เอกสารประกอบการสมั มนาเร่ือง
การปลูกแตงกวา
เสนอ ครูรัตน์พีภรณ์ ทองประพนั ธ์
โดย นางสาวนูรนี ดอเลาะ รหสั นกั ศึกษา 63305010011
สาขา วิชา เกษตรศาสตร์
วิทยาลยั เทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปัตตานี
เอกสารน้ีเป็นส่วนหน่ึงของวิชา การสมั มนาทางดา้ นการเกษตร
ก
คานา
รายงานเลม่ น้ีจดั ทาข้ึนเพอ่ื เป็นส่วนหน่ึงของวชิ าสัมมนาทางการเกษตร เพื่อใหไ้ ด้
ศึกษาขอ้ มลู ในเร่ืองการปลูกแตงกวา ไดศ้ ึกษาอยา่ งเขา้ ใจเพอ่ื เป็นประโยชน์กบั การเรียน
ผจู้ ดั ทาหวงั วา่ รายงานเลม่ น้ีจะเป็นประโยชนก์ บั ผอู้ า่ นหรือนกั เรียนนกั ศึกษาท่ี
กาลงั หาขอ้ มลู หากมีขอ้ แนะนาหรือขอ้ ผดิ พลาดประการใด ผจู้ ดั ทาขอนอ้ มรับไวแ้ ละ
ขออภยั ณ ท่ีนี่ดว้ ย
นางสาวนูรนี ดอเลาะ
ผจู้ ดั ทา
ข หนา้
(ก)
สารบญั (ข),(ค)
เร่ือง 1-2
2-3
คานา 4
สารบญั 4
5
ถิ่นกาเนิดแตงกวา 6-7
ลกั ษณะทว่ั ไป 7-8
ลกั ษณะพฤกษศาสตร์ 8
แตงกวาในประเทศไทย 9
สายพนั ธแ์ ตงกวา 9-10
ตระกลู แตงกวา 11
พชื วงศต์ ระกูล 12-14
ประโยชนข์ องแตงกวา 14-17
โทษของแตงกวา 17-18
ลกั ษณะของตน้ แตงกวา 18-20
คุณคา่ ทางโภชนาการของแตงกวาพร้อมเปลือก ต่อ 100 กรัม
สรรพคุณของแตงกวา
ทรีตเมนต์
วธิ ีทาน้าค้นั จากแตงกวา
ไอเดียการรับประทานแตงกวาเพ่อื สุขภาพ
ค 20
สารบญั 21-22
ขอ้ ควรระวงั 22
สภาพพ้ืนท่ีปลูกแตงกวา
-สภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสมสาหรับการเจริญเติบโต 23
-การเตรียมดิน 24-29
-การปลูก
การปฏิบตั ิดูแลรักษา
-การใหน้ ้า
-การพรวนดิน
-การใหป้ ๋ ยุ
การเกบ็ เก่ียว
โรคและแมลงศตั รูพชื
1
แตงกวา
ช่ือวทิ ยาศาสตร์: Cucumis sativus
ช่ือสามญั :Cucumber
ช้นั : Magnoliopsida
วงศ:์ Cucurbitaceae
สปี ชีส์: C. sativus
อาณาจกั ร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ถิ่นกาเนิดแตงกวา
แตงกวามีถ่ินกาเนิดในประเทศอินเดีย มีการบนั ทึกประวตั ิการปลกู มากกวา่ 3,000 ปี และมีการ
ปลูกในประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อก่อน 2,000 ปี โดยนาผา่ นเอเซียกลางและตอน
เหนือของทวีปแอฟริกา ในศตวรรษท่ี 6 ไดน้ าไปปลกู ในประเทศจีน
2
โดยสันนิษฐานวา่ ไดน้ าเขา้ ประเทศจีน 2 ทาง คือ เส้นทางสายไหม โดยผา่ นประเทศในเอเชีย
ตะวนั ออกไปภาคเหนือของประเทศจีน ส่วนอีกเส้นทางโดยผา่ นประเทศในเอเซียตะวนั ออก
เฉียงใต้ ไดแ้ ก่ พมา่ ไทย ลาว ไปสู่ทางภาคใตข้ องประเทศจีน ในศตวรรษที่ 9-14 ไดน้ าไปปลกู
ในทวีปยโุ รป และไดร้ ับการพฒั นาพนั ธุ์ตน้ ศตวรรษที่ 19 ไดร้ ับการพฒั นาพนั ธุ์ใหเ้ หมาะสมต่อ
การปลูกไดใ้ นโรงเรือน ศตวรรษที่ 15-16 ไดน้ าไปปลกู ในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาเหนือ
และไดร้ ับการพฒั นาพนั ธุอ์ ยา่ งมากในประเทศสหรัฐอเมริกาต้งั แต่ตน้ ศตวรรษที่ 19 ปัจจุบนั
แตงกวาเป็นผกั ท่ีนิยมบริโภคทว่ั โลก ท้งั ในสภาพการบริโภคสดและแปรรูป
ลกั ษณะทวั่ ไป
ลาตน้ : แตงกวาเป็นพืชเถาเล้ือยท่ีมีมือเกาะ ช่วยพยงุ ลาตน้ ลาตน้ เป็นเหล่ียมมีขนข้ึนปกคลุมอยู่
ทวั่ ลาตน้ ยาวประมาณ 2-3 เมตร มีรากแกว้ แตกแขนงเป็นจานวนมาก ราก
สามารถแผก่ วา้ งและหยงั่ ลึกไดม้ ากถึง 1 เมตร
3
ใบ : ใบเป็นใบเด่ียว มีมมุ แหลม 3-5 แฉก ใบมีกา้ นใบยาว 5 – 15 เซนติเมตร ใบใหญม่ ี เสน้ ใบ
5 – 7 เส้น
ดอก : เป็นดอกแยกเพศแต่อยใู่ นตน้ เดียวกนั ดอกตวั เมียจะเกิดเด่ียวๆ มีสีเหลือง สังเกตไดง้ า่ ย
คือมี ลกั ษณะคลา้ ยแตงกวาผลเลก็ ๆ ติดกบั กลีบดอก ดอกตวั ผจู้ ะเกิดเป็น
กล่มุ 3-5 ดอกมีเฉพาะกา้ นดอกเทา่ น้นั
ผล : ผลแตงกวามีลกั ษณะเรียวยาวทรงกระบอก มีใส้ภายในผล ความยาวระหวา่ งผล 5- 40
เซนติเมตร ผลในขณะยงั เลก็ จะสังเกตเห็นหนามไดอ้ ยา่ งชดั เจน หนามของ
แตงกวาจะมีสีขาวและสีดา แตงกวาหนามสีดาจะเกบ็ ไดเ้ พียง 3-4 วนั หลงั เกบ็ จากตน้ ผลจะ
เปล่ียนเป็นสีเหลือง น่ิม ไมก่ รอบ ส่วนแตงกวา ที่มีหนามสีขาวจะมีคุณสมบตั ิ
พเิ ศษ เก็บไวไ้ ดน้ านประมาณ 7 วนั โดยไม่นิ่ม และไมเ่ ปลี่ยนเป็นสีเหลืองเร็ว
4
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
แตงกวามีรากแกว้ แตกแขนงเป็นจานวนมาก รากสามารถแผท่ างดา้ นกวา้ งและหยง่ั ลึกไดม้ ากถึง
1 เมตร ลาตน้ เป็นเถามีขนข้ึนมีขนข้ึนปกคลมุ ทว่ั ไป มีขอ้ ยาว 10 ถึง 20 เซนติเมตร มีหนวดเกาะ
บริเวณขอ้ โดยส่วนปลายของหนวดไม่มีการแตกแขนง ใบมีกา้ นใบยาว 5 – 15 เซนติเมตร ใบ
หยาบมีขนใบ มีมุมใบ 3 ถึง 5 มมุ ปลายใบแหลม ใบใหญม่ ี เส้นใบ 5 – 7 เส้น ดอกเพศเมียเป็น
ดอกเดี่ยว กลีบเล้ียงสีเขียว 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง 5 กลีบ ดอกตวั ผเู้ ป็นดอกเด่ียว ผลแตงกวามี
ลกั ษณะเรียวยาวทรงกระบอก มีใสภ้ ายในผล ความยาวระหวา่ งผล 5- 40 เซนติเมตร
แตงกวาในประเทศไทย
โดยทวั่ ไปในการปลกู แตงกวาในเชิงพาณิชยใ์ นพ้ืนท่ีปลูกแตงกวา 1 ไร่ จะใชเ้ มลด็ พนั ธุ์
ประมาณ 100 กรัม (1 ขีด) แตงกวาจดั เป็นพืชผกั อายสุ ้นั หลงั จากลงหลุมปลูกใชเ้ วลาเพียง 45-50
วนั เริ่มเกบ็ ผลผลิตไดแ้ ละจะเก็บไดน้ าน ประมาณ 20-30 วนั เกษตรกรที่ปลูกแตงกวาเป็นอาชีพ
จะปลกู แตงกวาปี ละ 4 รุ่น
สาหรับปัญหาและอปุ สรรคในการปลกู แตงกวาน้นั อาจารยด์ าเกิงบอกวา่ จะมีปัญหาในแต่
ฤดูกาลท่ีปลูกแตกตา่ งกนั ออกไป ถา้ ปลูกแตงกวาในช่วงฤดูแลง้ หรือปลกู ในช่วงอากาศแหง้ หรือ
ช่วงฝนทิ้งช่วง เช่น เกษตรกรปลกู แตงกวาในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพนั ธ์ มกั จะพบปัญหา
เรื่องแมลงศตั รูระบาดทาลาย โดยเฉพาะ "เพล้ียไฟ" จะดูดน้าเล้ียงท่ีใบ ดอก และยอดออ่ น ทาให้
ใบมว้ นหงิกงอ "เพล้ียไฟ" จดั เป็นแมลงศตั รูสาคญั ของการปลกู แตงกวา ดงั น้นั เม่ือเกษตรกร
ปลูกแตงกวาในช่วงฤดูแลง้ จะตอ้ งใชส้ ารป้องกนั และกาจดั เพล้ียไฟมากข้ึนกวา่ ฤดูกาลอื่น ทาให้
ตน้ ทนุ ในการผลิตสูงข้ึนตามไปดว้ ย
แตถ่ า้ เกษตรกรปลูกแตงกวาในช่วงฤดูฝนมกั จะพบปัญหาเร่ือง "โรคราน้าคา้ ง" หรือที่เกษตรกร
เรียก "โรคใบลาย" ถา้ ระบาดรุนแรงทาใหใ้ บแหง้ ตาย วธิ ีการสังเกตช่วงเวลาท่ีจะเกิดโรคน้ีกค็ ือ
สงั เกตในช่วงเวลาเชา้ ถา้ มีน้าคา้ งลงจดั (ช่วงที่อากาศมีความช้ืนสูง) หลงั จากฝนตกเกษตรกร
5
จะตอ้ งหมน่ั ตรวจดูบริเวณใตใ้ บแตงกวาวา่ มีเส้นใยสีขาวเกาะเป็นกลุ่มและมีสปอร์หรือไม่
ดงั น้นั การปลูกแตงกวาในช่วงฤดูฝน เกษตรกรตอ้ งมีตน้ ทนุ ในการผลิตในการซ้ือสารป้องกนั
และกาจดั เช้ือรามากข้ึน
สายพนั ธแ์ ตงกวา
แตงกวาหอมเตย
วธิ ีการปลูกแตงกวาหอมเตย อะโรมาติก สามารถปลูกต่อเนื่องไดต้ ลอดท้งั ปี โดยใชห้ ลกั ปลกู พชื
หมนุ เวยี น เม่ือเร่ิมเกบ็ ผลิตผลกส็ ามารถหยอดเมลด็ ตอ่ ไดท้ นั ที เทคนิคสาคญั ยงั อยทู่ ่ีการแต่ง
แขนง โดยใหต้ ดั แขนง 4 แขนงแรกทิ้ง และใหเ้ ริ่มติดผลไดต้ ้งั แต่แขนงขอ้ ท่ี 5 เพอื่ ใหเ้ ถาหลกั โต
ไวและเป็นทรงพุม่ โปร่ง ไม่เป็นท่ีสะสมของโรคและแมลง แตงกวาหอมเตย อะโรมาติกสามารถ
เกบ็ เก่ียวผลิตผลไดป้ ระมาณ 35-38 วนั หลงั เพาะเมลด็ โดยผลิตผลเฉล่ียประมาณ 5 ตนั ต่อไร่
และขายไดร้ าคาสูงสุดประมาณ 35 บาท ต่อกิโลกรัมโดยเฉล่ีย (ราคาผลิตผลข้ึนกบั สถานการณ์
ตลาดขณะน้นั )
6
อีกหน่ึงความพเิ ศษของ แตงกวาหอมเตย อะโรมาติก คือสามารถเกบ็ ผลอ่อน ขนาดประมาณ
7-10 เซนติเมตร มารับประทานเป็นของวา่ งได้ ซ่ึงนอกจากจะไดแ้ ตงกวารสชาติหวาน กรอบ
และหอมแลว้ ยงั มีประโยชน์ตอ่ สุขภาพอีกดว้ ย
ตระกลู แตงกวา
พชื ตระกลู แตง (Cucurbitaceae) เป็นพืชอาหารท่ีมีความสาคญั ของโลก แตงที่รู้จกั กนั ทว่ั ไป
ไดแ้ ก่ แตงโม แตงกวา บวบ และ เมลอ่ น เป็นตน้ ส่วนใหญ่เป็นพืชเถาเล้ือยฤดูเดียว ลาตน้ มีขนาด
ปานกลาง มีถิ่นกาเนิดในเขตอบอุน่ ของโลก และกระจายพนั ธุท์ ว่ั ไปในเขตร้อนช้ืนและก่ึงร้อน
ช้ืน มีจานวนเลก็ นอ้ ยที่พบอยใู่ นเขตอากาศเยน็ มีการปลูกและใชป้ ระโยชนจ์ ากพชื ในตระกลู น้ี
มานาน โดยทวั่ ไปใชผ้ ลในการรับประทาน บางชนิดมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรค และใช้
ประโยชน์อ่ืน ๆ เช่น ใชเ้ ป็นเครื่องดนตรี ภาชนะบรรจุของ ใยขดั และกรองอากาศ เป็นตน้
... ตวั อยา่ งพืชตระกูลแตง
- แตง ตวั อยา่ งเช่น แตงกวา แตงโม แคนตาลบู เมลอน แตงไทย แตงร้าน
- ซูกิน่ี ตวั อยา่ งเช่น ซูกินี่ลกู กลม ซูกิน่ีลกู ยาว
- ฟัก ตวั อยา่ งเช่น ฟัก แฟง ฟักแมว้
- ฟักทอง ตวั อยา่ งเช่น ฟักทองชนิดต่างๆ ส่วนมากเน้ือจะเป็นสีเหลือง
- บวบ ตวั อยา่ งเช่น บวบหอม บวบกลม บวบเหล่ียม
- น้าเตา้ ตวั อยา่ งเช่น น้าเตา้ จีน น้าเตา้ ญี่ป่ นุ
- มะระ ตวั อยา่ งเช่น มะระข้ีนก มะระจีน
- เล้ือยตามยถากรรม ตวั อยา่ งเช่น ตาลึง ชะเอมเถา ท้งั หมด คือไมเ้ ล้ือย การปลกู น้นั จะแตกต่าง
กนั ไปตามสายพนั ธุ์ ดงั น้ี
7
- ปลกู กบั พ้ืนดิน เช่น แตงโม แตงไทย ฟักทอง
- ปลูกโดยทาร้าน เช่น มะระ แตงกวา ฟัก บวบ น้าเตา้
- เล้ือยไปเองตามยถากรรม เช่น ตาลึง
พืชวงศแ์ ตงกวา
พชื ในวงศแ์ ตง (En:Cucurbitaceae) ประกอบไปดว้ ยพชื จาพวกสควอช, เมลอ่ น, และบวบ และ
ยงั รวมถึงพชื ที่เพาะปลูกกนั อยา่ ง แตงกวา, ฟักทอง, และแตงโมดว้ ย พืชวงศน์ ้ี ส่วนมากกระจาย
พนั ธุ์ในเขตร้อนท้งั ในเขตโลกเก่า และโลกใหม่
8
พืชวงศแ์ ตงมีประมาณ 125 สกุล 960 ชนิด ส่วนใหญ่พบในเขตร้อนและก่ึงเขตร้อน ส่วนมาก
เป็นพชื เถาปี เดียว แต่สามารถเป็นไมเ้ ถาเน้ือแขง็ , ไมพ้ ุม่ มีหนาม, และตน้ ไม้ (En:Dendrosicyos)
หลายชนิดมีดอกขนาดใหญส่ ีขาวหรือเหลือง ลาตน้ เป็นหา้ เหลี่ยม มีขน มือจบั ทามมุ 90° กบั กา้ น
ใบตรงขอ้ ใบไร้หูใบสลบั ใบแฉกเหมือนนิ้วมือหรือใบประกอบแผเ่ หมือนนิ้วมือ ดอกมีเพศเดียว
อยตู่ ่างตน้ (dioecious) หรือตน้ เดียวกนั (En:monoecious) ดอกเพศเมียมีรังไข่ใตว้ งกลีบ ผลมีเน้ือ
หลายเมลด็ แบบแตง
ประโยชน์ของแตงกวา
•ในปัจจุบนั มีการใชน้ ้าแตงกวานาไปผสมในเคร่ืองสาอางตา่ ง ๆ อยา่ งเช่น ครีมลา้ งหนา้ เจลลา้ ง
หนา้ สบลู่ า้ งหนา้ ครีมแตงกวา ครีมบารุงผวิ ครีมลดริ้วรอย ครีมกนั แดด โลชนั่ เพอ่ื ช่วยป้องกนั
ผิวแหง้ กร้าน ช่วยในการสมานผิว ทาใหผ้ ิวดูมีน้ามีนวล เป็นตน้
•เมนูแตงกวา เช่น ยาแตงกวาไขต่ ม้ ตม้ จืดแตงกวายดั ไส้ ตาแตง ยาแตงกวาปลาทนู ่า พลา่
แตงกวาหมูยา่ ง แตงกวาผดั ไข่ แตงกวาดอง ฯลฯ
•ทรีตเมนตจ์ ากแตงกวาช่วยลดรอยเหี่ยวยน่ ลดสิว ลดจุดด่างดา ช่วยบารุงทาใหผ้ วิ หนา้ อ่อนเยาว์
เพมิ่ ความชุ่มช้ืน ไมท่ าใหห้ นา้ มนั ทาใหผ้ วิ ขาวใส ช่วยบารุงดวงตา แกป้ ัญหาขอบตาคล้า ตา
บวม บารุงเส้นผม ป้องกนั ผมเสีย ฯลฯ
แตงกวาเป็นผกั ที่ไดร้ ับความนิยมมาก นิยมนามารับประทานเคียงกบั น้าพริกต่าง ๆ ลาบ อาหาร
จานเดียว อยา่ งขา้ วผดั ขา้ วมนั ไก่ หมแู ดง หมกู รอบ สลดั ผกั ก็จะมีแตงกวาประกอบอยดู่ ว้ ยเสมอ
เพราะเป็นผกั ที่มีน้ามาก จึงช่วยในการผอ่ นคลายความเผด็ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี และยงั ช่วยแกเ้ ลี่ยนใน
อาหารไดเ้ ป็นอยา่ งดีอีกดว้ ย
9
โทษของแตงกวา
•แตงกวามีกรดยรู ิกในน้าเมือกใสๆ ร่างกายกอ็ าจจะสะสมกรดยรู ิกเขา้ ไปมากเกินไป ถา้ หาก
ร่างกายกาจดั ออกไม่หมด
•ใบแตงกวาสด มีรสขม มีความเป็นพษิ ไมค่ วรรับประทานใบแตงกวาสด
•เถาแตงกวาสดมีความเป็นพษิ รสขม ไมค่ วรรับประทานเถาแตงกวาสด
ลกั ษณะของตน้ แตงกวา
ตน้ แตงกวา พชื ลม้ ลกุ ชนิดไมเ้ ถา อายเุ พียงหน่ึงปี เป็นพชื อายสุ ้ัน ปลกู ไดใ้ นทุกสภาพดินชอบ
ดินร่วนซุยปนทราย สามารถขยายพนั ธโ์ ดยการเพาะเมลด็ พนั ธ์ ลกั ษณะของตน้ แตงกวา มีดงั น้ี
•ลาตน้ ของแตงกวา เป็นลาตน้ เดี่ยว ลกั ษณะเป็นเถาไมเ้ ล้ือย ลาตน้ กลม เถาแขง็ แรงและเหนียว สี
เขียว ลาตน้ จะเกาะตามก่ิงไมห้ รือสิ่งที่ยดึ เกาะไดด้ ี ลาตน้ มีขนหยาบ สีขาว
10
•ใบแตงกวา เป็นใบประกอบ ขนาดเท่าฝ่ามือ ใบมีลกั ษณะคลา้ ยรูปสามเหล่ียม ปลายใบแหลม สี
เขียว มีกา้ นใบยาว ใบมีขนหยาบ
•ดอกแตงกวา ลกั ษณะเป็ นดอกเด่ียว กลีบดอกมีสีเขียว และ สีเหลือง ดอกเป็ นช่อออกตามซอก
ใบ กา้ นช่อดอกจะยาว ไม่มีลูกเล็กๆ ติดท่ีโคนดอก
•ผลของแตงกวา ลกั ษณะทรงกลมยาวเป็นทรงกระบอก เน้ือผลฉ่าน้า รสจืด ผลมีสีเขียวเขม้
เมลด็ ของแตงกวา ลกั ษณะของเมลด็ รีแบน ปลายแหลม สีขาว เมลด็ อยภู่ ายในผล มีหลายเมลด็ ใน
ผล
คุณค่าทางโภชนาการของแตงกวาพร้อมเปลือก ต่อ 100 กรัม
พลงั งาน 16 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 3.63 กรัม
น้าตาล 1.67 กรัม
เส้นใย 0.5 กรัม
ไขมนั 0.11 กรัม
โปรตีน 0.65 กรัม
น้า 95.23 กรัม
วติ ามินบี 1 0.027 มิลลิกรัม 2%
วติ ามินบี 2 0.033 มิลลิกรัม 3%
วิตามินบี 3 0.098 มิลลิกรัม 1%
11
วติ ามินบี 5 0.259 มิลลิกรัม 5%
วติ ามินบี 6 0.04 มิลลิกรัม 3%
วติ ามินบี 9 7 ไมโครกรัม 2%
วิตามินซี 2.8 มิลลิกรัม 3%
วิตามินเค 16.4 ไมโครกรัม
ธาตุแคลเซียม 16 มิลลิกรัม 2%
ธาตุเหลก็ 0.28 มิลลิกรัม 2%
ธาตุแมกนีเซียม 13 มิลลิกรัม 4%
ธาตแุ มงกานีส 0.079 มิลลิกรัม 4%
ธาตฟุ อสฟอรัส 24 มิลลิกรัม 3%
ธาตุโพแทสเซียม 147 มิลลิกรัม 3%
ธาตุโซเดียม 2 มิลลิกรัม 0%
ธาตสุ งั กะสี 0.2 มิลลิกรัม 2%
ธาตฟุ ลอู อไรด์ 1.3 ไมโครกรัม 11%
12
สรรพคุณของแตงกวา
1.แตงกวามีสรรพคุณช่วยแกก้ ระหาย ลดความร้อนในร่างกาย ทาใหร้ ่างกายสดช่ืน และช่วยเพิ่ม
ความชุ่มช้ืน
2.ช่วยกาจดั ของเสียที่ตกคา้ งในร่างกาย
3.แตงกวามีสารฟี นอลที่ทาหนา้ ท่ีต่อตา้ นอนุมลู อิสระต่าง ๆ
4.ผลและเมลด็ ออ่ นมีฤทธ์ิช่วยตอ่ ตา้ นมะเร็ง
5.ช่วยลดความดนั โลหิต (เถาแตงกวา)
6.ช่วยรักษาสมดุลตา่ ง ๆ ในร่างกาย รักษาระดบั น้าตาลในเลือด ระดบั ภูมิคุม้ กนั ใหอ้ ยใู่ นสุขภาพ
ดี
7.ช่วยควบคุมระดบั ความดนั เลือดและความสมดุลของสารอาหารในร่างกาย (โพแทสเซียม,
แมงกานีส)
8.ช่วยเสริมสร้างการทางานของระบบประสาท ระบบกลา้ มเน้ือ ระบบการหมุนเวียนเลือด
(แมกนีเซียม)
9.ช่วยเสริมสร้างการทาความของระบบประสาท เพ่ิมความจา (ผล, เมลด็ อ่อน)
10.ช่วยแกอ้ าการนอนไมห่ ลบั (ผล, เมลด็ )
11.เสน้ ใยอาหารจากแตงกวาช่วยควบคุมระดบั คอเลสเตอรอล ใหพ้ ลงั งานต่า เหมาะอยา่ งมาก
สาหรับผทู้ ี่ตอ้ งการควบคุมน้าหนกั
12.ช่วยแกไ้ ข้ (น้าแตงกวา)
13
13.ช่วยแกอ้ าการเจบ็ คอ โดยใชน้ าค้นั จากผลแตงกวานามากล้วั คออยา่ งนอ้ ยวนั ละ 3 คร้ังจะช่วย
ทาใหอ้ าการดีข้ึน
14.ช่วยลดอาการนอนไมห่ ลบั (น้าแตงกวา)
15.ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร (น้าแตงกวา)
16.ช่วยในการขบั ถา่ ย ป้องกนั และแกอ้ าการทอ้ งผกู
17.ช่วยแกอ้ าการทอ้ งเสีย บิด (ใบแตงกวา)
18.น้าค้นั จากแตงกวามีฤทธ์ิเป็นยาระบายออ่ น ๆ
19.ช่วยบารุงระบบยอ่ ยอาหารในร่างกาย
20.น้าแตงกวามีฤทธ์ิช่วยขบั ปัสสาวะ
21.ช่วยลดอาการบวมน้า
22.จากผลงานวจิ ยั พบวา่ แตงกวามีฤทธ์ิฆ่าเช้ือออ่ น ๆ ในการช่วยยบั ย้งั แบคทีเรีย กระตุน้ ลาไส้
เลก็ และมดลูกใหห้ ดตวั กระตุน้ การสร้างแบคทีเรีย ยบั ย้งั ไทรอยดเ์ ป็นพิษ ตอ่ ตา้ นการกลายพนั ธุ์
ตา้ นการเจริญเติบโตของเน้ืองอก ช่วยฆา่ พยาธิ กระตนุ้ การสร้าง interferon ช่วยไลแ่ มลง ช่วย
รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ลบรอยแผลเป็น เป็นตน้
23.แตงกวาอุดมไปดว้ ยสารสาคญั หลายชนิดท่ีมีผลต่อการสร้างเสริมสุขภาพผวิ ที่ดี และเป็นสาร
ต้งั ตน้ ในการสังเคราะหท์ ่ีใหค้ วามชุ่มช้ืนตามธรรมชาติหรือ Natural Moisturizing Factors
(NMFs) และยงั มีกรดอะมิโนซีสทีน (Cystine) และเมไธโอนีน (Methionine) ที่ช่วยทาใหเ้ กิด
ความยดื หยนุ่ แก่ผิวดว้ ย
24.แตงกวามีสารแอนโทแซนทิน (Anthoxanthins) ซ่ึงมีฤทธ์ิช่วยตา้ นการอกั เสบ ลดอาการปวด
ขอ้ เขา่ และช่วยตา้ นเช้ือวณั โรคได้ การดื่มนาค้นั จากแตงกวาเป็นประจาก็จะช่วยบารุงเส้นผม เล็บ
14
และผวิ หนงั ไดเ้ ป็นอยา่ งดี และยงั ช่วยชะลอวยั ใหเ้ ส้นผม แกป้ ัญหาผมบางไดอ้ ีกดว้ ยแตงกวา
นิยมนามารับประทานเป็ นผกั เคียงกบั น้าพริก อาหารจานเดียว ฯลฯ ช่วยผอ่ นคลายความเผด็ และ
ช่วยแกเ้ ลี่ยนในอาหารจานเดียว
ทรีตเมนตแ์ ตงกวา
แตงกวาพอกหนา้ สูตรป้องกนั สิวและสิวหวั ดา ดว้ ยการใชเ้ น้ือแตงกวานามาขดู เป็นฝอยแลว้ ใช้
พอกบริเวณหนา้ และลาคอทิ้งไวป้ ระมาณ 20 นาที หมนั่ ทาบอ่ ย ๆ ก็จะช่วยป้องกนั การเกิดสิว
ต่าง ๆ ได้
1.สูตรหนา้ ขาว ดว้ ยการใชน้ ้าค้นั จากผลแตงกวาและนมสดในปริมาณเท่ากนั แลว้ เติมน้าลอย
กลีบกหุ ลาบประมาณ 3 หยด แลว้ นามาทาหนา้ ทิง้ ไวป้ ระมาณ 20 นาที จะช่วยทาใหผ้ วิ หนา้ นุ่ม
และดูขาวยง่ิ ข้ึน
2.สูตรหนา้ ใส ดว้ ยการใชน้ ้าลอยกลีบกหุ ลาบและน้ามะนาวเลก็ นอ้ ย (น้าลอยกลีบกหุ ลาบควรใช้
กลีบมากหน่อย น้านอ้ ย ๆ เพอ่ื ใหม้ ีน้ามนั หอมจากกลีบกุหลาบอยใู่ นน้า) แลว้ นามาผสมกบั น้า
ค้นั แตงกวา นามาทาบนผวิ หนา้ กช็ ่วยทาใหผ้ ิวหนา้ ดูสดใสยงิ่ ข้ึน (เหมาะอยา่ งมากสาหรับผทู้ ี่มี
ผวิ มนั )
15
3.สูตรหนา้ ใส ไร้สิว ผิวเกล้ียงเกลา ดว้ ยการใชแ้ ตงกวาผา่ คร่ึง 1 ซึก, สตรอวเ์ บอร์รี 2 ลูก, น้า
มะนาว 1 ชอ้ นชา และน้าขิงสดค้นั จากราก นาส่วนผสมท้งั หมดใส่ลงไปในเคร่ืองปั่น แลว้ ป่ันจน
เน้ือเขา้ กนั แลว้ นามาพอกหนา้ ทิง้ ไวป้ ระมาณ 10 นาทีแลว้ ลา้ งออก (อาจรู้สึกแสบ ๆคนั บา้ ง
สาหรับผทู้ ี่ผวิ แพง้ า่ ยอาจตอ้ งระวงั สักนิด)
4.สูตรบารุงผิวพรรณ ลดเลือนริ้วรอย ดว้ ยการใชน้ ้าค้นั จากแตงกวา น้าส้ม น้ามะนาว น้าผ้งึ น้า
ลอยกลีบกุหลาบ และกลีเซอรีนอยา่ งละเท่า ๆ กนั แลว้ นามาใชท้ าบริเวณผวิ จะช่วยทาใหผ้ วิ ดู
อ่อนเยาวแ์ ละตึงกระชบั มากยงิ่ ข้ึน
5.สูตรผิวนุ่มชุ่มช้ืน ลดการระคายเคือง บรรเทาอาการอกั เสบและช่วยผลดั เซลลผ์ ิวท่ีตายแลว้
ดว้ ยสูตรแตงกวาและน้าผ้ึง โดยการใชน้ ้าผ้ึง 8 ออนซ์, น้ามะนาว 10 หยด และแตงกวาฝานแผน่
บาง ๆ ข้นั ตอนแรกใหน้ าน้าผ้งึ ผสมกบั น้ามะนาว แลว้ ทาลงบนใบหนา้ แลว้ นวดประมาณ 15
นาที แลว้ ใชผ้ า้ ชุบน้าเช็ดออก หลงั จากน้นั ก็วางแผน่ แตงกวาลงบนใบหนา้ ทิ้งไวป้ ระมาณ 10
นาทีแลว้ ลา้ งออก โดยแตงกวาจะช่วยดูดซบั สิ่งสกปรกที่ตกคา้ งอยใู่ ตผ้ วิ ทาใหผ้ ิวเยน็ ตึง และ
ช่วยเพิ่มความชุ่มช้ืนใหแ้ ก่ผวิ โดยไม่ทาใหห้ นา้ มนั เมื่อครบ 10 นาทีแลว้ กใ็ ชผ้ า้ ชุบน้าเชด็ ออกอีก
คร้ังเป็นอนั เสร็จ
6.สูตรกระชบั รูขมุ ขน ดว้ ยโลชนั่ น้าผลไม้ ข้นั ตอนแรกใหเ้ ตรียมน้าแตงกวา น้ามะเขือเทศ น้า
แตงโม และน้ามะนาว อยา่ งละ 1 ชอ้ นชา แลว้ นามาผสมใหเ้ ขากนั จากน้นั ใหใ้ ชส้ าลีแตม้
ส่วนผสมแลว้ เชด็ เบา ๆ ใหท้ ว่ั บริเวณใบหนา้ กจ็ ะช่วยสมานผวิ ทาใหร้ ูขมุ ขนดูกระชบั แทนการ
ใชโ้ ทนเนอร์ได้
7.สูตรลดรอยด่างดาบนผิว ดว้ ยการด่ืมน้าจากผลแตงกวา และทาน้าแตงกวาผสมกบั น้ากลีบกุ
หลาย (อตั ราส่วนเท่ากนั ) ลงบนผวิ ท่ีมีรอย ก็จะช่วยลดรอยด่างดาบนผิวหนงั และรอยจากการถูก
ยงุ กดั ได้
16
8.สูตรแกป้ ัญหาผิวไหมจ้ ากแสงแดดดว้ ยโลชนั แตงกวา จากสูตรน้าแตงกวาค้นั ผสมกบั กลีเซอ
รีน 1/2 ชอ้ นชา แลว้ นามาทาบริเวณที่ถูกแดดเผา กจ็ ะช่วยฟ้ื นฟสู ภาพผิว เพิ่มความชุ่มช้ืน และ
ช่วยลดการอกั เสบไดอ้ ีกดว้ ย
8.สูตรบารุงผวิ รอบดวงตา แกป้ ัญหาขอบตาคล้า ดว้ ยการใชแ้ ตงกวานามาหน่ั เป็นแวน่ ตามขวาง
แลว้ นามาวางบนเปลือกตาแลว้ นอนในที่เงียบสลวั ๆ กจ็ ะช่วยบรรเทาความเหนื่อยลา้ ของสายตา
ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
8.สูตรลดถุงใตต้ า ดว้ ยการใชน้ ้าค้นั จากผลแตงกวาประมาณ 1 ชอ้ นโตะ๊ ผสมกบั น้าค้นั จากมนั
ฝรั่ง 1 ชอ้ นโต๊ะ แลว้ นามาทาบริเวณใตต้ าหรือรอบดวงตา ทิ้งไวป้ ระมาณ 15 นาทีแลว้ ลา้ งออก
9.สูตรลดอาการตาบวม เนื่องมาจากการนอนดึกหรือจากการร้องไห้ วธิ ีการก็คือใหน้ าแตงกวา
แช่เยน็ มาหน่ั เป็นแวน่ บาง ๆ แลว้ นามาวางบนเปลือกตา หลบั ตาลงนอนพกั ทิ้งไวป้ ระมาณ 20
นาที กจ็ ะช่วยลดอาการตาบวมได้
10.สูตรแกอ้ าการแสบตา ระคายเคืองตา ปวดกลา้ มเน้ือตา ใตต้ าคล้า ตาแหง้ ตาพร่ามวั ดว้ ยการ
ใชแ้ ตงกวาแช่เยน็ ท่ีหน่ั เป็นแวน่ มาวางบริเวณดวงตาประมาณ 10 นาที แลว้ พกั สายตาในหอ้ งมืด
ก็จะช่วยทาใหด้ วงตากลบั มามีชีวติ ชีวาเหมือนเดิม
11.สูตรลดรอยหมองคล้าใตร้ ักแร้ หลงั อาบน้าเสร็จเชด็ ตวั ใหแ้ หง้ แลว้ ใหเ้ ตรียมน้าค้นั จาก
แตงกวา 1 ชอ้ นชา, น้ามะนาว 1 ชอ้ นชา, น้ามนั มะพร้าว 1 ชอ้ นโต๊ะ และผงขมิ้นคร่ึงชอ้ นชา แลว้
ใชส้ าลีชุบน้ามนั มะพร้าวนามาเช็ดบริเวณรักแร้ หลงั จากน้นั ใหผ้ สมน้าค้นั แตงกวา น้ามะนาว
และผงขมิ้นใหเ้ ขา้ กนั แลว้ นามาทาบริเวณรักแร้ทิ้งไวป้ ระมาณ 20 นาทีแลว้ ลา้ งออก ควรทาเป็น
ประจาสปั ดาห์ละ 2-3 คร้ัง
12.สูตรป้องกนั ผมเสียจากคลอรีน ดว้ ยการผสมไข่ 1 ฟอง, น้ามนั มะกอก 3 ชอ้ นชา, เน้ือแตงกวา
1/4 ผล แลว้ นามาชโลมบนเส้นผมทิง้ ไวป้ ระมาณ 10 นาทีแลว้ ลา้ งออก
17
13.สูตรแกอ้ าการแสบตา ระคายเคืองตา ปวดกลา้ มเน้ือตา ใตต้ าคล้า ตาแหง้ ตาพร่ามวั ดว้ ยการ
ใชแ้ ตงกวาแช่เยน็ ท่ีหนั่ เป็นแวน่ มาวางบริเวณดวงตาประมาณ 10 นาที แลว้ พกั สายตาในหอ้ งมืด
ๆ กจ็ ะช่วยทาใหด้ วงตากลบั มามีชีวติ ชีวาเหมือนเดิม
14.สูตรลดรอยหมองคล้าใตร้ ักแร้ หลงั อาบน้าเสร็จเช็ดตวั ใหแ้ หง้ แลว้ ใหเ้ ตรียมน้าค้นั จาก
แตงกวา 1 ชอ้ นชา, น้ามะนาว 1 ชอ้ นชา, น้ามนั มะพร้าว 1 ชอ้ นโต๊ะ และผงขมิ้นคร่ึงชอ้ นชา แลว้
ใชส้ าลีชุบน้ามนั มะพร้าวนามาเชด็ บริเวณรักแร้ หลงั จากน้นั ใหผ้ สมน้าค้นั แตงกวา น้ามะนาว
และผงขมิ้นใหเ้ ขา้ กนั แลว้ นามาทาบริเวณรักแร้ทิ้งไวป้ ระมาณ 20 นาทีแลว้ ลา้ งออก ควรทาเป็น
ประจาสัปดาห์ละ 2-3 คร้งั
15.สูตรป้องกนั ผมเสียจากคลอรีน ดว้ ยการผสมไข่ 1 ฟอง, น้ามนั มะกอก 3 ชอ้ นชา, เน้ือแตงกวา
1/4 ผล แลว้ นามาชโลมบนเส้นผมทิง้ ไวป้ ระมาณ 10 นาทีแลว้ ลา้ งออก
วิธีทาน้าค้นั จากแตงกวา
18
•ใหเ้ ตรียมวตั ถดุ ิบดงั น้ี แตงกวา 2 ผล, น้าตาลทราย 2 ชอ้ นโตะ๊ , น้ามะนาวคร่ึงลูก, น้าแขง็ 1 ถว้ ย
และน้าเปลา่ 2 ถว้ ย
•นาส่วนผสมที่เตรียมไวใ้ ส่ลงไปในโถป่ัน แลว้ ป่ันใหล้ ะเอียดจนเป็นเน้ือเดียวกนั รินใส่แกว้
เป็นอนั เสร็จ
•ปริมาณส่วนผสมดงั กลา่ วสามารถปรับไดต้ ามใจชอบ หรือจะใส่ผลไมช้ นิดอ่ืนอยา่ งแตงโม
แคนตาลูป ฯลฯ ลงไปดว้ ยกไ็ ด้
•จากสูตรสามารถใชน้ ้าเพยี ง 1 ถว้ ย ป่ันเสร็จเทใส่แกว้ แลว้ เติมโซดาเยน็ ๆ 1 ถว้ ยแทนก็ใชไ้ ด้
เหมือนกนั
ไอเดียการรับประทานแตงกวาเพื่อสุขภาพ
1. แตงกวาผดั ไข่
เตรียมส่วนผสมดว้ ยการนาแตงกวาลกู เลก็ ประมาณ 5 ผล ไปลา้ งน้าใหส้ ะอาด นามาผา่ ออกให้
เป็น 2 ซีก จากน้นั หนั่ แบบเฉียงๆ เตรียมไข่ไก่ 2 ฟอง น้ามนั 2-3 ชอ้ นโต๊ะ กระเทียมสับ 1 ชอ้ น
โต๊ะ น้ามนั หอย 1 ชอ้ นโต๊ะ น้าตาลทราย 1 ชอ้ นชา และเตา้ เจ้ียวดา 1 ชอ้ นโตะ๊
ข้นั ตอนการทาเริ่มดว้ ยการต้งั กระทะใส่น้ามนั ลงไปพอร้อน ตามดว้ ยกระเทียมสบั ผดั ใหพ้ อหอม
ใส่แตงกวาลงไปผดั ใหพ้ อร้อน ตามดว้ ยไข่ไก่ ผดั ใหเ้ ขา้ กนั จากน้นั ปรุงรสดว้ ยน้ามนั หอย
น้าตาลทรายและเตา้ เจ้ียว ผดั ใหเ้ ขา้ กนั ตกั ใส่จานรับประทานกบั ขา้ วสวยร้อนๆ
2. แตงกวาสลดั โยเกิร์ต
นาแตงกวาขนาดปานกลาง 1 ลกู ไปลา้ งน้าใหส้ ะอาด นามาหน่ั เป็นแวน่ ๆ แลว้ หน่ั คร่ึงอีกใหเ้ ป็น
ช้ินพอดีคา เติมผกั สลดั ชนิดอ่ืนๆ ตามชอบ 2 ถว้ ย กรีกโยเกิร์ต 1/4 ถว้ ย ถวั่ วอลนตั หรือถว่ั ชนิด
อ่ืนๆ 30 กรัม ใชส้ าหรับโรยหนา้ สลดั เกลือ และพริกไทย
19
ข้นั ตอนการทาเริ่มดว้ ยการเตรียมผกั สลดั วางไวบ้ นจาน จากน้นั นาแตงกวา โยเกิร์ต และถวั่ ท่ี
ชอบ พริกไทย หรือเกลือเลก็ นอ้ ย มาคลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั แลว้ นามาราดลงบนผกั สลดั ท่ีเตรียมไว้
ในจาน โรยหนา้ ดว้ ยถวั่ วอลนทั เป็นอนั เสร็จเรียบร้อย ก็จะไดเ้ มนูงา่ ยๆ เพ่อื สุขภาพแลว้
3. ตม้ จืดแตงกวายดั ไส้
เตรียมส่วนผสมดว้ ยการนาแตงกวาขนาดเลก็ 4-5 ลกู ไปลา้ งน้าใหส้ ะอาด นามาปอกเปลือก ผา่
ขวางเป็น 2 ท่อน ใชม้ ีดควา้ นไสอ้ อก นาหมูสับ 200 กรัม รากผกั ชี กระเทียม พริกไทย มาโขลก
รวมกนั 1 ชอ้ นโตะ๊ แป้งมนั /แป้งขา้ วโพด 1 ชอ้ นโต๊ะ น้ามนั หอย 1 ชอ้ นโตะ๊ ซีอ๊ิวขาว 2 ชอ้ น
โตะ๊ เกลือ 1/4 ชอ้ นชา มาผสมคลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั ทิ้งไวป้ ระมาณ 10 นาที
ข้นั ตอนการทาเริ่มดว้ ยการนารากผกั ชี 2 ราก กระเทียม 2 กลีบ มาบุบทิง้ ไว้ ต้งั หมอ้ ใส่น้าลงไป
พอประมาณ ใส่รากผกั ชี กระเทียมท่ีบบุ ไวล้ งไป ระหวา่ งรอน้าเดือดน้นั ใหน้ าหมูสบั ท่ีหมกั ไว้
มายดั ใส่แตงกวาที่ควา้ นไสอ้ อกแลว้
พอน้าเดือดใหใ้ ส่แตงกวายดั ไสท้ ่ีเตรียมไวล้ งไป ปรุงรสดว้ ยเกลือ ซีอ๊ิวขาวตามชอบ ตม้ ต่อ
ประมาณ 15-20 นาที ปรุงรสดว้ ยเกลือ ซีอิ๊วขาวตามชอบ พอเดือดตกั ใส่ชาม รับประทานพร้อม
ขา้ วสวยร้อนๆ อีกหน่ึงเมนูงา่ ยๆ สารับคนรักสุขภาพ
20
ขอ้ ควรระวงั
•ผทู้ ี่เป็นโรคเกาตไ์ ม่ควรรับประทานแตงกวาในปริมาณมาก เนื่องจากในแตงกวาจะมีกรดยรู ิค
หากรับประทานในปริมาณมากเกินไปจะส่งผลใหก้ รดยรู ิคในเลือดสูงข้ึนซ่ึงเป็นอนั ตรายต่อโรค
•แตงกวาเป็นผกั ท่ีมีความเสี่ยงตอ่ การเกิดสารตกคา้ ง เน่ืองจากเป็นผกั ท่ีศตั รูพืชสามารถกดั กิน
ง่าย ผปู้ ลูกส่วนใหญ่จึงมกั ใชย้ ากาจดั ศตั รูพืชช่วย หากรับประทานแตงกวาติดต่อกนั เป็น
เวลานานๆ อาจก่อใหเ้ กิดการสะสมของสารตกเคมีคา้ งได้ ฉะน้นั ก่อนนาแตงกวามารับประทาน
ควรลา้ งน้าใหส้ ะอาดทกุ คร้ัง
•แตงกวาเป็นผกั ท่ีหารับประทานไดง้ ่ายตามทอ้ งตลาดทวั่ ไปแถมยงั มีราคาถกู อีกดว้ ย แต่
คุณประโยชนท์ ี่ไดร้ ับกลบั มากมายเกินราคา ประโยชน์หลกั ๆ ของแตงกวา จะเห็นไดว้ า่ แตงกวา
จะช่วยในเร่ืองของการปรับสมดุลใหก้ บั ร่างกาย ช่วยในเรื่องของการบารุงผิวพรรณใหด้ ูดีข้ึน
•หากมีอาการไอ ควรหลีกเล่ียงการรับประทานแตงกวาเนื่องจากมีฤทธ์ิเยน็ จะยง่ิ ทาใหอ้ าการไอ
แยล่ ง
21
สภาพพ้ืนที่ปลูกแตงกวา
สภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสมสาหรับการเจริญเติบโต แตงกวาชอบข้ึนในดินร่วนปนทราย การ
ระบายน้าดีชอบอากาศร้อน ถา้ ปลกู ในที่เยน็ จดั อณุ หภมู ิประมาณ ซ เมลด็ แตงจะไมง่ อกแตจ่ ะ
ฟักตวั อยใู่ นดิน หากอณุ หภูมิเร่ิมอบอ่นุ ข้ึน เมลด็ น้นั จะกลบั งอกข้ึนมาอีก หากอากาศเยน็ จะ
ใหผ้ ลชา้ อุณหภมู ิท่ีเหมาะสมกบั การเจริญเติบโต ประมาณ 25 – ซ หรือสูงกว่าน้ีแตงก็โตไดป้ กติ
ประเทศไทยนบั วา่ เหมาะสมที่จะปลูกแตงกวามาก ยกเวน้ ในเขตที่มีอากาศเยน็ จดั นอกจากน้ี
แตงกวายงั ตอ้ งการบรรยากาศท่ีแหง้ ดว้ ย ตอ้ งการแสงแดดจดั ตลอดวนั ความเป็นกรดด่างของดิน
ประมาณ 5.5 – 6.8
22
การเตรียมดิน แตงกวาเป็นพืชท่ีมีระบบรากลึกปานกลาง ควรขดุ ไถใหห้ นา้ ดินลึกประมาณ 20 –
25 ซม. และควรใส่ป๋ ุยคอกหรือป๋ ุยหมกั เก่าลงไปในการเตรียมดินดว้ ย และเน่ืองจากมกั นิยมปลูก
แตงแบบหยอดเมลด็ ลงโดยตรงในแปลง ดงั น้นั ผวิ หนา้ ดินของแปลงปลูกควรละเอียด
พอประมาณ
การปลูก มกั ใชว้ ธิ ีดงั น้ี
ปลูกเป็นหลุม ใชร้ ะยะระหวา่ งแถวประมาณ 1.5 เมตร ระยะระหวา่ งตน้ 1 เมตร หรือ 1.5 – 1.5
เมตร โดยใชเ้ มลด็ หยอดหลุมละ 3 – 5 เมลด็ โดยใหล้ ึกลงไปในดิน 2.5 ซม. แลว้ กลบดว้ ยป๋ ยุ
คอก การยกร่องปลกู หากปลูกเป็นแปลงใหญ่ นิยมปลกู แถวเด่ียว และไดร้ ะยะระหวา่ งแถวห่าง
1.5 ม. ระหวา่ งตน้ 50 ซม. ในกรณีน้ีมกั ไม่ปักไมค้ า้ ง หากพ้นื ที่ยกร่องเล็กๆ มกั ปลูกเป็นแถวๆ คู่
มกั ปักคา้ งใหเ้ ถาแตงเล้ือยข้ึนระยะปักใช้ 100 – 50 ซม. เม่ือหยอดเมลด็ เสร็จควรใชฟ้ างคลุมและ
รดน้าใหด้ ินช้ืนอยเู่ สมอ หลงั จากแตงกวางอกและมีใบจริง 2 ใบ ควรถอนทิ้งใหเ้ หลือหลุมละ 1 –
2 ตน้ เมื่อเถาแตงอายุ 14 วนั จะเร่ิมเล้ือย จึงมกั ปักคา้ งใหแ้ ตงโดยปักไม้ ปักหลุมละ 1 อนั และให้
หลกั เอนเขา้ หากนั และมดั ไวด้ า้ นบน ไมค้ า้ งควรยาว 2 เมตร
การปฏิบตั ิดูแลรักษา
การใหน้ ้า ระบบการใหน้ ้าแบบ Furrow System มกั ใหผ้ ลดี เพราะผวิ ดินจะชุ่มน้ามากและเถา
แตงไม่เปี ยกน้า หากใหน้ ้าระบบท่ีทาใหเ้ ถาแตงเปี ยกน้า อาจเป็นบอ่ เกิดของโรคเน่าได้ โรคเน่า
มกั เป็นที่ใบและลาตน้
การพรวนดิน ควรทาในระยะแรกเพ่ือกาจดั วชั พชื ในระยะต่อมาอาจทาลาบาก เพราะรากแตงจะ
อยทู่ ่ีผิวดินมาก หากพรวนดินจะกระทบกระเทือน ระบบรากทาใหช้ ะงกั การเจริญเติบโต และ
ประกอบกบั เถาแตงมกั เปราะงา่ ย ดงั น้นั อาจทาใหก้ ารเจริญของแตงไม่ดี
การใหป้ ๋ ุย ในการใส่ป๋ ุยคอกตอนเตรียมดินมกั ใชใ้ นอตั รา 2 ตน้ /ไร่ และมกั ใส่ป๋ ุยสูตร 15-15-15
เป็นป๋ ุยรองพ้ืนดว้ ย การเจริญในระยะแรก ควรใส่โซเดียมในเตรต 1 ชอ้ นโต๊ะ/หลมุ ตน้ แตงจะ
23
แขง็ แรงดี อาจใส่ 2 คร้ังภายใน 1 เดือนแรกของการเจริญเติบโต แตเ่ น่ืองจากแตงเป็นผกั ที่
รับประทานผล ดงั น้นั ในระยะหลงั ควรใส่ป๋ ุย 14-14-21 ในอตั รา 50 กก./ไร่ และป๋ ุยสูตรน้ีอาจใส่
เป็นป๋ ุยรองพ้นื กไ็ ด้
การเกบ็ เก่ียว มกั เริ่มเกบ็ ผลแตงได้ เมอ่ื หลงั จากหยอดเมลด็ 40 วนั และจะเกบ็ ไปเร่ือยๆ
อีกประมาณ 1 เดือน การเกบ็ ตอ้ งคานึงถึงขนาดของผล และจุดประสงคข์ องการใชใ้ น
การดอง มกั เก็บเมื่อผลมีอายุ 3 – 4 วนั จากผสมเกสร ในการบริโภคสด มกั เกบ็ เม่ืออายุ
6 – 7 วนั หลงั จากผสมเกสรระยะผสมเกสรเป็นระยะที่ดอกแตงบาน หากทิง้ ผลที่มีอายุ
มากไวก้ บั ตน้ แตง ตน้ แตงจะโทรม ผลแตงออ่ นจะมีสีเขียวปนขาว ผลแตงแก่จะมีสี
เหลือง หลงั จากเก็บเก่ียวมาอยไู่ ด้ 2 – 3 วนั คุณภาพจะเส่ือมลง แตงกวาพนั ธุพ์ ้ืนเมือง
ของเรา มีขนาดประมาณ 7 – 10 ซม. พนั ธุ์ต่างประเทศ ขนาดของผลประมาณ 20 – 25
ซม. และผลออ่ นสีเขียวเขม้ มาก
พนั ธุแ์ ตง พนั ธุแ์ ตงกวาสามารถจาแนกไดเ้ ป็น 2 กลมุ่ ใหญ่ๆ คือ แตงกวาทานผลสด
และแตงกวาดองสาหรบั แตงกวาทานผลผสมควรมีเน้ือบางไส้ (เมลด็ ) ใหญ่ สีของ
เปลือกไมเ่ ขียวเขม้ และแตงกวาพวกน้ีมี 2 ประเภท คือ ประเภทที่มีหนามดา จะเกบ็ ไว้
ไม่ทนหลงั จากเก็บเกี่ยวมาจากตน้ มกั เก็บรักษาไวไ้ ดป้ ระมาณ 2 – 3 วนั กจ็ ะเสีย
คุณภาพ และอีกประเภทหน่ึงคือ หนามสีขาว จะมีคุณภาพในการเก็บรักษาไดด้ ีกวา่ คือ
ประมาณ 1 สัปดาห์ สาหรับแตงกวาดองเป็นแตงกวาท่ีควรมีลกั ษณะเน้ือหนา ไส้
(บริเวณท่ีมีเมลด็ ) เลก็ เปลือกสีเขียวเขม้ เมื่อนาไปดองจะกรอบแขง็
24
โรคและแมลงศตั รูพืช
•โรคราน้าคา้ ง
แตงกวา พบอาการบนใบ มกั พบมีแผลเหล่ียมเล็กสีเหลืองชดั เจน ในขอบเขตเส้นใบ ในบางสาย
พนั ธุแ์ ผลอาจเป็นสีขาวหรือเทา ตอ่ มาใบจะเหลืองแหง้ ไป แตงโม แคนตาลปู แผลจะเกิดใน
ขอบเขตเสน้ ใบเช่นเดียวกบั แตงกวา แต่ไม่ชดั เจนเท่า จะติดผลนอ้ ย ผลมีขนาดเลก็ และความ
หวานลดลง หากสภาพแวดลอ้ มเหมาะสม โรคจะระบาดรวดเร็ว ทาใหใ้ บเหลืองและแหง้ ตายท้งั
ตน้ พบเสน้ ใยเช้ือราเป็นขยุ สีเทาดาตรงแผลใตใ้ บ มกั จะระบาดรุนแรงและรวดเร็วเม่ือช่วงกาลงั
ใหผ้ ล ทาใหเ้ ถาตายก่อนท่ีผลจะสุกแก่พร้อมเกบ็ เก่ียว ตาลึง บวบ ฟักทอง ฟักขา้ ว ไมค่ อ่ ยพบการ
ระบาดของโรคราน้าคา้ ง
•โรคราแป้ง
มีอาการคลา้ ยกนั ในทุกพืชตระกลู แตง แตจ่ ะพบระบาดมากใน แคนตาลูป และ แตง จะพบผงฝ่ นุ
สีขาวไดท้ ุกส่วนของพืช แต่เห็นไดช้ ดั คือดา้ นบนใบ และแผข่ ยายจนเตม็ ใบ โดยอาการเร่ิมแรก
จะเกิดท่ีใบแก่ หรือส่วนล่างของตน้ ก่อน หากมีอาการรุนแรงใบจะเปล่ียนเป็ นสีน้าตาล ลกุ ลาม
ไปทวั่ และตน้ แหง้ ตายในที่สุด
25
•โรคตน้ แตกยางไหล
เป็นโรคที่มีความสัมพนั ธ์กบั โรคราแป้ง ถา้ มีการเขา้ ทาลายของโรคราแป้งก่อน จะทาใหเ้ กิดโรค
ยางไหลไดง้ า่ ยข้ึน ใบ ส่วนมากมีอาการที่ขอบใบ มีอาการช้าเลก็ ๆ ต่อมาแผลขยายเขา้ มาในเน้ือ
ใบ แผลเปล่ียนเป็นสีเหลืองหรือน้าตาล ขอบแผลชดั เจน ใบมว้ นงอ ลาตน้ และก่ิง เป็นแผลช้า
ยาว และขยายจนรอบลาตน้ และเปลี่ยนเป็นสีน้าตาลหรือดา ทาใหต้ น้ แตกตามยาว และมียาง
เหนียวสีเหลืองหรือแดงออกมาตามรอยแตก เถา จะเหี่ยว เห็นเป็นอาการระยะสุดทา้ ย จะแสดง
อาการเห่ียวตายหลงั เช้ือเขา้ ทาลายไปแลว้ 4 สัปดาห์ ผล ผลอ่อน จะเห็นเป็นจุดเลก็ ๆ สีน้าตาลฉ่า
น้า เมื่อผลอายมุ ากข้ึน จุดจะมีสีเขม้ ข้ึน
26
•โรคใบด่างแตง
เกิดจากเช้ือไวรัส Cucumber mosaic virus) หรือ CMV
ตน้ กลา้ อาจทาใหช้ ะงกั การเจริญเติบโต ใบเล้ียงเห่ียวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและตายในที่สุด ใบ มี
ขนาดเลก็ ลง ด่าง ยน่ ขอบใบมว้ น ตน้ แคระแกร็น ปลอ้ งท่ียงั ไมแ่ ก่จะไมข่ ยาย ใบที่ยอด จะแตก
ใหมอ่ อกเป็นใบเล็กๆ ฝอยๆ ใบแก่จะเหลืองและแหง้ ตาย ผล มีอาการด่างลาย เขียวซีด หรือขาว
สลบั กบั สีเขียวเขม้ ผิวขรุขระ และอาจทาใหม้ ีรสขม สามารถถา่ ยทอดเช้ือไดโ้ ดยการสัมผสั
เมลด็ และแมลงพาหะ พวกเพล้ียอ่อน
27
•เพล้ียอ่อน
เป็นแมลงขนาดเลก็ ตวั อ่อนสีเขียว ตวั แก่สีดาและมีปี ก จะดูดน้าเล้ียงที่ใบและยอดอ่อน ทาใหใ้ บ
มว้ น ตน้ แคระแกร็น และยงั เป็นพาหนะนาไวรัสดว้ ย
•เพล้ียไฟ
เป็นแมลงขนาดเลก็ ตวั สีน้าตาลออ่ นถึงน้าตาลแก่ จะดูดน้าเล้ียงที่ใบ ดอกอ่อน และยอดออ่ น ทา
ใหใ้ บมว้ นหงิกงอ รูปร่างผดิ ปกติ ใบเป็นกระจุก มีสีสลบั เขียวเป็นทาง ระบาดมากในช่วงท่ีมี
อากาศแหง้ แลง้ ฝนทิง้ ช่วง
28
29
•หนอนชอนใบ
แมลงวนั หนอนชอนใบเพศเมียวางไขใตผ้ ิวใบ ตวั หนอนมีลกั ษณะหวั แหลมทา้ ยป้านโดยชอนไช
ภายในใบ ทา่ ใหเ้ กิดรอยเสน้ สีขาว ถา้ ระบาดรุนแรง ใบจะร่วง