66
หนว่ ยท่ี 3
การเลอื กซือ้ อาหารสด-แหง้ และการเกบ็ รักษาอาหารอย่างถกู วิธี
สาระสำคญั
อาหารเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งในการดำรงชีวิตในวันหนึ่ง ๆ คนเราต้องกินอาหารถึง 3 มื้อการเลือกซื้อ
อาหารจึงมีความจำเป็นที่ผู้ซื้อจะต้องมีหลักในการซื้อ เพื่อช่วยในการตัดสินใจ จะทำให้ได้อาหารที่มีคุณภาพดี มี
ประโยชน์ตอ่ ร่างกาย
สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของอาหาร
2. หลกั การเลือกซื้ออาหาร
3. การเลอื กซอ้ื อาหารประเภทเน้ือสตั ว์ (เนือ้ /หมู)
4. การเลือกซื้ออาหารประเภทผัก
5. การเลือกซอ้ื อาหารประเภทผลไม้
6. การเลอื กซอื้ ประเภทอาหารแห้ง
7. การเลอื กซ้ือเครื่องปรุงรส แต่งสี และแตง่ กลิ่นอาหาร
8. การเลอื กซอ้ื อาหารสำเร็จรปู
9. วธิ กี ารเก็บและการถนอมอาหาร
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายของอาหารได้
2. ระบหุ ลกั การเลือกซ้ืออาหารได้
3. ยกตัวอยา่ งการเลือกซื้ออาหารประเภทเน้ือสัตว์ (เน้ือ/หมู) ได้
4. เลือกซื้ออาหารประเภทผกั ได้
5. เลอื กซ้ืออาหารประเภทผลไม้ได้
6. อธบิ ายการเลอื กซื้ออาหารแต่ละประเภทได้
7. จำแนกการเลือกซอ้ื เครื่องปรุงรส แต่งสี และแตง่ กลน่ิ อาหารได้
8. สรปุ ความการเลอื กซื้ออาหารสำเร็จรปู ได้
9. สาธติ วธิ กี ารเก็บและการถนอมอาหารได้
สมรรถนะประจำหน่วย
เลอื กซ้ืออาหารสด-แห้งและการเกบ็ รักษาอาหารอย่างถูกวิธี
67
แบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยท่ี 2
คำสัง่ จงทำเครอ่ื งหมายกากบาท (x) ทบั ลงบนตวั เลือกที่ถูกทีส่ ดุ
1. ขอ้ ใดไม่ใชค่ วามหมายของคำวา่ “อาหาร”
ก. น้ำดมื่
ข. สารปรงุ แตง่ อาหาร
ค. น้ำแข็ง
ง. นม
จ. สารอาหาร
2. การเลือกซื้ออาหารทีถ่ กู สุขลักษณะจะตอ้ งคำนึงถึงหลักข้อใด
ก. ประโยชน์
ข. ประหยดั
ค. ปลอดภัย
ง. ปอ้ งกันโรค
จ. ขอ้ ก. ข. และ ค. ถกู
3. เน้อื สัตว์ เปน็ อาหารที่ให้สารอาหารในข้อใดมากทีส่ ดุ
ก. ไขมนั
ข. วติ ามิน
ค. เกลอื แร่
ง. โปรตนี
จ. คาร์โบไฮเดรต
4. ลักษณะเน้อื หมูในข้อใดท่ีไม่ควรซ้อื มาประกอบอาหาร
ก. เน้อื มสี ชี มพู
ข. มีมนั สีขาว
ค. เนอ้ื มีม่วงคลำ้
ง. หนังเกลยี้ ง
จ. ระหว่างช้นั หนังหมสู ะอาด
68
5. ลกั ษณะปลาในขอ้ ใดที่ไม่ควรซื้อมาประกอบอาหาร
ก. เน้ือเหลว
ข. ไม่มเี มือกมาก
ค. ตัวเปน็ มนั สดใส
ง. เหงือกสีแดง
จ. ไม่มีกลนิ่ เหมน็ เน่า
6. ใครเลือกซ้ือผดั ไม่ถกู ต้อง
ก. เกดเลือกมะนาวทม่ี ีเปลือกบางเรียบ ผวิ เรยี บ น่มิ และไม่เห่ยี วย่น
ข. ก้องเลือกถ่วั ฝกั ยาว ฝักอ่อน สีเขียวสด เนื้อแนน่
ค. การ เลอื กผักบุ้งจนี ใบสีเขียวสดลำต้นออ่ น ๆ ใบไมเ่ ห่ียว
ง. กรเลอื กมะเขือเทศลกู เหย่ี ว ๆ ยน่ ๆ
จ. กน้ เลอื กแตงกวาลูกที่มขี นาดเล็กยาวสเี ขียวเข้ม มีน้ำหนัก
7. ขอ้ ใดคอื หลักการเลือกซ้ือส้มเขยี วหวาน
ก. ผวิ บาง
ข. ไมม่ ตี ำหนิ
ค. ตรงข้วั ไมน่ นู
ง. มีสีเหลอื งอมเขยี ว
จ. ถกู ทุกข้อ
8. ขอ้ ใดไมใ่ ชห่ ลกั ในการเลือกซ้ือมังคุด
ก. ผิวสีม่วง
ข. ขัว้ สีเขยี วสด
ค. กลีบเลี้ยงเผยอ
ง. จบั หรือบบี ดจู ะแขง็ เปน็ ไต
จ. เลือกผลขนาดกลาง
69
9. ใครเลือกซ้ือกระเทียมถกู ต้อง
ก. จอยเลอื กท่เี ปลอื กแห้งสนิท
ข. ใจเลือกที่กลบี แนน่
ค. โจเลอื กท่ีฝอ่ ลีบ
ง. จูนเลอื กที่ไมเ่ ปน็ รา
จ. จะ๊ เลอื กทบี่ บี และไม่บุบตามมือ
10. ใบย่านางจะให้สผี สมอาหารแบบธรรมชาตสิ ใี ด
ก. สีเขยี ว
ข. สีแดง
ค. สนี ้ำเงนิ
ง. สีเหลอื ง
จ. สดี ำ
70
[1] ความหมายของอาหาร
อาหาร (Food) อาหารสด อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง อาหารปรุงสำเร็จ เครื่องดื่ม น้ำดื่ม น้ำแข็ง นม
และผลิตภัณฑ์นม สารปรุงแต่งอาหาร ซึ่งมีหลักการในการเลือกซื้ออาหารที่ถูกสุขลกั ษณะ โดยคำนึงถึง หลัก 3 ป
คือ ปลอดภัย ประโยชน์ ประหยัด
ปลอดภัย คือ ต้องเลือกซื้ออาหารที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย ผลิตจากแหล่งที่เชื่อถือได้ โดยมี
ลักษณะ สีสัน กลน่ิ รสชาติ ตามธรรมชาติ ในกรณีที่เปน็ อาหารท่ีมีการควบคุมตามกฎหมาย จะต้องมีเครื่องหมาย/
สัญลกั ษณ์แสดงใหเ้ หน็ เชน่ เครือ่ งหมาย อย. เครอื่ งหมาย มอก. ทีส่ ำคญั คือ จะต้องเลือกซื้ออาหารท่ีใหม่ สด โดย
ดูจากวนั ทผี่ ลติ หรือวนั หมดอายุบนฉลากบรรจุอาหารเป็นสำคัญ
รูปท่ี 3.1 แสดงรปู ผกั สดชนดิ ตา่ ง ๆ
ที่มา : https://bit.ly/3tlv16u
ประโยชน์ คือ ต้องเลอื กซอ้ื อาหารที่มีคุณค่า คณุ ประโยชน์ทางโภชนาการ การเลอื กซ้อื อาหารบริโภคต้อง
คำนึงถึงคุณคา่ อาหารให้ครบถ้วน เหมาะสมกบั ความต้องหาร
ประหยัด คอื ตอ้ งเลือกซ้ืออาหารตามฤดูกาลท่ีผลติ ในท้องถิ่น เพ่ือจะได้อาหารที่มีคุณภาพดี ราคาถูก หา
ซอ้ื ได้สะดวก
รูปท่ี 3.2 แสดงรูปอาหารปรงุ สุก
ทม่ี า : https://bit.ly/3CVtQh4
71
[2] หลกั การเลือกซอ้ื อาหาร
รปู ท่ี 3.3 แสดงรปู เกีย่ วกับการเลอื กซอื้ อาหาร
ท่มี า : http://health2dayblog.blogspot.com/2015/02/4_84.html
การเลือกซื้ออาหารขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของครอบครัว การจ่ายเงินค่าอาหารได้มากน้อยเพียงใดนั้น ต้อง
คำนึงถึงรายไดข้ องครอบครวั การเลือกซ้ือวัตถุดบิ ท่สี ดสะอาดเพื่อนำมาประกอบอาหารสำหรบั สมาชกิ ในครอบครัว
เป็นสิ่งจำเป็นเพราะส่งผลต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัวและส่งผลถึงค่าใช้จ่าย วัตถุดิบแต่ละชนิดที่ใช้ในการ
ประกอบอาหารต่างกันทังคุณค่าทางโภชนาการและราคา วัตถุดิบบางชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการสูงแต่ราคาถูก
บางชนดิ จะต้องรจู้ ักเลือก รู้จักสังเกต จึงจะไดท้ ่ีมีคุณภาพทงั้ สดใหม่และสมราคา ดงั นน้ั เพื่อให้ได้ของที่มีคุณภาพมี
คุณคา่ ทางโภชนาการ ควรยดึ หลักในการเอกซ้ือดงั น้ี
1. งบประมาณ (Budget) ให้เลือกซื้ออาหารตามงบประมาณที่มีอยู่ ของบางอย่างราคาถูกแต่ให้คุณค่า
ทางโภชนาการสงู หรือใช้ของทดแทนกนั ได้ เช่น การใชถ้ วั่ เหลืองหรอื ผลิตภัณฑจ์ ากถัว่ เหลืองแทนเนอ้ื สัตว์ หรอื เปน็
ส่วนผสมในเน้ือสตั วด์ ว้ ย
2. เลือกซื้ออาหารให้ถูกต้องตามฤดูกาล (Buy seasonal food in the correct order) จะได้ผัก
ผลไม้ถูกกว่าซื้อต่างฤดูกาล ผัก ผลไม้ย่อมมีรสอร่อย สด มีคุณค่าทางอาหารสูงมีปริมาณให้เลือกมาก ราคาจะถูก
กว่าซ้ือนอกฤดูกาลหรอื ซอื้ ผกั พื้นบ้านท่ีมที ุกฤดูกาล เช่น ผักบงุ้ ยอดตำลคง ถ่วั ฝักยาว เป็นต้น
72
3. เลือกซื้อของจำนวนมาก (Buy bulk) เช่น ซื้อเป็นกิโลกรัมย่อมถูกกว่าซื้อปลีก เช่น หัวหอม
กระเทยี ม กะปิ นำ้ ตาล หมู เน้อื ควรซอื้ เป็นกิโลกรมั หรอื ซอ้ื ข้าวสารเป็นถังราคาจะถูกกวา่ ซ้ือทลี ะกโิ ลกรัม
รูปท่ี 3.4 แสดงรปู เกี่ยวกบั การเลอื กซ้ือของ
ท่ีมา : https://bit.ly/3toYIDN
4.คุณคา่ ทางอาหาร (Nutritional value) ควรเลอื กซ้ืออาหารหลาย ๆ ประเภทให้ครบตามหลักอาหาร
5 หมู่ เพราะรา่ งกายของมนุษยต์ ้องการอาหารครบ 5 หมู่ ในแตล่ ะมอ้ื สมาชิกในครอบครวั จะไดร้ ับประทานอาหาร
ทห่ี ลากหลายและไดค้ ณุ คา่ ทางโภชนาการครบถ้วนหลักเบยี่ งอาหารที่มสี าร
รูปที่ 3.5 แสดงรูปวตั ถุดบิ ทีใ่ ช้ในการประกอบอาหารท้งั อาหารสดและแห้ง
ที่มา : https://bit.ly/3IoYssD
73
5. ประหยัดเวลา (Save time) กำหนดเวลาการจา่ ยตลาด ยกตัวอยา่ งสัปดาหล์ ะ 1 ครง้ั หรอื อย่างมาก 2
ครั้ง จะช่วยลดความเหนือ่ ยของแม่บ้านไดม้ าก
6. ซ้ืออาหารทีส่ ามารถหาได้ในท้องถิ่น (Food that can be found in the local area) หรือตลาด
ใกล้บา้ นของท่าน เช่น ผกั ทชี่ าวบ้านปลกู เอง และนำมาขายในตลาดตอนเช้าราคาจะถูก เพราะไมต่ ้องเสยี คา่ ขนส่ง
7. วัยของบุคคล (Age of person) ย่อมมีส่วนสำคัญที่จะต้องพิจารณาด้วยในการเลือกซื้ออาหาร เช่น
วัยเด็กควรรับประทานจำพวกผกั สว่ นบางคนอายมุ ากขึน้ เริ่มชอบรับประทานผกั รับประทานผกั ทมี่ รี สขมได้
รปู ท่ี 3.6 แสดงรปู ทเี่ กย่ี วกบั เน้อื สตั วต์ ่าง ๆ
ท่ีมา : https://bit.ly/3ufIdJ9
8. เลือกซื้อเจ้าประจำ (The shop owner regularly) โดยเฉพาะผลไม้และเนื้อ หมู ไก่ มีโอกาสที่จะ
ได้ของดีและตรงตามตาชั่งกว่าการซื้อขาจร และสภาพแวดล้อมย่อมทำให้ของราคาต่างกัน เช่น ของในตลาดย่าน
ชมุ ชนยอ่ มแพงกวา่ ของในตลาดแถวชานเมอื ง
รูปท่ี 3.7 แสดงรปู การณ์เลอื กซ้อื วตั ถุดิบในการประกอบอาหาร
ทม่ี า : http://kruneena.blogspot.com/2018/08/
74
9. มีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องลักษณะความแตกต่างของดีและของไม่ดี ตลอดจนคุณค่าของอาหารที่ให้
ประโยชนต์ อ่ รา่ งกาย และจะช่วยให้แมบ่ า้ นฉลาดรอบรู้ในการเลือกอาหารแตล่ ะอย่างดว้ ยวธิ ฉี ลาด
10. ไม่ควรซื้ออาหารที่ขายเป็นกอง ๆ ในรคาถูก ควรจะเลือกและพิจารณาดูว่าผัก ผลไม้ หรือปลาที่
แมค่ า้ นำมากองขายคุณภาพดหี รือไมเ่ พราะแม่ค้ามักกองของเน่าไว้ด้วย ทำให้อาหารเสอ่ื มคณุ ภาพ
[3] การเลอื กซือ้ อาหารประเภทเนอ้ื สัตว์ (เนื้อ/หม)ู
เนื้อสัตว์ (Meat) เป็นอาหารที่ให้โปรตีนแก่ร่างกายมากที่สุด ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตในการเลือกซ้ือ
เราควรคำนงึ ถงึ ความปลอดภยั ควรเลือกทส่ี ะอาด มีความสด ไม่มกี ลนิ่ เหมน็ ไม่เขยี วคลำ้ โดยพจิ ารณา ดงั น้ี
รูปท่ี 3.8 แสดงรปู เก่ียวกับการเลอื กซอ้ื เน้ือหมู
ทม่ี า : https://www.matichonacademy.com/content/tipsandtricks/article_49728
3.1 เนื้อหมู (Pork) ควรเลือกเนื้อหมูที่มีสีชมพู มันสีขาว หนังเกลี้ยง และขาว ถ้าเป็นหมูแช่เย็นค้างคืน
เนือ้ จะมีสซี ดี สำหรบั หมสู ามชน้ั ควรเลอื กท่มี ีมันบาง มเี น้อื หลายชนั้ หนังขาวไม่มพี งั ผดื ระหวา่ งชน้ั หนงั หมูสะอาด
เนอ้ื หมสู ามารถนำมาปรงุ อาหารหลายชนิด แตต่ อ้ งเลือกเน้ือหมใู ห้เหมาะสมกบั อาหารชนดิ น้นั ๆ ดว้ ย เช่น การทำ
แกงจืดชนิดต่าง ๆ ควรใช้หมูสามชั้นมาสับให้ละเอียดใช้ใส่แกงจืด หมูสับจะมีความนุ่ม รสชาติดี หรือถ้าจะทำหมู
แดง ควรใช้เนื้อหมสู ันใจน เพราะจะมคี วามนมุ่ มากกวา่ การใชเ้ นอื้ สว่ นอื่น ๆ
3.2 เนื้อวัว (Beef) ควรเลือกเนื้อที่มีสีแดง มันมีสีเหลือง ถ้าเนื้อไม่สดจะมีสีเขียว คล้ำ ๆ แต่ถ้าเป็นเน้ือ
ควายจะต่างจากเนื้อวัว โดยสังเกตดูจากมันของเนื้อควายจะมีสีขาวและเนื้อหยาบมากกว่า การเลือกซื้อเนื้อวัวก็
ต้องเลือกให้เหมาะสมกับอาหารชนิดนั้น ๆ ด้วย เช่น ถ้าเป็นการผัด ควรต้องเลือกเนื้อสะโพก เพราะมีควา มนุ่ม
ปานกลาง
75
รปู ท่ี 3.9 แสดงรูปเนือ้ ววั
ทีม่ า : https://bit.ly/37MU0HB
3.3 เนื้อไก่ (Chicken) เลือกซื้อถ้าเปน็ ไก่ออ่ นตีนจะนุ่ม หงอนเตี้ย เดือยจะส้ัน ปากไม่แข็ง ขางอพับง่าย
ตาใสไม่โบ๋ ไม่มรี อยเขียวคลำ้ ตามตวั ท้องและคอ และไมม่ เี มอื กวุน้ ตามเน้อื ใต้ขา ใต้ปกี และทอ่ี นื่ ๆ
รูปที่ 3.10 แสดงรปู เน้ือไก่
ท่ีมา : https://bit.ly/3ubNkKG
3.4 ปลา (Fish) ปลาน้ำจืด ตวั เปน็ มนั สดใส ตาใส เหงอื กสีแดง เน้อื ไม่เหลวเละ ตวั อว้ นกดลงไม่มรี อยบุ๋ม
ปลาทะเลจะมเี หงือกสีแดง เน้ือแขง็ พืน้ ท้องไมผ่ ุ ตาใส ไมล่ ึกโบ๋ ไมม่ เี มือกมาก ไม่มีกลนิ่ เหมน็ เน่า
รปู ที่ 3.11 แสดงรปู เกีย่ วกบั การเลอื กซอื้ ปลานำ้ จดื
ทมี่ า : https://bit.ly/3qjtOKQ
76
3.5 กุ้ง (Shrimp) กุ้งสดเนื้อจะแน่นลำตัวเป็นสีน้ำเงินเป็นประกาย ตาใส หัวติดแน่นกับ ลำตัว เปลือก
สดใส ตัวไมแ่ ดงไมม่ ีกลน่ิ เหม็น
รูปท่ี 3.12 แสดงรูปก้งุ
ท่ีมา : https://www.baanlaesuan.com/58083/diy/easy-tips/fresh-food/2
3.6 หอย (Shells) เลือกซื้อทีฝ่ าหรอื เปลอื กปิดสนทิ แตเ่ มอื่ วานทง้ิ ไว้ปากจะอา้ ออก หากเอามือไปสัมผัส
จะหบุ ลงไม่มกี ล่นิ เหมน็ ก่อนปรงุ เป็นอาหารควรนำมาแช่น้ำให้หอยคายสิ่งสกปรกอกจากตวั ใหห้ มดก่อน
รปู ท่ี 3.13 แสดงรูปหอยแมลงภู่
ทีม่ า : https://thai.alibaba.com/product-detail/seafood-frozen-mussel-meat-in-half-shell-1873328664.html
3.7 ปู (Crab) ปสู ดจะมนี ้ำหนกั เนอ้ื แนน่ ถ้ากดดูทีส่ ่วนอกไมม่ ีรอยบมุ๋ ปตู วั ผู้จะมีเนอ้ื มากกว่าปตู วั เมีย
สว่ นปูไข่ให้ใชม้ ือดดี หนา้ ท้องดูถ้าเป็นปูไขจ่ ะมีเสียงแน่นทบึ
รูปที่ 3.14 แสดงรูปปู
ที่มา : https://bestreview.asia/foods/menu-from-blue-crab/
77
3.8 ปลาหมึก (Squid) ที่นิยมรับประทานมีอยู่ 2 ชนิด คือปลาหมึกกล้วย และปลาหมึกกระดอง ในการ
ประกอบอาหารควรเลือกปลาหมึกขนาดกลางไม่มกี ลิน่ เหมน็ หรือมี เมือกล่ืน
รปู ที่ 3.15 แสดงรปู ปลาหมกึ
ท่มี า : https://sites.google.com/a/tupr.ac.th/withi-kar-leuxk-sux-xahar/plahmuk
3.9 ไข่ไก่ (Eggs) ควรเลอื กที่เปลือกไขม่ สี นี วลไม่เปน็ มันและไม่มสี ิ่งสกปรกตดิ อยู่กับผวิ มีนำ้ หนัก
รูปที่ 3.16 แสดงรูปไข่
ท่มี า : https://mw-wellness.com/health/5044
78
[4] การเลือกซอ้ื อาหารประเภทผัก
ผกั (Vegetables) ให้คุณคา่ ทางอาหารต่อรา่ งกาย ให้วติ ามิน เกลอื แร่ และกากซึ่งช่วยใหก้ ารขบั ถา่ ยเป็น
ปกติ ผกั ที่รบั ประทานมีท้ังประเภทท่ีรบั ประทานใบ ประเภทท่ีรับประทานหัวและประเภททร่ี ับประทานท้ังใบและ
ลำต้น ในการเลือกซื้อผักควรคำนงึ ถึงคุณภาพ ความสดใหม่ ไม่แตกช้ำสไี ม่ผดิ ธรรมชาติ และไม่มีเชื้อรา ซึ่งมีให้เรา
ได้เลือกซอ้ื กันเปน็ จำนวนมาก โดยพจิ ารณาดงั น้ี
4.1 ผกั คะน้า (Chinese kale) เลือกทีใ่ บสเี ขยี วสด ถา้ เปน็ ตน้ ใหญ่ควรเลอื กใบที่ไม่แก่มากนัก ถ้าต้นเล็ก
ควรเลอื กต้นอ่อน และรบั ประทานไดท้ ัง้ ต้นและใบ
รูปท่ี 3.17 แสดงรูปผักคะนา้
ท่ีมา : https://home.kapook.com/view236803.html
4.2 ผกั บุง้ จนี (Morning glory) เลือกใบสีเขยี วสดลำตน้ อ่อน ๆ ใบไม่เหีย่ ว
รูปท่ี 3.18 แสดงรูปผกั บงุ้ จนี
ท่ีมา : https://bit.ly/3ttyUXb
79
4.3 ต้นหอม (Green onions) เลือกใบที่มีสีเขยี วสดโคนขาวสะอาด ตน้ ใหญ่ดีกว่าตน้ เล็ก
รปู ท่ี 3.19 แสดงรูปตน้ หอม
ท่ีมา : https://mgronline.com/goodhealth/detail/9580000071936
4.4 มะนาว (Lime) เลอื กที่มเี ปลืองบางเรียบ ผิวเรยี บ นิ่มและไม่เหยี่ วยน่
รูปที่ 3.20 แสดงรูปมะนาว
ทม่ี า : https://bit.ly/36z3Sns
4.5 มะเขือเทศ (Tomato) เลอื กลูกสด ๆ สีแดงผิวเกลีย้ งกลม ไมเ่ ห่ยี วยน่ และไม่เน่า
รูปท่ี 3.21 แสดงรปู มะเขือเทศ
ทีม่ า : https://www.sanook.com/women/179725/
80
4.6 ถัว่ ฝักยาว (Yard long bean) ควรเลือกฝักออ่ น สีเขยี วสด เนอ้ แนน่ ถ้าสีออกขาวฝกั พองจะเป็นถ่ัว
แก่
รปู ท่ี 3.22 แสดงรูปถั่วฝักยาว
ที่มา : https://www.plookphak.com/how-to-plant-yard-long-bean/
4.7 แตงกวา (Cucumber) เลือกลกู ที่มีขนาดเลก็ ยาว สเี ขียวเขม้ มนี ้ำหนกั และมีเกสรติดอยู่ท่ปี ลายลูก
ซึง่ แสดงวา่ แตงกวาสดและอ่อน
รปู ที่ 3.23 แสดงรปู แตงกวา
ท่มี า : https://medthai.com/%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2/
4.8 ฝกั ทอง (Pumpkin) เลือกท่ีมนี ำ้ หนักเน้ือแนน่ เหนียว ผวิ ขรขุ ระ สีเขยี วเขม้ เมื่อผา่ ออกเน้อื จะหนา
สเี ขียวอมเหลอื ง เมลด็ แกจ่ ัด
รปู ท่ี 3.24 แสดงรูปฝักทอง
ที่มา : https://www.plookphak.com/how-to-plant-pumkin/
81
4.9 กะหล่ำปลี กะหลำ่ ดอก (Cabbage, Cauliflower) เลือกที่หวั มนี ำ้ หนกั เนอ้ื แน่นไมม่ หี นอนเจาะ
รูปที่ 3.25 แสดงรปู กะหลำ่ ปลี
ทมี่ า : https://www.sanook.com/women/72785/
[5] การเลือกซอื้ อาหารประเภทผลไม้
ผลไม้ (Fruit) ใหค้ ณุ ค่าทางอาหารต่อร่างกาย ให้วติ ามินและเกลือแรเ่ หมือนกบั ผัก และการเลือกซ้ือผลไม้
ควรเลือกท่ีมผี วิ สด ไม่ชำ้ ขั้วและก้านยงั สดอยู่ นอกจากน้ีควรเลอื กซือ้ ตามฤดูกาล เพราะจะมีราคาถกู และไดผ้ ลไม้
สด ซ่งึ มหี ลกั ในการเลอื กซื้อดังต่อไปนี้
5.1 ส้มเขียวหวาน (Tangerine) เลอื กซ้ือที่ผวิ บางไม่มตี ำหนิ ตรงขัว้ ไมน่ นู มสี เี หลืองอมเขยี ว รสหวาน
แหลม
รปู ท่ี 2.26 แสดงรูปส้มเขยี วหวาน
ที่มา : https://www.sanook.com/health/32021/
82
5.2 ฝรั่ง (Guava) เลือกผลสีเขียวอ่อนและสด ฝรั่งที่ยังไม่แก่จะมีสีเขียวเข้ม รสฝาด ผิวละเอียด ไม่ตก
กระ ไมช่ ้ำ เน้ือแน่นกรอบ
รปู ท่ี 3.27 แสดงรู)ฝรงั่
ทมี่ า : https://many-menu.com/archives/1877
5.3 แตงโม (Watermelon) ควรเลือกที่ไม่มีจุดช้ำหรือเน่า เมื่อดีดผิวของแตงโมจะดังโป๊ะ ๆ มีน้ำหนัก
เน้ือข้างในมีสแี ดง เป็นทราย เปลอื กบาง
รปู ที่ 3.28 แสดงรปู แตงโม
ที่มา : https://bit.ly/3N7RHPh
5.4 ลำไย (Longan) ควรเลอื กที่ขว้ั ค่อนข้างแบน เมลด็ ในเล็ก เน้อื หนา รสหวาน เนอื้ ไม่แฉะ
รปู ที่ 3.29 แสดงรปู ลำไย
ที่มา : https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/1330729
83
5.5 เงาะ (Rambutan) ควรเลือกที่มขี นและเปลือกไมด่ ำ เปลอื กบาง เนื้อหนาล่อน ไมต่ ิดเม็ด เนอ้ื แห้ง
ไม่ฉ่ำน้ำ
รูปท่ี 3.30 แสดงรปู เงาะ
ที่มา : https://www.bigc.co.th/rambutan-per-kg-0214304.html
5.6 สับปะรด (Pineapple) เลือกผลที่มีตาใหญ่ ร่องระหว่างตาบาง ใช้นิ้วดีดฟังเสียงดังแปะ เปลือกสี
เขียวปนเหลอื ง เนือ้ ฉ่ำตลอดผล
รูปที่ 3.31 แสดงรูปสบั ปะรด
ทีม่ า : https://bit.ly/3NbrjUL
5.7 มังคดุ (Mangosteen) เลือกผลขนาดกลางผวิ สมี ่วง ขั้วสเี ขียวสด กลบี เล้ียงเผยอ จับหรือบีบดูจะนิ่ม
ไม่เปน็ ไตแข็ง
รปู ที่ 3.32 แสดงรปู มงั คดุ
ท่ีมา : https://www.komchadluek.net/news/472216
84
5.8 กล้วยน้ำว้า (Banana) ควรเลอื กทผี่ วิ ตึงแทบไมเ่ ห็นเหล่ียม สีเหลอื งนวลไม่เหี่ยวไมด่ ำ
รูปที่ 3.33 แสดงรปู กล้วยน้ำว้า
ท่มี า : https://bit.ly/3ueZbHJ
5.9 น้อยหน่า (Custard apple) เลือกผลโต ตาห่าง ๆ จนเกือบเปน็ เนื้อเดยี วกนั สเี ขยี วอ่อน หรอื สีนวล
รูปท่ี 3.34 แสดงรูปน้อยหน่า
ที่มา : https://bit.ly/3KYmV9V
5.10 มะม่วง (Mango) เลือกผลทมี่ หี วั สีเหลืองนวล มีข้ัวติดอย่กู บั ผล ผิวไม่เห่ียว เน้ือไม่นม่ิ
รปู ที่ 3.35 แสดงรปู มะมว่ ง
ท่มี า : https://bit.ly/3imBwPY
85
[6] การเลอื กซื้อประเภทอาหารแหง้
อาหารแห้ง (Dried food) ส่วนใหญ่จะนิยมซื้อเพื่อเก็บไว้รับประทานนาน ๆ และนิยมซื้อกันในปริมาณ
มาก ซึง่ ของแหง้ ทใ่ี ช้กันเป็นประจำมหี ลายประเภทดว้ ยกัน แตล่ ะประเภทมกี ารเลอื กซื้อต่างกนั ไป ดงั น้ี
6.1 ขา้ วสาร (Rice) ควรเลอื กท่ีสะอาดไม่มีตัวมอด ไมม่ เี ศษสง่ิ สกปรกเจือปน ถ้าเลอื กซื้อขา้ วกล้อง หรือ
ขา้ วซ้อมมอื จะไดค้ ณุ คา่ ทางอาหารมากกวา่ ข้าวสาร
รปู ท่ี 3.36 แสดงรปู ข้าวสาร
ทีม่ า : https://www.sanook.com/home/9885/
6.2 แป้ง (Flour) ชนดิ ตา่ ง ๆ เช่น แป้งสาลี แป้งมัน เป็นคน้ ควรเลือกท่แี หง้ สะอาดไม่มีสิ่งสกปรกเจือปน
ไมม่ มี อด
รูปท่ี 3.37 แสดงรปู แป้งชนดิ ตา่ ง ๆ
ทีม่ า : http://otop.dss.go.th/index.php/en/knowledge/interesting-articles/180-2018-05-01-07-28-58
6.3 น้ำมัน (Oil) ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในการประกอบอาหาร ซึ่งจัดอยู่ในหมวดของไขมันที่เป็น
แหลง่ พลงั งานและยงั มสี ารอาหารท่ีจำเปน็ ต่อร่างกาย ถึงแม้ว่านำ้ มนั จะมคี วามสำคัญต่อรา่ งกายแต่การรบั ประทาน
มากจนเกินไป หรือเลือกใช้ไม่ถูกวิธีการอาจก่อให้เกิดผลเสีย และก่อให้เกิดโรคกับร่างกายได้เช่นกัน ปัจจุบันมีน้ำ
86
หลากหลายประเภทให้เลือกบริโภคดังน้ันจึงมีความจำเปน็ ที่จะต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบและเลือกชนดิ
น้ำมันเพื่อนำมาปรุงอาหารได้อย่างถูกต้อว น้ำมันสำหรับปรุงอาหารถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่
น้ำมันพืช และนำ้ มนั ท่มี าจากไขมนั สัตว์
น้ำมันสัตว์ (Animal oil) เช่น น้ำมันหมูจะมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันอิ่มตัวซึ่งมีคุณสมบัติ
เป็นไขได้งา่ ยเมื่ออากาศเย็น ไขมันสัตว์มีกลิ่นเหม็นหืนได้ง่ายเมื่อท้ิงไวท้ ี่อุณหภูมิธรรมดา ไขมันจากสตั ว์นอกจากมี
ไขมันอมิ่ ตัวแลว้ ยงั มคี อเลสเตอรอลอีกด้วย
น้ำมันพืช (Vegetable oil) (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว และน้ำมันเมล็ดปาล์ม) มีคุณสมบัติที่ตรงข้ามกับ
น้ำมนั สตั ว์ น้ำมันพชื สว่ นใหญ่จะประกอบไปดว้ ยกรดไขมันไม่อิ่มตวั ซ่ึงมีองคป์ ระประกอบทางเคมีที่เป็นประโยชน์
ต่อร่างกายมากกว่าน้ำมันสัตว์ ไขมันไม่อิ่มตัวนี้จะไม่ค่อยเป็นไข แม้จะอยู่ในที่เย็นเช่น แช่ตู้เย็น แต่จะทำปฏิกิริยา
กับความรอ้ นและออกซเิ จนไดง้ า่ ย และมักทำให้เกิดกลิน่ เหมน็ หืนภายหลังจากใช้ประอบอาหารแลว้
ปัจจุบันมีน้ำมันพืชหลายชนิดท่เี ป็นนำ้ มนั ผสม เชน่ น้ำมันรำขา้ วผสมน้ำมันฝา้ ย หรือนำ้ มันปาล์ม โอเลอิน
ผสมน้ำมนั ทานตะวัน เปน็ ตน้ แต่ไมว่ ่าจะเปน็ นำ้ มันพชื ชนดิ ผสมหรือไม่ผสม ตา่ งก็มปี ระโยชน์ตอ่ สขุ ภาพเหมอื นกัน
น้ำมันทน่ี ยิ มใช้ปรงุ อาหารในปจั จุบนั
• น้ำมันมะกอก (Olive oil) เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากที่สุด ซึ่งจะช่วยลด
คอเลสเตอรอลชนดิ ไม่ดีในรา่ งกาย อีกทั้งยังมสี ารตา้ นอนุมลู อสิ ระ มีวิตามินเอ เบตา้ แคโรทีนท่ีจะ
ชว่ ยใหผ้ วิ หนังมีคามยืดหยุ่น ลดรอยเหยี่ วยน่ ได้ น้ำมันมะกอกมีจุดเกิดควันตำ่ (หมายถงึ เกิดควัน
ได้ง่าย) จึงไม่เหมาะกับการปรุงอาหารที่ต้องใช้ความร้อน นิยมนำมาทำเป็นน้ำสลัด หรือเป็น
สว่ นประกอบของนำ้ สลัด ขอ้ เสยี เพียงอย่างเดยี วคือมรี าคาแพง และมีกลน่ิ ค่อนข้างฉุน
รูปท่ี 3.38 แสดงรูปน้ำมนั มะกอก
ทีม่ า : https://www.voathai.com/a/olive-oil-alzheimers-nk/3912690.html
87
• น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด (Soybean oil, Sunflower oil,
Corn oil) มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในระดับปานกลางไม่เป็นไขที่อุณหภูมิต่ำ แต่ถ้าผ่านความร้อน
อุณหภูมิสูงมากจะเกิดอนุมูลอิสระได้ง่าย จึงเหมาะกับการปรุงอาหารที่ใช้ความร้อนปานกลาง
เช่น การผัด หรืออาจนำมาทำนำ้ สลัด และมาการนี
รปู ที่ 3.39 แสดงรูปนำ้ มันถ่ัวเหลือง
ทม่ี า : http://realmetro.com/benefits-of-soybean-oil/
รปู ท่ี 3.40 แสดงรูปนำ้ มนั ดอกทานตะวนั
ทมี่ า : https://bit.ly/37RtQ6p
รปู ท่ี 3.41 แสดงรปู นำ้ มันขา้ วโพด
ทีม่ า : https://bit.ly/3qzycpj
88
• น้ำมันรำข้าว (Rice bran oil) น้ำมันรำข้าวเป็นน้ำมันพืชชนิดหนึ่ง ผลิตจากรำข้าว มีโอริซา
นอล ซึ่งสารตัวนี้มแี ต่ในรำข้าว สารตัวนี้จะช่วยตา้ นอนุมูลอิสระ และป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น
ได้สูง ทำให้ไม่ต้องใส่สารกันหืนในน้ำมันรำข้าว คุณภาพทางโภชนาการของน้ำมันรำข้าวก็ไม่
แตกต่างจากนำ้ มันถัว่ เหลอื งนกั
รูปท่ี 3.42 แสดงรูปน้ำมันรำขา้ ว
ทมี่ า : https://www.sanook.com/health/24945/
• น้ำมันเมล็ดคำฝอย (Safflower seed oil) เป็นน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงที่สุดใน
บรรดาน้ำมันพืชที่ใช้ปรุง อาหาร และยังมีกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ปัจจุบันจึงเป็นที่
นิยมของผ้บู ริโภคอาหารมังสวริ ตั ิและอาหารเพื่อสขุ ภาพ
รปู ท่ี 3.43 แสดงรปู น้ำมันเมล็ดคำฝอย
ทม่ี า : https://bit.ly/3Iwj0zj
89
• น้ำมันงา (Sesame oil) เหมาะสำหรับปรุงแต่งกลิ่นของอาหารหลังจากทำเสร็จแล้วเพราะทน
ความร้อนแทบไม่ได้เลย แต่สามารถใส่เพื่อลดกลิ่นคาวลงไปในปลาหรือ Seafood ที่จะนำไปต้ม
หรือลวกได้
รปู ท่ี 3.44 แสดงรปู น้ำมันงา
ท่ีมา : https://bestreview.asia/best-sesame-oils/
• น้ำมันปาล์ม (Palm oil) เป็นน้ำมันพืชอีกชนดิ หนึง่ ที่มีบทบาทใน วงการอาหารบ้านเรามากขึ้น
จุดขายที่ใช้ในการโฆษณาคือไม่มีกลิ่นหืนและทอดได้กรอบ เนื่องจากมีกรดไขมันที่มีความอิ่มตัว
มากกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่นที่กล่าวมา แล้วทำให้น้ำมันปาล์มมีกลิ่นหืนยากกวา่ และยังไม่เกิดควัน
เมื่อผัด หรือทอดอาหารที่อุณหภมู ิสูง มีราคาถูกจึงเป็นท่ีนยิ มใช้ในธุรกิจอาหาร แต่ด้วยความที่มี
กรดไขมนั อ่ิมตวั สูง และมีกรดไลโนเลอิกต่ำกวา่ นำ้ มันพืชชนิดอนื่ ๆ จึงทำใหค้ อเลสเตอรอลสงู ได้
รูปท่ี 3.45 แสดงรูปน้ำมนั ปาลม์
ท่มี า : https://bit.ly/3tCZcGc
90
• น้ำมันมะพร้าว (Coconut oil) เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก และเป็นไขได้ง่ายเมื่อมี
อุณหภมู ิต่ำ จึงไม่คอ่ ยนิยมนำมาปรุงอาหาร แตจ่ ะใช้เพอ่ื ผลิตมาการีนและสบู่
รูปที่ 3.46 แสดงรปู นำ้ มนั มะพรา้ ว
ที่มา : https://bit.ly/3LhS5ZV
6.4 นำ้ ตาล (Sugar) นำ้ ตาลสมัยโบราณนัน้ ทำมาจากน้ำหวานของตน้ ตาล เราจงึ เรียกสารใหค้ วามหวาน
นี้ว่า “น้ำตาล” จนปัจจุบันถึงแม้ว่ารูปแบบของสารให้ความหวานจะเปลี่ยนไปทั้งรูปลักษณ์ และวัตถุดิบ ซึ่งทำมา
จากอ้อย แต่ชื่อน้ำตาลก็ยังคงถูกใช้อยู่ แต่น้ำตาลก็ถูกแบบออกเป็นหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับการนำไปปรุง
แตง่ อาหาร ซ่งึ น้ำตาลแบ่งเป็นประเภทได้ดังน้ี
• น้ำตาลทรายดิบ (Raw Sugar) เป็นน้ำตาลทรายที่ได้จากกระบวนการผลิตขั้นต้นโดยผ่าน
กระบวนการเคี่ยวและตกผลึก น้ำตาลทรายดิบจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่ และ
ความบริสุทธ์ต่ำ โดยทั่วไปจะมีค่าสีสูงไม่สามารถนำไปบริโภคได้โดยตรง จะส่งออกเพื่อจำหน่าย
ในตลาดต่างประเทศ หรือเก็บไว้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายขาว
บริสทุ ธิ์
รปู ที่ 3.47 แสดงรปู น้ำตาลหรายดบิ
ทีม่ า : http://www.erawangroup.com/th/very-high-polarization-vhp
91
• น้ำตาลทรายดิบคุณภาพสูง (High Pol Sugar) เป็นน้ำตาลทรายดิบที่ผ่านกระบวนการทำให้
บริสุทธิ์บางส่วน ผ่านกระบวนการทำให้ใสโดยใช้ปูนขาวและความร้อน จึงทำให้สีของน้ำตาล
ทรายดิบคุณภาพสูงเป็นสีเหลืองแกมน้ำตาล ค่าสีต่ำกว่าน้ำตาบทรายดบิ สามารถนำไปบริโภคได้
โดยตรง แตไ่ ม่เปน็ ทนี่ ยิ มของผู้บรโิ ภคส่วนใหญ่ยกเวน้ ในประเทศกำลงั พัฒนาทีม่ ีกำลังซื้อค่อนข้าง
ตำ่ เนอื่ งจากมีราคาถกู กวา่ นำ้ ตาลทรายขาวและนำ้ ตาลทรายขาวบริสุทธ์ิ
• น้ำตาลทรายขาว (White Sugar) เป็นน้ำตาลที่ได้จากการสกัดเอาสิ่งเจือปนออกจากน้ำตาล
ทรายดบิ โดยใชป้ นู ขาวเป็นสารหลักและใช้ความร้อนตลอดจนการกรอง เพ่อื ทำใหม้ คี วามบรสิ ุทธิ์
มากขึ้น น้ำตาลทรายขาวเป็นน้ำตาลทรายที่ประชาชนนิยมบริโภค รวมถึงใช้เป็นวัตถุดิบใน
โรงงานอตุ สาหกรรมอาหาร
รูปที่ 3.48 แสดงรปู น้ำตาลทรายขาว
ท่มี า : https://bit.ly/3iCO5a7
• น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ (Refined Sugar) มีกระบวนการผลิตคล้ายกับการผลิตน้ำตาล
ทรายขาว แต่มีความบริสุทธ์ิมากกวา่ มีลักษณะเป็นเม็ดสีขาวใส นิยมใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้
นำ้ ตาลท่มี คี วามบริสุทธ์ิมาก เช่น อตุ สาหกรรมยา เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมและเคร่ืองดื่มบำรุง
กำลัง
• น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์พิเศษ (Super Refined Sugar) เป็นน้ำตาลที่มีกระบวนการผลิต
เหมือนน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์พิเศษ แต่มีความบริสุทธิ์มากกว่า เหมาะสำหรับใช้ใน
อตุ สาหกรรมท่มี ีความตอ้ งการใช้นำ้ ตาลซึ่งมีความบริสุทธม์ิ าก ๆ เปน็ ส่วนประกอบ
• น้ำตาลปี๊บ (Paste Sugar) เป็นน้ำตาลที่ได้จากการนำน้ำตาลทรายขาวมาเคี่ยวจนมีความ
เข้มข้นตามที่กำหนด จากนั้นนำมาตีเพื่อเติมอากาศและป้องกันการตกผลึก เติมกลิ่นมะพร้าว
นำ้ หอม แลว้ นำไปบรรจขุ ณะรอ้ นและผ่ึงให้นำ้ ตาลแขง็ ตัวโดยใชล้ มเย็น
92
รปู ท่ี 3.49 แสดงรูปนำ้ ตาลปี๊บ
ที่มา : https://sites.google.com/site/naphrikphakkrasang/xeksar-thi-keiywkhxng/natal-pib
• น้ำตาลทรายแดง (Brown Sugar) เป็นน้ำตาลที่ได้จากการนำน้ำตาลทรายดิบมาละลายกับ
น้ำอ้อยใสและน้ำเชื่อมดิบตามอัตราส่วนที่กำหนด หลังจากนั้นนำมากรอกเพื่อทำให้น้ำเชื่อมมี
ความสะอาด แล้วนำไปเตย่ี วแบบเปดิ และนำไปยังรางตี เพื่อกระจายความร้อนออกจากน้ำเชื่อม
ไดน้ ้ำตาลทรายแดง โดยให้ผ่านตะแกรงคัดเม็ดน้ำตาลในข้นั สดุ ทา้ ย
รูปที่ 3.50 แสดงรูปน้ำตาลทรายแดง
ทม่ี า : https://www.sanook.com/women/80233/
• น้ำตาลแร่ธรรมชาติ (Mineral Sugar) ได้จากการผสมคาราเมลซึ่งได้จากการเคี่ยวน้ำตาลกับ
เอ-โมลาส ซ่ึงมแี ร่ธาตธุ รรมชาติจากออ้ ย แล้วนำไปผสมกับนำ้ ตาลทรายขาวในสดั สว่ นทเี่ หมาะสม
เพื่อให้แร่ธาตุจากอ้อยที่สูญเสียไปกับกากน้ำตาลในกระบวนการตกผลึกของน้ำตาลกลับคืนสู่
น้ำตาล
• น้ำเชื่อม (Liquid Sugar) ได้จากแปรสภาพจากผลึกน้ำตาลเป็นน้ำเชื่อม เพื่ออำนวยความ
สะดวกในกระบวนการผลิตของผูใ้ ช้ในอุตสาหกรรม เชน่ นำ้ อัดลม และเคร่ืองดมื่ ชูกำลงั เป็นต้น
93
รูปท่ี 3.51 แสดงรปู น้ำเช่ือม
ที่มา : https://bit.ly/36AU3G1
• กากนำ้ ตาล (Molasses) เป็นผลพลอยได้จากการผลติ นำ้ ตาล ในปจั จบุ นั กากนำ้ ตาลเป็นวตั ถุดิบ
สำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น อุตสาหกรรมการผลิตสุราและแอลกอฮอล์
อุตสาหกรรม ผลิตผงชูรส น้ำส้มสายชู อตุ สาหกรรมอาหารสตั ว์ เป็นต้น
รปู ท่ี 3.52 แสดงรูปกากนำ้ ตาล
ท่มี า : https://www.suprememolasses.com/
6.5 กระเทียม (Garlic) ควรเลือกท่ีเปลืองแห้งสนิท กลีบแน่น ไม่ฝ่อลีบ ใหม่ เมื่อบีบจะไม่บบุ ตามมือ ไม่
เป็นรา ควรเลือกกลบี เล็ก จะมีกลนิ่ หอมกว่ากลบี ใหญ่
รูปที่ 3.53 แสดงรูปกระเทยี ม
ทม่ี า : https://www.gourmetandcuisine.com/stories/detail/1420
94
6.6 หอมแดง (Shallots) ควรเลอื กท่หี วั ไม่เล็กและไม่ใหญเ่ กินไป เน้ือแข็งไมฝ่ ่อข้างในและไมเ่ ป็นรา
รูปที่ 3.54 แสดงรูปหอมแดง
ทีม่ า : https://th.theasianparent.com/benefits-and-properties-of-shallot
6.7 เครื่องเทศ (Spices) เช่น พริกไทย ลูกผักชี อบเชย ผงกะหรี่ ผงพะโล้ ฯลฯ ควรเลือกที่ใหม่ สะอาด
มีกลน่ิ หอมของเคร่ืองเทศชนดิ นั้น และแหง้ ไม่เปน็ รา
รูปท่ี 3.55 แสดงรูปเคร่อื งเทศ
ท่ีมา : https://www.aurareefood.com/tips/artilcle1/
6.8 พริกแห้ง (Dried chilli) ควรเลอื กพรกิ แห้งเมด็ ใหญ่ มสี แี ดงเข้มสมำ่ เสมอตลอดทงั้ เมด็ ถ้าพริกเมด็
เล็กสแี ดงจะเผ็ดมาก ไม่เปน็ รา เม็ดสมบูรณ์ ผิวเป็นมนั แหง้
รูปท่ี 3.56 แสดงรูปพรกิ แห้ง
ทมี่ า : https://thaitechno.net/t1/productdetails.php?id=143889&uid=47342
95
6.9 มะขามเปยี ก (Tamarind) เลือกมะขามใหม่ สไี ม่คลำ้ มาก สะอาด ไมม่ ีแมลง
รปู ที่ 3.57 แสดงรูปมะขามเปยี ก
ท่ีมา : https://www.blockdit.com/posts/5da0ab4e2e08563d2ada62ae
6.10 ถ่วั เมล็ดแหง้ ตา่ ง ๆ (Beans) เช่น ถ่วั เขียว ถั่วเกลือง ถว่ั ดำ ถว่ั แดง รวมทั้งเมล็ดบวั เมลด็ งา เมล็ด
ลกู เดือย ฯลฯ ควรเลือกเมลด็ ท่ีเปน็ มันสมบูรณ์ ไม่ฝอ่ ลบี ใหม่ สะอาด ไมค่ วรมกี รวดทราย หรอื สิ่งเจอื ปน และไม่มี
เช้ือรา
รปู ที่ 3.58 แสดงรปู ถ่วั เมลด็ แหง้ ตา่ ง ๆ
ท่มี า : https://www.posttoday.com/life/healthy/412013
6.11 เนื้อสัตว์ตากแห้ง (Jerked meat) เช่น เนื้อเค็ม ปลาแห้ง ปลาเค็ม กุ้งแห้ง กุนเชียง ควรเลือกท่ี
ใหม่ แห้ง เน้ือแนน่ ไม่นิม่ มากเกินไป ไมม่ ีกล่นิ เหมน็ หนื กุ้งแห้งเลือกท่ีไม่ยอ้ มสี แหง้ สะอาด ไม่มรี า ไม่เปน็ ผง
รูปท่ี 3.59 แสดงรปู เนื้อสตั ว์ตากแห้ง
ทม่ี า : http://packapong.blogspot.com/2014/06/blog-post_29.html
96
[7] การเลือกซอื้ เครือ่ งปรุงรส แตง่ สี และแตง่ กลิน่ อาหาร
การเลอื กซอ้ื เคร่อื งปรุงรส แต่งสี และแต่งกลิ่นอาหาร ท่ีใช้ในปัจจุบันมีทั้งทีส่ กัดจากธรรมชาติ และสรา้ ง
ขึน้ มาจากสารเคมี มหี ลายชนิด เช่น
7.1 ปรุงรส (Savor)
7.1.1 ผงชูรส (Monosodium glutamate) ไม่ควรเลือกซื้อผงชูรสที่ตักแบ่งขาย เพราะอาจมีการ
ปลอมปนด้วยสารอื่นเปน็ อันตรายได้ ลักษณะของเกลด็ ผงชูรส ถา้ หยิบมาดจู ะเห็นเป็นผลึกแท่งขาวค่อนข้างใส แต่
ไม่มีความแวววาว ชิมดจู ะมีรสคล้ายนำ้ ตม้ เนอื้
รปู ท่ี 3.60 แสดงรูปผงชูรส
ทม่ี า : https://www.sanook.com/health/10869/
7.1.2 น้ำส้มสายชู (Vinegar) เป็นเครื่องปรุงรสที่ทำให้เกิดความเปรี้ยว ในท้องตลาดมีขาย 3 ชนิด คือ
น้ำส้มสายชูหมัก น้ำส้มสายชูกลั่น และน้ำส้มสายชูเทียม การเลือกซื้อควรสังเกตฉลากต้องระบุรายละเอียด
ส่วนผสม ผู้ผลติ วนั เดือนปีทีผ่ ลิต และได้รับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.)
รูปที่ 3.61 แสดงรปู น้ำส้มสายชู
ท่มี า : https://bit.ly/3LGozNV
97
7.1.3 นำ้ ปลา (Fish sauce) ในท้องตลาดมี 2 ชนิด คือ นำ้ ปลาแท้ และน้ำปลาผสมควรเลือกซ้ือนำ้ ปลา
ทม่ี ีฉลากระบุแหลง่ ผลติ วันเดือนปที ่ีผลติ อย่างชดั เจน ตอ้ งไม่ขุ่นหรือมตี ะกอนสกปรก ดมดูไมม่ ีกล่ินคาวของปลา
มากเกนิ ไป
รปู ท่ี 3.62 แสดงรูปนำ้ ปลา
ทมี่ า : https://www.brandage.com/article/8911/Commodity-Product
7.1.4 เต้าเจี้ยว (Soybean paste) ควรเลือกที่มีสีน้ำตาลอ่อน ไม่ดำคล้ำ เมื่อตั้งขวดทิ้งไว้ เมล็ดถั่วจะ
ลอยขนึ้ ดา้ นบนก้นขวดเป็นน้ำ
รปู ที่ 3.63 แสดงรูปเต้าเจี้ยว
ท่ีมา : https://bit.ly/3LlVebh
7.1.5 กะปิ (Shrimp paste) ควรเลือกที่เนื้อละเอียด มีกลิ่นหอม ไม่แฉะหรือแห้งกระด้าง ไม่มีละออง
เกลือจบั อยู่ที่ผิวกะปิ
รปู ที่ 3.64 แสดงรูปกะปิ
ทมี่ า : https://bit.ly/3uEOVbU
98
7.2 แต่งสี (Color) ในอาหารสำเร็จรูปทั้งคาวและหวาน มักพบว่ามีการใส่สีผสมอาหารเพื่อให้เกิดความ
สวยงามน่ารับประทาน ซึ่งมีทั้งสีที่ได้จากธรรมชาติและสีได้รับจากการสังเคราะห์ในการเลือกสีสังเคราะห์นั้นควร
สังเกตข้อความที่ฉลาก ต้องเป็นภาษาไทย อ่านได้ชัดเจน แสดงข้อความว่าเป็นสีผสมอาหาร มีชื่อสามัญของสี
ข้อความของพืชหรือสัตว์ที่เป็นต้นกำเนิดของสีธรรมชาติ น้ำหนักสุทธิ วันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ ซึ่งและที่ตั้ง
ของผู้ผลิต เลขทะเบียนอาการสีผสมอาหารสามารถแบ่งไดเ้ ป็น 3 ชนดิ ดงั นี้
7.2.1 สีอินทรีย์ (Organic colors) ที่ได้จากการสังเคราะห์ รวมทั้งเกลืออลูมิเนียม หรือเกลือแคลเซียม
ของสดี งั กลา่ วท่ีละลายนำ้ ได้ ใช้เป็นแมส่ ี มี 4 สี ซ่ึงประกอบหรือผสมกันเป็นสีชนดิ อน่ื ตามตอ้ งการได้ 16 สี
รูปที่ 3.65 แสดงรปู สผี สมอาหารทีไ่ ด้จากการสงั เคราะห์
ทีม่ า : https://bit.ly/3LBclGe
7.2.2 สีอนนิ ทรีย์ (Inorganic colors) ไดแ้ ก่ ผงถ่านที่ได้จากการเผาพืช (Charcoal) เช่น สีดำจากผง
ถา่ นท่ีไดจ้ ากการเผาเปลือกมะพร้าว ใช้ใสใ่ นขนมเปียกปูนใหม้ สี ีดำ
รูปท่ี 3.66 แสดงปู ผงถา่ นชารโ์ คล
ทมี่ า : https://bit.ly/38pVZBV
99
7.2.3 สีที่ได้จากธรรมชาติ (The natural color) โดยการสกัดพืช ผัก ผลไม้ และสัตว์ ที่ใช้บริโภคได้
โดยไม่เกดิ อนั ตราย
รปู ที่ 3.67 แสดงรปู สีเขียวทไี่ ดจ้ ากใบเตยและสนี ้ำเงินทไี่ ด้จากดอกอัญชญั
ท่มี า : https://bit.ly/3x126qn
7.3 แต่งกลิ่น (Flavoring) การเลือกซื้อควรเลือกชนดิ ที่ฉลากระบุรายละเอียด วันเดือนปีที่ผลิต สถานที่
ผลิต พร้อมทั้งระบุว่าสารเติมแต่งกลิ่นอาหารชนิดนั้นสกัดธรรมชาติชนิดใดและได้รับการรับรองจากสำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยาอยา่ งชัดเจน สารแต่งกล่ินน้ันแบ่งออกเปน็ 3 ชนิด ดังนี้
7.3.1 วัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสตามธรรมชาติ (Natural flavoring) หมายถึง วัตถุปรุงแตง่ กลิ่นรสทีไ่ ด้จาก
พืช หรอื สตั วท์ ป่ี กติมนุษยใ์ ช้บรโิ ภคโดยผา่ นวิธีทางกายภาพ เช่น บด ทำใหแ้ หง้ แล้วนำมาใช้เป็นส่วนผสมเติมลงใน
อาหารโดยตรง เชน่ ชา กาแฟ โกโก้ เคร่ืองเทศต่าง ๆ ไดแ้ ก่ พรกิ พรกิ ไทย กระเทยี ม เป็นต้น
รปู ท่ี 3.68 แสดงรูปพรกิ ไทย
ทม่ี า : https://www.lazada.co.th/products/500-12kg-i1092398218.html
7.3.2 วัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสเลียนแบบธรรมชาติ (Natural identical flavoring) หมายถึง วัตถุปรุง
แต่งกลิ่นรสที่ได้จากการแยกวัตถุที่ให้กลิ่นรสโดยวิธีทางเคมี หรือได้จากวัตถุที่สังเคราะห์ขึ้น โดยวัตถุ ที่แยกหรือ
สงั เคราะห์ขน้ึ น้ัน จะตอ้ งมคี ณุ ลักษณะทางเคมีเหมือนวตั ถุท่ีพบในผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ที่ปกตมิ นษุ ยใ์ ช้บริโภค และ
ให้ความหมายรวมถึงวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสเลียนแบบธรรมชาติที่มีวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสธรรมชาติผสมอยู่ด้วย เช่น
นำ้ มนั หอมระเหย โอลิโอเรซิน และสารสกดั
100
รูปที่ 3.69 แสดงรูปน้ำมันหอมระเหย
ที่มา : https://bit.ly/3J3C6x2
7.3.3 วัตถปุ รุงแต่งกลน่ิ สังเคราะห์ (Artificial flavoring) หมายถึง วัตถปุ รุงแตง่ กลน่ิ รสที่ได้จากวัตถุท่ี
ยงั ไมเ่ คยพบในผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ทปี่ กตมิ นุษยใ์ ชบ้ ริโภค และให้ความหมายรวมถงึ วตั ถุปรงุ แต่งกล่นิ รสสังเคราะห์
ที่มีวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสธรรมชาติ หรือวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสเลียนแบบธรรมชาติผสมอยู่ด้วย เช่น วานิลลิน
(Vanillin) เป็นวัตถุปรุงแตง่ กลิ่นรสสงั เคราะหท์ ีม่ กี ลน่ิ คลา้ ยกลนิ่ วานิลลาทีไ่ ด้จากการสกดั ธรรมชาติ
รูปที่ 3.70 แสดงรปู วตั ถปุ รงุ แต่งกล่นิ เลยี นแบบธรรมชาติ
ทมี่ า : https://bit.ly/36JQwFL
[8] การเลือกซอื้ อาหารสำเร็จรูป
ปัจจุบันจะเห็นว่าอาหารสำเร็จรูปมีความสำคัญมากพอสมควรเพราะสะดวกและประหยัดเวลา การเลือก
ซ้อื อาหารกระปอ๋ งรบั ประทานควรจะมหี ลักในการเลือกซื้อดังต่อไปน้ี
1. เลอื กกระป๋องทไ่ี มบ่ ุบ รัว่ และเปรอะเปอ้ื น
2. เลือกกระปอ๋ งเรียบไมม่ รี อยโปง่
3. เลือกซือ้ กระปอ๋ งทใี่ หม่และไมเ่ ปน็ สนมิ
4. เลือกซื้อที่มีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ รปู ที่ 3.71 แสดงรูปสารอาหารสำเร็จรปู
กระทรวงอุตสาหกรรมรับรอง พร้อมทั้งบอกแหล่งผลิตน้ำหนัก วิธีใช้ ท่ีมา : https://bit.ly/3J7y074
และมเี ลขทะเบยี นการค้ารับรองคุณภาพ
101
[9] วธิ กี ารเกบ็ และการถนอมอาหาร
วิธกี ารถนอมอาหารทใ่ี ช้กันมากในปัจจบุ นั มดี ังต่อไปน้ี
9.1 การทำใหแ้ หง้ (Food preservation by drying)
การทำให้แห้งเป็นวิธีการระเหยน้ำหรือความชื้นออกจากอาหารให้มากที่สุด หรือเหลือความชื้ออยู่เพียง
เล็กนอ้ ย อาหารจะแหว้ ลง สามารถเกบ็ ไวไ้ ดน้ าน วธิ กี ารทำให้แห้งน้ีมักใช้กนั โดยทัว่ ไป เพราะทำไดง้ ่ายและสะดวก
เช่น เมื่อมีกล้วยน้ำว้าเหลือมาก ๆ ก็นำมาตากแห้งทำเป็นกล้วยตาก หรือนำพริกสดที่ใช้ไม่หมดมาตากให้แห้ง
แม้แต่กระเทียมก็ต้องนำมาผงึ่ ใหแ้ หง้ ก่อนเพ่ือเก็บไว้ใช้ได้นาน ปลาหมกึ แห้งท่ีเราชอบรบั ประทานกนั ก็ผ่านการตาก
แห้งนมี้ าก่อนนอกจากนย้ี ังมีกุ้งแหง้ หอยแห้ว ถว่ั ตากแหง้ หนอ่ ไมแ้ ห้ง ซึง่ เก็บถนอมดว้ ยวธิ ีน้ี วิธีการทำให้แห้งที่ใช้
กันทั่วไปมี 3 วธิ ี คอื
9.1.1 ใช้วิธีธรรมชาติ คือ การผึ่งแดด ผึ่งลม เป็นวิธีที่ใช้กันมาแต่โบราณ โดยนำวัตถุดิบที่ต้องการทำให้
แห้งใส่ตะแกรงหรือแผ่นสังกะสี ตั้งไว้กลางแจ้งให้ได้รับความร้อนจากแสงแดดมีลมพัดผ่าน จะทำให้คววามชื้นใน
เนอื้ สตั ว์หรือพืชผกั ผลไม้คอ่ ย ๆ ระเหยออกไปจนแห้งจงึ นำไปเกบ็ ใสภ่ าชนะปิดฝาใหม้ ดิ ชิด
9.1.2 ใช้เครอื่ งมือช่วย เชน่ เคร่อื งอบแห้ง เตาอบ ตู้อบไมโครเวฟ เป็นต้น
9.1.3 ใช้วิธีรมควัน นิยมใช้ในการเก็บรักษาปลาและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ในรูปของปลาย่าง เนื้อย่าง วิธีทำ
ขั้นต้นต้องล้างปลาให้สะอาด อาจใชเ้ กลือทาหรอื ใช้น้ำเกลือก่อน แลว้ นำไปวางบนตะแกรงไมไ้ ผเ่ หนอื กองไฟใช้กาบ
มะพร้าว ชานอ้อย หรือขี้เลื่อยเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้เกิดควันครอบเตาด้วยภาชนะที่สามารถเก็บควันให้รมปลาอยู่
ภายในได้ ใช้ถ่านทำให้เกดิ ความร้อนและมีควันออกมาจับผิวปลาจนเป็นสนี ำ้ ตาลอมเหลอื ง มีกลิ่นหอม นำออกไป
แขวนผงึ่ ลมซึง่ สามารถเก็บไดน้ าน 2-3 เดอื น
รปู ที่ 3.72 แสดงรปู การณ์ถนอมอาหารโดยการทำให้แหง้
ทมี่ า : https://bit.ly/3x5f06S
9.2 การใชค้ วามร้อน (Food preservation by heat)
วิธีการถนอมอาหารโดยการใช้ความร้อน หมายถึง การใช้ความร้อนฆ่าเชื้อจุลินทรียใ์ นอาหารเพื่อปอ้ งกัน
การเน่าเสีย ทำโดยการเพิ่มอุณหภูมิผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น ส่วนมากใช้การต้ม เช่น เมื่อเรารีดนมวัวมาได้ปริมาณมาก
และต้องการเกบ็ ไว้บริโภคนาน ๆ ตอ้ งผา่ นกระบวนการเพ่มิ ความร้อนเพื่อใหเ้ ช้ือจลุ นิ ทรียใ์ นน้ำนมตาย เปน็ ต้น
102
9.2.1 ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเดือด ฆ่าจุลินทรีย์บางชนิดที่ทำให้เกิดโรคในอาหารแต่ฆ่าไม่ได้
ทง้ั หมด วิธีนเ้ี รียกว่า พาสเจอรไ์ รซ์ ผลติ ภณั ฑ์ที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซจ์ ะต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเพือ่ ป้องกันการเน่าเสีย
ระหว่างเกบ็
9.2.2 ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิน้ำเดือด หรือเรียกว่า สเตอริไลซ์ ก็คือการต้มนั่นเอง การใช้ความร้อนท่ี
ระดับอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นจุลินทรีย์ที่ทนความร้อนมาก ๆ ได้
ผลิตภัณฑ์สเตอริไลซ์สามารถเกบ็ ไว้ได้นานโดยไม่ต้องแชเ่ ยน็ แต่ต้องบรรจุในภาชนะสะอาดผา่ นการฆ่าเชื้อแล้วและ
ตอ้ งปิดสนทิ ด้วย
9.2.3 ใช้ความร้อนที่สูงกว่าอุณหภูมิน้ำเดือด โดยอาศัยความดันช่วย การใช้ความร้อนระดับนี้สามารถ
ทำลายจุบินทรยี ์ท่ีทนความรอ้ นได้ วิธีน้นี ยิ มนำไปใชใ้ นการทำอาหารบรรจขุ วดหรือบรรจุกระป๋อง มักใช้ในอาหารท่ี
มีความเป็นกรดต่ำเป็นวตั ถดุ บิ เชน่ เน้ือสัตว์ ผกั เป็นตน้
9.3 การใช้ความเย็น (Food preservation by freezing)
การใช้ความเย็น หมายถึง การทำให้อาหารคงสภาพเดิม โดยใช้ความเย็นที่ระดับอุณหภูมิต่ำแต่ไม่ถึงจุด
เยือกแข็ง วิธีนี้จะช่วยยับยั้งการเจริญเตบิ โตของจุลินทรีย์ชะลอการเน่าเสีย และลดอัตราการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
ของอาหาร การใช้ความเย็นอาจทำได้โดยการแช่น้ำแข็ง การใช้น้ำแข็งแห้ง การบรรจุผลิตภัณฑ์ใส่ถุง กล่อง
กระดาษ หรือกล่องพลาสติดแล้วนำไปแช่แข็งปัจจุบันจะพบว่าประเทศเรามีการส่งออกพืชผัก ผลไม้ชนิดต่าง ๆ
เมื่อเราเก็บมาจากต้นพืชผักและผลไม้ยังมีการหายใจอยู่มีความร้อนภายในสูง ถ้าทิ้งไว้ในอุณหภูมิปกติ จะสุกหรือ
เหี่ยวเร็วขึ้น ถ้านักเรียนต้องการเก็บให้อยู่ในสภาพเดิมต้องเก็บไว้ในที่เย็น หรืออุณหภูมิประมาณ 10 -15 องศา
เซลเซียส
9.4 การถนอมอาหารโดยใช้นำ้ ตาล
น้ำตาลเป็นสารให้ความหวานมีคุณสมบัติเป็นวตั ถุกันเสียป้องกันไม่ให้เกิดการเปลีย่ นแปลงในอาหารและ
ยบั ย้งั การเจริญเติบโตของจุลนิ ทรีย์ได้ ชว่ ยเก็บรักษาอาหาร ใหค้ งทนอยู่ได้นานโดยไม่เน่าเสยี วิธีการถนอมอาหาร
โดยใชน้ ้ำตาล ไดแ้ ก่ การเช่ือม การกวน
9.4.1 การเชื่อม คือ การใช้น้ำและน้ำตาลใส่ภาชนะตั้งไฟเคี่ยวให้ละลายกลายเป็นน้ำเชื่อมก่อนแล้วจงึ ใส่
อาหารลงเคี่ยวต่อไปดว้ ยไฟอ่อนๆ จนอาหารอิ่มชุ่มด้วยน้ำเชือ่ ม อาหารที่ใช้วิธีเชือ่ เช่น กล้วยเชื่อม มันเชื่อม จาว
ตาลเช่อื ม มะตมู เชอื่ ม สาเกเชอ่ื ม เปน็ ตน้
การเชื่อม มีวิธีการทำแบ่งได้เป็น 3 แบบ คือ การเชื่อมธรรมดา การเชื่อมโดยวิธีการแช่อิ่ม และการเชื่อม
โดยวิธฉี าบ
103
9.4.2 การเชื่อมธรรมดา เป็นวิธีการถนอมอาหาร โดยใช้น้ำตาลไปคลุกเคล้าหรือผสมในอาหารที่เรา
ต้องการเพื่อใหน้ ำ้ ตาลไปยบั ยั้งการเจริญเติบโตของจุลนิ ทรีย์ในอาหาร ซึ่งจะทำให้อาหารคงสภาพอยูไ่ ด้นานไม่เนา่
เสยี งา่ ย เชน่ ลูกตาลเชอ่ื ม กล้วยเชือ่ ม สาเกเช่อื ม เปน็ ตน้
9.4.3 การแช่อม่ิ เปน็ วิธกี ารถนอมผลไมแ้ ละผักบางชนิดโดยแช่ในน้ำเช่ือม หลักการคือต้องทำใหผ้ ัก ผลไม้
ที่จะแช่อิ่มคายรสขม รสเปรี้ยวก่อนด้วยการแช่น้ำเกลือแล้วจึงแช่น้ำเชื่อมน้ำตาลจะค่อย ๆ ซึมเข้าไปฝนเนื้อเยื่อ
ของผกั ผลไมจ้ นอิ่มตัว มรี สหวานขน้ึ ผลไมท้ ี่นิยมใชว้ ิธีแช่อิม่ เชน่ มะมว่ ง มะดนั มะขาม มะยม เป็นต้น
9.4.4 การฉาบ มักใช้กับของที่ทำสุกแล้ว เช่น กล้วยทอด มันทอด เผือกทอด เป็นต้น วิธีฉาบคือ เคี่ยว
นำ้ ตาลใหเ้ ป็นน้ำเช่ือมแกจ่ ัดจนเป็นเกล็ด เทลงผสมคลกุ เคล้ากับของที่ทอดไว้ ท้งิ ไว้ใหเ้ ย็น นำ้ เชื่อมจะเกาะจับเป็น
เกลด็ บนผวิ ของอาหารทีฉ่ าบ
การถนอมอาหารด้วยการเชื่อมเป็นการนำผลไม้ไปต้มลงในน้ำเชื่อมจนผลไม้มีลักษณะนุ่มใสเป็นประกาย
ซงึ่ เป็นการใช้นำ้ ตาลมาชว่ ยในการถนอมอาหาร มีลักษณะการใช้นำ้ ตาลเชน่ เดียวกับวิธีการแชอ่ ่ิม การเชื่อมนิยมทำ
เม่อื จะเก็บผลไมบ้ รรจุชวดหรือกระปอ๋ ง น้ำเชื่อมทีใ่ ชอ้ ัตราสว่ นดงั น้ี
• นำ้ เชอ่ื มใส น้ำตาล 1 ถ้วย ต่อน้ำ 3 ถ้วย
• น้ำเชอื่ มปานกลาง น้ำตาล 1 ถว้ ย ตอ่ น้ำ 2 ถว้ ย
• นำ้ เช่อื มเขม้ ขน้ น้ำตาล 1 ถว้ ย ตอ่ นำ้ 1 ถว้ ย
9.5 การบรรจุและการเกบ็ รกั ษา
• บรรจใุ นกลอ่ งท่ีมีฝาปิด
• บรรจุในขวดหรอื ในกระป๋อง
9.6 ประโยชนก์ ารถนอมอาหารโดยการเชอื่ ม
1. ชว่ ยใหเ้ ก็บรกั ษาอาหารไว้ไดน้ าน
2. ชว่ ยเพ่ิมรสชาติของอาหารให้แตกตา่ งไปจากเดมิ
3. ชว่ ยรกั ษาคณุ ค่าของอาหารไมใ่ หส้ ญู เสยี
รูปท่ี 3.73 แสดงรปู การณ์ถนอมอาหารโดยการเชื่อม รปู ท่ี 3.4 แสดงรปู การณ์บรรจุและการเก็บรักษา
ท่ีมา : https://bit.ly/3uVcm13 ท่ีมา : https://bit.ly/3jiccLP
104
[ Web Guide ]
1. พฤติกรรมผู้บรโิ ภค. กรุงเทพฯ : ธีระฟลิ ม์และไซเทก็ ซ์.
2. พชั รา วนิชพิสฐิ พันธ์. (2544). ปัจจัยสว่ นบุคคลกับสว่ นประสมทางการตลาด ที่มีอิทธิพลตอ่ การตดั สนิ ใจเลือก
ซื้ออาหารเพื่อสุขภาพของผบู้ ริโภค ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดเชยี งใหม่
3. หนังสอื ในหอสมุดแห่งชาติ และห้องสมุดทั่วไป
4. อำนาจ หงส์ทอง. (2545).อิทธิพลของสื่อโฆษณาท่มี ตี ่อกระบวนการตัดสินใจซื้อสินค้าของผ้บู ริโภคในห้อง
สรรพสนิ คา้ . วทิ ยานพิ ลธน์ ิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการโฆษณา,คณะนเิ ทศศาสตร์ มหาวทิ ยาลันแม่โจ้
5. อารี วลั ยะเสรีและคณะ. (2530). ความรู้เร่ืองกนิ . กรงุ เทพฯ : มลู นิธโิ กมลคีมทอง.
105
[ สรุปเนอ้ื หาสำคญั (แผนผังมโนทัศน์) ]
วธิ ีการเกบ็ และการ ความหมายของ
ถนอมอาหาร อาหาร
การเลอื กซ้อื อาหาร หลกั การเลือกซอื้
สำเรจ็ รปู อาหาร
การเลอื กซื้อ การเลือกซื้ออาหารสด- การเลือกซอ้ื อาหาร
เครอื่ งปรงุ รส แต่งสี แหง้ และการเกบ็ รกั ษา ประเภทเนอ้ื สัตว์
และแต่งกล่ินอาหาร
อาหารอยา่ งถกู วธิ ี (เนอื้ /หมู)
การเลือกซอ้ื ประเภท การเลอื กซอ้ื อาหาร
อาหารแหง้ ประเภทผกั
การเลอื กซอื้ อาหาร
ประเภทผลไม้
106
[ ใบความรู้อาเซียน ]
เสวนา “ตีแตก...จดุ อ่อนอตุ สาหกรรมอาหารไทยใน AEC”
สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกลุ่มอุตสาหกรรม
อาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดเวทีเสวนา Top Executive Seminar for Food Sector “ตีแตก...
จุดอ่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาด AEC” มั่นใจไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางระบบเศรษฐกิจในภูมิภาค ชี้
ต้นทนุ แรงงาน พลงั งาน และโลจิสตกิ ส์
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง
“ยุทธศาสตร์ภาครัฐเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมอาหารไทยก้าวสู่ผู้นำอาเซียน” ถึงการกำหนดทิศทางการพัฒนา
อตุ สาหกรรมอาหารของไทย เพ่อื ใหก้ า้ วทนั ตอ่ การเปลีย่ นแปลงของโลกไว้ ดังนี้
1. ไทยจะเป็นประเทศทน่ี ักลงทนุ ตา่ งชาตเิ ข้ามาตง้ั ฐานการผลติ อาหารแปรรปู โดยใช้วัตถุดบิ ในประเทศไทย
2. มีแหล่งวิจัยและพัฒนาอาหารให้หลากหลายและรองรบั ความต้องการของผบู้ ริโภคแต่ละกลุ่ม
3. มีการควบคุมมาตรฐานสินค้าทั้งระดับในประเทศและส่งออกเป็นมาตรฐานเดียว และเทียบเท่าระดับ
สากล
4. มีระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของทุกองค์ประกอบที่นำมาผลิตสินค้าตั้งแต่วัตถุดิบบรรจุภัณฑ์
และทรพั ยากรอนื่ ๆ
5. มีตราสญั สักษณ์รับรองอาหารปลอดภยั ท่ีเป็นทยี่ อมรบั
ขณะเดียวกันจะผลักดันให้ผู้บริโภคเกิดค่านิยมในการเลือกซื้ออาหารที่มีตราสัญลักษณ์รับรอง อาหาร
ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งนี้เพื่อให้ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยระยะยาว
เป็นอุตสาหกรรมอาหารที่มีระบบการผลิตอย่างยั่งยืนภายในปี 2593 โดยเป็นระบบการผลิตที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะต้องมีการควบคุมคุณภาพสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มช่องทาง
การตลาด และมกี ารวางแผนในหลายระยะทั้งระยะส้ัน ระยะกลาง และระยะยาว
โดยจะผลักดันให้มีการกำหนดตำแหน่งบทบาทของประเทศไทยสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม อาหารใน
ประชาคมอาเซียน ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอาหารแปรรูป และเป็นศูนย์กลางในการวิจัยและ
พัฒนาอุตสาหกรรมอาหารครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมนักวิจัยด้านอาหารที่ศึกษาวิจัยและ
พัฒนาสินค้าตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงการดึ งนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนร่วมกับ
ผู้ประกอบการในประเทศจ้างผลิตและส่งออกสินค้าอาหารโดยมี Hyper market เป็นตลาดสำรองในการกระจาย
สนิ ค้าจากประเทศไทยไปยงั ประเทศต่าง ๆ ทวั่ โลก
(ข่าวสารและนวตั กรรมอตุ สาหกรรมอาหาร) จาก www.smethailandclub.com
107
[ ใบงาน หนว่ ยท่ี 3 ]
คำสั่ง ให้นักเรียนศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ วารสาร ฯลฯ เกี่ยวกับการเลือกซื้อ
อาหารสดและแห้ง พรอ้ มตอบคำถามต่อไปนี้
1. สรปุ การเลือกซื้ออาหารสดและแห้งทน่ี ักเรยี นคน้ คว้ามา
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
2. ที่มา
............................................................................................................................. .......................................................
3. นักเรยี นคิดว่าการเลือกซ้ืออาหารสดและแหง้ มปี ระโยชนต์ ่องานครวั โรงแรมอยา่ งไร
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
108
[ แบบฝกึ หัด หน่วยที่ 3 ]
คำสง่ั ให้นกั เรียนกาถูก / หน้าขอ้ ที่ถกู และกาผดิ x หนา้ ขอ้ ทผี่ ิด
1) ในการเลอื กซื้ออาหารที่ถกู สุขลกั ษณะ ตอ้ งคำนงึ ถงึ หลัก 3 ป. คือ ปลอดภัย ประโยชนป์ ระหยัด
2) ในการเลอื กซ้ืออาหารหากตอ้ งการอาหารที่ใหม่และสดจะต้องดจู ากส่วนผสมข้างฉลาก
3) การเลอื กซื้ออาหารใหถ้ ูกตอ้ งตามฤดูกาล จะได้ผกั ผลไมถ้ ูกกว่าซอื้ ต่างฤดูกาล
4) การเลอื กซอ้ื เนื้อหมู ควรเลือกเน้อื หมทู ่ีมีสชี มพู มันสขี าว หนังเกลีย้ ง และขาว
5) การเลอื กซ้อื หอย ควรเลอื กซื้อทฝี่ าหรอื เปลือกอ้าออก
6) การเลอื กซ้ือไขไ่ ก่ ควรเลือกทีเ่ ปลอื กเป็นมัน ไม่มีสีนวล
7) การเลอื กซ้ือต้นหอม ควรเลอื กตน้ ใหญด่ ีกว่าต้นเล็ก
8) การเลอื กซ้อื มะนาว ควรเลือกลกู ที่ผิวหนาและแขง็
9) การเลือกซื้อกระเทียม ควรเลือกที่เปลือกแห้งสนิท กลีบแน่น ไม่ฝ่อลีบ ใหม่ เมื่อบีบจะไม่บุบตามมือ ไม่
เป็นรา ควรเลอื กกลีบเลก็ จะมีกลนิ่ หอมกวา่ กลบี ใหญ่
10) การเลือกซื้อพริกแห้ง ควรเลือกพริกแห้งเม็ดใหญ่ มีสีแดงเข้มสม่ำเสมอตลอดทั้งเม็ดถ้าพริกเม็ดเล็กสีแดง
จะเผ็ดมาก ไมเ่ ปน็ รา เมด็ สมบูรณ์ ผิวเปน็ มนั แหง้
109
[ กิจกรรมบูรณาการ 3D ]
คำส่งั ใหน้ กั เรียนศึกษาจบั คู่ วธิ ีการเลือกซื้ออาหารสดให้มีความสัมพนั ธก์ นั
1. ก. จะมนี ้ำหนัก เนื้อแน่น ถ้ากดดทู ส่ี ว่ นนอกไมม่ รี อยบุ๋ม
2. ข. เลอื กซ้ือท่ฝี าหรอื เปลือกปิดสนทิ แตเ่ ม่ือวานท้งิ ไวป้ ากจะอ้าออกหากเอา
มือไปสัมผัสจะหบุ ลง ไมม่ กี ลิ่นเหมน็
3. ค. เลอื กทม่ี สี ีแดง มันมสี เี หลือง ถ้าเน้อื ไม่สดจะมสี เี ขียวคลำ้ ๆ
4. ง. เนอื้ จะแนน่ ลำตัวเป็นสีน้ำเงนิ ป็นประกาย ตาใสหวั ติดแน่นกบั ลำตัว
เปลือกสดใส ตวั ไม่แดง ไม่มีกลน่ิ เหม็น
5. จ. เลือกขนาดกลางไม่มกี ล่นิ เหมน็ หรอื มีเมื่อกลนื
กิจกรรม [ กจิ กรรมบูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง ]
จดุ ประสงค์
ภาระงาน : คดิ ค้นคว้า อนาคตไกล
: เพ่ือให้นกั เรียนมีความรูเ้ กยี่ วกับการเลอื กซ้อื อาหารสด-แหง้ และการเกบ็ รักษาอาหารอย่างถกู วิธี
: 1. ให้นักเรยี นจับคู่ ให้แตล่ ะกลมุ่ รวบรวมข้อมลู เกีย่ วกบั สงิ่ ต่าง ๆ ทช่ี ่วยเกดิ หลักการเกี่ยวกับ
การเลือกซ้อื อาหารสด-แหง้ และการเกบ็ รักษาอาหารอยา่ งถกู วธิ ี
2. จัดทำป้ายนเิ ทศ แผ่นพบั เพ่อื เผยแพรค่ วามรู้ และเพือ่ เปน็ การประหยดั ค่าใชจ้ ่าย
3. สรปุ การดำเนนิ งานเพอื่ รายงานครูผสู้ อน
110
แบบประเมนิ ผู้เรยี นในชั้นเรียน
การเลือกซอื้ อาหารสด-แห้ง และการเก็บรกั ษาอาหารอย่างถูกวธิ ร
ชอ่ื ............................................................................................................................. .................................................
ชั้น ......................................................................... ห้อง ...........................................................................................
ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
32 1
1 ผู้เรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้ออาหารสด-แห้งและ
การเกบ็ รักษาอาหารอยา่ งถกู วิธไี ดถ้ ูกต้อง แสดงความเหน็ ไดต้ รงประเดน็
2 ผู้เรียนทราบความรู้เกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้ออาหารสด-แห้งและ
การเกบ็ รักษาอาหารอย่างถูกวธิ ีได้ถกู ต้อง เหมาะสม
3 ผเู้ รียนมมี นุษสัมพนั ธ์
• แสดงกริ ยิ าทา่ ทางสภุ าพ ใหค้ วามรว่ มมือกบั ผอู้ ืน่
4 ความมวี ินัย
• ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบียบ ขอ้ บังคบั และขอ้ ตกลงตา่ ง ๆ ของวทิ ยาลัย
5 ความรับผดิ ชอบ
• มีการเตรียมความพร้อมในการเรียนและปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานด้วย
ความตง้ั ใจ มคี วามเพยี รพยายาม
6 ความเชือ่ มั่นในตนเอง
• กล้าแสดงความคดิ เห็นอย่างมีเหตุผล
7 ความรักสามคั คี
• ร่วมมอื ในการทำงาน
8 ความกตญั ญกู ตเวที
• มีสมั มาคารวะครู-อาจารย์อยา่ งสมำ่ เสมอ ท้ังต่อหน้าและลบั หลงั
9 พ่ึงตนเอง
• ปฏบิ ัติงานด้วยตนเอง
10 มีความอดทนอดกลน้ั
• ควบคมุ อารมณ/์ ความร้สู กึ อย่างมีสติและเหตผุ ล
รวม
เกณฑก์ ารให้คะแนน 3 คะแนน = ครบถว้ นถกู ต้องตรงตามจดุ ประสงค์ 2 คะแนน = ไมค่ รบถว้ นแตต่ รงตามจดุ ประสงค์
1 คะแนน = ไมถ่ ูกต้องไม่ตรงตามจุดประสงค์
111
แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยท่ี 3
คำสง่ั จงทำเครอื่ งหมายกากบาท (x) ทบั ลงบนตวั เลือกที่ถกู ท่สี ุด
1. ข้อใดไมใ่ ชห่ ลัก 3 ป. ในการเลือกซ้ืออาหารทถ่ี กู สขุ ลักษณะ
ก. ประหยดั
ข. ประโยชน์
ค. ปลอดภยั
ง. ป้องกนั โรค
จ. ขอ้ ก. ข. และ ค. ถกู
2. เคร่อื งหมายในข้อใดทแ่ี สดงว่าอาหารท่ีเราเลือกซ้อื นั้นไดม้ าตรฐาน สะอาดปลอดภยั
ก. เครือ่ งหมาย อย.
ข. เครอ่ื งหมาย มอก.
ค. เครอ่ื งหมายเบอร์ 5
ง. เคร่ืองหมายฉลากเขียว
จ. ขอ้ ก. ปละ ข. ถูก
3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลักในการเลอื กซ้ืออาหาร
ก. เลือกซ้ืออาหารใหถ้ กู ต้องตามฤดูกาล
ข. เลือกซือ้ อาหารตามงบประมาณทีม่ ีอยู่
ค. เลอื กซื้อของจำนวนน้อย ๆ จะได้สตสถูกกวา่ ซอื้ ทีละจำนวนมาก ๆ
ง. เลือกซื้ออาหารหลาย ๆ ประเภทให้ครบตามหลักอาหาร 5 หมู่
จ. ไม่เลือกซอ้ื อาหารทีข่ ายเปน็ กอง ๆ ในราคาถูก
4. ลกั ษณะการเลอื กซือ้ ปลาในขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ งตามหลกั การ
ก. เหงือกมีสมี ่วงคล้ำ
ข. ตาใส
ค. ตัวเป็นมนั สดใส
ง. เนื้อไม่เหลวเละ
จ. ตวั อว้ นกดลงไม่มรี อยบุ๋ม
112
5. ลักษณะการเลอื กซื้อปใู นขอ้ ใดไม่ถกู ต้องตามหลกั การ
ก. นำ้ หนัก
ข. เนื้อแนน่
ค. กดดทู ่ีสว่ นนอกไม่มีรอยบุ๋ม
ง. ปูไขจ่ ะมีเสยี งแน่นทึบ
จ. ปูไขจ่ ะมเี สยี งไมแ่ นน่ โพลง
6. น้ำส้มสายชู ในท้องตลาดมีขายอยทู่ ัง้ หมดก่ชี นิด
ก. 2 ชนดิ
ข. 3 ชิด
ค. 4 ชนดิ
ง. 5 ชนิด
จ. 6 ชนิด
7. ข้อใดคอื ลักษณะของกะปทิ ี่ไม่ควรซือ้ มาประกอบอาหาร
ก. เนื้อละเอียด
ข. มีกลน่ิ หอม
ค. ไม่แฉะหรือแหง้ กระดา้ ง
ง. มลี ะอองเกลอื จบั อยู่ที่ผวิ กะปิ
จ. ไม่มีละอองเหลือจบั อยทู่ ่ีผิวกะปิ
8. อาหารกระปอ๋ งในข้อใดทไี่ มค่ วรซ้ือมารับประทาน
ก. กระปอ๋ งท่มี ีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ข. กระป๋องเรยี บไมม่ ีรอยโปง่
ค. กระปอ๋ งที่ใหมแ่ ละไม่เปน็ สนมิ
ง. กระป๋องที่บบุ
จ. กระป๋องทไ่ี มร่ ว่ั และเปรอะเปอ้ื น
113
9. ผลไมใ้ นข้อใดท่นี ิยมนำมาถนอมอาหารด้วยวิธกี ารแช่อ่มิ
ก. กล้วย
ข. มัน
ค. มะม่วง
ง. เผอื ก
จ. ลกู ตาล
10. การถนอมอาหารดว้ ยวธิ ีใดมกั ใช้กบั ของที่ทำสุกแล้ว
ก. การเชื่อม
ข. การฉาบ
ค. การแช่อ่มิ
ง. การดอง
จ. การหมัก