เมืองตรัง
ของดี
คำนำ
หนังสือออนไลน์(E-BOOK) ผู้จัดทำ จัดทำขึ้น
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเรื่องราวต่างๆ
และของดีของเมืองตรัง เพื่อให้นักศึกษาและผู้
ที่สนใจศึกษาค้นคว้ามีความรู้และความเข้าใจ
เกี่ยวกับระบบสารสนเทศมากยิ่งขึ้น
สารบัญ หน้า
เรื่อง 1
2
หมูย่างเมืองตรัง 3
เค้กเมืองตรัง 4
ผ้าทอนาหมื่นศรี 5
หมุก 6
ขนมจีบสังขยาไส้ทะลัก 7
หมี่หนำเหลี่ยว 8
รถตุ๊กๆ หัวกบโบราณ 9
ถ้ำมรกต
ถ้ำเลเขากอบ
หมูย่างเมืองตรัง
หมูย่างตำหรับเมืองตรัง
เป็นอาหารที่เชิดหน้าชูตา ชาวเมืองตรังต้นกำเนิดของหมู
ย่างเกิดขึ้นในประเทศจีนสมัยราชวงศ์ถังการค้นพบวิธีการ
ย่างหมูนั้นเป็นการบังเอิญ คือ ในขณะที่พ่อครัวกำลังปรุง
อาหารได้ทำหมูชิ้นหนึ่งตกลงในเตาถ่านจนเนื้อสุกและหนัง
ไหม้พ่อครัวได้ลองหยิบมาชิมจึงรู้ว่าหมูมีรสกรอบและ
อร่อยกว่าเดิม เขาจึงเริ่มมีความคิดว่ารนำ
หมูมาย่างเป็นอาหารน่าจะอร่อย พ่อครัวจึงได้ทดลอง
นำหมูย่างและนำขึ้นถวายฮ๋องเต้ ปรากฎว่าฮ่องเต้
ทรงโปรดมาก เนื่องจากหมูเมื่อย่างสุกพอเหมาะ หนังจะ
มีสีเหลืองดุจทองคำสุกอร่าม ฮ่องเต้จึงตั้งชื่อหมูย่างนี้ว่า
“หมูทอง” หมูย่างจังหวัดตรัง จึงเป็นมรดกที่ตกทอดมา
ครั้งอดีตจากอาหารจานโปรดของฮ่องเต้สู่สามัญชน
และได้รักษาเอกลักษณ์ไว้
เค้กเมืองตรัง
เค้กเมืองตรัง “เมืองตรัง” ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองของคนช่างกิน และ
เมื่อเอ่ยถึงเมืองตรังของกินที่ขึ้นชื่อก็คงจะเป็น หมูย่างเมืองตรัง หรือ
ติ่มซำ อาหารเช้ายอดฮิตตลอดกาลของคนตรัง แต่นอกจากหมูย่าง
เมืองตรังที่ขึ้นชื่อแล้ว จังหวัดตรังยังมีของหวานอีกอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อ
ไม่แพ้กัน และของหวานที่ว่านั้นก็คือ “ขนมเค้กเมืองตรัง” หรือเรียกอีก
อย่างหนึ่งว่า “เค้กมีรู”“เค้กมีรู” ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่ ต.ลำภูรา
อ.ห้วยยอด จ.ตรังในสมัยก่อนเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “เค้กขุกมิ่ง”
ได้ชื่อมาจาก ขุกมิ่ง แซ่เฮง เจ้าตำรับขนมเค้กตรัง ที่ได้เดินทาง
มาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดตรัง โดยขุกมิ่งได้คิดทำขนมเค้กของตนเอง
เพื่อกินคู่กับกาแฟ โดยพัฒนาสูตรมาจากร้านขนมในอำเภอทับเที่ยง
และคิดค้น พัฒนาต่อจนกลายมาเป็นขนมเค้กเมืองตรังเค้กขึ้นชื่อลือชา
ไปทั่วประเทศ ด้วยรสหอมหวานกลมกล่อมอย่างมีเอกลักษณ์มีหลายรส
หลายกลิ่นหลายเจ้าให้เลือกได้ ตามใจชอบบรรจุกล่องสวยงาม
ในราคากันเอง
ผ้าทอนาหมื่นศรี
ผ้าทอนาหมื่นศรี ผ้าทอชั้นดีของเมืองตรังทำจากด้าย
และไหมถักทอด้วยกี่กระตุกแบบพื้นบ้านมีลวดลายสีสันต่างๆ
อีกทั้งสามารถประดิษฐ์เป็นตัวอักษรตาต้องการ
ใช้เป็นผ้าตัดเสื้อผ้าเช็ดหน้าผ้าปูโต๊ะแล้วแต่จะดัดแปลง
เป็นผ้าทอมือด้วยเทคนิคการเก็บ ตะกอ (การสร้างเส้นยืน)
สร้างลวดลายด้วยการทอยกเขา เพื่อเสริมเส้นพุ่งพิเศษ
ซึ่งเป็นการทอลวดลายแบบเดียวกับ การทอเทคนิค “ขิด”
ในภาคอีสาน แต่ในภาคใต้จะเรียกผ้า ที่มีการยกตะกอ
ทั้งหมดในท้องถิ่นว่า “ผ้ายก”
มีแหล่งผลิตอยู่ที่หมู่บ้านนาหมื่นศรี
อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง
หมุก
อีกหนึ่งฝีมือจักสานเป็นภาชนะชนิดหนึ่งสำหรับใส่ของเล็กๆน้อยๆ ทำด้วยใบเตยสวน
ทำเป็นตัวและฝาขนาดเท่าๆกันสวมกันได้พอดี มีทั้งชนิดนอนและตั้ง มักใช้ใส่ใบจากยาเส้น
หรือใส่ของในครัวเช่น พริกแห้ง หอม หรือเมล็ดพืชอื่นๆ เพราะหมุกปิดมิดชิด
ระบายอากาศได้ไม่อับชื้น ชนิดยืนใส่ของได้มั่นคง ชนิดนอนพกติดตัวสะดวก ปัจจุบัน
มีผู้นิยมทำกระเป๋าสตางค์รู้สึกเก๋ดี ในท้องที่จังหวัดตรังมีทำอยู่ที่บ้านดุหุน ต.บ่อหิน
อ.สิเกา บ้านทุ่งขี้เหล็ก ต.เขาไม้แก้ว อ.สิเกา โดยทั่วไปจะทำชนิดใส่ใบจากยาเส้น
สำหรับคนสูบใบจาก หมุกชนิดนี้ใบใหญ่ขนาดใส่ใบจาก ยาเส้นไม้ขีดไฟได้ พกติดตัว
สะดวก มีทั้งชนิดลายธรรมดา และประดิษฐ์ตัวอักษร อีกแบบหนึ่งขนาดเล็กกว่า
ต้องสั่งพิเศษทำปราณีต มีตัวอักษร สำหรับทำกระเป๋าสตางค์าค่อนข้างสูง นอกจากใช้ใส่
สิ่งของกันแล้ว ผู้ที่พบเห็นชอบในความสวยงามไว้เป็นของฝากของที่ระลึกกันมากกว่า
ชนิดตั้งมีขนาดต่างๆกันแล้วแต่ผู้ใช้ตั้งแต่ขนาดใส่พริกแห้งในครัวไปจนถึงใส่ข้าวเปลือก
ข้าวโพดได้มากๆวัสดุที่ใช้ทำใช้ใบเตยนำมาลนไฟพออ่อนตัว ขูดแล้วนำไปแช่น้ำเพื่อฟอก
ให้ขาว ตากน้ำค้าง จัดเป็นซี่เล็กๆย้อมสี เช่นเดียวกับเสื่อเตยเมื่อนำมาสานจะเล่นลายแบบ
ใดก็แล้วแต่ผู้ทำจะคิดประดิษฐ์ให้สวยงาม บางครั้งสานเป็นตัวอักษรได้ด้วย ไว้เป็นของ
ฝากของที่ระลึก ส่วนราคาก็ขึ้นอยู่กับความปราณีต ส่วนมากใบเล็กๆมักทำปราณีตกว่า
ใบใหญ่ ราคาใบเล็กจึงแพงกว่า นอกจากหมุกใส่ใบจากแล้วยังมีหมุกแบบตั้งสำหรับใช้ใส่
ของจุกจิกได้ด้วย บางแห่งเรียก ลูกปุก มีฝาปิดสวยงามหรืออาจจะทำเป็นกระเป๋าถือก็ได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบซึ่งผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ กำลังต้องการออกแบบมา
สนับสนุนอย่างมาก เพื่อวิวัฒนาการตามสมัยนิยม ใส่ของพื้นบ้านจนถึงกระเป๋าถือ
และกระเป๋าสตางค์สีสันสวยงามผ่านการออกแบบให้ทันสมัยถูกใจผู้รับแน่นอน
ขนมจีบสังขยาไส้ทะลัก
“ขนมจีบสังขยา” ที่ร้าน “ขนมจีบป้าพิณ ลำภูรา” ต.ลำภูรา
อ.ห้วยยอด เป็นขนมจีบที่มีหน้าตาคล้ายกระหรี่ปั๊บ
แต่ที่เรียกว่าขนมจีบก็เพราะขั้นตอนในการทำจำใช้มือจับจีบ
โดยรอบไม่ให้ไส้ทะลักออกมาตอนเข้าเตาอบนั่นเอง
จุดเด่นของขนมที่ร้านนี้ก็คือ ตัวไส้สังขยาที่มีกลิ่นหอม
หวานมัน อัดแน่นมาเต็มชิ้น และเลือกใช้เฉพาะไข่เป็ดไล่ทุ่ง
ซึ่งเป็นเป็ดที่เลี้ยงตามท้องนาและปล่อยให้หาอาหารเอง
ตามธรรมชาติ มาทำเป็นไส้สังขยาเท่านั้นมีกลิ่นหอม
และรสชาติที่น่ากิน
หมี่หนำเหลี่ยว
หมี่หนำเหลี่ยว อาหารถิ่นห้ามพลาดเมืองตรัง !
นั่นก็คือ “หมี่หนำเหลี่ยว” หรือ “หลอหมี่” ที่เป็นอาหารจีน
ฮกเกี้ยนมีรสอร่อยกลมกล่อม หน้าตาคล้ายราดหน้า มีวัตถุดิบ
ใส่ผสมรวมกันมากว่า 20 ชนิด นำโดยเส้นหมี่เหลือง (คล้ายโกย
ซีหมี่) เนื้อปู เนื้อหมู ตับหมู ไข่ไก่ กะหล่ำปลี เห็ดหอม เป็นต้น
เดิมชาวตรังจะนิยมกินหมี่หนำเหลี่ยวกันเฉพาะในวันพิธีสำคัญ
และวันงานส่งศพของชาวจีน ที่เปรียบเป็นการส่งผู้ตายสู่สวรรค์
เนื่องจากหมี่หนำเหลี่ยวนั้นต้องปรุงกันนานและพิถีพิถัน
ในการทำมาก อย่างไรก็ดีในปัจจุบันได้มีร้านอาหารบางร้านทำ
หมี่หนำเหลี่ยวขายเป็นเมนูเด็ด เช่น ร้านสีฟ้า ไลฟ์สไตล์ฟู๊ด
ร้านยำป้าหลุย เป็นต้น ซึ่งหากใครมีโอกาสไปเยือนเมืองตรัง
หมี่หนำเหลี่ยวถือเป็นหนึ่งในเมนูอาหารถิ่นที่ไม่ควรพลาดด้วย
ประการทั้งปวง
รถตุ๊ก ๆ หัวกบโบราณ
รถตุ๊ก ๆ หัวกบ เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของจังหวัดตรัง
เพราะมีเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้นในเมืองไทยที่มีรถโดยสาร
เป็นรถเก่าแก่แบบนี้ รถตุ๊กๆหัวกบเป็นรถกระบะสามล้อขนาดเล็ก
นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
เป็นนายกรัฐมนตรี เจ้ากบตัวนี้ไม่เหมือนกับรถตุ๊กๆแห่งดินแดน
สยามก็ตรงที่คันบังคับพวงมาลัยจะเป็นเหมือนรถยนต์ทั่วไป
มีหลังคาสำหรับผู้โดยสาร เหมาะสำหรับการขับขี่ในตัวเมืองตรัง
เพราะลักษณะภูมิศาสตร์ในเขตเมืองตรังนั้นจะเป็นลอนลูกฟูก
จึงจำเป็นต้องใช้รถขนาดเล็ก สามารถไปตามตรอกซอกซอย
แคบq ในเมืองได้อย่างง่ายดาย สามารถเช่าเหมาเพื่อการ
ท่องเที่ยวรอบเมืองตรังได้ ตกลงราคากับเจ้าของรถได้เลย
ถ้าอยากมีโอกาสได้สัมผัสรถตุ๊กๆในตำนานอย่างเจ้าหัวกบ
ก็ต้องเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเมืองตรังกันแล้ว
ถ้ำมรกต
ถ้ำมรกตคือความงดงามที่ซ่อนตัวอยู่กลางทะเลตรัง
บนเกาะมุก ความงดงามตระการตาของถ้ำมรกตไม่ได้จะ
เข้าไปชมกันง่ายๆ ต้องลอยคอผ่านปากทางเข้าถ้ำที่เป็นโพรง
เล็กๆเข้าไป ระยะทางประมาณ 80 เมตร ภายในถ้ำไม่ได้มืด
ทึบน่ากลัวเหมือนถ้ำทั่วไป เพราะด้านบนเปิดโล่ง ที่สำคัญมี
ชายหาดเล็ก ๆ พร้อมกับน้ำทะเลสีเขียวมรกตที่มีแสงอาทิตย์
สาดส่องลงมาเกิดเป็นประกายระยิบระยับงดงามจับตายิ่งนัก
สามารถเล่นน้ำได้ในบริเวณชายหาด บางวันที่นักท่องเที่ยว
น้อยๆจะเงียบสงบ เหมาะแก่การนอนอาบแดดพักผ่อนมากๆ
ซึ่งการที่จะได้เข้าไปชมความสวยงามของถ้ำมรกตก็ต้องอาศัย
ดวงกันสักเล็กน้อย เพราะถ้าหากน้ำขึ้นสูงก็จะไม่สามารถเข้าไป
ในถ้ำได้ จึงต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด สามารถเช่าเรือ
เพื่อการไปเที่ยวเกาะมุกและถ้ำมรกตได้ที่ท่าเรือปากเมง
อำเภอสิเกา
ถ้ำเลเขากอบ
"เลใต้ภูเขา ลอดยาวสุดลี้ น้ำรอบคีรี ที่นี่ถ้ำเลเขากอบ"
นี่เป็นคำจำกัดความของ "ถ้ำเลเขากอบ" หนึ่งใน Unseen Thailand
ของประเทศไทย แม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดให้ผู้คนทั้งจากชาวไทยและ
ต่างชาติ เดินทางแวะเวียนมาท่องเที่ยวไม่ขาดสาย เพราะความเชื่อที่ว่า
“การได้ลอดผ่านท้องมังกรจะเป็นสิริมงคล” ซึ่งถ้ำเลเขากอบเป็นถ้ำที่มี
สายน้ำไหลผ่านและไหลล้อมรอบภูเขาอันเป็นที่ตั้งของถ้ำ ภายในถ้ำ
มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามและคงความสมบูรณ์ปรากฏให้เห็นตลอด
ทาง ตามเวิ้งถ้ำหรือโถงถ้ำต่างๆสามารถเดินชมได้ เช่น ถ้ำเจ้าสาว
ถ้ำรากไทร ถ้ำคนธรรพ์ เป็นต้น จุดเด่นของถ้ำเลเขากอบอีกอย่างหนึ่ง
ที่สร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว คือการนอนราบ
ขนานไปกับเรือแล้วลอดผ่านส่วนที่มีเพดานถ้ำต่ำที่สุด เรียกว่า ถ้ำลอด
กล่าวกันว่าการได้ลอดผ่านจุดนี้เปรียบเสมือนการได้ลอดท้องมังกร