The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมทักษะวิทยาศาสตร์ ระบบย่อยอาหาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rattiya747, 2022-03-29 03:46:47

ชุดกิจกรรมทักษะวิทยาศาสตร์ ระบบย่อยอาหาร

ชุดกิจกรรมทักษะวิทยาศาสตร์ ระบบย่อยอาหาร

ชุดกิจกรรมฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เล่มนี้ จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดและ
สาระการเรียนรู้แกนกลาง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 อาหารและการยอ่ ยอาหาร เรอื่ ง ระบบย่อยอาหาร เน้ือหาความรู้
ในเล่มกิจกรรมได้รวบรวมสรุปและได้นำเสนอในรูปแบบของชุดกิจกรรมฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ท่ี
สะดวกในการใช้ทั้งผู้สอนและผู้เรียน โดยเฉพาะผู้เรียนสามารถค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ได้ปฏิบัติจริงและ
เรยี นร้ดู ้วยตนเอง ทำใหเ้ กดิ ความเข้าใจอยา่ งทอ่ งแท้และเกดกิ ารเรยี นรอู้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เล่มนี้ จะมีส่วนช่วย
พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนตลอดจนพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนให้ดีขึ้น จนสามารถ
พัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ เพื่อส่งผลให้นักเรียนเป็นคนดี มีปัญญาและอยู่ในสังคมได้อย่างมี
ความสขุ

ผู้จัดทำ
19 มนี าคม 2565



เร่ือง หน้า

คำนำ ก
สารบัญ ข
1
คำแนะนำสำหรับผสู้ อน 2
คำแนะนำสำหรบั ผ้เู รียน 3
ลำดบั ขนั้ การเรยี นรู้โดยใชก้ จิ กรรมฝกึ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4
รายละเอยี ดในชดุ กจิ กรรมฝึกทกั ษะ 5
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรื่องระบบยอ่ ยอาหาร 7
8
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น 13
ใบความรู้ เรอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหาร 15
ใบกจิ กรรมที่ 1 ทกั ษะการสังเกต 16
ใบกจิ กรรมท่ี 2 ทกั ษะการจำแนก 19
ใบกิจกรรมที่ 3 ทกั ษะการทดลอง 20
ใบกจิ กรรมที่ 4 ทักษะการจดั กระทำและการสือ่ ความหมายขอ้ มูล 24
ใบกจิ กรรมท่ี 5 ทักษะการตคี วามหมายขอ้ มูลและลงสรปุ ข้อมลู 26
แบบทดสอบหลังเรียน เร่อื ง ระบบย่อยอาหาร 27
28
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรยี น
บรรณานุกรม
ภาคผนวก



1. ชุดกิจกรรมฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
อาหารและการยอ่ ยอาหาร เรื่อง ระบบบยอ่ ยอาหาร ใช้เวลาเรียน 3 ช่วั โมง ควบคูก่ ับแผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง
ระบบย่อยอาหาร นกั เรยี นระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6

2. ครูผู้สอนควรตรวจสอบความพร้อม ความเรียบร้อยของสื่อการเรียนการสอน และทดลองใช้สื่อให้เกดิ
ความชำนาญก่อนที่นำไปใช้จริง

3. ครูผู้สอนจัดเตรียมห้องเรียนหรือแหล่งเรียนรู้ให้เอื้อต่อการกิจกรรมการเรียนการสอนตามความ
เหมาะสมของเนือ้ หาบทเรยี น

4. ครูผู้สอนศึกษาเนื้อหาที่จะสอนและศึกษาชุดกิจกรรมฝึกทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
สำหรับนกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 โดยละเอียด

5.ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเอง แนะนำขั้นตอนการใช้
ชุดกจิ กรรมฝึกทักษะวิทยาศาสตร์ จากน้นั ใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น 10 ข้อ

6. ครูผู้สอนควรกระต้นุ ให้นกั เรียนทกุ คนมสี ่วนร่วมในการทำกิจกรรม เพื่อเป็นการฝึกใหน้ ักเรียนรู้จักการ
ทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รับผิดชอบต่อหน้าที่และเน้นให้นักเรียนตั้งใจเรียนและระมัดระวังในเรื่อง
ความปลอดภัยจากการใช้อปุ กรณ์การทดลอง

7. ขณะนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมครูเดินตรวจดูการทำงานของนักเรียนแต่ละคน ครูซักถามหากพบว่า
นกั เรียนคนใดคนหนง่ึ มปี ัญหาเกิดขน้ึ ครตู อ้ งให้ความช่วยเหลอื เพ่ือให้ปัญหานน้ั หมดไป

8. ครูผู้สอนควรดูแลนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรมอย่างใกล้ชิดพร้อมกับประเมินทักษะกระบวนการและ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และบันทึกผลการประเมนิ ทุกดา้ น

9. หลังจากท่ีนักเรยี นทำกจิ กรรมในชุดฝึกทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์เรยี บร้อยแลว้ ครผู ูส้ อนให้
นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น 10 ขอ้

1

ชุดกิจกรรมฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบย่อยอหาร สำหรับนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ใชเ้ วลา 3 ช่ัวโมง ใหน้ ักเรียนปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามขัน้ ตอน ดังต่อไปนี้

1. ฟังคำแนะนำในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการเรยี นของชุดกิจกรรมการเรียนรู้
2. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนก่อน จำนวน 10 ข้อ เสร็จแล้ว แลกเปลี่ยนกันตรวจ พร้อมให้คะแนน
แล้วจึงสง่ ใหค้ รูไดต้ รวจสอบความถกู ต้องอีกครั้ง
3. นักเรียนตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในชุดกิจกรรม ไม่ชักชวนให้เพื่อนละเลยต่อการ
ปฏิบัติงานหรือเลน่ ในระหว่างเรียน
4. เมื่อปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ตามใบกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ตรวจคำตอบได้จากใบเฉลยแนว
คำตอบกิจกรรม
5. เมื่อศึกษาและปฏิบัติกิจกรรมในชุดกิจกรรมฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบย่อย
อาหาร สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนจำนวน
10 ข้อ
6. หากมขี อ้ สงสยั หรอื พบเจอปัญหาใหป้ รึกษาครผู ้สู อนทันที

2

ศกึ ษาคมู่ ือการใช้ชดุ กิจกรรมฝกึ ทักษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

ทดสอบก่อนเรียน

ไมผ่ ่านเกณฑ์ 1. ศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหารสำหรับ
ทดสอบหลังเรยี น นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6

ผา่ นเกณฑ์ 2. ศกึ ษาและลงมอื ปฏิบตั ติ ามใบกจิ กรรมที่ 1 ทักษะ
การสังเกต

3. ศกึ ษาและลงมอื ปฏบิ ัติตามใบกจิ กรรมที่ 2 ทกั ษะ
การจำแนก

4. ศกึ ษาและลงมอื ปฏบิ ัตติ ามใบกิจกรรมท่ี 3 ทักษะ
การจดั กระทำและการส่อื ความหมายข้อมูล

5. ศึกษาและลงมือปฏบิ ัติตามใบกจิ กรรมท่ี 4 ทักษะ
การทดลอง

6. ศกึ ษาและลงมอื ปฏิบตั ิตามใบกิจกรรมที่ 5 ทกั ษะ
การตคี วามหมายข้อมูลและลงข้อสรุปขอ้ มูล

7. ตรวจคำตอบจากแนวคำตอบกจิ กรรมหรอื สอบ
สอบครผู ู้สอนเมอื่ ไม่เข้าใจ

3

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชว้ี ดั
หนว่ ยที่ 1 อาหารและระบบยอ่ ยอาหาร
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เรอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหาร เวลา 3 ชว่ั โมง
1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องสิง่ มชี ีวติ หน่วยพื้นฐานของสิ่งมชี ีวติ การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสตั ว์และมนุษย์ทท่ี ำงานสัมพันธก์ นั ความสมั พนั ธ์
ของโครงสรา้ งและหน้าท่ีของอวยั วะต่าง ๆ ของพืชท่ที ำงานสมั พนั ธก์ ัน รวมทง้ั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้วี ัด
ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจำลองระบบยอ่ ยอาหาร และบรรยายหนา้ ทข่ี องอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร รวมท้งั
อธิบายการย่อยอาหารและการดดู ซมึ สารอาหาร
ว 1.2 ป.6/5 ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของระบบยอ่ ยอาหารโดยการบอกแนวทางในการดแู ลรกั ษาอวยั วะ
ในระบบยอ่ ยอาหารใหท้ ำงานเปน็ ปกติ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายขน้ั ตอนการทำงาน และอวัยวะที่ใชใ้ นการยอ่ ยอาหารได้
2. อธบิ ายถึงความสำคญั ของระบบย่อยอาหารได้
3. อธบิ ายแนวทางในการดูแลรักษาอวยั ในระบบย่อยอาหารให้ทำงานเปน็ ปกติ
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1. มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมแสดงออกถงึ ความใฝเ่ รยี นรู้
2. นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมแสดงออกถงึ ความมงุ่ มน่ั ในการทำงาน

45

คำช้ีแจง จงเลือกคำตอบที่ถกู ตอ้ งทส่ี ดุ เพียงคำตอบเดียว โดยทำเคร่ืองหมาย (x) ลงในกระดาษคำตอบ
(10 ขอ้ 10 คะแนน) ใชเ้ วลา 10 นาที

1. เพราะเหตุใดเวลาท่ีกนิ อาหารจำพวกแป้ง เมื่อเคี้ยวไปนาน ๆ จึงรสู้ กึ ว่ามรี สหวาน

ก. เพราะน้ำลายมรี สหวาน ข. เพราะในแปง้ มนี ้ำตาลผสมอยู่

ค. เพราะเอมไซม์ในน้ำลายช่วยย่อยแป้งใหเ้ ปน็ นำ้ ตาล ง. เพราะเอมไซม์ในปากมรี สหวาน

2. การปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไรช่วยให้ไม่เปน็ โรคกระเพาะอาหาร

ก. ด่มื นำ้ มาก ๆ ข. ขับถา่ ยเป็นเวลา

ค. เคย้ี วอาหารใหล้ ะเอยี ดกอ่ นกลนื ง. รับประทานอาหารให้ตรงเวลาทกุ มอ้ื

3.การยอ่ ยอาหารเริ่มต้นท่ีอวัยวะใดและสน้ิ สุดท่ีอวยั วะใด

ก. ปาก-กระเพาะอาหาร ข. ปาก-ลำไส้เล็ก

ค. ปาก-ลำไสใ้ หญ่ ง. กระเพาะอาหาร-ลำไส้ใหญ่

4.อวยั วะในระบบย่อยอาหารประกอบด้วย

1: ปาก

2: หลอดอาหาร

3: กระเพาะอาหาร

4: ลำไสเ้ ลก็

5: ลำไสใ้ หญ่

อาหารท่ีเรารบั ประทานจะไม่ถกู ย่อยในอวยั วะใด

ก. 1 และ 2 ข. 2 และ 5

ค. 3 และ 4 ง. 4 และ 5

5

5. ปากมีเอนไซน์ท่สี ามารถยอ่ ยอาหารชนิดใด

ก. ข้าว ข. เนื้อไก่

ค. ผกั สด ง. ผลไม้

6. ส้มโอ เป็นนกั กีฬาฟุตบอล อายุ 12 ปี สม้ โอควรเลือกรบั ประทานอาหารในม้อื เชา้ ขอ้ ใดจึงเหมาะสมกับเพศ วยั
และกิจกรรมทที่ ำมากท่สี ดุ

ก. ไกท่ อด 2 ชน้ิ ข. กว๋ ยเต๋ียวลยุ สวน

ค. ข้าวขาหมู ง. กาแฟและขนมปงั

7. "peristalsis" เกยี่ วขอ้ งสมั พนั ธก์ ับสง่ิ ใดตอ่ ไปนี้

ก. การยอ่ ยโดยตรงกบั อาหารที่กนิ เขา้ ไป ข. อวัยวะทางเดินอาหารต้งั แตป่ ากถงึ ทวารหนกั

ค. การชอ่ ยเชงิ กลและเชงิ เคมี ง. การบบี ตัวของกลา้ มเน้ือหลอดอาหาร กระเพาะ
อาหาร

8. อาหารทร่ี ับประทาน เช่น เนยแขง็ จะถกู ยอ่ ยทบ่ี รเิ วณใด

ก. ไม่มกี ารยอ่ ย ดูดซึมเขา้ หลอดเลอื ดฝอยไดท้ ันที ข. ลำไส้เล็ก

ค. ลำไสใ้ หญ่ ง. กระเพาะอาหาร

9. การกระทำใดไมจ่ ัดเป็นกระบวนการยอ่ ย

ก. ฟันบดเคยี้ ว ข. ทางเดนิ อาหารบีบตัว

ค. กระเพาะอาหารยืดหด ง. ลำไสเ้ ล็กเปล่ยี นเพปไทด์เป็นกรดอะมโิ น

10. ปากยอ่ ยเชิงเคมีโดยอาศัยน้ำย่อยจากอวัยวะใด

ก. ฟัน ข. หลอดอาหาร

ค. ตับอ่อน ง. ต่อมน้ำลาย

6

ข้อ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10





คะแนน

คะแนน 10
เตม็
คะแนน
ทไี่ ด้

7

รู้หรือไมว่ ่า อาหารท่ีเรารับประทานเขา้ ไป รา่ งกายจะนำไปใชต้ ้องผา่ น
ระบบกระบวนการใดของรา่ งกายกอ่ น ?

ระบบย่อยอาหารของมนษุ ย์ (Digestive system of Human)

ระบบย่อยอาหาร ทำหน้าทยี่ อ่ ยอาหารที่เรารบั ประทานเขา้ ไป ซ่งึ มขี นาดโมเลกุลใหญ่ให้เป็นสารอาหาร
ขนาดโมเลกลุ เลก็ จนรา่ งกายสามารถดดู ซึมเข้าสู่หลอดเลอื ดและถกู ลำเลียงไปเล้ยี งส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย

ประเภทของการยอ่ ยอาหาร (Type of digestion)

การย่อยอาหาร มี 2 ประเภท คอื

1. การยอ่ ยเชิงกล (Mechanical digestion)

คอื การเปลย่ี นแปลงอาหารใหม้ ีโมเลกุลขนาดเล็กโดยอาศยั การทำงานของฟนั ในการบดเคย้ี ว ล้ิน
กล้ามเนอ้ื บรเิ วณโพรงปาก รวมไปถงึ การบบี ตวั ของกล้ามเนื้อในทางเดินอาหาร

2. การยอ่ ยเชงิ เคมี (Chemical digestion)

คอื การเปลยี่ นแปลงอาหารใหม้ ีโมเลกุลขนาดเลก็ โดยอาศยั เอนไซม์ เชน่ ในช่องปากมีนำ้ ลาย ซง่ึ ใน
นำ้ ลายจะมเี อนไซม์อะไมเลส ทห่ี นา้ ในการยอ่ ยแป้ง

สารอาหารท่ีมีโมเลกลุ ขนาดใหญ่จะถกู ย่อยให้มีโมเลกุลขนาดเลก็ ทสี่ ุด ดังน้ี

คารโ์ บไฮเดรต กลูโคส

โปรตีน กรดอะมโิ น

ไขมัน กรดไขมนั และกลีเซอรอล

8

ลักษณะโครงสรา้ งทางเดนิ อาหารของมนุษย์

ปาก (Mouth) คอหอย (Pharynx)
หลอดอาหาร (Esophagus) กระเพาะอาหาร (Stomach)

ลำไสใ้ หญ่ (Large intestine) ลำไสเ้ ลก็ (Small intestine)
ทวารหนกั (Anus) ไส้ตรง (Rectum)

ลำดบั ทางเดนิ อาหารของมนษุ ย์

1. ปาก (Mouth) 2. คอหอย (Pharynx)
3. หลอดอาหาร (Esophagus) 4. กระเพาะอาหาร (Stomach)
5. ลำไสเ้ ล็ก (Small intestine) 6. ลำไสใ้ หญ่ (Large intestine)
7. ไสต้ รง (Rectum) 8. ทวารหนกั (Anus)

? เหตุใดเมือ่ รบั ประทานอาหารแขง็ หรอื ชิ้นใหญ่เกนิ ไปจึงทำใหเ้ รารสู้ ึกแนน่ บรเิ วาณ
หนา้ อก
ตอบ บรเิ วณหลอดอาหารบบี ตวั ยากและเกดิ การหดเกร็งของกล้ามเนอื้ หลอดอาหาร
? อวยั วะในทางเดนิ อาหารใดมขี นาดใหญท่ ่ีสุด
ตอบ กระเพาะอาหาร
? อวยั วะในทางเดนิ อาหารใดมคี วามยาวมากท่ีสุด
ตอบ ลำไสเ้ ล็ก ว่ึงเป็นท่อขดไปขดมาในช่องท้อง ยาวประมาณ 7 เมตร
? ทวารหนักเปน็ อวัยวะในระบบยอ่ ยอาหารหรอื ไม่
ตอบ ไม่เปน็ ทวารหนกั เป็นเพยี งส่วนหน่ึงของทางเดินอาหาร แตไ่ มใ่ ชอ่ วัยวะในระบบ
ยอ่ ยอาหาร จดั เปน็ อวัยวะในการขับถ่าย

9

ร้หู รอื ไม่ อวัยวะท่ีเก่ยี วข้องกบั ระบบยอ่ ยอาหารมหี น้าที่อยา่ งไร

ช่อื อวัยวะ หนา้ ท่ี
ปาก - มฟี ันสำหรบั บดเคยี้ วอาหาร มลี ิ้นคลกุ เคล้าอาหาร
คอหอย กบั น้ำลาย โดยในนำ้ ลายจะมเี อนไซมอ์ ะไมเลส ทำ
หลอดอาหาร หนา้ ทยี่ อ่ ยแปง้ เป็นน้ำตาลมอลโทส
กระเพาะอาหาร - ไมม่ ีการดูดซมึ สารอาหาร
- มหี นา้ ที่เกย่ี วกับการทำใหเ้ กดิ การกลนื ซง่ึ จะทำให้
ลำไสเ้ ลก็ อาหารเข้าสู่โพรงปากลงไปสู่หลอดอาหารแล้วเขา้ ไป
ยงั กระเพาะอาหาร
- รับอาหารจากคอหอยให้ผา่ นลงสูก่ ระเพาะอาหาร
โดยการบีบตัวของผนังกล้ามเนื้อหลอดอาหารแบบ
เพอริสตลั ซสิ (Peristalsis)
- อาหารจะคลกุ เคล้าอยู่ในกระเพาะอาหารดว้ ยการ
หดและคลายตวั ของกลา้ มเน้อื กระเพาะอาหารแบบ
เพอรสิ ตลั ซิส ทำให้ก้อนอาหารมขี นาดเลก็ ลง
ลกั ษณะเปน็ ลม่ิ ๆ
- มีการย่อยอาหารจำพวกโปรตนี เทา่ นน้ั
- ทำลายแบคทีเรยี ทต่ี ดิ มากับอาหาร เน่อื งจากความ
เปน็ กรดในกระเพาะอาหาร
- มกี ารย่อยและดูดซึมอาหารมากทส่ี ดุ
- มกี ารรบั แอนไซม์จากตบั ออ่ น เพื่อย่อยโปรตนี
คารโ์ บไฮเดรต ไขมัน
- มีน้ำดี (ไม่ใช่เอนไซม)์ ทสี่ ร้างจากตับ เพ่อื ทำให้
ไขมันแตกออกเปน็ โมเลกลุ เลก็ ๆ และชว่ ยให้
เอนไซมไ์ ลเปสย่อยไขมันได้ดียงิ่ ขึ้น

10

ชื่ออวัยวะ หน้าที่
- ไมม่ กี ารย่อยอาหาร มีแตก่ ารดูดซึมสารอาหารท่ยี งั
ลำไส้ใหญ่ เหลือคา้ งในกากอาหาร รวมทงั้ ดดู ซมึ นำ้ เกลือแร่
และวติ ามิน
ทวารหนัก - ทำให้กากอาหารมคี วามเหนยี วข้น มีลักษณะเป็น
ตบั ก้อน และถูกขบั ออกทางทวารหนกั ในรปู ของ
ตับออ่ น อจุ จาระ
- ไม่มกี ารย่อย เป็นช่องทางขับถ่ายอจุ จาระ (กาก
อาหาร) ออกส่ภู ายนอกรา่ งกาย
- สร้างนำ้ ดี (ไม่ใชเ่ อนไซม์หรอื น้ำย่อย) ทำให้ไขมนั
แตกตวั กลายเป็นหยดไขมันเลก็ และละลายนำ้ ไดใ้ น
รปู แบบอมิ ัลชัน (Emulsion)
- สรา้ งเอนไซมห์ ลายชนดิ เพ่ือย่อยอาหารประเภท
โปรตนี คารโ์ บไฮเดรตและไขมัน ใชใ้ นการยอ่ ย
อาหารในลำไสเ้ ล็ก เชน่ ไลเปสยอ่ ยอาหารประเภท
ไขมัน ทริปซนิ ยอ่ ยอาหารประเภทโปรตีน อะไมเล
สเอนไซม์ช่วยยอ่ ยคาร์โบไฮเดรต

สรุป ลำดบั ทางเดนิ อาหารของมนุษย์

ปาก (Mouth) อาหารเข้าสู่ร่างกายทางปาก ในปากมีฟันบดเคี้ยว ล้ิน
คลุกเคล้าอาหารกับน้ำลาย ซึ่งในน้ำลายมมีเอนไซม์อะไมเลส จะ
คอหอย (Pharynx) ย่อยอาหารประเภทแป้ง จากนั้นอาหารเคลื่อนที่ผ่านคอหอย ลง
สู่หลอดอาหาร มีกล้ามเน้ือในการบีบรดั อาหารให้เคลื่อนที่ เรียก
หลอดอาหาร (Esophagus) เพอริสตัสซิส อาหารลงสู่กระเพาะอาหาร ภายในมีเอนไซม์ย่อย
อาหารประเภทโปรตีน โดยกระเพาะอาหารจะหดตัวและคลาย
กระเพาะอาหาร ตัว ช่วยให้อาหารคลุกเคล้ากับเอนไซม์ จากนั้นอาหารจะ
(Stomach) เคลื่อนที่ไปย่อยต่อที่ลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการย่อยอาหาร
ลำไสเ้ ลก็ (Small มากที่สุด จากนั้นเหลือเพียงกากอาหารโดยจะเคลื่อนที่ไปยัง
intestine) ลำไส้ใหญ่ มีการดูดซึมน้ำ เกลือแร่ และวิตามินที่เหลืออยู่จาก
ลำไสใ้ หญ่ (Large การอาหาร กากอาหารเคลื่อนที่ผ่านไส้ตรงและออกจากร่างกาย
intestine) ทางทวารหนกั
ไสต้ รง (Rectum)
11
ทวารหนกั (Anus)

มีเอนไซม์ย่อยคารโ์ บไฮเดรต มเี อนไซมย์ อ่ ยโปรตนี

มีเอนไซมย์ อ่ ยคารโ์ บไฮเดรต โปรตีน ไขมนั

นกั เรยี นมวี ธิ ปี ฏิบัตติ นในการดแู ลรักษาอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร
อยา่ งไรบ้าง

- รับประทานอาหารให้ตรงเวลา - รับประทานอาหารรสจัด
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ - รับประทานอาหารมากเกินไป
หลากหลาย ไม่ทานเมนูซ้ำ ๆ เดิม ๆ - นอนหรือออกกำลังกายทันทีหลัง
- รับประทานอาหารที่สด สะอาด รับประทานอาหาร
- รับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ

12

ใบกิจกรรมท่ี 1

เรอ่ื ง การทดลองข้าวแสนหวาน

(ทกั ษะการสงั เกต)

ชอ่ื - นามสกลุ ……………………..……………………….เลขท่ี.................................

จุดประสงค์ของการทดลอง

1. ทดลองและอธิบายการทำงานของปากในการย่อยอาหาร

2. ทดสอบการยอ่ ยแป้งด้วยอะไมเลสในนำ้ ลาย

อุปกรณ์

1. ขา้ วสกุ 1 ถว้ ย

2. ชอ้ น 1 คัน

วิธีกำรทดลอง

1. นกั เรยี นบว้ นปากใหส้ ะอาด ตกั ขา้ วสกุ ใสป่ ากแลว้ เค้ียว

2. บันทึกรสชาตเิ ม่ือเรมิ่ เคีย้ วขา้ วและหลงั จากเคี้ยวข้าวนาน 1 นาที

ตารางบนั ทึกผล

สงิ่ ท่สี งั เกต ผลการสงั เกต

1. รสชาติของข้าวเมอ่ื เริม่ เคย้ี ว ......................................................................................................
......................................................................................................

2. รสชาตขิ องข้าวเมื่อเคีย้ วนาน 1 นาที ......................................................................................................
......................................................................................................

สรุปผลการทดลอง

13

คำถามทา้ ยการทดลอง
1. รสชาติของขา้ วตอนเรมิ่ เคย้ี วและหลงั จากเคยี้ วนาน 1 นาทีแตกตา่ งกนั หรือไมอ่ ย่างไร
2. นำ้ ลายเก่ยี วขอ้ งกับการย่อยอาหารหรือไมอ่ ย่างไร
3. การเค้ยี วอาหารให้ละเอียด มีผลดตี ่อการยอ่ ยอาหารอย่างไร

14

ใบกิจกรรมท่ี 2
เรื่อง ระบบยอ่ ยอาหาร
(ทักษะการจำแนก)

คำชีแ้ จง: ใหน้ กั เรยี นนำพยญั ชนะหน้าขอ้ ความในกรอบส่ีเหลี่ยม จบั คแู่ สดงความสมั พันธร์ ะหวา่ งอวัยวะกบั การย่อย
สารอาหารใหถ้ ูกต้อง

ก. ปาก ข. กระเพาะอาหาร ค. ลำไสเ้ ลก็

1. มเี อนไซมเ์ พือ่ ใชย้ อ่ ยโปรตนี เท่านัน้
2. มเี อมไซมเ์ พื่อใชย้ ่อยคารโ์ บไฮเดรต โปรตนี และไขมนั
3. มเี อมไซม์เพอ่ื ใช้ย่อยคารโ์ บไฮเดรต

คำชี้แจง: ให้นกั เรียนจำแนกอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร โดยนำช่ืออวยั วะเติมในข้อความทส่ี มั พันธก์ นั

ก. ทวารหนกั ข. ฟัน ค. คอยหอย ง.ต่อมนำ้ ลาย จ. หลอดอาหาร
ฉ. ลำไสเ้ ล็ก ช. ตบั
ซ.ลำไสใ้ หญ่ ณ. กระเพาะอาหาร ญ. ตบั ออ่ น

อวยั วะทีเ่ ปน็ การยอ่ ยเชิงกล อวยั วะท่เี ปน็ การย่อยเชิงเคมี อวยั วะทเ่ี ปน็ ทางเดนิ อาหาร

15

ใบกิจกรรมที่ 3
เรื่อง การทดลองย่อยแปง้ ในปาก

(ทักษะการทดลอง)

จุดประสงค์การทดลอง เรอ่ื ง การย่อยแป้งในปาก

อธิบายหนา้ที่และความสำคญั ของเอนไซม์ในน้ำลายได้

อุปกรณ์ ทำความเข้าใจกนั ใหด้ ี ๆ

1. ขา้ วสุก 1 ชอ้ นโต๊ะ เราจะไปสนกุ กบั การทดลอง
กนั
2. สารละลายเบเนดิกส์ 3 ลกู บาศกเ์ซนติเมตร

3. ตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมท่กี น้ ลั ม 1 ชุด

4. บีกเกอรข์ นาด 250 มิลลลิ ติ ร 1 ใบ

5. หลอดทดลอง 2 หลอด

ปัญหา การยอ่ ยอาหารเกิดข้ึนท่ีปากหรือไม่

ขน้ั ตอนการทดลอง

1. แบง่ ขา้วสกุ ประมาณ 1 ชอ้ นโตะ๊ ออกเปน็ 2 ส่วน โดยใสส่ ว่ นที่1 ลงในหลอดทดลอง หลอดที่ 1 และข้าวสกุ สว่ น
ที่2 เค้ยี วให้ละเอยี ดนาน 30 วินาทีแล้วใส่ลงในหลอดทดลอง หลอดที่ 2

2. หยดสารละลายเบเนดิกส์ลงในหลอดทดลองทง้ั 2 หลอด หลอดละประมาณ 5–7 หยดแล้วนำไปต้มในน้ำ เดอื ด
ประมาณ 2 นาที สงั เกตและบันทึกผล

16

คำแนะนำก่อนทำกิจกรรม

1. ให้นักเรยี นศึกษา เรอื่ ง ระบบยอ่ ยอาหารโดยศกึ ษากลไกการย่อยอาหาร ตำแหน่งอวยัวะตา่ ง ๆ ทเี่ กี่ยวกับ
ทางเดนิ อาหารและภาวะแวดล้อมที่มผี ลต่อการทำงานของเอนไซม์
2. ให้นกั เรียนศกึ ษาปญั หา ต้ังสมมตฐิ านและขั้นตอนการดำเนนิ การทดลอง เรอ่ื งการยอ่ ยแปง้

รูป แสดงการยอ่ ยแปง้
ที่มา : (Trueplookpanya, 2565)
3. ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาวิธใี ช้อปุ กรณก์ ารทดลอง ตรวจสอบความพรอ้ มของชดุ การทดลอง
3.1 ก่อนใชง้ าน
3.1.1 ตรวจสภาพการใช้งานของตะเกยี งแอลกอฮอลท์ กี่ น้ ลั ม
3.1.2 ตรวจสภาพขาตั้งหลอดทดลอง
3.2 ขณะใชง้ าน
3.2.1 แบ่งขา้วสกุ ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะออกเปน็ 2 ส่วน โดยใสส่ ว่ นท1ี่ ลงในหลอดทดลอง หลอดที่ 1
และขาว้ สกุ ส่วนที่2 เคีย้ วให้ละเอยี ดนาน 30 วินาทีแลว้ ใส่ลงในหลอดทดลองหลอดท่ี 2
3.2.2 หยดสารละลายเบเนดิกสล์ งในหลอดทดลองทง้ั 2 หลอด หลอดละประมาณ 5–7 หยดแลว้ นำไป
ตม้ ในน้ำเดอื ดประมาณ 2 นาที สงั เกตและบนั ทกึ ผล
3.3 ขอ้ ควรระวงั
ควรใช้ท่ีกัน้ ลมทกุ ครงั้ เพ่อื ป้องกนั ไมใ่ ห้เปลวไฟโดนมือของผ้ทู ำการทดลอง

17

ใบบันทึกกจิ กรรมที่ 3
เรอื่ ง การทดลองยอ่ ยแปง้ ในปาก

ชือ่ -สกุล…………………………………………………………………………………….ช้นั …………..เลขท…ี่ ………….กล่มุ ……………
1. ตารางบันทกึ ผล

2. คำถามหลังทำกจิ กรรม
2.1 สที ส่ี งั เกตได้จากหลอดทดลองท่ี 1 และ 2 กอ่ นต้มคือสอี ะไร
2.2 เมื่อตม้ หลอดทดลองท่ี 1 จะมกี ารเปลี่ยนแปลงเกิดขึน้ หรอื ไม่
2.3 หลอดทดลองทง้ั 2 หลอด มกี ารเปลี่ยนแปลงเหมือนหรือแตกตา่ งกนั ในลกั ษณะใด
2.4 สารสีเหลอื งทพ่ี บในหลอดทดลองคืออะไรเกดิ ขนึ้ ได้อยา่ งไร
3. สรุปกิจกรรม

18

ใบกจิ กรรมท่ี 4
เร่อื ง ระบบย่อยอาหารของมนษุ ย์
(ทกั ษะการจัดกระทำและการส่อื ความหมายขอ้ มูล)

คำชแ้ี จง้ ตอนที่ 1 ใหน้ ักเรียนวาดภาพลกั ษณะโครงสร้างทางเดินอาหารของมนษุ ยพ์ รอ้ มทงั้ บอกชอื่ ของอวยั วะ
ต่างๆ ของระบบย่อยอาหารของมนุษย์

ตอนที่ 2 จงบอกหน้าท่ีของอวยั วะในระบบย่อยอาหารของมนุษยด์ ังต่อไปนี้
1. ปาก ทำหนา้ ท่ี
2. หลอดอาหาร ทำหน้าท่ี
3. การเพาะอาหาร ทำหน้าท่ี
4. ลำไสเ้ ลก็ ทำหน้าท่ี
5. ตบั ออ่ น ทำหน้าท่ี

19

ใบกจิ กรรมที่ 5
เรอื่ ง ความสำคญั ของระบบย่อยอาหาร
(ทักษะการตคี วามหมายขอ้ มูลและลงสรุปขอ้ มูล)

คำชแี้ จง ใหน้ กั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ กู ตอ้ ง

1.ระบบยอ่ ยอาหารมีหนา้ ที่สำคัญอยา่ งไร
2.อาการท้องผกู นกั เรยี นควรรบั ประทานอาหารชนดิ ใดเพ่ือปอ้ งกนั การเกดิ อาการน้ี

20

3.จงตอบคำถามต่อไปนใ้ี ห้สอดคลอ้ งกัน สารอาหารทถ่ี กู ย่อย

อวยั วะ
ปาก
หลอดอาหาร
กระเพาะอาหาร
ลำไสเ้ ลก็
ลำไส้ใหญ่

4. สารอาหารทุกชนดิ ต้องผ่านการยอ่ ยหรือไม่ ถา้ ไม่ เพราะเหตใุ ดจึงเปน็ เช่นนน้ั

21

คำช้ีแจง จงเลือกคำตอบทถี่ กู ต้องท่สี ดุ เพียงคำตอบเดียว โดยทำเครอ่ื งหมาย (x) ลงในกระดาษคำตอบ
(10 ขอ้ 10 คะแนน) ใชเ้ วลา 10 นาที

1. ปากย่อยเชิงเคมโี ดยอาศัยนำ้ ย่อยจากอวัยวะใด

ก. หลอดอาหาร ข. ต่อมน้ำลาย

ค. ฟัน ง. ตับอ่อน

2. ส้มโอ เปน็ นกั กีฬาฟุตบอล อายุ 12 ปี ส้มโอควรเลอื กรับประทานอาหารในมือ้ เชา้ ขอ้ ใดจงึ เหมาะสมกับเพศ วัย และ
กิจกรรมทีท่ ำมากท่ีสุด

ก. ขา้ วขาหมู ข. กาแฟและขนมปงั

ค. ไก่ทอด 2 ชนิ้ ง. ก๋วยเตีย๋ วลุยสวน

3. อวัยวะในระบบย่อยอาหารประกอบด้วย

1: ปาก

2: หลอดอาหาร

3: กระเพาะอาหาร

4: ลำไส้เล็ก

5: ลำไส้ใหญ่

อาหารทเี่ รารับประทานจะไมถ่ กู ยอ่ ยในอวัยวะใด

ก. 1 และ 2 ข. 2 และ 5

ค. 3 และ 4 ง. 4 และ 5

4. เพราะเหตุใดเวลาทก่ี นิ อาหารจำพวกแปง้ เมอ่ื เค้ยี วไปนาน ๆ จึงรู้สกึ วา่ มีรสหวาน

ก. เพราะน้ำลายมีรสหวาน ข. เพราะในแปง้ มนี ำ้ ตาลผสมอยู่

ค. เพราะเอมไซมใ์ นนำ้ ลายชว่ ยย่อยแปง้ ให้เปน็ น้ำตาล ง. เพราะเอมไซม์ในปากมรี สหวาน

24

5. "peristalsis" เกี่ยวข้องสัมพันธ์กบั สง่ิ ใดต่อไปนี้

ก. การบีบตัวของกล้ามเน้ือหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ข. การช่อยเชิงกลและเชงิ เคมี

ค. การย่อยโดยตรงกบั อาหารทกี่ ินเข้าไป ง. อวัยวะทางเดินอาหารตัง้ แตป่ ากถึงทวารหนัก

6.การยอ่ ยอาหารเริม่ ต้นท่ีอวัยวะใดและสนิ้ สดุ ท่ีอวยั วะใด

ก. ปาก-กระเพาะอาหาร ข. ปาก-ลำไสเ้ ลก็

ค. ปาก-ลำไส้ใหญ่ ง. กระเพาะอาหาร-ลำไส้ใหญ่

7. การกระทำใดไม่จดั เป็นกระบวนการย่อย

ก. ฟนั บดเค้ยี ว ข. ลำไส้เลก็ เปล่ยี นเพปไทดเ์ ปน็ กรดอะมิโน

ค. กระเพาะอาหารยืดหด ง. ทางเดินอาหารบบี ตัว

8. การปฏบิ ตั ติ นอย่างไรช่วยให้ไมเ่ ป็นโรคกระเพาะอาหาร

ก. ดื่มน้ำมาก ๆ ข. ขับถา่ ยเป็นเวลา

ค. เคี้ยวอาหารใหล้ ะเอยี ดกอ่ นกลนื ง. รบั ประทานอาหารใหต้ รงเวลาทุกม้ือ

9. อาหารทีร่ บั ประทาน เชน่ เนยแขง็ จะถูกยอ่ ยทบ่ี ริเวณใด

ก. ไม่มกี ารยอ่ ย ดูดซมึ เข้าหลอดเลอื ดฝอยได้ทันที ข. ลำไส้เลก็

ค. ลำไส้ใหญ่ ง. กระเพาะอาหาร

10. ปากมีเอนไซน์ท่สี ามารถยอ่ ยอาหารชนิดใด

ก. ข้าว ข. เน้อื ไก่

ค. ผักสด ง. ผลไม้

25

ข้อ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10





คะแนน

คะแนน 10
เต็ม
คะแนน
ทไ่ี ด้

26

ทรปู ลกู ปญั ญา. (2565). ความสำคญั ของระบบยอ่ ยอาหาร. สบื คน้ เมือ่ 10 มีนาคม 2565 จาก
https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/30588-043066.

วิรชั ชัย ทอดเสยี ง. (2565). ระบบย่อยอาหาร. สืบคน้ เมอ่ื 10 มีนาคม 2565 จาก http://www.bwc.ac.th/e-
learning/virachai02/yoiarhan.htm.

อาทิตยา คำประไพ. (2557). ระบบย่อยอาหาร. สบื คน้ เมอ่ื 10 มนี าคม 2565 จาก
https://sites.google.com/site/bodyssystems/rabb-yxy-xahar.

อญั ชญั ไทยแท้. (2565). ระบบในร่างกาย. สืบค้นเมอ่ื 10 มีนาคม 2565 จาก
http://www.takesa2.go.th/site/images/124587.pdf.

National geographic. (2562). ระบบทางเดนิ อาหาร : อวัยวะในระบบทางเดนิ อาหาร. สืบค้นเมื่อ 10 มนี าคม
2565 จาก https://ngthai.com/science/21292/digestivesystem/.

ครูบา้ นนอก. (2551). การปฏบิ ัติตนในการดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบ. สบื คน้ เม่อื 10 มนี าคม 2565 จาก
https://www.kroobannok.com/1543.

27

28

Digestive system
Stomach
Liver
Pancreas

Gallbladder
Anus

Digestive tract
Enzyme
Salivary

Small intestine
Large intestine

Nutrient
Esophagus

29

ขอ้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10









ขอ้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10









30

เฉลย

ใบกิจกรรมท่ี 1
เร่อื ง การทดลองขา้ วแสนหวาน

(ทักษะการสังเกต)

จุดประสงค์ของการทดลอง

1. ทดลองและอธบิ ายการทำงานของปากในการย่อยอาหาร

2. ทดสอบการยอ่ ยแป้งด้วยอะไมเลสในน้ำลาย

อปุ กรณ์

1. ข้าวสุก 1 ถว้ ย

2. ชอ้ น 1 คนั

วิธกี ำรทดลอง

1. นกั เรยี นบว้ นปากใหส้ ะอาด ตกั ขา้ วสกุ ใสป่ ากแลว้ เค้ียว

2. บันทกึ รสชาตเิ มือ่ เรม่ิ เคยี้ วข้าวและหลงั จากเค้ียวข้าวนาน 1 นาที

ตารางบนั ทกึ ผล

ส่งิ ท่สี ังเกต ผลการสังเกต

1. รสชาตขิ องข้าวเม่อื เรม่ิ เคี้ยว เมื่อเร่มิ เค้ียวขา้ วยังมีรสชาตจืด / ไม่มีรสชาติ

2. รสชาติของขา้ วเมือ่ เค้ยี วนาน 1 นาที ข้าวเริม่ มรี สชาตหิ วาน

สรุปผลการทดลอง

เม่อื เคี้ยวขา้ วเป็นเวลานาน ๆ ข้าวจะหวาน เพราะมนี ้ำตาลเกดิ ขึน้ จากการเคย้ี วข้าวเนื่องจากเอมไซม์ อะไมเลส ยอ่ ย
แป้งในข้าวใหเ้ ปน็ นำ้ ตาลจากตอนแรกทเี่ ขา้ ไปในปากจะจดื แตห่ ลงั จาก 1 นาที ถ้าอมหรอื วา่ มีการเคย้ี วจะเรม่ิ
กระบวนการยอ่ ย จะมี ความหวาน เกิดข้ึน

31

คำถามทา้ ยการทดลอง
1. รสชาตขิ องข้าวตอนเร่ิมเคี้ยวและหลังจากเค้ยี วนาน 1 นาทแี ตกต่างกนั หรือไมอ่ ย่างไร

ตอบ แตกตา่ งกนั เพราะเอมไซม์ อะไมเลส ยอ่ ยแปง้ ในขา้ วให้เป็นนำ้ ตาล จากตอนแรกทีเ่ ข้าไปในปากจะจดื
แต่หลงั จาก 1 นาที ถา้ อมหรอื วา่ มกี ารเคี้ยวจะเรมิ่ กระบวนการย่อย
2. น้ำลายเกยี่ วข้องกับการย่อยอาหารหรอื ไมอ่ ย่างไร

ตอบ น้ำลายช่วยทำให้อาหารมีความนุ่มง่ายต่อการย่อย และยังมีองค์ประกอบของเอนไซม์ Amylase และ
Lipase ที่ชว่ ยในการยอ่ ยอาหารจำพวกแปง้ และไขมนั ตามลำดบั กอ่ นสง่ ต่อไปยงั กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก
3. การเคีย้ วอาหารใหล้ ะเอียด มีผลดีตอ่ การย่อยอาหารอย่างไร

ตอบ ร่างกายดูดซึมอาหารได้ดี การเคี้ยวอาหารอย่างละเอียด จะใช้เวลาการย่อยอาหารน้อยลง ร่างกายจะ
สามารถดดู ซึมสารอาหารไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ ควบคมุ น้ำหนกั การท่เี ราใชเ้ วลาในการเคี้ยวอาหารใหน้ านขนึ้ จะช่วย
ทำใหเ้ รารูส้ กึ อ่มิ เร็ว และช่วยใหน้ ้ำหนกั ไมเ่ พมิ่ หรอื ลดลง ส่งผลให้นำ้ หนกั คงที่

32

เฉลย

ใบกิจกรรมท่ี 2
เรือ่ ง ระบบย่อยอาหาร
(ทกั ษะการจำแนก)

คำช้แี จง: ให้นักเรียนนำพยญั ชนะหนา้ ขอ้ ความในกรอบสเ่ี หลยี่ ม จบั คู่แสดงความสัมพันธร์ ะหว่างอวยั วะกับการยอ่ ย
สารอาหารใหถ้ กู ต้อง

ก. ปาก ข. กระเพาะอาหาร ค. ลำไส้เล็ก

ก 1. มเี อนไซม์เพื่อใช้ย่อยโปรตนี เทา่ นนั้
ค 2. มีเอมไซมเ์ พ่ือใชย้ อ่ ยคารโ์ บไฮเดรต โปรตีน และไขมนั
ข 3. มีเอมไซมเ์ พื่อใชย้ ่อยคารโ์ บไฮเดรต

คำชแ้ี จง: ให้นักเรยี นจำแนกอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร โดยนำชือ่ อวัยวะเตมิ ในข้อความที่สัมพันธก์ นั

ก. ทวารหนกั ข. ฟัน ค. คอยหอย ง.ต่อมน้ำลาย จ. หลอดอาหาร
ฉ. ลำไสเ้ ลก็ ช. ตบั
ซ.ลำไสใ้ หญ่ ณ. กระเพาะอาหาร ญ. ตบั ออ่ น

อวัยวะทีเ่ ป็นการย่อยเชงิ กล อวยั วะทีเ่ ปน็ การย่อยเชิงเคมี อวัยวะทเ่ี ป็นทางเดนิ อาหาร
ฟนั ตอ่ มน้ำลาย คอหอย
ลำไส้เล็ก
ตบั หลอดอาหาร
ลำไส้ใหญ่
กระเพาะอาหาร ทวารหนกั
ตับออ่ น

33

เฉลย

ใบกจิ กรรมท่ี 3
เรือ่ ง การทดลองการย่อยแปง้ ในปาก

(ทกั ษะการทดลอง)

1. ตารางบันทึกผล เร่อื ง การยอ่ ยแป้งในปาก
หลอดทดลอง ผลการเปลยี่ นแปลงทเ่ี กิดขน้ึ

ก่อนตม้ ก่อนตม้

หลอดที่ 1 ข้าวสุก + สารละลายเบเนดิกส์ สฟี า้ ไมเ่ ปลี่ยนแปลง

หลอดท่ี 2 ข้าวสุกท่เี คยี้ วละเอยี ด + สารละลายเบเน สีฟา้ สีเหลอื ง

ดกิ ส์

2. คำถามหลังทำกิจกรรม

2.1 สีทสี่ งั เกตไดจ้ ากหลอดทดลองที่ 1 และ 2 ก่อนตม้ คือสีอะไร

หลอดทดลองท่ี 1 และ 2 กอ่ นต้มจะมีสีฟา้

2.2 เม่ือตม้ หลอดทดลองที่ 1 จะมีการเปล่ยี นแปลงเกดิ ขนึ้ หรอื ไม่

ไม่มกี ารเปลย่ี นแปลงเกิดข้นึ สีทส่ี ังเกตได้ยังคงเป็นสีฟา้ เหมือนเดมิ

2.3 หลอดทดลองท้งั 2 หลอด มีการเปล่ยี นแปลงเหมอื นหรือแตกต่างกนั ในลักษณะใด

หลอดทดลองทั้ง 2 หลอด มกี ารเปล่ียนแปลงแตกต่างกนั หลงั จากตม้ แลว้ ในหลอดท่ี 1 พบวา่ สารละลายมสี ี
ฟ้าเหมอื นเดมิ ส่วนในหลอดท่ี 2 สารละลายเปลย่ี นจากสฟี า้ เป็นสเี หลอื ง

2.4 สารสีเหลอื งทพี่ บในหลอดทดลองคอื อะไรเกดิ ขนึ้ ได้อยา่ งไร

สารสีเหลืองทพี่ บ คอื น้ำตาล ซึง่ เกดิ จากการยอ่ ยแปง้ ที่เปน็ คารโ์ บไฮเดรตโมเลกลุ ใหญใ่ หเ้ ปน็ นำ้ ตาลท่มี ี
โมเลกุลเล็กลง โดยในน้ำตาลจะมเี อนไซม์ท่สี ามารถยอ่ ยแปง้ ได้

3. สรุปกิจกรรม

การยอ่ ยอาหารของคนเริ่มต้นขึน้ ท่ีปาก ซึง่ ภายในปากจะมเี อนไซมท์ อ่ี ยใู่ นนำ้ ลายสามารถยอ่ ยแป้งใหเ้ ป็น
น้ำตาลได้

34

เฉลย

ใบกจิ กรรมที่ 4
เรอ่ื ง ระบบยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์
(ทักษะการจัดกระทำและการสื่อความหมายขอ้ มลู )
คำชี้แจ้ง ตอนที่ 1 ให้นักเรยี นวาดภาพลกั ษณะโครงสรา้)งทางเดนิ อาหารของมนษุ ย์พร้อมทง้ั บอกชือ่ ของอวัยวะตา่ งๆ

ของระบบยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์

ปาก (Mouth) คอหอย (Pharynx)

หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร
(Esophagus) (Stomach)
ลำไสเ้ ล็ก (Small
ลำไส้ใหญ่ (Large intestine) intestine)
ทวารหนกั (Anus)
ไส้ตรง
(Rectum)

ตอนท่ี 2 จงบอกหน้าทขี่ องอวยั วะในระบบย่อยอาหารของมนุษยด์ ังตอ่ ไปน้ี

1. ปาก ทำหน้าที่ สำหรับบดเคี้ยวอาหาร มีลิ้นคลุกเคล้าอาหารกับน้ำลาย โดยในน้ำลายจะมเี อนไซม์อะไมเลส ทำหน้าท่ี

ย่อยแป้งเปน็ น้ำตาลมอลโทส ซึ่งจะไมม่ กี ารดดู ซมึ สารอาหาร

2. หลอดอาหาร ทำหน้าที่ รับอาหารจากคอหอยให้ผ่านลงสู่กระเพาะอาหาร โดยการบีบตัวของผนังกล้ามเนื้อหลอด

อาหารแบบเพอรสิ ตลั ซสิ (Peristalsis)

3. การเพาะอาหาร ทำหน้าที่ คลุกเคล้าอาหารที่อยู่ในกระเพาะด้วยการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อกระเพาะอาหาร

แบบเพอริสตัลซิส ทำใหก้ อ้ นอาหารมขี นาดเล็กลง ลกั ษณะเปน็ ล่มิ ๆ มกี ารย่อยอาหารจำพวกโปรตนี เทา่ น้ัน และทำลาย

แบคทีเรียท่ีติดมากับอาหาร เน่ืองจากความเปน็ กรดในกระเพาะอาหาร

4. ลำไส้เล็ก ทำหน้าที่ ย่อยและดูดซึมอาหารมากที่สุดมีการรับแอนไซม์จากตับอ่อน เพื่อย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต

ไขมัน มีน้ำดี (ไม่ใช่เอนไซม์) ที่สร้างจากตับ เพื่อทำให้ไขมันแตกออกเป็นโมเลกุลเล็ก ๆ และช่วยให้เอนไซม์ไลเปสย่อย

ไขมนั ได้ดียง่ิ ขึ้น

5. ตับอ่อน ทำหน้าที่ สร้างเอนไซม์หลายชนิด เพื่อย่อยอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ใช้ในการย่อย

อาหารในลำไส้เล็ก เช่น ไลเปสย่อยอาหารประเภทไขมัน ทริปซินย่อยอาหารประเภทโปรตีน อะไมเลสเอนไซม์ช่วยย่อย

คารโ์ บไฮเดรต 35

เฉลย

ใบกิจกรรมท่ี 5
เร่ือง ความสำคัญของระบบย่อยอาหาร
(ทกั ษะการตีความหมายและลงข้อสรปุ ข้อมลู )

คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใ้ี หถ้ ูกต้อง

1.ระบบย่อยอาหารมหี นา้ ท่ีสำคญั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ) มีหนา้ ท่เี ปลี่ยนอาหารทบี่ ริโภคเขา้ ไปใหก้ ลายเปน็ พลงั งาน เพือ่ ใหร้ า่ งกายนำไปใช้ รวมทง้ั ขับ
กากอาหารหรือของเสยี ออกนอกร่างกายผา่ นทางทวารหนัก
2.อาการทอ้ งผูก นกั เรยี นควรรบั ประทานอาหารชนิดใดเพ่ือป้องกันการเกดิ อาการน้ี
(แนวคำตอบ) กินอาหารทีม่ ีใยอาหารสงู ใยอาหารพบมากในผัก ผลไม้ ธญั พืชไมข่ ดั สี เชน่ ผกั : ผกั ทกุ ชนดิ
เชน่ บร๊อคโคลี่ แครอท ถ่ัวฝกั ยาว อาร์ติโชค (แกน่ ตะวัน) หนอ่ ไมฝ้ รงั่ หวั หอม เปน็ ตน้ ผลไม้: ผลไม้ทุกชนิด เชน่
ฝรัง่ มะขามหวาน กล้วย ลกู พรุน เบอร์รี่ แอปเปิ้ล มะละกอ แกว้ มงั กร เปน็ ตน้ ถ่ัวเมล็ดแหง้ : เชน่ ถ่ัวลันเตา ถวั่
เหลือง ถว่ั เขยี ว ถัว่ แดง ถ่วั ดำ เปน็ ตน้ ข้าว-แปง้ ธญั พชื ไม่ขัดสี: เชน่ ขา้ วกลอ้ ง ข้าวโอ๊ต ขา้ วบาร์เล่ย์ ขนมปงั โฮลวที
ซเี รยี ลธญั พืชตา่ งๆ

36

3.จงตอบคำถามตอ่ ไปนใี้ ห้สอดคล้องกัน สารอาหารทถ่ี กู ยอ่ ย
แปง้ /คาร์โบไฮเดรต
อวัยวะ
ปาก -
หลอดอาหาร โปรตีน
กระเพาะอาหาร ไขมัน
ลำไส้เล็ก
ลำไสใ้ หญ่ -

4. สารอาหารทกุ ชนดิ ตอ้ งผ่านการยอ่ ยหรือไม่ ถา้ ไม่ เพราะเหตใุ ดจึงเป็นเชน่ น้นั

ไม่ เพราะ สารอาหารประเภทวติ ามนิ เกลือแร่ ไมต่ ้องผา่ นกระบวนการยอ่ ย เนอ่ื งจากมีอนุภาคขนาดเลก็ ท่ี
ร่างกายสามารถดดู ซึมไปใชไ้ ดเ้ ลย

37


Click to View FlipBook Version