The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาบุคคลรายกรณี (Case Study)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suphachai Boonladee, 2024-06-16 07:02:46

การศึกษาบุคคลรายกรณี (Case Study)

การศึกษาบุคคลรายกรณี (Case Study)

การศึกษาบุคคลรายกรณี (Case Study) เสนอ อาจารย์ ดร.เมธี ดิสวัสดิ์ โดย นายศุภชัย บุญละดีรหัสนิสิต ๖๓๑๐๓๑๓๐๙ คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา (๐๓๐๘๒๐๐) ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๒ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา


ก ค าน า การศึกษาบุคคลเป็นรายกรณีเล่มนี้ได้จัดท าขึ้นเพื่อท าการเก็บรวบรวมข้อมูลของนักเรียนและ ให้ความช่วยเหลือ ให้ค าปรึกษาแก่นักเรียนที่มีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ ในครั้งนี้ผู้ท าการศึกษาได้มีคัดเลือกนักเรียนที่ท าการศึกษาจากโรงเรียนเทศบาล ๑ เอ็งเสียงสามัคคี จังหวัดสงขลา ที่มีความสนใจในการศึกษาและเป็นนักเรียนที่มีพฤติกรรมที่มีปัญหาบางอย ่างที่ควรได้รับ การแก้ไข ได้รับการช่วยเหลือ และต้องการค าปรึกษา ค าแนะน า โดยการท าการศึกษาครั้งนี้ได้ใช้เครื่องมือทาง จิตวิทยาในการเก็บรวบรวมข้อมูลจ านวน ๕ เครื่องมือ ดังนี้ ๑. การสังเกต ๒. การสัมภาษณ์ ๓. แบบสอบถาม ๔. แบบตรวจสอบปัญหา ๕. แบบทดสอบ ระยะเวลาในการศึกษาบุคคลรายกรณีครั้งนี้รวมระยะเวลา ๒๐ สัปดาห์ของภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้อาจขาดข้อมูลที่สมบูรณ์ ทางผู้จัดท าการศึกษาหวังไว้เป็นอย ่างยิ่งว่ารายงาน การศึกษาบุคคลเป็นรายกรณีเล่มนี้จะเป็นประโยชน์อย ่างยิ่งในการเป็นตัวอย ่างให้แก่ผู้ที่มีความสนใจ ที่จะท าการศึกษาพฤติกรรมของบุคคลในลักษณะเช่นนี้ได้ไม่มากก็น้อย หากรายงานการศึกษาบุคคล เป็นรายกรณีเล่มนี้มีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย นายศุภชัย บุญละดี ผู้ท าการศึกษา


ข สารบัญ การศึกษารายกรณี หน้า ค าน า ก สารบัญ ข ๑. ชื่อผู้รับการศึกษา ๑ ๒. ชื่อผู้ศึกษา ๑ ๓. สาเหตุ ๑ ๔. ระยะเวลาที่ศึกษา ๑ ๕. สมมติฐานของการศึกษา ๑ ๖. ข้อมูลทั่วไปของผู้รับการศึกษา ๑ ๖.๑. ลักษณะทั่วไป ๑ ๖.๒. ประวัติส่วนตัว ๒ ๖.๓. ประวัติครอบครัว ๒ ๖.๔. ประวัติการศึกษา ๒ ๖.๕. ประวัติสุขภาพ ๒ ๖.๖. ประวัติทางสังคม ๒ ๖.๗. การใช้เวลาว่างหรืองานอดิเรก ๒ ๖.๘. ความใฝ่ฝันในอนาคต ๓ ๖.๙. เจตคติต่อครอบครัว ๓ ๖.๑๐. เจตคติต่อบิดา ๓ ๖.๑๑. เจตคติต่อมารดา ๓ ๖.๑๒. เจตคติต่อพี่น้อง ๓ ๗. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ๓ ๗.๑. การสังเกต ๔ ๗.๒. การสัมภาษณ์ ๔


ค สารบัญ (ต่อ) การศึกษารายกรณี หน้า ๗.๓. แบบสอบถาม ๕ ๗.๔. แบบตรวจสอบปัญหา ๖ ๗.๕. แบบทดสอบ ๖ ๙. จุดเด่น จุดที่ควรพัฒนาของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ๗ ๙.๑. จุดเด่นของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ๗ ๙.๒. จุดที่ควรพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล ๗ ๑๐. วิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมและคุณลักษณะโดยการเชื่อมโยงกับภูมิหลังหรือประสบการณ์ ๘ ของผู้เรียนอย ่างรอบด้าน ๑๐.๑. การวิเคราะห์วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรม ๘ ๑๐.๒. การช่วยเหลือ ๘ ๑๑. สะท้อนผลและข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาพฤติกรรมและคุณลักษณะของผู้เรียน ๙ ๑๑.๑ การสะท้อนผล ๙ ๑๒. การสรุปและข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาพฤติกรรมและคุณลักษณะของผู้เรียน ๙ ๑๓. บรรณานุกรม ๑๑ ๑๔. ภาคผนวก ๑๒ - ๒๗ แบบบันทึกการสังเกต แบบบันทึกการสัมภาษณ์ แบบตรวจสอบปัญหา แบบทดสอบ


๑ การศึกษารายกรณี (Case Study) ๑. ชื่อผู้รับการศึกษา เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เพศ ชาย อายุ ๑๕ ปี ก าลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียน เทศบาล ๑ เอ็งเสียงสามัคคี ๒. ชื่อผู้ท าการศึกษา นายศุภชัย บุญละดีต าแหน่ง นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ ๒ ๓. สาเหตุที่ท าการศึกษา เนื่อง จากเด็กชายณัฐด นัย โ อตาค าร เป็นเด็กที่มีนิสัยน่ ารัก เป็นกันเอง มีบุค ลิกภาพที่ดี มีความสามารถพิเศษที่สอดคล้องกับความชื่นชอบส่วนตัวของตัวผู้เรียน เป็นคนตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ พูดจาไพเราะมีค าลงท้ายทุกประโยค เป็นเด็กที่อยู่ในกฎระเบียบของโรงเรียน และมีผลการเรียนที่ดีอย ่าง ต่อเนื่อง แต่ก็มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตและการศึกษา อีกทั้งยังไม่มั่นใจในตัวเองเท่าที่ควร ผู้ศึกษา จึงมีความสนใจที่จะวิเคราะห์จุดที่ควรพัฒนาในกรณีของเด็กนักเรียนที่ประสบผลส าเร็จในด้านการเรียน และการใช้ชีวิตต่อไป ๔. ระยะเวลาที่ท าการศึกษา ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ถึงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๕ เป็นระยะเวลา ๒๐ ครั้ง ๕. สมมติฐานของการศึกษา จากการศึกษาเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร ท าให้เข้าใจการใช้ชีวิตของนักเรียนและเข้าใจการจัดการ ตนเองในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา ด้านอารมณ์ด้านความรู้สึก เป็นต้น และเขาอาจมีความคิด หรืออุปนิสัยที่แตกต่างจากนักเรียนคนอื่น เช่น เกิดความวิตกกังวลในด้านการศึกษา ไม่มั่นใจในการพูดหน้าชั้น เรียน รู้สึกเบื่อหน่ายในการเรียนในรายวิชาที่ไม่ค่อยถนัด ไม่มั่นใจในตัวเอง เป็นต้น จากที่ได้กล่าวมาข้างต้น เห็นได้ว่าคนที่มีความสามารถในการจัดการตนเองในด้านต่าง ๆ นั้นจะมีความโดดเด่นกว่าคนทั่วไปพอสมควร ๖. ข้อมูลทั่วไปของผู้รับการศึกษา ๖.๑ ลักษณะทั่วไป เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร มีรูปร่างที่สมส่วน สูงโปร่ง ผิวสีแทน ร่างกายของเขาสมบูรณ์ แข็งแรง การแต่งกายสุภาพเรียบร้อย สวมใส่เสื้อผ้าสะอาด และเป็นคนที่อัธยาศัยดี เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย แต่ก็ไม่ค่อยชอบหน้าเพื่อนบางคนบ้าง ร่าเริงแจ่มใส และวิตกกังวลในบางเรื่องแต่ก็พร้อมใช้พลังชีวิตอย ่างชาญ ฉลาด


๒ ๖.๒ ประวัติส่วนตัว เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ปัจจุบันอายุ ๑๕ ปี ก าลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนเทศบาล ๑ เอ็งเสียงสามัคคี จังหวัดสงขลา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๑๕๖/๒๑ ต าบลหาดใหญ่ อ าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย นับถือศาสนาพุทธ มีพี่ชาย ๑ คน พี่สาว ๑ คน เขาเป็นบุตรคนที่ ๓ ๖.๓ ประวัติครอบครัว เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นบุตรชายคนเดียว ของนายสมพร โอตาคาร อายุ ๕๖ ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง และนางกรรณิการ์ แก้วด า อายุ ๕๓ ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง ปัจจุบันนี้ทั้ง ๒ ท่าน ได้อาศัยอยู่ร่วมกันและเป็นครอบครัวที่มีความอบอุ่น ๖.๔ ประวัติการศึกษา เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เริ่มเรียนชั้นอนุบาล-ประถมศึกษาที่โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดคลองเรียน) ส่วนระดับมัธยมศึกษา ๑-๓ ก าลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเทศบาล ๑ เอ็งเสียงสามัคคี อ าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และปัจจุบันก าลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเทศบาล ๑ เอ็งเสียงสามัคคี อ าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผลการเรียนของเขาอยู่ในระดับที่ดี ๖.๕ ประวัติสุขภาพ เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจ าตัว และไม่เคยประสบอุบัติเหตุแต่ก็มีการเจ็บไข้ได้ป ่วยตามสภาพอาการหรือสภาวะที่พบเจออยู่บ้างบางครั้ง เช่น เป็นหวัด ปวดศีรษะเนื่องจากเกิดความเครียด เป็นต้น ๖.๖ ประวัติทางสังคม เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นคนที่เข้าสังคมได้ง่าย ชอบร่วมกิจกรรมทางสังคมเป็นคน ที่พูดจาไพเราะ สุภาพ อ่อนน้อมถ ่อมตน แต่ในการเข้าสังคมนั้นเขาเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนที่เขาสนิทชิดเชื้อ กลัวการพูดหน้าชั้นเ รียนเนื่องจากไม่มีค วามมั่นใจในตัวเอง ที่ส าคัญเขาจะชอ บท าอะไรที่เขาชอ บ เช่น การเล่นเกม การออกก าลังกายด้วยการกระโดดเชือก เล่นกีตาร์เป็นต้น เพราะกิจกรรมต่าง ๆ จะท าให้ เขาผ่อนคลายจากการเรียนได้ดี ๖.๗ การใช้เวลาว่างหรืองานอดิเรก การใช้เวลาว่างของ เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร ส่วนใหญ่หลังจากที่เขามีเวลาว่างจากการเรียน เขาจะหากิจกรรมที่สามารถผ่อนคลายและท าให้เข้ามีความสุข เช่น การเล่นเกม หรือชอบท าสิ่งต่าง ๆ ที่ตนเอง อยากจะท า เพราะเขาได้กล่าวไว้ว่าการได้ท าในสิ่งที่ตนเองรักหรือสิ่งที่ตนเองถนัดจะท าให้เกิดความสุขกับ ตนเอง


๓ ๖.๘ ความใฝ่ฝันในอนาคต ความใฝ่ฝันในอนาคตของ เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร คือการเรียนจบในระดับปริญญาตรี และประกอบอาชีพหมอ เพราะจะได้มารักษาพ่อกับแม่ที่มีโรคประจ าตัว แต่พอลองคิดและไตร่ตรองดูแล้ว น่าจะไปไม่รอดเลยเปลี่ยนมาเป็นทหารแทน เนื่องจากไม่ต้องใช้เงินในการเรียนต่อที่เยอะกว่าการเรียนหมอ ๖.๙ เจตคติต่อครอบครัว เจตคติที่มีต่อครอบครัว โดยภาพรวมแล้วครอบครัวของเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร มีความใกล้ชิดและอบอุ่น เวลาที่อยู่ร่วมกันจะมีความสุขมาก ๆ พ่อแม่พร้อมสนับสนุนในการศึกษา และการประก อบอาชีพในอนาคต มีอะไรก็จะคุยกันอย ่างตรงไปตรง มา พ่อแม่ก็มีก ารทะเลาะกัน เป็นบ ่อยครั้งแต่สามารถจบปัญหาของการทะเลาะได้ทุกครั้ง ๖.๑๐ เจตคติต่อบิดา เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร รักบิดาเป็นอย ่างมาก แต่รั กเท่า ๆ กันกับทุกคนในบ้าน คุณพ่อเป็นคนที่ไม่ค่อยจะพูดอะไรมาก ส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่กับการท างาน เวลาว่างก็สูบบุหรี่เป็นประจ า ไม่เคยลงไม้ลงมือท าร้ายคนในครอบครัว ๖.๑๑ เจตคติต่อมารดา เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นคนที่รักมารดาหรือรักแม่ไม่ต่างจากบุคคลในครอบครัวเช่นกัน แต่จะมีความสนิทใจกับแม่มากกว่าใคร สามารถปรึกษาท่านได้ทุกเรื่อง แม้ในยามที่มีเรื่องไม่สบายใจ แม่ของเขาก็ยังคงรับฟัง ที่ส าคัญเขารักท่านและเป็นห ่วงท่านมาก แต่ในบางครั้งคุณแม่ก็จะบ ่นไปเรื่อย ในทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ๖.๑๒ เจตคติพี่น้อง เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นเด็กที่รักครอบครัวของเขาเป็นอย ่างมาก ถึงแม้ว่าเขา จะไม่ค่อยได้พบเจอกับพี่ ๆ ทั้ง ๒ คนบ ่อยครั้ง แต่พวกเขาทั้ง ๓ คนก็มีความรักความเอาใจใส่และมีความ ห ่วงใยต่อครอบครัวเสมอ แต่ทุกครั้งที่ได้พบเจอกันก็จะคอยอบรมสั่งสอนน้องชายให้เป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อแม่ และพี่น้อง ๗. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ๗.๑ การสังเกต ๗.๒ การสัมภาษณ์ ๗.๓ แบบสอบถาม ๗.๔ แบบตรวจสอบปัญหา ๗.๕ แบบทดสอบ


๔ ๘. สรุปข้อมูลที่ได้จากการศึกษา ๘.๑ การสังเกต ลักษณะภายนอก ลักษณะภายนอกของเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นเด็กที่มีความเรียบร้อย เรียนเก่ง พูดจาไพเราะ ประพฤติตนดีและเป็นเด็กที่อยู่ในกฎระเบียบของโรงเรียน คอยช่วยเหลือเพื่อน ๆ ช่วยเหลือ ครูบาอาจารย์อยู่เสมอ เป็นเด็กนักเรียนที่มีความกตัญญูรู้คุณและให้ความเคารพกับทุกคน ลักษณะนิสัย เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นเด็กที่เรียบร้อย มีความน่ารัก อุปนิสัยของเขา คือ มุ่งมั่นในการท างานที่ได้รับมอบหมาย ตรงต่อเวลา เห็นคุณค่าในตัวเอง ภูมิใจในความส าเร็จของตนเอง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นและคนรอบข้าง เป็นคนที่ชอบออก าลังกาย เล่นเกม และที่ส าคัญเขาจะท าในสิ่ง ที่ตนเองรักและถนัด เพราะได้แสดงศักยภาพในทางที่ดีออกมาให้ผู้อื่นเห็นและชื่นชน ลักษณะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นคนที่สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย ่าง มีความสุข มีความช่วยเหลือเพื่อน ๆ คนอื่น แต่ก็ไม่ชอบหน้าเพื่อนบางคนอาจจะเป็นเพราะภูมิหลังที่มีต่อกลุ่ม เพื่อนไม่ค่อยดีสักเท่าไร และที่ส าคัญเขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองเป็นอย ่างดีเพราะเขา มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจึงท าให้อยู่ในสังคมได้เป็นอย ่างดี ๘.๒ การสัมภาษณ์ ข้อมูลทางครอบครัว จากการสัมภาษณ์ของเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เขามีครอบครัวที่อบอุ่นมีทั้งพ่อแม่ มีพี่น้อง ๓ คน เขาเป็นคนที่ ๓ เป็นน้องชายคนสุดท้อง พ่อกับแม่ของเขาเป็นคนที่มีนิสัยดีคอยสนับสนุนลูก ๆ ทั้งสามคนในทุก ๆ เรื่องแต่จะต้องเป็นเรื่องที่ถูก คอยดูแลเอาใจใส่ลูก ๆเป็นอย ่างดี พ่อและแม่พยายามท างาน หนักเพื่อส่งเสียให้ลูกได้เรียนสูง ๆ เพื่อที่จะเติบโตไปเป็นบุคลากรที่ดี มีอาชีพที่มั่นคง สามารถหาเลี้ยงตนเองได้ โดยไม่ท าให้ใครต้องเดือดร้อน เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นเด็กที่มีนิสัยน่ารัก รักครอบครัว เป็นคนที่มีความ ขยันและตั้งใจเรียน แม้ในบางครั้งเขาอาจจะท้อแท้ หมดก าลังใจ แต่พึงระลึกอยู่เสมอว่าครอบครัวต้องสุขสบาย ในวันข้างหน้า เขาเป็นคนที่นึกถึงครอบครัวอยู่เสมอ ในตอนแรกเขาอยากจะเป็นหมอ เพราะจะได้รักษา และดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่มีโรคประจ าตัวไวรัสตับอักเสบ แต่เป้าหมายที่ส าคัญอีกอย ่างหนึ่งคือเขาไม่อยากให้ ครอบครัวเดือดร้อน เขาเลยอยากจะประกอบอาชีพรับราชการทหาร เพราะเป็นอาชีพที่ใช้เงินในการศึกษา ไม่สูงมาก อีกทั้งยังเป็นการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินที่เขาได้เกิดมาด้วย และปัญหาที่เขามักพบเจอ ในการจัดการเรียนการสอนคือการวิตกกังวล ตื่นเต้น หวาดกลัว จาดความมั่นใจเมื่อต้องออกไปน าเสนองาน หน้าชั้นเรียน ซึ่งเป็นปัญหาที่ส าคัญอย ่างหนึ่ง เพราะอาจจะท าให้ส่งผลต่อการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และการประกอบอาชีพในอนาคต


๕ ปัญหาการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ปัญหาในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ส าหรับเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร ไม่มีปัญหา ในการอยู่ร่วมกัน เนื่องจากเขาเป็นคนที่สามารถเข้ากับบุคคลอื่นได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการท ากิจกรรม ต่าง ๆ ที่เขาให้ความส าคัญ การท ากิจกรรมถือเป็นการเข้าสังคมและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย ่างดีจึงส่งผล ให้เขาสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีปัญหา เพราะเขาเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น ลักษณะนิสัยและความสามารถพิเศษ เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นเด็กที่มีนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่น ยอมรับการตัดสินใจ เป็นผู้รับฟังที่ดี เป็นคนที่พูดมีหลักการและเหตุผล เรียบร้อย น่ารัก มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เป็นผู้น า และผู้ตามที่ดี ชอบเล่นเกม ออกก าลังกายอย ่างสม่ าเสมอ ชอบเล่นกีฬา และเป็นคนที่มีความสามารถ ทางด้านต่าง ๆ ได้เป็นอย ่างดี ๘.๓ แบบสอบถาม แบบสอบถามข้อมูลส่วนตัว เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นนักเรียน ปัจจุบันก าลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนเทศบาล ๑ เอ็งเสียงสามัคคี อ าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เกิดวันที่ ๑๕ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ อายุ ๑๕ ปีบ้านเลขที่ ๑๕๖/๒๑ ถนนรัตนวิบูลย์ต าบลหาดใหญ่อ าเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา ปัจจุบันพักอาศัย อยู่กับครอบครัวบิดาชื่อ นายสมพร โอตาคาร อายุ ๕๖ ปีมารดา ชื่อ นางสาวกรรณิการ์ แก้วด า อายุ ๕๓ ปี อาศัยอยู่ด้วยกัน มีพี่ชาย ๑ คน พี่สาว ๑ คน เขาเป็นบุตรคนที่ ๓ ก าลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เด็กหญิงอัปสรสีหะไกลสรจ าแลง ได้รับค่าใช้จ่ายจากครอบครัวในการ มาโรงเรียนเป็นรายวัน วันละ ๖๐ บาท แบบสอบถามการเห็นคุณค่าในตัวเอง จากการสอบถาม เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร ในเรื่องของการเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยภาพรวมแล้วเขาเป็นคนที่มีเห็นคุณค่าในตัวเองในทางที่ไม่ดีเป็นส่วนใหญ่ เขาเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง ในสิ่งที่ท าและวิตกกังวลในเรื่องของอนาคต ท้อแท้เมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ชีวิตเต็มไปด้วยความส บสน ถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น เป็นคนที่คิดมาก แต่ก็ยังมีส่วนที่เขาเห็นคุณค่าของตนเองในทางที่ดี คือ จะรู้สึกภูมิใจ ในความส าเร็จที่ตนเองมีความตั้งใจ เห็นคุณค่าในตัวเอง มีความรู้สึกต่อตัวเองไปในทางที่ดี เป็นต้น แบบสอบถามการลักษณะการแต่งกาย โดยภาพรวมหลังจากที่เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร ได้ท าการตอบแบบสอบถาม เกี่ยวกับการแต่งกาย จึงสรุปได้ว่า เขาเป็นคนที่มักจะไว้ทรงผมที่ผิดระเบียบ แต่แต่งกายเรียบร้อย สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาดแต่งกายตามกฎระเบียบของโรงเรียน ไม่เอาชายเสื้อไว้นอกกางเกงนักเรียน และไม่ท าพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมให้กับสถาบันการศึกษา หรือสถาบันอื่น ๆ ให้เสื่อมเสียชื่อเสียง


๖ ๘.๔ แบบตรวจสอบปัญหา ด้านการศึกษา จากการส ารวจแบบตรวจสอบด้านการศึกษาจากเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร จึงสรุป ได้ว่า เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าใจบทเรียน โดยเฉพาะวิชาวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ไม่มีความมั่นใจ ในการออกไปรายงานหน้าชั้นเรียน และเกิดความวิตกกังวลในบางครั้ง ด้านอาชีพ จากการส ารวจแบบตรวจสอบด้านอาชีพจากเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร จึงสรุป ได้ว่า เขาไม่ทราบว่าจะเลือกเรียนคณะอะไรจึงจะเหมาะสมกับเขา แต่เขาคิดไว้ว่าจะต้องเรียนสูง ๆ เพื่อที่จะได้ มีงานท าเลี้ยงตนเองและครอบครัวของเขาได้เขาอยากมีอาชีพที่ท้าทายความสามารถ ด้านส่วนตัวและสังคม จากการส ารวจแบบตรวจสอบด้านส่วนตัวและสังคมจากเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร จึงสรุปได้ว่า เขาไม่ชอบหน้าเพื่อนบางคน มีความวิตกกังวล กลัวการพูดหน้าชั้นเรียน และอยากมีเพื่อนที่เข้าใจ เขาจริง ๆ เพราะปัจจุบันนี้เขามองว่าความจริงใจในสังคมหาได้ยาก ด้านครอบครัว จากการส ารวจแบบตรวจสอบด้านครอบครัวจากเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร จึงสรุป ได้ว่า เขามีครอบครัวที่อบอุ่น คอยดูแลกัน รักและเอาใจใส่กับคนในครอบครัวเป็นอย ่างดีทางบ้านของเขาอยู่ ร่วมกันอย ่างมีความสุข อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา อาจมีบ้างในบางครั้งที่ทะเลาะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างพ่อกับแม่แต่ก็ยังคงรักและเข้าใจกัน ด้านสุขภาพ จากการส ารวจแบบตรวจสอบด้านสุขภาพจากจึงสรุปได้ว่า เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีสภาพจิตใจที่ดีรูปร่างสมบูรณ์ ไม่มีประวัติทางด้านสุขภาพ และไม่มีโรคประจ าตัว แต่ก็มีการเจ็บไข้ได้ป ่วยตามสภาพอาการหรือสภาวะที่พบเจออยู่บ้างบางครั้ง เช่น เป็นหวัด ปวดศีรษะเนื่องจากเกิดความเครียด เป็นต้น ๘.๕ แบบทดสอบ แบบทดสอบจิตวิทยา จากการท าแบบทดสอบทางจิตวิทยา (วัดความแข็งแรงทางสุขภาพจิต) ของเด็กชาย ณัฐดนัย โอตาคาร สรุปได้ว่า เป็นคนที่เครียดเกินไป วิตกกังวลในเรื่องของอนาคต แต่ก็มีวิธีการจัดการ กับความรู้สึกตัวเองคือเมื่อเกิดความเครียดก็จะท าในสิ่งที่ตนเองชอบและสามารถช่วยให้เขาผ่อนคลาย ความเครียดได้ นั่นคือ การเล่นเกม ท าความสะอาดบ้าน เป็นต้น โดยการท ากิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้ บรรเทาความเครียดได้


๗ ๙. จุดด้อย จุดที่ควรพัฒนาของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ๙.๑ จุดด้อยของผู้เรียน ผู้ศึกษาพบว่า เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นเด็กนักเรียนที่เรียนดีมีความสุขสดใส ร่าเริง อีกทั้งมีผลการเรียนในทางที่ดี ซึ่งพื้นฐานที่จะให้เกิดสิ่งนี้ คือ เขามีความพยายามและหมั่นฝึกฝนสมอง ให้ได้ขบคิดและค้นคว้าเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ต้องรู้จักวิเคราะห์ข้อมูลรอบตัวเพื่อท้ายที่สุดจะได้น าข้อมูล เหล่านั้นมาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตตนเอง นอกจากที่จะเป็นคนที่เก่งและมีผลการเรียนที่ดีแล้ว จะต้อง มีความมั่นใจในการแสดงออกซึ่งศักยาภาพที่ตนเองมี เพื่อท าให้การเรียนรู้เกิดประสิทธฺผลและมีประสิทธิภาพ และความมั่นใจจะช่วยต่อยอดในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นและการประกอบอาชีพได้ในอนาคต สิ่งเหล่านี้ จึงจะถือเป็นเด็กที่เก่ง ดี มีสุขอย ่างสมบูรณ์แบบ การเป็นเด็กนักเรียนที่ดีมีผลการเรียนอยู่ในระดับดีและมีความ มั่นใจในตัวเอง จะช่วยท าให้ชีวิตพบความส าเร็จมากมายซึ่งแม้ว่าการเรียนดีและการมีความมั่นใจอาจจะไม่ได้ ท าให้เกิดความร่ ารวยอย ่างมหาศาล แต่การเรียนดีและมีความมั่นใจจะท าให้เขาได้รู้จักและสัมผัสกับการเรียนรู้ เรื่องราวต่าง ๆ อย ่างหลากหลายมุมมอง และส่งผลดีต่อตนเอง เช่นเป็นบันไดขั้นแรกแห ่งความส าเร็จในชีวิต เป็นที่รักของคนในสังคม กลายเป็นคนรอบรู้ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตนเองและครอบครัว ๙.๑ จุดที่ควรพัฒนาของผู้เรียน จุดที่ควรพัฒนาของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ผู้ศึกษาทราบว่า เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร เป็นเด็กที่มีความขี้อาย แต่ในความขี้อายก็อาจมีทั้งข้อดีข้อเสีย ในบางกรณีอาจมีความน่าเอ็นดู อ่อนน้อมในสายตาใครต่อใคร แต่ในบางกรณีตัวอย ่างเช่น ต้องน าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ท าให้ความมั่นใจกลับหายไป กลายเป็นความ ขี้อายไม่กล้าสบตาตรง ๆ กับผู้ฟัง เป็นต้น คนไม่มั่นใจและเกิดความวิตกกังวล คือ คนกลัวคนหรือคนที่ขาด ความเชื่อมั่น ขาดความมั่นใจ หรือบางคนเป็นเพราะคิดมากเกินไปเกี่ยวกับขีดความสามารถของตนเอง กลัวกลายเป็นตัวตลก กลัวไม่เป็นที่ต้องการของสังคมและมักจะลงโทษตัวเอง และมีอารมณ์อ่อนไหวต่อค าพูด มากกว่าปกติซึ่งจะน าไปสู่ความตื่นตระหนกทางสมองได้ ซึ่งความไม่มั่นใจและความวิตกกังวลสามารถแก้ไขได้ ด้วยประเด็นดังต่อไปนี้ ๑. ส ารวจตัวเอง ว่าเราเกิดความไม่มั่นใจและเกิดความวิตกกังวลเหตุการณ์ไหนบ้าง สถานที่ และเวลาใด แล้วจ าได้ไหมว่าเราแสดงกิริยาท่าทางแบบไหนออกมาในตอนที่เราเกิดความไม่มั่นใจหรือวิตก กังวล ๒. พยายามควบคุมอารมณ์ขั้นแรกต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้ คุณรู้จักสงบสติอารมณ์ เพราะเกิดความเครียดตอนเข้าสังคมหรือพบกับคนแปลกหน้า หรือแปลกสถานที่ พยายามควบคุมอารมณ์อย ่าให้ตื่นเต้น หายใจเข้าออกลึก ๆ ช้า ๆ พยายามสบตาผู้คน ยิ้มทักทาย และฟังในสิ่ง ที่เขาพูดจาด้วยท่าทีผ่อนคลาย อย ่าปล่อยให้ความวิตกกังวลจู่โจม แล้วความเครียดเข้ามาร่วมด้วย โปรดตระหนักไว้ว่า ถ้าความเครียดเกิดขึ้น จะกระเทือนความมุ่งมั่นและบั่นทอนพลังใจทันที ๓. มองตนเองในแง่ดีก่อนที่ตนเองจะพาตัวเองเข้าไปยังที่ไหน ๆ หรือลงมือท าอะไร อย ่าคิดมาก เป็นอันขาดว่าตัวเองท าได้ ไม่มีใครช่วยสนับสนุน อาจจะท าออกมาไม่ดี โดนดูถูกและเปรียบเทียบกับคนอื่น


๘ เพราะการคิดติดลบกับตัวเองไม่มีประโยชน์กับตนเอง ดังนั้นเราจึงควรมีการมองโลกในแง่ดีเพื่อเสริมพลัง ให้ตนเอง ๔. ฝึกเป็นคนกล้าแสดงออก สถานที่ที่ไม่คุ้นเคยหรือคนที่ไม่คุ้นหน้า คนทุกคนรู้สึกประหม่าได้แต่ หากเรายังคงขาดความมั่นใจหรือวิตกกังวลในการบลงมือกระท าอย ่างใดอย ่างหนึ่ง เราจะท าอะไรไม่ได้ หรือท าไม่ส าเร็จ ดังนั้นเราจะต้องฝึกเป็นคนที่กล้าแสดงออก ๑๐. วิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมและคุณลักษณะโดยการเชื่อมโยงกับภูมิหลังหรือประสบการณ์ ของผู้เรียนอย่างรอบด้าน ๑๐.๑ การวิเคราะห์วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรม จากการศึกษารายกรณีของเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร ผู้ท าการศึกษาทราบว่ามีสาเหตุ หรือปัจจัยต่าง ๆ ที่ท าให้เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร มีพฤติกรรมเกิดความไม่มั่นใจและวิตกกังวล ซึ่งพฤติกรรม ของผู้เรียนที่แสดงออกมานั้น ท าให้ผู้ศึกษาเข้าใจการใช้ชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่เกิดความไม่มั่นใจ วิตกกังวล ทั้งด้านการศึกษา อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด สังคม สภาพแวดล้อม และสุขภาพ สามารถท าใความมั่นใจ หรือความวิตกกังวลในด้านต่าง ๆ บรรเทาลงได้ โดยการสร้างความสุขด้วยตนเอง และอาจเป็นเพราะการ วางตัว ความคิดและทัศนคติเช่น การใช้พลังชีวิตอย ่างชาญฉลาด การมองต่อไปข้างหน้าไม่ยึดติดอยู่กับอดีต เรียนรู้และยอมรับความผิดพลาดและความเป็นจริง พร้อมที่จะพัฒนาและแก้ไข ดังนั้นเด็กที่มีพฤติกรรม เกิดความไม่มั่นใจและวิตกกังวล เขาสามารถทบทวนสิ่งที่ท าไปหรือสิ่งที่เคยท า เด็กประเภทนี้จะมีการ ตรวจสอบและแก้ปัญหาของตนเองอย ่างเป็นขั้นตอนเมื่อพบข้อผิดพลาดจะแก้ไขทันที หรือเมื่อได้รับข้อมูล ใหม่จะน ามาพิจารณาและปรับปรุงแก้ปัญหาให้ดีขึ้น จะมีการตรวจทานผลลัพธ์อยู่เสมอ ซึ่งแตกต่างจากเด็ก คนอื่น ๆ ที่อาจจะท าเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไป ลักษณะของเด็กที่มีพฤติกรรมเกิดความไม่มั่นใจและวิตกกังวล ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแนวทางให้ผู้ศึกษาได้ทราบว่าควรจะพัฒนาเด็กให้มีลักษณะเช่นใด แต่ก็ไม่ได้ หมายความว่าเด็กที่ไม่มีลักษณะเช่นนี้จะเป็นเด็กที่ฉลาดไม่ได้เพราะเด็กฉลาดบางรายก็มีส่วนที่มีข้อด้อยเช่นกัน เราจึงควรให้ความสนใจพัฒนาเด็กนักเรียนทุกคนให้เต็มที่เท่าที่จะท าได้ ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทุกคน ควรกระท า ๑๐.๒ การช่วยเหลือ ผู้ท าการศึกษารายกรณีได้ให้การช่วยเหลือโดยการใช้การให้ค าปรึกษากับเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร ว่าสิ่งส าคัญของทุกคน คือ การมองโลกในแง่ดีอยู่กับความเป็นจริง และกล้าแสดงออกโดยไม่ต้อง ค านึงถึงผลเสียที่ตามมาแต่ค านึงถึงผลดีที่ได้รับจากการกระท าดังกล่าว ฝึกให้รู้จักวิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ไม่ควรหนีปัญหา คิดหาเหตุและผลที่ดีการที่คนเราจะอยู่คนเดียวหรือการที่จะท าอะไรคน เดียวหรือท าในสิ่ง ที่ไม่ถูกต้อง เช่น การไม่ชอบหน้าเพื่อนบางคน การเบื่อหน่ายในการเรียน เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะกระท า เพราะมันจะส่งผลเสียต่อตนเอง คนรอบข้าง และครอบครัว ดังนั้นเราควรที่จะปล่อยวางและหลีกเลี่ยง พฤติกรรมที่ไม่ดีออกไปจากตัวเรา ไม่ควรเก็บมาคิดเล็กคิดน้อย หรือถ้าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่คิดว่าควรปรับปรุง ตนเอง เราควรปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น ซึ่งในการให้ค าปรึกษากับเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร มีการให้ค าปรึกษา


๙ ทางแช็ตไลน์อย ่าสม่ าเสมอ ชี้แนะผลดีที่จะตามมาจากการกระท าและพูดเสริมแรงทางบวกให้มีก าลังใจใน การเรียนและเกิดความมั่นใจในตัวเอง และหลังจากนั้นเป็นการติดตามผลของเด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร พบว่า เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร กลับมองโลกในแง่ดีในทุก ๆ เรื่องได้ดีขึ้น จากเดิมที่ประพฤติตนดีอยู่แล้ว ไม่เก็บมา คิดเล็กคิดน้อย ปรับปรุงตนเองในสิ่งที่กระท าผิด ปัจจุบันนี้เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร มีความสุขกับการใช้ชีวิต มีคุณภาพชีวิตที่ดีกับการอยู่กับร่วมกับผู้คนในสังคมได้เป็นอย ่างดี ๑๑. สะท้อนผลและข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาพฤติกรรมและคุณลักษณะของผู้เรียน ๑๑.๑ การสะท้อนผล ผู้ท าการศึกษารายกรณีคาดว่า เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร สามารถมองโลกในแง่ดีได้ดียิ่งขึ้น สามารถอยากับความเป็นจริง ยอมรับข้อผิดพลาดและพร้อมจะปรับปรุง แก้ไข รวมทั้งพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ตามล าดับ มีความมั่นใจตัวเองเพิ่มมากขึ้น กล้าแสดงออกในการพูดหน้าชั้นเรียนเพิ่มมากยิ่งขึ้น และสามารถ พัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองได้ดี สิ่งส าคัญเขาสามารถใช้ชีวิตของตนเองและอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคมได้เป็น อย ่างดีและมีความสุข ๑๑.๒ การสรุปและข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาพฤติกรรมและคุณลักษณะของผู้เรียน จากการศึกษา เด็กชายณัฐดนัย โอตาคาร ท าให้ทราบว่าเด็กที่มีการใช้ชีวิตอย ่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดหรือคนรอบตัวที่เขาไว้ใจ โดยเฉพาะครอบครัวและเพื่อน ร่วม ชั้นเรี ยนไม่ว่ าจะผ่ านกา รพูด คุย เ ล่น เก ม ห รือ ท ากิจกรรมร่ วม กันในพื้นที่ปล อด ภัย ของต น เพราะการตอบสนองของเด็กในสถานการณ์อื่นกับบุคคลที่ไม่สนิทนั้นขึ้นกับพื้นอารมณ์ที่แตกต่างกัน เด็กที่ พื้นอารมณ์ง่ายก็สามารถเข้ากับคนอื่นและปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่แปลกใหม่ง่ายกว่า เด็กที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจและลดความกังวลย ่อมต้องการพื้นที่ในการแสดงออกและโอกาสที่ทุกคนพร้อม จะเข้าใจ ยอมรับ และปฏิบัติต่อเขาเช่นคนปกติทั่วไป ไม่น าเขามาเป็นตัวละครบทบาทสมมติในการเรียน การสอน หรือพูดเสียดสีเขาในทางที่ไม่ดี เช่น กรล้อเลียน การเยาะเย้ย การน าเขาไปเปรียบเทียบกับคนที่ เก่งกว่า ดีกว่า เป็นต้น เพราะการกระท าดังกล่าวนอกจากจะไม่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเขาได้แล้ว ยังเป็นการบูลลี่และสร้างตราบาปให้กับเขาไปโดยปริยาย ฉะนั้นเด็กทุกคนเกิดมาเพื่อเรียนรู้ผ่านการเล่น สื่อสาร สร้างวงสังคม และเล่นกับผู้อื่นในพื้นที่ปลอดภัย เด็กที่มีความสุขจะเล่นและพูดคุยกับคนรอบข้าง ในแบบของเขา ในขณะที่เด็กที่ขาดความสุข อาจจะรู้สึกไม่ปลอดภัยก็จะปลีกตัวของออกความรู้สึกปลอดภัย และมีความสุขเป็นพื้นฐานของพัฒนาตนเองที่ดีที่จะช่วยให้เด็กสร้างความรู้สึกของตัวตนมีความเชื่อมั่น ในตนเอง เป็นตัวของตัวเอง กล้าที่จะเรียนรู้ กล้าที่จะลงมือท าโดยที่ไม่กลัวความล้มเหลว เพราะเขารู้ว่ายังมี ครอบครัวอยู่ข้างหลังที่คอยสนับสนุนเขาอยู่ ผู้ศึกษามองเห็นว่าการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นเด็กที่เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และผู้เรียน สามารถมีแนวทางในการศึกษาต่อหรือการประกอบอาชีพที่ดีในอนาคต พื้นฐานเบื้อต้นที่เด็กควรจะมีคือ การมีความสุขในการเรียน ไม่เครียดไม่กังวล มีพื้นที่ในการแสดงออกอย ่างเท่าเทียมกับผู้อื่น ไม่โดนค าดูถูก เหยียดหยามหรือพฤติการที่เกิดการเลียนแบบจนท าให้ผู้เรียนรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุขในการเรียน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เริ่มต้นจากการมีพ่อแม่และครอบครัวที่มีความสุข สื่อสารกันด้วยถ้อยค าที่ดีมีทัศนคติที่ดีเลี้ยงลูก


๑๐ แบบไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาทั้งทางร่างกายและค าพูด เปิดโอกาสให้ลูกได้เติบโตในแบบของเขา ให้โอกาสให้ลูกได้ลงมือท า ชื่นชมในสิ่งที่เขาท าได้ดีในแบบของเขา ชื่นชมในความพยายามและตั้งใจ มากกว่า ตัดสินที่ผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมาเพราะหลายครั้งผลลัพธ์อาจไม่สวยงามและลูกได้พยายามอย ่างเต็มที่แล้ว การชื่นชมเพื่อให้เขาได้รู้สึกว่าพ่อแม่เห็นถึงความพยายามและความตั้งใจดีของเขา จะท าให้เขาไม่ทุกข์ กับผลลัพธ์ที่ออกไม่ได้ดีเลิศและยังเป็นแรงผลักดันให้ลูกรู้สึกอยากท าซ้ า อยากท าให้ดีขึ้นกว่านี้ จับถูกมากกว่า จับผิด พฤติกรรมที่ไม่ดีดุได้อย ่างสมเหตุผล ให้เขาได้เรียนรู้ผลของการกระท าที่ไม่ดีของตัวเองบ้าง โดยมีพ่อแม่ อยู่เคียงข้างแต่ไม่เข้าข้าง ไม่ท าแทน ไม่ลืมที่จะเป็นตัวอย ่างที่ดีในทุกมุมมองของชีวิตเพื่อให้ลูกซึมซับวิถี การใช้ชีวิตที่ดีจากเราด้วย ไม่มองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป มีสติและที่ส าคัญคือ ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันเท่าที่ สามารถท าได้อย ่างสม่ าเสมอเพราะจะเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างกันและปลูกฝังตัวตนที่ดีให้กับลูก ลงชื่อ ลงชื่อ ศ ุภชัย (นางสาวลัดดา สารานพคุณ) (นายศุภชัย บุญละดี) ต าแหน่ง ครูพี่เลี้ยง ต าแหน่ง ผู้ให้ค าปรึกษา


๑๑ บรรณานุกรม กาญจนวัลย์ ปรีชาสุชาติ. (2563). การศึกษารายกรณี. : ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. สงขลา : สาขาจิตวิทยา. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ. กาญจนวัลย์ ปรีชาสุชาติ. (2563). เครื่องมือศึกษารายกรณี. : ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. สงขลา : สาขาจิตวิทยา. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ. นันทา สู้รักษา. (2543). การทดสอบทางจิตวิทยา. กรุงเทพฯ : ภาควิชาการแนะแนวและจิตวิทยาการศึกษา. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สมพร สุทัศนีย์. (2544). การทดสอบทางจิตวิทยา. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์แห ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อุทุมพร จามรมาน. (2530). แบบสอบถาม. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


๑๒ ภาคผนวก


๑๓


๑๔


๑๕


๑๖


๑๗


๑๘


๑๙


๒๐


๒๑


๒๒


๒๓


๒๔


๒๕


๒๖ ถ้าข้อ A ต ่ากว่า ๗ ข้อ ชมรมความเครียดยินดีต้อนรับ สาวน้อย รู้สึกเธอจะเครียดเกินไปแล้วนะ อายุเท่านี้เองจะไปซีเรียส กับชีวิตท าไม เธอต้องหาเวลาว่างเพื่อผ่อนคลายบ้างนะ หรือไม่ก็หาสาเหตุที่ท าให้เธอเครียด ขืนปล่อยเอาไว้ จะท าให้เธอเสียสุขภาพจิต ถ้าข้อ A ตั้งแต่ ๗ - ๑๑ สุขภาพจิตของเธออยู่ในระดับปกติ แต่ก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะเครียดได้ ถ้ามีอะไรมากระตุ้น หรือมีเรื่องมากระทบจิตใจเธอ ทางที่ดีพยายามเตือนตัวเองเสอมว่า “ฉันต้องไม่เครียด ฉันต้องมีความสุข” ถ้าข้อ A มากกว่า ๑๑ ขึ้นไป เย้ ! ดีใจด้วยนะ ที่ไม่ต้องเข้ามาอยู่ในชมรมคนเครียด สุขภาพจิตของเธอแข็งแรงดี มีความสุขในชีวิต ปัจจุบันตามสภาพ สามารถแก้ไขข้อข้องใจและปัญหาเฉพาะหน้าได้ ยอมรับความเป็นไปต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่าย ท าให้มีความสุขกับการใช้ชีวิต


๒๗


Click to View FlipBook Version