การพฒั นากจิ กรรมการเรียนรูว้ ชิ าคณิตศาสตรโ์ ดยใช้การเรียนรแู้ บบร่วมมือเทคนคิ STAD รว่ มกบั
เทคนคิ KWDL เรื่อง กราฟของฟังกช์ ันกาลังสอง สาหรบั นักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3
นางสาวนรศิ รา โกเสนตอ
โรงเรยี นบา้ นแมค่ า(ประชานุเคราะห์)
ความเปน็ มาและความสาคัญ
การเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นให้ผู้เรียนรู้จักค้นคว้าหาความรู้ เรียนรู้แบบร่วมคิด ร่วมทา
ร่วมให้กาลังใจ และร่วมภาคภูมิใจในผลผลิตของการปฏิบัติ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนในการทางานร่วมกันอย่าง
สร้างสรรค์มากกว่าการแข่งขัน เรียนรู้ทักษะการทางานบนพื้นฐานของชีวิตจริง ซึ่งโลกในทุกวันน้ีเป็นโลกแห่ง
การไม่หยดุ น่ิง สถานการณ์ที่เปล่ียนแปลงอย่างรวดเรว็ และเช่ือมโยงกันใกลช้ ิดกันมากขนึ้ โดยเฉพาะความรู้ที่มี
การพัฒนาตลอดเวลา ความรู้ใหม่ ๆ เกิดข้ึนมากมาย สิ่งสาคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยนั้นจึงไม่ได้
อยูแ่ ค่เพียงการสอนเนื้อหาตามตาราเทา่ นน้ั หากแต่อยทู่ กี่ ารปลกู ฝงั ความใฝ่รู้ ตลอดจนการสรา้ งเสริมทกั ษะให้
รู้จักค้นหาความรู้ รู้จักวิเคราะห์ และแลกเปลี่ยน เพื่อขยายความต่อยอดความรู้ท่ีมีอยู่ ซ่ึงในการค้นหาความรู้
และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของ “ทักษะเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21” (21st Century Skills)
สอดคล้องกับสานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ได้
กล่าวไว้ในหลักการสาคัญ ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยยึด “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา
ฯ” มงุ่ สรา้ งคุณภาพชวี ติ และ สขุ ภาวะทด่ี ีสาหรับคนไทย พฒั นาคนใหม้ คี วามเป็นคนท่ีสมบูรณ์ มีวินัย มคี วามรู้
มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทัศนคติที่ดี รับผิดชอบต่อสังคม มีจริยธรรมและคุณธรรม พัฒนาทุกช่วงวัย
และเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างคนให้ใช้ประโยชน์และอยู่กับ
สิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูล อนุรักษ์ ฟ้ืนฟู ใช้ ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่างเหมาะสม
(แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564) ดังน้ันการจัดการศึกษาซึ่งเป็นการเตรียมความ
พร้อมในการสร้างคนให้มีศักยภาพ จึงจาเป็นต้องมีการปรับปรุงพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสม
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีศักยภาพพร้อมท่ีจะดารงชีวิต อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ซ่ึงประเทศไทยได้มีการ
พัฒนาการจัดการศึกษา ดังจะเห็นได้จากการปฏิรูป การศึกษาในปี พ.ศ.2542 ที่เน้นให้ความสาคัญกับการ
จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญและพัฒนาทักษะการ คิด และทักษะต่าง ๆ ให้กับผู้เรียนอย่างเต็มตาม
ศักยภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551) จึงกาหนดให้หลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน 2551 เป็น
หลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และ เกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการ คือ 1)
ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคดิ 3) ความสามารถ ในการแกป้ ญั หา 4) ความสามารถใน
การใช้ทักษะชีวิต และ 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี โดยกาหนดความสามารถด้านการคิด ให้ผู้เรียนมี
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และ
คดิ อย่างเป็นระบบ เพอ่ื นาไปสู่การสร้างองค์ความรู้ในการตัดสินใจเก่ียวกับตนเอง และสังคมได้อย่างเหมาะสม
ซึง่ หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ไดก้ ล่าวถึงการจัดการเรยี นรู้ตามพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ ตามหลักท่ีกล่าวว่า ผู้เรียนสาคัญท่ีสุด และเน้นทักษะ กระบวนการเพ่ือความสามารถท่ีจะ
นาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ และเช่ือว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนา
ตนเองได้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสาคัญท้ังความรู้ และคุณธรรม
(กระทรวงศกึ ษาธิการ. 2552 : 25)
คณิตศาสตร์เป็นสาระการเรียนรู้ท่ีต้องใช้ทักษะท่ีเกี่ยวข้องกับการคิด หลักการ ความเป็นเหตุเป็นผล
เนอื้ หาสว่ นใหญ่ เปน็ เรอ่ื งทเี่ กยี่ วข้องกับนามธรรม ซึง่ ยากตอ่ การอธิบายและยกตวั อย่าง ทาให้บางครัง้ การสอน
ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ท่ีวางไว้ การจัดการเรียนการสอนในทางคณิตศาสตร์จึงจาเป็นต้องอาศัยสื่อหรือ
นวัตกรรมในการอธิบายแนวคิดนามธรรมเหล่าน้ัน (กรมวิชาการ, 2554 : 4) ดังนั้น การจัดการเรียนการสอน
คณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพจงึ เป็นจุดมุ่งหมายสาคัญ โดยเฉพาะในปัจจุบันเป็นการปฏิรูปการศึกษาท่เี น้นให้
ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนการสอนท่ีเน้น กิจกรรมปฏิบัติ เพ่ือให้ผู้เรียนเกิด
ความคิดรวบยอด มีทักษะในการคิดคานวณตามกระบวนการทางคณิตศาสตร์ แม้วา่ คณติ ศาสตร์จะเป็นวิชาที่
มคี วามสาคัญกต็ าม แตก่ ารจดั การเรียนการสอนคณติ ศาสตร์ที่ผา่ นมายังไม่ประสบความสาเรจ็ เท่าท่ีควร ดงั จะ
เห็นได้จากผลจากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3
ในปีการศึกษา 2562 ที่พบว่า นักเรียนทั่วประเทศได้คะแนนเฉลี่ยในวิชาคณิตศาสตร์ 26.73 คะแนน จาก
คะแนนเต็ม 100 คะแนน (สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). 2563 : 2) และในปี
การศึกษา 2563 นักเรียนทั่วประเทศได้คะแนนเฉล่ียในวิชาคณิตศาสตร์ 25.46 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100
คะแนน (สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน). 2564 : 2) สอดคล้องกับสภาพปญั หาท่ีเกิด
ข้นึ กับการจัดการเรยี นรวู้ ิชาคณิตศาสตร์ของโรงเรยี นบ้านแมค่ า(ประชานุเคราะห์) พบว่า ผลการทดสอบในวชิ า
คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ในปีการศึกษา 2562 มีคะแนนเฉล่ียเท่ากับ 21.22 (สถาบัน
ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). 2563 : 2) และในปีการศึกษา 2563 ผลการทดสอบในวิชา
คณิตศาสตร์ของนักเรียน ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนบ้านแม่คา(ประชานุเคราะห์) มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ
17.89 (สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). 2564 : 2) ซ่ึงทั้งสองปีการศึกษา มีคะแนน
เฉลี่ยต่ากว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ และมีแนวโน้มลดลง เม่ือวิเคราะห์ตามสาระการเรียนรู้ สาระจานวน
และพชี คณิต เป็นสาระการเรียนรู้ที่โรงเรียนควรเร่งพฒั นา เนอ่ื งจากมีคะแนนเฉลยี่ ของโรงเรียนต่ากว่าคะแนน
เฉลย่ี ระดบั ประเทศ โดยเฉพาะการเรียนรเู้ รื่อง ฟังกช์ นั กาลังสอง
การใช้เทคนิคการสอนที่น่าสนใจ เช่น การเรียนรู้ในลักษณะกระบวนการกลุ่ม เป็นการจัดกิจกรรม
ประกอบการเรียนรู้ในลักษณะให้เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม เป็นแนวการจัดการเรียนรู้แนวหน่ึงที่เปิดโอกาสให้
ผู้เรียนได้ร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ปัญหา ปรึกษาหารือ อภิปราย และแสดงความคิดเห็นด้วยเหตุผลซึ่งกันและกัน
ช่วยผู้เรียนได้พัฒนาท้ังด้านความรู้ ทักษะ/กระบวนการคิด และมีประสบการณ์มากข้ึน (สถาบันส่งเสริมการ
สอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2556 : 7) และการใช้สื่อท่ีดี เช่น การเขียนกราฟโดยใช้โปรแกรม GSP
นาเสนอเนอื้ หาในการจัดกิจกรรมการสอน ควบคกู่ ับแบบฝึกหัด เพอื่ พฒั นาการเรียนรู้ใหแ้ กผ่ ู้เรียน เป็นส่ือการ
เรียนรู้สาหรับการแก้ไขปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน และพัฒนาความรู้ ทักษะ และเจตคติด้านต่าง ๆ ของ
ผู้เรียน (ถวัลย์ มาศจรัส. 2550 : 21) รูปแบบการสอนที่น่าสนใจ คือ รูปแบบการเรียนการสอนแบบ STAD
หรือหลักการเรียนแบบร่วมมือ ตามทฤษฎีทิศนา แขมมณี (2548 : 49) ท่ีได้กล่าวว่า หลักการเรียนแบบ
รว่ มมอื ไว้วา่ หลักการเรยี นรู้แบบร่วมมอื ผ้เู รยี นควรร่วมมือในการเรียนรู้มากกวา่ การแขง่ ขันซ่ึงมหี ลักการเรียนรู้
แบบร่วมมือ 5 ประการ คือ 1) การเรียนรู้ต้องอาศัยหลักการพึ่งพาอาศัยกัน กลุ่มการเรียนรู้แบบร่วมมือ
จะต้องตระหนักว่าทุกคนมีความสาคัญเท่าเทียมกันและจะต้องพึ่งพากัน เพื่อความสาเร็จร่วมกัน ดังน้ันทุกคน
ต้องรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตนและในขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือสมาชิกอื่น ๆ ในกลุ่มด้วยเพื่อ
ผลประโยชน์ร่วมกัน 2) การเรียนรู้ท่ีดีต้องอาศัยการหันหน้าเข้าหากัน มีปฏิสัมพันธ์กัน การที่สมาชิกในกลุ่มมี
การพ่ึงพาอาศัยกัน เป็นปัจจัยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกันเพ่ือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อมูล
และการเรียนรู้ต่าง ๆ สมาชิกในกลุ่มจะห่วงใย ไว้วางใจ ส่งเสริมและช่วยเหลือกันในการทางานต่าง ๆ ร่วมกนั
ส่งผลให้เกิดสัมพันธภาพท่ีดีต่อกัน 3) การเรียนรู้ร่วมกันต้องอาศัยทักษะทางสังคม การที่สมาชิกในกลุ่มต้อง
ทางานร่วมกัน พ่ึงพาอาศัยซ่ึงกันและกัน การทางานจะประสมผลสาเร็จได้ต้องอาศัยทักษะท่ีสาคัญ ๆ เช่น
ทักษะการทางานกลุ่ม ทักษะการส่ือสาร ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่ืน รวมท้ังการ
ยอมรับไว้วางใจกันและกัน งานจึงจะดาเนินไปได้ 4) การเรียนรู้กันควรมีการวิเคราะห์กระบวนการกลุ่ม กลุ่ม
การเรียนรู้แบบร่วมมือ จะต้องมี การวิเคราะห์กระบวนการทางานของกลุ่มเพื่อช่วยให้กลุ่มเกิดการเรียนรู้และ
ปรับปรงุ การทางานใหด้ ีข้นึ เชน่ การวิเคราะห์วิธกี ารทางานของกลุ่มพฤติกรรมของสมาชิกกลุ่มและผลงานของ
กลุ่ม 5) การเรียนรู้ร่วมกันจะต้องมีผลงาน หรือผลสัมฤทธิ์ท้ังรายบุคคลและรายกลุ่มที่สามารถตรวจสอบและ
วัดประเมินได้ (Individual Accountability) สมาชิกในกลุ่มการเรียนรู้ทุกคนจะต้องมีหน้าท่ีรับผิดชอบ และ
พยายามทางานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ไม่มีใครที่จะได้รับผลประโยชน์โดยที่จะไม่ทา
หน้าท่ีของตน ดังน้ันกลุ่มจึงจาเป็นต้องตรวจสอบผลงานทั้งที่เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม อาจจัดเป็นกลุ่มเล็ก
ๆ หรือจับคู่ เพ่ือจะได้มีโอกาสเอาใจกันและกัน การสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในกลุ่ม สอดคล้องกับ Slavin
and others (1990) กล่าวว่า การนารูปแบบการสอนแบบ STAD มาใช้จัดการเรียนการสอนให้ครบทุก
องค์ประกอบ ครูต้องจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแต่ละข้ันตอนการสอน ทั้ง 5 ประการ คือ
การนาเสนอบทเรียนต่อท้ังช้ัน (Class Presentation) การศึกษากลุ่มย่อย (Team Study) การทดสอบย่อย
(Test) คะแนนความก้าวหน้าของแต่ละคน (Individual Improvement Scores) กลุ่มท่ีได้รับการยกย่องและ
ยอมรับ (Team Recognition)
ประโยชน์ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ STAD คือ เพื่อจูงใจผู้เรียนให้กระตือรือร้น กล้า
แสดงออก และช่วยเหลือกันในการทาความเข้าใจเนื้อหานั้น ๆ อย่างแท้จริง สอดคล้องกับหลักการและ
รูปแบบการสอนแบบ STAD ของ ทิศนา แขมมณี (2548 : 49) ที่ได้อธิบายถึงหลักการเรียนแบบร่วมมือไว้ว่า
หลักการเรียนรู้แบบร่วมมือผู้เรยี นควรร่วมมือในการเรียนร้มู ากกว่าการแข่งขัน ต้องอาศัยหลักการพ่ึงพาอาศัย
กัน กลุ่มการเรียนรู้แบบร่วมมือ จะต้องตระหนักว่าทุกคนมีความสาคัญเท่าเทียมกันและจะต้องพ่ึงพากัน เพ่ือ
ความสาเร็จรว่ มกัน มปี ฏสิ ัมพนั ธก์ ัน
การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค KWDL ที่พัฒนามาจาก KWL ของ Ogle ในปี ค.ศ.1986 ท่ีต้องอาศัย
ทักษะการอ่านเป็นฐาน การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค KWDL นี้มีข้ันตอนดาเนินการเช่นเดียวกับการจัดการ
เรียนรู้ แบบ KWL เพียงแต่จะเพ่ิมขั้นตอน D ข้ึนมา กลายเป็น 4 ขั้นตอน เพ่ือให้เหมาะสมกับการใช้แก้ปัญหา
ทางคณิตศาสตร์ ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยเทคนิค KWDL มีดังน้ี ข้ันที่ 1 K : เรารู้อะไร
หรือโจทย์บอกอะไรเราบ้าง (what we know) ขั้นท่ี 2 W : เราต้องการรู้/ต้องการทราบอะไร หรือโจทย์ให้/
บอกอะไรเราบ้าง (what we want to know) ข้ันที่ 3 D : เราทาอะไร/อย่างไร หรือเรามีวิธีการหาคาตอบ
อย่างไร (what we do) ข้ันที่ 4 L : เราเรยี นรูอ้ ะไรจากข้นั ตอนท่ี 3 (what we learned)
จากสภาพปัญหาและความสาคัญดังกล่าว ผู้ศึกษาจึงสนใจการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์
โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค KWDL เพ่ือจะช่วยพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง
กราฟของฟังกช์ นั กาลงั สอง ของนกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3
วตั ถปุ ระสงคก์ ารวิจยั
1) เพ่ือพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์โดยใช้การเรยี นรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับ
เทคนคิ KWDL เร่อื ง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ของนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ท่มี ปี ระสทิ ธิภาพตามเกณฑ์
80/80
2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD
ร่วมกบั เทคนิค KWDL
3) เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ร่วมกับ
เทคนิค KWDL เรือ่ ง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ของนักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
สมมติฐานการวิจยั
1) กิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค
KWDL เรอื่ ง กราฟของฟังกช์ นั กาลังสอง ของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 มีประสิทธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80
2) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค KWDL สูงกว่า
เกณฑ์ร้อยละ 70
3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค
KWDL เร่อื ง กราฟของฟังกช์ ันกาลังสอง ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 อยู่ในระดับ มาก
ขอบเขตการวิจยั
ประชากรและกลุม่ ตัวอย่าง
ประชากรในการวจิ ยั ครัง้ น้ี คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 จานวน 3 ห้อง รวม 62 คน ภาคเรียนที่
1 ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านแม่คา(ประชานุเคราะห์)
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 จานวน 24 คน ภาคเรียนท่ี 1
ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านแม่คา(ประชานุเคราะห์) ที่ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive
sampling)
ตวั แปรท่ีศกึ ษา
ตวั แปรตน้ ไดแ้ ก่ กิจกรรมการเรยี นรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค KWDL
ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ของ
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบรว่ มมือเทคนคิ STAD ร่วมกับเทคนิค KWDL
และความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค KWDL
เรอื่ ง กราฟของฟงั ก์ชนั กาลังสอง ของนกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
เนอ้ื หา
สาระการเรียนรู้ท่ีใช้ในคร้ังน้ี เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระท่ี 1 จานวนและพีชคณิต
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ของนักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3
กรอบแนวคดิ ของการศกึ ษา
สาหรับการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาสนใจจะศึกษาด้านวิธีการสอนแบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับ
เทคนิค KWDL ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เพื่อศึกษาถงึ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน และเพอ่ื ศึกษาความพึงพอใจของนักเรยี น โดยมีแผนภูมิของกรอบแนวคิด
ของการศกึ ษา ดังนี้
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนของ
แบบร่วมมือเทคนิค STAD นักเรยี น
รว่ มกับเทคนิค KWDL ความพึงพอใจของนกั เรยี น
ในกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
เรอ่ื ง กราฟของฟังกช์ ันกาลงั สอง
จานวน 10 แผน
วิธีการศึกษา
การวิจัยคร้ังนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) โดยใช้แผนแบบการทดลอง
Pretest – Posttest Nonrandomized Design โดยการจัดให้มีการทดสอบก่อนเรียน แล้วดาเนินการจัดการ
เรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค KWDLจานวน 10 แผนการจัดการเรียนรู้
จากน้ันทาการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน ซึ่งเป็นแบบทดสอบชุดเดียวกันกับแบบทดสอบ
ก่อนเรียน แล้วทาการประเมินความพึงพอใจ ของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรแู้ บบร่วมมอื เทคนิค
STAD ร่วมกับเทคนิค KWDL ดังแผนภมู ิต่อไปนี้
T1 X T2
เมอื่ X หมายถงึ การจัดการเรียนรูด้ ้วยวิธกี ารสอนแบบ STAD รว่ มกับเทคนิค KWDL
T1 หมายถึง การสอบก่อนการทดลอง (Pretest)
T2 หมายถึง การสอบหลงั การทดลอง (Posttest)
เครื่องมือท่ีใชใ้ นการวจิ ยั ในคร้ังน้ปี ระกอบดว้ ย
1. แผนการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ช้ัน
มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ท่ีจดั การเรยี นรู้แบบ STAD ร่วมกบั KWDL จานวน 10 แผน รวม 10 ชว่ั โมง
2. แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรอ่ื ง กราฟของฟังก์ชนั กาลังสอง จานวน 20 ข้อ
เป็นแบบทดสอบกอ่ นเรยี น (Pretest) และหลังเรยี น (Posttest) โดยเปน็ ข้อสอบแบบปรนยั
3. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการสอนแบบ STAD ร่วมกับ KWDL เรื่อง กราฟ
ของฟงั กช์ ันกาลังสอง ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 จานวน 10 ข้อ
การเก็บรวบรวมข้อมลู
ในการดาเนินการทดลอง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์โดยใชก้ ารเรียนรู้แบบร่วมมอื
เทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค KWDL เรื่อง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
การเก็บรวบรวมขอ้ มลู ผ้วู ิจยั ได้ดาเนินการทดลองตามขัน้ ตอน 3 ขนั้ ตอน ดังนี้
ขั้นตอนท่ี 1 ก่อนดาเนินการทดลอง เป็นขั้นที่ผู้วิจัยศึกษารูปแบบเคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย โดยนา
แผนภูมิโครงสร้างขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค KWDL มาใช้ในการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ เพ่ือให้ผู้เรียนได้คุ้นเคยกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่นามาใช้ทดลอง และดาเนินการ
ทดสอบก่อนเรียน (Pretest) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง กราฟของฟังก์ชัน
กาลังสอง จานวน 20 ข้อ เป็นแบบทดสอบก่อนเรียน (Pretest) และหลังเรียน (Posttest) โดยเป็นข้อสอบ
แบบปรนยั
ขั้นตอนท่ี 2 ผู้วิจัยดาเนินการจัดการเรียนรู้ด้วยวธิ ีการสอนแบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับเทคนคิ
KWDL เรื่อง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามแผนการจัดการ เรียนรู้ท่ี
ผู้วิจัยสร้างข้นึ รวม 10 ชั่วโมง
ขั้นตอนท่ี 3 ขั้นหลังการทดลอง หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองผู้วิจัยทาการทดสอบหลังเรียน
(Posttest) ดว้ ยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์กิ ารเรยี นรู้คณิตศาสตร์ เร่อื ง กราฟของฟังก์ชนั กาลังสอง จานวน 20
ข้อ และนาแบบสอบถามความพงึ พอใจของนักเรยี นท่ีมีต่อการสอนแบบ STAD ร่วมกบั KWDL เรื่อง กราฟของ
ฟังก์ชันกาลังสอง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จานวน 10 ข้อ หลังจากท่ีได้รับการสอนแล้วมาให้กลุ่มตัวอย่างตอบ
แลว้ นาไปวเิ คราะห์หาค่าทางสถติ ิ
ผลการวิจัย
1. แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้วชิ าคณิตศาสตร์โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบรว่ มมือเทคนิค
STAD ร่วมกับเทคนิค KWDL เรื่อง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 มี
ประสทิ ธิภาพ เท่ากบั 81.99/80.34 ซงึ่ สงู กว่าเกณฑ์ทก่ี าหนดไว้คอื 80/80
2. ผลการเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ระหว่างก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD
ร่วมกับเทคนิค KWDL พบว่า ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยจัดการเรียนรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค เร่ือง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
หลังเรียนโดยรวมได้คะแนนเฉล่ียหลังเรียน คิดเป็นร้อยละ 88.08 และคะแนนการทดสอบก่อนเรียนคิดเป็น
ร้อยละ 44.42 ซึ่งคะแนนผลสัมฤทธ์ิหลังเรียนสูงกว่าคะแนนการทดสอบก่อนเรียน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ
ทร่ี ะดับ .01
3. ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับ
เทคนคิ KWDL เรื่อง กราฟของฟังกช์ นั กาลังสอง ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยภาพรวมผ้เู รียนมีระดับ
ความพึงพอใจอยู่ในระดบั มากทีส่ ุด โดยมคี ะแนนเฉล่ยี 4.55 คะแนน ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน 0.42
อภิปรายผล
1. ผลการเรียนรู้หลังการจัดการเรียนรู้ เรื่อง กราฟของฟังก์ชันกาลังสอง ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษา
ปีท่ี 3 ท่ีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับเทคนิค KWDL หลังเรียนสูงกว่าก่อน
เรียนอย่าง มีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้อาจเน่ืองจากการจัดการเรียนรู้แบบ ร่วมมือกันโดยใช้เทคนิค
STAD รว่ มกับ KWDL เปน็ การจัดการเรียนรู้ทผี่ ู้เรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ คละความสามารถ โดยทุกคนต้องยอมรับ
ว่าผลงานกลุ่มคือผลงานของทุกคน และกลุ่มที่ได้คะแนนพัฒนาสูงสุดหรือกลุ่มท่ีมีคะแนน พัฒนาระดับยอด
เย่ียมจะได้รับรางวัล โดยในการทางานร่วมกันนั้นนักเรียนท่ีมีความสามารถสูง ปานกลาง และต่า อยู่ในกลุ่ม
เดียวกัน ใช้กระบวนการกลุ่มให้นักเรียนทางานร่วมกันและช่วยเหลือกัน เพ่ือได้ให้เกิด ประโยชน์ในการเรียน
สูงสุดแก่ตนเองและกลุ่ม กล่าวคือการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้และฝึกแก้ปัญหา
คณิตศาสตร์ร่วมกันเป็นกลุ่ม ร่วมคิด ร่วมกันแก้ปัญหา โดยที่สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีจุดมุ่งหมาย เดียวกัน
ชว่ ยเหลือกันและกันภายในกลุ่มและร่วมมือกนั ภาคภมู ิใจในผลสาเรจ็ ของกลุม่ ในการเรยี นแตล่ ะครงั้ สอดคล้อง
กับสลาวนิ (Slavin 1987: 23-26) ท่ีกลา่ วว่าการจัดการเรียนรูร้ ่วมมือกันดว้ ยเทคนิค STAD (Siudent Teams
Achievement Division : STAD ) เป็นวิธีการสอนแบบร่วมมือ (Cooperative Learning) รูปแบบ หนึ่งท่ียึด
ผู้เรียนเป็นสาคัญ (Child Centered) โดยมุ่งเน้นการทางานร่วมกันช่วยเหลือกันในการเรียน ซึ่งเง่ือนไข ของ
การเรียนแบบร่วมมือนั้นเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีให้นักเรียนได้ร่วมกลุ่มกัน ทางานและ
ชว่ ยเหลอื กนั และกันในกลุ่ม ทุกกลุ่มจะมีเป้าหมายเดยี วกันโดยได้รว่ มกนั เรยี นรู้และฝึกปฏิบัติ ความสาเร็จของ
กลุ่มจะขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของแต่บุคคลในกลุ่ม และยังเสนอแนะเพ่ือเตมิ ว่า วิธีการสอนแบบน้ีชว่ ย
ให้ ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น ภูมิใจในตนเอง ตระหนักถึงความรับผิดชอบ และช่วยให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์
ทางการ เรียนสูงข้ึน เหมาะสาหรับการสอนคณิตศาสตร์ นอกจากน้ีเทคนิค KYWDL เป็นการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ตามลาดับขน้ั ตอนท่ีส่งเสริมการอา่ นเชิงวเิ คราะห์ คดิ พิจารณาและวิเคราะห์ให้หลากหลายที่สุด โดย K-
What we know หมายถึง เรารู้อะไรจากโจทย์ปัญหาบ้างหรือโจทย์บอกอะไรบ้าง W – What we want to
know หมายถึง เราต้องการทราบอะไรหรือโจทย์ต้องการหาคาตอบอะไร D- What we do หมายถึง เราต้อง
ทา อย่างไรหรือมีวิธีการอย่างไรในการแก้ปัญหาบ้าง L-What we leaned หมายถึง เราเรียนรู้อะไรบ้างจาก
ข้ันตอน D หรือคาตอบที่ได้จากข้ันตอน D คืออะไร จะตรวจสอบคาตอบอย่างไร โดยท่ีลาดับข้ันตอนของ
เทคนิค KWDL มีกระบวนการคิดและการร่วมกันคิดภายในกลุ่มทาให้นักเรียนทุกคนได้ฝึกคิดอย่างเป็นลาดับ
ขัน้ ตอน และ นกั เรียนที่เกง่ ก็สามารถช่วยสอนคนที่ออ่ นได้ จึงทาให้ผลการเรียนรู้ของนักเรียนพฒั นาสูงขึ้นช่วย
ใหน้ กั เรยี น เรยี นรแู้ ละสามารถวเิ คราะหโ์ จทย์ได้ดยี ิง่ ข้ึน
2. ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ STAD ร่วมกับ KWDL โดยภาพรวมอยู่ใน
ระดบั เห็นดว้ ยมาก เม่ือพิจารณาเปน็ รายดา้ นพบวา่ นกั เรียนมคี วามคดิ เหน็ อย่ใู นเกณฑเ์ ห็นดว้ ยมากทุกด้าน ซงึ่
เรียงตามลาดับจากมากไปน้อยได้ดังนี้ ลาดับแรกคือ ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ลาดับต่อมาคือ ด้าน
บรรยากาศในการจัดการเรียนรู้ และสุดท้ายคือ ด้านประโยชน์ที่ได้รับ ทั้งนี้อาจเนื่องจากการจัดการเรียนรู้
แบบ STAD รว่ มกบั KWDL เป็นรูปแบบการจดั การเรียนรู้ท่ีทาใหน้ ักเรยี นทกุ คนมีความสาคัญเทา่ เทยี มกัน โดย
ไม่ มีการแยกคนเก่ง คนอ่อน ทาให้นักเรียนเห็นความสาคัญของตนเองและของเพื่อนภายในกลุ่มเน่ืองจากทุก
คนต้อง มีส่วนร่วมในการทางาน คะแนนของทุกคนจะนามารวมกันเพื่อเป็นคะแนนของกลุ่ม จึงส่งเสริมให้
นักเรียนได้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการปรึกษาหารือ คนเก่งต้องช่วยสอนคนอ่อน เพื่อให้คะแนนของกลุ่มดี
ขนึ้ มกี ารรับฟัง ความคิดเห็นรว่ มกัน มสี ัมพนั ธภาพท่ดี ีต่อกนั โดยอตั โนมัติ นกั เรยี นไดร้ ่วมกนั คิดและรว่ มมือกัน
แก้ปัญหาอย่าง เป็นลาดับขั้นตอน โดยครูคอยช่วยเหลือและให้กาลังใจ นอกจากนี้กระบวนการกลุ่มยังช่วย
ส่งเสรมิ ให้นักเรยี นรจู้ กั การทางานร่วมกบั ผ้อู น่ื และใหน้ ักเรียนมีส่วนร่วมในกจิ กรรมการเรียนการสอนมากข้ึน
เอกสารอา้ งอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร : องคก์ ารรับสง่ สินค้า
และพสั ดุภัณฑ์, 2545ก.
. หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : ชมุ นมุ สหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2552.
. สื่อการเรยี นรู้. กรุงเทพมหานคร : องค์การรบั สง่ สินค้าและพสั ดุภัณฑ์, 2545ข.
กาญจนา วฒั ายุ. การวจิ ยั เพื่อพฒั นาคุณภาพการศึกษา The research for education development.
กรงุ เทพมหานคร : สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา, 2548.
ทศิ นา แขมมณ.ี รปู แบบการสอน : ทางเลือกท่หี ลากหลาย. กรงุ เทพมหานคร : จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
2545.
. รูปแบบการเรียนการสอนทางเลอื กท่หี ลากหลาย. กรงุ เทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย, 2548.
นพพร ธนะชัยขนั ธ์. การสร้างและการหาประสทิ ธิภาพของนวตั กรรม. คณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี.
เชยี งราย : มหาวยิ าลยั ราชภฏั เชียงราย, 2550.
. สถติ เิ บื้องต้นสาหรบั งานวจิ ัย. พิมพ์คร้ังที่ 4. กรงุ เทพมหานคร : บริษัทวทิ ยพัฒน์ จากดั ,
2557.
ยุพนิ พพิ ธิ กุล. การเรียนการสอนคณติ ศาสตร์ยุคปฏริ ูปการศกึ ษา. คณะครุศาสตร์. กรงุ เทพมหานคร :
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545.
โรงเรียนบ้านแม่คา(ประชานุเคราะห์). สรุปผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ประจาปี
การศึกษา 2562-2563 ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3. เชยี งราย : โรงเรียน, 2558.
สถาบนั ทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาต.ิ “รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ้นั พ้ืนฐาน (O-NET)
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ปกี ารศึกษา 2562”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งท่มี า :
http://www.newonetresult.niets.or.th/AnnouncementWeb/
School/ReportSchoolBySchool.aspx?mi=2. (16 พฤษภาคม 2564).
. “รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้ันพน้ื ฐาน (O-NET) ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ปี
การศึกษา 2563”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา :
http://www.newonetresult.niets.or.th/AnnouncementWeb/
School/ReportSchoolBySchool.aspx?mi=2. (16 พฤษภาคม 2564).
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี คู่มอื การใชห้ ลกั สตู รกล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560. กรงุ เทพมหานคร : ครุ ุสภาลาดพร้าว,
2561.
สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ, สานักนายกรัฐมนตร.ี แผนการพฒั นา
เศรษฐกจิ และสงั คมฉบับท่ี 12 (พ.ศ.2560-2564). กรงุ เทพมหานคร : สานักงานคณะกรรมการการ
พัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ, 2554.
Devis. Human Behavior at Work : Organizational Behavior. 7 th. ed. New York : McGraw –
Hill Book Company., 1981.
Slavin, Robert E. Cooperative Learning. 2nd ed. USA : Allyn and Bacon, 1995.