การพัฒนาทักษะการสื่อสารด้านการเขียนย่อความ เกี่ยวกับวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิด (think-pair-share) ส าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา Development communication skills in writing summaries About southern local literature Using collaborative learning techniques. (think-pair-share) for Grade 9th students of Matthayomsiriwanwari II Songkhla school. ศุภชัย บุญละดี1 Suphachai Boonladee1 จินตนา กสินันท์2 Jintana Kasinan 2 ปริยากรณ์ ชูแก้ว3 Pariyakorn Chukeaw3 บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคลด้านการสื่อสาร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้องที่ 1 จ านวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการเขียนย่อความ โดยใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิด (Think-pair-share) ประกอบไปด้วยเนื้อหาวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ จ านวน 6 เรื่อง แบ่งเป็นแบบเนื้อหาลายลักษณ์ อักษร จ านวน 5 เรื่อง และเป็นวิดีทัศน์ จ านวน 1 เรื่อง และ power point ประกอบการสอน เรื่องการเขียนย่อความ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 2) แบบประเมินชิ้นงานการเขียนย่อความนิทานพื้นบ้านภาคใต้ส าหรับแนวทาง วิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยได้ศึกษาพัฒนาการการเขียนย่อความของนักเรียนตามล าดับของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ในแต่ละคาบเรียนและน ามาประมวลผลการเขียนย่อความของนักเรียนเปรียบเทียบกับเกณฑ์ของการประเมินชิ้นงาน การเขียนย่อความที่ก าหนดไว้ท าให้เห็นถึงพัฒนาการที่เด่นชัดของชิ้นงานนักเรียนหลังจากนักเรียนได้เรียนรู้เรื่องการ เขียนย่อความ ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าอ านาจจ าแนกและค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ผลการวิจัย พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้มีค่าความสอดคล้อง (IOC) อยู่ที่1.00 และแบบประเมินชิ้นงานการเขียนย่อความ มีค่าความ เชื่อมั่นเท่ากับ 0.87 ท าให้ทักษะด้านการสื่อสารการเขียนย่อความของนักเรียนดีขึ้นถูกต้องตามแนวการเขียนย่อความ และนักเรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันทั้งการจับใจความ การสรุปความ และน าไปสู่การเขียน ย่อความต่อไป สามารถพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคลด้านการสื่อสารและพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนา ศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคลด้านการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ............................................................................................................................................................................................ ค าส าคัญ : ทักษะการสื่อสารกับการเขียนย่อความ, เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิด (think-pair-share), วรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้
2 Abstract This research has the objective to develop the potential of individual learners in communication. Mathayom 3/1 level, the target group is Mathayom 3 students, Room 1, 30 people. The tools used in this research include: 1 ) a lesson plan for writing briefs. Using collaborative learning techniques (Think-pair-share) consists of 6 stories of local southern literature, divided into 5 written contents and video, story, and power points for teaching about writing a summary. Mathayom 3 level and 2. Work piece evaluation form Writing a summary of southern folk tales. As for the data analysis method, the researcher studied the development of students' writing summaries according to the sequence of the teaching and learning process in each class session and processed the students' summaries and compared them with the criteria for evaluating the work pieces. Writing a written summary shows a marked improvement in student work after students learn about writing a summary. The researcher analyzed the data using the discriminant power and the index of concordance (IOC). The results found that the lesson plan had a concordance (IOC) of 1.00 and the summary writing assessment form. It has a reliability value of 0.87. Improves students' communication skills in writing summaries and is accurate according to the guidelines for writing summaries. And students gain an understanding of the content that is related to each other, including capturing the main idea, drawing conclusions, and leading to further writing of the summary. Ability to develop the potential of individual learners in communication and develop learning management to develop the potential of individual learners in communication effectively. Keywords : Communication skills and writing summaries, collaborative learning techniques with partners (think-pair-share), southern local literature 1 นิสิตสาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ² อาจารย์ประจ าสาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ³ อาจารย์ประจ าสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
3 บทน า หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยก าหนดจุดมุ่งหมาย ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนให้มีความรู้และเกิดสมรรถนะส าคัญในศตวรรษที่ 21 สามารถน าความรู้และทักษะต่าง ๆ ไปพัฒนา ต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อเรียนจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว ผู้เรียนต้องมีความสามารถในการ ใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร เนื่องจากภาษาเป็นเครื่องมือในการคิดและการสื่อสาร เพื่อถ่ายทอดความรู้ความคิด ความต้องการ และเพื่อจุดประสงค์อื่น ๆ วิธีการสื่อสารเพื่อท าความเข้าใจระหว่างมนุษย์นั้นอาจกระท าได้หลายวิธี มนุษย์สามารถใช้ท่าทางเป็นสื่อแสดงออกทางสีหน้า สายตา ตลอดจนเคลื่อนไหวอิริยาบถต่าง ๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างร่วมกัน (กระทรวงศึกษาธิการ. 2553) ทักษะที่ส าคัญที่ท าให้ทักษะทุกทักษะประสบความส าเร็จ คือ ทักษะการอ่าน รองลงมาคือการเขียนที่ก่อเกิดภูมิปัญญาอันจะสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาล เมื่อมนุษย์คิดภูมิปัญญาขึ้นมาได้ก็จะเขียนบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ การเขียนเป็นกลไกส าคัญในการสื่อสารจะเห็นได้ว่า การที่เราจะเขียนเพื่อสื่อสารสิ่งใดนั้นจะต้องประกอบด้วยโครงสร้างภาษาและกลวิธีในการสื่อสารจึงจะเป็นข้อความ อันสมบูรณ์ การเขียนเป็นพฤติกรรมหนึ่งการสื่อสาร มนุษย์ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตนไปสู่ผู้อื่นโดยใช้ภาษาเขียน เป็นตัวกลางในการสื่อสาร ท าให้ผู้อื่นเข้าใจใน สิ่งที่ผู้ส่งสารถ่ ายทอดออกมา (กระทรวงศึกษาธิการ. 2556) แต่ในปัจจุบันปัญหาส าคัญในการเขียน คือ การย่อความ สืบเนื่องมาจากการที่นักเรียนขาดความเข้าใจในเรื่องที่อ่าน หรือเข้าใจช้า จับใจความส าคัญของเรื่องไม ่ได้ สรุปความไม ่เป็น ไม ่สามารถแยกประเด็นหลักและพลความออกจากกันได้ การที่จะเขียนย่อความได้นั้นต้องอาศัยความรู้ด้านหลักการและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เสียก่อน ก่อนที่จะลงมือเขียนย่อความได้(ดวงใจ ไทยอุบุญ. 2550) เลยปฏิเสธไม ่ได้ว่าการอ่านจับใจความส าคัญของ เรื่องการสรุปความ การเขียนย่อความนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่ปฏิบัติควบคู่กันไปจึงคิดริเริ่มนวัตกรรมมาช่วยในการพัฒนา ผู้เรียนของตนเองให้มีทักษะการเขียนย่อความที่ดีขึ้น เทคนิ คเพื่ อน คู่ คิ ด (Think-Pair-Share strategy T-P-S) เ ป็น เท คนิ คก า ร จั ดก า รเ รียน รู้ แบบ ร่ วม มื อ (cooperative learning) ที่สร้างสรรค์และพัฒนาขึ้นในปี 1981 โดยศาสตราจารย์แฟรงค์ ลีแมน (Lyman, F. 1987) จากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ (University of Maryland) ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนฝึกกระบวนการคิด แก้ปัญหา หาทางออก โดยมีการแลกเปลี่ยนหารือและแบ่งปันกับคนอื่น ๆ ในกลุ่มย่อยจนไปถึงขนาดกลุ่มใหญ่ ในชั้นเรียน ประกอบด้วยกิจกรรม 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ขั้นคิดอิสระ (Think) เป็นขั้นตอนที่กระตุ้นให้ผู้เรียนได้คิด ในประเด็นปัญหาต่าง ๆ การกล่าวน าถึงสาระส าคัญของบทเรียนด้วยตนเอง ขั้นที่ 2 ขั้นเพิ่มทักษะ จับกลุ่ม (Pair) เป็นขั้นตอนที่จัดให้ผู้เรียนจับกันเป็นคู่ ๆ เพื่อให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาบทเรียน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน และขั้นที่ 3 ขั้นร่วมประชุมสรุปผลลัพธ์ (Share) เป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากการศึกษาบทเรียนแล้ว โดยการสลายกลุ่ม ผู้เรียนที่จับกันเป็นคู่แล้วสรุปผลการค้นหาค าตอบ ร่วมกันทั้งชั้นอีกครั้งหนึ่งเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ สรุปผล และอภิปรายผลการค้นพบจากการศึกษา บทเรียนในขั้นตอนที่ผ่านมารวมทั้งให้ข้อสรุปหรือเสนอแนะใด ๆ ต่อผู้สอนได้ ในการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๒ สงขลา ผู้วิจัยมีความคาดหวังและความต้องการที่จะ พัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ซึ่งจากการสังเกตและจัดการเรียนการสอนในเรื่องการเขียนย่อความ พบว่า นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา นักเรียนเขียนไม ่เป็นระบบ ขาดประเด็นหลักที่ควรน าเสนอ เนื้อหาไม ่ต่อเนื่อง การสะกดค าผิดการเขียนประโยคไม ่สมบูรณ์ การฉีกค า เว้นวรรคตอนผิด รูปแบบการวางย่อหน้า บกพร่อง การใช้ภาษาพูดในงานเขียน สรุปความไม ่ตรงประเด็น เป็นต้น ท าให้ไม ่สามารถเขียนย่อความได้ อีกประการ หนึ่ง คือ นักเรียนไม ่รู้หลักในการเขียนย่อความจึงท าให้เวลาเขียน เขียนได้ไม ่ถูกต้อง ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงน าเทคนิคเพื่อนคู่คิด (think-pair-share) มาใช้เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารด้านการเขียนย่อความ ผู้วิจัย
4 จึงสนใจที่จะท าวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการสื่อสารด้านการเขียนย่อความเกี่ยวกับวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิด(think-pair-share)ส าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียน มัธยมสิริวัณวรี2 สงขลา เพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาความสามารถด้านการสื่อสารแก่ผู้เรียน น าไปสู่การเขียนย่อความต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารด้านการเขียนย่อความของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา วิธีการด าเนินการวิจัย ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จ านวน 11 ห้องเรียน รวม 350 คน กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จ านวน 30 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกเฉพาะเจาะจง ในการท าวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีแบบแผนการวิจัยวงล้อ PAOR มีขั้นตอนที่แตกต่างกันไป กิจกรรมการวิจัยที่มีลักษณะวงจรต่อเนื่องกันไป (spiral of step) เป็นวัฏจักรของกระบวนการวิจัย ดังแผนภาพต่อไปนี้ ภาพที่ 1 วงจรการปฏิบัติการในชั้นเรียน รูปภาพประกอบการท าวิจัยเชิงปฏิบัติการตามรูปแบบวงจร PAOR ขั้นตอนที่ 1 วางแผน (planning : P) ขั้นตอนที่ 2 การปฏิบัติ (action: A) ปรึกษาหารือประเด็นปัญหา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การเขียนย่อความ
5 ขั้นตอนที่ 3 การสังเกตผลการปฏิบัติ/การประเมินผล ขั้นตอนที่ 4 การสะท้อนกลับการปฏิบัติงาน (observation: O) (reflection: R) สังเกตการเขียนย่อความของนักเรียน สะท้อนผลการจัดการเรียนรู้กับครูพี่เลี้ยงและอาจารย์นิเทศก์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มีจ านวนทั้งสิ้น 2ชุด คือ 1. แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการเขียนย่อความ โดยใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิด (thinkpair-share) จ านวน 9 ชั่วโมง ประกอบไปด้วย ตัวบทวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ จ านวน 5 เรื่อง สื่อวิดีทัศน์ นิทาน พื้นบ้าน เรื่องเกาะหนู เกาะแมว 1 เรื่อง และpower point ประกอบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การเขียนย่อความ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตารางที่ 1 ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การเขียนย่อความ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิด (think-pair-share) ชั่วโมงที่ 1-3 ชั่วโมงที่ 4-6 ชั่วโมงที่ 7-9 ขั้นน า 1. ครูถามค าถามกับนักเรียนว่า “จาก ยาวแล้วมาสั้นแต่ใจความนั้นยัง สมบูรณ์” คืออะไร (แนวค าตอบ : การเขียนย่อความ) 2. ครูถามค าถามนักเรียนว่า “แล้ว การเขียนย่อความที่เราเคยพบเจอ หรือเคยอ่านส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่อง อะไร” (แนวค าตอบ : นิทาน บทความ สาร คดี เรื่องสั้น) ขั้นน า 1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวน ความรู้เกี่ยวกับความหมายของการ เขียนย่อความ ความส าคัญของการ เขียนย่อความ แนวทางการเขียนย่อ ความ และประโยชน์ของการเขียนย่อ ความ ขั้นสอน 2. ครูสุ่มนักเรียนผ่านวงล้อหรรษา เพื่อให้นักเรียนน าเสนอชิ้นงานการ เขี ยน ย่อความ นิท านว รรณกรรม ท้องถิ่นภาคใต้จ านวน 5 เรื่อง 3. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมา น าเสนอชิ้นงาน โดยใช้เวลากลุ่มละ 5 นาที ขั้นน า 1. ครูทบทวนแนวทางการเขียนย่อ ความให้กับนักเรียน 2. ครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยน เรียนรู้ชิ้นงานการเขียนย่อความของ นักเรียนที่ได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว ขั้นสอน โดยใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้ แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิด (Think–pair-share) ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 2. ครูอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง ใจความส าคัญ การสรุปความ แล้ว เชื่อมโยงไปสู่การเขียนย่อความ
6 ขั้นสอน 3. ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกับ ความหมายของการเขียนย่อความ แนวทางการเขียนย่อความ และประโยชน์ของการเขียนย่อความ 4. นักเรียนช่วยกันย่อความ จากเนื้อหานิทาน โดยใช้เทคนิค การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อนคู่คิด (Think–pair-share) ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นคิด (Think) นักเรียน แต่ละคนร่วมกันบอกรูปแบบ ของการย่อความจากนิทาน ขั้นที่ 2 ขั้นจับคู่ (Pair) นักเรียน จับกลุ่มตามความสมัครใจ เมื่อนักเรียนจับคู่แล้วให้นักเรียน ร่วมกันท ากิจกรรม “รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง” มีรายละเอียดดังนี้ 2.1 ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน เพื่อท ากิจกรรมย่อความนิทาน พื้นบ้านภาคใต้จากเรื่องที่ครู ก าหนดให้จ านวน 5 เรื่อง 2.2 ตัวแทนนักเรียนออกมาเสี่ยง เซียมซี เพื่อดูว่ากลุ่มของตัวเองได้ แผ่นป้ายใด 2.3 นักเรียนรับแผ่นป้ายนิทาน พื้นบ้านภาคใต้ตามหมายเลขที่เสี่ยง ได้จากบอร์ดแผ่นป้ายเซียมซี ขั้นที่ 3 ขั้นแบ่งปัน (Share) ภายในกลุ่มช่วยกันอ่านนิทานพื้นบ้าน ภาคใต้ตามที่กลุ่มของตัวเองได้ และร่วมกันย่อความ จากนั้นช่วยกัน เขียนย่อความลงในกระดาษปรู๊ฟ และน าเสนอหน้าชั้นเรียน โดยใช้วิธีการสุ่มเลขที่ของนักเรียน จ านวน 1-2 กลุ่ม เพื่อดูทักษะ การเขียนย่อความของนักเรียน ขั้นสรุป ใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้ แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิด (Think–pair-share) ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นคิด (Think) และ ขั้นที่ 3 ขั้นแบ่งปัน (Share) 4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย ชิ้นงานการเขียนย่อความแต่ละเรื่อง ที่นักเรียนน าเสนอเพื่อเป็นการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้แก้ไขข้อผิดพลาด และปรับปรุงให้ชิ้นงานดีขึ้น ขั้นที่ 1 ขั้นคิด (Think) 3. ครูให้นักเรียนศึกษาวิดีโอนิทาน พื้นบ้านเรื่อง เกาะหนู เกาะแมว หลังจากนั้นให้นักเรียน บอก 1 ประโยคที่จดจ าจากการศึกษา วิดีโอ ขั้นที่ 3 ขั้นแบ่งปัน (Share) 4. ครูให้นักเรียนช่วยกันน าประโยค ที่จดจ าได้มาเรียงร้อยให้เป็นเรื่อง เกาะหนูเกาะแมว ที่มีใจความหลัก หรือแก่นเรื่องเหมือนกับต้นฉบับ ขั้นสรุป 5. นักเรียนร่วมกันเขียนย่อความจาก ประโยคที่จดจ าจากการศึกษาวิดีโอ นิทานพื้นบ้านเรื่อง เกาะหนู เกาะ แมว โดยที่น าความรู้จากแนวทาง การเขียนย่อความไปใช้เขียนย่อความ เป็นชิ้นงานเพื่อส่งแก่ครู 6. นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึง ประโยชน์ที่ได้จากการเขียนย่อความ
7 ขั้นสรุป 5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย และสรุปความรู้ที่ได้จากการเขียนย่อ ความ 6. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนน า เนื้อหาที่ย่อความจากนิทานพื้นบ้าน ภาคใต้จ านวน 5 เรื่อง ไปท าเป็น ชิ้นงาน
8 2. แบบประเมินชิ้นงานการเขียนย่อความนิทานพื้นบ้านภาคใต้ ตารางที่ 2 แสดงเกณฑ์การประเมินการวัดความสามารถในการเขียนย่อความ รายการ ประเมิน ระดับคะแนน เกณฑ์การให้คะแนน 1. ความถูกต้อง 3 คะแนน เขียนค าน าในย่อหน้าแรก เขียนเนื้อเรื่องในย่อหน้าที่สอง มีรายละเอียดครบถ้วน 2 คะแนน เขียนค าน าในย่อหน้าแรก เขียนเนื้อเรื่องในย่อหน้าที่สอง แต่มีรายละเอียดไม ่ ครบถ้วน 1 คะแนน เขียนค าน าหรือเนื้อเรื่องเพียงใดอย่างหนึ่งหรือไม ่สามารถจ าแนกได้ 2. การใช้ภาษา 3 คะแนน -มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เหมาะสม ใช้ค าที่สื่อความหมายได้ครงตามวัตถุประสงค์ -สะกดค า ถูกต้องทุกค า -มีการเว้นวรรคตอนโดยไม ่ฉีกค าและการใช้ภาษาที่เข้าใจง ่าย ไม ่ก ากวม 2 คะแนน -มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เหมาะสม ใช้ค าที่สื่อความหมายได้ตรงตามวัตถุประสงค์ -สะกดค า ผิดน้อยกว่า 2 ค า -มีการเว้นวรรคตอน แต่ฉีกค า 2 ต าแหน่ง และการใช้ภาษา ที่เข้าใจง ่าย ไม ่วกวน 1 คะแนน -มีการใช้ภาษาที่ไม ่ค่อยถูกต้อง เหมาะสม ใช้ค าที่ยังไม ่ค่อยสื่อความหมาย ได้ตรง ตามวัตถุประสงค์ -สะกดค า ผิด 6 ค าขึ้นไป -มีการเว้นวรรคตอน แต่ฉีกค า 5 ต าแหน่ง และการใช้ภาษา ยังวกวน 3. การแยก ใจความส าคัญ ออกจากพล ความ 3 คะแนน มีการแยกแยะใจความส าคัญออกจากพลความได้อย่างชัดเจน 2 คะแนน แยกแยะใจความส าคัญออกจากพลความได้บางประเด็น 1 คะแนน ไม ่สามารถแยกแยะใจความส าคัญออกจากพลความ 4. ความสะอาด ของชิ้นงาน 3 คะแนน ตัวอักษรอ่านง ่าย สะอาด เป็นระเบียบ 2 คะแนน ตัวอักษรค่อนข้างอ่านง ่าย ค่อนข้างสะอาด ค่อนข้างเป็นระเบียบ 1 คะแนน ตัวอักษรอ่านยาก ไม ่สะอาด ไม ่เป็นระเบียบ 5. การตรง ต่อเวลา 3 คะแนน ส่งงานภายในช่วงเวลาที่ก าหนด 2 คะแนน ส่งงานช้ากว่าก าหนด 1 วัน 1 คะแนน ส่งงานช้ากว่าก าหนด 2 วันขึ้นไป เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ หมายเหตุกลุ่มที่ได้เกณฑ์คุณภาพระดับ ดีมาก จึงถือว่า ผ่าน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 11-15 ดีมาก 6-10 ดี ต่ ากว่า 5 คะแนน พอใช้
9 การสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยได้สร้างและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ใน งานวิจัยดังนี้ 1. การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยการศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษา 2551 ในสาระที่ 2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 เน้นการเขียนย่อความจากสื่อต่าง ๆ เช่น นิทาน บทความ พระบรมราโชวาท เป็นต้น เนื้อหาที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เขียนชวนคิด เกิดจินตนาการ หน่วยการเรียนรู้ ย่อยที่ 1 การเขียนย่อความ ประกอบด้วยเรื่อง ความหมายของการเขียนย่อความ หลักการเขียนย่อความรูปแบบการ เขียนย่อความและประโยชน์ของการเขียนย่อความ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท 2.1 ม 3/4 เขียนย่อความ 1.1 การคัดเลือกตัวบทวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้เพื่อวัดความสามารถในการเขียนย่อความของนักเรียน จ านวน 6 เรื่อง ได้แก่ 1. ปลาแก้มช้ า 2. นายดั้น 3. เขาทะนาน 4. เจ้าแม ่ลิ่มกอเหนี่ยว 5. ลูกเนรคุณ และ 6. วิดีทัศน์นิทาน พื้นบ้าน เรื่องเกาะหนู เกาะแมว (1) ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในสาระที่ 2 การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (2) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกเนื้อหาวรรณกรรมที่สามารถบูรณาการกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และชุมชนได้ รวมถึงสอดคล้องกับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับนักเรียนรุ่นใหม ่อีกด้วย (3) คัดเลือกตัวบทวรรณกรรมท้องถิ่น ส าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีสอดคล้องกับเนื้อหา และตัวชี้วัด โดยก าหนดเนื้อเรื่องทั้งหมด 6 เรื่อง แล้วให้นักเรียนเขียนย่อความ (4)ศึกษาเกณฑ์การให้คะแนนการเขียนย่อความ (5)ก าหนดเกณฑ์การประเมินการวัดความสามารถการเขียนย่อความ 1.2 จัดท าเนื้อหาวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้เพื่อวัดความสามารถด้านการเขียนย่อความ เสนอต่ออาจารย์นิเทศก์ และครูพี่เลี้ยง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสม 1.3 น าเนื้อหาวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ที่ปรับปรุงแก้ไขตามค าแนะน าของอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์นิเทศก์ ครูพี่เลี้ยงเรียบร้อยแล้ว เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับความเหมาะสมของรูปแบบถ้อยค า ภาษา ด้วยการหา ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยใช้สูตร (IOC) พบว่า มีค่าความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 1.4 หาความเชื่อมั่นของเนื้อหาวรรณกรรมท้องถิ่นทั้งหมด โดยใช้วัดความสามารถด้านการเขียนย่อความ วิธีการ หาสัมประสิทธิ์ฟาของครอนบาค พบว่า เนื้อหาวรรณกรรมท้องถิ่นมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 1.00 1.5 จัดพิมพ์เนื้อหาวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ฉบับสมบูรณ์เพื่อใช้ในการปฏิบัติการจริงต่อไป 2. ศึกษาวิธีการวัดและการประเมินผล การเขียนย่อความจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งหนังสือ เว็บไซต์ และวิดีทัศน์ จากสื่อสังคมออนไลน์ยูทูบ (1) ศึกษาการสร้างแบบประเมินการเขียนย่อความจากชิ้นงานของผู้เรียนจากต ารา เอกสารที่เกี่ยวข้องกับ การสร้างแบบประเมินการเขียนย่อความ (2) น าแบบประเมินชิ้นงานการเขียนย่อความนิทานพื้นบ้านภาคใต้เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจ านวน 3 คน เพื่อตรวจสอบความเชื่อมั่น (Reliability)ก าหนดดัชนีความสอดคล้องของความคิดเห็นซึ่งค่าคะแนนมีเป็น rating scale
10 มากกว่า 0.05 พบว่า มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.87 แปลความหมายได้ว่ามีความเหมาะสมในการใช้แบบประเมิน ชิ้นงานการเขียนย่อความนิทานพื้นบ้านภาคใต้ (3) น าตัวบทวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้และแบบประเมินความสอดคล้องเสนอต่ออาจารย์นิเทศ และครูพี่เลี้ยง เพื่อขอค าแนะน าในส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม (4) น าตัวบทวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ที่มีความสอดคล้องไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จ านวน 30 คน เพื่อวัดทักษะการเขียนย่อความ 1.6 ศึกษาพัฒนาการการเขียนย่อความของนักเรียนผ่านชิ้นงานการเขียนย่อความ เพื่อน าไปสู่การวิเคราะห์ ข้อมูลเมื่อเปรียบเทียบชิ้นงานกับเกณฑ์การประเมินการเขียนย่อความ ผลการวิจัย การพัฒนาทักษะการสื่อสารด้านการเขียนย่อความเกี่ยวกับวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิด (think-pair-share) ส าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา พบว่า การวิจัยเชิงปฏิบัติการในวงจรที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการเขียนย่อความ ส าหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จ านวนนักเรียน 30 คน โดยให้นักเรียนได้ท ากิจกรรมการเขียนย่อความแบบกลุ่ม ผ่านสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ท าให้ผู้วิจัยทราบถึงปัญหาของนักเรียน คือ นักเรียนไม ่สามารถที่จะเชื่อมโยงความรู้เก่า เข้ากับความรู้ใหม ่ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน นั่นคือ เรื่องการจับใจความส าคัญ การสรุปความ อันจะน าไปสู่การเขียน ย่อความโดยปริยาย และการใช้ค าในการเขียนที่ยังไม ่ถูกต้อง อีกทั้งนักเรียนยังไม ่ได้ยึดรูปแบบและแนวทางการเขียนย่อ ความที่ถูกต้องในการท าชิ้นงาน ส่วนที่น่าสนใจคือ นักเรียนให้ความร่วมมือกับครูผู้สอนในกระบวนการจัดกิจกรร ม การเรียนรู้เป็นอย่างดี มีความกระตือรือร้นในการท ากิจกรรต่าง ๆ ท าให้สามารถทลายก าแพงการเรียนรู้ของนักเรียนได้ อย่างไรก็ตาม ครูผู้สอนอาจจะต้องน าข้อแก้ไขมาปรับปรุงให้ดีขึ้นในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป นั่นคือ อาจต้องเพิ่ม เวลานอกตารางเพื่อทบทวนความรู้เดิมที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันให้แก่นักเรียน เช่น การจับใจความส าคัญ การล าดับ เหตุการณ์ของเรื่อง และยกตัวอย่างงานเขียนย่อความที่ง ่าย ๆ เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจก่อน เช่น จากการเขียน ย่อความนิทานเรื่องสั้น ๆ ไปสู่การเขียนย่อความนิทานเรื่องยาว ๆ ให้แก่นักเรียนได้ท าความเข้าใจในเบื้องต้น การวิจัยเชิงปฏิบัติการในวงจรที่ 2 ผู้วิจัยได้ปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ และน าไปใช้ในการจัดการเรียนการ สอนให้กับนักเรียน คือ การให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลงานการเขียนย่อความนิทานพื้นบ้านท้องถิ่นภาคใต้ จ านวน 5 เรื่อง และร่วมกันวิเคราะห์ วิจารณ์ จุดเด่น จุดด้อยของผลงานนักเรียนแต่ละกลุ่ม เพื่อน าข้อติชมไปปรับปรุง พัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ทั้งนี้เพื่อได้ทราบความก้าวหน้าทางการเรียนของนักเรียนและเพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการนี้ผู้วิจัยได้แนะน าเมื่อนักเรียนน าเสนอชิ้นงานแล้วไม ่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการง ่ายต่อการ ตรวจสอบพฤติกรรมจุดบกพร่องของนักเรียนและสามารแก้ไขข้อบกพร่องของนักเรียนทันทีที่พบเห็น ซึ่งจากการ น าเสนอชิ้นงานของนักเรียนพบว่าชิ้นงานยังมีข้อบกพร่องและยังไม ่ผ่านเกณฑ์คุณภาพของชิ้นงานการเขียนย่อความ ตามที่ผู้วิจัยได้ก าหนดไว้ นอกจากนี้ยังมีส่วนที่ผู้วิจัยควรปรับปรุงแก้ไขเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนและพัฒนาการ จัดการเรียนรู้พัฒนาศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคลด้านการสื่อสาร มีดังนี้ (1) ควรปรับปรุงกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เนื่องจากกระบวนการ ท างานกลุ่มไม ่สามารถจะวัดระดับความสามารถด้านการเขียนย่อความของนักเรียนได้ (2) ผู้สอนอาจจะต้องเสริมความรู้เพิ่มเติมเข้าไปเพื่อให้นักเรียนเห็นความสัมพันธ์ของการจับใจความส าคัญ การสรุปความ ซึ่งจะน าไปสู่การเขียนย่อความต่อไป
11 การวิจัยเชิงปฏิบัติการในวงจรที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยที่มีการปรับปรุงแผนการ จัดการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการเขียนย่อความอย่างแท้จริง โดยให้นักเรียนได้เห็นถึงความสัมพันธ์ ของการจับใจความส าคัญ การสรุปความ ซึ่งจะน าไปสู่การเขียนย่อความโดยปริยาย เพียงแต่บางองค์ประกอบของการ เขียนย่อความจะต้องยึดรูปแบบของการเขียนย่อความที่ตายตัวตามงานเขียนแต่ละประเภท และเทคนิคที่น ามาใช้ใน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ การเรียนรู้แบบร่วมมือคู่คิด (think-pair-shear) ต้องลดขั้นตอนที่ 2 คือ ขั้น pair (การ จับคู่) ลง เนื่องจากในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั่วโมงที่ 1 การจับคู่ในการท างานกลุ่มไม ่สามารถวัดผลนักเรียนทุกคน ได้ว่า ทุกคนสามารถมีทักษะในการเขียนย่อความที่ถูกต้องได้ จึงได้ปรับเปลี่ยนขั้นที่ 2 ขั้น pair (การจับคู่) มาเป็น กระบวนการท างานแบบห้อง ในการให้นักเรียนบอกประโยคที่สามารถจ าได้จากการศึกษาวิดีทัศน์นิทานพื้นบ้าน เรื่อง เกาะหนู เกาะแมว จังหวัดสงขลา แล้วน าประโยคได้มาร้อยเรียงเรื่องราวใหม ่ที่มีใจความส าคัญของเรื่องหรือแก่นเรื่อง เหมือนกับต้นฉบับ โดยน ารูปแบบของการเขียนย่อความจากนิทานมาเขียนเป็นบทน าก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาที่ย่อความ จากนั้นจึงให้นักเรียนน าเนื้อหาที่ย่อความไปท าเป็นชิ้นงานการเขียนย่อความที่มีความถูกต้องตามแนวทางการเขียนย่อ ความและชิ้นงานที่ตกแต่งสวยงาม จนระดับเกณฑ์คุณภาพของชิ้นงานอยู่ในระดับดีมากและถือเป็นการผ่านเกณฑ์ ชิ้นงานการเขียนย่อความของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 ระดับพอใช้ ระดับดี
12 ระดับดีมาก สรุปผลการวิจัยและอภิปรายผล การจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการประเมินชิ้นงานการเขียนย่อความของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคลด้านการสื่อสาร ผู้วิจัยน ามาอภิปรายผล ได้ ดังนี้ จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารโดยมุ่งเน้นไปที่เนื้อหาของการเขียนย่อความ ซึ่งต้องอาศัยความรู้เรื่องการจับใจความส าคัญ การสรุปความ ที่ต้องปฏิบัติควบคู่กับการเขียนย่อความกันไป ดังค ากล่าว ของ (ดวงใจ ไทยอุบุญ. 2550) กล่าวถึงความส าคัญของการเขียนไว้ว่า กระบวนการเขียนเพื่อการสื่อสารเกิดขึ้น จากความเข้าใจและต้องการจะถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และมีประสิทธิภาพ จากการวิจัยพบว่า นักเรียนสามารถเขียนย่อความได้ดีขึ้นถูกต้องตามแนวการเขียนย่อความ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ครูปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้และนักเรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กันทั้งการจับใจความ การสรุปความ และน าไปสู่การเขียนย่อความต่อไป สอดคล้องกับงานวิจัยของ (มนต์ชัย เทียนทอง. 2551) ได้ศึกษาค้นคว้าผลการจัดการเรียนรู้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ Mentor Coached (Think-Pair-Share) เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการเรียนรู้ออนไลน์พบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการเรียนรู้ออนไลน์หลังจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 และนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้มีความรับผิดชอบความหลังจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กล่าวได้ว่า กระบวนการจัดการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานักเรียน ให้สามารถพัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสารของผู้เรียนรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
13 ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะเพื่อการน าไปใช้ 1.1 ผู้วิจัยควรทบทวนความรู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการเขียนย่อความ คือ เรื่องการจับใจความส าคัญ การสรุปความ ให้แก่นักเรียนเพื่อน าความรู้และทักษะในเรื่องที่เกี่ยวข้อง น ามาเขียนย่อความได้อย่างถูกต้อง 1.2 ในขณะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หากครูผู้สอนพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่สอนจะต้องด าเนินการแก้ไขปัญหาโดย ทันที เพื่อไม ่ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในสิ่งที่ผิด และสามารถน าไปใช้ได้อย่างถูกต้อง 1.3 ระยะเวลาในการท าการศึกษาวิจัยน้อยเกินไป หากมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าเดิมอาจจะท าให้เห็นปัญหาอื่น ๆ ของนักเรียนเกี่ยวกับภาษาไทยได้หลายปัญหามากขึ้น 1.4 บางประโยคที่ใช้ในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ยังสื่อความไม ่ชัดเจนและยังมีภาษาพูดปะปนอยู่ ผู้สอนควร จะตรวจทานและแก้ไขให้ถูกต้องก่อนน าไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2. ข้อเสนอแนะเพื่อการท าวิจัยครั้งต่อไป 2.1 หากน านิทานพื้นบ้านของอ าเภอรัตภูมิมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จะดีมาก เนื่องจากเรื่องเล่า ต านาน นิทานท้องถิ่นในอ าเภอรัตภูมิ มีหลากหลายเรื่องที่สามารถท าให้นักเรียนรู้จักท้องถิ่นของตนเองได้ดียิ่งขี้น 2.2 บางขั้นตอนของเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ (think-pair-shear) ไม ่สามารถใช้ในการจัดการเรียนการสอน เรื่องการเขียนย่อความได้เท่าที่ควร แต่ข้อดีของเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ (think-pair-shear) คือ การที่นักเรียน สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งที่ครูมอบหมายกับเพื่อนได้อย่างอิสระ และสามารถกระตุ้นให้ นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้
14 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจ ากัด. กระทรวงศึกษาธิการ. (2556). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว. ดวงใจ ไทยอุบุญ. (2550). ทักษะการเขียนภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. มนต์ชัย เทียนทอง. (2551). “เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ Mentor Coached Think-Pair- Share เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการเรียนรู้ออนไลน์.” วารสารวิชาการพระจอมเกล้า พระนครเหนือ 18, 1 (มกราคม-เมษายน): 99-105. Lyman, F. (1987). Think-Pair-Share: An Ending Teaching Technique. United States of America: MAA-CIE Cooperative News.