เร่อื งมัทนะพาธา
ประวัติพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาวชิราวธุ สมภพเมื่อวันเสาร์ท่ี ๑ มกราคม
พทุ ธศักราช ๒๔๒๔ เปน็ พระราชโอรสองคท์ ่ี ๒๙ ในพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว (รชั กาลที่ ๕) พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หวั มี
พระอัจฉริยภาพและทรงบาเพญ็ พระราชกรณยี กจิ ในหลายสาขา ทั้งด้านการเมือง
การปกครอง การทหาร การศกึ ษา การสาธารณสุข การต่างประเทศและท่สี าคัญ
ทีส่ ุดคือด้านวรรณกรรมและอกั ษรศาสตร์ ไดท้ รงพระราชนพิ นธ์บทร้อยแก้วและ
ร้อยกรองไว้นับพันเรอ่ื ง เมอ่ื เสด็จสวรรคตแล้วไดร้ ับการถวายราชสมัญญาวา่
“สมเด็จพระมหาธรี ราชเจา้ ” เป็นกษัตริยใ์ นพระราชวงศ์จกั รีพระองคแ์ รกท่ีไมม่ วี ดั
ประจารัชกาล แต่ไดท้ รงมกี ารสถาปนาโรงเรียน “มหาดเล็กหลวง” หรอื วชิราวุธ
วทิ ยาลัยในปัจจบุ ันขน้ึ แทน
ดว้ ยทรงพระราชดารวิ ่าพระอารามน้นั มีมากแล้ว จึงทรงพระราชดาริให้สร้างโรงเรียน
ขนึ้ แทน
ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ องคก์ ารการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง
สหประชาชาติ (UNESCO) ได้ยกยอ่ งพระเกียรตคิ ณุ วา่ “ทรงเปน็ บุคคลสาคญั ของโลก
ผู้มีผลงานดีเดน่ ด้านวัฒนธรรมในฐานะท่ที รงเปน็ นักปราชญ์ นักประพนั ธ์ กวี และนกั แต่ง
บทละครไว้เป็นจานวนมาก....พระนามแฝงของพระองคม์ มี ากมาย เช่น พระขรรคเ์ พชร
ศรีอยธุ ยา อัศวพาหุ รามจิต รามจติ ติ รามสูร พันแหลม สุครพี จลุ สมติ มหาสมิต
พรานบญุ คอแดง พาลี พนั ตา ฯลฯ พระนามแฝงหรอื นามปากกานิยมมีมาแต่สมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยหู่ ัวรัชกาลที่ ๕ เนอ่ื งจากมเี จา้ นายช้นั สูง และ
ขุนนางไปศกึ ษาต่อในต่างประเทศกันมาก
ลกั ษณะคาประพันธ์
บทละครพดู คาฉันท์เร่ือง “มัทนะพาธา” ประกอบดว้ ยคาประพนั ธ์หลายชนดิ
ดังน้ี
๑. กาพย์ ประกอบไปด้วย กาพยย์ านี ๑๑ กาพยฉ์ บงั ๑๖ และกาพย์
สุรางคนางค์ ๒๘
๒. ฉันท์ ประมาณ ๒๑ ชนดิ เชน่ วิชชุมมาลาฉนั ท์ ๘
อนิ ทรวิเชยี รฉันท์ ๑๑ อปุ ชาตฉิ นั ท์ ๑๑ ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒
อินทวงศ์ฉนั ท์ ๑๒ และ วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ เป็นต้น
ความเปน็ มา
ความเปน็ มา มทั นะพาธา แปลวา่ ความเจบ็ ปวดหรอื ความเดอื ดรอ้ นเพราะความรกั บทละครพูดคาฉันทเ์ รอ่ื งมทั นะพาธา
หรือตานานแหง่ ดอกกุหลาบ มีลกั ษณะเปน็ บทละครพดู คาฉนั ท์ จานวน ๕ องก์ แบง่ เปน็ ๒ ภาคคอื ภาคสวรรคแ์ ละ
ภาคพนื้ ดนิ เป็นบทพระราชนพิ นธจ์ ากจนิ ตนาการในพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หัว ทรงใหน้ างเอกของเรอ่ื งมนี าม
วา่ มัทนา ซึ่งหมายถงึ ความลมุ่ หลงหรอื ความรัก แทนคาวา่ “กุพชกะ” ที่แปลวา่ ดอกกหุ ลาบ
บทละครพูดคาฉนั ทเ์ รอ่ื งมทั นะพาธาพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเรม่ิ พระราชนพิ นธเ์ ม่ือวนั ท่ี ๒
กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๖๖ ณ ราชวงั พญาไท และเสรจ็ สมบรู ณใ์ นวนั ที่ ๑๘ ตุลาคมปเี ดยี วกนั เมอื่ พระราชนพิ นธ์เสรจ็ ก็
พระราชทานแกส่ มเดจ็ พระนางเจา้ อนิ ทรศกั ดศิ์ จพี ระวรชายา โดยแนวคดิ ของเรอื่ งเปน็ เรื่องทเี่ กี่ยวกบั ความรัก ความลุ่มหลง
ความเจบ็ ปวดทกุ ขร์ ะทมเพราะความรกั
กอ่ นจะเข้าส่เู นื้อเรอื่ งทจ่ี ะเรยี น.....มาทาแบบทดสอบกนั เถอะ
คาส่งั ให้นักเรยี นใส่ หน้าขอ้ ความท่ถี กู และใสเ่ ครอ่ื งหมาย หน้าขอ้ ความทผี่ ดิ
๑......กษัตริย์ในพระบรมจักรีพระองค์แรกทีไ่ ม่มวี ัดประจารชั กาล คอื รชั กาลท่ี ๕
๒.....โรงเรียนมหาดเลก็ หลวง หรอื วชริ าวุธราชวิทยาลยั กอ่ ตั้งครง้ั แรกในรัชกาลที่ ๕
๓.....กาพยท์ ีใ่ ชป้ ระพนั ธใ์ นเรื่องมัทนะพาธา ประกอบด้วยกาพย์ ๓ ชนดิ
๔.....กาพย์สรุ างคนาง ๒๘ กาพยฉ์ บัง ๑๖ และกาพย์ยานี ๑๑ เป็นกาพยท์ ่ใี ช้แตง่ เร่ืองมัทนะพาธา
๕.....สุครีพ รามสรู พาลี และหนุมาน คือพระนามแฝงของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยหู่ ัว
๖.....ฉนั ทท์ ี่ใช้ในการแตง่ เรือ่ งมทั นะพาธา เชน่ วิชชุมมาลาฉันท์๙ อินทรวเิ ชียรฉันท์ ๑๑ อนิ ทวงศ์ฉนั ท์ ๑๒
๗.....จากเรอื่ งมัทนะพาธา “มทั นา”แปลว่าดอกกหุ ลาบหรือความรัก
๘.....บทละครพดู คาฉนั ทเ์ รอื่ งมัทนะพาธา มจี านวน ๕ องค์แบง่ เป็น ๒ ภาคคอื ภาคสวรรค์และภาคพื้นดนิ
๙.....สมเด็จพระนางเจา้ อนิ ทรศกั ดิศ์ จี คือนางอันเปน็ ที่รักของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
๑๐....มัทนะพาธา แปว่าความเจ็บปวด หรือความเดือดรอ้ นเพราะความรัก