นอรม์ ัไล ลไซ ชนล (Normalization)
การทานอรม์ ัไล ลไซ ชนล เป็ นวิธีการในการกาหนดแอตทริบิวตใ์ หก้ บั แตล่ ะเอนทิตี เพ่ือใหไ้ ดโ้ ครงสรา้ ง
ของตารางท่ีดี สามารถควบคมุ ความซา้ ซอ้ นของขอ้ มลู หลกี เล่ียงความผดิ ปกตขิ องขอ้ มลู โดยทวั่ ไปผลลพั ธข์ อง
การนอรม์ ลั ไลเซชนั จะไดต้ ารางท่ีมโี ครงสรา้ งซับซอ้ นนอ้ ยลง แตจ่ านวนของตารางจะมากขน้ึ
การทานอรม์ ัไล ลไซ ชนล จะประกอบดว้ ยนอรม์ ัไล ฟอรม์ ั (Normal Form) แบบต่าง ๆ
ท่ีมีเงอ่ื นไขของการทาใหอ้ ยใู่ นรปู ของนอรม์ ลั ฟอรม์ ท่ีแตกตา่ งกนั ไป ขนึ้ อยกู่ บั ผอู้ อกแบบฐานขอ้ มลู วา่
ตอ้ งการลดความซา้ ซอ้ นในฐานขอ้ มลู ใหอ้ ยใู่ นระดบั ใด ซึ่งประกอบดว้ ยนอรม์ ลั ฟอรม์ แบบตา่ ง ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี
– นอรม์ ลั ฟอรม์ ท่ี 1 (First Normal Form : 1NF)
– นอรม์ ลั ฟอรม์ ที่ 2 (Second Normal Form : 2NF)
– นอรม์ ลั ฟอรม์ ที่ 3 (Third Normal Form : 3NF)
– บอยซค์ อดดน์ อรม์ ลั ฟอรม์ (Boyce-Codd Normal Form : BCNF)
– นอรม์ ลั ฟอรม์ ที่ 4 (Fourth Normal Form : 4NF)
– นอรม์ ลั ฟอรม์ ท่ี 5 (Fifth Normal Form : 5NF)
นิยามัรปู แบบบรรทดล ฐาน
ดงล น้ี
รปู แบบนอรม์ ัไล ระดบล ที่ 1 (Fifth Normal From : 1 NF)
เป็ นระดบั ท่ีใชส้ าหรบั การปรบั โครงสรา้ งของขอ้ มลู ของรีเลชนั ใหม้ ีคณุ สมบตั ติ ามนยิ าม นิยามั“รีเลชนั ใด
ๆ จะมคี ณุ สมบตั อิ ย่ใู นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 1 ก็ตอ่ เมื่อ ทกุ แอตทริบิวตใ์ นแตล่ ะทเู พิลมีค่าของขอม้ ลู เพียงคา่
เดยี ว คือตอ้ งไมม่ คี ่ากลมุ่ ขอ้ มลู ที่ซา้ กนั (Repeation Group)”
ตวั อย่างเชน่ รีเลชนั การลงทะเบียนของนกั ศึกษาดงั ตอ่ ไปนี้ มีค่าของกลมุ่ ขอ้ มลู ที่ซา้ กนั
จากตวล อยา่ ง จะเห็นวา่ สามารถแกป้ ัญหาของกลมุ่ ขอ้ มลู ที่ซา้ กนั ได้ แตก่ ลบั ทาใหเ้ กดิ ปัญหาเร่ืองซา้ ซอ้ นของขอ้ มลู
(Redundancy) ขนึ้ มากมาย และทาใหเ้ กิดปัญหาในดา้ นตา่ งๆ ดงั นี้
1.การแกล้ ขข้ อ้ มัไู (Update Anomaly)
การปรบั ปรงุ ขอ้ มลู ที่มีขอ้ มลู อย่หู ลายทเู พิลจะตอ้ งแกไ้ ขขอ้ มลู มากกว่าหนง่ึ แห่ง และอาจแกไ้ ขไดไ้ ม่
ครบถว้ นทาใหเ้ กิดความซา้ ซอ้ นของขอ้ มลู และขดั แยง้ กนั ได้ เชน่ ถา้ ตอ้ งการแกไ้ ขชอื่ วิชาจาก “ดิจิตอล
เทคนคิ ” เป็ น “ดิจิตอล” และหากแกไ้ ขไมค่ รบถว้ นอาจทาใหร้ หสั วิชา “3103411” มชี อ่ื วิชาเป็ น 2 ชอื่
2. การไบขอ้ มัไู (Delete Anomaly)
การลบขอ้ มลู บางสว่ นออกไป อาจทาใหข้ อ้ มลู อ่ืนๆถกู ลบออกไปดว้ ย เชน่ เมอื่ ลบรหสั
วิชา “3103411” ออกไปจะทาใหข้ อ้ มลู ของนกั ศึกษา ท่ีมรั หสั นกั ศึกษาเป็ น “470353514” ถกู ลบออกไปดว้ ย
3. การซพ่ิมัขอ้ มัไู (Insert Anomaly)
การพ่ิมขอ้ มลบางอย่างไมส่ ามารถทาได้ หรือเพ่ิมเขา้ ไปแลว้ จะขดั แยง้ กบั ขอ้ มลู เดิม เชน่ ถา้ ตอ้ งการเพ่ิม
นกั ศึกษาเขา้ ไปในรีเลชนั แตน่ กั ศึกษาคนนน้ั จะตอ้ งลงทะเบียนกอ่ น จึงจะมขี อ้ มลู ในรีเลชนั ดงั นนั จ้ งึ ไมส่ ามารถเพิ่มนกั ศึกษาที่
พกั การเรียนเขา้ ไปไดเ้ ปรียบเสมอื นกบั นกั ศึกษากบั นกั ศึกษาที่พกั ารเรียนมใิ ชน่ กั ศึกษาของสถานศึกษานนั้ เป็ นตน้
รปู แบบนอรม์ ัไล ระดบล ท่ี 2 (Fifth Normal From : 2 NF)
เป็ นการแกไ้ ขปัญหาความซา้ ซอ้ นของขอ้ มลู ท่ีปรากฏในรีเลชนั่ ที่ผา่ นการนอรม์ ลั ไลซ์ ระดบั ท่ี 1 โดย
รปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 2 จะตอ้ งมคี ณุ สมบัตดิ งั น้ี คือ
นิยามั “ รีเลชนั ใด ๆ จะมีคณุ สมบัตอิ ย่ใู นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ที่ 2 ก็ตอ่ เมื่อ
1. รีเลชนั นนั้ มคี ณุ สมบตั อิ ยใู่ นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 1
2. ทกุ แอตทริบิวต์ ที่ไมม่ ีคียห์ ลกั ตอ้ งมคี วามสมั พันธก์ บั แอตทริบิวต์ ท่ีเป็ นคียห์ ลกั หรือทกุ แอ
ตทริบิวตท์ ี่ประกอบกนั เป็ นคียห์ ลกั มใิ ชส่ ว่ นหนง่ึ สว่ นใดของคียห์ ลกั ” (เป็ นกรณีที่คียห์ ลกั นน้ั มีคีย์
ร่วม (Composition Key) คือ มหี ลายแอตทริบิวสป์ ระกอบกนั เป็ นคียห์ ลกั )
จะพบวา่ ในรีเลชนั การลงทะเบียนของนกั ศึกษาจะมี รหสั นกั ศึกษา และรหสั วิชา ประกอบกนั เป็ นคียห์ ลกั
และจาการพิจารณาพบวา่ จะไมต่ รงตามนยิ ามของรปู แบบนอมัล ระดบั ท่ี 2 เพราะแอตทริบิวต์ คานาหนา้ ชอ่ื สกลุ
แผนก จะมคี ่าเปลยี่ นแปลงตามแอตทริบิวส์ รหัสนกั ศึกษา รหสั วิชา ดงั นนั้ จึงตอ้ งทาการแยกรีเลชนั ออกเป็ น 3 รีเล
ชนั ตามD1 D2 และ D3 โดยใหร้ ีเลชนั D1 ชอื่ รีเลชนั นกั ศึกษา D2 ชอ่ื รีเลชนั วิชา D3 ชอ่ื รีเลชนั การลงทะเบียน
ดงั นี้
รซี ไชนล วิชา
รซี ไฃนล การไงทะซบียน
รปู แบบนอรม์ ัไล ระดบล ท่ี 3 (Fifth Normal From : 3NF)
จากรีเลชนั นกั ศึกษาจะเห็นวา่ มโี ครงสรา้ งเป็ นไปตามนยิ ามของรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 2 จะเห็นวา่ จะปรากฏขอ้ มลู ซา้
กนั อยใู่ นสว่ นของแอคทริบิวส์ รหสั แผนก จะได้ แผนก ออกมา โดยเราเรียกความสมั พนั ธใ์ นลกั ษณน์ วี้ ่า “Transitive
Dependecny” ดงั นนั้ รีเลชนั นจี้ งึ ไมอ่ ยใู่ นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 3 และอาจกอ่ ใหเ้ กดิ ปัญหาความผดิ พลาด ดงั น้ี
1. การแกไ้ ขขอ้ มลู (Update Anomaly) การปรบั ปรงุ ขอ้ มลู ทีม่ ขี อ้ มลู อยหู่ ลายทเู พิล จะตอ้ งแกไ้ ขขอ้ มลู มากกวา่ หนงึ่ แห่ง
และอาจแกไ้ ขไมค่ รบถว้ นทื าใหเ้ กดิ ความซา้ ซอ้ นของขอ้ มลู และขดั แยง้ กนั ได้ เชน่ ถา้ ตอ้ งการแกไ้ ขรหัสแผนกจาก 01 เป็ น 09 นน้ั
จะตอ้ งแกไ้ ขทกุ ทเู พิลใหค้ รบถว้ นและหากแกไ้ ขไมค่ รบถว้ นอาจทาใหแ้ ผนก คอมพิวเตอร์ มี 2 รหัส
2. การลบขอ้ มลู (Delete Anomaly) การลบทเู พิลทีจ่ ดั เก็บขอ้ มลู ในกลมุ่ Transitive Dependecny ท่ีมใี หเ้ ห็นเพียงชดุ เดยี วใน
รีเลชนั จะทาใหข้ อ้ มลู นนั้ หายไปจากตารางได้ เชน่ เมอื่ ลบขอ้ มลู ของทเู พิลของรีเลชนั ของนกั ศึกษาของรหสั 47033215 ออก
นอกจากจะทาใหข้ อ้ มลู ของรหสั ของรหสั นกั ศึกษา 47035215 หายไปแลว้ ยงั สง่ ผลใหข้ อ้ มลู ของแผนก ประกอบผลติ ภณั ฑ์
หายไปดว้ ย
3. การเพ่ิมขอ้ มลู (Insert Dependecny) การเพิ่มขอ้ มลู เก่ยี วกบั รหสั แผนก และ แผนก เขา้ ไป ซ่ึงมคี วามสมั พันธ์
แบบ Transitive Dependecny จะทาไมไ่ ดเ้ นอื่ งจากในแอตทริบิวสท์ งั้ สองนไี้ มใ่ ชค่ ีย์ ดงั นนั จ้ งึ ตอ้ งเพ่ิมขอ้ มลู ของ รหสั ศึกษา คา
นาหนา้ และ ชอ่ื -สกลุ เขา้ ไปดว้ ย
จากปัญหาของ Transitive Dependecny ท่ีกลา่ วมาจึงตอ้ งแยกแอตทริบิวตท์ ี่ไมใ่ ชค่ ียห์ ลกั หรือ สว่ นใดสว่ นหนง่ึ
ของคียห์ ลกั ที่กอ่ ใหเ้ กดิ ปัญหาออกมา โดยใชน้ ยิ ามของรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ที่ 3 ดงั นี้
นิยามั “รีเลชนั ใดๆ จะมีคณุ สมบตั อิ ย่ใู นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 3 ก็ตอ่ เมื่อ
1. รีเลชนั นน้ั มคี ณุ สมบัตอิ ยใู่ นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ที่ 2 แลว้
2. ทกุ แอตทริบิวตท์ ่ีไมใ่ ชค่ ียห์ ลกั ในรีเลชนั จะตอ้ งไมข่ นึ้ กบั แอตทริบิวตอ์ ื่นๆ ท่ีไมใ่ ชค่ ียหลกั
หรืออาจกลา่ วว่า ทกุ แอตทริบิวตท์ ่ีมใ่ ชค่ ียห์ ลกั ไมม่ ีสิทธฺในการระบคุ า่ ของแอตทริบิวตอ์ ่ืนที่ไมใ่ ชค่ ียห์ ลกั หรือ
อาจกลา่ วอีกนยั หนงึ่ ไดส้ ่า รีเลชนั นน้ั ตอ้ งไมม่ คี วามสมั พันธร์ ะหว่างแอตทริบิวตเ์ ป็ นแบบ Transitive เกดิ ขนึ้ ”
จากการพิจารณารีเลชนั นกั ศึกษา จะพบวา่ มฟี ังกช์ นั การขนึ้ ตอ่ กนั ดงั น้ี
และสามารถนามาเขยี นเป็ นรีเลชนั ได้ 2 รีเลชนั ดงั นี้
รีเลชนั นกั ศึกษา
รีเลฃนั แผนก
รปู แบบนอรม์ ัไล ระดบล ที่ 4 (Fifth Normal From : 4NF)
ปัญหาท่เี กดิ ขนึ้ ท่ีไมส่ ามารถแกไ้ ขไดด้ ว้ ยรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ที่ 3 และรปู แบบนอรม์ ลั ของบอยสแ์ ละคอดส์ ก็
คอื ปัญหาทเ่ี กิดจากความสมั พนั ธร์ ะหว่างแอตทริบิวสแ์ บบเชงิ กลมุ่ ซ่ึงปัญหาดงั กลา่ วนกี้ อ่ ใหเ้ กิดความซา้ ซอ้ นของขอ้ มลู
ไดเ้ ชน่ เดยี วกบั ทพี่ บในรปู แบบนอรม์ ลั ที่ผา่ นมา
ดงั นนั้ เราจงึ ใชร้ ปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 4 (Foutth Normal From : 4NF) เพื่อแกป้ ัญหาความซา้ ซอ้ นของขอ้ มลู ทพี่ บในรีเล
ชนั ดงั นี้
นิยามั “รีเลชนั ใดๆ จะมคี ณุ สมบตั ใิ นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 4 ก็ตอ่ เมอื่
1. รีเลชนั นน้ั มคี ณุ สมบตั อิ ย่ใู นรปู แบบนอรม์ ลั ของบอยสแ์ ละคอดดแ์ ลว้ ”
2. รีเลชนั นนั้ ตอ้ งไมม่ กี ารขน้ึ ตอ่ กนั เป็ นเชงิ กลมุ่ (Multivalued Dependency) หรืออาจกลา่ วไดว้ ่าเป็ น
รีเลชนั ที่ไมม่ คี วามสมั พนั ธใ์ นการระบคุ า่ ของแอตทริบิวสเ์ ป็ นแบบหลายคา่ โดยทีแ่ อตทริบิวส์ ท่ถี กู ระบคุ า่ เหลา่ น้ี ไมม่ ี
ความสมั พนั ธก์ นั (Independently Multivalued Dependency)
ตวั อย่าง เชน่ ถา้ มรี ีเลชนั การลงทะเบียน ที่ยงั ไมไ่ ดผ้ า่ นการนอรม์ ลั ไลเซชนั ซ่ึงมแี อตทริบิวส์ “รหสั
นกั ศึกษา” เป็ นคยี ห์ ลกั ดงั น้ี
จากรีเลชนั การลงทะเบียน ทาใหอ้ ย่ใู นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 1 และจะไดว้ า่ มคี ียห์ ลกั ประกอบดว้ ยแอตทริ
บิวส์ 3 แอทริบิวส์ คือ “ รหสั นกั ศึกษา” รหสั วิชา และ จงั หวดั ทเ่ี กิด ดงั นี้
แลว้ พิสจู นว์ า่ รีเลชนั การลงทะเบียนวา่ อยใู่ นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ใด ดงั น้ี
1. ไมม่ ขี อ้ มลู หลายชดุ ในแอตทริบิวสข์ องทเู พิลเดยี วกนั (1NF)
2. ไมม่ แี อตทริบิวสใ์ ดทไี่ มใ่ ชค่ ียห์ ลกั ขน้ึ กบั สว่ นหนง่ึ สว่ นใดของคยี ห์ ลกั (2NF)
3. ทกุ แอตทริบิวสท์ ไ่ี มใ่ ชค่ ยี ห์ ลกั ในรีเลชนั จะตอ้ งไมข่ นึ้ กบั แอตทริบิวสอ์ ่ืนๆ ทีไ่ มใ่ ชค่ ยี ห์ ลกั (3NF)
4. ทกุ แอตทริบิวสท์ ่ีเป็ นตวั ระบคุ ่าในรีเลชนั นนั้ ตอ้ งเป็ นคยี ห์ ลกั (BCNF)
รปู แบบนอรม์ ัไล ระดบล ที่ 5 (Fifth Normal From : 5NF)
นิยามั “รีเลชนั ใดๆ จะมีคณุ สมบัตอิ ย่ใู นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ที่ 5 ก็ตอ่ เมอื่
1. รีเลชนั นน้ั มคี ณุ สมบตั อิ ยใู่ นรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 4 แลว้
2. ตอ้ งไมม่ ีการขน้ั ตอ่ กนั เชงิ รว่ ม (Join Dependency)”
การขน้ึ ตอ่ กนั เชงิ รว่ ม เป็ นคณุ สมบตั ขิ องการนารีเลชนั ยอ่ ย ที่เกดิ จาการแยกรีเลชนั มารวมกนั แลว้ ได้
ขอ้ มลู เชน่ เดยี วกบั รีเลชนั เดมิ เชน่ จากรีเลชนั ขอ้ มลู การลงทะเบียน และรีเลชนั ขอ้ มลู นกั ศึกษา ในรปู แบบนอรม์ ลั
ระดบั ท่ี 4 ในหัวขอ้ ที่ผา่ นมา เมอ่ื รีเลชนั ทง้ั สอง คือ รีเลชนั ขอ้ มลู การลงทะเบียน และรเี ลชนั ขอ้ มลู นกั ศึกษามาทา
การ Join กนั โดยใชค้ า่ แอตทริบิวต์ “รหสั นกั ศึกษา” และจะไดผ้ ลเป็ นรีเลชนั การลงทะเบียน ท่ี 2 รีเลชนั นน้ั แยก
ออกมา
ดงั นนั้ จะเห็นวา่ รปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 5 จะใชส้ มบตั กิ ารของการขน้ึ ตอ่ กนั แบบเชงิ ร่วมในการตรวจสอบ
โครงสรา้ งของรีเลชนั ท่ีไดจ้ าการแยกรีเลชนั ใน ระดบั ท่ี 4 วา่ โครงสรา้ งท่ีแยกออกมานนั้ ถกู ตอ้ งหรือไม่
ตวล อยา่ ง รเี ลชนั โครงการมลี กั ษณะ ดงั นี้
และเมอื่ ตรวจสอบดว้ ยนยิ ามของรปู แบบนอรม์ ลั ระดบั ท่ี 5 โดยการนาทง้ั 2 รีเลชนั มารวมกนั จะไดเ้ ป็ นรีเลชนั โครงการ 1 ดงั น้ี
ตวล อยา่ ง
กระบวนการปรบล บรรทดล ฐาน
1 NF – 3 NF
การแปไงใหอ้ ยใู่ นรปู นอรม์ ัไล ฟอรม์ ัที่ 1
(First Normal Form : 1NF)
การแปลงใหอ้ ย่ใู นรปู นอรม์ ลั ฟอรม์ ที่ 1 (First Normal Form : 1NF) คณุ สมบัตขิ องรีเลชนั ของแบบจาลองขอ้ มลู เชงิ สมั พนั ธ์ ก็คอื ขอ้ มลู
ในแตล่ ะทปั เพิลจะตอ้ งไมซ่ า้ กนั และคา่ ในแตล่ ะแอตทริบวิ ตจ์ ะตอ้ งไมส่ ามารถถกู แบง่ แยกยอ่ ยลงไปไดอ้ กี หรือมคี วามเป็ นอะตอมมิค (Atomic) รวมถึง
จะตอ้ งมคี ่าเพยี งคา่ เดยี วทอ่ี ยใู่ นแตล่ ะแอตทรบิ ิวตห์ รอื มคี วามเป็ นซิงเกิลแวลู (Single Value) ซ่ึงในการทานอรม์ ลั ไลเซชนั ใหอ้ ย่ใู นนอรม์ ลั ฟอรท์ ี่ 1 ก็
อาศยั คณุ สมบตั ดิ งั ทก่ี ลา่ วไวข้ า้ งตน้
1.1) รีพีทตง้ิ กรปุ๊ (Repeating Group) การที่ขอ้ มลู ใน 1 ทปั เพิล สามารถมคี า่ ในแตล่ ะแอตทริบิวตไ์ ดม้ ากกวา่ หนงึ่ ค่า (Multivalued) จะทาให้
เกดิ รพี ที ตงิ้ กรปุ๊ ดงั ตารางทแี่ สดงในภาพขา้ งลา่ ง ซ่ึงเลขท่โี ครงการหนงึ่ หมายเลขประกอบดว้ ยกลมุ่ ขอ้ มลู หลายกลมุ่ ซ่ึงทาใหร้ ีเลชนั ดงั กลา่ ว ขาด
คณุ สมบตั ซิ ิงเกิลแวลู
1.2) นยิ ามของนอรม์ ลั ฟอรม์ ที่ 1
รเี ลชนั จะอยใู่ นรปู ของนอรม์ ลั ฟอรม์ ท่ี 1 ก็ตอ่ เมอื่ มคี ณุ สมบตั ติ ามเงอ่ื นไขดงั ตอ่ ไปนี้
1. มกี ารกาหนดแอตทรบิ วิ ตท์ เ่ี ป็ นคีย์
2. ตอ้ งไมม่ รี พี ีทตง้ิ กรปุ๊ แตล่ ะแถวหรอื คอลมั นจ์ ะมคี ่าไดเ้ พียง 1 คา่ เท่านน้ั
3. แอตทริบิวตท์ กุ ตวั ตอ้ งขน้ึ อย่กู บั คียห์ ลกั
การแปไงใหอ้ ยใู่ นรปู นอรม์ ัไล ฟอรม์ ัท่ี 2
(Second Normal Form : 2NF)
การทานอรม์ ลั ไลเซชนั จะตอ้ งมคี วามเขา้ ใจหลกั การของฟังกช์ นั ดเี พนเดนซี (Function Dependency : FD)
เสยี กอ่ น โดยมคี าจากดั ความคือ B ขนึ้ อยกู่ บั A ถา้ ทราบค่าของ A ก็จะทาใหร้ คู้ ่าของ B ได้
ฟังกช์ นั นลั ดีเพนเดนซี สามารถแสดงดว้ ยการใชเ้ คร่ืองหมายลกู ศร ( ->) ตวั อยา่ งเชน่ A->B แสดง B เป็ น
ฟังกช์ นั นลั ดเี พนเดนตก์ บั A กลา่ วคือ ถา้ รคู้ า่ A ก็จะทาใหท้ ราบคา่ ของ B ดว้ ย ทกุ ค่าของ A ที่มคี ่าเท่ากนั จะได้
ค่า เท่ากนั เสมอ
2.2) พาซชียไดีซพนซดน ี (Partial Dependency)พารเ์ ชยี ลดเี พนเดนซี หมายถึง การท่ีมแี อตทริบิวตบ์ างแอ
ตทริบิวต์ ท่ีขนึ้ อยกู่ บั เพียงบางสว่ นของคียห์ ลกั เทา่ นน้ั ตวั อยา่ งเชน่ จากตารางในภาพขา้ งลา่ ง แอตทริบิวตช์ อ่ื
พนกั งานจะขนึ้ อยกู่ บั คียร์ หสั พนกั งาน ในขณะที่แอตทริบิวตช์ อ่ื แผนก จะขนึ้ อย่กู บั คยี ร์ หสั แผนก จะเห็นวา่ ขอ้ มลู ที่อย่ใู น
รีเลชนั เดยี วกนั แตไ่ มไ่ ดข้ น้ึ อยกู่ บั คียใ์ ดคียหนงึ่ ทง้ั หมด แตจ่ ะขนึ้ อย่กู บั คยี ใ์ ดคียห์ น่ึงเพียงบางสว่ นเทา่ นน้ั
2.3) นิยามัของนอรม์ ัไล ฟอรม์ ัท่ี 2 รีเลชนั จะอยใู่ นรปู ของนอรม์ ลั ฟอรม์ ที่ 2 ก็ตอ่ เม่ือมคี ณุ สมบัติตามเงอ่ื นไข
ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. รีเลชนั นน้ั เป็ นนอรม์ ลั ฟอรม์ ท่ี 1 อย่แู ลว้
2. รีเลชนั นนั้ ไมม่ พี ารเ์ ชยี ลดเี พนเดนซี
การแปไงใหอ้ ยใู่ นรปู นอรม์ ัไล ฟอรม์ ัท่ี 3
(Third Normal Form : 3NF)
การแปไงใหอ้ ยใู่ นรปู นอรม์ ัไล ฟอรม์ ัท่ี 3 (Third Normal Form : 3NF)
ในหนงึ่ รีเลชนั จะประกอบคียแ์ อตทริบิวตแ์ ละนอนคียแ์ อตทริบิวต์ คียแ์ อตทริบิวตจ์ ะตอ้ งเป็ นตวั กาหนด
ความหมายหรือการมอี ย่ขู องแอตทริบิวตอ์ ่ืน ๆ ท่ีอย่ใู นรีเลชนั เสมอ
3.1) ทรานซิทีฟดเี พนเดนซี (Transitive Dependency) ทรานซิทีฟดเี พนเดนซี หมายถึง การท่ีมีฟังกช์ นั นลั ดเี พนเดนซี
ระหวา่ งแอตทริบิวตท์ ่ีไมไ่ ดเ้ ป็ นสว่ นของคียใ์ ด ๆ แตม่ ีแอตทริบิวตอ์ ื่น ๆ มาขนึ้ กบั แอตทริบิวตน์ นั้ ตวั อย่างเชน่ จากตารางใน
ภาพขา้ งลา่ ง แอตทริบิวตช์ อ่ื พนกั งาน และรหสั ตาแหนง่ งานจะขนึ้ อยกู่ บั คียร์ หสั พนกั งาน ในขณะท่ีแอตทริบิวตค์ า่ แรงตอ่ ชวั่
โมของพนกั งาน จะขนึ้ อยกู่ บั แอตทริบิวตร์ หัสตาแหนง่ งาน
3.2) นยิ ามของนอรม์ ลั ฟอรม์ ที่ 3 รีเลชนั จะอยใู่ นรปู ของนอรม์ ลั ฟอรม์ ที่ 3 ก็ตอ่ เม่อื มคี ณุ สมบัติตามเงอ่ื นไข
ดงั ตอ่ ไปนี้
1. รีเลชนั นนั้ เป็ นนอรม์ ลั ฟอรม์ ที่ 2 อยแู่ ลว้
ความัรพู้ ้ืนฐานซกยี่ วกบล
ฐานขอ้ มัไู ลมัใ่ ชซ่ ชิงสมล ัพนล ธ์
(NoSQL)
ฐานขอ้ มัไู NoSQL คืออะลร
ฐานขอ้ มลู NoSQL สรา้ งตามวตั ถปุ ระสงคส์ าหรบั โมเดลขอ้ มลู แบบเฉพาะเจาะจงและมแี บบแผนที่ยืดหยนุ่ สาหรบั การสรา้ งแอป
พลเิ คชนั อนั ทนั สมยั ฐานขอ้ มลู NoSQL เป็ นท่ีรจู้ กั กนั ดใี นดา้ นความงา่ ยในการพฒั นา การทางาน และประสทิ ธิภาพตามขนาดทต่ี อ้ งการ
หนา้ นปี้ ระกอบดว้ ยทรัพยากรเพื่อชว่ ยใหค้ ณุ เขา้ ใจฐานขอ้ มลู NoSQL และเร่ิมตน้ ใชง้ าน
ฐานขอ้ มัไู NoSQL (ลมัใ่ ช่ซชิงสมล ัพนล ธ)์ ทางานอยา่ งลร
ฐานขอ้ มลู NoSQL ใชโ้ มเดลขอ้ มลู ท่หี ลากหลายสาหรบั การเขา้ ถึงและจดั การขอ้ มลู ฐานขอ้ มลู ประเภทนไี้ ดร้ บั การปรบั ปรงุ
ประสิทธิภาพสาหรบั แอปพลิเคชนั ทตี่ อ้ งใชข้ อ้ มลู ปริมาณมาก มเี วลาแฝงตา่ และมโี มเดลขอ้ มลู ที่ยืดหยนุ่ โดยเฉพาะ ซ่ึงเกิดขน้ึ โดยการผอ่ น
ปรนขอ้ จากดั ความสมา่ เสมอขอ้ มลู ของฐานขอ้ มลู อื่นๆลองดพู ิจารณาตวั อยา่ งการสรา้ งโมเดลแบบแผนสาหรบั ฐานขอ้ มลู หนงั สือแบบไม่
ซบั ซอ้ น: ในฐานขอ้ มลู เชงิ สมั พนั ธ์ บนั ทึกหนงั สือมกั ถกู แยกออกจากกนั (หรือ “มาตรฐาน”) และจดั เก็บในตารางแยก สว่ นความสมั พนั ธ์
จะถกู กาหนดโดยขอ้ จากดั คียห์ ลกั และคียน์ อก ในตวั อย่างนี้ ตารางหนงั สอื มคี อลมั นส์ าหรบั ISBN, ชือ่ หนงั สือ และครง้ั ท่ีพิมพ์ ตาราง
ผเู้ ขยี นมคี อลมั นส์ าหรบั รหสั ผเู้ ขยี นและชอ่ื ผเู้ ขยี น และสดุ ทา้ ยตาราง ISBN ของผเู้ ขยี นมคี อลมั นส์ าหรบั รหัสผเู้ ขยี นและ ISBN โมเดลเชิง
สมั พนั ธถ์ กู ออกแบบมาเพ่ือทาใหฐ้ านขอ้ มลู สามารถบงั คบั ใชค้ วามสมบรู ณอ์ า้ งอิงระหว่างตารางตา่ งๆ ในฐานขอ้ มลู ปรบั ใหเ้ ป็ นปกตเิ พื่อ
ลดความซา้ ซอ้ น และไดร้ บั การปรบั ปรงุ ประสิทธิภาพสาหรบั พื้นท่ีจดั เก็บอยา่ งทวั่ ถึง ในฐานขอ้ มลู NoSQL บนั ทึกหนงั สือมกั จะถกู จดั เก็บ
เป็ นเอกสาร JSON สาหรบั หนงั สือแตล่ ะเลม่ รายการ, ISBN, ช่อื หนงั สอื , ครง้ั ทพ่ี ิมพ,์ ช่อื ผเู้ ขยี น และรหัสผเู้ ขยี นจะถกู จดั เก็บเป็ น
คณุ ลกั ษณะในเอกสารเดยี ว ในโมเดลนี้ ขอ้ มลู ไดร้ บั การปรับปรงุ ประสิทธิภาพสาหรบั การพฒั นาท่ีงา่ ยและความสามารถในการปรบั ขนาด
แนวนอน