The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pitawan Chairat, 2021-06-22 17:51:54

หน่วยที่ 8 STRONG จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต

วิชาชีวิตกับสังคมไทย

รหัสวิชา 30000-1501

หนวยท่ี 1
สังคม การจัดระเบียบทางสังคม

และสถาบันทางสังคม

ครูตะวัน ชัยรัต
วิทยาลัยสารพัดชางเชียงใหม

หนวยท่ี 1
สังคม การจัดระเบียบทางสังคม

และสถาบันทางสังคม

ลกั ษณะพิเศษของมนุษยประการหนึ่ง
คอื มนุษยเ ปนสัตวส ังคม หมายความวา มนษุ ย
จะอยูโ ดดเดย่ี วไมไดจําเปน ตอ งอยรู วมกัน
เปนกลุม ท่ีเรียกวา “สังคม” เพราะตอ งพงึ่ พา
อาศยั ซง่ึ กันและกัน ในขณะเดียวกนั เมอื่ มนษุ ย
มาอยูรว มกนั จาํ เปน ตองมกี ารจดั ระเบียบทาง
สังคม เพื่อใหการอยูรวมกันเปน สังคมน้ันเปน
ไปดวยความเรยี บรอ ย
ความหมายของสังคม

สงั คม หมายถึง กลุมคนทอ่ี ยรู วมกนั
มากกวา 2 คน มีความสมั พันธก ัน พึ่งพาอาศยั
ซ่ึงกนั และกัน มกี จิ กรรมรวมกนั และมคี วาม
รูสกึ เปน อนั หนงึ่ อันเดยี วกนั

สังคม คือ การอยูรวมกันของ
มนุษยโดยมีลักษณะความสัมพันธซ่ึงกัน
และกันหลายรูปแบบ เชน อาชีพ อายุ
เพศ ศาสนา ฐานะ ท่ีอยูอาศัย ฯลฯ

สําหรับระบบสงั คมท่รี วมถงึ สงิ่ มชี วี ติ
ประเภทอืน่ นอกเหนือจากมนษุ ยอาจใชคาํ วา
ระบบนิเวศ ซึง่ มีความหมายเกยี่ วกับความ
สมั พันธของสิ่งมีชวี ิตตางๆกับสภาพแวดลอ ม
สงั คมของมนษุ ยเกดิ จากกลุม บคุ คลที่มคี วาม
สนใจรวมกันไมว า จะในดา นใด เชน ประเทศ
จงั หวดั และอื่นๆ และมกั จะมีวัฒนธรรมหรือ
ประเพณรี วมถึงภาษา การละเลนและอาหาร
การกินของตนเองในแตล ะสังคม

การที่มนุษยรวมกันเปนสังคมน้ัน
ชวยใหมนุษยสามารถสรางและพัฒนาสิ่ง
ตางๆ ใหประสบความสําเร็จได ซึ่งอาจ
เปนไปไมไดถาตองทําส่ิงนั้นโดยลาํ พัง
ขณะเดียวกันสังคมที่พัฒนาหรือกําลัง
พัฒนาเปนเมืองขนาดใหญ ซ่ึงมีการใช
เทคโนโลยีชวยในการทาํ งานอยางมากน้ัน
ก็อาจสงผลใหประชากรท่ีไมสามารถปรับ
ตัวตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง
เกิดความรูสึกโดดเดี่ยวหรือความรูสึกวา
ตนเองไมมีสวนรวมในสังคมข้ึนมาได

สังคมมนุษยแมวาจะมีขนาดของ
สังคมหรือลักษณะเฉพาะของสังคม
แตกตางกัน แตเม่ือกลาวถึงโครงสรางทาง
สังคมโดยทั่วไปหรือโครงสรางพื้นฐานทาง
สังคมเบื้องตนแลว ทุกสังคมตางมี
องคประกอบสาํ คัญอยูบนพื้นฐาน
2 ประการท่ีสําคัญคือกลุมสังคมและ
สถาบันทางสังคม

โครงสรางทางสังคม
แบงออกเปน 2 สวนคือ
1. สังคมชนบท
จัดวาเปนโครงสรางที่สําคัญที่สุด

ของสังคมไทย เพราะเทากับเปน
โครงสรางของสังคมไทยทั้งหมด สังคม
ชนบท ไดแก การรวมกลุมแบบอรูปนัย
ของกลุมปฐมภูมิ มีการติดตอกันแบบตัว
ถึงตัว
สภาพแวดลอมของทองถิ่นและวัฒนธรรม
ที่มีอยูเดิมซึ่งคลายคลึงกัน ทําให
สถานภาพและบทบาทของคนในสังคม
ชนบทไมแตกตางกันมาก มีการรวมตัวกัน
อยางเหนียวแนน สมาชิกของสังคมทาํ
หนาที่สอดคลองตอเนื่องกันอยางราบร่ืน
และมีคานิยมในเรื่องคุณความดีทาง
ศาสนาเปนตัวควบคุมความประพฤติทาง
สังคมของชนบทหรือที่เราเรียกกันวา
จารีตนั่นเอง

สังคมชนบท
สังคมเมือง

2. สังคมเมือง
ขอแตกตางที่เดนชัดระหวางสังคม
ชนบทกับสังคมเมือง ไดแก จํานวนกลุม
ขององคการที่มีมากในสังคมเมืองหลวง
หลักเกณฑการพิจารณาสถานภาพทาง
สังคมของบุคคลในเมืองหลวง ขึ้นอยูกับ
ฐานะทางเศรษฐกิจ และระดับการศึกษา
ซ่ึงผิดจากเกณฑของสังคมชนบท
นอกจากนั้น โครงสรางชนชั้นทาง
สังคมในเมืองหลวง คือประกอบดวยกลุม
คนที่เปนผูสืบเช้ือสายมาจากตระกูลเกา
และขุนนาง คานิยมของคนเมืองหลวงนั้น
จะเนนหนักเรื่องอํานาจและความม่ังค่ัง
มากกวาชาวชนบท มีความตองการยก
ระดับตัวเอง จากชั้นสังคมเดิมไปสู
ชั้นที่สูงกวา โดยอาศัยปจจัยหลาย
ประการ เชน ฐานะทางการเงิน การ
ศึกษา อํานาจทางการเมือง และสิทธิ
ตางๆ

ลักษณะมูลฐานของสังคมซ่ึงทําให
สังคมดาํ รงอยูได หมายถึง องคประกอบ
หลัก (เสาหลัก) ของสังคมที่เปนตัวคา้ํ ยัน
สังคมไวใหพยายามสัมพันธของคนใน
สังคมดําเนินไปได ประกอบไปดวย

- คานิยม (SOCIAL VALUE)
- บรรทัดฐานทางสังคม
(SOCIAL NORM)
- สถานภาพ (STATUS)
- บทบาท (ROLE)
- สถาบันทางสังคม
(SOCIAL ORGANIZATION)
- การควบคุมทางสังคม
(SOCIAL CONTROL)

กลุมสังคม หมายถึง กลุมคนตั้งแต
2 คนข้ึนไปมีความรูสึกเปนสมาชิกรวมกัน
มีการกระทําระหวางกันทางสังคม
เพ่ือตอบสนองความตองการของสมาชิก
ในกลุมสังคมน้ัน ตามบทบาทและหนาที่
ของตนเอง

สาเหตุการอยูรวมกันเปนสังคม
1. เพื่อสนองความตองการ

พ้ืนฐาน ไดแก
- ความตองการทางกายภาพ

เชน ตองการส่ิงอํานวยความสะดวกสบาย
ในการดํารงชีวิต

- ความตองการทางชีวภาพ
เชน อาหาร เครื่องนุงหม ที่อยูอาศัย ยา
รักษาโรค

- ความตองการทางจิตใจ เชน
ความรัก ความอบอุน

- ความตองการทางสังคม เชน
ตองการเปนที่ยอมรับของคนในสังคม
อันทําใหเกิดอาํ นาจ เกียรติยศชื่อเสียง

2. เพื่อทําใหมีความเปนมนุษย
สมบูรณ

3. เพื่อสรางความเจริญใหกับ
ตนเองและสังคม

หนาท่ีของสังคม
เมื่อมนุษยมารวมกันเปนกลุมสังคม

การที่สังคมนั้นจะดํารงอยูได ตองมีหนาที่
ดังน้ี

1. เสริมสรางและผลิตสมาชิกใหม
ไดแก ธาํ รงรักษาชีวิตมนุษยในสังคมใหสืบ
ตอกันโดยไมขาดสายและผลิตสมาชิกใหม
ทดแทนสมาชิกเกาที่ส้ินชีวิตไป

2. อบรมส่ังสอนขัดเกลาสมาชิก
ของสังคม ใหเรียนรูระเบียบของสังคม
ไดแก สังคมจะตองอบรมสั่งสอน
และขัดเกลาสมาชิกใหม ใหเรียนรู
ระเบียบกฎเกณฑของสมาชิกน้ันๆ ซ่ึงจะ
ทําในรูปใดก็ได

3. สรางหรือผลิตแจกแจงสินคา
และบริการที่จาํ เปนใหกับสมาชิก ไดแก
ผลิตจายแจกและบริการเครื่องอุปโภค
บริโภคแกสมาชิกของสังคม เชน เสื้อผา
อาหาร การแจกจายทําในรูปของการแลก
เปลี่ยน หรือเงินตราแลวแตสภาพความ
เจริญของแตละสังคม

4. ดํารงรักษาไวซ่ึงระเบียบ
กฎหมายของสังคม ไดแก เมื่อมีการ
คุกคามความม่ันคงเกิดขึ้นกับสมาชิกของ
สังคม ตองจัดเจาหนาที่ควบคุมดูแล
ลงโทษผูละเมิดระเบียบกฎหมายของ
สังคม

5. จะตองมีการจัดสนองความ
ตองการทางดานจิตใจใหกับสมาชิกของ
สังคม ในรูปของกิจกรรมทางศาสนา
หนาท่ีน้ีคือหนาท่ีของสถาบันศาสนา
นั่นเอง

องคประกอบของสังคม
การท่ีคนจะมารวมกันเพ่ือทํา

กิจกรรม หรือดําเนินชีวิตภายใตกฎเกณฑ
เดียวกันน้ัน ตองมีองคประกอบและองค
ประกอบนั้นคือ

1. ประชากรจํานวนหน่ึงทั้งเพศ
หญิงและชาย

2. พ้ืนท่ีหรือดินแดนท่ีมีอานาเขต
แนนอน

3. ความสัมพันธของผูคนมีตอกัน
4. การกระทาํ ที่ตอเน่ืองจนเปน
กิจวัตร แมวาจะมีหนาท่ีตอสังคมแตกตาง
กัน
5. การประพฤติและปฎิบัติตนของ
สมาชิกภายใตกรอบของสถาบันหรือ
วัฒนธรรมเดียวกัน

การจัดระเบียบทางสังคม
การจัดระเบียบทางสังคม

หมายถึง กระบวนการทางสังคมที่คอย
ควบคุมความประพฤติของบุคคลในสังคม
ใหอยูใน ระเบียบ กฎเกณฑ ท่ีสังคม
กําหนดไวเพ่ือใหสังคมมีระเบียบและดาํ รง
อยูได

การจัดระเบียบทางสังคมเปน
กระบวนการท่ีมีขอบเขตกวางขวาง
ครอบคลุม ปรากฏการณทางสังคมหลาย
อยางเร่ิมตนจากการสรางกฎเกณฑ
ขอบังคับ ตางๆ เพื่อใหสมาชิกของสังคม
ยึดถือเปนแนวปฏิบัติตอกันระเบียบ
กฎเกณฑ ขอบังคับตางๆ คือ บรรทัดฐาน
ของสังคมเม่ือสรางบรรทัดฐานทางสังคม
ข้ึนมาจําเปนตองสนับสนุนใหสมาชิกของ
สังคม ปฏิบัติตามบรรทัดฐานของสังคม
ก็คือ สถานภาพ และบทบาท

สาเหตุที่ตองจัดระเบียบทางสังคม
1. เพื่อใหการติดตอสัมพันธกันทาง

สังคมเปนไปอยางเรียบรอย
2. เพ่ือปองกันความขัดแยงระหวาง

สมาชิกในสังคม
3. ชวยใหสังคมดาํ รงอยูอยางสงบ

สุขและม่ันคงในสังคม
องคประกอบของการจัดระเบียบ
ทางสังคม

1. บรรทัดฐานของสังคม
2. สถานภาพ
3. บทบาท
4. การควบคุมทางสังคม

กระบวนการจัดระเบียบทางสังคม
ประกอบดวย 4 ประเภท คือ

1.บรรทัดฐานทางสังคม
คือ แบบแผน กฎเกณฑขอบังคับ หรือ
มาตรฐาน ในการปฏิบัติของคนในสังคม
ซ่ึงสังคมยอมรับวาสมควรจะปฏิบัติ เชน
บิดา มารดา ตองเลี้ยงดูบุตร บุตรตองมี
ความกตัญูตอบิดา มารดา ขาราชการ
ตองบริการประชาชน พระสงฆตองรักษา
ศีลและเปนที่พึ่ง ทางใจ ของประชาชน

บรรทัดฐานทางสังคม แบงออกได
3 ประเภท คือ

1.วิถีประชา
2. จารีต
3. กฎหมาย

2. สถานภาพ คือ ตําแหนงที่ไดรับ
จากการเปนสมาชิกของสังคม เปนปจจัย
ท่ีชวยในการจัดระเบียบของสังคมเพราะ
ทุกคนมีสถานภาพติดตัวมาตั้งแตเกิด เชน
เปนหญิง เปนชาย ฯลฯ หลังจากเกิดมี
สถานภาพเพ่ิมเติมอีกมากมาย เชน
รับราชการเปนตาํ รวจ สถานภาพเปนสิ่งท่ี
ชวยใหมนุษยติดตอสัมพันธกัน โดยอาศัย
สถานภาพ ของบุคคลเปนหลักในการ
ติดตอ

สถานภาพเปนเครื่องกาํ หนดวา ใคร
มีหนาที่รับผิดชอบอยางไร ทาํ ใหรูจักสิทธิ
หนาที่ของกันและกัน สถานภาพเสริมให
บุคคลกระตือรือรนที่จะยกฐานะของ
ตนเอง ใหทัดเทียมกับ บุคคลอ่ืนๆ หรือสูง
กวาคนอ่ืนๆ ทาํ ใหเปนผูใฝในการศึกษา
หาความรู ขยันขันแข็งในการประกอบ
อาชีพใหเจริญกาวหนา และทําใหสังคม
เจริญขึ้น

3. บทบาท คือ การปฏิบัติตาม
หนาที่และสิทธิของตนตามสถานภาพของ
ตน สถานภาพและบทบาท มักจะเปนของ
คูกัน เมื่อมีสถานภาพจะตองมีบทบาท
ดวย การท่ีบุคคลมีบทบาทตอสังคม และ
ปฏิบัติตามหนาที่ที่สังคมยอมรับ มีความ
สําคัญเปนอันมาก เพราะทาํ ใหการจัด
ระเบียบสังคมดีข้ึน เปนการควบคุมสังคม
ใหเปนระเบียบ ถาคนไมปฏิบัติตามหนาท่ี
ตามบทบาทของตนในสังคมใหสมกับ
สถานภาพท่ีไดรับ ก็จะทาํ ใหสังคมเสีย
ระเบียบ ทําใหเกิดปญหาและความ
ยุงยากใหแกสังคม

4. การควบคุมทางสังคม
การควบคุมทางสังคม แบงออกได
ดังนี้
1. การจูงใจใหสมาชิกปฏิบัติตาม
บรรทัดฐานของสังคม เชน การยกยอง
การชมเชย หรือการใหรางวัล
2.ลงโทษสมาชิกที่ละเมิดหรือฝาฝน
บรรทัดฐานทางสังคม เชน ผิดวิถีชาวบาน
การลงโทษคือตําหนิ ซุบซิบนินทา
หัวเราะเยาะ ผิดกฎศีลธรรม ไมคบหา
สมาคม ผิดกฎหมาย ซึ่งการลงโทษจะ
มากหรือนอยแลวแตการกระทําผิด

สถาบันทางสังคม
สถาบันทางสังคม หมายถึง

รูปแบบพฤติกรรมของสมาชิกในสังคมเพื่อ
สนองความตองการรวมกันในดานตางๆ
และเพ่ือการคงอยูของสังคมโดยรวม
แบบแผนพฤติกรรมตางๆ เปนไปตาม
บรรทัดฐานทางสังคมท่ีมีความชัดเจน
แนนอน และเปนไปตามวัฒนธรรมของ
สังคม

สถาบันทางสังคม แบงออกได 5
สถาบัน ดังน้ี

1. สถาบันครอบครัว
กลุมสังคมในสถาบันครอบครัว
ไดแก ครอบครัวซึ่งประกอบดวยสมาชิกที่
อาศัยอยูในครัวเรือนเดียวกัน เชน บิดา
มารดา บุตร วงศาคณาญาติที่เกี่ยวของ
โดยสายโลหิต หรือการสมรส หรือมีบุตร
บุญธรรม

2. สถาบันการศึกษา หมายถึง
สถาบันสังคมซ่ึงเก่ียวของกับแบบแผนการ
ขัดเกลาและการถายทอดวัฒนธรรม การ
ใหความรู และการฝกทักษะอาชีพ เพื่อ
ความเปนสมาชิกที่เหมาะสมของสังคม

กลุมสังคมในสถาบันการศึกษา ไดแก
โรงเรียน มหาวิทยาลัย กระทรวง ทบวง
กรม ที่ทําหนาที่เก่ียวของกับการศึกษา
กลุมสังคมเหลานี้จะประกอบไปดวย
ตําแหนง หรือสถานภาพทางสังคม เชน
ครู อาจารย เปนตน

3. สถาบันศาสนา หมายถึง
สถาบันท่ีทาํ หนาท่ีชวยสนองความ
ตองการดานเสริมกาํ ลังใจใหแกสมาชิกใน
สังคมเพ่ือใหใชชีวิตอยูในสังคมดวยความ
ปกติสุขโดยปฏิบัติตามคติความเช่ือ

กลุมสังคมในสถาบันศาสนา ที่สําคัญ
ไดแก คณะสงฆ และกลุมผูปฏิบัติธรรม
โดยมีตาํ แหนงหรือสถานภาพทางสังคม
ตางๆ กัน ตางมีบทบาทหนาท่ีเก่ียวของ
สัมพันธกันตามสถานภาพทางสังคม
ดังกลาว

4. สถาบันเศรษฐกิจ หมายถึง
สถาบันสังคมที่เก่ียวของกับแบบแผน
การสนองความตองการเกี่ยวกับความ
จาํ เปนทางวัตถุ เพื่อการดํารงชีวิต เปน
แบบแผนพฤติกรรมทางสังคมท่ีเกี่ยวของ
กับ การผลิตการกระจายสินคาและ
บริการไปสูผูบริโภค ซึ่งเปนปจจัยสาํ คัญ
ในการดาํ รงชีวิต

กลุมสังคมในสถาบันเศรษฐกิจ
กลุมสังคมในสถาบันเศรษฐกิจมีจํานวน
มาก เชน รานคา โรงงานและองคกร
เศรษฐกิจตางๆ แตละกลุมสังคมเหลานี้
ประกอบไปดวยตําแหนงและบทบาท
หนาที่ตางๆ ซึ่งเกี่ยวของสัมพันธกัน เชน
ผูจัดการ พนักงาน เกษตรกร เปนตน
เพ่ือกระทําบทบาทและหนาท่ีดังกลาว

5. สถาบันทางการเมือง
การปกครอง หมายถึง สถาบันสังคมท่ี
เปนแบบแผนที่เกี่ยวของกับการสนอง
ความตองการของสมาชิกในการดํารงชีวิต
ตามกฎระเบียบของสังคม ควบคุมใหกลุม
คนอยูในสังคมอยางสงบสุข

กลุมสังคมในสถาบันการเมือง
การปกครอง ประกอบดวยกลุมสังคมตาง
ท่ีสําคัญ คือ กลุมสังคมที่มีการจัดระเบียบ
อยางชัดแจง ที่เรียกวา องคการ เชน
พรรคการเมือง กระทรวง ทบวง กรม
เปนตน แตละองคการประกอบดวย
ตาํ แหนงหรือสถานภาพทางสังคม
เพ่ือกระทําบทบาทและหนาที่ตาม
สถานภาพน้ัน

สถาบันเศรษฐกิจ
สถาบันการเมืองการปกครอง


Click to View FlipBook Version