือ

ปฏบิ ัติงำน ประจำวนั
5. กำกบั ดแู ล กำรใช้อปุ กรณ์ค้มุ ครองควำมปลอดภยั ส่วนบุคคลของลกู จ้ำงในหน่วยงำนทร่ี ับผดิ ชอบ
6. รำยงำนกำรประสบอนั ตรำย กำรเจบ็ ป่ วย หรือกำรเกดิ เหตุเดือดร้อนรำคำญ อนั เนื่องจำกกำรทำงำนของ

ลกู จ้ำงต่อนำยจ้ำง และแจ้งต่อเจ้ำหน้ำทคี่ วำมปลอดภยั ในกำรทำงำนระดบั วชิ ำชีพ
7. ตรวจสอบหำสำเหตุกำรประสบอนั ตรำย กำรเจบ็ ป่ วย หรือกำรเกดิ เหตุเดือดร้อนรำคำญอนั เน่ืองจำกกำร

ทำงำนของลกู จ้ำงร่วมกบั เจ้ำหน้ำทค่ี วำมปลอดภยั ในกำรทำงำนระดบั วชิ ำชีพ และรำยงำนผล รวม
ท้งั เสนอแนะแนวทำงแก้ไขปัญหำต่อนำยจ้ำง โดยไม่ชักช้ำ
8. ส่งเสริมและสนับสนุนกจิ กรรมควำมปลอดภยั ในกำรทำงำน
9. ปฏบิ ตั ิงำนด้ำนควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนอื่นตำมทเ่ี จ้ำหน้ำท่ี
ควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนระดบั บริหำรมอบหมำย

12

หน้ำท่คี วำมรับผดิ ชอบ (ต่อ)

หน้ำทค่ี วำมรับผดิ ชอบเจ้ำหน้ำทคี่ วำมปลอดภยั ในกำรทำงำน จป. ระดบั วชิ ำชีพ
1. ตรวจสอบและเสนอแนะให้นำยจ้ำงปฏิบัติตำมกฎหมำยเก่ียวกับควำมปลอดภัยอำชีวอนำมัยและ

สภำพแวดล้อมในกำรทำงำน
2. วเิ ครำะห์งำนเพื่อชี้บ่งอนั ตรำย รวมท้งั กำหนดมำตรกำรป้องกนั หรือข้นั ตอนกำรทำงำนอย่ำงปลอดภัย

เสนอต่อนำยจ้ำง
3. ประเมนิ ควำมเส่ียงด้ำนควำมปลอดภยั ในกำรทำงำน
4. วิเครำะห์แผนงำนโครงกำรรวมท้ังข้อเสนอแนะของหน่วยงำนต่ำงๆ และเสนอแนะมำตรกำรควำม

ปลอดภยั ในกำรทำงำนต่อนำยจ้ำง
5. ตรวจประเมินกำรปฏบิ ัติงำนของสถำนประกอบกจิ กำรให้เป็ นไปตำมแผนงำนโครงกำรหรือมำตรกำร

ควำมปลอดภยั ในกำรทำงำน
6. แนะนำให้ลกู จ้ำงปฏบิ ตั ิตำมข้อบังคบั และค่มู ือตำมข้อ 3
7. แนะนำ ฝึ กสอน อบรมลกู จ้ำงเพื่อให้กำรปฏบิ ตั ิงำนปลอดจำกเหตุอนั จะทำให้เกดิ ควำมไม่ปลอดภยั ในกำร

ทำงำน
8. ตรวจวัดและประเมินสภำพแวดล้อมในกำรทำงำน หรือดำเนินกำรร่วมกบั บุคคลหรือหน่วยงำนที่ขึน้

ทะเบียนกบั กรมสวัสดิกำรและคุ้มครองแรงงำนเป็ นผู้รับรองหรือตรวจสอบเอกสำรหลกั ฐำนรำยงำนใน
กำรตรวจสอบสภำพแวดล้อมในกำรทำงำนภำยในสถำนประกอบกจิ กำร
9. เสนอแนะนำต่อนำยจ้ำงเพ่ือให้มีกำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัยในกำรทำงำนท่ีเหมำะสมกับสถำน
ประกอบกจิ กำร และพฒั นำให้มปี ระสิทธิภำพอย่ำงต่อเน่ือง
10. ตรวจสอบหำสำเหตุ และวเิ ครำะห์กำรประสบอนั ตรำย กำรเจบ็ ป่ วย หรือกำรเกดิ เหตุเดือดร้อนรำคำญอนั
เน่ืองจำกกำรทำงำน และรำยงำนผล รวมท้งั เสนอแนะต่อนำยจ้ำงเพอื่ ป้องกนั กำรเกดิ เหตุโดยไม่ชักช้ำ
11. รวบรวมสถติ ิ วิเครำะห์ข้อมูล จัดทำรำยงำน และข้อเสนอแนะเกย่ี วกบั กำรประสบอนั ตรำย กำรเจบ็ ป่ วย
หรือกำรเกดิ เหตุเดือดร้อนรำคำญอนั เน่ืองจำกกำรทำงำนของลกู จ้ำง
12. ปฏบิ ตั งิ ำนด้ำนควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนอื่นตำมทน่ี ำยจ้ำงมอบหมำย

13

หน้ำท่ีควำมรับผดิ ชอบ (ต่อ)

หน้ำทค่ี วำมรับผดิ ชอบของ พนกั งำน
1. ปฏบิ ัติตำม นโยบำยอำชีวอนำมยั ควำมปลอดภยั และสิ่งแวดล้อม ,พรบ.ควำมปลอดภยั อำชีวอนำมยั และ

สภำพแวดล้อมในกำรทำงำน พ.ศ. 2554, กฎระเบียบ, ข้อกำหนด , ค่มู ือ และมำตรฐำนกำรปฏบิ ัติงำนของ
แต่ละหน่วยงำนโดยให้มคี วำมปลอดภยั
2. ปฏิบัติตำมแผนดำเนินงำนด้ำนควำมปลอดภัย อำชีวอนำมยั และกจิ กรรมของหน่วยงำนให้บรรลุตำม
เป้ำหมำย
3. ตรวจหำ/แก้ไข/รำยงำนสภำพทไ่ี ม่ปลอดภยั และข้อบกพร่องทม่ี ผี ลกระทบต่อควำมปลอดภยั อำชีวอนำ
มยั และส่ิงแวดล้อม ของผลติ ภณั ฑ์ และ/หรือกำรปฏบิ ตั ิงำนให้ผู้บังคบั บัญชำทรำบ
4. ควบคมุ กำรทำงำนของผ้รู ับเหมำให้ปฏบิ ัติตำมกฎระเบียบ ข้อกำหนด มำตรฐำนและค่มู ือกำรปฏบิ ัตงิ ำน
5. ร่วมเป็ นคณะทำงำนหรือคณะกรรมกำรด้ำน ควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัย และส่ิงแวดล้อมตำมท่ีได้รับ
กำรแต่งต้ังหรือ มอบหมำย
6. เข้ำร่วมดำเนนิ งำนด้ำน คุณภำพ ควำมปลอดภยั อำชีวอนำมยั และส่ิงแวดล้อม
7. รำยงำนอบุ ตั ิเหตุ / อบุ ตั ิกำรณ์ ให้ผ้บู ังคบั บัญชำรับทรำบทนั ที
8. ใช้อปุ กรณ์คุ้มครองควำมปลอดภยั ส่วนบุคคล ( PPE. ) ตำมมำตรฐำนกำรปฏบิ ัติงำนและตรวจสอบ
ดูแลให้พร้อมใช้งำน
9. ตรวจสอบดแู ลและใช้เคร่ืองจกั ร อปุ กรณ์ ให้ถกู ต้องและปลอดภยั
10. จดั ทำและควบคมุ เอกสำรให้เป็ นไปตำมมำตรฐำน
11. ฝึ กอบรม / ปฏบิ ตั ติ ำมหน้ำทคี่ วำมรับผดิ ชอบตำมแผนระงบั เหตุฉุกเฉิน

14

ระเบียบปฏิบตั ิสำหรับผ้รู ับเหมำ

1. แต่งกำยสุภำพ ไม่สวมกำงเกงขำส้ัน – ไม่ใส่รองเท้ำแตะ
2. จอดรถยนต์ในทก่ี ำหนดไว้ หรือพนื้ ทที่ ไี่ ด้รับอนุญำตแล้วเท่ำน้นั
3. ตดิ ต่อพนกั งำนรักษำควำมปลอดภยั เพอ่ื แลกบตั รประชำชน หรือ บัตรทรี่ ำชกำรออกให้
4. แจ้งรำยช่ือบุคคล / แจ้งรำยกำรส่ิงของทนี่ ำเข้ำบริษทั ฯ ต่อ รปภ. อย่ำงละเอยี ด
5. แจ้งช่ืองำนและผู้ทต่ี ้องกำรตดิ ต่อ และทำใบผ่ำน

5.1 กรณผี ้รู ับเหมำรำยใหม่ จะต้องได้รับกำรอบรมเรื่องควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนจำกเจ้ำหน้ำทค่ี วำม
ปลอดภยั ของบริษทั ฯ ก่อนเร่ิมงำน

5.2 ผ้รู ับเหมำจะต้องแจ้งรำยช่ือของพนักงำนทุกคนทเ่ี ข้ำมำปฏบิ ตั ิงำน
6. ผู้ทมี่ ำส่งของทเ่ี ป็ นเคร่ืองมือ เครื่องจักร ท่มี นี ำ้ หนกั มำก ไม่สำมำรถยกลงจำกรถได้ อนุญำตให้นำรถเข้ำ

มำส่งด้ำนในได้ เมื่อนำสิ่งของลงหมดแล้วให้นำรถออกไปจอดในพนื้ ที่ของบริษทั ฯกำหนดเท่ำน้นั
ยกเว้นได้รับอนุญำต มกี รวยก้นั ใช้หมอนรองล้อทกุ คร้ังท่ีมกี ำรยกของ ห้ำมติดเคร่ืองยนต์ทงิ้ ไว้ขณะ
จอดรอ เพ่อื ลดโลกร้อน และกำรใช้พลงั งำน
7. ให้อย่ใู นสถำนทท่ี ผ่ี ู้ควบคมุ งำนจดั ให้เท่ำน้นั หำกต้องกำรไปพนื้ ทอี่ ่ืนหรือต้องกำรส่ิงใดเพม่ิ เตมิ
ให้แจ้งผ้คู วบคุมงำนนำไป
8. ระหว่ำงกำรอยู่ในบริเวณบริษัท ฯ ห้ำมกระทำกำรดงั ต่อไปนี้
* ห้ำมสูบบุหรี่ หรือ ห้ำมทำให้เกดิ ประกำยไฟทุกกรณี สูบในทอ่ี นุญำตเท่ำน้นั
* ห้ำมเข้ำไปในสถำนทอ่ี ่นื ทต่ี นไม่เกยี่ วข้อง
* ห้ำมเล่นกำรพนนั ห้ำมด่ืมสุรำ หรือสิ่งเสพตดิ ใด ๆ
* ห้ำมทะเลำะววิ ำท ก่อกำรไม่สงบ
* ห้ำมนำเดก็ หรือ สัตว์เลยี้ ง เข้ำมำในบริษัทฯ
9. หำกผู้รับเหมำปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั งำนทมี่ ีควำมเสี่ยง เช่นงำนเชื่อม งำนเจยี ร งำนตัด หรืองำนทกี่ ่อให้เกดิ
ประกำยไฟ หรืองำนขนึ้ ทส่ี ูง จะต้องกรอกแบบฟอร์ม Work permit ขออนุญำตก่อนทกุ คร้ัง หลงั เสร็จ
งำนต้องตรวจสอบ จดั เกบ็ เศษวสั ดุ ตำมประเภทของขยะ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
10. ผ้รู ับเหมำ ต้องสวมใส่อปุ กรณ์คุ้มครองควำมปลอดภยั ส่วนบุคคล PPE ตำมชนิด/ประเภทของงำนน้นั ๆ
11. เจ้ำหน้ำทค่ี วำมปลอดภยั ฯประจำโรงงำน สำมำรถส่ังหยดุ งำน/ว่ำกล่ำวตกั เตือนได้ ในกรณที พ่ี บว่ำกำร
กระทำน้นั อำจก่อให้เกดิ อนั ตรำยหรือเป็ นกำรฝ่ ำฝื นกฎของบริษัทฯ
12. กรณมี เี หตุฉุกเฉินเกดิ ขนึ้ ให้ปฏบิ ตั ติ ำมทผี่ ู้ควบคุมงำน/รปภ. แนะนำ และปฎบิ ัตติ ำมแผนฉุกเฉิน
13. เมื่อเสร็จธุระให้บุคคลทเ่ี กย่ี วข้องลงนำมในใบอนุญำตตดิ ต่องำน
14. แสดงหลกั ฐำนกำรนำส่ิงของออกนอกบริษัท ฯ ต่อ รปภ. และแลกบัตรประชำชน คืน

15

ระบบใบขออนุญำตทำงำน ( Work permit )

เนื่องจำกบริษัท อินเตอร์โรล (ประเทศไทย) จำกัด มีวัตถุดิบซ่ึงเป็ นสำรไวไฟ และยังมีสำรเคมี
บำงอย่ำงทม่ี พี ษิ และมคี ุณสมบตั ิในกำรกดั กร่อน นอกจำกนีใ้ นบริเวณบำงแห่งอำจมสี ำยไฟฟ้ำแรงสูง และท่อ
ใต้ดนิ ฝังอยู่ใต้บริเวณทีจ่ ะทำงำน หรือมีกำรทำงำนบนทีส่ ูง และอำจมีผู้คนทีเ่ กย่ี วข้องเดินผ่ำนไป-มำ หรือ
ทำงำนในบริเวณใกล้เคยี งกนั

ดังน้ัน เพื่อให้ระบบกำรตรวจสอบควำมเรียบร้อย และควำมปลอดภยั ทุกรำยกำรหรือ ระบบ
อนุญำตกำรทำงำน (Work Permit System) สำหรับกำรทำงำนซ่ึงไม่ใช่งำนประจำ แต่เป็ นงำนเพ่อื ปรับปรุง
เปลยี่ นแปลงต่อเตมิ โครงสร้ำง และอปุ กรณ์ของกระบวนกำรผลติ ภำยในเขตปฏบิ ตั ิกำร ได้แก่ งำนร้อน (Hot
work) งำนบนท่ีสูง (High Work) และงำนขุดเจำะ (Excavation) เป็ นต้น โดยให้มีควำมเส่ียงน้อยที่สุด
หรือไม่มเี ลย จงึ กำหนดให้ผ้ปู ฏบิ ัติงำนต้องเขยี น แบบฟอร์ม Work permit ขออนุญำตก่อนทกุ คร้ัง

วตั ถุประสงค์

1. เพ่ือให้กำรปฏบิ ัติงำนต่ำงๆได้รับกำรควบคุมควำมปลอดภัยอย่ำงมีระบบและเป็ นกำรรับประกันควำม
ปลอดภยั สำหรับพนักงำน ทรัพย์สิน เคร่ืองจกั ร อปุ กรณ์ สิ่งแวดล้อม และชุมชน ใกล้เคียง ให้มคี วำม
เส่ียงน้อยทส่ี ุด

2. เพ่ือให้มีกำรควบคุม และประสำนงำนที่รัดกุมระหว่ำงหน่ วยงำนที่เข้ำมำทำงำนกับหน่ วยงำน
ผู้รับผดิ ชอบในพนื้ ท่ี หรือ เจ้ำของอปุ กรณ์ และเคร่ืองจกั ร

3. เพ่อื ให้สำมำรถตรวจวดั ติดตำม และประเมนิ ผลด้ำนควำมปลอดภยั ได้ตำมมำตรฐำนสำกล

กฎและระเบยี บกำรขอใบอนุญำต

1. ก่อนเริ่มปฏบิ ตั งิ ำนใดๆ ทน่ี อกเหนือจำกกำรปฏบิ ัติงำนประจำในเขตปฏบิ ัติกำรพนกั งำนหรือช่ำง รวมท้งั

บริษัทฯ ผู้รับเหมำทีไ่ ด้รับมอบหมำย จะต้องขอใบอนุญำตทำงำน ( Work Permit ) จำกผู้ควบคุมงำน
หรือผู้ทรี่ ับผดิ ชอบในพืน้ ทหี่ รืออปุ กรณ์ทจ่ี ะปฏบิ ตั งิ ำนน้ันๆ
2. ใบอนุญำตทำงำนที่สมบูรณ์จะต้ องระบุวัน ระยะเวลำ อุปกรณ์หรือสถำนท่ีที่อนุญำตให้ทำงำน
รำยละเอยี ดของงำนทท่ี ำลำยมือช่ือของผู้ตรวจสอบ ,ผู้รับอนุญำต และผ้อู นุญำต

ผู้รับอนุญำต : เมื่อลงนำมในใบอนุญำตแล้ว หมำยถงึ ได้เข้ำใจในงำนทจ่ี ะทำ และยอมรับทจี่ ะปฏบิ ตั ิ
ผู้อนุญำต ตำมข้อกำหนด ในใบอนุญำตทกุ ประเภท

: คือ คนทต่ี ัดสินใจแล้วว่ำอปุ กรณ์ หรือบริเวณทที่ ำงำนน้นั ปลอดภยั และได้มกี ำร
เตรียมกำรทำงำนดมี อี ปุ กรณ์ป้อ1ง6กนั อคั คภี ยั ทเี่ หมำะสมเพยี งพอแล้ว

กฎและระเบยี บกำรขอใบอนุญำต (ต่อ)

3. ต้องติดต้ังต้นฉบับใบอนุญำตทำงำนไว้ในบริเวณที่ได้รับอนุญำตให้เป็ นที่สังเกตได้ชัดเจน ก่อนเริ่ม
ปฏบิ ัติงำน

4. เม่ือปิ ดงำนแล้วให้นำส่งใบอนุญำตทำงำน ( Work Permit ) มำยงั จป.วชิ ำชีพ

งำน หรือ ประเภททตี่ ้องขอใบอนุญำตทำงำน

1. ใบอนุญำตทำงำนทมี่ คี วำมร้อน หรือมปี ระกำยไฟ (Hot Work Permit)
สำหรับแสดงกำรอนุญำตทำงำนทใี่ ช้ควำมร้อน หรือมปี ระกำยไฟ ได้แก่

➢ กำรทำงำนทมี่ คี วำมร้อนหรือประกำยไฟในเขตปฏบิ ัตกิ ำร
➢ กำรนำรถยนต์ หรืออปุ กรณ์ไฟฟ้ำ เข้ำไปในเขตปฏบิ ตั กิ ำรหรือสถำนทมี่ วี ตั ถไุ วไฟ
➢ งำนเช่ือมประสำน หรือตัดด้วยเปลวไฟ หรือไฟฟ้ำ
➢ งำนทท่ี ำให้เกดิ ปฏกิ ริ ิยำทำงเคมแี ล้วเกดิ ควำมร้อน หรือเกดิ กำรลกุ ไหม้
➢ งำนทท่ี ำให้เกดิ ประกำยไฟจำกกำรเคำะ ขดั ลบั ตัด หรือทำให้เกดิ ไฟฟ้ำสถติ ย์

2. ใบอนุญำตทำงำนขดุ เจำะ (Excavation Permit)
สำหรับใช้อนุญำตให้ทำงำนขุดเจำะพืน้ ผวิ ให้ลกึ ลงไปมำกกว่ำ 15 เซนติเมตร (6 นวิ้ )
ได้แก่ กำรขุด , กำรปักหลกั , กำรตอกเสำไฟ เขม็ หรือเสำและงำน อ่นื ๆ ทมี่ ลี กั ษณะเดยี วกนั

3. ใบอนุญำตทำงำนไฟฟ้ำ (Work With Electrical Source Permit)
สำหรับใช้อนุญำตทำงำนใดๆ ทมี่ กี ำรเข้ำในเครือข่ำยระบบไฟฟ้ำทกุ แรงดนั
ยกเว้น ไฟฟ้ำ 24 VDC. ในเขตปฏบิ ตั กิ ำร และใช้อนุญำตสำหรับงำนไฟฟ้ำ
แรงสูงนอกเขตปฏบิ ตั กิ ำรทม่ี แี รงดนั ไฟฟ้ำมำกกว่ำ 220 Volt

4. ใบอนุญำต ติดต้งั /รื้อถอนนัง่ ร้ำน (Scaffolding Permit )
สำหรับใช้ตรวจสอบ / อนุญำตกำรต้งั นง่ั ร้ำนเฉพำะเวลำทอี่ นุญำต รวมท้งั ให้ทำ
กำรรื้อถอนทนั ที ทหี่ มดเวลำอนุญำตสำหรับงำนในเขตพืน้ ที่

17

งำน หรือ ประเภทที่ต้องขอใบอนุญำตทำงำน (ต่อ)

5. ใบอนุญำตทำงำนในทสี่ ูง (High Work Permit)
5.1 ในกรณที มี่ กี ำรตดิ ต้งั นัง่ ร้ำน น่ังร้ำนจะต้องมสี ภำพทม่ี นั่ คงแขง็ แรง
5.2 จดั ให้มเี ขม็ ขดั นิรภยั สำยช่วยชีวติ สำหรับให้ผู้ปฏบิ ัติงำนสวมใส่ตลอดเวลำ
ทปี่ ฏบิ ตั ใิ นทสี่ ูง 2 เมตรขนึ้ ไปโดยยดึ ติดกบั ส่วนหนึ่งส่วนใดของอำคำรหรือโครงสร้ำง
5.3 จดั ให้มอี ปุ กรณ์ป้องกนั ภยั ส่วนบุคคลทต่ี ้องสวมใส่ขณะทำงำน
5.4 จดั ให้มผี ้ำใบหรือสิ่งปิ ดก้นั ไม่ให้วสั ดุร่วงหล่นเป็ นอนั ตรำยต่อผู้ทที่ ำงำนหรือทรัพย์สินทอี่ ยู่ด้ำนล่ำง
หรือจะต้องปิ ดก้ันบริเวณโดยรอบใต้พื้นที่ปฏิบัติงำนเพ่ือป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ำไปในเขต
อนั ตรำย
5.5 กำรทำงำนบนทสี่ ูงหรือบนหลงั คำใกล้สำยไฟฟ้ำจดั ทำป้ำยเตือนหรือทำร้ัวก้นั
5.6 สภำพดนิ ฟ้ำอำกำศปกติ ไม่มลี มแรงหรือฝนฟ้ำคะนอง

6. ใบอนุญำตทำงำนขนถ่ำยสำรเคมี /นำ้ มนั (Chemicals / Oil Transfer Work Permit)
6.1 ได้ทำกำรปิ ดก้นั / แยกอปุ กรณ์ออกจำกส่วนอน่ื และตดิ ป้ำยเตือนเรียบร้อย
6.2 ได้ทำกำรหนุนล้อรถด้วยไม้หมอนกนั รถไหล ท้งั ล้อหน้ำ-ล้อหลงั
6.3 กำรจอดรถต้องเอำหน้ำรถออก เมื่อมเี หตุฉุกเฉินสำมำรถนำออกรถได้ทนั ที
6.4 ต้งั ป้ำยเตือน “เขตพนื้ ทอ่ี นั ตรำย ,กำลงั ขนถ่ำยสำรเคม/ี นำ้ มนั ”ไว้ด้ำนหน้ำของรถ
6.5 ทำกำรสวมสำยท่อส่งของรถ กบั ท่อรับของถังสำรเคมี /น้ำมนั ต้องไม่มีกำรรั่วไหลของสำรเคมี /
นำ้ มนั ในระหว่ำง Load สำรเคมี / นำ้ มนั
6.6 ตรวจสอบอปุ กรณ์ (ต้องไม่ทำให้เกดิ ประกำยไฟ)
6.7 จดั เตรียมอปุ กรณ์ถงั ดบั เพลงิ ไว้ยำมฉุกเฉิน

7. ใบอนุญำตทำงำนซ่อมธรรมดำทวั่ ไป (Cold Work Permit)
7.1 ได้ทำกำรปิ ดก้นั หรือแยกอปุ กรณ์ออกจำกส่วนอ่ืนๆ และตดิ ป้ำยเตือนเรียบร้อย
7.2 ได้ตดั ระบบไฟฟ้ำทอ่ี ปุ กรณ์น้นั และติดป้ำยเตือนเรียบร้อย
7.3 ได้ตัดแยกระบบควบคมุ กำรทำงำนและตดิ ป้ำยเตือนเรียบร้อย
7.4 ได้ทำควำมสะอำดอปุ กรณ์จนปรำศจำกสำรเคมี นำ้ มนั ไอนำ้ สำรอนั ตรำย
7.5 จดั เตรียมอปุ กรณ์ดบั เพลงิ ไว้ยำมเกดิ เหตุฉุกเฉิน
7.6 บริเวณรอบๆ รวมท้งั บรรยำกำศ และทศิ ทำงลม อยู่ในสภำพทำงำนอย่ำงปลอดภยั
7.7 ตรวจสอบไม่ให้มวี ตั ถทุ ท่ี ำให้เกดิ กำรตดิ ไฟในพนื้ ท่ี
7.8 ปิ ดก้นั ระบบท่อ / วำวล์ต่ำงๆ และตดิ ป้ำยเตือนเรียบร้อย

18

ควำมปลอดภยั ในทำงำนสำนักงำน

1. พนื้ สำนักงำนควรสะอำดอยู่เสมอ
2. ห้ำม วง่ิ หรือลนื่ ไถลในสำนักงำน
3. ขณะท่ีมีกำรขัดหรือทำควำมสะอำดพื้น ผู้ปฏิบัติงำนควรเดินหรือปฏิบัติงำนด้วยควำม ระมัดระวัง

ยงิ่ ขนึ้
4. ถ้ำพบนำ้ มนั หกบนพนื้ สำนกั งำน ให้แจ้งเจ้ำหน้ำทร่ี ับผดิ ชอบ หรือกนั พนื้ ที่ และแสดงเคร่ืองหมำย

เตือน หรือหำวสั ดุดดุ ซับ และนำไปทงิ้ ตำมชนดิ /ประเภท ของขยะ เพื่อลดปัญหำด้ำนสิ่งแวดล้อม
5. ถ้ำพบวสั ดุหรือเคร่ืองใช้สำนกั งำน เช่น ดนิ สอ หรือส่ิงอืน่ ใดตกหล่น รีบเกบ็ ทนั ที
6. ในขณะทเี่ ดนิ ถงึ มมุ ตกึ ให้เดนิ ทำงขวำของทำงเดนิ เดนิ ช้ำๆ อย่ำงระมดั ระวงั
7. สำยโทรศัพท์ หรือสำยไฟฟ้ำ ควรติดต้งั ให้เรียบร้อย ไม่กดี ขวำงทำงเดนิ
8. อย่ำอย่ใู กล้บริเวณประตูทเี่ ปิ ดอยู่ ประตูอำจเปิ ดมำกระแทกได้
9. เม่ือจะเข้ำออกบงั ตำ หรือเปิ ดปิ ดประตูบำนกระจก ควรเปิ ดปิ ดอย่ำงระมดั ระวงั
10. ประตูบำนกระจกทเ่ี ปิ ดปิ ดสองทำงให้ติดเคร่ืองหมำย “ดงึ ” หรือ “ผลกั ” ให้ชัดเจน
11. ไม่วำงสิ่งของเกะกะทำงเดนิ ช่องประตู
12. ตดิ ต้ังกระจกเงำทบี่ ริเวณมมุ อบั
13. ทำควำมสะอำดและกำจดั ขยะ ฝ่ นุ ผง หรือเศษกระดำษทกุ วนั

19

ควำมปลอดภยั ในกำรใช้บันได

อบุ ัติเหตุจำกกำรใช้บันไดมักเกดิ ขนึ้ เสมอ ดงั น้ันขณะทที่ ำงำนอยู่บนข้นั บันไดจำเป็ นต้องระมดั ระวงั
และปฏบิ ัติได้ถูกวธิ ี
1. ก่อนขนึ้ ลงบนั ไดควรสังเกตส่ิงทจี่ ะก่อให้เกดิ อนั ตรำยขนึ้ ได้
2. ถ้ำบนั ไดมแี สงสว่ำงไม่เพยี งพอ หรือบนั ไดเกดิ ชำรุดให้แจ้งเจ้ำหน้ำท่ี เพอื่ ทำกำร

แก้ไขปรับปรุงให้เรียบร้อย
3. อย่ำให้มเี ศษวสั ดชุ ิน้ เลก็ น้อยตกอย่ตู ำมข้นั บนั ได เช่น เศษกรวด เศษแก้ว ฯลฯ
4. ขนึ้ ลงบันไดด้วยควำมระมดั ระวงั อย่ำวงิ่ เล่นหรือหยอกล้อกนั
5. ขนึ้ ลงทำงด้ำนขวำและจบั รำวบนั ไดทุกคร้ัง
6. ขณะขนึ้ ลงบนั ไดต้องมองข้นั บนั ไดทกุ คร้ัง
7. อย่ำขนึ้ หรือลงบนั ไดเป็ นกล่มุ ใหญ่เวลำเดยี วกนั

ควำมปลอดภยั ของ โต๊ะทำงำน เก้ำอี้ ตู้

1. ลนิ้ ชักตู้เอกสำรควรเปิ ดใช้ทลี ะชักและปิ ดทกุ คร้ังหลงั เลกิ ใช้งำน
2. ห้ำม วำงส่ิงของไว้ใต้โต๊ะทำงำน
3. ห้ำม เอนหรือพงิ พนกั เก้ำอโี้ ดยให้รับนำ้ หนกั เพยี งข้ำงใดข้ำงหน่งึ
4. ให้มพี นื้ ทเ่ี คลอื่ นย้ำยเก้ำอเี้ ข้ำออกทสี่ ะดวก
5. ห้ำม วำงวสั ดสุ ิ่งของบนหลงั ตู้
6. จดั เอกสำรใส่ลนิ้ ชักตู้ช้ันล่ำงสุดขนึ้ ไป หลกี เลยี่ งกำรใส่เอกสำรมำกเกนิ ไป
7. ให้จบั หูลนิ้ ชักตู้ทุกคร้ังในกำรเปิ ดเพอื่ ป้องกนั นิว้ ถูกหนบี
8. กำรจดั วำงตู้ต้องไม่เกะกะทำงเดนิ

20

ควำมปลอดภยั ในกำรใช้เคร่ืองใช้สำนักงำน

1. ในขณะขนย้ำยกระดำษควรระวงั กระดำษบำดมือ
2. ให้เกบ็ ปำกกำหรือดนิ สอ โดยกำรเอำปลำยชี้ลง หรือวำงรำบในลนิ้ ชัก
3. ให้ทำกำรหุบขำกรรไกร ทเี่ ปิ ดซองจดหมำย ใบมดี คตั เตอร์ หรือของมคี มอน่ื ให้เข้ำทก่ี ่อน กำรเกบ็
4. กำรใช้เคร่ืองตดั กระดำษ ต้องระวงั นิว้ มือให้อย่หู ่ำงจำกมดี
5. กำรแกะลวดเยบ็ กระดำษให้ใช้ทด่ี งึ ห้ำม ใช้เลบ็
6. ควรใช้บันไดเหยยี บ เม่ือต้องกำรหยบิ ของในทส่ี ูง ห้ำม ใช้กล่อง,โต๊ะหรือเก้ำอตี้ ดิ ล้อ
7. หลงั เลกิ ใช้งำนให้ปิ ดไฟทุกดวง และตัดวงจรไฟฟ้ำภำยในห้องทำงำน เพอ่ื ลดกำรใช้พลงั งำน
8. ห้ำม ปรับแต่ง หรือเปลย่ี นแปลงส่วนประกอบของเคร่ืองใช้สำนักงำนที่อำจก่อให้เกดิ อนั ตรำยในขณะ

เครื่องกำลงั ทำงำน
9. ห้ำม ถอดอุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรำยหรือเปิ ดแผงเคร่ืองใช้สำนักงำนท่ีมีอันตรำยโดยเด็ดขำด กรณี

เคร่ืองขดั ข้องให้ช่ำงมำทำกำรซ่อมแซมแก้ไข
10. ให้ตดั กระแสไฟฟ้ำของเคร่ืองใช้สำนกั งำนทใ่ี ช้ไฟฟ้ำทกุ คร้ัง เม่ือจะปรับแต่งเครื่อง

21

ควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนบนที่สูง

เมื่อมกี ำรทำงำนบนทส่ี ูงมำกกว่ำ 2 เมตร ขนึ้ ไป จะต้องมกี ำรแจ้งหรือติดประกำศให้ทรำบทว่ั กนั และต้องก้นั
เขตอนั ตรำยเพื่อเตือนป้องกนั พนักงำน
1. หำกมอี ำกำรผดิ ปกติ ,เจบ็ ป่ วยต้องหยุดทำงำนและรำยงำนหวั หน้ำงำนให้ทรำบทนั ที
2. บริเวณทไ่ี ม่มรี ำวเกำะ หรือเคร่ืองป้องกนั ชนดิ อ่นื ให้คำดเขม็ ขดั นิรภยั และก่อนใช้งำนควรตรวจสอบ

สภำพของเขม็ ขดั นิรภยั ทุกคร้ัง
3. อย่ำวำงเครื่องมือและวสั ดุอ่ืนๆ ในตำแหน่งทอ่ี ำจจะตกลงมำได้
4. อย่ำโยนหรือขว้ำงเคร่ืองมือ หรือวสั ดอุ ่ืนๆ ในตำแหน่งทอ่ี ำจจะตกลงมำได้

ควำมปลอดภยั ในกำรใช้เคร่ืองมือช่ำง

1. เลือกใช้เครื่องมือทเ่ี หมำะสมกบั งำนทท่ี ำ
2. รักษำเครื่องมือให้อยู่ในสภำพทดี่ อี ย่เู สมอ ตรวจสอบสภำพก่อนใช้งำนทุกคร้ัง
3. ซ่อมแซม หรือหำเคร่ืองมือใหม่ทดแทนเครื่องมือทช่ี ำรุดทนั ที
4. ล้ำงนำ้ มนั จำกเครื่องมือหรือชิ้นงำนก่อนกำรใช้งำน และทงิ้ ขยะตำมชนิด/ประเภทของขยะ
5. ตรวจสอบและปฏบิ ัตติ ำมข้อแนะนำกำรใช้เคร่ืองมือ
6. จบั หรือถือเคร่ืองมือให้กระชับ
7. ก่อนเร่ิมงำนต้องตรวจสอบสภำพต่ำงๆ โดยรอบหรือบริเวณพนื้ ทท่ี ที่ ำงำนก่อนทกุ คร้ัง

22

ควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนกบั เคร่ืองจกั ร

1. ใช้เครื่องจกั รได้เฉพำะคนทมี่ อี ำนำจหน้ำทเ่ี ท่ำน้ัน และกำรใช้ต้องใช้อย่ำงถูกต้อง
2. สวมใส่เสื้อผ้ำทร่ี ัดกมุ อย่ำสวมเสื้อปล่อยชำยหรือแขนหลดุ ล่ยุ
3. เครื่องจกั รต่ำงๆ จะต้องมที ค่ี รอบ หรือปกปิ ดป้องส่วนที่

หมุนได้ และติดอยู่ในทข่ี องมนั เรียบร้อยแล้วเพอื่ ป้องกนั
อนั ตรำยจำกกำรย่ืนชิน้ ส่วนของร่ำงกำยเข้ำไปถกู เครื่องจักร
4. สวมใส่เคร่ืองป้องกนั และใช้เครื่องมืออย่ำงถกู ต้องและ
เหมำะสมกบั งำน ระวงั กำรใช้ถุงมือ
5. ในกำรตรวจสอบ ซ่อมแซม และทำควำมสะอำดเคร่ืองจกั รน้นั ต้องหยุดเครื่องจกั รให้เรียบร้อย
และมเี ครื่องหมำยชีบ้ อกหรือตดิ ป้ำยแขวนว่ำ “ห้ำม” เดนิ เครื่องจกั ร และนำขยะทเี่ กดิ จำกควำม
สะอำด ทงิ้ ตำมชนิด / ประเภทของขยะ เพอ่ื ลดผลกระทบทม่ี ตี ่อสิ่งแวดล้อม
6. รักษำเคร่ืองจกั รให้สะอำดอย่เู สมอ ตรวจสภำพของเคร่ืองจกั ร
ก่อนใช้งำนทุกคร้ังหำกมสี ่วนใดชำรุดให้แจ้งหวั หน้ำงำนทรำบทนั ที

7. อย่ำใช้เคร่ืองจกั รเกนิ กำลงั จะเกดิ อนั ตรำย
8. เม่ือต้องทำงำนร่วมกนั จะต้องแน่ใจว่ำทุกคนเข้ำใจสัญญำณ

ในกำรสื่อสำรต่ำงๆ อย่ำงชัดเจนและถกู ต้องตรงกนั
9. อย่ำเข้ำไปในส่วนทเ่ี ป็ นอนั ตรำย หรือส่วนทม่ี กี ำร

เคลอ่ื นไหวของเครื่องจกั รตลอดเวลำ แต่ถ้ำ
จำเป็ นต้องเข้ำไปต้องแน่ใจว่ำเครื่องจกั รได้
หยุดเดนิ เคร่ืองแล้ว

23

ควำมปลอดภัยในกำรทำงำนกบั วตั ถุอนั ตรำยหรือสำรเคมี

วัตถุอันตรำย หมำยถึง วัตถุท่ีสำมำรถลุกไหม้ได้ ติดไฟได้ และระเบิดได้ซึ่งวัตถุอันตรำยเหล่ำนี้จะมี
กฎหมำยควบคุมพเิ ศษ และมขี ้อบงั คบั ในกำรทำงำนโดยเฉพำะอกี ด้วย
➢ พนื้ ทจี่ ดั เกบ็ วตั ถุอนั ตรำยหรือสำรเคมี ต้องมกี ำรระบำยอำกำศทดี่ ี
➢ กำหนดผ้ทู สี่ ำมำรถเข้ำ-ออก พนื้ ทแ่ี ละมปี ้ำยบ่งชี้ ชัดเจนไว้หน้ำทำงเข้ำ-ออก
➢ ห้ำม ผ้ไู ม่มหี น้ำทเ่ี กย่ี วข้องเข้ำ-ออก พืน้ ทจ่ี ดั เกบ็ สำรเคมแี ละวตั ถอุ นั ตรำยเดด็ ขำด
➢ ผ้ปู ฏบิ ัติงำนต้องสวมใส่อปุ กรณ์ PPE เช่น หน้ำกำก แว่นตำถงุ มือทกุ คร้ังก่อนเริ่มทำงำน
➢ ถ้ำได้รับอุบัติเหตุ ผู้เข้ำทำกำรช่วยเหลือจะต้องรีบขนย้ำยผู้ป่ วยออกไปสู่บริเวณท่ีโล่งโดยเร็วที่สุด และ

ปฏบิ ัติตำม MSDS ของสำรเคมนี ้นั ๆ
➢ หบี ห่อหรือภำชนะบรรจสุ ำรเคมที ุกชนดิ ต้องมสี ลำกบ่งชี้ทช่ี ัดเจน
➢ ก่อนทำงำนต้องทรำบชนดิ และอนั ตรำยทอ่ี ำจเกดิ ขนึ้ จำก MSDS
➢ หลกี เลยี่ งกำรสัมผสั สำรเคมโี ดยตรง
➢ ห้ำม รับประทำนอำหำร เครื่องดื่ม หรือสูบบุหร่ี ขณะทำงำนกบั สำรเคมี
➢ ก่อนทำนอำหำร สูบบุหร่ี หรือเข้ำห้องนำ้ ต้องถอดอปุ กรณ์

ป้องกนั อนั ตรำย และล้ำงมือให้สะอำดก่อนทกุ คร้ัง
➢ ห้ำม ผ้ทู ไ่ี ม่มหี น้ำทเี่ กยี่ วข้องทำงำนเกยี่ วกบั สำรเคมี
➢ หำกสำรเคมหี ก ต้องรำยงำนผ้บู ังคบั บญั ชำ ทำกำรกำจดั ตำมวธิ ีแนะนำของค่มู ือ
➢ อปุ กรณ์ป้องกนั อนั ตรำยทใ่ี ช้แล้วต้องทำควำมสะอำด หรือทำลำยทงิ้ ตำมคำแนะนำ
➢ เม่ือทำงำนเสร็จต้องล้ำงมือ อำบนำ้ และผลดั เปลยี่ นเสื้อผ้ำ
➢ กำรเกบ็ สำรเคมคี วรแยกเกบ็ ให้เป็ นระเบียบตำมชนดิ และประเภท ของสำรเคมี
➢ เม่ือสำรเคมกี ระเดน็ โดนผวิ หนงั

• รีบล้ำงบริเวณทโ่ี ดนสำรเคมที นั ทใี นล้ำงอย่ำงน้อย 15 นำที
• ถอดเสื้อผ้ำทถ่ี กู สำรเคมอี อกทนั ที หำกรุนแรงมำให้ล้ำงนำ้ อกี คร้ัง

➢ เม่ือสำรเคมกี ระเดน็ เข้ำตำควรปฏบิ ตั ิดงั นี้

• ไปทอ่ี ่ำงล้ำงตำฉุกเฉินทใ่ี กล้ทส่ี ุด
• ลมื ตำตลอดเวลำในนำ้ โดยให้นำ้ ไหลผ่ำนตำประมำณ 15 นำที
• รีบพบแพทย์หรือพยำบำลทนั ที

จดั เกบ็ วสั ดุดดู ซับสำรเคมหี ลงั ทำควำมสะอำดพืน้ ท่ี เขยี นป้ำยบ่งชีแ้ ละแยกทงิ้ ตำมประเภท/ชนดิ ของขยะ

24

ควำมปลอดภัยในกำรเคลื่อนย้ำยวสั ดุส่ิงของหรือยกของหนัก

กำรยกสิ่งของ หรือเคล่ือนย้ำยสิ่งของใดๆ จะต้องรู้จกั วธิ ีที่ถูกต้อง หำกทำไม่ถูกวธิ ีแล้วอำจก่อให้เกิด
อนั ตรำยได้ ซึ่งกำรยกของหนักตำมมำตรฐำนและข้อกำหนดตำมกฎหมำย มกี ำรแบ่งประเภทไว้ดงั นี้
พนักงำนชำย ต้องยกของหนกั ไม่เกนิ 50 กโิ ลกรัม
พนกั งำนหญงิ ต้องยกของหนกั ไม่เกนิ 25 กโิ ลกรัม
ท้งั ชำยและหญงิ หำกต้องยกของหนกั เกนิ ทก่ี ำหนด จะต้องหำคนช่วย หรือต้องใช้เคร่ือง

ท่นุ แรงในกำรช่วยยก
กำรเคลอื่ นย้ำยส่ิงของมวี ธิ ีทแี่ ตกต่ำงกนั ไป ดงั นี้
การเคลอ่ื นย้ายด้วยมอื
1. พจิ ำรณำดคู วำมสำมำรถด้ำนร่ำงกำยของตัวเอง “ยกไหวหรือไม่”
2. วำงเท้ำให้ห่ำงจำกวตั ถุประมำณ 8-12 นวิ้ แยกขำออกเลก็ น้อย เพอ่ื กำรทรงตวั ทดี่ ี
3. ย่อตวั ลงหรือน่ังยองๆ โดยให้หลงั ตรง แล้วจบั ของน้นั ให้มน่ั คงด้วยฝ่ ำมือ
4. ยกวตั ถุขนึ้ ตรงๆ โดยให้เข่ำเป็ นส่วนทรี่ ับนำ้ หนกั หลงั ตรงให้ใช้กำลงั ขำ

อย่ำใช้กำลงั ของส่วนหลงั เป็ นอนั ขำด
5. กำรวำงวตั ถลุ ง กใ็ ห้ใช้หลกั กำรเดยี วกนั กบั กำรยกของขนึ้

การเคลอื่ นย้ายด้วยรถเขน็ หรือเคร่ืองทุ่นแรง
รถเข็นโดยท่ัวไปมีอยู่ 4 ล้อ หำกน้ำหนักบรรทุกเบำ ควรใช้รถเขน็ 2 ล้อ ถ้ำน้ำหนักมำกควรใช้ 4 ล้อ หรือใช้
Hand Lift
➢ กำรเขน็ รถเขน็ ควรใช้ดนั ไม่ควรดงึ ให้เลื่อน
➢ ห้ำม วำงของบนรถเขน็ สูงเกนิ ไป จะทำให้มองไม่เห็นทำง หรือทำ

ให้ของตกหล่นเสียหำย
➢ กำรเขน็ รถ ลงทำงทลี่ ำดชัน อำจจะเกดิ อนั ตรำยได้ต้องมคี น

ช่วยพยุง หรือลดกำรไหลของรถ

25

ควำมปลอดภัยในกำรขับรถ ForkLift

กำรเคล่อื นย้ำยโดยใช้รถยก ( Fork Lift )
กำรใช้รถชนิดนี้ จะต้องมที กั ษะในกำรใช้เป็ นพเิ ศษ

➢ ให้สัญญำณก่อนทุกคร้ังเมื่อจะทำกำรยก และแน่ใจว่ำไม่มสี ่ิงใดกดี ขวำง
➢ ควรยกของให้สูงจำกพืน้ ประมำณ 6 นวิ้ ไม่ควรยกให้สูง

จนเกนิ ไปจะเกดิ อนั ตรำย
➢ ในกำรยกจะต้องให้ของทอ่ี ยู่บนงำของรถหมดทกุ ส่วน และ

ให้นำ้ หนักสมดุลกนั ท้งั สองข้ำง แต่ถ้ำของทยี่ กมขี นำดใหญ่
กว่ำช่วงยำวของงำ ควรใช้เขม็ ขดั รัดให้แขง็ แรง
➢ ถ้ำขบั ลงทำงลำดและมขี องควรใช้เกยี ร์ต่ำและเอำท้ำยลง
➢ ห้ำม บรรทุกของเกนิ กว่ำพกิ ดั ของรถยกท่ีกำหนดไว้
➢ เม่ือต้องกำรเลยี้ วในทำงแยก หรือเข้ำประตู ควรหยดุ รถ และ
ให้สัญญำณก่อนเคล่อื นรถต่อไปได้

➢ ผู้ขบั ขไี่ ม่ควรอนุญำตให้คนอ่นื เกำะบนรถหรือบนของกำลงั ยก
เป็ นอนั เดด็ ขำด

➢ เมื่อเลกิ ใช้ต้องปล่อยงำให้ลงตำ่ แตะพนื้ ในลกั ษณะวำงขนำน
ดบั เคร่ือง เข้ำห้ำมล้อ

➢ ต้องให้สัญญำนเสียงหรือไฟกระพริบเวลำรถยกวง่ิ ถอยหลงั
➢ ห้ำม นำพำเลททช่ี ำรุดมำใช้โดยเดด็ ขำด
➢ เมื่อต้องกำรใช้รถยกในเวลำกลำงคืน หรือในสถำนทท่ี ม่ี แี สง

สว่ำงไม่เพยี งพอต้องใช้ไฟส่องสว่ำงทำงข้ำงหน้ำ
ทำควำมสะอำดรถยก ทกุ คร้ังหลงั เลกิ ใช้งำน และทงิ้ ขยะทเ่ี กดิ ขนึ้ ตำม ชนิด /ประเภทของขยะ

26

ควำมปลอดภยั ในงำนตัด งำนเช่ือม และงำนเจียรโลหะ

➢ ห้ำม เช่ือมหรือตัดภำชนะ (เช่น ถงั กระป๋ อง ฯลฯ ) ทใ่ี ช้บรรจวุ ตั ถุไวไฟ
➢ พนกั งำนทท่ี ำกำรเชื่อมโลหะต้องสวมอปุ กรณ์ป้องกนั ดวงตำ และอปุ กรณ์ป้องกนั

อนั ตรำยส่วนบุคคล PPE
➢ ระวงั ! อย่ำให้เถ้ำหรือประกำยไฟจำกกำรเชื่อมสัมผสั วสั ดุตดิ ไฟ เช่น ก๊ำซตดิ ไฟได้
➢ ต้องระวงั ในกำรตดั หรือเช่ือมโลหะในบริเวณทอี่ ย่เู หนือศีรษะ เพรำะสะเกด็ ของกำร

เชื่อมหรือประกำยไฟ อำจก่อให้เกดิ อคั คภี ยั หรือเป็ นอนั ตรำยต่อพนกั งำน
การเช่ือมด้วยไฟฟ้า
➢ พนักงำนเช่ือมโลหะต้องตรวจสอบสำยเช่ือม สำยดนิ และสำยต่อ ก่อนทำงำนหำกพบว่ำฉนวนหุ้มชำรุด

เสียหำยต้องเปลย่ี นทนั ที
➢ ควรต่อสำยดนิ ให้ใกล้กบั ชิ้นงำน เพ่อื ป้องกนั กระแสตกค้ำง
➢ ไม่ม้วนสำยไฟเพ่ือป้องกนั กำรสะสมควำมร้อน
➢ เครื่องเช่ือมชนิดทเี่ คลื่อนทไ่ี ด้ต้องต่อสำยดนิ
➢ ขณะทำกำรเชื่อมควรมกี ำรระบำยอำกำศ
การเชื่อมและการตดั โลหะโดยใช้ก๊าซ
➢ ระมดั ระวงั ในกำรยกและเคลือ่ นย้ำยถงั บรรจกุ ๊ำซ
➢ ควรเกบ็ ถงั ในทร่ี ่มห่ำงจำกเปลวไฟ และควำมร้อน
➢ วำงถงั ในแนวต้งั และยดึ อย่ำงแขง็ แรง

➢ ก่อนกำรเคลือ่ นย้ำยควรครอบถงั ก๊ำซให้เรียบร้อย
➢ ถงั ออกซิเจนควรจดั เกบ็ แยกจำกถงั ก๊ำซเชื้อเพลงิ
➢ เมื่อต้องกำรเคลื่อนย้ำยถงั ก๊ำซ และถงั ออกซิเจนให้วำงถงั ลงในตะแกรง

ตะกร้ำหรืออปุ กรณ์อื่นๆ ทค่ี ล้ำยกนั ห้ำมใช้เชือกหรือลวดผูกมดั ถงั ก๊ำซโดยตรง
➢ ห้ำม ใช้ถงั ก๊ำซทร่ี ่ัวทดสอบโดยกำรใช้สบู่
➢ สำยต่อออกซิเจน และก๊ำซอะเซทลิ นี ต้องมอี ปุ กรณ์ป้องกนั เปลวไฟ

ติดต้งั อยู่หลงั ตัวควบคุมควำมดนั ก๊ำซ
การเจยี รโลหะ
➢ จะต้องติดต้งั เครื่องขดั ให้ยดึ แน่นกบั โต๊ะทม่ี น่ั คงและมฝี ำครอบป้องกนั อนั ตรำย
➢ ไม่ต้ังอตั รำรอบหมนุ ของจำนขดั เกนิ อตั รำ
➢ จำนทสี่ ึก ชำรุด ต้องเปลย่ี นใหม่
➢ ผู้ทปี่ ฏบิ ตั งิ ำน ต้องสวมแว่นนริ ภยั สวมเคร่ืองกรองอำกำศ และถงุ มือป้องกนั เศษโลหะ

27

ควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนเกยี่ วกับไฟฟ้ำ

กำรปฏิบัติงำนที่เกยี่ วกบั อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องตรวจวัดไฟฟ้ำ จำเป็ นต้องมีใบอนุญำตปฏิบัติงำน
รวมท้ังผู้ที่ผ่ำนกำรฝึ กอบรม หรือผู้ท่ไี ด้รับมอบหมำยเท่ำน้ันท่ีสำมำรถทำงำนเกย่ี วกบั ไฟฟ้ำ ซ่อมหรือต่อ
วงจรเคร่ืองมือไฟฟ้ำได้
1. พนักงำนท่ีทำงำนเกยี่ วกับกำรซ่อมแซม ต่อเติม ติดต้ังอุปกรณ์ไฟฟ้ำต้องสวมเสื้อผ้ำที่แห้ง และสวม

รองเท้ำพนื้ ยำงพร้อมท้งั ตัดกระแสไฟฟ้ำ
2. เคร่ืองมือท่ีใช้งำนกบั ไฟฟ้ำชนิดมือจบั ต้องมฉี นวนซึ่งอยู่ในสภำพดที ีด่ ้ำมจับไม่ควรนำอุปกรณ์ไฟฟ้ำท่ี

ชำรุดมำใช้งำน จนกว่ำจะได้รับกำรซ่อมแซมให้เรียบร้อย
3. ในกรณที ม่ี กี ำรปฏบิ ัติงำนตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือตดิ ต้งั ไฟฟ้ำต้องตดั สวติ ซ์ ลอ็ คกญุ แจ และแขวนป้ำย
4. ไม่นำอปุ กรณ์ไฟฟ้ำทช่ี ำรุดมำใช้งำนจนกว่ำจะได้รับกำรซ่อมแซมให้เรียบร้อย
5. ตรวจสอบอปุ กรณ์ป้องกนั ไฟฟ้ำดดู ไฟฟ้ำร่ัว ก่อนใช้อปุ กรณ์น้ันๆ เสมอ
6. กำรเปิ ดหรือปิ ดระบบไฟฟ้ำ ต้องแน่ใจก่อนว่ำปลอดภยั แล้ว
7. ปฏบิ ตั ิตำมระเบยี บอย่ำงเคร่งครัดเมื่อทำงำนในพนื้ ทอี่ นั ตรำย
8. ห้ำม ใช้บันไดโลหะ และวสั ดอุ ่ืนทเี่ ป็ นส่ือไฟฟ้ำขณะทำงำนเกย่ี วกบั ไฟฟ้ำ
9. ห้ำม ปฏบิ ัติงำนขณะทีย่ ังมีกระแสไฟฟ้ำอยู่ในระบบโดยเดด็ ขำด แต่ถ้ำไม่สำมำรถหลกี เลยี่ งได้จะต้องมี

พนักงำนอกี คนหน่งึ อย่ดู ้วยในขณะปฏบิ ัตงิ ำน
10. ก่อนกำรลงมือปฏบิ ัตงิ ำนทเ่ี กย่ี วกบั ไฟฟ้ำต้องปฏบิ ัตดิ งั นี้

➢ ตดั กำรจ่ำยกระแสไฟฟ้ำเข้ำสู่วงจรทกุ คร้ัง
➢ ต้องมปี ้ำยแขวนอธบิ ำยกำรทำงำน ณ ตำแหน่งทม่ี กี ำรหยดุ ทำงำนของเคร่ือง
11. เม่ือทำงำนเกย่ี วกบั ไฟฟ้ำเรียบร้อยแล้วต้องปฏบิ ัติดงั นี้
➢ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ำสำยดนิ และกำรทำงำนได้ตำมปกติเหมือนเดมิ
➢ ติดต้งั หรือปิ ดฝำครอบ และรอยต่อต่ำงๆ ให้เรียบร้อยก่อนทจ่ี ะจ่ำยกระแสไฟฟ้ำ
➢ เมื่อเคร่ืองไฟฟ้ำหรืออุปกรณ์ไฟฟ้ำที่ถูกจะเริ่มเดินเคร่ืองใหม่ จำเป็ นต้องให้พนักงำน 2 คน

ประสำนงำนกันท่ีจุดหยุดกำรทำงำนของเครื่อง เพ่ือให้แน่ใจว่ำจะสำมำรถปฏิบัติกำรได้อย่ำง
ถูกต้อง

28

ควำมปลอดภยั ในกำรใช้นั่งร้ำน

➢ กำรประกอบนง่ั ร้ำนต้องได้รับอนุญำตและตรวจสอบก่อนใช้งำน
➢ ต้องป้องกนั ล่วงหน้ำมใิ ห้วสั ดุ หรือเศษวสั ดุตกในระหว่ำงก่อต้ังหรือระหว่ำงใช้งำน
➢ แต่ละระดบั ของน่ังร้ำนจะต้องปูด้วยกระดำนไม้ให้เต็มที่ และมรี ำวไม้ก้นั ระดบั ของพนื้ โดยรอบ
➢ ช่องทำงขนึ้ ลงของแต่ละข้นั บันไดจะต้องมขี นำดเลก็ พอเหมำะในกำรขนึ้ ลง
➢ ยดึ กระดำนแต่ละแผ่นให้แน่น
➢ กำรก่อต้งั หรือรื้อถอนต้องหย่อนวสั ดุและอปุ กรณ์ทกุ อย่ำงของนง่ั ร้ำนลงมำโดยปลอดภัยห้ำมโยนลง

มำ

29

สุขภำพอนำมยั และโรคจำกกำรทำงำน

โรคจำกกำรทำงำน (Occupational Diseases)
โรคจำกกำรทำงำน หรือโรคจำกกำรประกอบอำชีพหรือตำมกฎหมำยเรียกว่ำ โรคซ่ึงเกดิ ขนึ้ เกยี่ วเน่ืองกบั

กำรทำงำน บำงโรคอำจจะปรำกฏอำกำรอย่ำงเฉียบพลนั เน่ืองจำกอำจได้รับสิ่งทำให้เกดิ โรค ในปริมำณ
ค่อนข้ำงสูง ในระยะเวลำอนั ส้ัน แต่บำงโรคอำจจะปรำกฏอำกำรแบบเรื้อรัง เนื่องจำกคนงำนจะค่อยๆ ได้รับ
ส่ิงทท่ี ำให้เกดิ โรคน้นั ทลี ะน้อยๆ เป็ นเวลำนำนหลำยเดือน หรือหลำยปี โรคส่วนใหญ่เมื่อเกดิ ขนึ้ แล้วจะมี
ควำมรุนแรงสูงบำงคร้ังไม่อำจรักษำให้กลบั สู่สภำพเดมิ ได้ และมจี ำนวนมำกทเ่ี ป็ นโรคนีเ้ กดิ ควำมรุนแรงมำก
จนพกิ ำรหรือเสียชีวติ

จำกประกำศกระทรวงรงงำนและสวสั ดกิ ำรสังคม กำหนดชนดิ ของโรคตำมพระรำช
บญั ญตั เิ งนิ ทดแทน พ.ศ. 2537 มจี ำนวน 32 โรค ดงั นี้

1. โรคจำกตะกวั่ /สำรประกอบตะกวั่ 17. โรคจำกคำร์บอนมอนนอกไซด์
2. โรคจำกแมงกำนสี /สำรประกอบแมงกำนีส 18. โรคจำกเบนซีนหรือสำรประกอบเบนซีน
3. โรคจำกสำรหนู /สำรประกอบสำรหนู 19. โรคฮำโลเจนเป็ นอนุพนั ธ์ของกล่มุ นำ้ มนั
4. โรคจำกเบอริลเสี่ยม /สำรประกอบเบอริลเลยี่ ม 20. โรคจำกสำรกำจดั ศัตรูพชื
5. โรคจำกปรอท /สำรประกอบปรอท 21. โรคจำกสำรเคมอี ื่น /สำรประกอบสำรเคมอี ่ืนๆ
6. โรคจำกโครเมย่ี ม /สำรประกอบโครเมย่ี ม 22. โรคจำกเสียง
7. โรคจำกนเิ กลิ้ /รประกอบนิเกลิ้ 23. โรคจำกควำมร้อน
8. โรคจำกสังกะสี /สำรประกอบสังกะสี 24. โรคจำกควำมเยน็
9. โรคจำกแคดเมยี่ ม /สำรประกอบแคดเมย่ี ม 25. โรคจำกควำมสั่นสะเทือน
10. โรคจำกฟอสฟอรัส /สำรประกอบฟอสฟอรัส 26.โรคจำกควำมกดดนั อำกำศ
11. โรคจำกคำร์บอนไดซัลไฟด์ 27. โรคจำกรังสีไม่แตกตวั
12. โรคจำกไฮโดรเจนซัลไฟด์ 28. โรคจำกรังสีแตกตัว
13. โรคจำกซัลเฟอรไดออกไซด์ /กรดซัลฟูริค 29. โรคจำกคล่ืนแม่เหลก็ -ไฟฟ้ำอ่ืนๆ
14. โรคจำกไนโตรเจนอ๊อกไซด์ /กรดไนตริค 30. โรคจำกฝ่ ุน
15. โรคจำกแอมโมเนยี 31. โรคติดเชื้อจำกกำรทำงำน
16. โรคจำกคลอรีน /สำรประกอบคลอลนี 32. โรคอื่น ๆ ซ่ึงเกดิ ขนึ้ ตำมลกั ษณะหรือสภำพ

30

สุขภำพอนำมยั และโรคจำกกำรทำงำน (ต่อ)

องค์ประกอบทที่ ำให้เกดิ โรคจำกกำรทำงำน จำแนกออกได้เป็ น 3 องค์ประกอบดงั นี้
1. ตวั เหตุของโรคหรือสิ่งทที่ ำให้เกดิ โรค หมำยถงึ สำเหตุทท่ี ำให้เกดิ โรคจำกกำรประกอบอำชีพ แบ่งออกได้

เป็ นกล่มุ ใหญ่ๆ คือ
➢ ตัวเหตุทำงเคมี หมำยถึง ซ่ึงอำจอยู่ในรูปของก๊ำซ ไอสำร ละออง ฝ่ ุน หรือตัวทำละลำยเช่น ยำฆ่ำ

แมลง ฝ่ ุนใยหิน สำรตะกว่ั แมงกำนสี ปรอท
➢ ตวั เหตุทำงกำยภำพ เช่น เสียง ควำมร้อน ส่ันสะเทือน และรังสีชนดิ แตกตัวเป็ นต้น
➢ ตัวเหตุทำงชีวภำพ ได้แก่ ไวรัส แบคทเี รีย เชื้อรำ พยำธิ และฝ่ นุ เส้นใยพืช เป็ นต้น

2. คนทที่ ำงำน เป็ นองค์ประกอบสำคญั ทเี่ กยี่ วข้องกบั กำรได้รับตวั เหตุของโรคและตอบ
สนองต่อโรคน้นั ส่ิงทมี่ อี ทิ ธิพลต่อกำรเกดิ โรคมหี ลำยประกำร เช่น
➢ กรรมพนั ธ์ุ ,เชื้อชำติ ,เพศ และอำยุ
➢ พืน้ ฐำนสุขภำพก่อนเข้ำทำงำน เช่น มโี รค /ควำมเจบ็ ป่ วยแฝงเร้นอยู่ และเมื่อได้รับตัวเหตุของโรค
บำงชนิดเข้ำไปอำจทำให้เกดิ โรคได้เร็วขนึ้
➢ ภำวะโภชนำกำรของแต่ละบุคคล
➢ พฤตกิ รรมในกำรทำงำน ,อนำมยั ส่วนบุคคล ,นสิ ัย
➢ พนื้ ฐำนกำรศึกษำทไี่ ม่เท่ำกนั

3. ประเภทของโรคจำกกำรทำงำน ซ่ึงแบ่งได้เป็ น 6 ประเภทดงั นี้
➢ โรคปอดจำกกำรทำงำน
➢ โรคผวิ หนงั จำกกำรทำงำน
➢ โรคจำกกำรทำงำนเกดิ จำกตัวเหตุทำงเคมี
➢ โรคมะเร็งจำกกำรทำงำน
➢ โรคจำกตวั เหตุทำงชีวภำพ ได้แก่ ไวรัส แบคทเี รีย เชื้อรำ พยำธิ และฝ่ ุนเส้นใยพืช
➢ โรคจำกตัวเหตุทำงกำยภำพ เช่น เสียงดงั ควำมร้อน ควำมส่ันสะเทือน รังสีชนิดแตกตัว เป็ นต้น

31

32

กำรรำยงำนและสอบสวนอุบัตเิ หตุ / อบุ ตั ิกำรณ์

อบุ ตั เิ หตุ/ อบุ ตั กิ ำรณ์ใดๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ถือเป็ นควำมจำเป็ นอย่ำงยงิ่ ทจี่ ะต้องรำยงำนและแจ้งให้ทรำบโดยทัว่
กัน เพ่ือให้มีกำรดำเนินกำร สอบสวน และแก้ไขตำมสำเหตุที่พบป้องกนั เหตุกำรณ์ท่ีอำจเกิดขึน้ อกี โดยมี
สำเหตุคล้ำยคลงึ กนั ในอนำคต

กำรรำยงำนอุบัตเิ หตุ

กำหนดให้มีกำรรำยงำน เหตุกำรณ์ท่ีเกดิ ขึ้นทุกชนิดท่ีเป็ นสำเหตุ หรืออำจทำให้เกิดกำรบำดเจ็บ ,
ทรัพย์สินเสียหำย หรือเป็ นกำรทำลำยสภำพแวดล้อม ให้ผ้บู ริหำรทเี่ กย่ี วข้องในพืน้ ทที่ เ่ี กดิ เหตุรับทรำบ

เม่ือเกดิ เหตุกำรณ์ข้ำงต้น ควรมกี ำรรำยงำนโดยวำจำให้หัวหน้ำงำนในพื้นท่ีรับทรำบและเมื่อสำมำรถ
ควบคุมสถำนกำรณ์ได้ท้ังหมดแล้ว จะต้องเขียนรำยงำนให้เร็วที่สุดเท่ำที่กระทำได้ โดยใช้เวลำไม่เกิน 24
ชั่วโมงหลังเกิดเหตุส่ งมำที่ จป.วิชำชีพ โดย หน่วยงำนท่ีเกิดเหตุเขียนรำยงำนตำมแบบฟอร์ม อธิบำย
เหตุกำรณ์ทเ่ี กดิ ขนึ้ อย่ำงชัดเจน และรำยงำน แจ้งต่อ จป.วชิ ำชีพ(ด้วยเอกสำร) และสำยกำรบงั คบั บัญชำ

รำยละเอยี ดและข้นั ตอนกำรดำเนินกำร ถกู อธิบำยในแบบรำยงำน

33

กำรสอบสวนอุบตั ิเหตุ

หำกเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้น เป็ นเหตุฉุกเฉิน และได้มีกำรปฏิบัติตำมแผนระงับเหตุฉุกเฉินแล้ว ผู้บริหำร
จะต้องทำกำรสอบสวนเหตุกำรณ์ทเี่ กดิ ขึน้ เพ่ือหำสำเหตุพืน้ ฐำน (Basic Causes) เพ่ือนำไปสู่กำรแก้ไข และ
เพ่ือให้เป็ นตำมข้อกำหนดของกฎหมำย

กรณที อี่ บุ ตั เิ หตุเกดิ ขนึ้ หวั หน้ำงำนร่วมกบั เจ้ำหน้ำทค่ี วำมปลอดภยั หรือทมี สอบสวนต้องทำกำรสอบสวน
เพอ่ื หำสำเหตุและทบทวนสถติ อิ บุ ัติเหตุ เพื่อระบุชี้ถงึ ปัญหำทเี่ กดิ ขนึ้ และดแู นวโน้มของอบุ ตั เิ หตุ เพื่อหำทำง
ควบคุม ป้องกนั ก่อนท่เี กดิ ควำมสูญเสียมำกขึน้ โดยรำยงำนต่อคระกรรมกำรควำมปลอดภัย เพื่อกำหนด
คำสั่ง เพ่อื ดำเนินกำรแก้ไขต่อไป

ประเภทและชนดิ ของอบุ ตั เิ หตุ / อุบตั ิกำรณ์

1. เหตุกำรณ์ทเี่ กดิ ขนึ้ เนื่องจำกกำรปฏบิ ตั ิงำน ด้งั นี้
1.1 กำรเสียชีวติ หรือพกิ ำร
1.2 กำรบำดเจบ็ /เจบ็ ป่ วย ซึ่งทำให้สูญเสียเวลำงำน (Loss-Time)
1.3 กำรบำดเจบ็ /เจบ็ ป่ วย ทไี่ ม่ต้องหยดุ งำน (Minor)
1.4 อบุ ตั เิ หตุร้ำยแรงทต่ี ้องเข้ำรับกำรรักษำในโรงพยำบำล
1.5 อบุ ตั เิ หตุไม่ร้ำยแรงทตี่ ้องเข้ำรับกำรรักษำในโรงพยำบำล
1.6 อบุ ตั เิ หตุร้ำยแรงทไ่ี ด้รับกำรปฐมพยำบำล
1.7 อบุ ัติเหตุไม่ร้ำยแรงทไ่ี ด้รับกำรปฐมพยำบำล
1.8 อบุ ตั เิ หตุเกย่ี วกบั ยำนพำหนะ และกำรขนส่ง
1.9 อบุ ตั เิ หตุเกยี่ วกบั ผู้ปฏบิ ตั ิ
1.10 อุบัติเหตุท่ีมีน้ำมัน สำรเคมี หก ล้น หรือ รั่วไหล หรือเหตุกำรณ์ใดๆ ท่ีก่อให้เกิดปัญหำด้ำน
ส่ิงแวดล้อม
1.11 อบุ ตั ิเหตุเกย่ี วกบั ก๊ำซ LPG
1.12 อบุ ัติเหตุทม่ี ที รัพย์สิน ,อปุ กรณ์เสียหำย
1.13 อบุ ตั เิ หตุทเ่ี กดิ กบั ผ้รู ับเหมำ

34

องค์ประกอบของกำรตดิ ไฟ

ไฟจะเกดิ ขนึ้ ได้ต้องมอี งค์ประกอบ 3 ประกำรด้วยกนั คือ
1. เชื้อเพลงิ
2. อณุ หภูมิ
3. อำกำศ
เรำสำมำรถป้องกันกำรติดไฟได้ โดยแยกองค์ประกอบ 2 อย่ำง ออกจำกองค์ประกอบท่ี 3 เอำ
องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึง่ ออกจำกอกี สององค์ประกอบกจ็ ะสำมำรถดบั ไฟได้

ประเภทของไฟและเครื่องดบั เพลิง

1. อคั คภี ยั ประเภท A ได้แก่ อคั คภี ยั ทเี่ กดิ ขนึ้ จำก เช่น ไม้ กระดำษ เศษ ผ้ำ
และขยะ อคั คภี ยั เหล่ำนี้ ใช้นำ้ ธรรมดำหรือนำ้ ยำดบั เพลงิ ได้

2. อคั คภี ยั ประเภท B ได้แก่ อคั คภี ยั ทเ่ี กดิ ขนึ้ จำกนำ้ มนั เชื้อเพลงิ ต่ำงๆ เช่น
นำ้ มนั สำมำรถดบั ได้โดยใช้เคร่ืองดบั เพลงิ แบบทฉี่ ีดเป็ นฟองหรือแบบ
ก๊ำซคำร์บอนไดออกไซค์ Co2 หรือ ผงเคมแี ห้ง Dry Chemical

3. อคั คภี ยั ประเภท C ได้แก่ อคั คภี ยั ทเี่ กดิ ขนึ้ จำกเครื่องอปุ กรณ์ไฟฟ้ำ สำร
ดบั เพลงิ ทใ่ี ช้ได้มเี ฉพำะนำ้ ยำ ชนดิ ทไ่ี ม่เป็ นส่ือไฟฟ้ำเท่ำน้นั เช่น เคร่ือง
ดบั เพลงิ แบบก๊ำซคำร์บอนไดออกไซค์ Co2 หรือผงเคมแี ห้ง Dry Chemical

4. อคั คภี ยั ประเภท D ได้แก่ อคั คภี ยั ทเี่ กดิ จำกเชื้อเพลงิ ทเ่ี ป็ นโลหะ เช่น
แมกนเี ซียม ลเิ ทยี ม และโซเดยี ม เชื้อเพลงิ จะมคี วำมร้อนสูงและลกุ ไหม้
ตลอดเวลำ ต้องใช้เครื่องดบั เพลงิ และวธิ กี ำรชนิดพเิ ศษเท่ำน้นั

35

กำรป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั

กำรป้องกนั อคั คภี ยั เป็ นหน้ำทข่ี องทุกคน ทตี่ ้องปฏบิ ตั ิอย่ำงเคร่งครัด
➢ สถำนทท่ี ำงำน สถำนทเี่ กบ็ วสั ดหุ รืออปุ กรณ์ ต้องสะอำดและเป็ นระเบยี บเรียบร้อย
➢ ห้ำมสูบบุหร่ี หรือทำให้เกดิ ประกำยไฟในบริเวณทอี่ ำจก่อให้เกดิ อคั คภี ยั ได้
➢ ห้ำมทงิ้ ก้นบุหรี่ หรือวตั ถุทม่ี คี วำมร้อนลงในตะกร้ำ ถงั ขยะ

หรือสิ่งรองรับอนื่ ๆ ทอ่ี ำจก่อให้เกดิ อคั คภี ยั รวมท้งั นอกพืน้ ทใ่ี ห้สูบบุหรี่
➢ เชื้อเพลงิ สำรไวไฟ หรือสำรเคมี ต้องจดั เกบ็ และขน

ย้ำยให้ถูกวธิ แี ละใช้ควำมระมดั ระวงั เป็ นพเิ ศษ
➢ หมน่ั ตรวจสอบอปุ กรณ์ป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั ห้ำมมสี ิ่งของวำงกดี ขวำงเดด็ ขำด
➢ เส้นทำงหนไี ฟ ทำงเดนิ ต่ำงๆ จะต้องรักษำควำมสะอำด และไม่วำงส่ิงของกดี ขวำงทำงเดด็ ขำด
➢ เศษผ้ำ เศษวสั ดุทเ่ี ปื้ อนนำ้ มนั เศษวสั ดุอื่นๆ ทต่ี ิดไฟได้จะต้องแยกประเภทให้ชัดเจน
➢ ต้องฝึ กซ้อมกำรดบั เพลงิ เบื้องต้น และซ้อมอพยพหนไี ฟ ตำมระยะเวลำทก่ี ำหนด
➢ ผู้รับเหมำช่วง ต้องอยู่ในควำมควบคุมดแู ลของผ้คู วบคุมงำน

36

แผนกำรอพยพหนไี ฟ

1. เม่ือสัญญำณแจ้งเหตุเพลงิ ไหม้ดงั ขึ้น และมีคำส่ังให้อพยพหนีอคั คภี ยั ได้ ให้พนักงำนปฏิบัติตำมลำดบั
ข้นั ต่ำงๆ ดงั นี้
➢ หยุดทำงำนทนั ที หรือหำกอยู่ในห้องนำ้ กใ็ ห้รีบออกจำกห้องนำ้ โดยเร็ว
➢ เกบ็ ทรัพย์สินมคี ่ำและเอกสำรสำคญั เตรียมอพยพ
➢ ถอดปลก๊ั ไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้ำและเคร่ืองจกั รท้งั หมด
➢ ออกจำกพนื้ ที่ โดยใช้ทำงออกฉุกเฉิน หรือตำมเส้นทำงหนีไฟทกี่ ำหนด
➢ เมื่อออกจำกอำคำรได้แล้วให้พนักงำนทุกคนไปรวมกัน ณ ทีร่ วมพลโดยแยกออกเป็ นส่วนงำนไม่
ปะปน เพ่ือตรวจสอบ ไม่ให้มพี นกั งำนติดค้ำงอย่ใู นอำคำร
➢ หวั หน้ำงำน/ผ้ตู รวจสอบรำยช่ือและรำยงำนต่อผ้อู ำนวยกำรควบคุมเหตุฉุกเฉิน ณ จดุ รวมพล
➢ ถ้ำยอดครบ ผ้อู ำนวยกำรควบคมุ เหตุฉุกเฉินแจ้งพนกั งำนอยู่ในจุดรวมพล จนกว่ำเหตุกำรณ์สงบ
➢ ถ้ำยอดไม่ครบ ผู้อำนวยกำรควบคมุ เหตุฉุกเฉินสั่งหน่วยค้นหำเข้ำทำกำรค้นหำและช่วยเหลือ
➢ ทมี ฉุกเฉินออกมำยงั จุดรวมพล และรำยงำนตัวต่อ ผู้อำนวยกำรควบคุมเหตุฉุกเฉิน เพ่อื รอรับคำสั่ง
➢ หำกมีผู้บำดเจ็บหรือสูญหำย ผู้อำนวยควบคุมเหตุฉุกเฉินสั่งกำรให้ทีมค้นหำช่วยเหลือและทีม
พยำบำล ทำกำรช่วยเหลือ
➢ ทมี พยำบำลเข้ำทำกำรปฐมพยำบำลหำกไม่ดขี นึ้ ให้ทมี อพยพเคลื่อนย้ำยนำผู้บำดเจบ็ ส่งโรงพยำบำล
ทใี่ กล้ทส่ี ุด
➢ ห้ำม พูดหรือรำยงำนข้อมูลใดๆ เก่ยี วกับเหตุกำรณ์ฉุกเฉินให้กับบุคคลภำยนอกหรือนักข่ำวก่อน
ได้รับอนุญำต ซ่ึงอำจส่งผลเสียร้ำยแรงต่อบริษทั ฯ
➢ ห้ำมบุคคลภำยนอก เข้ำ-ออก ขณะเกดิ เหตุ
➢ ผ้อู ำนวยควบคุมเหตุฉุกเฉิน สั่งกำรจนกว่ำเหตุกำรณ์จะสงบ
➢ หำกมคี วำมรุนแรง และกระจำยไปยังชุมชน หรือบริษัทใกล้เคียง ฝ่ ำยประสำนงำน ต้องทำกำรแจ้ง
หัวหน้ำชุมชนและบริษัทข้ำงเคยี งรับทรำบและอพยพออกจำกเส้นทำงของกล่มุ ควนั ไหลผ่ำน

37

แผนฉุกเฉินกรณกี ๊ำซแอลพจี ี (LPG) ร่ัวไหล

การปฏบิ ตั เิ พอ่ื ให้เกดิ ความปลอดภยั
➢ ถ้ำสูดดม หรือหำยใจเข้ำไปมำกๆ อำจทำให้ขำดอำกำศหำยใจ ให้รีบนำผู้ป่ วยออกไปยังพื้นที่มีอำกำศ

บริสุทธ์ิ
➢ กรณกี ๊ำซเข้ำตำอำจทำให้เย่ือหุ้มตำอกั เสบ ให้รีบล้ำงตำด้วยนำ้ สะอำดแล้วนำส่งแพทย์ทนั ที
➢ ถ้ำถกู ผวิ หนัง เนื่องจำกก๊ำซมคี วำมเยน็ อำจทำผวิ หนังไหม้
➢ เกบ็ ในทอี่ ำกำศถ่ำยเทได้สะดวก
➢ ในกำรขนย้ำยและจดั เกบ็ จะต้องหลกี เลยี่ งบริเวณทม่ี ปี ระกำยไฟ
➢ กรณเี กดิ ก๊ำซรั่วไหล ถ้ำไม่สำมำรถหยุดได้ให้เคล่ือนย้ำยถงั ใบน้ันไปยงั บริเวณทโี่ ล่ง แล้วปล่อยก๊ำซออกให้

หมด บริเวณทอ่ี บั อำกำศหำกมกี ๊ำซสะสมอำจทำให้เกดิ กำรระเบดิ
➢ สำรทใี่ ช้ในกำรดบั เพลงิ เช่น ผงเคมแี ห้ง, นำ้ , คำร์บอนไดออกไซด์, โฟม

แผนฉุกเฉินกรณสี ำรเคมีหกร่ัวไหล

➢ พนักงำนท่ีพบเหตุสำรเคมหี กรั่วไหลแจ้งเพื่อนร่วมงำน/หัวหน้ำงำน และเข้ำระงับเหตุในเบื้องต้นด้วย
อปุ กรณ์ PPE ทจ่ี ดั ไว้ให้ และปฏบิ ัติตำมข้นั ตอนดงั ต่อไปนี้

➢ ถ้ำระงบั ได้ให้รำยงำนหวั หน้ำงำน , จป.วชิ ำชีพ
➢ หำกไม่สำมำรถระงับเหตุได้ให้แจ้งหัวหน้ำงำน และ จป. เพ่ือแจ้งทีมฉุกเฉินเข้ำระงับเหตุและแจ้ง

ผู้อำนวยกำรเหตุฉุกเฉิน
➢ ผู้อำนวยกำรเหตุฉุกเฉิน / จป./ ทมี ฉุกเฉิน เข้ำตรวจสอบพื้นท่ี และส่ังกำรให้ทีมฉุกเฉินทำกำรปิ ดก้นั

พืน้ ทกี่ นั ผ้ไู ม่มสี ่วนเกย่ี วข้อง
➢ ผู้อำนวยกำรเหตุฉุกเฉิน แจ้งประชำสัมพันธ์ประกำศเสียงตำมสำย และกดสัญญำณแจ้งเหตุฉุกเฉิน

(กรณสี ำรเคมที ร่ี ่ัวไหล เป็ นชนิดทม่ี คี วำมเป็ นพษิ หรือมอี นั ตรำยร้ำยแรง)

38

สี / ลักษณะ ควำมหมำย ตัวอย่ำงกำรใช้งำน
เตือน / ระวงั มอี นั ตรำย
ระวงั สำรเคมีอนั ตรำย, ระวงั ไฟฟ้ำแรงสูง
บังคบั ให้ต้องปฏบิ ตั ิ ระวังอันตรำยจำกเครื่องจกั ร , ระวงั ของมีคม
แสดงสภำวะปลอดภัย
หยุด / ห้ำม บังคบั ให้ต้องสวมเคร่ืองป้องกนั ส่วนบุคคล
เครื่องหมำยบังคบั / แนะนำ

ทำงหนีไฟ, ทำงออกฉุกเฉิน, โทรศัพท์ฉุกเฉิน,
ห้องพยำบำล, อ่ำงล้ำงตำ/ฝกั บัวชำระฉุกเฉนิ

ห้ำมถ่ำยรูป, ห้ำมทำนอำหำร, ห้ำมสูบบุหร่ี
ห้ำมตรงไป, หยดุ ตรวจ, จำกัดควำมเร็ว

เคร่ืองหมำยควำมปลอดภยั ทีค่ วรรู้

ข้อควร ปฎบิ ัติกบั เครื่องหมำยควำมปลอดภยั
1. ต้องทำควำมเข้ำใจเครื่องหมำยควำมปลอดภยั ทกุ เคร่ืองหมำยอย่ำงถ่องแท้
2. ห้ำม เคล่ือนย้ำยตำแหน่งหรือนำเอำแผ่นป้ำยเคร่ืองหมำยควำมปลอดภยั ออก
3. เคร่ืองหมำยควำมปลอดภยั ต้องสมบูรณ์ ชัดเจนและสะอำด

39

บทลงโทษ

กำรลงโทษ
พนกั งำนบริษทั ฯ และหรือ พนักงำนของผู้รับเหมำ ทฝ่ี ่ ำฝื นไม่ปฏบิ ตั ติ ำมคู่มือควำมปลอดภยั ของ

บริษทั ฯ ถือว่ำมคี วำมผดิ ตำมกฎระเบียบของบริษทั ซ่ึงจะได้รับโทษว่ำกล่ำวตกั เตือน ภำคฑณั ท์ หรือ ปลด
ออกจำกงำน ตำมระเบียบข้อบงั คบั ของบริษัทฯ และกฎหมำยแรงงำน (พ.ร.บ. แรงงำน ปี 2541)

40

เบอร์โทรศัพท์กรณฉี ุกเฉิน

บริษทั อนิ เตอร์โรล (ประเทศไทย) จำกดั

โทร ; 038-316400-43

เบอร์โทรศัพท์แจ้งเหตฉุ ุกเฉิน (ภำยใน)

1. กรรมกำรบริษทั ฯ คณุ ไกรสร นำคะพงศ์ โทร 081-6401035
2. ผู้ช่วยผู้จดั กำรฝ่ ำยผลติ คณุ กฤษณ์ปกรณ์ เต็นติรัมย์ โทร 085-1151141
3. ฝ่ ำยบุคคล คุณพเยำว์ บุญธรรม โทร 089-6053322
4. จป.วชิ ำชีพ คณุ มำลี ไวยกลู โทร 086-8304225

เบอร์โทรศัพท์แจ้งเหตฉุ ุกเฉิน (ภำยนอก)
1. ศูนย์รักษำควำมปลอดภยั และงำนบรรเทำสำธำรณภยั อมตะนคร โทร. 038-213191, 038-213009
2. อบต. มำบโป่ ง โทร.038-154605
3. สถำนดี บั เพลงิ อบต. พำนทอง โทร. 038-452308-9
4. สถำนดี บั เพลงิ เทศบำลตำบลหนองตำลงึ โทร. 038-206199 , 038-206-592
5. สถำนีตำรวจภูธร พำนทอง จ.ชลบุรี โทร. 038-451111-2, 038-451978
6. โรงพยำบำลวภิ ำรำม อมตะนคร โทร. 038-316999
7. โรงพยำบำลพำนทอง โทร. 038-451118
8. โรงพยำบำลชลบุรี โทร. 038-934489 , 038-931534

41

42

43

44


Click to View FlipBook Version
Previous Book
Manual MQS
Next Book
majlis perpisahan