วิชาชีวิตกับสังคมไทย
รหัสวิชา 30000-1501
หนวยท่ี 1
สังคม การจัดระเบียบทางสังคม
และสถาบันทางสังคม
ครูตะวัน ชัยรัต
วิทยาลัยสารพัดชางเชียงใหม
หนวยท่ี 1
สังคม การจัดระเบียบทางสังคม
และสถาบันทางสังคม
ลกั ษณะพิเศษของมนุษยประการหนึ่ง
คอื มนุษยเ ปนสัตวส ังคม หมายความวา มนษุ ย
จะอยูโ ดดเดย่ี วไมไดจําเปน ตอ งอยรู วมกัน
เปนกลุม ท่ีเรียกวา “สังคม” เพราะตอ งพงึ่ พา
อาศยั ซง่ึ กันและกัน ในขณะเดียวกนั เมอื่ มนษุ ย
มาอยูรว มกนั จาํ เปน ตองมกี ารจดั ระเบียบทาง
สังคม เพื่อใหการอยูรวมกันเปน สังคมน้ันเปน
ไปดวยความเรยี บรอ ย
ความหมายของสังคม
สงั คม หมายถึง กลุมคนทอ่ี ยรู วมกนั
มากกวา 2 คน มีความสมั พันธก ัน พึ่งพาอาศยั
ซ่ึงกนั และกัน มกี จิ กรรมรวมกนั และมคี วาม
รูสกึ เปน อนั หนงึ่ อันเดยี วกนั
สังคม คือ การอยูรวมกันของ
มนุษยโดยมีลักษณะความสัมพันธซ่ึงกัน
และกันหลายรูปแบบ เชน อาชีพ อายุ
เพศ ศาสนา ฐานะ ท่ีอยูอาศัย ฯลฯ
สําหรับระบบสงั คมท่รี วมถงึ สงิ่ มชี วี ติ
ประเภทอืน่ นอกเหนือจากมนษุ ยอาจใชคาํ วา
ระบบนิเวศ ซึง่ มีความหมายเกยี่ วกับความ
สมั พันธของสิ่งมีชวี ิตตางๆกับสภาพแวดลอ ม
สงั คมของมนษุ ยเกดิ จากกลุม บคุ คลที่มคี วาม
สนใจรวมกันไมว า จะในดา นใด เชน ประเทศ
จงั หวดั และอื่นๆ และมกั จะมีวัฒนธรรมหรือ
ประเพณรี วมถึงภาษา การละเลนและอาหาร
การกินของตนเองในแตล ะสังคม
การที่มนุษยรวมกันเปนสังคมน้ัน
ชวยใหมนุษยสามารถสรางและพัฒนาสิ่ง
ตางๆ ใหประสบความสําเร็จได ซึ่งอาจ
เปนไปไมไดถาตองทําส่ิงนั้นโดยลาํ พัง
ขณะเดียวกันสังคมที่พัฒนาหรือกําลัง
พัฒนาเปนเมืองขนาดใหญ ซ่ึงมีการใช
เทคโนโลยีชวยในการทาํ งานอยางมากน้ัน
ก็อาจสงผลใหประชากรท่ีไมสามารถปรับ
ตัวตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง
เกิดความรูสึกโดดเดี่ยวหรือความรูสึกวา
ตนเองไมมีสวนรวมในสังคมข้ึนมาได
สังคมมนุษยแมวาจะมีขนาดของ
สังคมหรือลักษณะเฉพาะของสังคม
แตกตางกัน แตเม่ือกลาวถึงโครงสรางทาง
สังคมโดยทั่วไปหรือโครงสรางพื้นฐานทาง
สังคมเบื้องตนแลว ทุกสังคมตางมี
องคประกอบสาํ คัญอยูบนพื้นฐาน
2 ประการท่ีสําคัญคือกลุมสังคมและ
สถาบันทางสังคม
โครงสรางทางสังคม
แบงออกเปน 2 สวนคือ
1. สังคมชนบท
จัดวาเปนโครงสรางที่สําคัญที่สุด
ของสังคมไทย เพราะเทากับเปน
โครงสรางของสังคมไทยทั้งหมด สังคม
ชนบท ไดแก การรวมกลุมแบบอรูปนัย
ของกลุมปฐมภูมิ มีการติดตอกันแบบตัว
ถึงตัว
สภาพแวดลอมของทองถิ่นและวัฒนธรรม
ที่มีอยูเดิมซึ่งคลายคลึงกัน ทําให
สถานภาพและบทบาทของคนในสังคม
ชนบทไมแตกตางกันมาก มีการรวมตัวกัน
อยางเหนียวแนน สมาชิกของสังคมทาํ
หนาที่สอดคลองตอเนื่องกันอยางราบร่ืน
และมีคานิยมในเรื่องคุณความดีทาง
ศาสนาเปนตัวควบคุมความประพฤติทาง
สังคมของชนบทหรือที่เราเรียกกันวา
จารีตนั่นเอง
สังคมชนบท
สังคมเมือง
2. สังคมเมือง
ขอแตกตางที่เดนชัดระหวางสังคม
ชนบทกับสังคมเมือง ไดแก จํานวนกลุม
ขององคการที่มีมากในสังคมเมืองหลวง
หลักเกณฑการพิจารณาสถานภาพทาง
สังคมของบุคคลในเมืองหลวง ขึ้นอยูกับ
ฐานะทางเศรษฐกิจ และระดับการศึกษา
ซ่ึงผิดจากเกณฑของสังคมชนบท
นอกจากนั้น โครงสรางชนชั้นทาง
สังคมในเมืองหลวง คือประกอบดวยกลุม
คนที่เปนผูสืบเช้ือสายมาจากตระกูลเกา
และขุนนาง คานิยมของคนเมืองหลวงนั้น
จะเนนหนักเรื่องอํานาจและความม่ังค่ัง
มากกวาชาวชนบท มีความตองการยก
ระดับตัวเอง จากชั้นสังคมเดิมไปสู
ชั้นที่สูงกวา โดยอาศัยปจจัยหลาย
ประการ เชน ฐานะทางการเงิน การ
ศึกษา อํานาจทางการเมือง และสิทธิ
ตางๆ
ลักษณะมูลฐานของสังคมซ่ึงทําให
สังคมดาํ รงอยูได หมายถึง องคประกอบ
หลัก (เสาหลัก) ของสังคมที่เปนตัวคา้ํ ยัน
สังคมไวใหพยายามสัมพันธของคนใน
สังคมดําเนินไปได ประกอบไปดวย
- คานิยม (SOCIAL VALUE)
- บรรทัดฐานทางสังคม
(SOCIAL NORM)
- สถานภาพ (STATUS)
- บทบาท (ROLE)
- สถาบันทางสังคม
(SOCIAL ORGANIZATION)
- การควบคุมทางสังคม
(SOCIAL CONTROL)
กลุมสังคม หมายถึง กลุมคนตั้งแต
2 คนข้ึนไปมีความรูสึกเปนสมาชิกรวมกัน
มีการกระทําระหวางกันทางสังคม
เพ่ือตอบสนองความตองการของสมาชิก
ในกลุมสังคมน้ัน ตามบทบาทและหนาที่
ของตนเอง
สาเหตุการอยูรวมกันเปนสังคม
1. เพื่อสนองความตองการ
พ้ืนฐาน ไดแก
- ความตองการทางกายภาพ
เชน ตองการส่ิงอํานวยความสะดวกสบาย
ในการดํารงชีวิต
- ความตองการทางชีวภาพ
เชน อาหาร เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย ยา
รักษาโรค
- ความตองการทางจิตใจ เชน
ความรัก ความอบอุน
- ความตองการทางสังคม เชน
ตองการเปนที่ยอมรับของคนในสังคม
อันทําใหเกิดอาํ นาจ เกียรติยศชื่อเสียง
2. เพื่อทําใหมีความเปนมนุษย
สมบูรณ
3. เพื่อสรางความเจริญใหกับ
ตนเองและสังคม
หนาท่ีของสังคม
เมื่อมนุษยมารวมกันเปนกลุมสังคม
การที่สังคมนั้นจะดํารงอยูได ตองมีหนาที่
ดังน้ี
1. เสริมสรางและผลิตสมาชิกใหม
ไดแก ธาํ รงรักษาชีวิตมนุษยในสังคมใหสืบ
ตอกันโดยไมขาดสายและผลิตสมาชิกใหม
ทดแทนสมาชิกเกาที่ส้ินชีวิตไป
2. อบรมส่ังสอนขัดเกลาสมาชิก
ของสังคม ใหเรียนรูระเบียบของสังคม
ไดแก สังคมจะตองอบรมสั่งสอน
และขัดเกลาสมาชิกใหม ใหเรียนรู
ระเบียบกฎเกณฑของสมาชิกน้ันๆ ซ่ึงจะ
ทําในรูปใดก็ได
3. สรางหรือผลิตแจกแจงสินคา
และบริการที่จาํ เปนใหกับสมาชิก ไดแก
ผลิตจายแจกและบริการเครื่องอุปโภค
บริโภคแกสมาชิกของสังคม เชน เสื้อผา
อาหาร การแจกจายทําในรูปของการแลก
เปลี่ยน หรือเงินตราแลวแตสภาพความ
เจริญของแตละสังคม
4. ดํารงรักษาไวซ่ึงระเบียบ
กฎหมายของสังคม ไดแก เมื่อมีการ
คุกคามความม่ันคงเกิดขึ้นกับสมาชิกของ
สังคม ตองจัดเจาหนาที่ควบคุมดูแล
ลงโทษผูละเมิดระเบียบกฎหมายของ
สังคม
5. จะตองมีการจัดสนองความ
ตองการทางดานจิตใจใหกับสมาชิกของ
สังคม ในรูปของกิจกรรมทางศาสนา
หนาท่ีน้ีคือหนาท่ีของสถาบันศาสนา
นั่นเอง
องคประกอบของสังคม
การท่ีคนจะมารวมกันเพ่ือทํา
กิจกรรม หรือดําเนินชีวิตภายใตกฎเกณฑ
เดียวกันน้ัน ตองมีองคประกอบและองค
ประกอบนั้นคือ
1. ประชากรจํานวนหน่ึงทั้งเพศ
หญิงและชาย
2. พ้ืนท่ีหรือดินแดนท่ีมีอานาเขต
แนนอน
3. ความสัมพันธของผูคนมีตอกัน
4. การกระทาํ ที่ตอเน่ืองจนเปน
กิจวัตร แมวาจะมีหนาท่ีตอสังคมแตกตาง
กัน
5. การประพฤติและปฎิบัติตนของ
สมาชิกภายใตกรอบของสถาบันหรือ
วัฒนธรรมเดียวกัน
การจัดระเบียบทางสังคม
การจัดระเบียบทางสังคม
หมายถึง กระบวนการทางสังคมที่คอย
ควบคุมความประพฤติของบุคคลในสังคม
ใหอยูใน ระเบียบ กฎเกณฑ ท่ีสังคม
กําหนดไวเพ่ือใหสังคมมีระเบียบและดาํ รง
อยูได
การจัดระเบียบทางสังคมเปน
กระบวนการท่ีมีขอบเขตกวางขวาง
ครอบคลุม ปรากฏการณทางสังคมหลาย
อยางเร่ิมตนจากการสรางกฎเกณฑ
ขอบังคับ ตางๆ เพื่อใหสมาชิกของสังคม
ยึดถือเปนแนวปฏิบัติตอกันระเบียบ
กฎเกณฑ ขอบังคับตางๆ คือ บรรทัดฐาน
ของสังคมเม่ือสรางบรรทัดฐานทางสังคม
ข้ึนมาจําเปนตองสนับสนุนใหสมาชิกของ
สังคม ปฏิบัติตามบรรทัดฐานของสังคม
ก็คือ สถานภาพ และบทบาท
สาเหตุที่ตองจัดระเบียบทางสังคม
1. เพื่อใหการติดตอสัมพันธกันทาง
สังคมเปนไปอยางเรียบรอย
2. เพ่ือปองกันความขัดแยงระหวาง
สมาชิกในสังคม
3. ชวยใหสังคมดาํ รงอยูอยางสงบ
สุขและม่ันคงในสังคม
องคประกอบของการจัดระเบียบ
ทางสังคม
1. บรรทัดฐานของสังคม
2. สถานภาพ
3. บทบาท
4. การควบคุมทางสังคม
กระบวนการจัดระเบียบทางสังคม
ประกอบดวย 4 ประเภท คือ
1.บรรทัดฐานทางสังคม
คือ แบบแผน กฎเกณฑขอบังคับ หรือ
มาตรฐาน ในการปฏิบัติของคนในสังคม
ซ่ึงสังคมยอมรับวาสมควรจะปฏิบัติ เชน
บิดา มารดา ตองเลี้ยงดูบุตร บุตรตองมี
ความกตัญูตอบิดา มารดา ขาราชการ
ตองบริการประชาชน พระสงฆตองรักษา
ศีลและเปนที่พึ่ง ทางใจ ของประชาชน
บรรทัดฐานทางสังคม แบงออกได
3 ประเภท คือ
1.วิถีประชา
2. จารีต
3. กฎหมาย
2. สถานภาพ คือ ตําแหนงที่ไดรับ
จากการเปนสมาชิกของสังคม เปนปจจัย
ท่ีชวยในการจัดระเบียบของสังคมเพราะ
ทุกคนมีสถานภาพติดตัวมาตั้งแตเกิด เชน
เปนหญิง เปนชาย ฯลฯ หลังจากเกิดมี
สถานภาพเพ่ิมเติมอีกมากมาย เชน
รับราชการเปนตาํ รวจ สถานภาพเปนสิ่งท่ี
ชวยใหมนุษยติดตอสัมพันธกัน โดยอาศัย
สถานภาพ ของบุคคลเปนหลักในการ
ติดตอ
สถานภาพเปนเครื่องกาํ หนดวา ใคร
มีหนาที่รับผิดชอบอยางไร ทาํ ใหรูจักสิทธิ
หนาที่ของกันและกัน สถานภาพเสริมให
บุคคลกระตือรือรนที่จะยกฐานะของ
ตนเอง ใหทัดเทียมกับ บุคคลอ่ืนๆ หรือสูง
กวาคนอ่ืนๆ ทาํ ใหเปนผูใฝในการศึกษา
หาความรู ขยันขันแข็งในการประกอบ
อาชีพใหเจริญกาวหนา และทําใหสังคม
เจริญขึ้น
3. บทบาท คือ การปฏิบัติตาม
หนาที่และสิทธิของตนตามสถานภาพของ
ตน สถานภาพและบทบาท มักจะเปนของ
คูกัน เมื่อมีสถานภาพจะตองมีบทบาท
ดวย การท่ีบุคคลมีบทบาทตอสังคม และ
ปฏิบัติตามหนาที่ที่สังคมยอมรับ มีความ
สําคัญเปนอันมาก เพราะทาํ ใหการจัด
ระเบียบสังคมดีข้ึน เปนการควบคุมสังคม
ใหเปนระเบียบ ถาคนไมปฏิบัติตามหนาท่ี
ตามบทบาทของตนในสังคมใหสมกับ
สถานภาพท่ีไดรับ ก็จะทาํ ใหสังคมเสีย
ระเบียบ ทําใหเกิดปญหาและความ
ยุงยากใหแกสังคม
4. การควบคุมทางสังคม
การควบคุมทางสังคม แบงออกได
ดังนี้
1. การจูงใจใหสมาชิกปฏิบัติตาม
บรรทัดฐานของสังคม เชน การยกยอง
การชมเชย หรือการใหรางวัล
2.ลงโทษสมาชิกที่ละเมิดหรือฝาฝน
บรรทัดฐานทางสังคม เชน ผิดวิถีชาวบาน
การลงโทษคือตําหนิ ซุบซิบนินทา
หัวเราะเยาะ ผิดกฎศีลธรรม ไมคบหา
สมาคม ผิดกฎหมาย ซึ่งการลงโทษจะ
มากหรือนอยแลวแตการกระทําผิด
สถาบันทางสังคม
สถาบันทางสังคม หมายถึง
รูปแบบพฤติกรรมของสมาชิกในสังคมเพื่อ
สนองความตองการรวมกันในดานตางๆ
และเพ่ือการคงอยูของสังคมโดยรวม
แบบแผนพฤติกรรมตางๆ เปนไปตาม
บรรทัดฐานทางสังคมท่ีมีความชัดเจน
แนนอน และเปนไปตามวัฒนธรรมของ
สังคม
สถาบันทางสังคม แบงออกได 5
สถาบัน ดังน้ี
1. สถาบันครอบครัว
กลุมสังคมในสถาบันครอบครัว
ไดแก ครอบครัวซึ่งประกอบดวยสมาชิกที่
อาศัยอยูในครัวเรือนเดียวกัน เชน บิดา
มารดา บุตร วงศาคณาญาติที่เกี่ยวของ
โดยสายโลหิต หรือการสมรส หรือมีบุตร
บุญธรรม
2. สถาบันการศึกษา หมายถึง
สถาบันสังคมซ่ึงเก่ียวของกับแบบแผนการ
ขัดเกลาและการถายทอดวัฒนธรรม การ
ใหความรู และการฝกทักษะอาชีพ เพื่อ
ความเปนสมาชิกที่เหมาะสมของสังคม
กลุมสังคมในสถาบันการศึกษา ไดแก
โรงเรียน มหาวิทยาลัย กระทรวง ทบวง
กรม ที่ทําหนาที่เก่ียวของกับการศึกษา
กลุมสังคมเหลานี้จะประกอบไปดวย
ตําแหนง หรือสถานภาพทางสังคม เชน
ครู อาจารย เปนตน
3. สถาบันศาสนา หมายถึง
สถาบันท่ีทาํ หนาท่ีชวยสนองความ
ตองการดานเสริมกาํ ลังใจใหแกสมาชิกใน
สังคมเพ่ือใหใชชีวิตอยูในสังคมดวยความ
ปกติสุขโดยปฏิบัติตามคติความเช่ือ
กลุมสังคมในสถาบันศาสนา ที่สําคัญ
ไดแก คณะสงฆ และกลุมผูปฏิบัติธรรม
โดยมีตาํ แหนงหรือสถานภาพทางสังคม
ตางๆ กัน ตางมีบทบาทหนาท่ีเก่ียวของ
สัมพันธกันตามสถานภาพทางสังคม
ดังกลาว
4. สถาบันเศรษฐกิจ หมายถึง
สถาบันสังคมที่เก่ียวของกับแบบแผน
การสนองความตองการเกี่ยวกับความ
จาํ เปนทางวัตถุ เพื่อการดํารงชีวิต เปน
แบบแผนพฤติกรรมทางสังคมท่ีเกี่ยวของ
กับ การผลิตการกระจายสินคาและ
บริการไปสูผูบริโภค ซึ่งเปนปจจัยสาํ คัญ
ในการดาํ รงชีวิต
กลุมสังคมในสถาบันเศรษฐกิจ
กลุมสังคมในสถาบันเศรษฐกิจมีจํานวน
มาก เชน รานคา โรงงานและองคกร
เศรษฐกิจตางๆ แตละกลุมสังคมเหลานี้
ประกอบไปดวยตําแหนงและบทบาท
หนาที่ตางๆ ซึ่งเกี่ยวของสัมพันธกัน เชน
ผูจัดการ พนักงาน เกษตรกร เปนตน
เพ่ือกระทําบทบาทและหนาท่ีดังกลาว
5. สถาบันทางการเมือง
การปกครอง หมายถึง สถาบันสังคมท่ี
เปนแบบแผนที่เกี่ยวของกับการสนอง
ความตองการของสมาชิกในการดํารงชีวิต
ตามกฎระเบียบของสังคม ควบคุมใหกลุม
คนอยูในสังคมอยางสงบสุข
กลุมสังคมในสถาบันการเมือง
การปกครอง ประกอบดวยกลุมสังคมตาง
ท่ีสําคัญ คือ กลุมสังคมที่มีการจัดระเบียบ
อยางชัดแจง ที่เรียกวา องคการ เชน
พรรคการเมือง กระทรวง ทบวง กรม
เปนตน แตละองคการประกอบดวย
ตาํ แหนงหรือสถานภาพทางสังคม
เพ่ือกระทําบทบาทและหนาที่ตาม
สถานภาพน้ัน
สถาบันเศรษฐกิจ
สถาบันการเมืองการปกครอง