The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรอนุบาล๒ ๖๖

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanlapajah, 2023-08-03 04:00:17

อนุบาล๒

หลักสูตรอนุบาล๒ ๖๖

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง ระดับชั้นอนุบาล ๒ สังกัดกองการศึกษาเทศบาลต าบลวังผาง อ าเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดล าพูน


ประกาศโรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ …………………………………………………………………………… ตามที่คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง อ าเภอ เวียงหนองล่อง จังหวัด ล าพูน เห็นชอบให้มีการใช้หลักสูตรสถานศึกษา ในหลักสูตรสถานศึกษาแกนกลาง พุทธศักราช 2560 ของโรงเรียน เทศบาลต าบลวังผาง สังกัดกองการศึกษา เทศบาลต าบลวังผาง ซึ่งเป็นฉบับตามมาตราฐานการเรียน สังกัด กระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. ๑๒๒๓/๒๕๖๐ เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งสั่ง ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) การก าหนดทักษะส าคัญส าหรับเด็กในศตวรรษที่ ๒๑ และพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่๒) ๒๕๔๖ โดยมีส่วนร่วมในการจัดการ อบรมพัฒนาบุคลากร ร่วมให้ ข้อมูล สารสนเทศเกี่ยวกับท้องถิ่น และชุมชน เพื่อน าไปสู่การก าหนดว่ามีวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ โครงสร้างหลักสูตรตลอดจนเสนอแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตร ให้ความร่วมมือและอ านวยความ สะดวกต่างๆ จนหลักสูตรเสร็จสมบูรณ์ สามารถน าไปใช้ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ เป็นต้นไป ดังนั้น โรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง จึงได้ด าเนินการจัดท าหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาล ต าบลวังผาง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หลักสูตรโรงเรียนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง เมื่อ วันที่ เดือน เมษายน ๒๕๖๖ จึงประกาศใช้หลักสูตรโรงเรียนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ เดือน เมษายน ๒๕๖๖ ..................................... .......................................... (นายสาทิตย์ ศรีกุณะ) (นายอภิรักษ์ ไชยศรีหา) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้อ านวยการโรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง


ค าขออนุมัติหลักสูตรของคณะกรรมการสถานศึกษา ตามที่กระทรวงศึกษาธิการให้มีค าสั่งให้สถานศึกษาในสังกัด จัดท าหลักสูตรสถานศึกษาในระดับชั้น อนุบาล เพื่อให้สอนในโรงเรียนเพื่อให้มีการปรับปรุงหลักสูตรทุกปี เพื่อให้การปรับปรุงหลักสูตรดังกล่าวไปด้วย ความเรียบร้อยและทันจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับการเรียนการสอน บัดนี้ทางโรงเรียนเทศบาลต าบลวังผางได้ด าเนินจัดท าหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วคณะกรรมการสถานศึกษา ขอให้โรงเรียนเทศบาลต าบลวังผางด าเนินการ ก ากับติดตาม และประเมินผลการใช้หลักสูตรอย่างเป็นระบบ ขั้นตอน โดยการน าผลที่เกิดขึ้นไปเป็นข้อมูลพื้นฐานส าหรับการ ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมกับโรงเรียนเทศบาลต าบลวังผางยิ่งขึ้นไป ( ) อนุมัติ ( ) ไม่อนุมัติ ให้ใช้เป็นหลักสูตรในการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕6๖ เป็น ต้นไป จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นส าคัญ ที่ ชื่อ-สกุล ต าแหน่ง ลายมือชื่อ หมายเหตุ 1 นายสาทิตย์ ศรีกุณะ ประธานกรรมการ 2 นายบุญศรี ใจงิ้วค า ผู้แทนองค์กรปกครอง ฯ 3 นางนทีนันท์ เรือนสอน ผู้แทนผู้ปกครอง 4 นางฟองจันทร์ ขุนชนะธง ผู้แทนครู 5 นายสุชาติ กันทาจิตร ผู้แทนองค์กรชุมชน ๖ พระครูสุตกัลยาณกิจ ผู้แทนองค์กรศาสนา ๗ นายดอน อังกสิทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ๘ นายอภิรักษ์ ไชยศรีหา ผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕6๖


ค าน า สภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศประกอบกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี(พ.ศ.๒๕๖๐- ๒๕๗๙) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๕๒- ๒๕๖๑) แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (พ.ศ.๒๕๖๐- ๒๕๖๔) น าไปสู่การก าหนดทักษะส าคัญ ส าหรับเด็กในศตวรรษที่ ๒๑ ที่มีความส าคัญต่อการก าหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีความสอดคล้อง และทันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกด้าน โรงเรียนเทศบาลต าบลวังผางได้จัดท าหลักสูตรระดับชั้นอนุบาล ๒ น าไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานตามจุดหมายหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่ก าหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีการพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย ส านึกความเป็นไทย และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและ ประเทศชาติในอนาคต


ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย การศึกษาปฐมวัย เป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ปีบนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติ และพัฒนาการของเด็กแต่ละคนตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคม วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทรและความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐาน คุณภาพชีวิต ให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม หลักการจัดการศึกษาปฐมวัย เด็กปฐมได้รับการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมพัฒนาการ ตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ อย่างเหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับผู้สอน เพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามล าดับ ขั้นตอนของพัฒนาการทุกด้านอย่างเป็นองค์รวม โดยยึดหลักการ ดังนี้ ๑. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกประเภท ๒. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดู และให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นส าคัญ โดยค านึงถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคลและวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย ๓. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาการเด็กโดยองค์รวม ผ่านการเล่นอย่างมีความหมาย และมีกิจกรรมที่ หลากหลาย ลงมือกระท าในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เหมาะสมตามวัยและมีการพักผ่อนเพียงพอ ๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และมีความสุข ๕. สร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็ก ระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่ ครอบครัว ชุมชนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย


หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง (ส าหรับเด็กอายุ ๓ – ๖ ปี)


วิสัยทัศน์ โรงเรียนเทศบาลต าบลวังผางมุ่งพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างมีความสุข เหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นคนดีมีวินัย และส านึกความ เป็นไทยตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหลักสูตรบนพื้นฐานความเป็นไทย ภารกิจ ๑. ครูผู้สอนระดับปฐมวัย จัดท าแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง เน้นพัฒนาการผู้เรียนทั้ง ๔ ด้าน ๒. จัดอาคารและสภาพแวดล้อมให้มีความอบอุ่น ปลอดภัย เอื้อต่อการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ ผู้เรียน ๓. เฝ้าระวังดูแลสุขภาพ การรับประทานอาหาร การดื่มนมอย่างสม่ าเสมอ ๔. จัดหาสื่อ แหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสมและหลากหลายตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๕. มีการประเมินพัฒนาการผู้เรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ าเสมอ ด้วยวิธีการและเครื่องมือที่หลากหลาย ๖. พัฒนาคุณภาพบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถอย่างเต็มศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ๗. ประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน บุคลากร ผู้ปกครองและชุมชน เพื่อระดมความคิด ทรัพยากร ช่วยเหลือในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับปฐมวัย เป้าหมาย ๑. ครูผู้สอนระดับปฐมวัยมีแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดี มีคุณภาพดี ๒. โรงเรียนมีการจัดบรรยากาศการเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามสภาพของท้องถิ่น ๓. ผู้เรียนระดับปฐมวัย ร้อยละ ๘๕ มีสุขภาพดีเจริญเติบโตตามวัย ๔. โรงเรียนมีสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสมและหลากหลาย ผู้เรียนมีโอกาสได้เรียนรู้และสัมผัสจริง ๕. ผู้เรียนระดับปฐมวัยทุกคนได้รับการประเมินพัฒนาการ และน าผลการประเมินนั้นไปปรับปรุงและ พัฒนาแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ๖. ครูผู้สอนระดับปฐมวัยเข้ารับการอบรมทุกครั้งที่มีการจัดการอบรมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัย ๗. หน่วยงาน บุคลากร ผู้ปกครองและชุมชน มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและพัฒนาหลักสูตร


หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ส าหรับเด็กอายุ ๓-๖ ปี หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ส าหรับเด็กอายุ ๓-๖ ปี เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการอบรมเลี้ยงดู และให้การศึกษา เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตามวัยและ ความสามารถของแต่ละบุคคล จุดหมาย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ส าหรับเด็กอายุ ๓-๖ ปี มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มศักยภาพและมีความ พร้อมในการเรียนรู้ต่อไป จึงก าหนดจุดหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเมื่อจบการศึกษาระดับปฐมวัย ดังนี้ ๑. ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสุขนิสัยที่ดี ๒. สุขภาพจิตดี มีสุนทรียภาพ มีคุณธรรม และจิตใจที่ดีงาม ๓. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่าง มีความสุข ๔. มีทักษะการคิด การใช้ภาษาสื่อสาร และการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ส าหรับเด็กอายุ ๓-๖ ปี ก าหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์จ านวน ๑๒ มาตรฐานประกอบไปด้วย ๑. พัฒนาการด้านร่างกาย ประกอบไปด้วย ๒ มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสาน สัมพันธ์ กัน ๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบไปด้วย ๓ มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ๓. พัฒนาการทางด้านสังคม ประกอบไปด้วย ๓ มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๔. พัฒนาการทางด้านสติปัญญา ประกอบไปด้วย ๔ มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อการได้อย่างเหมาะสมกับวัย มาตรฐานที่ ๑o มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์


มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสม ตามวัย ตัวบ่งชี้ ตัวบ่งชี้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็กที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สภาพที่พึงประสงค์ สภาพที่พึงประสงค์ เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เด็กเกิด บนพื้นฐานพัฒนาการ ตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุ เพื่อน าไปใช้ในการก าหนดสาระการเรียนรู้ในการจัด ประสบการณ์และประเมินพัฒนาการเด็ก โดยมีรายละเอียดของมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และ สภาพที่พึงประสงค์ ดังนี้ มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๑.๑ น้ าหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ ๑.๑.๑ น้ าหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย ๑.๒ มีสุขภาพอนามัยสุขนิสัยที่ดี ๑.๒.๑ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ าสะอาดได้ด้วย ตนเอง ๑.๒.๒ ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังจากใช้ห้องน้ าห้อง ส้วมด้วยตนเอง ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเป็นเวลา ๑.๒.๔ ออกก าลังกายเป็นเวลา ๑.๓ รักษาความปลอดภัยของตนเองและ ผู้อื่น ๑.๓.๑ เล่นและท ากิจกรรมอย่างปลอดภัยด้วยตนเอง มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว และประสานสัมพันธ์กัน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่ว ประสานสัมพันธ์และทรงตัวได้ ๒.๑.๑ เดินต่อเท้าไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางแขน ๒.๑.๒ กระโดดอยู่กับที่ขาเดียวได้โดยไม่ต้องเสียการทรงตัว ๒.๑.๓ วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ ๒.๑.๔ รับลูกบอกได้โดยใช้มือทั้ง ๒ ข้าง ๒.๒ ใช้มือ – ตา ประสานสัมพันธ์กัน ๒.๒.๑ ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นตรงได้ ๒.๒.๒ เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน ๒.๒.๓ ร้อยวัสดุที่มีรู ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง o.๕ เซนติเมตร


มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์ได้ อย่างเหมาะสม ๓.๑.๑ แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้ตามสถานการณ์ ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น ๓.๒.๑ กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมบางสถานการณ์ ๓.๒.๒ แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเอง มาตรฐานที่๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ๔-๕ ปี ๔.๑ สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่าน งานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ๔.๑.๑ สนใจมีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ ๔.๑.๒ สนใจมีความสุขและแสดงออกผ่านเสียงเพลงดนตรี ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุข และแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบ เพลงดนตรี มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๕.๑ ซื่อสัตย์สุจริต ๕.๑.๑ ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อต้องการสิ่งของของผู้อื่นเมื่อมีผู้ ชี้แนะ ๕.๒ มีความเมตตากรุณา มีน้ าใจ และ ช่วยเหลือแบ่งปัน ๕.๒.๑ แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เลี้ยง ๕.๒.๒ ช่วยเหลือแบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชนะ ๕.๓ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๕.๓.๑ แสดงสีหน้าและท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น ๕.๔ มีความรับผิดชอบ ๕.๔.๑ ท างานที่ได้รับมอบหมายจนส าเร็จเมื่อมีผู้ชี้แนะ มาตรฐานที่๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๖.๑ ช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตร ประจ าวัน ๖.๑.๑ แต่งตัวด้วยตนเอง ๖.๑.๒ รับประทานอาหารด้วยตนเอง ๖.๑.๓ ใช้ห้องน้ าห้องส้วมด้วยตนเอง ๖.๒ มีวินัยในตนเอง ๖.๒.๑ เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ด้วยตนเอง


๖.๒.๒ เข้าแถวตามล าดับก่อนหลังได้ด้วยตนเอง ๖.๓ ประหยัดและพอเพียง ๖.๓.๑ ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ ชี้แนะ มาตรฐานที่๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๗.๑ ดูแลรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๗.๑.๑ มีส่วนรวมดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อมี ผู้ชนะ ๗.๑.๒ ทิ้งขยะได้ถูกที่ ๗.๒ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรัก ความเป็นไทย ๗.๒.๑ ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ด้วยตนเอง ๗.๒.๒ กล่าวค าขอบคุณและขอโทษด้วยตนเอง ๗.๒.๓ ยืนตรงเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญ พระบารมี มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมใน ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๘.๑ ยอมรับความเหมือนและความแตกต่าง ระหว่างบุคคล ๘.๑.๑ เล่นและท ากิจกรรมร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน ๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ๘.๒.๑ เล่นหรือท างานร่วมกับเพื่อนเป็นกลุ่ม ๘.๒.๒ ยิ้ม ทักทาย หรือพูดคุยกับผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคยได้ ด้วยตนเอง ๘.๓ ปฏิบัติตนเบื้องตนในการเป็นสมาชิกที่ ดีของสังคม ๘.๓.๑ มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ ชนะ ๘.๓.๒ ปฏิบัติตนเป็นผู้น าและผู้ตามได้ด้วยตนเอง ๘.๓.๓ ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดยปราศจากการใช้ความ รุนแรงเมื่อมีผู้ชนะ


มาตรฐานที่๙ ใช้ภาษาสื่อการได้อย่างเหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่น เข้าใจ ๙.๑.๑ ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบสอดคล้องกับเรื่องที่ ฟัง ๙.๑.๒ เล่าเรื่องเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง ๙.๒ อ่าน เขียนภาพและสัญลักษณ์ได้ ๙.๒.๑ อ่านภาพ สัญลักษณ์ ค า พร้อมทั้งชี้หรือกวาดตามอง ข้อความตามบรรทัด ๙.๒.๒ เขียนคล้ายตัวอักษร มาตรฐานที่๑o มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๑o.๑ มีความสามารถในการคิดรวบยอด ๑o.๑.๑ บอกลักษณะและส่วนประกอบของสิ่งต่างๆจากการ สังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส ๑o.๑.๒ จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างหรือความเหมือน ของสิ่งต่างๆโดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบเพียงลักษณะเดียว ๑o.๑.๓ จ าแนกและจับกลุ่มสิ่งต่างๆ โดยใช้อย่างน้อย ๑ ลักษณะเป็นเกณฑ์ ๑o.๑.๔ เรียงล าดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๔ ล าดับ ๑o.๒ มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล ๑o.๒.๑ ระบุสาเหตุ หรือ ผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการ กระท าเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑o.๒.๒ คาดเดา หรือคาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหรือมีส่วน ร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูล ๑o.๓ มีความสามารถในการคิดแก้ไขปัญหา และตัดสินใจ ๑o.๓.๑ ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆและเริ่มเรียนรู้ผลที่เกิดขึ้น ๑o.๓.๒ ระบุปัญหาและแก้ปัญหาโดยลองผิดลองถูก มาตรฐานที่๑๑ มีจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๑๑.๑ ท างานศิลปะตามจินตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์ ๑๑.๑.๑ สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของ ตนเอง โดยมีการดัดแปลงและแปลกใหม่จากเดิมหรือมี รายละเอียดเพิ่มขึ้น ๑๑.๒ แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวต าม จินตนาการอย่างสร้างสรรค์ ๑๑.๑.๒ เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของ ตนเองอย่างหลากหลายหรือแปลกใหม่


มาตรฐานที่๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔-๕ ปี ๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ๑๒.๑.๑ สนใจซักถามเกี่ยวกับสัญลักษณ์หรือตัวหนังสือที่พบเห็น ๑๒.๑.๒ กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม ๑๒.๒ มีความสามารถในการ แสวงหาความรู้ ๑๒.๒.๑ ค้นหาค าตอบของข้อสงสัยต่างๆ ตามวิธีการของตนเอง ๑๒.๒.๒ ใช้ประโยคค าถามว่า “ที่ไหน” “ท าไม” ในการค้นหา ค าตอบ การจัดเวลาเรียน หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ส าหรับเด็กอายุ ๓ ปี ก าหนดกรอบโครงสร้างเวลาในการจัดประสบการณ์ ให้กับเด็ก ๑-๓ ปีการศึกษา โดยประมาณ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กที่เริ่มเข้าสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เวลาเรียน ส าหรับเด็กจะขึ้นอยู่กับสถานศึกษาแต่ละแห่ง โดยมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วันต่อ ๑ ปีการศึกษา ในแต่ละวัน จะใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง โดยสามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาและสถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัย สาระที่ควรเรียนรู้ ๓–๖ ปี สาระการเรียนรู้ เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุก ด้านให้เป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตรที่ก าหนด ประกอบด้วย ประสบการณ์ส าคัญ และสาระที่ควรเรียนรู้ดังนี้ ๑. ประสบการณ์ส าคัญ เป็นแนวทางในการจัดประสบการณ์ให้เด็กเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และได้รับการ ส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน ดังนี้ ๑.๑ ประสบการณ์ส าคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส พัฒนาการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาท ในการ ท ากิจวัตรประจ าวันหรือท ากิจกรรมต่างๆ และสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและสุขอนามัย สุขนิสัย และ การรักษาความปลอดภัย ดังนี้ ด้านร่างกาย ประสบการณ์ส าคัญ ๑.๑.๑ การใช้กล้ามเนื้อใหญ่ (๑) การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ (๒) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ (๓) การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุอุปกรณ์ (๔) การเคลื่อนไหวที่ใช้ในการประสานสัมพันธ์ของการใช้ กล้ามเนื้อใหญ่ในการขว้าง การจับ การโยน การเตะ (๕) การเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ ๑.๑.๒ การใช้กล้ามเนื้อเล็ก (๑) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างจากแท่งไม้ บล็อก (๒) การเขียนภาพและการเล่นกับสี (๓) การปั้น


(๔) การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ด้วยเศษวัสดุ (๕) การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และ การร้อยวัสดุ ๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพอนามัยส่วนตน (๑) การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจ าวัน ๑.๑.๔ การรักษาความปลอดภัย (๑) การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยในกิจวัตรประจ าวัน (๒) การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์ เกี่ยวกับการป้องกันและ รักษาความปลอดภัย (๓) การเล่นเครื่องเล่นอย่างปลอดภัย (๔) การเล่นบทบาทสมมติเหตุการณ์ต่างๆ ๑.๑.๕ การตระหนักรู้เกี่ยวกับร่างกายตนเอง (๑) การเคลื่อนไหวโดยควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับ และ พื้นที่ (๒) การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีดขว้าง ๑.๒ ประสบการณ์ส าคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้ แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกับวัย ตระหนักถึงลักษณะพิเศษเฉพาะ ที่เป็น อัตลักษณ์ความเป็นตัวของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ได้พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม สุนทรียภาพ ความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และความเชื่อมั่นในตนเองขณะปฏิบัติกิจกรรมต่างๆดังนี้ ด้านอารมณ์ ประสบการณ์ส าคัญ ๑.๒.๑ สุนทรียภาพ ดนตรี (๑) การฟัง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเสียงดนตรี (๒) การเล่นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ (๓) การเล่นบทบาทสมมติ (๔) การท ากิจกรรมศิลปะต่างๆ (๕) การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม ๑.๒.๒ การเล่น (๑) การเล่นอิสระ (๒) การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ (๓) การเล่นตามมุมประสบการณ์ (๔) การเล่นนอกห้องเรียน ๑.๒.๓ คุณธรรม จริยธรรม (๑) การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับถือ (๒) การฟังนิทานเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม (๓) การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงจริยธรรม ๑.๒.๔ การแสดงออกทางอารมณ์ (๑) การพูดสะท้อนความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น (๒) การเล่นบทบาทสมมติ


(๓) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (๔) การร้องเพลง (๕) การท างานศิลปะ ๑.๒.๕ การมีอัตลักษณ์เฉพาะตนและเชื่อ ว่าตนเองมีความสามารถ (๑) การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตามความสามารถของตนเอง ๑.๒.๖ การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (๑) การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุข เห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้า หรือเสียใจและการช่วยเหลือปลอบโยนเมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ๑.๓ ประสบการณ์ส าคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส ปฏิสัมพันธ์กับบุคลและสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวจากการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆผ่านการเรียนรู้ทางสังคม เช่น การ เล่น การท างานกับผู้อื่น การปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆดังนี้ ด้านสังคม ประสบการณ์ส าคัญ ๑.๓.๑ การปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน (๑) การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจ าวัน (๒) การปฏิบัติตนตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๑.๓.๒ การดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (๑) การมีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและ ภายนอกห้องเรียน (๒) การใช้วัสดุและสิ่งของเครื่องใช้อย่างคุ้มค่า (๓) การท างานศิลปะที่น าวัสดุหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ใช้แล้ว มาใช้ ซ้ าหรือแปรรูปแล้วน ากลับมาใช้ใหม่ (๔) การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ (๕) การเลี้ยงสัตว์ (๖) การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในชีวิตประจ าวัน ๑.๓.๓ การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและ ความเป็นไทย (๑) การเล่นบทบาทสมมติการปฏิบัติตนในความเป็นไทย (๒) การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย (๓) การประกอบอาหาร (๔) การศึกษานอกสถานที่ (๕) การละเล่นพื้นบ้านของไทย ๑.๓.๔ การมีปฏิสัมพันธ์ มีวินัย มีส่วนร่วม และ บทบาทสมาชิกของสังคม (๑) การร่วมก าหนดข้อตกลงของห้องเรียน (๒) การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของห้องเรียน


(๓) การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ (๔) การดูแลห้องเรียนร่วมกัน (๕) การร่วมกิจกรรมวันส าคัญ ๑.๓.๕ การเล่นและท างานแบบร่วมมือร่วมใจ (๑) การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (๒) การเล่นและท างานร่วมกับผู้อื่น (๓) การท าศิลปะแบบร่วมมือ ๑.๓.๖ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง (๑) การมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการแก้ปัญหา (๒) การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ๑.๓.๗ การยอมรับในความเหมือนและความ แตกต่างระหว่างบุคคล (๑) การเล่นหรือท ากิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อน ๑.๔ ประสบการณ์ส าคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้และ เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่างๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่ หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดเชิง เหตุผล และการคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัวและมีความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานของการ เรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไป ด้านสติปัญญา ประสบการณ์ส าคัญ ๑.๔.๑ การใช้ภาษา (๑) การฟังเสียงต่างๆในสิ่งแวดล้อม (๒) การฟังและปฏิบัติตามค าแนะน า (๓) การฟังเพลง นิทาน ค าคล้องจอง บทร้อยกรองหรือเรื่องราวต่างๆ (๔) การพูดแสดงความคิด ความรู้สึก และความต้องการ (๕) การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง หรือพูดเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง (๖) การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ (๗) การพูดอย่างสร้างสรรค์ในการเล่น และการกระท าต่างๆ (๘) การรอจังหวะที่เหมาะสมในการพูด (๙) การพูดเรียงล าดับเพื่อใช้ในการสื่อสาร (๑๐) การอ่านหนังสือภาพ นิทาน หลากหลายประเภท/รูปแบบ (๑๑) การอ่านอย่างอิสระตามล าพัง การอ่านร่วมกัน การอ่านโดยมีผู้ชี้แนะ (๑๒) การเห็นแบบอย่างของการอ่านที่ถูกต้อง (๑๓) การสังเกตทิศทางการอ่านตัวอักษร ค า และข้อความ (๑๔) การอ่านและชี้ข้อความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัดจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง


(๑๕) การสังเกตตัวอักษรในชื่อของตน หรือค าคุ้นเคย (๑๖) การสังเกตตัวอักษรที่ประกอบเป็นค าผ่านการอ่านหรือเขียนของผู้ใหญ่ (๑๗) การคาดเดาค า วลี หรือประโยค ที่มีโครงสร้างซ้ าๆกัน จากนิทาน เพลง ค าคล้อง จอง (๑๘) การเล่นเกมทางภาษา (๑๙) การเห็นแบบอย่างของการเขียนที่ถูกต้อง (๒๐) การเขียนร่วมกันตามโอกาส และการเขียนอิสระ (๒๑) การเขียนค าที่มีความหมายกับตัวเด็ก/ค าคุ้นเคย (๒๒) การคิดสะกดค าและเขียนเพื่อสื่อความหมายด้วยตนเองอย่างอิสระ ๑.๔.๒ การคิดรวบยอด การ คิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจ และแก้ปัญหา (๑) การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม (๒) การสังเกตสิ่งต่างๆและสถานที่จากมุมมองที่ต่างกัน (๓) การบอกและแสดงต าแหน่ง ทิศทาง และระยะทางของสิ่งต่างๆด้วยการกระท า ภาพวาด ภาพถ่าย และรูปภาพ (๔) การเล่นกับสื่อต่างๆที่เป็นทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย (๕) การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจ าแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะและรูปร่าง รูปทรง (๖) การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์ และการแยกชิ้นส่วน (๗) การท าซ้ า การต่อเติม และการสร้างแบบรูป (๘) การนับและแสดงจ านวนสิ่งของต่างๆในชีวิตประจ าวัน (๙) การเปรียบเทียบและเรียงล าดับจ านวนของสิ่งต่างๆ (๑๐) การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ (๑๑) การบอกและแสดงอันดับที่ของสิ่งต่างๆ (๑๒) การชั่ง ตวง วัดสิ่งต่างๆโดยใช่เครื่องมือและหน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน (๑๓) การจับคู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงล าดับ สิ่งต่างๆตามลักษณะ ความยาว/ ความสูง น้ าหนัก ปริมาตร (๑๔) การบอกและเรียงล าดับกิจกรรมหรือเหตุการณ์ตามช่วงเวลา (๑๕) การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ในชีวิตประจ าวัน (๑๖) การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระท า (๑๗) การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล (๑๘) การมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมีเหตุพล


(๑๙) การตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา ๑ . ๔ . ๓ จิ น ต น า ก า ร แ ล ะ ความคิดสร้างสรรค์ (๑) การรับรู้ และแสดงความคิดความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และชิ้นงาน (๒) การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ (๓) การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่หลากหลาย ๑ .๔.๔ เจตคติที่ดีต่อก า ร เรียนรู้และการแสวงหาความรู้ (๑) การส ารวจสิ่งต่างๆและแหล่งเรียนรู้รอบตัว (๒) การตั้งค าถามในเรื่องที่สนใจ (๓) การมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและน าเสนอข้อมูลจากการสืบเสาะหาความรู้ใน รูปแบบต่างๆและแผนภูมิอย่างง่าย ๒. สาระที่ควรเรียนรู้เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่น ามาเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดแนวคิด หลังจากน าสาระที่ควรรู้นั้นๆ มาจัดประสบการณ์ให้เด็ก เพื่อให้บรรลุจุดหมายที่ก าหนดไว้ ทั้งนี้ ไม่เน้นการท่องจ า เนื้อหา ผู้สอนสามารถก าหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ และความสนใจของเด็ก โดยให้ เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ส าคัญ ทั้งนี้ อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้ โดยค านึงถึงประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมในชีวิต จริงของเด็ก ดังนี้ ๒.๑ เรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้ชื่อ นามสกุล รูปร่างหน้าตา อวัยวะต่างๆ วิธีระวัง รักษาร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การระมัดระวังความ ปลอดภัยของตนเองจากผู้อื่นและภัยใกล้ตัว รวมทั้งการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย การรู้จักประวัติความเป็นมา ของตนเองและครอบครัว การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและโรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเองและ ผู้อื่น การรู้จักแสดงความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การก ากับตนเอง การเล่นและท าสิ่ง ต่างๆ ด้วยตนเองตามล าพังหรือกับผู้อื่น การตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การสะท้อนการ รับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกอย่างเหมาะสม การแสดง มารยาทที่ดี การมีคุณธรรมจริยธรรม ๒.๒ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่างๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจ าวัน สถานที่ ส าคัญ วันส าคัญ อาชีพของคนในชุมชน ศาสนา แหล่งวัฒนธรรมในชุมชน สัญลักษณ์ส าคัญของชาติไทยและการ ปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย หรือแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอื่นๆ ๒.๓ ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและ ความสัมพันธ์ของมนุษย์ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดิน น้ า ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรงและ พลังงานในชีวิตประจ าวันที่แวดล้อมเด็ก รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการรักษาสาธารณสมบัติ


๒.๔ สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายในชีวิตประจ าวัน ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ าหนัก จ านวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ รอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้ งาน และการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและการสื่อสารต่างๆ ที่ใช้อยู่ใน ชีวิตประจ าวันอย่างประหยัด ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม ๒.๕ วันส าคัญ เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับวันส าคัญเกี่ยวกับวิถีชีวิต ศาสนา และขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และความเป็นไทย ทั้งของชาติและของชุมชนท้องถิ่น นอกจากสาระที่ควรเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จ านวน ๔ สาระ ที่ควรเรียนรู้แล้ว โรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง สังกัดเทศบาลต าบลวังผาง ได้ก าหนดสาระที่ควรเรียนรู้ เพิ่มเติม เกี่ยวกับนโยบาย และจุดเน้น ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ก าหนดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ศาสนา และขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และความเป็นไทย โดยมีสาระ รายละเอียดสาระที่ควรเรียนรู้เพิ่มเติม ดังนี้ ๒.๖ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การจัดกิจกรรมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงส าหรับเด็กปฐมวัย แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ประมาท โดยค านึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระท า ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง มีหลักพิจารณาอยู่ ๕ ส่วน ดังนี้ ๑. กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการด ารงอยู่ และปฏิบัติตนในทางที่ ล าดับที่ สาระที่ควรเรียนรู้เรื่องวันส าคัญ ตัวอย่างวันส าคัญต่างๆ หมายเหตุ ๑ วันส าคัญทางศาสนา (๑) วันส าคัญทางศาสนาพุทธ ๑. วันมาฆบูชา ๒. วันเข้าพรรษา ๒ วันส าคัญของชาติ ๑. วันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒. วันแม่แห่งชาติ ๓. วันพ่อแห่งชาติ ๓ วันส าคัญของท้องถิ่น ๑. วันลอยกระทง ๒. วันสงกรานต์ ๔ วันส าคัญอื่นๆ ๑. วันเด็ก ๒. วันครู


ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถน ามาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการ มองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อความมั่นคง และความยั่งยืนของการพัฒนา ๒. คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถน ามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน ๓. ค านิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย ๓ คุณลักษณะ พร้อม ๆ กันดังนี้ – ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่ เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น เช่นการผลติ และการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ – ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้อง เป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนค านึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระท า นั้น ๆ อย่างรอบคอบ – การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการ เปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยค านึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน อนาคตทั้งใกล้ และไกล เงื่อนไข การตัดสินใจและการด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ - เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบ ด้าน ความรอบคอบที่จะน าความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความ ระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ - เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการด าเนินชีวิต - แนวทางปฏิบัติ / ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการน าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมา ประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุล และยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้ และเทคโนโลยี ประการที่ส าคัญของเศรษฐกิจพอเพียง 1. พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน 2-3 ต้น พอที่จะมี ไว้กินเองในครัวเรือน เหลือจึงขายไป 2. พออยู่พอใช้ท าให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็น ใช้แต่ของที่เป็น ธรรมชาติ (ใช้จุลินทรีย์ผสมน้ าถูพื้นบ้าน จะสะอาดกว่าใช้น้ ายาเคมี) รายจ่ายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่า รักษาพยาบาล) 3. พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น เพราะเรา จะหลงติดกับวัตถุ ปัญญาจะไม่เกิด 2.7 อาเซียนศึกษา (1) ประเทศสมาชิกอาเซียน 1. ชื่อประเทศและธงชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน 2. ดอกไม้/ต้นไม้ประจ าชาติ


3. สัญลักษณ์ตราแผ่นดิน 4. สัตว์ประจ าชาติ 5. เพลงชาติประเทศสมาชิกอาเซียน ๒.๘ เด็กปฐมวัยโตไปไม่โกง กรอบสาระกิจกรรมโตไปไม่โกง ระดับปฐมวัย ประกอบด้วย ๕ สาระ 1. ความซื่อสัตย์สุจริต คือ การยึดมั่นในความสัตย์จริงและสิ่งที่ถูกต้องดีงาม รู้จักแยกแยะถูกผิด ปฏิบัติต่อตนเอง และผู้อื่นโดยชอบ ไม่คดโกง คุณลักษณะที่พึงประสงค์ - พูดความจริง - ไม่ลักขโมย - ท าตัวเป็นที่น่าเชื่อถือ ท าตามสัญญา - กล้าเปิดเผยความจริง - รู้จักแยกแยะประโยชน์ส่วนตัว ส่วนรวม ๒.การมีจิตสาธารณะ คือ การมีจิตส านึกเพื่อส่วนรวม ตระหนักรู้และค านึงถึงสังคมส่วนรวม มีความรับผิดชอบต่อตนเองในการ กระท าใดๆเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียหายต่อส่วนรวมและความพร้อมที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อรักษา ผลประโยชน์ส่วนรวม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ - ร่วมดูแลสังคม - รับผิดชอบส่วนรวม - เสียสละเพื่อส่วนรวม - เอื้อเฟื้อ เมตตา มีน้ าใจ - ไม่เห็นแก่ตัว 3.การกระท าอย่างรับผิดชอบ คือ การมีจิตส านึกในบทบาทและหน้าที่ของตนเอง และปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด เคารพกฎเกณฑ์กติกา พร้อมให้ตรวจสอบการกระท าได้เสมอ หากมีการกระท าก็พร้อมที่จะยอมรับและแก้ไข คุณลักษณะที่พึงประสงค์ - ท าหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด - มีระเบียบวินัย - เคารพกฎ กติกา - รับผิดชอบในสิ่งทีท า กล้ายอมรับผิดและรับการลงโทษ


- รู้จักส านึกและขอโทษ แก้ไขในสิ่งที่ผิด - กล้าท าในสิ่งที่ถูกต้อง 4.เป็นอยู่อย่างพอเพียง คือ การด าเนินชีวิตโดยยึดหลักพอประมาณ ซื่อตรง ไม่ละโมบโลภมาก รู้จักยับยั้งชั่งใจ และไม่เอาเปรียบหรือ เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น คุณลักษณะที่พึงประสงค์ - รู้จักความพอเพียง ความพอดี - มีความอดทน อดกลั้น - รู้จักบังคับตัวเอง - ไม่กลัวความยากล าบาก - ไม่ท าอะไรแบบสุดขั้วหรือสุดโต่ง - มีสติและเหตุผล


ตารางก าหนดเวลาเรียน ชั้น อนุบาลปีที่ 1 – ๓ ภาคเรียนที่ เวลาเรียน (วัน) หมายเหตุ ๑ 100 ๒ 100 รวม 200 ไม่ต่ ากว่า 180 วัน/ 1 ปีการศึกษา กิจกรรม เวลาเรียน (นาที/วัน) ๑. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ๒๐ ๒. กิจกรรมสร้างสรรค์ ๓0 ๓. กิจกรรมเสรี ๓๐ ๔. กิจกรรมกลางแจ้ง ๔0 ๕. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ๔๐ ๖. เกมการศึกษา ๓๐ ๗. ทักษะพื้นฐานในชีวิตประจ าวัน - ตรวจสุขภาพ ไปห้องน้ า - ล้างมือ ล้างเท้า - รับประทานอาหาร - นอนพักผ่อน - เก็บที่นอน ล้างหน้า แปรงฟัน - ทบทวนบทเรียน ๑๐ ๑๐ 40 90 ๑0 10 รวม 6 ชั่วโมง / วัน


ตารางกิจกรรมประจ าวัน ชั้น อนุบาลปีที่ 1 – ๓ เวลา กิจกรรม ๐๗.2๐ - ๐8.0๐ รับเด็ก ๐8.00 - ๐8.2๐ กิจกรรมหน้าเสาธง ๐8.2๐ - ๐๘.30 ตรวจสุขภาพ ไปห้องน้ า ๐๘.30 - ๐๘.50 กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ๐๘.50 - ๐๙.20 กิจกรรมสร้างสรรค์ ๐๙.20 - ๐9.50 กิจกรรมเสรี/เล่นตามมุม ๐9.50 - ๑๐.3๐ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ๑๐.30 - 11.10 กิจกรรมกลางแจ้ง ๑1.10 - ๑๑.20 ล้างมือ ๑๑.2๐ - ๑2.20 รับประทานอาหารกลางวัน / แปรงฟัน ๑๒.20 - ๑3.5๐ นอนพักผ่อน ๑3.5๐ - ๑๔.0๐ เก็บที่นอน ล้างหน้า แปรงฟัน ๑4.0๐ - ๑4.30 เกมการศึกษา ๑4.30 - ๑๕.0๐ ดื่มนม /ทบทวนบทเรียน /เตรียมตัวกลับบ้าน


ผังมโน


นทัศน์


ผังมการจัดการศึกษาปฐมวัยใน ผังม การจัดการศึกษาปฐมวัยใน


มโนทัศน์สาระการเรียนรู้นสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มโนทัศน์สาระการเรียนรู้ นสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


ผังมโนทัศน์สาระการเรี การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ผังมโนทัศน์สาระการเรี การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ใ


รียนรู้ที่ 1 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยนรู้ที่ 1 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องรา การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถ ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องราว การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถ


วเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถานศึ ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่ การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถานศึ


ที่ 3 ธรรมชาติรอบตัว ศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 ธรรมชาติรอบตัว ศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่ 4 การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถานศึ ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่ 4 การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถานศึก


4 สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก ศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก กษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


ผังมโนทัศน์สาระการเรี การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถาน ผังมโนทัศน์สาระการเรีย การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถาน


รียนรู้ที่ 5 วันส าคัญ นศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยนรู้ที่ 5 วันส าคัญ นศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่ 6 ปรัการจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถานศึก ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่ 6 ปรั การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถานศึก


รัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถานศึก ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่ การจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถานศึก


ที่ 7 อาเซียนศึกษา กษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 อาเซียนศึกษา กษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่ 8 ตการจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถานศึ ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้ที่ 8 ตการจัดการศึกษาปฐมวัย อายุ 3 - 6 ในสถานศึ


เด็กปฐมวัยโไปไม่โกง ศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เด็กปฐมวัยโไปไม่โกง กษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


สัปดาห์ ที่ หน่วยการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ระยะเวลา วัน/เดือน/ปี จ านวน วัน ๑. แรกรับประทับใจ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 สัปดาห์ 1๖ – ๑๙ พฤษภาคม 256๖ 4 ๒. อวัยวะและการดูแล เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 สัปดาห์ 2๒ - 2๖ พฤษภาคม256๖ 5 ๓. โรงเรียนของฉัน เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและ สถานที่แวดล้อมเด็ก 1 สัปดาห์ ๒๙ – ๑ มิถุนายน 256๖ 4 ๔. เด็กดีมีวินัย เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 สัปดาห์ ๒, ๖-๙ มิถุนายน 256๖ 5 ๕. หนูน้อยน่ารัก เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 สัปดาห์ 1๒ – 1๖ มิถุนายน 256๖ 5 ๖. หนูน้อยนักสัมผัส เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 สัปดาห์ ๑๙ – 2๓ มิถุนายน 256๖ 5 ๗. ผัก ผลไม้ ธรรมชาติรอบตัว 1 สัปดาห์ 2๖ – ๓๐ มิถุนายน 256๖ 5 ๘. กินดี อยู่ดี มีสุข เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 สัปดาห์ ๓ - ๗ กรกฎาคม 256๖ 5 ๙. ขยับกายสบายชีวี เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 สัปดาห์ 1๐ – 1๒ กรกฎาคม 256๖ 3 ๑๐. ป้องกันห่างไกลโควิด 19 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 สัปดาห์ 1๓ – ๑๔, ๑๗ - ๑๙ กรกฎาคม 256๖ 5 ๑๑. ปลอดภัยไว้ก่อน เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 สัปดาห์ 2๐ – 2๑, ๒๔ - ๒๕ กรกฎาคม 256๖ 4 ๑๒. ครอบครัวแสนสุข เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและ สถานที่แวดล้อมเด็ก 1 สัปดาห์ ๒๖ – ๒๗, ๓๑, ๓ - ๔ สิงหาคม 256๖ 5 ๑๓. บ้านแสนสุข เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและ สถานที่แวดล้อมเด็ก 1 สัปดาห์ ๗ – 1๐ สิงหาคม 256๖ 4 ๑๔. ชุมชนน่าอยู่ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและ สถานที่แวดล้อมเด็ก 1 สัปดาห์ 1๑, ๑๕ - ๑๘ สิงหาคม 256๖ 5 ๑๕. ข้าวมหัศจรรย์ ธรรมชาติรอบตัว 1 สัปดาห์ 2๑ – 2๕ สิงหาคม 256๖ 5 ๑๖. อาชีพในฝัน เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและ สถานที่แวดล้อมเด็ก 1 สัปดาห์ 2๘ – ๓๑, ๑ กันยายน 256๖ 5 ๑๗. ต้นไม้ ธรรมชาติรอบตัว 1 สัปดาห์ ๔ – ๘ กันยายน 256๖ 5 ๑๘. ดอกไม้ ธรรมชาติรอบตัว 1 สัปดาห์ 1๑ – 1๕ กันยายน 256๖ 5 ๑๙. วันส าคัญ วันส าคัญ 1 สัปดาห์ 1๘ – 2๒ กันยายน 256๖ 5 ๒๐. โตไปไม่โกง เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กปฐมวัยโต ไปไม่โกง 1 สัปดาห์ 2๔ – ๒๙ กันยายน 256๖ 5 ประเมินพัฒนาการภาคเรียนที่ 1 5 รวมสรุป 94 ก าหนดหน่วยการจัดประสบการณ์ ปีการศึกษา 256๖ ภาคเรียนที่ 1


โครงการสอนรายปี (ปฐมวัย/อายุ 3 – 6 ปี) ปีการศึกษา 256๖ โรงเรียนเทศบาลต าบลวังผาง สังกัด กองการศึกษาเทศบาลต าบลวังผาง ภาคเรียนที่ 1/256๖ สัปด าห์ที่ ระยะเวลา หน่วยสาระการ เรียนรู้ เรื่อง จ านวน วัน ๑. 1๖ – ๑๙ พฤษภาคม 256 ๖ เรื่องราวเกี่ยวกับตัว เด็ก แรกรับประทับใจ 1. ชื่อ-สกุล ความหมาย ค าน าหน้าชื่อ 2. ชื่อเล่น ชื่อจริงของเพื่อน 3. ชื่อเล่น ชื่อจริงคุณครูประจ าชั้น 4. ชื่อโรงเรียนชั้นเรียน 5. สถานที่ตั้งโรงเรียน (ชุมชน ต าบล อ าเภอ) 4 ๒. 2๒ - 2๖ พฤษภาคม256๖ เรื่องราวเกี่ยวกับตัว เด็ก อวัยวะและการดูแล 1. หน้าที่ของอวัยวะตา หู จมูก ปาก มือ เท้า 2. การดูแลรักษาอวัยวะ ตา หู จมูก ปาก มือ เท้า 3. การป้องกันและรักษาโรคตาแดง 4. การป้องกันและดูแลรักษาโรคที่เกิดกับหู จมูก 5. การป้องกันและดูแลรักษา ,มือ เท้า ปาก 5 ๓. 30 – 3 มิถุนายน 256๖ เรื่องราวเกี่ยวกับ บุคคลและสถานที่ แวดล้อมเด็ก โรงเรียนของฉัน 1. ชื่อโรงเรียนตราสัญลักษ์และค าขวัญของโรงเรียน 2. อาคาร สถานที่ และ ห้องต่างๆในโรงเรียน 3. บุคคลและหน้าที่ของบุคคลภายในโรงเรียน 4. การปฏิบัติตน การร่วมกิจกรรมภายในโรงเรียน 5. การรักษาความสะอาดรอบๆบริเวณโรงเรียน 4 ๔. ๒, ๖-๙ มิถุนายน 256๖ เรื่องราวเกี่ยวกับตัว เด็ก เด็กดีมีวินัย 1. ของใช้ส่วนตัวเด็ก , 2. สัญลักษณ์ประจ าตัว 3. การเก็บของเข้าที่ เก็บวัสดุ อุปกรณ์ 4. การปฏิบัติตนในการใช้ห้องน้ าอย่างถูกวิธี 5. การปฏิบัติตนตามข้อตกลงของห้องเรียน 5 ๕. 1๒ – 1๖ มิถุนายน 256๖ เรื่องราวเกี่ยวกับตัว เด็ก หนูน้อยน่ารัก 1. มารยาทในการรับประทานอาหาร 2. มารยาทในการฟัง พูด 3. มารยาทในการเดินผ่านผู้ใหญ่ 5


สัปด าห์ที่ ระยะเวลา หน่วยสาระการ เรียนรู้ เรื่อง จ านวน วัน 4. การนั่งอย่างถูกวิธี 5. การนอนอย่างถูกวิธี ๖. ๑๙ – 2๓ มิถุนายน 256๖ เรื่องราวเกี่ยวกับตัว เด็ก หนูน้อยนักสัมผัส 1. การมองเห็น 2. การดมกลิ่น 3. การได้ยิน 4. การชิมรส 5. การสัมผัส 5 ๗. 2๖ – ๓๐ มิถุนายน 256๖ ธรรมชาติรอบตัว ผัก ผลไม้ 1. ชนิดของผัก 2. ลักษณะและสีของผัก 3. ชื่อของผลไม้ 4. รูปร่าง ลักษณะและสีของผลไม้ 5. วิธีรับประทานผัก ผลไม้ 5 ๘. ๓ - ๗ กรกฎาคม 256๖ เรื่องราวเกี่ยวกับตัว เด็ก กินดี อยู่ดี มีสุข 1. อาหารดีมีประโยชน์ 2. ความส าคัญและประโยชน์ของการรับประทาน อาหาร 3. การล้างมืออย่างถูกวิธี 4. การแปรงฟันและการท าความสะอาดร่างกาย 5. สุขนิสัยในการขับถ่าย 5 ๙. 1๐ – 1๒ กรกฎาคม 256 ๖ เรื่องราวเกี่ยวกับตัว เด็ก ขยับกายสบายชีวี 1. ประโยชน์ของการพักผ่อน 2. ประโยชน์ของการออกก าลังกาย 3. การปฏิบัติตนในการออกก าลังกายและการพักผ่อน 4. ประเภทของการออกก าลังกาย 5. การเล่นเครื่องเล่นสนาม 3 ๑๐. 1๓ – ๑๔, ๑๗ - ๑๙ กรกฎาคม 256๖ เรื่องราวเกี่ยวกับตัว เด็ก ป้องกันห่างไกลโควิด 19 1. ความรู้เกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า 2019 (ที่มาของเชื้อ ไวรัสโคโรน่า) 2. อาการของโรค 5


Click to View FlipBook Version