พันธะ
โโคเวเลนต์์
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ได้สรุปเนื้อหาพันธะเคมีเรื่อง
พันธะโคเวเลนต์ ในรายวิชาเคมีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่ง
เนื้อหาจะอธิบายเกี่ยวกับ การเกิดพันธะโคเวเลนต์ การเขียน
สูตรและอ่านชื่อโครงสร้างของสารประกอบพันธะโคเวเลนต์
กรดออกซี กรดออกเตต พันธะโคออดิเนต พลังงานพันธะ
การนับจำนวนพันธะ อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะและLonepair
รูปร่างโมเลกุล การเปรียบเทียบมุมพันธะ สภาพขั้ว สมบัติ
ของสารประกอบโคเวเลนต์ ความสามารถในการละลายน้ำ
ของสารประกอบพันธะโคเวเลนต์ ในการจัดทำหนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ขึ้น
ผู้จัดหวังว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยให้เข้าใจเนื้อหาของ
พันธะโคเวเลนต์มากขึ้น
หากมีข้อผิดพลาดประการใดคณะผู้จัดต้องขอโทษไว้ ณ ที่นี้
พันธะโคเวเลนต์
พันธะโคเวเลนต์
ส่วนใหญ่เกิดจากธาตุอโลหะกับ
อโลหะ เป็นพันธะที่ใช้อิเล็กตรอน
ร่วมกันเพื่อทำให้มีอิเล็กตรอนครบ
ตามกฎออกเตตซึ่งอิเล็กตรอนที่ใช้
ร่วมกันเรียกว่า อิเล็กตรอนคู่ร่วม
พันธะ
ชนิดของพันธะโคเวเลนต์
พันธะโคเวเลนต์แบ่งออกได้เป็น 3ชนิด
พันธะเดี่ยว (single bond) ( - )
≡พันธะคู่ (double bond) ( = )
พันธะสาม (triple bond) ( )
การเขียนสูตรโครงสร้าง
-นำเวเลนต์อิเล็กตรอนมาโยงกัน
-นำตัวที่แขนมากไว้ตรงกลาง
สูตรโครงสร้างแบบจุด
*ข้อควรระวัง แขนต้องครบขาดหรือเกินไม่ได้
สูตรโครงสร้างแบบเส้น
การเรียกชื่อสารประกอบโคเวเลนต์
จำนวนอะตอมในภาษากรีกที่ใช้เรียกสารประกอบโคเวเลนต์
จำนวนอะตอม ภาษากรีก จำนวน ภาษากรีก
อะตอม
เฮกซะ (hexa)
1 มอนอ 6 เฮปตะ (hepta)
(mono) ออกตะ (octa)
โนนะ (nona)
2 ธาตุ 7
เดคะ (deca)
ไตร (tri)
3 8
เตตระ
(tetra)
4 9
5 เพนตะ 10
(penta)
หลักการอ่านชื่อ
ตัวเลข + ชื่อธาตุ + ตัวเลข + ชื่อธาตุ
เริ่มตั้งแต่เลข 2 เริ่มตั้งแต่เลข 1
อ่านตามปกติ เปลี่ยนเสียงพยางค์ท้าย
เป็น ไ-ด์
กฎออกซี ต้องมี H,O และอะตอมกลาง
การเขียนสูตรโครงสร้างของกฎออกซีจะเป็นไปตามกฎออกเตต
ซึ่งมีหลักการเขียน ดังนี้
1.หาอะตอมกลาง โดยที่ธาตุมีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีต่ำที่สุด
2.นำ H ไปสร้างพันธะเดี่ยวกับ O
3.นำ O ที่ติดกับ H ไปสร้างพนธะเดี่ยวกับอะตอมกลางก่อน
4.ใส่ธาตุที่เหลือโดยถ้าอะตอมกลางมีอิเล็กตรอนครบ8อาจใส่
ธาตุที่เหลือโดยใช้พันธะโคออดิเนตโคเวเลนต์
กฎออกเตต
โมเลกุลที่เป็นและไม่เป็นไปตามกฎออกเตต
-อะตอมกลางแขนครบ คือ อะตอมกลาง + แขน
ล้อมรอบแล้วเท่ากับ 8 จะเป็นไปตามกฎ
-อะตอมกลางแขนไม่ครบ คือ อะตอมกลาง + แขน
ล้อมรอบ แล้วไม่เท่ากับ 8 จะไม่เป็นตามกฎ
โมเลกุลที่เกินออกเตต สารประกอบของ
ธาตุที่มีอะตอมกลางอยู่ในคาบที่3 เป็นต้นไป
สามารถสร้างพันธะโคเวเลนต์แล้วทำให้มีเว
เลนต์อิเล็กตรอนเกิน8ได้
พันธะโคออดิเน
ตโ
คเวเลนต์
กรณีของพันธะโคออดิเนตโคเวเลนต์ จะเป็นการใช้
อิเล็กตรอนร่วมกันอีกแบบหนึ่ง โดยที่อิเล็กตรอนคู่
ร่วมพันธะทั้ง 2 อิเล็กตรอนจะได้มาจากอะตอม
เพียงอะตอมเดียวส่วนอีกอะตอมหนึ่งจะเป็นเพียง
อะตอมที่เข้ามาใช้อิเล็กตรอนให้ครบออกเตตเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น
พลังงานพันธะ
พลังงานพันธะ หมายถึง พลังงานที่น้อยที่สุดที่
โมเลกุลหนึ่ง ๆ จำเป็นต้องได้รับเพื่อทำลายแรง
ยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมในโมเลกุลนั้น ๆ ใน
สถานะก๊าซ ออกจากกัน
ชนิดพันธะ จำนวน จำนวน พลังงาน ความยาว
เดี่ยว - พันธะ แขน
พันธะ พันธะ
1 1
31
คู่ = 1 2 2 2
3
≡สาม
1 3
1
ค่าพลัง
พลังงานพันธะ
ชนิดพันธะ
C-H 413
C-C 348
C=C 614
การนับจำนวนพันธะ
1 โคเวเลนต์แท้ => อโลหะแล้วนำมาลบ 1
เช่น C02 = 3 - 1 = 2
NH3 = 4 - 1 = 3
CCl4 = 5 - 1 = 4
2 ไอออนิกผสมโคเวเลนต์ => นับเฉพาะ
โคเวเลนต์ แล้วนำมาลบ 1
การหาอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะและLonepair
อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ
อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว(Lonepair)
นับแขนล้อมรอบอะตอมกลาง Lonepair = เวเลนต์อิเล็กตรอน - แขนตัว
ล้อมรอบ แล้วนำมาหาร2
รูปร่างโมเลกุล
ดูจาก AB ตามด้วยE จะ
ทราบรูปร่างของโมเลกุล
การเปรียบเทียบมุมพันธะ
ขั้นตอน
1 หา n
n = พันธะ + Lonepair
2 เปรียบเทียบ n
n มาก มุมจะเล็ก
n น้ อย มุมจะใหญ่
3 ถ้า n เท่ากัน ให้ดูที่ Lonepair
Lonepair มากมุมจะเล็ก
Lonepair น้ อยมุมโต
สภาพขั้ว
ธธ
าาตตุุเต่หามงืกอันนกัน เช่น O2,Cl2,N2
ขั้วพันธะ
พันธะมีขั้ว
พันธะไม่มีขั้ว
ขั้วโมเลกุล
โมเลกุลมีขั้ว
โมเลกุลไม่มีขั้ว
1. เป็ นพันธะไม่มีขั้ว
2.เป็นสารประกอบของ H,C
3.E0 และ E3 ต้องเป็นตัวล้อมรอบเดียวกัน
*ข้อควรระวัง
ตัวล
้อมรอบต้องเป็ นธาตุเดียวกันทั้งหมด