วรรณกรรมซีไรต์ ประจำปี พ.ศ.2561
เรื่อง :
"พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ"
ประเภทของวรรณกรรม
เป็นวรรณกรรม ประเภท "นวนิยาย"
ประวัติของผู้เขียน
ชื่อ : วีรพร นิติประภา
:เกิดกรุงเทพฯ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2505
:ครอบครัวชนชั้นกลาง มีคุณแม่เป็นครูสอนเปียโน และมีพี่ชายหนึ่งคน
:ความฝันวัยเด็กคืออยากเป็นนักร้องลูกทุ่ง เรียนด้านเลขานุการ และ
ไปเรียนด้าน Communication Arts ที่กรุงเมลเบิร์น
ประเทศออสเตรเลีย
:กลับมาทำงานนิตยสารเกย์ชื่อ ‘นีออน’ เป็นครีเอทีฟเอเจนซี่โฆษณา
ทำนิตยสารแฟชั่นชื่อ ‘Hyper’
:เปิดร้านขายสร้อยอยู่ช่วงหนึ่ง ควบคู่กับการเลี้ยงลูกชายหนึ่งคน
ก่อนจะกลับมาเขียนนวนิยายเต็มตัวนวนิยายเรื่องแรก ชื่อ ไส้เดือน
ตาบอดในเขาวงกต และต่อมา คือ พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของ
ทรงจำของแมวกุหลาบดำ
รางวัลที่ได้รับ :
- รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) 2558 จากเรื่อง
ไส้เดือนตาบอด
- รองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทนวนิยาย รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 11
(2557),
- รางวัลดีเด่น กลุ่มหนังสือนวนิยาย (สพฐ.) (2560)
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทนวนิยาย รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด
ครั้งที่ 14 (2560)
- รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำ
ปี พ.ศ.2561 จากเรื่อง พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของ
แมวกุหลาบดำ
ผลงานอื่นๆของผู้เขียน
รางวัลซีไรต์ประจำปี พ.ศ. 2558 จากนวนิยาย
"เปไ็สน้เดหือนันงตสือาบเล่อมดแใรนกเขที
่าผูว้เงขีกยตน" เป็นคนเขียนขึ้นมาและได้รับ
รางวัล
รางวัลซีไรต์ประจำปี พ.ศ. 2561 จาก
นวนิยาย
"พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมว
กุหลาบดำ"เป็นหนังสือเล่มที่สองที่ผู้เขียน เป็นคนเขียน
ขึ้นมาและได้รับรางวัล
คำประกาศของคณะกรรมการตัดสิน (ซีไรต์)
คณะกรรมการตัดสินมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นวนิยายเรื่อง พุทธศักราชอัสดงกับ
ทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ โดย วีรพร นิติประภา ได้รับรางวัล
วรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำพุทธศักราช 2561
พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ โดยวีรพร นิติประภา นำเสนอเรื่องเล่า
ของครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเลด้วยมุมมองใหม่ การต่อสู้ดิ้นรนของชีวิตในแต่ละรุ่นของครอบครัว
ใหญ่ เล่าคู่ขนานไปกับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมทั้งของไทยและจีน ซึ่งส่ง
ผลกระทบต่อวิถีชีวิตและชะตากรรมของตัวละครแต่ละตัว นวนิยายเรื่องนี้โดดเด่นในการใช้ความ
ทรงจำและประวัติศาสตร์ความรู้สึกส่วนบุคคลซึ่งกลายเป็นความทรงจำร่วมของสังคม มีทั้งเรื่องที่
เลือดจะเล่าและเรื่องที่เลือกจะลืม แหว่งวิ่นและคลุมเครือ
กลวิธีการประพันธ์มีความโดดเด่นด้วยชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ โดยใช้ขนบการเล่าแบบ
นิทานที่มีลักษณะมหัศจรรย์เหนือจริง มีความประณีตในการนำเสนอตัวละครด้วย
ลีลาการเล่าเรื่องและการใช้ภาษาเฉพาะตน ทำให้นวนิยายเรื่องนี้มีความแปลกใหม่
ชวนให้ครุ่นคิดและใคร่ครวญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าของคนพลัดถิ่น
นวนิยายเรื่องนี้จึงเป็นมิติใหม่ของนวนิยายร่วมสมัย
วิเคราะห์เรื่อง:
"พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ"
เนื้อเรื่องย่อ :
นับจากวันที่หัวหน้าครอบครัวแซ่ตั้ง ที่ได้ย้ายมากจากเมืองจีน เพราะเปลี่ยนแปลงการ
ปกครองทำให้ทรัพย์สินต่างๆถูกริบ ตาทวดตง และภรรยา ยายทวดเสงี่ยม ได้อพยพ
มายังประเทศไทย รับเอาเด็กชายจากครอบครัวที่ยากจนเข้ามาเป็นลูกบุญธรรม จาก
ไม่มีลูกมาหลายปี พวกเขาก็กลับได้ลูกอิจฉาตามมาคนแล้วคนเล่า จากนั้นครอบครัว
แซ่ตั้งก็ผ่านเข้าสู่ห้วงเวลาที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ตารปัตรพลิกผัน เกิดความสัมพันธ์ที่
ปวดร้าวและถูกถ่ายทอดไปพร้อมกับเหตุการณ์เหล่านี้ ความร้าวรานที่ซ่อนในใจของ
จงสว่าง ลูกเลี้ยงที่กลายมาเป็นกำลังหลักของครอบครัว แต่ยังหนีไม่พ้นความน้อยเนื้อ
ต่ำใจในฐานะที่แท้จริงของตน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจงไสว น้องที่เป็นสายเลือด
แท้จริงของครอบครัว ที่แม้จะเคยรักกันปานจะกลืนแต่แล้วชะตาก็นำพาให้เขาทั้งสอง
ต้องแยกจากและขัดแย้งกัน รวมถึงเรื่องราวของความรักที่ไม่สมหวังครั้งแล้วครั้งเล่า
ของสมาชิกครอบครัวแทบทุกคน
เนื้อเรื่องย่อ (ต่อ) :
เกิดความร้าวฉานกับตาทวดตงในหลายๆเรื่อง การสูญเสียบ้านเกิด และการอพยพเข้ามาก็ได้การ
ต้อนรับที่ไม่ดีจากรัฐบาลของไทย ที่เยาวราช เพราะเกิดเหตุการณ์จราจลกรณีเลี๊ยะพะเพราะคนจีนที่
อพยพเข้ามาเข้ามาแล้วปกครองกันเอง จึงทำให้รัฐไม่พอใจ ล่วงมาถึงช่วงหลังพ.ศ.2500 ที่นโยบาย
เศรษฐกิจแบบชาตินิยมถูกยกเลิกไป และแทนที่ด้วยนโยบายเศรษฐกิจแบบใหม่ในสมัยจอมพลสฤษดิ์
ที่มุ่งส่งเสริมบทบาทของทุนเอกชน ซึ่งโดยมากก็คือทุนเชื้อสายจีน ได้เสริมบทบาทของทุนเอกชน
ซึ่งเป็นชาวจีนส่วนใหญ่ ทำให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนจีนมากขึ้น ทำให้ตาทวดตงตระหนักและ
เปลี่ยนความคิดมากขึ้น ทำให้ครอบครัวของตาทวดตง นั้นรักความเป็นไทยและไม่กลับไปนึกถึงอดีต
ที่เจ็บปวดอีก เหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่
โครงเรื่อง :
ความทรงจำที่เจ็บปวดแสนสาหัส จนแทบไม่อาจจำแนกรู้ได้ว่า เราอยู่ในโลกจริงหรือสมมติ ประวัติศาสตร์
และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองซัดพาให้ชีวิต ความรักต้องระหกระเหินเกินบรรยาย ครอบครัวจีนอพยพที่
พยายามตามหา "บ้าน" ทั้งในความหมายของสถานที่และบ้านภายในจิตใจ ซึ่งตัวละครต่างรู้สึกในทาง
เดียวกันว่า ไม่อาจหยัดยืนอย่างเต็มตัวในพื้นที่ใดๆได้ จะเดินต่อก็แปลกแยก จะหวนกลับก็ไม่อาจย้อนคืน
เปิดเรื่อง :
เปิดด้วยการพรรณนา ถึงสภาพแวดล้อมของตัวละครที่กำลังเล่าเรื่องตอนนั้นอยู่ โดยตัวละครยายศรี
เป็นผู้เล่าถึงเหตุการณ์ มีหลานดาว และ แมวกูหลาบดำฟังอยู่ พร้อมกับการพาย้อนกลับไปในอดีต
การดำเนินเรื่อง :
โดยเล่าคู่ขนานไปกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของไทยและ
ประวัติศาสตร์โลก ผ่านสายตาของตัวละครยายศรีและหลานดาว รวมถึงเจ้า
แมวกุหลาบดำ เล่าย้อนปะติดปะต่อความทรงจำแหว่งวิ่นเข้าเป็นเนื้อเดียว
ปิดเรื่อง :
จบแบบตามประวัติศาสตร์ ครอบครัวนี้ได้อยู่กันอย่างมีความสุขโดยไม่โดนกดขี่
อีกเหมือนแต่ก่อน
จุดเด่นของ
เป็นการนำปร
แก่นเรื่อง :
การที่เรายอมลืมความทรงจำที่แสนเจ็บปวดและมีแต่บาดแผลให้หายไปก็จะ
ทำให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ดีมากยิ่งขึ้น และมีชีวิตที่ดีขึ้นมาได้ใหม่
จุดเด่นของเรื่องนี้
- เขียนสื่ออารมณ์ ความรู้สึกของตัวละครได้อย่างดี
- ใช้วิธีการนำประวัติศาสตร์มาเล่าผ่านความทรงจำของตัวละคร
- ใช้คำพรรณนาภายในเรื่องได้อย่าง ดีเยี่ยม
อ้างอิง
https://www.the101.world/forgotten-memories-of-thai-
chinese/
https://www.sanook.com/news/7531114/
http://www.praphansarn.com/home/detail_author_th/322
คำถาม 5 ข้อ
จากเรื่องที่ได้
คำถาม :
วรรณกรรมซีไรต์ เรื่อง "พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ"
ได้รับรางวัลซีีไรต์ปีอะไร
พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2547
พ.ศ. 2556 พ.ศ. 2561
คำถาม :
ผู้แต่ง วรรณกรรมซีไรต์ เรื่อง "พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมว
กุหลาบดำ" มีชื่อว่าอะไร
วีรพร นิติประภา ชาติ กอบกิตติ
คำพูน บุญทวี ศิลา โคมฉาย
คำถาม :
"วีรพร นิติประภา" ได้รับรางวัลซีไรต์ เรื่องแรก มีชื่อว่าอะไร
อมตะ ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต
บ้านเก่า เจ้าหงิญ
คำถาม :
"วีรพร นิติประภา" จบการศึกษามาจากประเทศอะไร
ออสเตรเลีย ไทย
ฝรั่งเศษ เยอรมัน
คำถาม :
พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ
ตอนจบ จบอย่างไร
สุขนาฏกรรม หักมุม
โศกนาฏกรรม ตามประวัติศาสตร์
ขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจรับชมและ
รับฟังครับ