The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krunawijitra, 2022-12-19 08:14:48

บทเรียนสำเร็จรูป การอ่านคิดวิเคราะห์












คำนำ







การอ่านเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการอ่านเป็นกระบวนการที่สามารถสร้างความรู้ ความคิด

ซึ่งนำไปใช้ในการตัดสินใจ แก้ปัญหา สร้างวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิต นอกจากนี้การอ่านยังเป็นเครื่องมือ

สำคัญในการพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ และก่อให้เกิดความเพลิดเพลิน เป็นการสร้างจินตนาการ ทำให้

การอ่านสามารถยกระดับจิตใจให้มีคุณธรรม จริยธรรม

บทเรียนสำเร็จรูป ชุดการอ่านคิดวิเคราะห์ เล่มนี้ จัดทำขนเพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะ
ึ้

การอ่านคิดวิเคราะห์ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งการอ่านคิดวิเคราะห์เป็นพื้นฐานสำคญของ


การพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักการคิดอย่างเป็นระบบ คิดอย่างมีเหตุผล คิดอย่างมีวิจารณญาณ มีการไตร่ตรอง

ซึ่งจะทำให้นักเรียนสามารถประเมินสิ่งที่อ่านและตัดสินใจว่าสิ่งที่ผู้เขียนนำเสนอมีเหตุผลน่าเชื่อถือหรือไม ่

เพียงใด ทั้งนี้จะช่วยให้ผู้อ่านรู้จักวิเคราะห์ตรวจสอบอย่างมีเหตุผล มีความเข้าใจในเรื่องราวที่อ่านอย่าง
แท้จริง

ผู้จัดทำหวังว่าบทเรียนสำเร็จรูป ชุดการอ่านคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่มนี้

จะเป็นแนวทางทางในการพัฒนาทักษะการอ่านให้กับผู้เรียน ได้ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเป็นประโยชน์ต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นต่อไป



พัทธนันท์ สีวลี















สารบัญ



เรื่อง หน้า
คำนำ ก

สารบัญ ข
คำแนะนำสำหรับครู 1
คำแนะนำสำหรับนักเรียน 2

ความสำคัญของบทเรียน 3
แผนภูมิลำดับขั้นตอนกำรเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป 4
แบบทดสอบก่อนเรียน 5
กรอบความรู้ที่ 1 ความรู้เกี่ยวกับการอ่านคิดวิเคราะห์เบื้องต้น 7

กิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 11
กรอบความรู้ที่ 2 การอ่านคิดวิเคราะห์นิทาน 12
กิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 15
กรอบความรู้ที่ 3 การอ่านคิดวิเคราะห์ข่าว 16

กิจกรรมฝึกทักษะที่ 3 18
กรอบความรู้ที่ 4 การอ่านคิดวิเคราะห์โฆษณา 19
กิจกรรมฝึกทักษะที่ 4 20
กรอบความรู้ที่ 5 การอ่านคิดวิเคราะห์บทเพลง 21

กิจกรรมฝึกทักษะที่ 5 24
กรอบความรู้ที่ 6 การอ่านคิดวิเคราะห์บทร้อยกรอง 25
กิจกรรมฝึกทักษะที่ 6 27
กรอบความรู้ที่ 7 การอ่านคิดวิเคราะห์บทความ 28

กิจกรรมฝึกทักษะที่ 7 30
กรอบความรู้ที่ 8 การอ่านคิดวิเคราะห์สารคดี 31
กิจกรรมฝึกทักษะที่ 8 33
แบบทดสอบหลังเรียน 34

บรรณานุกรม 36
ภาคผนวก


1










คำแนะนำสำหรับครูผู้สอน





1. บทเรียนสำเร็จรูปประกอบการจัดกิจกรรม รายวิชา ท 23101 ภาษาไทย 2 กลุ่มสาระ

การเรียนรู้ภาษาไทย มีจำนวน 8 กิจกรรม คือ
กิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 การอ่านคิดวิเคราะห์เบื้องต้น

กิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 การอ่านคิดวิเคราะห์นิทาน
กิจกรรมฝึกทักษะที่ 3 การอ่านคิดวิเคราะห์ข่าว

กิจกรรมฝึกทักษะที่ 4 การอ่านคิดวิเคราะห์โฆษณา
กิจกรรมฝึกทักษะที่ 5 การอ่านคิดวิเคราะห์บทเพลง

กิจกรรมฝึกทักษะที่ 6 การอ่านคิดวิเคราะห์บทร้อยกรอง
กิจกรรมฝึกทักษะที่ 7 การอ่านคิดวิเคราะห์บทความ
กิจกรรมฝึกทักษะที่ 8 การอ่านคิดวิเคราะห์สารคด ี


2. บทเรียนสำเร็จรูปชุดนี้ ใช้ประกอบการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ 3

3. บทเรียนสำเร็จรูปชุดนี้ ใช้ประกอบการสอนในชั้นเรียน หรือใช้สอนเสริมสำหรับนักเรียนที่เรียนดี

หรือสอนซ่อมเสริมนักเรียนที่เรียนช้ำให้ทันเพื่อน


4. ครูควรศึกษาบทเรียนสำเร็จรูปชุดนี้ ตั้งแต่กรอบแรกจนถึงกรอบสุดทาย ทั้งเนื้อหาและกิจกรรมให้

เข้าใจก่อนทำการสอน เพื่อให้ทราบว่ากิจกรรมในกรอบใด ที่ครูต้องเป็นผู้ให้คำแนะนำช่วยเหลือหรือให้

คำปรึกษาบ้าง

5. ครูควรทำข้อตกลงกับนักเรียนก่อนเรียน เช่น มีวินัยในการเรียน ความซอสัตย์ เวลาในการศึกษา
ื่

การปฏิบัติกิจกรรม ตลอดจนการประเมินผล

6. ครูควรชี้แจงให้นักเรียน อ่านคำแนะนำในการใช้บทเรียนสำเร็จรูป และปฏิบัติตามทกขั้นตอน


ทีละกรอบทุกกรอบ ทั้งเนื้อหา กิจกรรม คำถาม คำตอบ แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน


2









คำแนะนำสำหรับนักเรียน





บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง การอ่านคิดวิเคราะห์ เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนศึกษาด้วยตนเอง

ตามความมาสามารถของแต่ละบุคคล และให้นักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้
1. บทเรียนนี้ไม่ใช่ข้อสอบ นักเรียนไม่ควรกังวลใจ พยายามทำไปช้ำ ๆ ทีละกรอบ นักเรียนจะได้

รับความรู้ ได้ทำแบบฝึกหัด และได้ทำกิจกรรมตาง ๆ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบด้วยตนเอง

2. บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้มีกิจกรรมฝึกทักษะจำนวน 8 กิจกรรม ใช้เวลาศึกษา 2 ชั่วโมง

3. ศึกษาความสำคัญของบทเรียน เพื่อให้ทราบว่าเมื่อศึกษาบทเรียนเรื่อง การอ่านคิดวิเคราะห์
จบแล้ว นักเรียนจะได้รับความรู้เรื่องอะไรบ้าง

4. ศึกษาแผนภูมิลำดับขั้นตอนการเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป
5. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วตรวจคำตอบจากเฉลย
6. ศึกษาบทเรียนสำเร็จรูปทีละกรอบ ตามลำดับ ทายกรอบจะมีคำถามเพื่อทบทวนความรู้

ให้นักเรียนตอบคำถามลงในแบบบันทึกกิจกรรม แล้วเปิดดูคำตอบที่ถูกต้องในหน้าที่ถัดไป
7. ถาตอบผิด ให้นักเรียนย้อนกลับไปอ่านเนื้อหาในกรอบที่ผ่านมาอีกครั้งหนึ่ง ทำความเขาใจให้ดี


แล้วจึงตอบคำถามใหม่
8. ทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดความรู้ความเขาใจที่ได้รับ

9. นักเรียนที่ดีจะต้องซื่อสัตย์ต่อตนเองเสมอ ดังนั้นไม่ควรเปิดดูคำตอบก่อนทำเสร็จ
10. การวัดและประเมินผล ถานักเรียนทำคะแนนจากการทดสอบหลังเรียนได้ร้อยละ 70 ขึ้นไป

(7 คะแนนขึ้นไป) แสดงว่านักเรียนมีความรู้ในเรื่อง การอ่านคิดวิเคราะห์ แล้วให้ศึกษาบทเรียนสำเร็จรูป
ในกิจกรรมต่อไป


3











ความสำคัญของบทเรียน





สาระสำคัญ

ี่

ั่
การอ่านวิเคราะห์เป็นทักษะการอ่านในระดับทสูงขึ้นกว่าการอ่านทว ๆ ไป มิใช่เป็นเพียงการอ่าน
เพื่อความรู้และค วามเพลิดเพลินเท่านั้น แต่สามารถนำมาพิจารณาส่วนประกอบทั้งหมดเป็นส่วนย่อย ๆ
เพื่อหาสาระสำค ัญในเนื้อหาจากเรื่องที่อ่านอย่างมีเหตุผลกระบวนการคิดวิเคราะห์ เพื่อนำไปสู่การสร้าง
ความรู้ความคิด การตัดสินใจแก้ปัญหาและสร้างวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิต



มาตรฐานการเรียนรู้

ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน
ชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน

ตัวชี้วัด

ม.๓/๕ วิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินเรื่องที่อ่านโดยใช้กลวิธีการเปรียบเทียบเพื่อให้ผู้อ่าน
เข้าใจได้ดีขึ้น


ม.๓/๘ วิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน
ม.๓/๙ ตีความและประเมินคุณค่าและแนวคิดที่ได้จากงานเขียนอย่างหลากหลายเพื่อนำไปใช้
แก้ปัญหาในชีวิต


ม.๓/๑๐ มีมารยาทในการอ่าน

จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. มีความรูความเขาใจ เกี่ยวกับเรื่องการอ่านคิดวิเคราะห์


๒. สามารถอ่านคดวิเคราะห์สารประเภทต่าง ๆ จากการอ่านได้ถูกต้อง
3. แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นและสรุปข้อคิดจาการอ่านคิดวิเคราะห์ได้ถูกต้อง


4. มีพัฒนาการเรียนรูการอ่านคดวิเคราะห์ไดถูกตอง และสามารถนําไปใชในชีวิตประจำวันได ้


4











แผนภูมิลำดับขั้นตอนการเรียน โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป








อ่านคำแนะนำสำหรับนักเรียน



ทำแบบฝึกหัดก่อนเรียน




ตรวจคำตอบ




ศึกษากรอบความรู้ทีละกรอบ ไม่ผ่าน




ทำกิจกรรมฝึกทักษะ ตรวจคำตอบ




ทำแบบทดสอบหลังเรียน




ตรวจคำตอบ






ศึกษากรอบความรู้ใหม่อีกครั้ง ศึกษากิจกรรมต่อไป
ไม่ผ่าน ผ่านเกณฑ์


5









แบบทดสอบก่อนเรียน


เรื่อง การอ่านคิดวิเคราะห์ จำนวน ๑๐ ข้อ

คำสั่ง ให้นักเรียนกาเครื่องหมาย x ทับคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว

๑) ข้อใดให้ความหมายของการอ่านวิเคราะห์ถูกต้องที่สุด

ก. การอ่านที่มุ่งค้นหาเนื้อหาสาระหรือแก่นสำคัญของเรื่อง
ข. การอ่านเรื่องโดยทำความเข้าใจสาระสำคัญของเรื่องแยกแยะรายละเอียดไดอย่างถูกต้องชัดเจน

ค. การอ่านเพื่อแยกแยะข้อความที่อ่านให้ถี่ถ้วน เพื่อให้ทราบถึงโครงสร้าง องค์ประกอบ
หลักการและเหตุผลของเรื่อง

ง. การอ่านที่ผู้อ่านต้องอาศัยวิธีคิดอย่างมีวิจารณญาณมาใช้ในการอ่าน และสามารถประเมินตัดสินใจ

ว่ามีเหตุผลน่าเชื่อถือหรือไม่เพียงใด

๒) การคิดวิเคราะห์มีประโยชน์อย่างไร
ก. ช่วยในการแสวงหาความรู้

ข. ช่วยในการสรุปประเด็นสำคัญ
ค. ช่วยในการสื่อสารที่เป็นกระบวนการ

ง. ช่วยในการสื่อความหมายและแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓) ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความน ี้

ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล
จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนม ี

ก. ต้องรู้จักหาวิธีแก้จน ข. จะไม่จนถ้าเป็นคนรู้จักพอ

ค. ไม่มีใครปรารถนาความจน ง. จนทรัพย์แล้วอย่าจนความคิด
๔) ข้อใดเป็นข้อคิดเห็น


ก. คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม
ข. ต้นสนขึ้นเรียงรายชายหาดแม่รำพึง
ค. ต้นไม้นอกจากจะช่วยให้ความชุ่มชื้นยังช่วยป้องกันลมได้ด้วย

ง. วันหนึ่ง ๆ เราควรดื่มน้ำวันละ ๖ - ๘ แก้ว จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง
5) ข้อใดเป็นข้อเท็จจริง

ก. วันนี้อากาศครึ้มฝนคงจะตก
ข. การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด

ค. การตื่นนอนแต่เช้าถือว่าเป็นกำไรของชีวิต

ง. จังหวัดหนองคายมพรมแดนติดกับประเทศลาว


6






6) การอ่านคิดวิเคราะห์มีประโยชน์อย่างไร
ก. มีความสามารถในการสรุปประเด็นสำคัญ

ข. มีความสามารถในการศึกษา การเรียนรู้ และการแสวงหาความรู้
ค. มีทักษะในการสื่อสารที่ดี
ง. มีความคิดชั้นสูง
7) การอ่านคิดวิเคราะหมีองค์ประกอบกี่อย่าง อะไรบ้าง

ก. มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ ช่างสังเกต/ช่างสงสัย/ช่างถาม
ข. มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ ความสามารถในการตีความ/ความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะวิเคราะห์
/ช่างสังเกต ช่างสงสัย และช่างถาม

ค. มีองค์ประกอบ 4 อย่าง คือ ความสามารถในการตีความ/ความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะวิเคราะห์
ช่างสังเกต ช่างสงสัย ช่างถาม ช่างมอง/ความสามารถในการหาความเชื่อมโยง
ง. มีองค์ประกอบ 4 อย่าง คือ ช่างสังเกต/ช่างสงสัย/ช่างถาม/ช่างมอง
8) คำถามการอ่านวิเคราะห์ยึดหลักคำถามในลักษณะใด
ก. ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ทำไม เพราะเหตุใด

ข. ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ทำไม
ค. เห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วยอย่างไร
ง. เพราะเหตุใด ใช่หรือไม่

9) ข้อใดไม่ใช่คำถามการอ่านคิดวิเคราะห์
ก. วงจรชีวิตของกบ กับผีเสื้อ เหมือนกันหรือไม่อย่างไร
ข. 12 เมืองต้องห้ามพลาด ในด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับประกาศจาก ททท. ประกอบด้วยจังหวัด
อะไรบ้าง

ค. เพราะเหตุใดประเพณีการลงแขกจึงจางหายไปจากสังคมเมือง
ง. หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนได้อย่างยั่งยืนหรือไม ่
10) “ล้านนาอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย และมีจังหวัดอะไรบ้าง” คำถามนี้เป็นการอ่านประเภทใด
ก. การอ่านสังเคราะห์

ค. การอ่านวิจารณ์
ง. การอ่านสร้างสรรค ์


7






ความรู้เกี่ยวกับการอ่านคิดวิเคราะห์








ความหมายของการอ่านคิดวิเคราะห์

“คิด” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕4 ได้ให้ความหมายไว้ว่า
“ทำให้ปรากฏ เป็นรูปประกอบให้เป็นรูปหรือเป็นเรื่องขึ้นในใจ ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง เช่น เรื่องนี้

ยากยังคิดไม่ออก” ทั้งนี้ได้มีผู้ให้ทรรศนะเกี่ยวกับความหมายของการอ่านคิดวิเคราะห์ไว้ ดังนี้

สุวิทย์ มูลคำ (2547 : 9) ให้ความหมายของการวิเคราะห์และการคิดวิเคราะห์

ว่าการวิเคราะห์ (Analysis) หมายถึง การจำแนก แยกแยะองค์ประกอบของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อค้นหาว่ามีองค์ประกอบย่อย ๆ อะไรบ้าง ทำมาจากอะไร ประกอบขึ้นมา


ได้อย่างไรและมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างไร การคิดวิเคราะห์ หมายถึงความสามารถใน

การจำแนก แยกแยะองค์ประกอบต่าง ๆ ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นวัตถุสิ่งของ เรื่องราว
หรือ เหตุการณ์และหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างองค์ประกอบเหล่านั้น เพื่อค้นหาสภาพ
ความเป็นจริงหรือสิ่งสำคัญของสิ่งที่กำหนดให้

ชาตรี สำราญ (2548 : 40-41) ได้ให้ความหมายของการคิดวิเคราะห์ว่า การคิด

วิเคราะห์ คือ การรู้จักพิจารณา ค้นหาใคร่ครวญ ประเมินค่าโดยใช้เหตุผลเป็นหลักใน
การหาความสัมพันธ์ เชื่อมโยง หล่อหลอมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่าง

สมเหตุสมผลก่อนที่จะตัดสินใจ
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (2549 : 5) ให้ความหมายของการคิด


วิเคราะห์ว่าเป็นการระบุเรื่องหรือปัญหา จำแนกแยกแยะ เปรียบเทียบขอมูลเพื่อจัดกลุ่ม
อย่างเป็นระบบ ระบุเหตุผลหรือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูล และตรวจสอบข้อมูลหรือหา

ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอในการตัดสินใจ/แก้ปัญหา/คิดสร้างสรรค

จากแนวคิดดังกล่าวพอสรุปได้ว่า การอ่านคิดวิเคราะห์ หมายถึง ความสามารถ

ในการจำแนก แยกแยะ องค์ประกอบต่าง ๆ ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งอาจเป็นวัตถุ สิ่งของ เรื่องราว
หรือเหตุการณ์ โดยหาความสัมพันธ์เชิงเหคุผลเพื่อค้นหาสภาพความเป็นจริงหรือสิ่งสำคัญ

ของสิ่งที่กำหนดให้อย่างถูกต้องชัดเจน


8






ความรู้เกี่ยวกับการอ่านคิดวิเคราะห์







กระบวนการอ่านคิดวิเคราะห์

วีระ สุดสังข์ (2550 : 26-28) ได้กล่าวไว้ว่า วิธีการคิดสามารถฝึกสมองให้มีทักษะ


การอ่านคิดวิเคราะห์ให้พัฒนาขึ้น สามารถฝึกตามขั้นตอนได้ดังนี้
ขั้นที่ ๑ กำหนดสิ่งที่ต้องกำรวิเคราะห์

เป็นการกำหนดวัตถุสิ่งของเรื่องราว หรือเหตุการณ์หรือสถานการณ์จากข่าวของจริง

หรือสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นต้น

ขั้นที่ ๒ กำหนดปัญหำหรือวัตถุประสงค์
เป็นการกำหนดประเด็นข้อสงสัยจากปัญหาของสิ่งที่ต้องการวิเคราะห์ ซึ่งอาจกำหนด

เป็นคำถามหรือเป็นการกำหนดวัตถุประสงค์ของการคิดวิเคราะห์เพื่อค้นหาความจริง สาเหตุหรือ
ความสำคัญ เช่น ภาพนี้ บทความนี้ต้องการสื่อหรือบอกอะไรที่สุด


ขั้นที่ ๓ กำหนดหลักเกณฑ์หรือกฎเกณฑ์
เป็นการกำหนดข้อกำหนดสำหรับใช้แยกส่วนประกอบของสิ่งที่กำหนดในการหาลักษณะ


ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลอาจเป็นลักษณะความสัมพันธ์ที่มความคล้ายคลึงกันหรือขัดแย้ง
ขั้นที่ ๔ พิจารณาแยกแยะ


เป็นการพินิจพิเคราะห์ การแยกแยะกระจายสิ่งที่กำหนดให้ออกเป็นส่วนย่อย ๆ
โดยใช้เทคนิคคำถาม ๕ W ๑ H ประกอบด้วย

ี่
What (อะไร) Where (ทไหน) When (เมื่อไร) Why(ทำไม)
Who (ใคร) How (อย่างไร)

ขั้นที่ ๕ สรุปคำตอบ
เป็นการรวบรวมประเด็นที่สำคัญเพื่อหาข้อสรุปเป็นคำตอบหรือตอบปัญหาของสิ่งท ี่

กำหนดให้ เทคนิคการคิดวิเคราะห์ เป็นการคิดโดยใช้สมองซีกซ้ายเป็นหลัก เป็นการคิดเชิงลึก
คิดอย่างละเอียด จากเหตุไปสู่ผล ตลอดจนการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในเชิงเหตุและผล

ความแตกต่างระหว่างข้อโต้แย้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง


9






ความรู้เกี่ยวกับการอ่านคิดวิเคราะห์







เทคนิคการคิดวิเคราะห์อย่างง่ายที่นิยมใชคือ ๕ W ๑ H

What (อะไร) ปัญหาหรือสาเหตุที่เกิดขึ้น


- เกิดอะไรขึ้นบ้าง
- มีอะไรเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

- หลักฐานที่สำคัญที่สุด คืออะไร

- สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ คืออะไร

Where (ที่ไหน) สถานที่หรือตำแหน่งที่เกิด
- เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ไหน

- เหตุการณ์นี้น่าจะเกิดที่ใดมากที่สุด
When (เมื่อไร)

- เหตุการณ์นั้นน่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร


- เวลาใดบ้างที่สถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได
Why (ทำไม) สาเหตุหรือมูลเหตุที่ทำให้เกิดขึ้น

- เหตุใดต้องเป็นคนนี้ เป็นเวลานี้ เป็นสถานที่นี้
- เพราะเหตุใดเหตุการณ์นี้จึงเกิดขึ้น

- ทำไมจึงเกิดเรื่องนี้

Who (ใคร) บุคคลสำคญเป็นตัวประกอบหรือเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องทำอะไรจะได้รับ
ผลกระทบ ทั้งด้านบวกและด้านลบ

- ใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง
- ใครน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้บ้าง

- ใครน่าจะเป็นคนที่ทำให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้นมากที่สุด

- เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์
How (อย่างไร) รายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วหรือกำลังจะเกิดขึ้นว่ามีความเป็นไป

ในลักษณะใด
- เขาทำสิ่งนี้ได้อย่างไร

- ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใครได้ประโยชน์
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร


10






ความรู้เกี่ยวกับการอ่านคิดวิเคราะห์





ลักษณะการคิดวิเคราะห์

การคิดวิเคราะห์ จำแนกออกเป็น ๓ ลักษณะ ดังนี้
๑. การวิเคราะห์ความสำคัญ เป็นความสามารถในการหาองค์ประกอบที่สำคญ


ของเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ผลเป็นอย่างไร
เช่น การวิเคราะห์ส่วนประกอบของพืช สัตว์ ข่าว ข้อความหรือเหตุการณ์ เป็นต้น

๒. การวิเคราะห์หลักการ เป็นความสามารถในการหาหลักความสัมพันธ์ส่วนสำคัญ

ในเรื่องนั้น ๆ ว่าสัมพันธ์กันอยู่โดยอาศัยหลักการใด เช่น การให้นักเรียน ค้นหาหลักการของเรื่อง
การระบุจุดประสงค์ของนักเรี ยน ประเด็นสำคัญของเรื่อง เทคนิคที่ใช้ในการจูงใจผู้อ่าน

และรูปแบบของภาษาที่ใช้ เป็นต้น
๓. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ เป็นความสามารถในการหาความสัมพันธ์ระหว่างความคิด

ความสัมพันธ์ในเชิงเหตุผลหรือความแตกต่างระหว่างข้อโตแย้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง









หลักการอ่านคิดวิเคราะห์ มีหลักควรปฏิบัติ ดังนี้

1. แยกแยะ ส่วนที่เป็นสาระสำคัญ และส่วนขยายความ ซึ่งอาจจะเป็นการอธิบาย


ี่
หรือยกตัวอย่างประกอบ การอ่านอย่างวิเคราะห์นั้นผู้อ่านจะต้องค้นหาว่าส่วนทเป็นสาระสำคญ
ที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอ เพื่อจะได้เข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้เขียน
2. แยกแยะ ส่วนที่เป็นข้อเทจจริงแล้ว บางครั้งผู้เขียนอาจสอดแทรกข้อคิดเห็น


เพื่อแสดงมุมมองและทัศนะส่วนตัว เพื่อทำให้งานเขียนนาสนใจและน่าอ่านยิ่งขึ้น แต่ในข้อคิดเห็น
นั้นอาจแฝงไว้ด้วยค่านิยมส่วนตัว ความเชื่อ หรือคติต่างๆ ของผู้เขียน ซึ่งผู้อ่านจะต้องพิจารณา

ว่าความคิดเห็นของผู้เขียน ซึ่งผู้อ่านจะต้องพิจารณาว่าความคิดเห็นนั้น ๆ อาจแฝงไว้ด้วยค่านิยม
ส่วนตัว ความเชื่อหรืออคติต่าง ๆ ของผู้เขียน ซึ่งผู้อ่านจะต้องพิจารณาว่าความคิดเห็นของผู้เขียน

ตั้งอยู่บนเหตุผลที่ถูกต้องหรือไม ่


11






ความรู้เกี่ยวกับการอ่านคิดวิเคราะห์







ลักษณะข้อเท็จจริงและขอคิดเห็น

ข้อเท็จจริง เป็นลักษณะของเนื้อความหรือเนื้อหาที่แสดงถึงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้รับ


การยอมรับอย่างเป็นสากล หรือข้อมูลผ่านการพิสูจน์แล้ว
ข้อคิดเห็น เป็นข้อความที่แสดงความเชื่อ ค่านิยม และทัศนคติส่วนตัวของผู้เขียน

การเขียนข้อคิดเห็นผู้อ่านอาจเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้


สรุปการอ่านคิดวิเคราะห์ คือ การอ่านข้อความอย่างละเอียดพินิจพิเคราะห์ ระมัดระวัง
ทั้งความหมายตรงและความหมายแฝงต้องพยายามสะสมประสบการณ์ต่าง ๆ ด้วยการอ่าน

หนังสือมาก ๆ

ข้อที่ต้องระวัง คือ การใช้ภาษาของผู้เขียน เมื่อนักเรียนอ่านเรื่องที่ผู้เขียนแสดง
ความคิดเห็น ควรแยกแยะข้อเท็จจริงก่อนแล้วพิจารณาความน่าเชื่อถอด้วยการตั้งคำถามว่า

เราเห็นด้วยกับประเด็นนั้นหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยเพราะอะไร ถ้าไม่เห็นด้วยเพราะอะไร ควรชี้แจง

เหตุผลให้ชัดเจน



กิจกรรมฝึกทักษะที่ 1


12







การอานคิดวิเคราะห์นิทาน









ความหมายของนิทาน

คำว่า นิทาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายไว้ว่า
“นิทาน น. เรื่องที่เล่ากันมา เช่น นิทานชาดก นิทานอีสป” “นิทาน” ตามรูปศัพท์ภาษาบาลี แปลว่า

เรื่องเดิม เรื่องที่ผูกขึ้นและเรื่องที่อ้างอิง นิทาน หมายถึง เรื่องเล่าที่เล่าสืบต่อกันมา

มุ่งให้เห็นความบันเทิง แทรกแนวคิด คติสอนใจ จนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยอย่างหนึ่ง
อาจเรียกนิทานพื้นบ้าน นิทานพื้นเมือง นิทานชาวบ้าน เป็นต้น


ลักษณะของนิทาน


๑. เป็นเรื่องเล่าปากเปล่าด้วยภาษาร้อยแกว
๒. ถ่ายทอดโดยการเล่าปากต่อปาก ไม่มีการจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ในอดีต

นิทานต่าง ๆ จะดำรงอยู่นานเท่าใดย่อมขึ้นอยู่กับความทรงจ าของผู้เล่าและผู้ฟังนิทานแต ่
ึ้
สมัยต่อมาคนรู้ หนังสือมากขนได้มีการจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
๓. ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง อ้างกันว่าเป็นของเก่าที่จ ามาจากบรรพบุรุษ เช่น เรื่อง แม่นาคพระ

ี่
โขนงเป็นนิทานผีที่อ้างต่อกันมา การอ้างชื่อสถานท
๔. เนื้อเรื่องมีการเปลี่ยนแปลงได้ไม่มีรูปแบบตายตัว ขณะที่มีการเล่านิทานผู้เล่า
จะทำหน้าที่เป็นผู้ แต่งไปด้วยในตัว ตัดทอนเรื่องให้สั้นลงหรือขยายออกไปหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหา

ให้เข้ากับสภาพวัฒนธรรมของ ผู้เล่าก็ได้

คุณค่าของนิทาน

๑. ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน อ่านเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด
๒. ช่วยกระชับความสัมพันธ์ ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ ให้ข้อคิดและคติเตือนใจ

๓. ช่วยสะท้อนให้เห็นภาพของสังคมในอดีต ให้แง่คิดในการดำเนินชีวิตเนื้อเรื่องของนิทาน

จะสอดแทรกคติธรรมหรือลักษณะการดำเนินชีวิตหรือวิถีชีวิตของคนในสังคม สามารถนำไปปรับใช้
กับตนเอง หรือใช้เป็นเครื่องมือในการอบรมสั่งสอนคน

๔. ให้ความรู้เรื่องต่างๆ เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ศาสนา

สังคมวิทยา และภาษา
๕. ก่อให้เกิดศิลปะในแขนงต่างๆเช่น วรรณคดี ละคร การแสดงพื้นบ้าน เป็นต้น


13







การอานคิดวิเคราะห์นิทาน









ประเภทของนิทาน

นิทานแบ่งออกตามรูปแบบได้ ๕ ประเภท คือ
๑. นิทานวีรบุรุษ เป็นนิทานที่ยกย่องคนดี มีความสามารถ ความกล้าหาญของบุคคล

ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่เป็นวีรบุรุษ เนื้อเรื่องจะเป็นแนวปาฏิหาริย์ มีอิทธิฤทธิ์เหนือบุคคลธรรมดา

เช่น ไกรทอง พระร่วงวาจาสิทธิ์ เป็นต้น
๒. นิทานปรัมปรา เป็นนิทานที่มีเรื่องค่อนข้างยาว เป็นเรื่องสมมุติว่าเกิดขึ้นในที่ใด


ที่หนึ่งไม่กำหนดชัดเจนว่าที่ไหน ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้ที่มคุณสมบัติ เช่น เป็นผู้มีอำนาจ มีบุญ
มีฤทธิเดช ทำให้ศัตรูพ่ายแพ้ไปถ้าเป็นชายมักจะได้แต่งงานกับหญิงสูงศักดิ์ นิยมขึ้นต้นว่า

“กาลครั้งหนึ่ง....” หรือ “ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว”
๓. นิทานท้องถิ่น เป็นนิทานที่มีเรื่องสั้นกว่านิทานปรัมปรา เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ

ขนบธรรมเนียมประเพณี โชคลางหรือคตินิยม แม้จะเป็นเรื่องแปลกพิสดาร พ้นวิสัยความจริง


แต่ว่าเป็นเรื่องที่เกิดจริงหรือมีเค้าความจริง มีบุคคลจริง มสถานทจริง ๆ นิทานท้องถิ่นจำแนก
ี่
ออกเป็นนิทานประเภทอธิบาย นิทานเกี่ยวกับความเชื่อต่าง ๆ นิทานเกี่ยวกับสมบัติ นิทานวีรบุรุษ
นิทานคติสอนใจ และนิทานที่เกี่ยวกับนักบวชต่าง ๆ

๔. นิทานสมัยใหม่ เป็นนิทานที่เล่ากับแถบตะวันออกไกล มีลักษณะคล้ายกับนิทาน

ปรัมปรา ตัวละครมีพฤตกรรมคล้ายชีวิตจริง กำหนดเวลาและสถานที่ไม่แน่นอน เช่น อาหรับ
ราตรี การผจญภัยของซินแบต เป็นต้น
๕. เทพนิยาย เป็นนิทานที่มีเทวดา นางฟ้า เป็นตัวบุคคลในนิทานนั้น เรื่องพระอินทร์

หรือเป็นแต่เพียงกึ่งเทวดาอย่างเช่น เจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าที่ เจ้าแม่ต่าง ๆ

๖. นิทานเรื่องสัตว์ เป็นนิทานที่มีสัตว์เป็นตวเอก แต่สมมุติว่ามีความคิดและการกระทำ
พูดจาอย่างมนุษย์ธรรมดา บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่มีคน มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย แต่ทั้งคนทั้งสัตว์นั้น

จะพูดโต้ตอบกัน และปฏิบัติเหมือนหนึ่งว่าเป็นมนุษย์เหมือนกัน แบ่งย่อยออกเป็น ๒ ประเภท
๖.๑ ประเภทสอนคติธรรม ประเภทนี้ตัวเอกจะเป็นสัตว์ เช่น นิทานอีสป ชาดกต่าง ๆ

๖.๒ เล่าซ้ำหรือเล่าไม่รู้จบ เช่น เรื่องยายกะตาปลูกถั่วให้หลานเฝ้า


๗. นิทานตลกขบขัน เป็นนิทานเรื่องสั้น ๆ จุดสำคญของเรื่องอยู่ที่มีเรื่องที่ไม่น่าเป็นไป

ได้ต่าง ๆ เกี่ยวกับความโง่และกลโกง การแก้เผ็ด การแสดงปฏิภาณไหวพริบ การพนันขนต่อ
การเดินทางและการผจญภัยที่ก่อเรื่องผิดปกติในแง่ขบขัน
http://kkfolklore.blogspot.com/2008/06/blog-post_23.html สืบค้นเมื่อ 14 ส.ค. พ.ศ.2555


14







การอานคิดวิเคราะห์นิทาน









หลักในการอ่านนิทาน


๑. ศึกษา วิเคราะห์ลักษณะนสัยของตัวละครในนิทานตัวละครในนิทานส่วนใหญ่จะเป็น
ตัวเดินเรื่อง ลักษณะนิสัยของตัวละครใน แต่ละเรื่อง จะทำให้นิทานสนุกสนาน ตัวละครและ

ลักษณะนิสัยของตัวละครในนิทานเป็นสิ่งที่สมมุติหรือแต่งขึ้นมา อาจจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของก็ได้

บทบาทตัวละครอาจจะมีทั้งดี ทั้งร้าย เพื่อเป็นตัวแทนเปรียบเทียบระหว่างความดี ความชั่ว

ความฉลาด ฯลฯ ผู้อ่านควรแยกแยะให้ได้ว่าลักษณะของตัวละครในเรื่องเป็นอย่างไร มพฤติกรรม
เด่น ด้อย อย่างไร สามารถนำมาเป็นแบบอย่างอย่างไรได้บ้าง
๒. ข้อคิด คุณค่าและประโยชน์ที่ได้จากนิทานนิทานทุกๆเรื่องจะมีข้อคิดคุณค่าคติสอนใจ

ั้
และประโยชน์สอดแทรกไว้ทงในเนื้อเรื่อง และตอนสรุปท้ายเรื่อง เพื่อเป็นการสอนผู้อ่านหรือเน้น
ให้ปฏิบัติตาม ดังนั้นต้องวิเคราะห์ด้วยว่านิทานนั้นๆมีสาระสำคัญอย่างไร และสามารถยึดถือ
เป็นแบบอย่างได้อย่างไรบ้าง


ขั้นตอนการอ่านคิดวิเคราะห์นิทาน

ขั้นที่ ๑ อ่านรับรู้เรื่องราว รวบรวมข้อมูล คือ การรับรู้เรื่องที่อ่าน เข้าใจความหมาย
คำและวลี ประโยคข้อความที่อ่าน

ขั้นที่ ๒ คิดวิเคราะห์ คือ การจำแนก จับใจความสำคญเรื่องที่อ่าน ตอบคำถาม

ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อ่านได้ว่า ใคร ท าอะไร ที่ไหน กับใคร อย่างไร เมื่อไร และเป็นผลอย่างไร
ขั้นที่ ๓ สรุปสาระทอ่าน เป็นการสังเคราะห์ข้อมูลจากการอ่าน สรุปและประเมิน
ี่
สิ่งที่อ่าน

ขั้นที่ ๔ ประยุกต์และนำไปใช้ มีการนำผลที่เรียนรู้จากการอ่านไปปฏิบัตอย่างเหมาะสม




นักเรียนชอบอ่านนิทาน

ประเภทไหนกันบ้างจ๊ะ


15





























กิจกรรมฝึกทักษะที่ 2

กาหลงฝูง


กาลครั้งหนึ่งในป่ากว้าง เพราะความไม่รู้จักพอใจในสิ่งที่ตวเอง กาตัวจึงไปเก็บขนของนกย
งูที่สลัดทิ้งไว้ มาปักเเซมใส่ขนของตนจนเต็มตัว ด้วยหวังจะมีขนหลากสีสันสวยงามอย่างนกยูงบ้าง

" ข้ามีขนงามกว่าขนดำ ๆ ของพวกเจ้า ข้าจะไม่อยู่กับพวกเจ้าดีกว่า ”

การังเกียจพวกพ้องของตนเอง และออกจากกลุ่มเข้าไปปะปนกับฝูงนกยูง พวกนกยูงเห็นกาหลง
เข้ามาก็รุมจิกตี จนขนนกยูงที่แซมอยู่ทั่วตัวนั้นหลุดกระจายไป เหลือแต่ขนจริงสีดำสนิท

กาดำจึงถูกนกยูงขับไล่ออกจากฝูง ครั้นจะกลับไปหาพวกของตนก็ไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย


ถ้าเปรียบนิสัยกากับมนุษย์ มนุษย์ประเภทนี้จะมีนิสัยอย่างไร

.......................................................................................................................................
.......................................................................................................................................


บุคคลที่เปรียบเป็นนกยูงมีลักษณะอย่างไร

.......................................................................................................................................

.......................................................................................................................................


สัตว์ทั้งสองเป็นสัตว์ประเภทเดียวกันหรือ เพราะเหตุใด

.......................................................................................................................................
.......................................................................................................................................


16








การอานคิดวิเคราะห์ข่าว









ความหมายของข่าว

ข่าว หมายถึง เหตุการณ์คนในสังคมให้กำลังใจ ความสามารถ และตีพิมพ์เผยแพร่

ทางหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร เหตุการณ์ที่นำมาเขียนเป็นข่าวจะต้องเป็นเรื่องทันเหตุการณ์
และส่งผลกระทบ ต่อบุคคลในสังคม


องค์ประกอบของข่าว

องค์ประกอบของข่าวมี ๔ ส่วน คือ ดังนี้

๑. พาดหัวข่าว เป็นส่วนที่สร้างความสนใจ โดยใช้คำที่สะดุดตา และ ตัวอักษร
ขนาดใหญ่กว่าเนื้อข่าว

๒. ความนำ คือ เนื้อเรื่องย่อของข่าว เป็นการเขียนอธิบายให้ผู้อ่านทราบโดยสรุป
ว่าเหตุการณ์ที่นำมาเขียนข่าวมีเนื้อความอย่างไร ความนำที่ดีต้องชัดเจน และทำให้ผู้อ่านเข้าใจ

เรื่องราว อาจไม่จำเป็นต้องอ่านส่วนต่อไป

๓. ส่วนเชื่อม คือส่วนที่อยู่ระหว่างความนำกับเนื้อเรื่อง ทำหน้าที่ขยายความหรือ
ให้รายละเอียดเพิ่มเติมจากความนำ องค์ประกอบส่วนนี้ไม่มีความจำเป็นมากนัก บางข่าวอาจ


จะมีส่วนนี้และบางข่าวอาจจะไม่มีก็ได้ จากการสำรวจข่าวส่วนใหญ่ในปัจจุบันพบว่าไมมีส่วนเชื่อม
ั้
๔. เนื้อข่าว รายละเอียดทงหมดของข่าว ส่วนใหญ่นิยมเขยนเป็นย่อหน้าสั้น ๆ

หากมีรายละเอียดมาก ก็จะเขียนแยกออกเป็นหลายย่อหน้า โดยเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขน
ึ้
หรือเรียงลดับความสำคญจากมากไปน้อย อย่างไรก็ตามนักเรียนคงเคยพบว่า ข่าวบางเรื่องมี

ข้อบกพร่องในการเรียงลำดับ เนื้อข่าวทำให้อ่านไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์ของเรื่องเป็นอย่างไร

ใครทำ อะไร ที่ไหน เมื่อไร กับใคร ทำไม และอย่างไร



ให้หาข่าวในหนังสือพิมพ์
ที่นักเรียนสนใจ และสรุป

ความสำคัญของข่าวในกิจกรรม
นะจ๊ะ


17







การอานคิดวิเคราะห์ข่าว










ประเภทของข่าว ออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้
๑. ข่าวหนัก หมายถึง ข่าวที่มีเนื้อเรื่องในเชิงสาระ และมีอิทธิพลต่อคนส่วนใหญ่ในสังคม

เช่น ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวธุรกิจ ข่าวการศึกษา เป็นต้น
ึ้
๒. ข่าวเบา หมายถึง ข่าวที่เกิดขนในกลุ่มคนกลุ่มย่อย ๆ มีอิทธิพลต่อคนส่วนใหญ่
ในสังคม เช่น ข่าวชาวบ้าน ข่าวสังคม ข่าวบันเทิงข่าวกีฬา ข่าวอาชญากรรม เป็นต้น


หลักการอ่านและพิจารณาข่าว

พรทิพย์ ศิริสมบูรณ์เวช และคณะ. (๒๕๔๘ : ๖๒ - ๖๕) กล่าวว่า ในการอ่านข่าว

ควรพิจารณาตามองค์ประกอบของข่าว ดังนี้
๑. พิจารณาพาดหัวข่าว การพิจารณาพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์เป็นการจัดลำดับ

ความสำคัญของข่าว หากสังเกตการพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์จะพบว่า ส่วนสำคัญที่สุดของข่าว
จะพาดหัวด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ ส่วนที่สำคัญรองลงมาจะใช้ตัวอักษรขนาดเล็กลงมาตามลำดับ

ดังนั้น ในการอ่านและพิจารณาข่าว ควรอ่านพาดหัวข่าวใหญ่ก่อน แล้วจึงอ่านพาดหัวขาวย่อย

๒. พิจารณาความนำ เมื่ออ่านและพิจารณาพาดหัวข่าวและทราบเรื่องราวสั้น ๆ ของข่าว
ขนต่อมาคือการอ่านและพิจารณาความนำ ซึ่งจะสรุปเรื่องราวของข่าวโดยขยายความหรือเพิ่มเติม
ั้
รายละเอียดของพาดหัวข่าว หากผู้เขียนข่าวสามารถเขียนความนำได้ชัดเจน และผู้อ่านมีเวลา

ในการอ่านน้อย หรือต้องประหยัดเวลาในการอ่านก็อาจไม่จำเป็นต้องอ่านส่วนเนื้อข่าวต่อไป
๓. พิจารณาเนื้อข่าว เป็นส่วนที่ผู้อ่านจะอ่านหรือไม่อ่านกได้หากทราบเรื่องย่อของข่าว

จากความนำแล้ว เนื้อข่าวเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เป็นข่าวซึ่งอาจพบว่าหนังสือพิมพ์
แต่ละฉบับให้ข้อมูลของข่าวแตกต่างกัน เพราะผู้เขียนข่าวต้องนำเสนอข่าวให้ทันเวลา หากเรา

สนใจข่าวใดเป็นพิเศษก็ควรติดตามอ่านเนื้อข่าวจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับเพื่อเปรียบเทียบ
ความถูกต้องของข่าว และคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

๔. พิจารณาการใช้สำนวนภาษา เมื่อพิจารณาการใช้สำนวนภาษาในการเขียนข่าว

จะพบว่ามีข้อบกพร่องหลายประการ ทงในการเขียนสะกดคำ การใช้คำย่อ การใช้คำผิดระดับ
ั้
ั้
การใช้คำแสลง การวาง ส่วนขยายไม่ถูกต้อง ทงนี้เพราะการจัดทำหนังสือพิมพ์เป็นกระบวนการ
เร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันเวลาขายเพราะหนังสือพิมพ์จะมีค่าเฉพาะวันนี้

เท่านั้น พอวันรุ่งขึ้นก็จะไม่มีใครสนใจอ่านข่าวจึงเป็นวรรณกรรมรีบเร่ง เพราะฉะนั้นการอ่านข่าว
จึงต้องพิจารณาการใช้ภาษาตามลักษณะของภาษาข่าว ที่ไม่ถูกต้องของหลักการใช้ภาษา


18











กิจกรรมฝึกทักษะที่ 3


สาเหตุ

………………………………………………….……

………………………………………………….…… สาเหตุ



………………………………………………….……

………………………………………………….……




ปัญหา

………………………………………………….……


………………………………………………….……

………………………………………………….……


ผลกระทบที่เกิดขึ้น


………………………………………………….…………………………………………………………………….


………………………………………………….…………………………………………………………………….

………………………………………………….…………………………………………………………………….

แนวทางในการแก้ไขปัญหา


………………………………………………….…………………………………………………………………….


………………………………………………….…………………………………………………………………….

………………………………………………….…………………………………………………………………….


19








การอานคิดวิเคราะห์โฆษณา







ความหมายของโฆษณา

การโฆษณา คือ การนําเสนอสินคา หรือบริการที่ดึงดูดความสนใจใหผูซื้อหันมาสนใจ

สินคาและบริการอยางตอเนื่อง โดยจะตองเนนจุดขายของสินคานั้น และไมควรกลาวเกินจริง
จนดูเหมือนวาลูกคาถูกหลอกลวง ถยคําสํานวนตองสรางความสะดุดใจแกผูพบเห็นนาเชื่อถือและดึงดูด

ความสนใจทั้งภาพ ตัวอักษรการออกแบบและสีสัน


ลักษณะของข้อความโฆษณาที่ดี

๑. ชัดเจนไมคลุมเครือ
๒. ใจความสั้นไมเยิ่นเย้อ


๓. ใชถอยคําที่ชวนใหเห็นตามและนาเชื่อถอ
๔. ใชขอความที่เหมาะสมกับบคคล ุ อานแล้วทราบไดทันทีวาสินคานี้ตองการขายใหใคร

๕. ใชภาษาเขาใจงาย ประโยคสั้น อานแลวเขาใจทันท ี


ส่วนประกอบของโฆษณา

๑. พาดหัว เปนสวนสําคัญของขอความโฆษณาที่จะเรียกความสนใจ มักจะใชคําหรือประโยค

ท สะดุดตา สะดุดใจ เชน มอบความหอมพร้อมผิวสวย เปนตน
ี่
๒. ขยายพาดหัว เปนสวนขอความขยายหรือประกอบพาดหัวใหเขาใจชัดเจนขึ้น

ี่
๓. สวนขยายรายละเอยดของสินคาหรือบริการ เปนส่วนทเสนอขอมูลที่เปนความดีเดน
ของสินคาบริการที่ดีเลิศผูรับสื่อโฆษณาจะไดรับทราบถึงคณภาพ ประโยชนความดีเดนพิเศษตาง ๆ

ของตัวสินคา และบริการอยางละเอียดทุกดาน

๔. สวนสรุปหรือสวนลงทาย มักเปนขอความกระตุนใหผูซื้อตัดสินใจเร็วขึ้น หรือกระตุนใหผูอาน
ี่
ทําตาม เชน แนะวิธีปฏิบัติทจะซื้อสินคาหรือบริการนั้นอยางไร


20







การอานคิดวิเคราะห์โฆษณา










การอ่านวิเคราะห์โฆษณา
ที่สร้างขึ้นจากหลักการข้างต้นนักเรียนจึงต้องอ่านอย่างวิเคราะห์ซึ่ง แบ่งออกได้ ๓ ส่วน ดังนี้

๑. หัวเรื่อง เป็นข้อความอันเป็นจุดเริ่มต้นของโฆษณาคือ หัวเรื่องและอาจมีหวเรื่องรองด้วย

ถ้ามีข้อความยาว ๆ เพื่อจะทำให้ความหมายของหัวเรื่องสมบูรณ์ ผู้อ่านจึงต้องตอบให้ได้ว่าข้อความ
ที่อ่านนี้หัวเรื่องชื่ออะไร มีหัวเรื่องหรือไม่ สามารถสะดุดใจหรือดึงความสนใจได้ทันทีทันใดหรือไม่

และเป็นลักษณะของหัวเรื่องแบบใด เช่น คสั่งบอกเรื่องราวข่าว คำขวัญ เร้าอารมณ์ ฯลฯ

๒. การขยายความและรายละเอียด เป็นส่วนที่นักเรียนจะต้องอ่านและวิเคราะห์ว่ามีเหตุ
มีผลเป็นประโยชน์ตามที่อ้างหรือไม่มีความจำเป็นในชีวิตเพียงใด เพราะในส่วนการขยายความ

และรายละเอียดนี้มักเป็นข้อความที่เรียบเรียงอย่างประณีตชัดเจนมเหตุมีผลและยังเร้าให้ผู้อ่าน

อยากได้ตลอดจนเชื่อมั่นสินค้านั้นว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมาย

ดังนั้นนักเรียนจะต้องจับสารและตีความสิ่งที่อ่านอย่างละเอียด
๓. ส่วนลงท้าย เป็นข้อความที่กระตุ้นหรือแนะนำให้นักเรียนกระทำตามเป้าหมาย

ของการโฆษณาที่ตั้งไว้นักเรียนก็ควรตอบให้ได้ว่าโฆษณาที่อ่านนั้นต้องการให้ทำอะไร

เช่น ซื้อสินค้าจำชื่อสินค้าได้ มีความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้า หรือการให้บริการ ฯลฯ
ซึ่งนักเรียนจะต้องนำมาพิจารณาประกอบกับข้อความที่ได้อ่านทั้งหมดว่าเป็นการชวนเชื่อหรือกล่าว

อ้างจนเกินจริงหรือไม ่
















กิจกรรมฝึกทักษะที่ 4

“คุณสามารถลดความอ้วนได้ โดยไมต้องอดอาหารและออกกำลังกาย เมื่อคุณดื่มกาแฟโกโบริ”

๑. ขอความโฆษณานี้มีความนาเชื่อถือหรือไม เพราะเหตุใด

๒. ขอความในบทโฆษณานี้มีจุดประสงค
๓. การใชภาษาในโฆษณาสินคานี้มีลักษณะอยางไร

๔. ปจจัยสําคัญที่ทําใหเกิดปญหาความอวนหรอผอมคออะไร


21







การอานคิดวิเคราะห์บทเพลง










ความหมายของบทเพลง
บทเพลง เป็นบันเทิงคดีประเภทหนึ่ง ที่เรียบเรียงด้วยข้อความประเภทพรรณนาโวหาร

ประกอบด้วยถ้อยคำที่สละสลวยลึกซึ้งทำให้เกิดจินตภาพได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังต้องมีทำนองที่

ไพเราะจากดนตรีประเภทต่าง ๆ ปัจจุบันมีทั้งเพลงไทยเดิมและเพลงไทยสากลเช่นเดียวกับดนตรีที่นิยม
เล่นในปัจจุบัน มีทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากล การอ่านและพิจารณาเนื้อร้องและทำนองจึงเป็น

เรื่องสำคัญที่ตองคำนึงถึงตลอดจนคุณค่าที่เป็นคติชีวิตจากบทเพลงด้วย

ประโยชน์ของบทเพลง

1. ให้ความบันเทิง


2. สะทอนให้เห็นสภาพสังคม
3. ก่อให้เกิดความรู้สึกต่าง ๆ เช่น อาจเป็นรัก เศร้า สดชื่น

4. ให้ข้อคิดต่าง ๆ


องค์ประกอบของเพลง

คือ ส่วนต่างๆ ที่มารวมเข้าด้วยกัน ทำให้เป็นเพลง มีดังนี้

- เนื้อร้อง/คำร้อง
- ทำนองหรือดนตรี/เครื่องดนตรี

- เสียงร้อง

- จังหวะ
- การประสานเสียง

- อื่น ๆ เช่น การใช้เนื้อเสียงแบบต่าง ๆ การปรับบรรยากาศ หางเครื่อง


22








การอานคิดวิเคราะห์บทเพลง









การแบ่งประเภทเพลงไทยสากล
ในประวัติศาสตร์ตามทัศนะของ “ครูนารถ ถาวรบุตร” แนวเนื้อหาเพลงไทยสากลในยุคแรก ช่วง


ทศวรรษ ๒๔๘๐ ถึงทศวรรษ ๒๔๙๐ สามารถแบ่งได ดังนี้
๑. กลุ่มเพลงปลุกใจ ให้รักชาติความเป็นไทย
๒. กลุ่มเพลงรัก หรือเพลงประโลมโลก

๓. กลุ่มเพลงชีวิต ยุคนั้นยังไม่เรียก “เพลงเพื่อชีวิต” คือเพลงที่หยิบยกเอารายละเอียดชีวิต
ของคนในอาชีพต่าง ๆ มาพรรณนาด้วยคำร้องที่เรียบง่ายแต่กินใจ มุ่งสะท้อนสภาพสังคมและเสียดสี

การเมืองบ้างพอสมควร อันถือได้ว่าเพลงเพื่อชีวิตคือ “รากฐาน” ของลูกทุ่งและเพลงเพื่อชีวิตใน

เวลาต่อมา หลังจากปี พ.ศ. ๒๕๐๐ มาแล้ว
จึงมีการแบ่งเพลงไทยสากลออกเป็น

๑. เพลงลูกกรุง เช่น เพลงของ สุนทราภรณ์ สุเทพ วงศ์กำแหง ชรินทร์ นันทนาคร ฯลฯ
๒. เพลงลูกทุ่ง เช่น เพลงของ สุรพล สมบัติเจริญ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ฯลฯ

๓. เพลงเพื่อชีวิต เช่น เพลงของ แอ๊ด คาราบาว ฯลฯ

http://www.fm100sk.com/index.php?option=.com_content&view=article&id=73&itemid=98 สืบค้นเมื่อ 16 ส.ค. พ.ศ.2555














เข้าใจแล้วใช่ไหมค่ะ เริ่มทำกิจกรรมบทเพลงได้เลยจ้า


23









กิจกรรมฝึกทักษะที่ 5


เพลง โต๊ะริม
ศิลปิน : นนท์ ธนนท์


……………………………………………
แค่ผ่านมา เพียงสบตา
เหมือนว่าใจ ลอยหลุดไป

เธอฆ่าคนด้วยสายตา

เพียงแค่เธอนั้นมองมา ไม่ปลอดภัย

แม้อยู่ไกล สักเท่าไหร่

เหมือนว่าโดน ดึงดูดไป
หากใครเข้าไปใกล้นาน
ก็ยากที่จะต้านทาน อดใจไม่ไหว


แค่อยากจะรู้จัก ก็เธอดันน่ารักซะสาแก่ใจ


เธอมาทำให้ละลาย

โดนสาปให้ตายแล้วตายอีก
อย่าได้คดที่จะหลีก ต้องโดนสะกดให้ยิ้ม

ยังคงมองภาพที่เธอนั่งอยู่โต๊ะริม ใจฉันปริ่ม

เธอเชือดฉันได้นิ่ม ๆ ด้วยรอยยิ้มเธอ

ยังไม่ทัน ได้ตั้งตัว


แน่ก็มา ฉันไม่กลัว
ฆ่ากันแล้วก็เอาให้ตาย
ฉันน่ะยอมให้เธอมาทำลาย หัวใจของฉัน


ยิ่งลองได้ทบทวน
แต่ใจก็ยังหวนย้อนคืนที่เดิม


ไม่ใช่แค่ฝัน ที่ฉันต้องตื่น
และฉันก็ฝืนหัวใจตัวเองไม่ไหว

เธออยู่ตรงนั้น อยากเพียงแคชิดใกล้
ห้ามใจเท่าไหร่ไม่ได้ สักท ี


24











กิจกรรมฝึกทักษะที่ 5







ใคร ทำอะไร



…………………………………………… ……………………………………………












เมื่อไร ที่ไหน



…………………………………………… ……………………………………………















อย่างไร ทำไม



…………………………………………… ……………………………………………








เก่งมากจ้านักเรียน
ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ


25







การอานคิดวิเคราะห์บทร้อยกรอง










ความหมายของบทร้อยกรอง
ร้อยกรอง เป็นการสร้างสรรคงานประพันธ์หรือกวีนิพนธ์ โดยใช้ระเบียบของภาษาเรียบเรียง

และเรียงร้อยถ้อยคำเข้าด้วยกันตามรูปแบบที่กำหนดไว้แล้ว มีข้อบังคับ ต่าง ๆ เฉพาะรูปแบบของงานนั้น ๆ

มีความงดงาม มีความหมาย สื่อ หรือถ่ายทอด ความเข้าใจ ความคิดเห็นระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่านได้

ประเภทของร้อยกรอง

ร้อยกรองแบ่งเป็น 5 ประเภท คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่ายความรู้เกี่ยวกับร้อยกรอง

(1) เอก โท (2) เอกโทษ โทโทษ (3) ครุ ลหุ
(4) สัมผัสนอก (5) สัมผัสใน (6) คำนำ

(7) คำสร้อย (8) พยางค์หรืออักษร (คณะ) (9) เล่นอักษร (10) ล้ออักษร



ลักษณะของบทร้อยกรอง
1. มีกำหนดคณะ คือ มีจำนวนคำ มีเสียงสูง-ต่ำ เสียงหนัก-เบา เสียงสัมผัสที่กำหนดไว้แน่นอน

มีการแบ่งหน่วยของร้อยกรองเป็นคำ วรรค บาท และบท

2. มีเสีงสัมผัส ซึ่งทำให้เกิดเสียงเสนาะเป็นจุดเน้นสำคัญของร้อยกรอง
3. ร้อยกรองที่เหมาะสมจะนำเสนอเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับอารมณ์ และจินตนาการของมนุษย์


ความมุ่งหมายในบทร้อยกรอง

1. เพื่อความไพเราะด้านเสียง เกิดจากเสียงสัมผัสเสียงสูง-ต่ำ เสียงหนัก-เบา และลีลาจังหวะ

2. เพื่อความไพเราะด้านความหมายอันลึกซึ้ง
3. เพื่อประโยชน์เชิงประยุกต์ ดังนี้

- ใช้เป็นบทเล่าเรื่อง เช่น นิทานคำกลอน บทเสภา
- ใช้เป็นบทแสดงและขับร้อง เช่น บทละคร

- ใช้เป็นบทสอน เช่น บทสุภาษิตต่าง ๆ

- ใช้เป็นบทแสดงความคิด ความรู้สึก และจินตนาการ เช่น บทนิราศ เพลงยาว
- ใช้ประกอบพิธีและโอกาสต่าง ๆ เช่น บทกล่อมช้าง บทเห่เรือ บทอวยพร บทสดุดี

- ใช้เป็นตำรา เพื่อจดจำได้ง่ายของคนโบราณ เช่น ตำราโหราศาสตร์


26







การอานคิดวิเคราะห์บทร้อยกรอง










การอ่านคำวิเคราะห์บทร้อยกรอง
การอ่านบทร้อยกรอง อ่านได้ 2 วิธี ดังนี้

1. อ่านในใจ

2. อ่านออกเสียง


ในการอ่านบทร้อยกรองเพื่อการคิดวิเคราะห์ จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปจากร้อยแก้ว ผู้อ่าน
จำเป็นต้องรู้วิธี กระบวนการวิเคราะห์บทร้อยกรอง โดบพิจารณารายละเอียด ดังน ี้

1. รูปแบบของฉันทลักษณ์ คือลักษณะบังคับของบทร้อยกรองแต่ละประเภทซึ่งต่างกัน

2. ความคิดเห็นและเนื้อหาสาระในบทร้อยกรอง บทกวีที่ดีจะต้องมีเนื้อหาสาระที่แสดงความนึกคิด
อันมีคุณค่าแก่ชีวิต บางบทแสดงความรู้สึกต่าง ๆ เช่น อารมณ์รัก อารมณ์เศร้า อารมณ์โกรธ เป็นต้น

บางบทให้คติเตือนใจ ให้ความรู้เรื่องต่าง ๆ
3. กลวิธีการแต่ง หรือวรรณศิลป์ ได้จากการเลือกคำมาใช้ให้เหมาะสม เช่นการเล่นเสียงด้วยสัมผัสสระ

พยัญชนะ การใช้โวหารแบบต่าง ๆ การใช้สัญลักษณ์

4. รสของบทร้อยกรอง คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นแก่ผู้อ่าน เมื่อถ้อนคำสำนวนหรือเรื่องราวใน
บทร้อยกรองนั้นมากระทบอารมณ์ อาจให้ความรู้สึกรัก ตื่นเต้น เป็นต้น

5. สารบทร้อยกรอง บทร้อยกรองก็มีสารของผู้แต่งฝากไว้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน
เพื่อรับสารจากู้เขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


27











กิจกรรมฝึกทักษะที่ 6
ทำกิจกรรมวิเคราะห์บทร้อยกรอง
กันต่อเลยจ้า
ไม่ยากนะ สู้ ๆ จ้า









สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า


พิศแต่หัวตลอดเท้าขาวแต่ตา ทั้งสองแก้มกัลยาดั่งลูกยอ

คิ้วก่งเหมือนกงเขาดีดฝ้าย จมูกละม้ายคล้ายพร้าขอ


หูกลวงดวงพักตร์หักงอ ลำคอโตตันสั้นกลม

สองเต้าห้อยตุงดั่งถุงตะเคียว โคนเหี่ยวแห้งรวบเหมือนบวบต้ม

เสวยสลายาจุกพระโอษฐ์อม มันน่าเชยน่าชมนางเทว


วาดภาพบทประพันธ์ที่นักเรียนวิเคราะห์


28










การอานคิดวิเคราะห์บทความ






ความหมายของบทความ

ข้อเขียนร้อยแก้วที่มุ่งให้สาระความรู้หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งแก่ผู้อ่าน

เนื้อหาของบทความส่วนใหญ่จะต้องเป็นประเด็นที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ และอยู่ในความสนใจ

ของคนในสังคม และผู้เขียนจะต้องสอดแทรกข้อเสนอเชิงวิชาการ หรือความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์

บทความมีลักษณะบางประการคล้ายคลึงกับการเขียนข่าวและเรียงความ เพราะเป็น

การเขียนที่ รวมเอาการเขียนทั้งสองแบบดังกล่าวเข้าไว้ด้วยกัน กล่าวคือ “ข่าว” เขียนขึ้น
เพื่อจะบอกข้อเท็จจริงว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร และทำไม โดยประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

อย่างตรงไปตรงมา ทันต่อเหตุการณ์









การพิจารณาบทความ มีองค์ประกอบ 4 ส่วน
๑. ชื่อเรื่อง เป็นส่วนแรกของบทความที่สร้างความสนใจแก่ผู้อ่าน หนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร

อาจตีพิมพ์ชื่อเรื่องด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่เพื่อสร้างความสนใจ หากชื่อเรื่องมีขนาดยาว ก็อาจตีพิมพ์ส่วน

ที่เป็นชื่อเรื่องรอง ด้วยตัวอักษรขนาดเล็กลง
2. บทนำ คือ ส่วนที่อยู่ย่อหน้าแรกของบทความ มีลักษณะเป็นการกล่าวนำเรื่อง โดยให้ความรู้

เบื้องต้น บอกเจตนาและผู้เขียนหรือตั้งคำถาม ซึ่งผู้เขียนจะใช้กลวิธีต่าง ๆ ในการเขียนให้ผู้อ่านสนใจ
ติดตามเนื้อเรื่อง

3. เนื้อหา เป็นส่วนสำคัญที่สุดของบทความ เพราะเป็นส่วนที่รวบรวมความรู้ สาระต่าง ๆ และ

ความคิดเห็นของผู้เขียน
4. บทสรุป คือส่วนสุดท้ายของบทความที่ผู้เขียนใช้สรุปเนื้อหาและสร้างความประทับใจแก่ผู้อ่าน

โดยใช้กลวิธีหลายประการ เช่น การชักจูงใจให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง การให้ข้อคิด การหาแนวร่วม
การตั้งคำถามให้ผู้อ่านนำไปคิดต่อ การเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา การให้ทางเลือกเพื่อนำไปสู่

การตัดสินใจ การทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป เป็นต้น


29










การอานคิดวิเคราะห์บทความ






ประเภทของบทความ

บทความในหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร อาจแบ่งได้เป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
๑. บทความบรรยายเหตุการณ์ เป็นบทความที่บรรยายเรื่องราวต่างๆที่เป็นเหตุการณ์ในความสนใจของ

คนสังคม มีจุดมุ่งหมายเพื่อรายงานให้ผู้อ่านทราบความเป็นไปของบ้านเมือง และมีส่วนร่วมรับรู้ในเหตุการณ์นั้น

ี่
๒. บทความเชิงวิเคราะห์ เป็นบทความที่ผู้เขียนนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆทเป็นข่าว หรืออยู่ในความ
สนใจของประชาชน โดยจำแนกออกเป็นประเด็นต่างๆ อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

๓. บทความเชิงวิจารณ์ เป็นบทความที่ผู้เขียนต้องการเสนอความคิดเห็นของตนเกี่ยวกับเหตุการณ์

ที่เป็นข่าว หรือเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของประชาชนส่วนใหญ่ การเสนอความคิดเห็นอาจเป็นไปใน
ลักษณะโต้แย้ง ไม่เห็นด้วย เสนอแนะแนวทาง หรือชี้ให้เห็นข้อบกพร่อง

๔. บทความเชิงวิชาการ เป็นบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง บทความเชิง
วิชาการที่นำเสนอในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร ส่วนใหญ่ไม่มีความยาวมากนัก นอกจากนี้ ข้อมูลยังมี

ความถูกต้องน่าเชื่อถือน้อยกว่าบทความวิชาการในวารสารวิชาการ


หลักการอ่านและพิจารณาบทความ

๑. ข้อเท็จจริง ควรพิจารณารายละเอียดดังนี้
- ข้อเท็จจริงในบทความ เป็นข้อมูลที่ถูกต้องทันสมัยและน่าเชื่อถือหรือไม่

- ผู้เขียนนำข้อมูลมาจากแหล่งใด



- มีการอ้างอิงแหล่งขอมูลให้ผู้อ่านสืบค้นต่อไปหรือไม่ และแหล่งข้อมูลนั้นน่าเชื่อถอหรือไม่
๒. ข้อคิดเห็น ควรพิจารณารายละเอียดดังนี้
- ข้อคิดเห็นของผู้เขียนสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม ่
- ผู้เขียนเสนอข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์หรือไม ่

- ข้อคิดเห็นของผู้เขียนมีความเป็นไปได้หรือไม ่
- ข้อคิดเห็นของผู้เขียนสามารถนำไปปฏิบัติได้หรือไม่

https://www.trueplookpanya.com/blogdiary/1570


30












กิจกรรมฝึกทักษะที่ ๗

โรคซึมเศร้าในวัยรุ่น

สาเหตุของโรคซึมเศร้า มักไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่มักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน

ทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของ
สารสื่อประสาทในสมอง ในครอบครัวที่มีประวัติโรคซึมเศร้าหรือโรคจิตเวชมักมีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

เหตุการณ์/ความเครียดในชีวิต การเผชิญ ความรุนแรงทางจิตใจมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าได้
มากกว่าคนทั่วไป

ปัจจัยเสี่ยงของโรคซึมเศร้า

• พันธุกรรม จากการศึกษาพบว่าเด็กที่พ่อแม่มีภาวะซึมเศร้า จะมีอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าได้สูง
กว่าเด็กทั่วไป

• สารเคมีในสมอง จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยภาวะซึมเศร้าจะมีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง
ที่ผิดปกติ ทำให้ส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์ ร่างกาย และจิตใจ ซึ่งในปัจจุบันยาที่ใช้รักษาภาวะซึมเศร้า

จะมีหน้าที่โดยตรงในการปรับสารเคมีเหล่านี้ให้อยู่ในภาวะสมดุล

• ปัจจัยแวดล้อมภายนอก หรือ ปัญหาทางจิตสังคม เช่น ปัญหาการเลี้ยงดู ความรุนแรงในครอบครัว
การเลี้ยงดูลูกเชิงลบ ใช้คำตำหนิต่อว่าหรือการใช้อารมณ์ในการดูแลบุตร เกิดเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือน

จิตใจ เช่น การสูญเสียบุคคลสำคัญ หรือ การหย่าร้างของพ่อแม่ การถูกทารุณกรรมหรือการถูกทอดทิ้ง
การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนหรือถูกกีดกันออกจากสังคม เป็นต้น

• มุมมองต่อตนเอง และลักษณะการแก้ไขปัญหา พบว่าเด็กที่มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำและเด็ก

ที่มีความวิตกกังวลสูง จะมีอัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าได้สูงกว่าเด็กทั่วไป ลักษณะการแก้ไขปัญหา โดยใช้วิธี
หนีปัญหา โทษตัวเองซ้ำ ๆ และมองโลกในแง่ร้ายก็มีแนวโน้มทำให้มีโอกาสเป็นภาวะซึมเศร้าได้

• ปัจจัยโรคทางกายอื่น ๆ โรคทางกายหรือยาบางชนิด ส่งผลต่อฮอร์โมน และสารเคมีในสมอง
ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ นอกจากนี้เด็กที่มีภาวะโรคเรื้อรัง ไม่สามารถใช้ชีวิตตามวัยได้ตามปกติก็มีโอกาส

เกิดภาวะซึมเศร้าได้ด้วย

https://new.camri.go.th/Knowledge













หากนักเรียนรู้ว่าตนเองกำลังเป็นโรคซึมเศร้า นักเรียนจะมีวิธีการจัดการโรคซึมเศร้าอย่างไร


31









การอานคิดวิเคราะห์บทสารคดี







ความหมายของสารคดี

งานเขียนเกี่ยวกับเรื่องจริงผ่านกลวิธีการเขียนของผู้เขียนเพื่อมุ่งให้สาระความรู้แก่ผู้อ่านเป็นประเด็น

หลักและความเพลิดเพลินเป็นประเด็นรองโดยนำเสนออย่างมีศิลปะ











หลักการอ่านสารคดี

การอ่านสารคดีมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้สาระความรู้และความเพลิดเพลิน ดงนั้นผู้อ่านควรอ่าน

อย่างมีวิจารณญาณ ศึกษาความสัมพันธ์ของเนื้อหาสาระ การใช้ภาษา และเจตคติของผู้เขียน การอ่านสารคดี
มีหลักการดังนี้


1. จับใจความสำคญของเรื่อง วิเคราะห์ความหมายของถ้อยคำเพื่อหานัยสำคัญที่แฝงอยู่ และสรุป

ใจความสำคญของเนื้อหานั้นโดยจัดลำดับประเด็นต่าง ๆ ให้เหมาะสม
2. วิเคราะห์ความเห็นของผู้เขียน ผู้อ่านควรแยกข้อเท็จจริงและความคิดเห็นของผู้เขียนออกจากกัน

โดยใช้วิจารณญาณของตนเองว่าเห็นด้วยกับทรรศนะของผู้เขียนหรือไม่ และวิเคราะห์ตัวผู้เขียน โดยศึกษา

จากลีลาการเขียน การใช้ภาษา วิธีการบรรยายข้อมูล การเล่าเรื่อง เล่าประสบการณ์ รวมทั้งอารมณ์
ที่แสดงออกมาในเรื่อง

3. วิเคราะห์กลวิธีการเขียน ตั้งแต่การตั้งชื่อเรื่องว่าดึงดูดความสนใจของผู้อ่านหรือไม่ การวางโครง

เรื่อง วิธีการดำเนินเรื่อง และผู้เขียนไดสรุปโดยเสนอแนวคิดอะไรแก่ผู้อ่านบ้าง

4. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเนื้อหาสาระกับการใช้ภาษา ควรคิดว่าสารคดีเรื่องนั้นเสนอข้อมูลต่าง ๆ

ข้อเท็จจริงและความคิดเห็นกลมกลืนกันหรือไม่ มีการใช้ภาษาและโวหารเหมาะสมกับเนื้อเรื่องหรือไม ่
การอ่านสารคด ดังกล่าว จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจสาระสำคัญของเรื่อง ได้แนวคิดจากการอ่าน สามารถ

นำความรู้ ความคิดเห็นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพได้ทั้งทางตรง
และทางอ้อม

https://sites.google.com/site/suwichadaann/bth-thi-1kar-xan/1-1


32









การอานคิดวิเคราะห์บทสารคดี







ลักษณะของสารคดี

1. เนื้อเรื่องมีสาระประโยชน์ เป็นงานเขียนที่มุ่งให้ผู้อ่านเกิดความรู้ ความคิด
2. เนื้อเรื่องไม่จํากัดว่าจะเป็นเรื่องใด ถ้าเห็นว่าเนื้อหานั้นมีสาระบันเทิงก็สามารถนํามาเขียนได ้

3. การใช้สํานวนภาษาสร้างความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน และผ่อนคลายความตึงเครียดในชีวิตประจำวัน

4. สารคดีเป็นเรื่องราวที่ไม่ค่อยล้าสมัย ไม่มีการจํากัดกาลเวลาเหมือนข่าว

ประเภทของสารคดี

สารคดีแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก ่

1. สารคดีวิชาการ เป็นเรื่องที่ให้ความรู้วิชาการแขนงต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ภาษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ศาสนศาสตร์ เป็นต้น


2. สารคดีทั่วไป เป็นเรื่องที่ให้ความรู้และความรอบรู้ทั่ว ๆ ไป เช่น การท่องเที่ยว การเล่นกฬา
งานอดิเรก สงคราม อุบัติเหตุ ประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ การทําขนม ตัดเย็บเสื้อผ้า การออกกําลังกาย เป็นต้น
3. สารคดีชีวประวัติ เป็นการเขียนเกี่ยวกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือบุคคลที่มีความสามารถเป็นพิเศษ

ผู้เขียนจะต้องมีข้อมูลอย่างถูกต้อง ให้ความเป็นธรรม ปราศจากอคติลําเอียง เขียนโดยการไปสัมภาษณ์เจ้าของ
ประวัติหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้นั้น แล้วนําเอาสิ่งที่เป็นสาระมาเขียนไว้ เพื่อให้เกิดความรู้ ความบันเทิงแก่ผู้อ่าน



องค์ประกอบของสารคดี
1. คํานํา คือ การเริ่มต้นเรื่องโดยการเกริ่นให้ผู้อ่านทราบว่าเรื่องที่จะเขียนนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร

เป็นการเสนอทรรศนะอย่างกว้าง ๆ ไว้ก่อน ไม่ต้องอธิบายอย่างละเอียด และไม่ต้องเขียนยาวมากนัก


มีเพียงย่อหน้าเดียว ควรมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสนใจแก่ผู้อ่านให้ได้ทราบข้อมล เรื่องที่น่ารู้และน่าสนใจ
2. เนื้อเรื่อง คือ การขยายเนื้อความให้ผู้อ่านได้ทราบข้อมูล รายละเอียด โดยอาจแทรกสถิติ

ตัวอย่างประกอบ เพื่อความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น การเขียนเนื้อเรื่องอาจมีหลายย่อหน้า

3. สรุป คือ การเขียนข้อความในตอนท้ายของเรื่อง ผู้เขียนต้องใช้ศลปะในการสร้างความประทับใจ
แก่ผู้อ่าน อาจใช้กลวิธีอย่างเช่น สรุปโดยการใช้สํานวน คาพังเพย หรือ คําคม หรือ ทิ้งท้ายด้วยคําถาม

ที่น่าสนใจ การเขียนสรุปควรมีเพียงย่อหน้าเดียว







หลักการอ่านสารคดี
การอ่านสารคดีมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้สาระความรู้และความเพลิดเพลิน ดังนั้นผู้อ่านควรอ่าน

อย่างมีวิจารณญาณ ศึกษาความสัมพันธ์ของเนื้อหาสาระ การใช้ภาษา และเจตคติของผู้เขียน การอ่านสารคดี


33













กิจกรรมฝึกทักษะที่ 8

The Scenery Resort & Farm

























ขับตรงขึ้นไปจากบ้านหอมเทียน จะเจอสามแยกให้เบี่ยงออกไปทางซ้ายแยกภูผาผึ้งรีสอร์ท ขับตรง

ไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เราก็จะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นที่ที่ทำให้คนรู้จักสวนผึ้ง
กันอย่างแพร่หลาย The Scenery Resort & Farm รีสอร์ทสวย ที่มีสนามหญ้าเขียวสด ลายล้อมด้วยภูเขา

สลับซับซ้อนและฝูงแกะสีขาวหลายสิบตัว ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างน่ารัก

แน่นอน กิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือ การให้อาหารแกะรวมถึงการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับน้องแกะนั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีมุมสวย ๆ ที่ทางรีสอร์ทได้เซ็ทอัพขึ้นเพื่อให้ได้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แกะที่นี่จะเป็นพันธุ์

ผสมชื่อว่า พันธ์คาทาดิน ซึ่งมีความทนต่อสภาพภูมิอากาศ เสียค่าเข้าชมท่านละ 40 บาท จะได้รับหญ้าเน
เปียสำหรับเลี้ยงแกะ 1 กำ แต่ถ้าหากไม่พอก็สามารถซื้อเพิ่มได้ในราคากำละ 20 บาท ด้านหน้าจะเป็นที่ตั้ง

ของร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหาร เปิดให้บริการทุกวัน : วันจันทร์-ศุกร์ 10.00-18.00 น. / เสาร์-

อาทิตย์ 9.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 08-5488-9905 หรือ
www.sceneryresort.com

https://travel.kapook.com/view26936.html


จุดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยว The Scenery Resort & Farm คืออะไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

นักเรียนคิดว่าสาเหตุใดที่ทำให้ผู้คนชอบท่องเที่ยวตามธรรมชาติมากขึ้น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………


34










แบบทดสอบหลังเรียน



เรื่อง การอ่านคิดวิเคราะห์ จำนวน ๑๐ ขอ

คำสั่ง ให้นักเรียนกาเครื่องหมาย x ทับคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว


๑) ข้อใดให้ความหมายของการอ่านวิเคราะห์ถูกต้องที่สุด
ก. การอ่านที่มุ่งค้นหาเนื้อหาสาระหรือแก่นสำคัญของเรื่อง


ข. การอ่านเรื่องโดยทำความเข้าใจสาระสำคัญของเรื่องแยกแยะรายละเอียดไดอย่างถูกต้องชัดเจน
ค. การอ่านเพื่อแยกแยะข้อความที่อ่านให้ถี่ถ้วน เพื่อให้ทราบถึงโครงสร้าง องค์ประกอบ

หลักการและเหตุผลของเรื่อง

ง. การอ่านที่ผู้อ่านต้องอาศัยวิธีคิดอย่างมีวิจารณญาณมาใช้ในการอ่าน และสามารถประเมินตัดสินใจ
ว่ามีเหตุผลน่าเชื่อถือหรือไม่เพียงใด

๒) การคิดวิเคราะห์มีประโยชน์อย่างไร

ก. ช่วยในการแสวงหาความรู้
ข. ช่วยในการสรุปประเด็นสำคัญ

ค. ช่วยในการสื่อสารที่เป็นกระบวนการ

ง. ช่วยในการสื่อความหมายและแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓) ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความน ี้
ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล

จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนม ี
ก. ต้องรู้จักหาวิธีแก้จน ข. จะไม่จนถ้าเป็นคนรู้จักพอ

ค. ไม่มีใครปรารถนาความจน ง. จนทรัพย์แล้วอย่าจนความคิด

๔) ข้อใดเป็นข้อคิดเห็น

ก. คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม
ข. ต้นสนขึ้นเรียงรายชายหาดแม่รำพึง

ค. ต้นไม้นอกจากจะช่วยให้ความชุ่มชื้นยังช่วยป้องกันลมได้ด้วย
ง. วันหนึ่ง ๆ เราควรดื่มน้ำวันละ ๖ - ๘ แก้ว จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง

5) ข้อใดเป็นข้อเท็จจริง
ก. วันนี้อากาศครึ้มฝนคงจะตก

ข. การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด
ค. การตื่นนอนแต่เช้าถือว่าเป็นกำไรของชีวิต


ง. จังหวัดหนองคายมพรมแดนติดกับประเทศลาว


35










6) การอ่านคิดวิเคราะห์มีประโยชน์อย่างไร
ก. มีความสามารถในการสรุปประเด็นสำคัญ
ข. มีความสามารถในการศึกษา การเรียนรู้ และการแสวงหาความรู้
ค. มีทักษะในการสื่อสารที่ดี
ง. มีความคิดชั้นสูง



7) การอ่านคิดวิเคราะหมีองค์ประกอบกี่อย่าง อะไรบ้าง
ก. มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ ช่างสังเกต/ช่างสงสัย/ช่างถาม

ข. มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ ความสามารถในการตีความ/ความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะวิเคราะห์
/ช่างสังเกต ช่างสงสัย และช่างถาม
ค. มีองค์ประกอบ 4 อย่าง คือ ความสามารถในการตีความ/ความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะวิเคราะห์
ช่างสังเกต ช่างสงสัย ช่างถาม ช่างมอง/ความสามารถในการหาความเชื่อมโยง

ง. มีองค์ประกอบ 4 อย่าง คือ ช่างสังเกต/ช่างสงสัย/ช่างถาม/ช่างมอง
8) คำถามการอ่านวิเคราะห์ยึดหลักคำถามในลักษณะใด
ก. ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ทำไม เพราะเหตุใด
ข. ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ทำไม

ค. เห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วยอย่างไร
ง. เพราะเหตุใด ใช่หรือไม่
9) ข้อใดไม่ใช่คำถามการอ่านคิดวิเคราะห์
ก. วงจรชีวิตของกบ กับผีเสื้อ เหมือนกันหรือไม่อย่างไร

ข. 12 เมืองต้องห้ามพลาด ในด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับประกาศจาก ททท. ประกอบด้วยจังหวัด
อะไรบ้าง
ค. เพราะเหตุใดประเพณีการลงแขกจึงจางหายไปจากสังคมเมือง

ง. หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนได้อย่างยั่งยืนหรือไม ่
10) “ล้านนาอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย และมีจังหวัดอะไรบ้าง” คำถามนี้เป็นการอ่านประเภทใด
ก. การอ่านสังเคราะห์
ค. การอ่านวิจารณ์
ง. การอ่านสร้างสรรค ์


36











บรรณานุกรม





กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑.
กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระ

การเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขึ้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑.

กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
ราชบัณฑิตยสถาน. (๒๕๔๖). พจนานุกรม ฉ บับราชบัณฑิตยสถาน กรุงเทพมหานคร :
นานมีบุ๊กส์พับลิเคชั่นส์.

ก่อเกียรติ อภิชาตกุล. (๒๕๔๙). ความรู้เกี่ยว กับนิทาน. กรุงเทพฯ : ธารอักษร.

เนื้อเพลง โต๊ะริม. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://musicstation.kapook.com/

สืบค้นเมื่อวันที่ ๑5 กันยายน ๒๕65.

______. บทร้อยกรอง เรื่อง ระเด่นลันได. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก

http://www.homelittlegirl.com/index.php?topic=6421.15 (13 กรกฎาคม 2558)


ภาคผนวก


เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน





ข้อ คำตอบ


1 ค

2 ง


3 ง

4 ก


5 ง

6 ข
7 ค


8 ก

9 ง

10 ข


เฉลยกิจกรรมฝึกทักษะที่ 2





ถ้าเปรียบนิสัยกากับมนุษย์ มนุษย์ประเภทนี้จะมีนิสัยอย่างไร


- ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง มีความทะเยอทะยาน รังเกียจพวกพ้อง

บุคคลที่เปรียบเป็นนกยูงมีลักษณะอย่างไร

- สง่างาม ดูแลความสะอาดตนเองอยู่เสมอ มีความเย่อหยิ่ง


สัตว์ทั้งสองเป็นสัตว์ประเภทเดียวกันหรือ เพราะเหตุใด


- สัตว์ทั้งสองเป็นสัตว์ประเภทเดียวกันคือสัตว์ปีก

-กาดำเป็นสัตว์ปีกประเภทนก

-นกยูงเป็นสัตว์ปีกประเภทไก่ฟ้า


เฉลยกิจกรรมฝึกทักษะที่ 4





“คุณสามารถลดความอ้วนได้ โดยไมต้องอดอาหารและออกกำลังกาย เมื่อคณดื่มกาแฟโกโบริ”

๑. ขอความโฆษณานี้มีความนาเชื่อถือหรือไม เพราะเหตุใด


- ไมนาเชื่อถือ เพราะคนที่อวน ถาไมสามารถลดดวยการรับประทาน

อาหารประเภทแปงและน้ำตาล และการออกกาลังกาย เพื่อเผาผลาญไขมัน


สวนเกินแลว ก็ไม่สามารถลดความอ้วนได้

(- ตามดุลยพินิจของครูผูสอน- )


๒. ขอความในบทโฆษณานี้มีจุดประสงค์

- เพื่อให้ผูหญิง หรือคนที่มีน้ำหนักมากเกินมาตรฐาน ใหเกิด

ความหลงเชื่อวาถาอยากรูปร่างสวยตองซื้อกาแฟโกโบริมาบริโภค

๓. การใชภาษาในโฆษณาสินคานี้มีลักษณะอยางไร

- ใชภาษาในการโฆษณาเกินความเปนจริง

๔. ปจจัยสําคัญที่ทําใหเกิดปญหาความอวนหรอผอม คืออะไร



- ปญหาการที่คนเราจะอวนหรือผอม อยูที่นิสัยการบริโภคใหเหมาะสม

พอประมาณรูจักเลือกรับประทานสิ่งที่เปนประโยชนตอรางกาย

ออกกําลังกาย พักผอนใหเพียงพอ ทําจิตใจใหปลอดโปรงอยูในที่สิ่งแวดลอมที่ดี


(- ตามดุลยพินิจของครูผูสอน- )


เฉลยกิจกรรมฝึกทักษะที่ 5









ใคร ทำอะไร



พนักงานสาวเสิร์ฟ ตกหลุมรักหนุ่มหล่อที่เข้ามา
รับประทานอาหาร










เมื่อไร ที่ไหน



ทุกวันที่ร้านอาหาร ร้านอาหาร

















อย่างไร ทำไม


สาวเสิร์ฟเพ้อถึงหนุ่มหล่อทุกวัน สาวเสิร์ฟตกหลุมหนุ่มหล่อ
แต่ไม่กล้าพูดคุย เพราะแค่จ้องตากัน


เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน





ข้อ คำตอบ


1 ค

2 ง


3 ง

4 ก


5 ง

6 ข
7 ค


8 ก

9 ง

10 ข


ภาพกิจกรรมการสอน


Click to View FlipBook Version