หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๔ ประวตั ิศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
กล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๕ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๖ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๗
๑_หลักสตู รวิชาประวัตศิ าสตร์
๒_แผนการจดั การเรียนรู้
๓_PowerPoint_ประกอบการสอน
๔_Clip
๕_ใบงาน_เฉลย
๖_ขอ้ สอบประจาหนว่ ย_เฉลย
๗_ข้อสอบ_เฉลย
๘_การวัดและประเมนิ ผล
๙_เสริมสาระ
๙_ส่ือเสรมิ การเรียนรู้
บรษิ ัท อกั ษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จากดั : 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand
โทรศัพท์ : 02 622 2999 โทรสาร : 02 622 1311-8 [email protected] / www.aksorn.com
๔หน่วยการเรยี นรู้ที่
พฒั นาการทางประวตั ิศาสตรไ์ ทย
สมยั ประชาธิปไตย
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. วิเคราะห์พฒั นาการของไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์ในดา้ นตา่ งๆ ได้
๒. วิเคราะห์ปจั จัยท่สี ่งผลตอ่ ความม่นั คงและความเจริญรุง่ เรืองของไทยในสมยั รัตนโกสินทรไ์ ด้
๓. วิเคราะหบ์ ทบาทของไทยในสมยั ประชาธปิ ไตยได้
ปจั จยั ทส่ี ่งผลต่อความมัน่ คงและความเจริญรงุ่ เรือง
ปัจจยั สาคัญท่ีสง่ ผลต่อความมัน่ คงและความเจรญิ รงุ่ เรอื งของไทย
พระราชกรณียกิจของพระมหากษตั ริยท์ มี่ ีต่อ ท้ังในเรื่องของความอยู่ดีกินดีของ
ราษฎรและประเทศชาติ ราษฎร การเป็นศูนย์รวมจิตใจ ทาให้ประเทศ
สามารถดารงอยูไ่ ด้อยา่ งมัน่ คงและปลอดภัย
พระราชกรณียกิจของพระมหากษตั รยิ ท์ ีม่ ีตอ่
ราษฎรและประเทศชาติ ใ น ลั ก ษ ณ ะ ท่ี เ ป็ น ไ ป เ พื่ อ
ผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสาคัญ โดย
พระราชกรณียกิจของพระมหากษตั ริยท์ ่ีมีต่อ พยายามปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท่ี
ราษฎรและประเทศชาติ เปลีย่ นแปลงอยูเ่ สมอ
ท้ังป่าไม้ แร่ธาตุ แก๊สธรรมชาติ
สัตว์น้า รวมถึงสภาพภูมิศาสตร์ท่ีเหมาะ แก่
การเพาะปลกู ขา้ วสาหรบั เลี้ยงชีพคนไทยท่ัวประเทศ
พระราชกรณียกจิ ของพระมหากษัตริยท์ ่มี ีต่อ ทาให้การพัฒนาประเทศในด้าน
ราษฎรและประเทศชาติ เศรษฐกิจและสังคมดาเนินไปอย่างมีระบบ ส่งผล
ให้การศึกษา สาธารณสุข การคมนาคม และอื่นๆ
ขยายตัว
พัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์
พัฒนาการด้านการเมอื งการปกครอง
พัฒนาการดา้ นการเมืองการปกครองภายใตก้ ารช้ีนาของคณะราษฎร
ส่งผลให้เกิดการเปล่ียนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย
อนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข ภายใตร้ ฐั ธรรมนญู ท่ีเปน็ กฎหมายสงู สดุ ในการปกครองประเทศ
คณะราษฎรไดว้ างเป้าหมายหลัก ๖ ประการ หรอื ทเ่ี รียกว่า
อุดมการณ์ในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
• จะต้องรกั ษาความเปน็ เอกราชในทางการเมืองในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ของประเทศให้ม่ันคง
• จะต้องรกั ษาความปลอดภยั ในประเทศ ให้การประทษุ รา้ ยตอ่ กนั ลดลงให้มาก
• จะตอ้ งบารุงความสขุ ของราษฎรในทางเศรษฐกจิ จะวางโครงการ เศรษฐกิจแห่งชาติ ไมป่ ลอ่ ยใหร้ าษฎรอดอยาก
• จะต้องใหร้ าษฎรมสี ทิ ธเิ สมอภาคกนั
• จะต้องใหร้ าษฎรมีเสรีภาพ มคี วามเปน็ อสิ รภาพ โดยไม่ขดั ตอ่ หลัก ๔ ประการขา้ งต้น
• จะตอ้ งใหก้ ารศกึ ษาอยา่ งเตม็ ทแ่ี ก่ราษฎร
พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง
พัฒนาการดา้ นการเมอื งการปกครองภายใตก้ ารรัฐประหาร
ประเทศไทยมกี ารรฐั ประหารยดึ อานาจโดยคณะทหารรวมท้ังหมด ๑๐ คร้งั
คร้ังที่ วนั เดือน ปี หัวหนา้ คณะทหาร หวั หนา้ คณะรฐั บาลทถี่ ูกยดึ อานาจ
ทที่ าการยึดอานาจ
๑ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๐ พลโท ผิน ชณุ หะวณั พลเรือตรี ถวัลย์ ธารงนาวาสวสั ดิ์
๒ ๒๙ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๙๔ พลโท ผิน ชณุ หะวัณ จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม
(ร่วมมือกับคณะทหาร)
๓ ๑๖ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๐ จอมพล สฤษด์ิ ธนะรัชต์
จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม
๔ ๒๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๐๑ จอมพล สฤษด์ิ ธนะรัชต์ พลเอก ถนอม กิตตขิ จร
(รว่ มมอื กบั คณะทหาร)
๕ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๔ จอมพล ถนอม กติ ติขจร จอมพล ถนอม กิตติขจร
(ร่วมมอื กบั คณะทหารยดึ อานาจตนเอง)
พัฒนาการด้านการเมืองการปกครองภายใตก้ ารรฐั ประหาร
ประเทศไทยมีการรฐั ประหารยึดอานาจโดยคณะทหารรวมท้งั หมด ๑๐ ครั้ง
ครง้ั ที่ วนั เดอื น ปี หวั หนา้ คณะทหาร หัวหน้าคณะรัฐบาลที่ถกู ยดึ อานาจ
ที่ทาการยึดอานาจ
๖ ๖ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๑๙ พลเรอื เอก สงัด ชลออยู่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช
๗ ๒๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๐ พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ นายธานนิ ทร์ กรัยวิเชยี ร
๘ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ พลเอก สนุ ทร คงสมพงษ์ พลเอก ชาตชิ าย ชุณหะวัณ
๙ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ พลเอก สนธิ บณุ ยรตั กลนิ พนั ตารวจโท ทักษณิ ชนิ วตั ร
๑๐ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา นางสาวยง่ิ ลักษณ์ ชนิ วตั ร
พฒั นาการด้านการเมืองการปกครองภายใตก้ ระแสเรยี กรอ้ งประชาธิปไตย
เหตกุ ารณ์ ๑๔ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๑๖ เหตุการณ์ ๖ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๑๙ เหตุการณ์พฤษภาทมฬิ พ.ศ.๒๕๓๕
เกิดขึ้นหลังจากจอมพล เ กิ ด ข้ึ น ห ลั ง จ า ก จ อ ม พ ล มีการชุมนุมประท้วงการ
ถนอม กิตติขจร ใช้กาลังทหารยึดอานาจ ถนอม กิตติขจร เดินทางเข้ามาใน ข้ึนดารงตาแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล
ตนเอง ทาให้เกิดกระแสต่อต้าน นาไปสู่ ประเทศไทยอีก ทาให้เกิดการชุมนุม เอกสุจินดา คราประยูร รัฐบาลใช้กาลัง
เหตุการณ์ 14 ตุลา สิ้นสุดลงเมื่อจอมพล ประท้วงของนิสิตนักศึกษา ทาให้เกิด ปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง และ
ถนอม จอมพลประภาส และพันเอก การสลายการชมุ นุม เหตุการณ์ส้ินสุดลง เม่ือพลเอกสุจินดา
ณรงค์ เดินทางออกนอกประเทศ ลาออกจากตาแหน่งนายกรัฐมนตรี
พฒั นาการด้านเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจแบบไทยทนุ นิยม เศรษฐกจิ แบบไทย ภายใต้แผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ
ในสมัยรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้
ดาเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบทุนนิยม และได้เน้นให้ รัฐบาลได้ประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
ประชาชนสนับสนุนงานของคนไทย โดยใช้ของที่ผลิตใน แหง่ ชาติฉบับแรก ในพ.ศ.๒๕๐๔ วตั ถุประสงค์ที่สาคัญ คือ
ประเทศไทย การยกมาตรฐานการครองชีพของประชาชนให้ดีข้ึน โดย
ทุกๆ ๕ ปจี ะมีการประกาศแผนฉบับตอ่ ๆ มาจนถึงปัจจบุ นั
โปสเตอรร์ ณรงคใ์ หป้ ระชาชนประกอบอาชพี เกษตรกรรม เข่อื นภูมิพล จังหวดั ตาก สรา้ งข้ึนในสมัยจอมพล สฤษด์ิ ธนะรัชต์ ส่งผลให้
ของรัฐบาลจอมพล ป. พิบลู สงคราม เกิดการขยายตวั ทางเศรษฐกจิ ตามแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ
พัฒนาการดา้ นสงั คม
มอี าชพี หลากหลายมากขน้ึ
ค่านิยมของคนในสงั คม เปน็ สงั คมเมืองมากขึ้น
เกิดปัญหาสงั คมมากข้นึ
มีเทคโนโลยี การสอื่ สาร
ท่เี จรญิ ก้าวหน้า
พัฒนาการดา้ นความสมั พันธร์ ะหว่างประเทศ
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศของไทยสมัยประชาธปิ ไตย
ความสัมพนั ธ์ ความสัมพนั ธ์
สมยั กอ่ นสงครามโลก สมัยสงครามเยน็
ครัง้ ท่ี ๒
ความสัมพันธ์ ความสัมพนั ธ์
สมยั สงครามโลก ภายหลังสงครามเย็น
คร้ังที่ ๒
บทบาทของไทยสมัยประชาธิปไตยตอ่ สังคมโลก
พ.ศ.๒๔๘๙ เขา้ เป็นสมาชิกองคก์ ารสหประชาชาติ
พ.ศ.๒๔๙๓ รว่ มรบในสงครามเกาหลี
พ.ศ.๒๔๙๘ เป็นสมาชกิ ผู้รว่ มกอ่ ตงั้ องค์การซโี ต
ทหารไทยเขา้ ร่วมในสงครามเกาหลี พ.ศ. ๒๔๙๓
ตามนโยบายรฐั ที่ตอ่ ต้านการแพร่ขยายของลทั ธคิ อมมวิ นสิ ต์
พ.ศ.๒๕๐๔ รว่ มจดั ตั้งสมาคมอาสา
พ.ศ.๒๕๓๗ เข้าเปน็ สมาชกิ องค์การการคา้ โลก
เหตุการณ์สาคญั ทีม่ ผี ลต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตร์
ไทยกบั การเข้าร่วมสงครามโลกครัง้ ที่ ๒
๑) พัฒนาการทนี่ าไปส่กู ารเขา้ ร่วม ๒) พฒั นาการการเขา้ รว่ ม
สงครามโลกครงั้ ท่ี ๒ ของไทย สงครามโลกคร้งั ที่ ๒ ของไทย
ทหารฝา่ ยพันธมติ รลักลอบสง่ อาวุธยทุ โธปกรณ์ การเดนิ สวนสนามของเหลา่ เสรไี ทย
ให้เเกเ่ สรไี ทยดว้ ยเครอื่ งบนิ ขององั กฤษทส่ี นามบินลบั เเหง่ หนง่ึ ทถี่ นนราชดาเนนิ ภายหลงั สน้ิ สดุ สงสงครามคร้ังที่ ๒
ในจงั หวดั เลย เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๘๘
บทบาทของพระมหากษตั ริยใ์ นราชวงศ์จักรีต่อความมนั่ คงและเจรญิ รุง่ เรอื งของชาติ
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัวอานนั ทมหดิ ล
พระราชประวัติ
ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์แรกของสมเด็จฯเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช
เสดจ็ ขึน้ ครองราชสมบตั ิเปน็ พระมหากษตั ริย์พระองค์ท่ี ๘ ในราชวงศ์จกั รี
พระราชกรณยี กจิ ทส่ี าคญั
เสดจ็ เย่ยี มประชาชนชาวไทย
ทรงเปดิ โรงพยาบาลอานันทมหิดล
ทรงตรวจพลสวนสนามของกองทัพพนั ธมติ ร
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั อานันทมหดิ ลเสดจ็ มาเป็นองคป์ ระธาน
ในพิธสี วนสนามของกองกาลงั เสรีไทยและทหารพนั ธมติ ร
เมอ่ื วันท่ี ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช
พระราชประวตั ิ
ทรงเป็ นพระอนุชาธิราชในรัชกาลที่ ๘ เสด็จข้ึนครองราชยส์ มบตั ิ
เป็นพระมหากษตั ริยพ์ ระองคท์ ี่ ๙ ในราชวงศจ์ กั รี
พระราชกรณยี กจิ ทสี่ าคญั
โครงการทาฝนเทียม
โครงการแกม้ ลิง
กงั หนั น้าชยั พฒั นา
โครงการเขื่อนป่ าสกั ชลสิทธ์ิ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ศนู ยศ์ ึกษาการพฒั นาอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรกงั หนั นา้ ชัยพฒั นา ซึ่งเป็ นสิ่งประดษิ ฐ์เรียบง่ายแต่มปี ระสิทธภิ าพสูงในการบาบัดนา้ เสีย