ใบความรู้เร่ือง ประโยคไทยใช้ใหถ้ ูก หน่วยที่ ๔ แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๖
รายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย ท๒๓๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓
ประโยคในภาษาไทย จาแนกตามโครงสร้างมี ๓ ชนิด
๑. ประโยคสามัญ หมายถึง ประโยคที่มีใจความเดียว ซ่ึงจะมีบทประธานและบทแสดงอย่างละหน่ึงเดียว
เท่านั้น อาจมีกริยาหลักเพียงกริยาเดียวหรือกริยาหลักหลายกริยาก็ได้แต่มีใจความสาคัญเพียงอย่างเดียว
ไมม่ ีคาเชือ่ มประโยค
ประโยคสามัญแบ่งออกเป็น ๒ ชนดิ
๑.๑ ประโยคสามัญกรยิ าหลักกรยิ าเดยี ว เช่น
มาลีกาลงั รดนา้ ต้นไม้ เขาหัวเราะ ม้าวง่ิ สเุ มธอา่ นหนงั สือพมิ พ์ วนั นี้เขาคงจะมาท่ีบา้ นฉัน
๑.๒ ประโยคสามญั กรยิ าหลักประเภทกริยาเรียง เช่น
ตารวจวิ่งไล่จบั ผู้รา้ ย ชาตรีขบั รถข้ามสะพาน แมววง่ิ ไล่จับหนู ราตรพี ับผา้ เกบ็ ไว้ในตู้
๒. ประโยครวม หมายถึง ประโยคที่มีประโยคสามัญต้ังแต่ ๒ ประโยคข้ึนไปมารวมกัน โดยมีคาสันธาน
เชื่อมประโยค เพ่ือให้ได้ใจความติดต่อกันเป็นประโยคเดียวกัน ถ้าประธานหรือกริยาของประโยค
เป็นความเดยี วกันก็อาจละได้ แบง่ เปน็ ๔ ชนิด คือ
๒.๑ ประโยครวมที่มีใจความคล้อยตามกัน ใช้คาสันธานเชื่อมประโยค และ กับ ทั้ง….แล ถ้า….
จึง พอ….ก็ เม่อื ….ก็ แลว้ ….จึง แล้ว….ก็ เช่น
มาลีและรตั ตกิ าลกาลังทาแบบฝกึ หัด ทัง้ เขาและเธอต่างก็ต้ังใจเรียน
พอฉันทาการบ้านเสรจ็ วรวุฒกิ ็มาถงึ บ้านฉัน ถา้ ฉนั สอบไดค้ ะแนนดคี ุณพอก็จะให้รางวัลแก่ฉัน
๒.๒ ประโยครวมท่มี ใี จความขัดแย้งกัน ใช้คาสันธานเช่ือมประโยค แต่ แต่ทว่า ถึง….ก็ ท้ังที่….ก็
กวา่ ….ก็ แม้วา่ ….ก็ แม…้ .ก็ เชน่
น้องชอบวิชาวิทยาศาสตร์แต่ฉันชอบวิชาภาษาไทย สมบตั ิชอบทุเรียนสว่ นสมชายชอบมังคุด
ถึงฝนจะตกเพียงใดเรากจ็ ะไปให้ได้ กว่าเขาจะมาถึงบา้ นแม่กป็ ิดประตูแล้ว
๒.๓ ประโยครวมที่มีใจความให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหน่ึง ใช้คาสันธานเชื่อมประโยค หรือ
มฉิ ะนน้ั ไม่เชน่ นน้ั มฉิ ะน้นั ….ก็ ไม่….ก็ หรอื ไม่อย่างนัน้ ….ก็ เช่น
เธอชอบผลไมห้ รือขนมหวาน เธอตอ้ งออกกาลังกายเสมอมิฉะนั้นจะไม่แข็งแรง
นชุ ต้องขยันทางานมิฉะน้ันเธอจะไม่มเี งิน ถา้ คณุ ไม่รบั ประทานผักก็ต้องรับประทานผลไม้
๒.๔ ประโยครวมท่ีมีใจความเป็นเหตุเป็นผลกัน ใช้สันธานเชื่อมประโยค จึง เพราะ….จึง
เพราะฉะน้ัน เพราะฉะนนั้ ….จึง เพราะวา่ ดังนั้น….จงึ เช่น
เพราะมาลัยทาความดีจงึ ได้รับแต่สงิ่ ที่ดีๆ เพราะเขาขยันเรยี นเขาจึงสอบไดค้ ะแนนดี
เพราะเขาเปน็ คนเก่งจงึ ไดร้ บั รางวัลมากมาย
๓. ประโยคซ้อน คือ ประโยคที่ประกอบด้วยประโยคความเดียว ๒ ประโยคข้ึนไปซ้อนกันอยู่
โดยมีประโยคหนึ่งเป็นประโยคหลัก เรียกว่า มุขยประโยค และมีประโยคความเดียวอีกประโยคหน่ึงมาขยาย
ประโยคหลัก เรียกว่า อนุประโยค ขยายส่วนใดส่วนหน่ึงของประโยคหลักเพื่อให้ได้ใจความชัดเจนดี ย่ิงขึ้น ทั้งยัง
ทาใหเ้ นอ้ื ความของประโยคสละสลวยยิ่งข้ึนอีกด้วย
ชนดิ ของประโยคความซ้อน แบง่ ตามอนปุ ระโยคท่ีมาขยาย แบ่งออกเป็น ๓ ชนิด คอื
๓.๑ ประโยคซ้อนที่มีนามานุประโยค คือ อนุประโยคที่ทาหน้าที่แทนนาม คือ เป็นประธาน
บทกรรมและ ขยายนาม เชน่ ตัวอยา่ งนามานปุ ระโยคที่ยกมาต่อไปน้ี เช่น
บทประธาน : ๑. เขาพูดเช่นนี้เป็นการสอ่ นิสัยชัว่
มขุ ยประโยค = เขาส่อนิสัยช่วั
อนุประโยค = เขาพดู เช่นน้ี
๒. คนเดินรมิ ถนนมองดูตารวจ
มขุ ยประโยค = คนมองดูตารวจ
อนปุ ระโยค = คนเดินริมถนน
บทกรรม : ๑. ฉันเห็นเด็กเรียนหนงั สือ
มขุ ยประโยค = ฉันเห็นเด็ก
อนุประโยค = เด็กเรียนหนงั สือ
๒. เขาพูดว่าต้นเงาะงอกข้ึนในกระถาง
มุขยประโยค = เขาพดู
อนปุ ระโยค = ต้นเงาะงอกข้ึนในกระถาง
๓. เขาทาใหฉ้ ันกลัวผี
มุขยประโยค = เขาทาฉัน
อนปุ ระโยค = ฉันกลัวผี
บทขยาย : ๑. อาหารสาหรบั นักเรียนเล่นละครมีอยใู่ นหอ้ ง
มุขยประโยค = อาหารมีอยใู่ นห้อง
อนปุ ระโยค = นกั เรียนเล่นละคร
๒. การเงินของพ่อคา้ ขายของชาฝืดเคืองมาก
มุขยประโยค = การเงินของเขาฝืดเคือง
อนุประโยค = พอ่ คา้ ขายของชา
ข้อสังเกต มีข้อที่สังเกตนามานุประโยคตามตัวอย่างข้างบนน้ีให้ถือว่า คา ว่า ให้ สาหรับ ของ เป็นบท
เชื่อมประโยคท่ีตามมา ข้างหลังเป็น นามานุประโยค ถ้าสกรรมกริยา (กริยาที่ต้องการกรรม) ท่ีอยู่ข้างหน้า คา ว่า
ให้ นนั้ ไมม่ กี รรมมารบั ได้ความสมบรู ณ์แล้ว ประโยคทอ่ี ยูห่ ลังคา ว่าหรือ ให้ น้ันตอ้ งเป็น วเิ ศษณานุประโยค
๓.๒ ประโยคซ้อนทม่ี ีคณุ านุประโยค คือ อนุประโยคทท่ี าหน้าที่ขยายคา นาม สรรพนาม ในมุขย
ประโยค โดยมปี ระพันธสรรพนาม ท่ี ซึ่ง อนั เป็นบทเชื่อม เช่น
- คนทีไ่ มจ่ า่ ยทรพั ย์ตามสมควรยอ่ มเหมือนฝังทรัพย์ทิง้ จมดิน
- นกั เรียนท่ีต้ังใจเรียนย่อมประสบความสาเร็จ
- แกว้ กระจกซึง่ รวมอยู่กบั สุวรรณย่อมเล่ือมพรายเหมือนมรกต
- บคุ คลอันมีจิตสงบแล้วมีสขุ ในโลก
ขอ้ สงั เกต ประโยคทตี่ ามหลงั ประพันธสรรพนาม (ที่ ซง่ึ อัน) จะเป็นคุณานุประโยค
๓.๓ ประโยคซ้อนท่ีมีวิเศษณานุประโยค คือ อนุประโยคซึ่งทาน้าที่เป็นวิเศษณ์สาหรับขยาย
กรยิ า หรอื ขยายวเิ ศษณ์ อนั เปน็ ส่วนหนง่ึ ของมุขยประโยค เชน่
- เขามาหาเม่ือฉันไม่อยู่ (ขยายกริยา มา)
- เขาดีจนฉันเกรงใจ (ขยายกริยา ด)ี
- เขาพูดเสียงดังจนเพ่อื น ๆ ราคาญ
- เขามาหาฉันขณะท่ฉี ันรดนา้ ต้นไม้
- หมองูตายเพราะงูกัด (ขยายกริยา ตาย)
ขอ้ คิดเห็น คือ ประโยคทม่ี ีใจความสาคัญเป็นประโยคหลกั และมปี ระโยคย่อยแทรกอยู่ด้วย ประโยคย่อยน้ี
ทาหน้าท่ีขยายคานาม (ขึ้นต้นด้วย คาเชอื่ ม ท่ี ซึ่ง อัน) หรือคากริยา (ขึ้นต้นด้วย คาเชื่อม เมื่อ จน เพื่อ ต้ังแต่
เพราะ ฯลฯ) ในประโยคหลัก