The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนที่ 1-1 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์น่ารู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by weerada449, 2022-05-14 14:17:01

แผนที่ 1-1 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์น่ารู้

แผนที่ 1-1 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์น่ารู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1

กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 รหัสวิชา ว 15101
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรยี นรู้แบบนักวทิ ยาศาสตร์
เรอื่ ง 1 กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์น่ารู้ ระยะเวลา 3 ช่ัวโมง
ครผู ูส้ อน นางสาววีรดา รัตนาธวิ ัฒน์ ระยะเวลา 3 ชั่วโมง
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวัด
-

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธบิ ายกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ดอ้ ย่างถูกต้อง (K)
2) ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)

3) ตง้ั ใจเรยี นรู้และแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบต่อหน้าที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิน่
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา

-

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คอื วธิ กี ารและขน้ั ตอนที่นกั วทิ ยาศาสตรใ์ ชด้ าเนนิ การเพื่อคน้ คว้าหาความรู้ทาง

วิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) วิธีการทางวิทยาศาสตร์ 2) ทักษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และ 3) จติ วทิ ยาศาสตร์

วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ คือ ข้ันตอนการทางานอย่างเป็นระบบท่ีนักวิทยาศาสตร์ใช้ในการค้นคว้าหาความรู้
ทางวทิ ยาศาสตร์ ซง่ึ มี 5 ขั้นตอน ได้แก่ การตัง้ คาถาม การคาดคะเนคาตอบหรอื ตงั้ สมมติฐาน การรวบรวมขอ้ มูล
หรอื การทดลอง การวิเคราะห์ขอ้ มูล และการสรปุ ผล

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ ทักษะท่ีเป็นความชานาญและ
ความสามารถในการสืบเสาะเพ่ือค้นหาคาตอบ และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดย

นกั วทิ ยาศาสตรไ์ ด้แบ่งทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ออกเป็น 2 ขัน้ ทกั ษะขนั้ พ้ืนฐาน 8 ทกั ษะ และทกั ษะ
ขั้นผสม 6 ทักษะ รวม 14 ทักษะ ซึ่งในช้ันเรียนน้ีนักเรียนต้องเรียนรู้ทักษะ 3 ทักษะ คือ ทักษะการจัดกระทา
และสือ่ ความหมายขอ้ มูล ทกั ษะการสรา้ งแบบจาลอง และทกั ษะการหาความสัมพันธร์ ะหวา่ งสเปซและเวลา

จิตวิทยาศาสตร์ คือ ลักษณะนิสัยของบุคคลท่ีเกิดข้ึนจากการศึกษาหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ จิตวทิ ยาศาสตร์ประกอบดว้ ยลักษณะต่าง ๆ เช่น ความมีเหตุมีผล ความสนใจใฝ่รู้

ความมงุ่ ม่นั ความอดทน ความรบั ผดิ ชอบ ความซ่ือสตั ย์ ความละเอยี ดรอบคอบ เป็นตน้

5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินยั รบั ผดิ ชอบ

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุ่งมั่นในการทางาน

2) ทักษะการสารวจคน้ หา

3) ทักษะการระบุ

4) ทักษะการส่อื สาร

5) ทกั ษะการให้เหตผุ ล

6) ทักษะการคิดวิเคราะห์

7) ทักษะการเช่อื มโยง

8) ทกั ษะการทางานร่วมกัน

9) ทกั ษะการต้งั สมมติฐาน

10) ทกั ษะการทดสอบสมมติฐาน

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Ins

ตวั ชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้

ตัวชีว้ ัด ช่วั โมงที่ 1
-

จุดประสงค์การเรียนรู้ ข้ันนา

1) อธิบายกระบวนการทาง ขั้นท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)

วทิ ยาศาสตร์ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง 1. ครูให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี นเพอ่ื วัดค

(K) เดิมของนักเรียนกอ่ นเข้าสู่กจิ กรรม

2) ใช้กระบวนการทาง 2. ครูสนทนากับนักเรียนเพือ่ ทบทวนความรู้เดิมเก

วิทยาศาสตร์ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ท่ไี ด้เรียนมาตั้งแต

(P) ป.4

3) ตงั้ ใจเรยี นรแู้ ละแสวงหา 3. ครใู ห้นกั เรยี นดูภาพในหนา้ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1

ความรู้รบั ผิดชอบต่อหน้าที่ แบบนักวทิ ยาศาสตร์ จากหนังสือเรียนแมบ่ ทม

ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย (A) วทิ ยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรยี นร

นักวิทยาศาสตร์ แล้วถามคาถามสาคัญประจาห

“เพ่ือน ๆ รูห้ รือไมว่ ่า นกั วิทยาศาสตรค์ วรมีลกั

อย่างไร” จากนั้นให้นักเรียนร่วมกนั อภิปรายเพ

(แนวตอบ : นักวิทยาศาสตร์ควรมลี กั ษณะ เช่น

เป็นคนช่างสังเกต มีความรอบคอบ มีวินัย ม

เปน็ ตน้ )

structional Model) สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ การวดั และการประเมนิ ผล
ทกั ษะท่ีได้

ความรู้ - ทักษะการคดิ วิเคราะห์ - หนังสอื เรียน - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน
- ทักษะการสือ่ สาร หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรียนรู้
ก่ยี วกับ แม่บทมาตรฐาน แบบนักวทิ ยาศาสตร์
ต่ในชั้น - ทักษะการสังเกต วทิ ยาศาสตร์ ป.5

1 เรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1
มาตรฐาน เรียนรแู้ บบนกั
รู้แบบ วทิ ยาศาสตร์
หน่วยว่า
กษณะ
พื่อหาคาตอบ

มีความอดทน

ตวั ชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้

4. ครูให้นักเรยี นสังเกตภาพหน้าเรอ่ื งท่ี 1 กระบวน
วทิ ยาศาสตร์น่ารู้ จากหนงั สือเรียนแมบ่ ทมาตรฐ
วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 เรียนรู้แ
นักวทิ ยาศาสตร์ แล้วถามนักเรียนวา่ “นกั เรยี น
ในภาพกาลงั ทาอะไร แลว้ เกย่ี วข้องกบั วธิ ีการทา
วิทยาศาสตรห์ รอื ไม่”
(แนวตอบ : เดก็ ๆ ในภาพเกดิ ความสงสัย จึงจะ
ทดลองเพือ่ หาคาตอบ โดยใช้วิธกี ารทางวทิ ยาศ
เกีย่ วข้อง)
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บ
พฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

ขัน้ สอน
ขน้ั ท่ี 2 สารวจค้นหา (Explore)

1. ครูใหน้ ักเรียนศกึ ษาข้อมูลและภาพเก่ียวกับวิธกี
วิทยาศาสตร์ จากหนงั สือเรียนแมบ่ ทมาตรฐาน

วทิ ยาศาสตร์ ป.5 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 เรยี นร้แู
นักวิทยาศาสตร์

ทกั ษะทไี่ ด้ สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ การวดั และการประเมินผล

นการทาง - ทักษะการสงั เกต - หนังสือเรยี น - สงั เกตพฤติกรรมการทางาน
ฐาน - ทกั ษะการสอ่ื สาร
แบบ แม่บทมาตรฐาน รายบคุ คล เช่น การทางาน
นคิดว่าเดก็
าง วิทยาศาสตร์ ป.5 ตามหนา้ ทท่ี ไ่ี ดร้ ับ

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 มอบหมาย ความมนี า้ ใจ

เรยี นรแู้ บบนกั เป็นต้น

วทิ ยาศาสตร์ - สังเกตคุณลักษณะอันพงึ

ะทาการ ประสงค์
ศาสตรเ์ ขา้ มา

บบสังเกต

การทาง - ทักษะการสารวจคน้ หา

แบบ

ตวั ชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรยี นรู้

2. ครูถามคาถามว่า“วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตรม์ ีกข่ี น้ั
อะไรบา้ ง” จากน้ันครูขออาสาสมัครนักเรียนตอ
2-3 คน
(แนวตอบ : วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์ มี 5 ขั้นตอ
ระบปุ ญั หา ตงั้ สมมตฐิ าน รวบรวมขอ้ มลู วเิ ครา
และสรปุ ผล)
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใช้แบบ
พฤติกรรมการทางานรายบุคคล)

3. ครใู ห้คาชมเชยหรือมอบรางวลั ใหก้ ับนกั เรียนทต่ี
คาถาม เพอื่ เป็นการเสรมิ แรงในการกล้าแสดงอ

4. ครูยกตวั อยา่ งสถานการณว์ ่า“หากในเช้าวันหน

นักเรยี นมาถงึ หอ้ งเรียน แลว้ พบวา่ มีขนมหน่ึงก
บนโต๊ะของตนเอง โดยทนี่ กั เรียนไมร่ ู้วา่ เป็นของ
นกั เรยี นคิดว่าควรทาอยา่ งไร” จากน้ันให้นักเรยี
ตอบคาถามทีละประเดน็ ดังนี้
1) นักเรยี นรสู้ ึกอยา่ งไรกับส่งิ ท่เี ห็น

(แนวตอบ : ร้สู ึกแปลกใจและเกิดความสงส

ทักษะทีไ่ ด้ สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ การวัดและการประเมนิ ผล
- ทกั ษะการสอื่ สาร
นตอน - สงั เกตพฤติกรรมการทางาน
อบคาถาม รายบุคคล เช่น การทางาน
ตามหนา้ ท่ที ไ่ี ดร้ ับ
อน ไดแ้ ก่ มอบหมาย ความมนี ้าใจ
าะหข์ ้อมลู เป็นตน้

บสังเกต - สังเกตคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์

ตอบ - ทกั ษะการใหเ้ หตุผล

ออก
นึ่ง เมือ่

กล่องวางอยู่
งใคร
ยนชว่ ยกนั

สัย)

ตวั ช้วี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้

2) นักเรยี นจะทาอย่างไรเพ่อื ให้หายสงสัย
(แนวตอบ : ค้นหาคาตอบ เชน่ ถามจากเพ
เปน็ ขนมของใคร และใครนามาวางไว้ หรือ
กลอ่ งขนมใกล้ ๆ โดยสังเกตวา่ เปน็ ขนมอะ
เดาวา่ น่าจะเป็นขนมของใคร)

5. ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 3-4 คน และร่ว

กิจกรรมลองทาดูโดยใหน้ กั เรียนเตมิ ขัน้ ตอนวธิ ีก
วทิ ยาศาสตรล์ งในชอ่ งวา่ งให้สัมพันธก์ บั ขอ้ มลู ท
จากหนังสอื เรยี นแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร
การเรียนรทู้ ี่ 1 เรยี นรู้แบบนักวิทยาศาสตร์
6. ครูใหแ้ ต่ละกลมุ่ ไปศกึ ษาเนื้อหาเกยี่ วกบั การใช้ว

วิทยาศาสตร์จากส่ือดจิ ิทัลในหนงั สือเรยี นแม่บท
วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรียนร้แู
นักวทิ ยาศาสตร์ โดยใชโ้ ทรศัพท์มือถือสแกน Q
เร่อื ง การใชว้ ธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ และศกึ ษ
การใช้วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์ เพื่อขยายความเ
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช
พฤติกรรมการทางานกลมุ่ )

ทักษะทีไ่ ด้ สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ การวัดและการประเมนิ ผล

พ่อื น ๆ ว่า
อไปสังเกต
ะไร และคาด

วมกนั ทา - ทักษะการคดิ วิเคราะห์ - หนงั สอื เรยี น - สังเกตพฤตกิ รรม

การทาง - ทักษะการทางาน แมบ่ ทมาตรฐาน การทางานกลุ่ม เช่น

ทกี่ าหนดดู รว่ มกนั วทิ ยาศาสตร์ ป.5 การยอมรับฟงั คนอ่นื

ร์ ป.5 หน่วย - ทักษะการสือ่ สาร หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 การแสดงความคิดเหน็

เรยี นรแู้ บบนัก เป็นต้น

วิธกี ารทาง - ทักษะการสารวจค้นหา วทิ ยาศาสตร์

ทมาตรฐาน - QR Code เร่ือง การ

แบบ ใชว้ ิธกี ารทาง

QR Code วิทยาศาสตร์

ษาตัวอยา่ ง

เข้าใจ

ช้แบบสังเกต

ตวั ช้วี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้

7. นักเรียนส่งตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานาเส
ศึกษาเพ่อื อภปิ รายและสรปุ ผลร่วมกนั
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใ
นาเสนอผลงาน/ ผลการทากจิ กรรม)

8. ครูเปิดแผนภาพของ เซอร์ ไอแซกนิวตันและ
“เซอร์ ไอแซกนิวตันน้ันค้นพบกฎแรงโน้มถ่วง

เหตุการณ์เกิดข้ึนใน วันท่ีนิวตันกาลังนั่งดูดวง
เสียงแอปเปิ้ลตกลงพ้ืน เม่ือนิวตันเห็นเช่นน
ทาไมวัตถุต่าง ๆ ต้องตกลงพื้นเสมอ ไม่ลอยขึ้
ซึง่ นิวตันคิดว่าตอ้ งมีแรงอะไรสักอย่างที่ทาใหแ้ อ
พ้ืนดิน จากความสงสัยน้ีเอง นิวตันจึงทดลองเ

โนม้ ถว่ งของโลกและต่อมาได้สรปุ เปน็ กฎแรงด
มวลของนิวตัน นอกจากนั้นนิวตันยังตั้งกฎเ
เคลอ่ื นท่ขี องวัตถุอกี ด้วย”
9. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า “วิทยา
การศกึ ษาเกย่ี วกบั สง่ิ ต่าง ๆ ท่ีอยูร่ อบตวั เรา ซงึ่
สงิ่ ต่าง ๆ เราต้องใช้วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ เพ
ความรหู้ รอื ค้นหาคาตอบของสงิ่ ท่เี ราสงสัย”

ทกั ษะท่ไี ด้ สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ การวดั และการประเมินผล
สนอข้อมูลที่ - ทักษะการสอื่ สาร
- แผนภาพเซอร์ ไอ - แบบประเมินการนาเสนอ
- ทกั ษะการทางาน แซกนวิ ตนั ผลงาน/ผลการทากจิ กรรม
ใช้แบบการ ร่วมกัน - สงั เกตคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์
ะเล่าเรื่องว่า
งโดยบังเอิญ
งจันทร์ได้ยิน
นั้นเกิดสงสัย
นบนฟ้าบ้าง
อปเป้ิลตกลง
เก่ียวกับแรง
ดึงดูดระหว่าง
เกี่ยวกับการ

าศาสตร์ เป็น
ในการศกึ ษา
พอ่ื ค้นคว้าหา

ตวั ช้วี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้

ชว่ั โมงที่ 2

ขัน้ ท่ี 2 สารวจคน้ หา (Explore)
10. ครูทบทวนความรูน้ กั เรยี นว่า “ทกั ษะกระบวนก
วิทยาศาสตรค์ อื อะไร นักเรียนรจู้ ักหรอื ไม”่ นกั
แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ
(แนวตอบ : ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสต
ทางสติปญั ญาทเี่ ป็นความสามารถหรอื ความชา
นกั วิทยาศาสตร์นามาใช้ในการสืบเสาะเพ่อื ค้นห
หรือการแก้ไขปญั หาต่าง ๆ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหม
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบ
สังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)
11. นักเรยี นแบง่ กลุ่มเดิมจากชัว่ โมงทผี่ า่ นมา โดยให
ศกึ ษาข้อมูลจากเกีย่ วกบั ทกั ษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานว
ป.5 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรียนรู้แบบนักวิทยาศ
จากน้นั ให้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันทากิจกรรม
โดยดภู าพสถานการณช์ ่วยกนั ตอบคาถามโดยเข
ลงในสมุดประจาตัว
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบ
พฤติกรรมการทางานกลมุ่ )

ทกั ษะทไ่ี ด้ สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ การวดั และการประเมินผล

การทาง - ทักษะการสอ่ื สาร - สงั เกตพฤติกรรมการทางาน

กเรยี นรว่ มกนั - ทักษะการคดิ วิเคราะห์ รายบุคคล เช่น การทางาน

- ทักษะการสังเกต ตามหน้าทที่ ่ีไดร้ ับ

ตร์ คอื ทักษะ มอบหมาย ความมนี า้ ใจ

านาญที่ เป็นตน้

หาความรู้ - ตรวจสมุดประจาตัว

มาะสม) - สังเกตพฤติกรรม

บบ การทางานกลมุ่ เชน่

การยอมรบั ฟงั คนอื่น

ห้ร่วมกัน - ทกั ษะการสารวจค้นหา - สมดุ ประจาตัว การแสดงความคิดเห็น

ง - ทักษะการทางาน - หนงั สือเรียน เปน็ ต้น

วิทยาศาสตร์ รว่ มกัน แม่บทมาตรฐาน - สงั เกตพฤติกรรม

ศาสตร์ - ทกั ษะการเช่ือมโยง วิทยาศาสตร์ ป.5 การทางานกลุม่ เช่น

มลองทาดู - ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การยอมรับฟงั คนอ่นื

ขียนคาตอบ - ทักษะการส่ือสาร เรยี นรูแ้ บบนัก การแสดงความคิดเหน็

วิทยาศาสตร์ เปน็ ต้น

บบสังเกต

ตวั ชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้

12. ครูเปดิ แผนภาพดอกไม้โดยให้นกั เรียนช่วยกัน
จากน้ันให้ชว่ ยกนั บอกส่งิ ทสี่ ังเกตได้ โดยครเู ขยี
นักเรียนชว่ ยกนั ตอบไว้บนกระดาษ

13. ครูอธบิ ายว่า“คาตอบของนักเรยี นเกดิ ข้นึ จากก
ซ่งึ เป็นทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ท่ีส
นกั วิทยาศาสตร์ทกั ษะหนง่ึ ”

14. ครูแจกวัสดุ-อุปกรณท์ ใี่ ชใ้ นกิจกรรมการทดล
ไขใหน้ กั เรียนกล่มุ ละ 1 ชดุ ประกอบด้วย เทยี
และไมข้ ีดไฟ 1 กล่อง จากนน้ั ต้ังคาถามเพือ่ ให
ชว่ ยกันตงั้ สมมตฐิ านวา่ “เมอื่ จดุ เทยี นไขท้ิงไว้
ผลจะเป็นอยา่ งไร” แลว้ ใหน้ ักเรยี นทาการทดล

1) ช่วยกันตงั้ สมมตฐิ านแล้วบันทกึ ผลลงในสม
2) สังเกตและวัดขนาดของเทยี นไขกอ่ นจดุ
3) จุดเทยี นไขตงั้ ทง้ิ ไว้ 10 นาที จากนั้นสงั เก
4) ดบั เปลวไฟที่เทยี นไข จากน้ันวัดขนาดเทยี
5) รว่ มกันอภิปรายและสรุปผลภายในกลมุ่
ผลการทดลองท่สี รุปได้ มาสรา้ งแบบจาลองแล
ในรปู แบบเพอื่ นาเสนอหนา้ ชั้นเรยี น
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนกั เรียน โดยใช้แ

พฤติกรรมการทางานกลุ่ม)

นสังเกต ทกั ษะทไี่ ด้ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ การวดั และการประเมินผล
ยนสิ่งที่ - ทักษะการสงั เกต
- แผนภาพดอกไม้ - สงั เกตคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์

การสงั เกต
สาคัญของ

ลองจดุ เทียน - ทกั ษะการ - สมดุ ประจาตวั - ตรวจสมุดประจาตัว
ยนไข 1 เลม่ ต้ังสมมติฐาน - วัสดุ-อุปกรณ์ทใ่ี ช้ใน - สังเกตพฤตกิ รรม
ห้นักเรียน
10 นาที - ทักษะการทดสอบ กจิ กรรมการทดลอง การทางานกลุ่ม เช่น
ลอง ดังนี้
มดุ ประจาตวั สมมตฐิ าน จดุ เทียนไข การยอมรบั ฟังคนอน่ื
- ทกั ษะการสอื่ สาร การแสดงความคิดเห็น
กต
ยนไขทเ่ี หลอื - ทักษะการคดิ วิเคราะห์ เป็นต้น
- ทักษะการระบุ

ละนาเสนอ

แบบสังเกต

ตวั ช้วี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้

15. ครูจบั สลากเลือกลาดับของแต่ละกลุ่มให้ออกม
ผลการทากจิ กรรม โดยให้นกั เรยี นกลมุ่ ทถี่ กู เล
อนั ดบั แรกส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลการท
กลุ่มจนครบ
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรยี น โดยใช้แบ
นาเสนอผลงาน/ ผลการทากิจกรรม)

ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
16. จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นทุกกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายผลก

กิจกรรมจนไดข้ ้อสรปุ วา่ “เมอ่ื จดุ เทียนไขทิ้งไว
ขนาดของเทียนไขเปลย่ี นแปลงไป โดยมีขนาด

(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้
พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ )

มานาเสนอ ทักษะที่ได้ ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ การวัดและการประเมนิ ผล
ลือกเปน็ - ทักษะการสอ่ื สาร
ทดลองทลี ะ - แบบประเมนิ การนาเสนอ
ผลงาน/ผลการทากิจกรรม

บบการ

การทา - ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
ว้ 10 นาที - ทกั ษะการเชอ่ื มโยง
ดลดลง”
แบบสังเกต

ตวั ช้วี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้
17. ครใู ห้ความรคู้ วามเขา้ ใจกับนกั เรยี นเพิม่ เตมิ ว่า

กิจกรรมจดุ เทียนไข เปน็ การใช้นักเรยี นได้ใชว้ ธิ กี
วิทยาศาสตร์ และใชท้ ักษะกระบวนการทางวิทย
ทกั ษะการหาความสมั พันธร์ ะหว่างสเปซของวตั
การจดั กระทาและส่ือความหมายขอ้ มูล และทกั
สร้างแบบจาลอง ซงึ่ ในการทากจิ กรรมการทดลอ
นักเรียนเกดิ จติ วิทยาศาสตรด์ ว้ ย”

ชั่วโมงที่ 3

ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
18. ครตู ง้ั คาถามเพื่อเช่อื มโยงเรอื่ งทไ่ี ด้เรยี นรจู้ ากช
วา่ “บคุ คลที่มจี ิตวทิ ยาศาสตรจ์ ะมลี กั ษณะอย
จากนน้ั ให้นกั เรียนช่วยกันเสนอคาตอบอย่างอ
(แนวตอบ : เชน่ มีวินยั สนใจใฝเ่ รียนรู้ มรี ะเบ
รอบครอบ มคี วามอดทน มคี วามใจกว้าง ฟังค
ของผู้อ่ืน เป็นตน้ )

ทกั ษะทไ่ี ด้ สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้ การวดั และการประเมนิ ผล

า “การทา - ทกั ษะการสอ่ื สาร - สงั เกตพฤตกิ รรม
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ การทางานกลุ่ม เช่น
การทาง การยอมรับฟงั คนอ่นื
ยาศาสตร์ การแสดงความคิดเหน็
ตถุ ทกั ษะ เป็นต้น

กษะการ
องจะทาให้

ชัว่ โมงทแ่ี ล้ว - ทักษะการเชอ่ื มโยง

ย่างไรบ้าง
อิสระ”
บียบ ละเอียด
ความเหน็

ตวั ชี้วัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้

19. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาเนือ้ หาเก่ียวกบั จติ วิทยาศา
เพม่ิ เตมิ จากน้นั ทากจิ กรรมลองทาดูโดยใหน้ กั
สถานการณ์ จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน
วิทยาศาสตร์ ป.5 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรยี นร
นักวทิ ยาศาสตร์ แลว้ ตอบคาถามโดยเขียนคาต

สมุดประจาตวั
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใชแ้
พฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)
20. ครูอธิบายเกยี่ วกบั จิตวทิ ยาศาสตร์ใหน้ กั เรียนเ
เพิ่มเติมวา่ “จิตวทิ ยาศาสตร์ คอื ลักษณะนิสยั

ทเ่ี กิดขึ้นจากการศึกษาหาความรทู้ างวิทยาศาส
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวทิ ยาศาสตร
ประกอบด้วยลกั ษณะต่าง ๆ เช่น ความมเี หตุม
สนใจใฝร่ ู้ ความมุง่ มัน่ ความอดทน ความรับผิด
ความซอ่ื สัตย์ ความละเอยี ดรอบคอบ เป็นต้น”
21. ครสู นทนากับนกั เรยี นเพือ่ ทบทวนความรคู้ วาม
เกี่ยวกับเนอ้ื หาทีไ่ ดเ้ รยี นผา่ นมาจากหน่วยการ
เรยี นรแู้ บบนกั วทิ ยาศาสตร์ โดยสุ่มเรยี กช่อื นกั

ออกมาเลา่ วา่ ตนเองไดร้ ับความร้อู ะไรบ้าง

ทกั ษะท่ีได้ สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้ การวดั และการประเมินผล

าสตร์ - ทกั ษะการสารวจคน้ หา - สมุดประจาตัว - ตรวจสมุดประจาตวั

กเรียนดภู าพ - หนงั สือเรียน - สังเกตพฤตกิ รรมการทางาน

น แมบ่ ทมาตรฐาน รายบคุ คล เชน่ การทางาน

รแู้ บบ วิทยาศาสตร์ ป.5 ตามหน้าท่ที ่ีไดร้ บั

ตอบลงใน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 มอบหมาย ความมนี ้าใจ

เรียนรแู้ บบนัก เป็นตน้

แบบสังเกต วิทยาศาสตร์ - สังเกตคุณลักษณะอันพงึ

ประสงค์

เข้าใจ

ยของบุคคล

สตรโ์ ดยใช้

ร์

มีผล ความ

ดชอบ



มเข้าใจ - ทักษะการส่ือสาร

รเรยี นรูท้ ่ี 1 - ทักษะการเช่ือมโยง

กเรียนให้

ตวั ชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้

22. นักเรยี นเขียนสรุปความรู้เกยี่ วกับเรอื่ งทีไ่ ดเ้ รยี
หนว่ ยท่ี 1 เรยี นรแู้ บบนักวิทยาศาสตร์ ในรูปแ
เช่น แผนผงั ความคิด แผนภาพ เปน็ ตน้ ลงในส
ประจาตวั หรืออาจทากิจกรรมสรุปสาระสาคญั
ท่ี 1 ในหนังสือเรียนแมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศา
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรยี นรู้แบบนักวิทยาศาส

(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้
พฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)
23. ครมู อบหมายงานใหน้ ักเรยี นทาช้ินงาน/ภาระ
(รวบยอด) แบบจาลองการเจริญเติบโตของพืช
โดย แบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 3-4 คน จากนั้นใหแ้ ต่ล

สบื คน้ ข้อมูลเกี่ยวกบั ระยะการเจริญเตบิ โตของ
สัตว์มากลุม่ ละ 1 ชนดิ จากห้องสมดุ หรอื อนิ เท
แลว้ นาข้อมลู ทีไ่ ดม้ าสร้างรูปแบบจาลองต่าง ๆ
ภาพวาด แผ่นพับ หนุ่ จาลอง โดยให้ร่วมกันทา
นอกเวลาเรยี น แล้วนามาส่งเพือ่ นาเสนอผลงา
เรยี นตอ่ ไป
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนกั เรียน โดยใช้แ
พฤติกรรมการทางานกลุ่ม)

ทกั ษะที่ได้ ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ การวดั และการประเมนิ ผล

ยนมาจาก - ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ - สมุดประจาตวั หรือ - ตรวจสมุดประจาตัวหรอื

แบบต่างๆ - ทกั ษะการเชื่อมโยง หนังสือเรยี น หนงั สือเรียน

สมดุ แมบ่ ทมาตรฐาน แมบ่ ทมาตรฐาน

ญประจาเรือ่ ง วิทยาศาสตร์ ป.5 วิทยาศาสตร์ ป.5

าสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 - สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน

สตร์ เรยี นรูแ้ บบนกั รายบุคคล เช่น การทางาน

แบบสงั เกต วิทยาศาสตร์ ตามหนา้ ที่ท่ไี ด้รับ

- หนังสอื เรยี น มอบหมาย ความมีนา้ ใจ

ะงาน แม่บทมาตรฐาน เปน็ ต้น

ชหรือสตั ว์ วิทยาศาสตร์ ป.5 - ตรวจช้นิ งาน/ภาระงาน

ละกลุม่ เลอื ก หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 (รวบยอด)

งพืชหรือ เรียนรู้แบบนัก - สังเกตพฤตกิ รรม

ทอร์เน็ต วิทยาศาสตร์ การทางานกล่มุ เช่น

ๆ เช่น - หอ้ งสมุด การยอมรบั ฟังคนอืน่

ากจิ กรรม - อินเทอร์เนต็ การแสดงความคิดเหน็

านหน้าช้ัน เปน็ ต้น

แบบสังเกต

ตวั ชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรยี นรู้

24. นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี นของหน่วยก
เร่อื ง เรียนร้แู บบนกั วิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอ
ความเขา้ ใจหลงั เรียน

Note : วตั ถปุ ระสงค์ของกิจกรรมเพ่อื ใหน้ ักเรยี น
- ทักษะการสังเกต เพื่อให้มีความสามารถ

ประสาทสัมผัส อย่างใดอย่างหน่ึงหรอื หลายยอา่ ง เพ
หรอื รายละเอยี ดของสิง่ ตา่ ง ๆ โดยไม่เพ่ิมความคิดเห็น
ไป

- มีทักษะการสารวจค้นหา เพื่อให้มีความสาม
คน้ หาสิ่งใดสง่ิ หน่ึงที่ยังไม่รู้หรอื รนู้ อ้ ยมากอย่างมีจุดหมา
วธิ ีการต่างๆเพื่อให้ได้ข้อมูลมากทส่ี ุด

- มที กั ษะการระบุ มีความสามารถในการบ่งชี้ส
หรือบอกสว่ นตา่ ง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบหรอื ลักษณะขอ
ศกึ ษา

- มที กั ษะการสื่อสาร เพือ่ เปิดโอกาสใหน้ ักเร
มีการส่อื สารและการแลกเปล่ยี นความรรู้ ่วมกนั

- มีทักษะการให้เหตผุ ล เพ่อื ให้มกี ารคิดอย่า
และการแกป้ ญั หาในสถานการณ์ใหม่ทเี่ ปน็ อิสระจากค
ทไี่ ดม้ า

ทกั ษะทไ่ี ด้ ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ การวดั และการประเมินผล
การเรียนรทู้ ่ี 1 - ทักษะการคิดวเิ คราะห์
อบความรู้ - ทกั ษะการเชอ่ื มโยง - ตรวจการทาแบบทดสอบ
หลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้
ถในการใช้ ท่ี 1 เรียนรู้แบบนกั
พ่ือหาข้อมูล วิทยาศาสตร์
นสว่ นตวั ลง

มารถในการ
ายด้วย

สง่ิ ต่าง ๆ
องสิง่ ที่

รยี นกับครู

างมีเหตผุ ล
ความร้เู ดิม

ตวั ชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้

Note : วัตถุประสงคข์ องกิจกรรมเพอ่ื ให้นักเรียน
- มที ักษะการคดิ วิเคราะห์ เพือ่ ให้มีความชาน

ในการคิด มีการพิจาณาไตรต่ รอง มีการแกป้ ญั หาตา่ ง
ชัดเจน และแมน่ ยา

- มที กั ษะการเชือ่ มโยง เพ่อื ให้มีความสามาร
บอกความสมั พันธร์ ะหวา่ งขอ้ มูลอย่างมีความหมาย

- มีทกั ษะการทางานร่วมกัน โดยใชก้ ระบวน
ในการทากจิ กรรมตา่ ง ๆ

- มที กั ษะการตง้ั สมมติฐาน เพ่ือให้มีความสาม
คาดคะเนคาตอบที่ยงั ไม่ไดพ้ ิสจู น์ บนฐานขอ้ มูลจากการ
ปรากฏการณ์ ความรู้ และประสบการณ์เดิม

- มีทกั ษะการทดสอบสมมติฐาน เพ่ือให้มีความ
ในการหาข้อมูลท่ีเป็นความรู้เชงิ ประจักษ์เพอื่ ใช้สนับสน
คัดค้านคาตอบล่วงหน้าท่ีคาดคะเนไว้ หรือเพ่อื ยอมรบั ห
คาตอบท่ีคาดคะเนไว้

ทกั ษะที่ได้ สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ การวดั และการประเมนิ ผล

นาญ
ง ๆ มคี วาม

รถในการ

นการกลมุ่

มารถในการ
รสังเกต -

มสามารถ
นนุ หรอื
หรอื ปฏิเสธ

ตวั ชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมการเรยี นรู้

ขั้นสรุป
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤตกิ ร
คาถาม พฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล พฤตกิ
ทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ
ชั้นเรยี น

2. ครตู รวจผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่
เรียนรทู้ ี่ 1 เรียนร้แู บบนักวิทยาศาสตร์

3. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมการทดลองกา
ไขจากสมดุ ประจาตัว และการนาเสนอแบบจา
แบบประเมินการนาเสนอผลการทากจิ กรรม

ทักษะทีไ่ ด้ สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ การวดั และการประเมินผล

รรมการตอบ - ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ - สมดุ ประจาตัว - สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน
กรรมการ - ทักษะการส่อื สาร รายบคุ คล
จกรรมหน้า - ทกั ษะการเช่ือมโยง
- ทกั ษะการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรมการทางาน
วยการ กลมุ่
ร่วมกนั
- แบบประเมนิ การนาเสนอ
ารจดุ เทียน ผลงาน/ผลการทากิจกรรม
าลองจาก - ตรวจผลการทาแบบทดสอบ

หลังเรียน หนว่ ยการเรียนรู้
ท่ี 1 เรยี นร้แู บบนัก

วิทยาศาสตร์
- ตรวจสมุดประจาตวั
- ตรวจการนาเสนอ

แบบจาลองจากแบบ
ประเมินการนาเสนอ

ผลงาน/ผลการทากิจกรรม

ตวั ชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้

4. ครูตรวจผลการทากิจกรรมสรุปสาระสาคัญ ป
ท่ี 1 จากสมุดประจาตัวหรอื หนงั สอื เรยี นแมบ่
วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรยี นร
นักวทิ ยาศาสตร์

5. ครตู รวจผลการทาช้ินงาน/ภาระงาน(รวบยอด
แบบจาลองการเจรญิ เติบโตของพืชหรอื สัตว์

6. ครูตรวจผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น หนว่
เรยี นรูท้ ี่ 1 เรียนรแู้ บบนกั วิทยาศาสตร์

ทักษะท่ไี ด้ ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้ การวดั และการประเมนิ ผล

ประจาเรอื่ ง - ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ - สมดุ ประจาตัวหรอื - ตรวจสมุดประจาตวั หรอื
บทมาตรฐาน - ทักษะการเช่อื มโยง
รู้แบบ หนงั สือเรยี น หนงั สอื เรียนแม่บทมาตรฐาน

ด) แมบ่ ทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5

วยการ วทิ ยาศาสตร์ ป.5 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรียนรู้

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 แบบนกั วิทยาศาสตร์

เรยี นรู้แบบนกั - ตรวจผลงานแบบจาลองการ

วิทยาศาสตร์ เจรญิ เติบโตของพืชและ

สัตว์

- ตรวจผลการทาแบบทดสอบ

หลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้

ท่ี 1 เรียนรแู้ บบนกั

วิทยาศาสตร์

7. การวัดและประเมินผล

รายการวดั วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน

7.1 การประเมินกอ่ นเรยี น

- แบบทดสอบก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมินตามสภาพจรงิ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ก่อนเรยี นหน่วยการ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1

เรียนร้แู บบนกั เรียนรทู้ ่ี 1 เรียนรูแ้ บบนกั

วิทยาศาสตร์ เรียนรแู้ บบนกั วิทยาศาสตร์

วทิ ยาศาสตร์

7.2 ประเมินระหวา่ ง

การจัดกิจกรรม

การเรยี นรู้

1) กระบวนการทาง - ตรวจสมุดประจาตัว - สมุดประจาตัว - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

วทิ ยาศาสตร์น่ารู้

2) ผลบนั ทึกการทา - ตรวจสมดุ ประจาตัว - สมดุ ประจาตวั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

การทดลองจุด

เทยี นไข

3) กิจกรรมสรุป - ตรวจสมุดประจาตัว - สมุดประจาตัวหรอื - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

สาระสาคญั หรือหนังสือเรยี น หนังสอื เรียนแมบ่ ท

ประจาเรอื่ งที่ 1 แม่บทมาตรฐาน มาตรฐาน วิทยาศาสตร์

วทิ ยาศาสตร์ ป.5 ป.5

4) การนาเสนอผลงาน/ - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบการนาเสนอ - ระดับคุณภาพ 2

ผลการทากิจกรรม ผลงาน/ผลการทา ผลงาน/ผลการทา ผา่ นเกณฑ์

กจิ กรรม กจิ กรรม

5) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2

รายบคุ คล การทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์

6) พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2

กลมุ่ การทางานกลมุ่ การทางานกลุม่ ผา่ นเกณฑ์

7) คุณลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ยั - แบบประเมินคุณลกั ษณะ - ระดับคุณภาพ 2

อนั พงึ ประสงค์ รับผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้ อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์

และมุ่งมนั่ ในการ

ทางาน

7.3 การประเมนิ หลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน - ประเมนิ ตามสภาพจริง
หลงั เรยี นหนว่ ยการ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1
1) แบบทดสอบหลัง
เรยี นหน่วยการ เรยี นรู้ที่ 1 เรียนรู้ เรียนร้แู บบนกั
แบบนกั วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์
เรียนรู้ท่ี 1
เรียนรู้แบบนกั
วทิ ยาศาสตร์

รายการวัด วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ

2) การประเมนิ ชิน้ งาน/ - ตรวจผลงาน - แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ - ระดบั คุณภาพ 2
ภาระงาน(รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์
ภาระงาน (รวบยอด) แบบจาลองการ

เรอื่ งการสรา้ งชิน้ งาน เจริญเติบโตของพชื

แบบจาลองการ หรือสัตว์

เจริญเติบโตของพืช

หรือสัตว์

8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรียนรู้

1) หนงั สือเรียนแม่บทมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ป.5 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรียนรู้แบบนกั วทิ ยาศาสตร์
2) QR Code เรอ่ื ง การใช้วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์
3) แผนภาพเซอร์ ไอแซกนิวตนั

4) แผนภาพดอกไม้
5) วสั ดุ-อปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นกิจกรรมการทดลองจุดเทียนไข

6) สมดุ ประจาตัว
8.2 แหล่งการเรียนรู้

- ห้องสมดุ

- อนิ เทอรเ์ น็ต

ชิน้ งาน/ภาระงาน(รวบยอด)

เร่อื ง เรียนรูแ้ บบนกั วทิ ยาศาสตร์

คาชีแ้ จง : ใหน้ ักเรียนแบง่ กล่มุ กล่มุ ละ 3-4 คน จากนั้นใหแ้ ต่ละกลุ่มเลอื กสบื คน้ ข้อมลู เกยี่ วกับระยะการ
เจริญเตบิ โตของพืชหรอื สตั ว์มากลุ่มละ 1 ชนดิ โดยใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศตา่ ง ๆ แล้วนาขอ้ มูลท่ี
ได้มาสรา้ งในรูปแบบของแบบจาลองตา่ ง ๆ เชน่ ภาพวาด แผ่นพบั ห่นุ จาลอง เพือ่ นาเสนอข้อมูล
หนา้ ช้ันเรยี น

บัตรภาพ 

แผนภาพเซอร์ ไอแซกนวิ ตัน

แผนภาพดอกไม้

การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินผลงานแบบจาลองการเจรญิ เตบิ โตของพชื หรือสัตว์

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
32 1
1 ผลงานตรงกบั วตั ถปุ ระสงค์ (ด)ี (พอใช)้ (ปรับปรงุ )
2 ผลงานมีความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา
3 ผลงานมคี วามคิดสรา้ งสรรค์ รวม
4 ผลงานมคี วามเป็นระเบยี บ
5 กาหนดเวลาสง่ งาน

ลงชอื่ ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............./.................../..............

การประเมินชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

เกณฑ์การประเมนิ ผลงานแบบจาลองการเจรญิ เตบิ โตของพืชหรือสตั ว์

รายการประเมนิ คาอธิบายระดบั คุณภาพ/ระดับคะแนน

ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)

1. ผลงานตรงกบั จดุ ประสงค์ ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานไมส่ อดคลอ้ ง

ท่ีกาหนด จุดประสงคท์ ุกประเดน็ กบั จุดประสงค์ กบั จุดประสงค์

บางประเดน็

2. ผลงานมีความถกู ต้อง เนอื้ หาเกี่ยวกบั การ เนื้อหาเกี่ยวกับการ เนอื้ หาเก่ยี วกบั การ

ของเนอ้ื หา เจรญิ เติบโตของพืชหรอื เจรญิ เตบิ โตของพชื หรอื เจรญิ เติบโตของพืชหรอื

สัตว์เขา้ มาประกอบกบั สตั ว์เข้ามาประกอบกับ สัตว์เขา้ มาประกอบกับ

ผลงานมคี วามถกู ต้อง ผลงานมีความถูกตอ้ ง ผลงานไม่ถกู ตอ้ งเป็นส่วน

ครบถ้วน เป็นบางประเดน็ ใหญ่

3. ผลงานมคี วามคิด ผลงานแสดงออก ผลงานมคี วาม ผลงานไม่แสดง

สร้างสรรค์ ถงึ ความคิดสร้างสรรค์ นา่ สนใจ แต่ยงั ไม่มแี นวคิด แนวคดิ ใหม่

แปลกใหมแ่ ละเป็นระบบ แปลกใหม่

4. ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานมีความ ผลงานสว่ นใหญ่

ระเบยี บ ระเบยี บแสดงออกถงึ เป็นระเบยี บ แต่มี ไมเ่ ป็นระเบียบ

ความประณีต ข้อบกพร่องบางสว่ น และมขี ้อบกพรอ่ งมาก

5. กาหนดเวลาสง่ งาน ส่งช้ินงานภายในเวลาท่ี สง่ ชน้ิ งานช้ากว่ากาหนด สง่ ชน้ิ งานชา้ กวา่ กาหนด

กาหนด 1-2 วัน เกิน 3 วนั ขึน้ ไป

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

14-15 ดมี าก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรับปรุง

แบบประเมินการนาเสนอผลงาน/ผลการทากิจกรรม

คาชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่

ตรงกับระดับคะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32

1 เน้ือหาละเอยี ดชดั เจน  

2 ความถูกตอ้ งของเน้ือหา  

3 ภาษาที่ใชเ้ ข้าใจง่าย  

4 ประโยชน์ทไ่ี ด้จากการนาเสนอ  

5 วธิ ีการนาเสนอผลงาน  

รวม

ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............./.................../..............

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

14-15 ดมี าก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตา่ กวา่ 8 ปรับปรุง

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล

คาชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่

ตรงกับระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32

1 การแสดงความคิดเห็น  

2 การยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่นื  

3 การทางานตามหน้าท่ที ไี่ ดร้ ับมอบหมาย  

4 ความมีน้าใจ  

5 การตรงต่อเวลา  

รวม

ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน
............./.................../..............

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ
ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

14-15 ดมี าก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม

คาช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในชอ่ งท่ี

ตรงกับระดบั คะแนน

การมี

ลาดบั ที่ ช่ือ–สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมี ส่วนร่วมใน รวม
ของนักเรียน ฟังคนอ่นื น้าใจ การ 15
ความ ตามทไี่ ด้รับ
คิดเห็น มอบหมาย ปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงานกลุ่ม

321321321321321

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ............./.................../..............
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14-15 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง

แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

คาชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่

ตรงกบั ระดับคะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ า้ น 3 21

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้

กษัตริย์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมท่ีสรา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเปน็

ประโยชน์ต่อโรงเรียน

1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบัตติ ามหลกั

ศาสนา

1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมทเ่ี กีย่ วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ต์ ามที่

โรงเรยี นจดั ขึน้

2. ซอ่ื สตั ย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถกู ต้องและเปน็ จรงิ

2.2 ปฏิบัตใิ นสง่ิ ที่ถกู ต้อง

3. มวี ินยั 3.1 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของ

รบั ผิดชอบ ครอบครัว

มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ใน

ชีวิตประจาวัน

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ ักใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏิบตั ไิ ด้

4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชือ่ ฟังคาสัง่ สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง

4.4 ตั้งใจเรียน

5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพยส์ ินและสงิ่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด

5.2 ใช้อปุ กรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและรู้คณุ ค่า

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเก็บออมเงิน

6. ม่งุ ม่นั ในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย

ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพื่อให้งานสาเรจ็

7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสานกึ ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย

7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัติตนตามวฒั นธรรมไทย

8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รู้จกั ช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน

8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพยส์ มบัตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มของห้องเรยี น

และโรงเรียน

รวม

ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน
................/.................../.............

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตชิ ัดเจนและสม่าเสมอ
พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ชิ ัดเจนและบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครั้ง 51-60 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
41-50 ดี

30-40 พอใช้

ตา่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

9. ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศึกษาหรือผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชือ่ ........................................

(นางฉัตรอมร ภูทอง)
ผู้อานวยการโรงเรียนบา้ นนาดี

10. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
 ดา้ นความรู้

 ด้านสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางคณติ ศาสตร์

 ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรอื พฤติกรรมทม่ี ปี ญั หาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ลงชื่อ..............................................ผูบ้ นั ทึก
(นางสาววรี ดา รัตนาธิวฒั น)์
ครผู ู้ช่วย


Click to View FlipBook Version